28 พฤศจิกายน 2562
28 K

แค่เชื่อก็เป็นได้ เริ่มต้นจากทีมเด็กรุ่นใหม่พูดขึ้นมากลางวงว่า เราน่าจะชวน BLACKPINK มาทำอะไรใหม่ๆ กันบ้างนะ และผู้ใหญ่ที่ฟังอยู่ก็ตอบรับให้ลองดู 

ย้อนกลับไป หากใครพอจำได้จะรู้ว่าตลอด 74 ปีของธนาคารกสิกรไทย ไม่เคยมีตัวแทนแบรนด์เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมาก่อน มีก็แต่สาวๆ e-Girls มารับหน้าที่ brand ambassador

แม้ธนาคารกสิกรไทยจะเป็นผู้นำตลาดคนรุ่นใหม่จากแอปพลิเคชัน K PLUS สิ่งที่ท้าทายคือการสร้างความรู้สึกร่วม เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้อยู่เป็นลูกค้าไปนานๆ 

มากกว่าการเจรจาชวน BLACKPINK มาร่วมวงทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราสนใจกระบวนการทำงานที่ไม่ใช่แค่การทำภาพยนตร์โฆษณาหรือมีชุดภาพบัตรเดบิตแล้วจบไป แต่เต็มไปด้วยแผนงานจากคนทั้ง KBank จริงๆ ตั้งแต่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการที่ทำให้บัตรเดบิตมีสีสันและเป็นมากกว่าที่เคยเป็น ฝ่ายสื่อสารการตลาดออกแบบภาพยนตร์โฆษณาเล่าสารที่คนรุ่นใหม่อยากฟังและ BLACKPINK ก็ยังเป็น BLACKPINK ไม่เปลี่ยนไป และเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารใหม่ๆ จนแบรนด์เข้าไปนั่งในใจผู้ใช้งาน ฝ่ายสาขาที่ตื่นเต้นกับแบบทดสอบจำชื่อศิลปิน และฝ่ายคอลเซ็นเตอร์ที่รับโทรศัพท์เรื่อง BLACKPINK อย่างความสุข ฝ่าย Social Listening และอีกหลายฝ่ายที่มาร่วมวงทำโปรเจกต์นี้ด้วย ที่ต้องไม่ลืมคือ โอกาสทำงานกับโปรเจกต์ยักษ์แบบนี้เกิดขึ้นได้เพราะผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงที่เชื่อในทีมงาน และพร้อมมาร่วมด้วยช่วยกันกับทีมงานรุ่นน้องรุ่นลูก และพูดเสมอว่า “ถ้าเราเชื่อ เราจะไปด้วยกัน”

ความเชื่อทีม KBank ที่พา BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เบอร์แรกของแบรนด์ในรอบ 74 ปี

ในมุมของคนทำแบรนด์ สิ่งที่เกิดขึ้นจากโปรเจกต์นี้ถือเป็นปรากฏการณ์มากๆ ขนาดที่ผู้บริหารซึ่งทำงานมามากกว่า 10 ปียังเอ่ยปากว่าไม่เคยพบการตอบรับแบบนี้มาก่อน

ทั้งหมดนี้เกิดจากความเชื่อของทีมงานที่ ‘แค่เชื่อก็เป็นได้’

เมื่อไม่มีอะไรเล่าถึงคอนเซปต์นี้ได้ดีไปกว่าการนั่งคุยกับทีมเบื้องหลัง KBank x BLACKPINK ทั้งทีม The Cloud จึงรีบนัดหมายพิเศษนี้ 

ธนาคารกสิกรไทย

ทุกคนในชุดสีชมพู อยู่ในท่าเตรียมพร้อมเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้เราฟัง 

เชื่อเถอะ ทั้งหมดนี้ดูออกได้ผ่านแววตา

Believe in you and you can be…

01

โจทย์ชัดเจนว่าจะสร้างความรู้สึกผูกพันในตลาดคนรุ่นใหม่

ลูกค้าหลักของธนาคารหลายแห่งในวันนี้มีลักษณะคล้ายกันคือเป็นกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไป โจทย์ของธนาคารกสิกรไทยจึงได้แก่ การขยายตลาดไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งหมายถึงคนอายุต่ำกว่า 30 ปี สิ่งที่น่าสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มากกว่าการเป็นลูกค้าตลอดชีพ คือพฤติกรรมและทัศนคติการใช้เงินของคนกลุ่มนี้ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจในอนาคต

มองอย่างคนนอก ทางรอดของธุรกิจธนาคารยุคนี้ คือการช่วงชิงตลาดคนรุ่นใหม่ 

ที่ผ่านมาธนาคารเข้าหาคนกลุ่มนี้ผ่านมหาวิทยาลัยอย่างบัตรนักศึกษา เมื่อถึงจุดอิ่มตัวก็แข่งขันกันที่การนำเสนอไลฟ์สไตล์ ก่อนจะรบกันด้วย Digital Banking 

แม้จะมี K PLUS ที่ทำให้กสิกรไทยเป็นเจ้าตลาดจากการรวมกลุ่มผู้ใช้งานออนไลน์ไว้มากที่สุด แต่นั่นยังไม่เพียงพอ พวกเขามีโจทย์อยากให้คนรุ่นใหม่รู้สึกผูกพัน และรู้สึกว่าธนาคารนำเสนอทางออกที่ตอบโจทย์ชีวิตได้

“ปกติเวลาธนาคารจะทำโปรโมชันหรือแคมเปญ ทั้งหมดจะเกิดจากการคิดขึ้นเองของธนาคาร แล้วก็เสนอลูกค้าไปตามนั้น วันนี้เราเปลี่ยนมาถามลูกค้าว่าเขาอยากได้อะไร แล้วเราก็ปรับเปลี่ยนเพื่อให้สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของเขา” พี่ใหญ่สุดที่ดูแลด้านการตลาดของทีม เป็นตัวแทนเล่าโจทย์ของความเชื่อใหม่

02

นี่คือครั้งแรก ที่ธนาคารกสิกรไทยเปิดใจใช้ตัวแทนคนรุ่นใหม่

“เราอยู่กับแบงค์มานาน แบงค์เราไม่ใช้ดาราและคนมีชื่อเสียงมาเป็นคนพูดแทน จนกระทั่งน้องๆ กลุ่มหนึ่งเสนอขึ้นมาว่า วิธีเปิดใจคนรุ่นใหม่ พวกเราน่าจะลองใช้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ เป็นที่ยอมรับ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับพวกเขา” หัวหน้าทีมสื่อสารการตลาด เล่าเสริม 

ภายใต้โจทย์ คือการเปิดประตูไปหาคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่มีทางจะเจอ One Size Fits All หรือสิ่งที่เหมาะกับทุกสถานการณ์

ความเชื่อทีม KBank ที่พา BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เบอร์แรกของแบรนด์ในรอบ 74 ปี

สำหรับทีมกสิกรไทย BLACKPINK ไม่ได้เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ แต่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพในเรื่องต่างๆ และเป็นอนาคตของระบบเศรษฐกิจต่อจากนี้ 

แก่นหลักของเรื่องนี้ คือการเชื่อในสิ่งที่คนรุ่นใหม่เชื่อ โดยไม่มองว่าเขาเป็นเด็ก

สิ่งที่พิสูจน์ได้ชัดเจนที่สุดไม่ใช่สินค้าและบริการที่มาจากแคมเปญนี้ แต่เป็นการปล่อยให้พนักงานน้องใหม่ของธนาคารเริ่มต้นลุยไปให้สุด และพา BLACKPINK มาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ให้ได้

03

แค่เชื่อ (ว่า BLACKPINK เป็นตัวแทนของกสิกรได้) ก็เป็นได้

การมาของ BLACKPINK ไม่ได้มาเพื่อบอกว่าแบรนด์เปลี่ยนไป หรือหลังจากนี้จะมีดาราและบุคคลมีชื่อเสียงมาพูดแทนแบรนด์ แต่เพราะต้องการสื่อสารความหมายของ ‘บริการทุกระดับประทับใจ’ ใหม่ นั่นคือ คุยกับใครคนนั้นต้องประทับใจ

มาถึงตรงนี้คุณคงสงสัยว่าแล้วทำไมต้อง BLACKPINK ไม่ใช่วงอื่น

นาทีนี้หากต้องเลือกศิลปินที่ได้ใจและเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย มีความสามารถและเป็นที่รักไม่ใช่แค่ระดับประเทศไทย ประเทศเกาหลี แต่ไปถึงระดับโลก บัตรขายหมดในทุกรอบการแสดง และยังได้รับเชิญให้แสดงใน Coachella เทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่มากของสหรัฐอเมริกา คำตอบจึงเป็น BLACKPINK อย่างหมดข้อสงสัย 

สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การติดต่อศิลปินจากค่ายเพลงเจ้าใหญ่ของเกาหลี หรือเงื่อนไขในการทำงาน เพราะก็คงเป็นไปตามขั้นตอน เราสนใจกระบวนการทำงานที่มากกว่านั้น นี่ไม่ใช่การจ้างพรีเซ็นเตอร์เพื่อยอดขายแล้วจบไป และหากนับว่านี่คือการลงทุนเพื่อให้ธุรกิจเติบโต การทำแบรนด์ลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ลงทุนได้ยากที่สุด

ความเชื่อทีม KBank ที่พา BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เบอร์แรกของแบรนด์ในรอบ 74 ปี

ตัวเลขมหาศาลเดิมพันอยู่บนวิธีการใหม่ที่ธนาคารกสิกรไทยไม่เคยทำมาก่อน ตั้งแต่การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ท้าทายแบรนด์ทุกสำนัก การใช้เลือกใช้กลุ่มศิลปินมาพูดแทน การมอบหมายทีมทำงานหลักซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ทั้งหมด และการตัดสินใจไม่ใช้สีหลักของธนาคารในการสื่อสาร 

“คนรู้อยู่แล้วว่าเป็นกสิกรไทย” ทีมงานทุกคนตรงหน้าเราตอบคำถามนี้ด้วยเสียงเดียวกัน

เมื่อเลือกแล้วก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเขา ปล่อยให้เขาเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสีประจำตัวหรือการแสดงออก ทีมกสิกรไทยเล่าว่าพวกเขาขอคงสัญลักษณ์และเอกลักษณ์เดิมของศิลปินไว้ไม่เปลี่ยนแปลง BLACKPINK ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดสีเขียว พูดชื่อแบรนด์ หรือทำท่าทางมาตรฐานของแบรนด์ พวกเขามีวิธีที่จะทำให้ศิลปินและแบรนด์อยู่ร่วมกันในแบบที่แบรนด์ก็อยู่ได้

04

นี่ไม่ใช่แค่การทำภาพยนตร์โฆษณา แต่อยาก Empower ทุกความเชื่อให้มากเท่าที่จะทำได้

เพราะบอกใครไม่ได้ว่ากำลังวางแผนและสร้างสรรค์งานโฆษณาตัวใหม่ของธนาคารกสิกรไทยซึ่งมี BLACKPINK เป็นพรีเซ็นเตอร์ ทีมครีเอทีฟจึงมีโค้ดลับชื่อเล่นสำหรับโปรเจกต์นี้ว่า ‘จินตหรา’

เหมือนจะง่าย แต่ก็ยากในคราวเดียวกัน 

กลุ่มเป้าหมายอยากฟังอะไร BLACKPINK เป็นอะไรสำหรับคนรุ่นใหม่ อะไรที่พูดลื่น ไม่จำกัดหรือตีกรอบว่าเขาเป็นใคร แค่อยากให้ BLACKPINK เป็น BLACKPINK

หลังจากก้าวเท้าเข้าสู่การเป็น Blink อย่างเต็มตัว ทีมครีเอทีฟก็กลับมาพร้อมแผนเรื่อง Empower หรือการช่วยเหลือสนับสนุนใครเพื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จากความเชื่อของศิลปินแต่ละคน 

เจนนี่ Beyond Yourself ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

โรเซ่ Never Stop อย่าหยุดที่จะเรียนรู้และฝึกฝน อย่ายอมให้อะไรมาหยุดความสำเร็จ

ลิซ่า Keep Winning เอาชนะทุกบททดสอบด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท

และจีซู Beat the Impossible สนุกกับความท้าทายใหม่ๆ และเปลี่ยนทุกความเป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริง

ก่อนปิดท้ายว่าไม่ว่าคุณจะเชื่อแบบไหนกสิกรไทยก็พร้อม Empower คุณ

“อยากบอกว่ากว่าจะผ่านมาได้ โดนหาว่าเชยมากกว่าสิบครั้ง” ตัวแทนทีมครีเอทีฟเล่าท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน

05

แค่เชื่อว่าเราทุกคนเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างก็เป็นได้

ด้วยเวลาที่มีจำกัดทำให้การถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาและภาพนิ่งทั้งหมดเกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลี โดยเป็นการทำงานร่วมกับผู้กำกับมือวางอันดับต้นๆ ของเกาหลี และโปรดักชันเฮาส์ที่เตรียมการทุกอย่างเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์และภาพนิ่ง สำหรับใช้ในแคมเปญตลอดทั้งปีภายในเวลา 2 วัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในการทำงานปกติ แต่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีจากการเตรียมพร้อม ทั้งโจทย์ที่ชัดเจนจากทีมกสิกรไทย การทำการบ้านอย่างหนักของทีมครีเอทีฟ Mood and Tone การเลือกเสื้อผ้าหน้าผม การสื่อความ และความมืออาชีพของทีมงานเบื้องหลังทั้งหมดจากเกาหลี 

ความเชื่อทีม KBank ที่พา BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เบอร์แรกของแบรนด์ในรอบ 74 ปี
ความเชื่อทีม KBank ที่พา BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เบอร์แรกของแบรนด์ในรอบ 74 ปี
ความเชื่อทีม KBank ที่พา BLACKPINK มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เบอร์แรกของแบรนด์ในรอบ 74 ปี

ด้วยเหตุผลและความละเอียดอ่อนต่างๆ ทำให้ไม่อาจเล่าบรรยากาศการถ่ายทำได้ทั้งหมด แต่เราก็ยังคงประทับใจเมื่อรู้ว่า มีการกั้นฉากระหว่างศิลปินและทีมงานกับลูกค้าอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อการทำงานที่รวดเร็ว หากมีส่วนใดแก้ไขเป็นพิเศษ ผู้กำกับจะออกมาสื่อสารกับทีมลูกค้าด้วยตัวเอง

“น่าประทับใจมากที่ผู้กำกับและทีมงานของเกาหลีถ่ายทอดสิ่งที่พวกเราคิดบนกระดาษ ออกมาอยู่บนหน้าจอ ทำให้ศิลปินแสดงสิ่งที่เราต้องการจะสื่อได้ครบถ้วนในเวลาที่จำกัด โดยปกติของการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาความยาว 2 นาที เราใช้เวลากันหลายวันเลยนะ กับการทำงานนี้ใน 8 ชั่วโมง ก็ตอบเราได้ดีว่าแค่เชื่อก็เป็นได้” หัวหน้าทีมสื่อสารการตลาดเป็นตัวแทนเล่า

ธนาคารกสิกรไทย

06

Respect and Empower กันข้างในก่อน 

เมื่อชีวิตในปัจจุบันผูกติดกับดิจิตอล และแอปพลิเคชัน K PLUS ก็เป็นเครื่องมือสำคัญตามพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ เราจึงสงสัยว่าอะไรทำให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ของโปรเจกต์นี้กลับเป็นบัตรเดบิตและสมุดบัญชีออมทรัพย์

เหตุและผลที่กสิกรไทยพาศิลปินคนโปรดของคนรุ่นใหม่มาอยู่บนหน้าสมุดเงินฝากและบัตรเดบิต คือความสะดวก ใช้ซื้อสินค้า ใช้จ่ายออนไลน์ หรือใช้จ่ายแทนเงินสดกับเครื่องที่รองรับ 

ในทางเดียวกันบัตรเหล่านี้คือสิ่งที่จับต้องได้ เชื่อมความรู้สึกใกล้ชิดระหว่างศิลปินและแฟนๆ ซึ่งกว่าจะเป็นสมุดบัญชีที่เห็นต้องผ่านการปรับแก้แบบไม่ต่ำกว่า 10 รอบ พิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษ สิ่งที่เกิดขึ้นคือสีสมุดที่ออกมาไม่ตรงกับสีจริงที่ตั้งใจ ทีมจึงตัดสินใจผลิตใหม่ทั้งหมด ก่อนหอบหมอนไปนอนเฝ้าหน้าแท่นพิมพ์เพื่อให้สีออกมาสมเป็น Blink ที่สุด 

เช่นเดียวกับบัตรเดบิตที่ปรับแก้เลือกวัสดุและเทคนิคจนวินาทีสุดท้าย

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทีมผู้บริหารรุ่นพี่ไม่ได้เป็นคนเลือกรูปบนบัตร แต่ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของทีมทำงานที่รวมกลุ่มคนหลากหลายวัยช่วยดูและตัดสินใจ

ธนาคารกสิกรไทย

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงนึกบรรยากาศการทำงานแบบนี้ไม่ออกเลย

เบลล่า คือชื่อเรียกเล่นๆ ของโปรเจกต์ลับเฉพาะ รวมสมาชิกหลากหลาย gen จากทุกฝ่ายในธนาคาร ที่นี่ไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่ มีแต่พี่ๆ ผู้มอบความเชื่อ ให้โอกาสคิดและลงมือทำ เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ก่อนตัดสินใจร่วมกัน

ปลายทางของเรื่องนี้ ไม่ใช่การเปิดบัญชีและทำบัตรเดบิต แต่ยังมีแคมเปญใหม่ๆ ที่ทีมงานระดมสมองกันมายกใหญ่ และกำลังจะทยอยออกมาเป็นระลอก เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมว่าธนาคารแบรนด์นี้กำลังพูดจาภาษาเดียวกับเรา หรือผลลัพธ์อาจจะใช้เวลายาวไกลไปถึงในวันที่เติบโตขึ้น หากอยากเริ่มต้นทำธุรกิจก็ขอให้มาปรึกษา และมั่นใจว่าธนาคารกสิกรไทยจะช่วยสนับสนุนความเชื่อใดๆ ก็ตามให้เกิดขึ้นจริงได้

07

แค่เชื่อและปล่อยให้ทำอย่างอิสระ ผลที่ตามมาก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่า

งานของทีมประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดีย คือวางแผนการสื่อสารใหม่ๆ ไปสู่กลุ่มที่เป็นแฟนคลับและคนทั่วไป เช่น คลิปรีแอคของเหล่ายูทูเบอร์ เล่าเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในภาพยนตร์โฆษณาอย่างสนุกสนานครบถ้วน จนทีมงานเองก็ยังไม่เชื่อว่าจะเป็นที่พูดถึงขนาดนี้

“ปกติของบรีฟ PR เราบอกว่าอะไรสิ่งที่แบรนด์อยากจะพูด แต่กับงานนี้เราปล่อยให้ทุกคนคิดทำอย่างอิสระ เราเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาอยากพูดมากกว่า ซึ่งเมื่อวิธีการทำงานแตกต่างจากเดิม ผลที่ออกมาก็แตกต่าง คนรับบรีฟรู้สึกประทับใจที่เราเปลี่ยนไป กล้าปล่อยให้เขาเป็นตัวเอง และนี่เป็นครั้งแรกที่เราทำงานกับกลุ่มแฟนคลับ เริ่มจากเข้าหาเขาอย่างจริงใจ บอกสิ่งที่อยากทำอย่างไม่ปิดบัง พวกเขาก็ตอบรับและให้ความร่วมมือที่ดีมาก” ตัวแทนทีมประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดียเล่าให้ฟัง

หนึ่งในตัวอย่างการรับไอเดียจากกลุ่มแฟนคลับไปทำต่อ คือแผนการปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์โฆษณาทุกช่องทางในเวลาเดียวกัน เป็นวัฒนธรรมของกลุ่มแฟนๆ ที่คนภายนอกไม่เคยรู้มาก่อน โดยวันนั้นมีแฟนคลับ BLACKPINK เข้ามารอชมกันตั้งแต่ 07.50 น. เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับธนาคารกสิกรไทย และหากมีความเห็นด้านลบหรือข่าวสารที่เป็นประโยชน์กลุ่มแฟนคลับก็จะส่งตรงถึงทีมกสิกรไทยทันที

08

แค่เชื่อในคนทั้งองค์กร เราก็ผ่านไปได้

ใครสักคนตรงหน้าบอกเราว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของคนทั้งองค์กรอย่างชัดเจน

“ไม่เคยเกิดความร่วมมือระดับนี้มาก่อน ไม่ว่าจะหันไปขอความช่วยเหลือใครจากส่วนงานไหนทุกคนก็พร้อมเต็มที่ ทั้งๆ ที่ความยากคือเป็นงานที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เป็นปกติของงานธนาคารที่จะใช้เวลาคิดและตกผลึกร่วมเดือน แต่กับงานนี้ทุกคนพร้อมทำทันทีที่ทำได้” ตัวแทนทีมผู้ดูแลโปรเจกต์นี้เล่า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากทั้งองค์กรเห็นตรงกันว่าโจทย์เรื่องการดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารนั้นสำคัญ 

ก่อนมาพบกัน เราแอบรู้มาว่า ที่ผ่านมาคนทำงาน Call Center หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการบริการคิดน้อยใจว่างานของตนไม่สำคัญ เป็นเพียงตัวละครลับที่แก้ปัญหาซ้ำซากไปวันๆ แต่กับงานนี้พนักงานทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการรับเรื่องร้องเรียนที่มีความสุขมาก 

“เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ Blink เหมือนเพื่อนช่วยเพื่อน เวลาเพื่อนมีปัญหาก็รู้สึกร้อนใจไปด้วย ยิ่งอยากคอยติดตาม อยากช่วยแก้ปัญหา กลุ่มที่ดูแลโปรเจกต์นี้มาเช้ากันทุกวัน ก่อนหน้านี้จะต้องบอกให้มาถึงที่ทำงานเพื่อบรีฟ 10 – 15 นาที พวกเขาก็อิดออด แต่คราวนี้เปลี่ยนไป เรารู้สึกมีความสุขที่เป็นส่วนหนึ่งและอยากให้บรรยากาศการทำงานเป็นแบบนี้ไปตลอด” ตัวแทนทีมคอลเซนเตอร์ยกมือขอพูด 

09

ใครคือเกี๊ยว ใครคือแชง

งานสนุกลำดับถัดมาคือ การเตรียมพร้อมสาขาซึ่งรู้ตัวล่วงหน้าเพียง 2 สัปดาห์ กับโจทย์ที่จะต้องสื่อสารกับพนักงานทั้ง 13,000 คน 

นอกจากบอกแจ้งให้ชาวสาขารู้ที่มาและเป้าหมายของสิ่งที่ทำแล้ว ทุกคนจะต้องผ่านแบบทดสอบหรือ Quiz ทำความรู้จักศิลปินทั้งวง เป็นความน่ารักที่ทำให้พนักงานหลากหลายรุ่นรู้จักและเรียกชื่อศิลปินให้ถูก ซึ่งในวันจริงแม้จะเรียกชื่อผิดไปบ้าง แฟนคลับก็พร้อมเข้าใจและมองว่าน่ารัก ล่าสุดพวกเขาต้องจำชื่อฉายาที่แฟนคลับตั้งให้อย่าง เกี๊ยว (เจนนี่) หรือแชง (โรเซ่) อีกด้วย

ธนาคารกสิกรไทย

สารภาพว่าหลังจากรู้ข่าวเปิดตัวก็แอบคิดถึงปรากฏการณ์สาขาแตก แต่เมื่อฟังแผนการเตรียมตัวหลังบ้านที่ซ้อมแล้วซ้อมเล่า เพื่อให้ลูกค้าใช้เวลารอคอยกระบวนการเปิดเล่มบัญชีน้อยที่สุด ก็รู้สึกโล่งใจ

“ลูกค้าไม่เคยชมสาขาแบบเฉพาะเจาะจงมาก่อน ครั้งนี้แตกต่างออกไป มีการพูดถึงนมชมพู เครื่องดื่มที่เสิร์ฟที่สาขา หรือพูดถึงกันในโซเชียลว่าธนาคารกสิกรไทยเปลี่ยนไปแล้ว ธนาคารกสิกรไทยยอมให้สีชมพูมานำก่อนสีเขียว” ตัวแทนจากฝั่ง Social Listening เล่าเสริม

10

ผลลัพธ์ที่ประหลาดมหัศจรรย์ที่สุด

ก่อนจะเริ่มเขียนบทความ เราถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเราเห็นอะไรจากแคมเปญนี้บ้าง หรือหากนี่ไม่ใช่กรณีของ BLACKPINK แต่เป็นดาราศิลปินอื่นๆ ผลที่เกิดขึ้นจะต่างไปจากนี้หรือเปล่า 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไม่ใช่แค่เด็ก วัยรุ่น และแฟนคลับของ BLACKPINK เท่านั้น แต่แรงกระเพื่อมยังส่งไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง

โดยสรุปในมุมแบรนดิ้งแล้ว มีข้อมูลว่าเพียง 1 สัปดาห์ คนรุ่นใหม่เกิดความรู้สึกที่ดีกับแบรนด์เพิ่มขึ้น ธนาคารกสิกรไทยเข้าไปนั่งในใจพวกเขาต่างจากแคมเปญอื่นๆ ที่มีมา

ทีมงานเราพูดเสมอว่าทำแคมเปญนี้เหมือนมีคนช่วยทำเป็นแสนๆ คน

ผู้บริโภครับสาร พูดถึง และต่อยอดเนื้อหาของแคมเปญกันเองโดยไม่ต้องบอก ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนงานที่ทีมคิดไว้ล่วงหน้า เช่น ชวนลูกค้าโชว์บัตร ทำคอนเทนต์เปิดกระเป๋า หรือพาดูบรรยากาศสาขา ช่วยรีวิวแพ็คเกจสินค้า เป็นต้น

“สิ่งที่ประหลาดมหัศจรรย์ที่สุด คือ การมีผู้พิทักษ์คอยช่วยเรา ทำงานมา 10 ปีกว่าๆ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ อ่านหลายๆ คอมเมนต์ยังไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเขาเขียนถึงพวกเราจริงเหรอ เช่น มีคนเขียนว่า จะขอจงรักภักดีกสิกรตลอดไป” นั่นคือผลที่ empower ทีมงานทั้งหมด ตลอดเวลาที่คุยกันกับทั้งทีม สารภาพว่าเห็นแววตาทุกคนแบบนี้แล้วอยากขอไปทำงานด้วยเลย

ธนาคารกสิกรไทย

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

อ่านบทความภาษาไทยได้ที่นี่

As an educator who has the opportunity to give students a number of learning experiences, I strongly believe that the most important evidence of success in education management has to come from the students – how they reflect what they have learnt and felt.  

Looking into Thai education at the moment, I found that there is very little attention paid to the voices of the students despite the broad array of reflections that they give. Those of us who call ourselves ‘adults’ do not care enough about their opinions, while still believing in that old adage, ‘Children are the future of the nation.’

That is why today’s conversation with King’s College International School Bangkok (King’s Bangkok) is interesting because we would discuss with them over their event named ‘King’s Bangkok Education Forum 2022,’ a forum that invites leaders from various fields of work to come together to pass on their experiences to their audience of students along the theme ‘Career. Life. Social Values.’ The event includes Professor Sakorn Suksriwong DBA, Chairman of the Executive Committee of this international school, together with Mr. Ben-Vittawat Panpanich, an Executive Vice President of the school, and two of the Year 11 students ‘Marty’ Yosphat Srithanasakulchai and ‘Japper’ Chanudom Impat. They sat in a circle, side by side, to share what they had learned.

ถอดบทเรียน King’s Bangkok Education Forum ที่จัดโดยนักเรียน เพื่อตั้งใจส่งต่อโอกาสการศึกษาให้กับนักเรียนอีกกลุ่มในสังคม
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

The two students joining us were, in fact, not just attendees of this first ever Education Forum for students at this young age, but also helped to organize the event and were highly involved from start to finish. Thus, the Education Forum is an event hosted by students, for students, that intends to create opportunities for other students in society which is novel approach. From the conception of the event and the selection of the speakers to the publicising of the event and the reception of reflections and feedback from the event, students were involved at every stage of the process.

We would like to invite you to consider and explore with us, ‘What kind of seeds did King’s Bangkok plant in the hearts of their pupils at this event?’

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Career

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

A primary definition of success in life for many people would inevitably be professional success.

Over 30 years in Prof. Sakorn’s career, be it in teaching or business, his career can without doubt be considered one of success. Although in the heart of this teacher, there was one hole that needed to be filled.

“In Thailand, we have quite a few talents and experienced thought leaders, who are highly successful in academic, educational and professional fields. Some of them work in multinational organizations, many of them already have calendars filled with speaking engagements, but the only groups of people who have the opportunity to listen to those successful people speak are those at university or already working. The senior school student audiences do not have the opportunity to hear from these successful professionals, so this is something that I have always wanted to push for.” – Prof. Sakorn who opened our conversation helped us see the big picture and the original idea behind the Education Forum.

 “While I was teaching at Chulalongkorn University, I had the opportunity to initiate a Mentoring Program that connects successful and talented executives with tertiary learners to exchange ideas for the first time, and this mentoring program received the Innovation of the Year award from the Association to Advance Collegiate Schools of Business (AASCB), USA. That got me thinking ‘why can’t high school students have the same opportunities?’”

When the time was right, Prof. Sakorn and King’s Bangkok’s team did not hesitate and gathered student representatives like Marty and friends to form a special student committee to organize a joint Education Forum where all revenue from ticket sales without deducting expenses would be given to high school students in need as a scholarship, under the condition that King’s Bangkok’s students were fully involved in the process from start to finish.

“An event like this would not be too difficult for the school staff to organize themselves,” said Prof. Sakorn with a slight smile. “Our school pays attention to the three core values, namely; good manners, kindness, and wisdom. The main purpose of this event is to provide high school students with firsthand learning experience from the top-notch leaders about their future careers, work and life,  as well as giving  our students the opportunity to work and learn about organizing events at the same time.”

“Moreover, this is also a great opportunity to learn the value of compassion. We want to teach our children to be kind to themselves and to others in society as well.”

“Frankly, this kind of thing cannot be learned by rote, right?” Prof. Sakorn asks. “Children must absorb that feeling with their hearts and reflect by themselves. That is the reason why this Education Forum  was created as an experiment to let them experience kindness with their own hearts.”

“Another essential point is the content that the speakers shared. Whether it is about Ikigai; living with values according to Japanese philosophy; creating value for life through understanding cultures, taking a leadership role in world-class organizations; or discussions on learning, working and living a valuable life. The talks have helped pave the way for children having a strong foundation before moving forward in their working life”

Marty was the first to be invited to the team. Then, he was tasked with finding friends who shared the same ideology, managing to assemble a team of 22 people. One of the team members is Japper, another participant in this conversation who acted as an MC taking to the stage and dealing with the four experienced speakers.

The world of Year 11 students is about to change through the process of working as an adult for the first time in their life.

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Life

“At first, I thought that the opportunity to listen to world-class educated people from Harvard, Stanford, Chicago, Yale and other really successful people on the global stage was very rare for me and my friends. So, I thought that I would like to try and take part, then I invited my friends to come with me not knowing what sort of responsibility I would have or how much I would learn.” Marty recalled his first impression having learned about the  school’s project.

“At the first meeting, they sit very blindly.” Mr. Ben, a graduate of the University of Cambridge and one of King’s Bangkok’s executives who is in charge of coordinating with the student committee, told the story jokingly. “The staff tried to explain to the children how the event would benefit them, but it wasn’t until I described how the event would benefit others. From that moment, I could see the sparkles in their eyes.”

“We tried to plan well, with support from Prof.Sakorn and the marketing team, so I felt confident,” Marty recalls the feeling when he and his friends saw the benefits of organizing the event. “But Japper was super excited.”

“Of course!” Japper jumps in with vigour at this point. “I was going to be an MC on stage. Who wouldn’t be excited? It is a great opportunity for me and all the students who have joined the team to become role models for the younger generation as well. The event is very powerful.”

Participating in the event means setting fundraising goals, creating strategies for selling tickets, promoting the event, and running queues on the event day itself.

For adults like us, it may sound very normal. Now, let’s take a time machine and go back to the first time we had to manage a big event involving a large number of people, such as; sporting events, or a prom. Then imagine how big this experience would be for high school kids?

“It was hard in the beginning to find the team.” Marty began. “We started by designing logos and art works together with the school’s marketing team. Though, finding time to work together is not so easy because we only have free time during lunch and after school. Thus, we often meet during breaks and have lunch together.”

“I like lunch meetings. When we sat in a circle, eating delicious food, and talking about work. For me, it’s much better than online meetings because there’s good food.” Japper cheerfully continued after his friend.

“Selling tickets was challenging. We posted online content. Even the invited speakers helped us promote. Additionally, our parents also helped us with this. Although we set the funding goal for supporting scholarships for 7 students because the number was pretty, we are all very happy that we exceeded our goal.”

Of course, the difficulty did not end at the planning stage. When it came to the day itself, both the people in public-facing positions like Japper, and behind the scenes, Marty, had to solve many problems head-on.

“Today my main task is taking care of the speakers,” Marty explains. “But while taking care of honoured speakers who will be sharing their valuable stories with us, I also have to take care of my team at the same time. I have to make sure each person performs his or her own duty and carry the event off successfully.”

Although this task is not an easy one; a taxing undertaking from start to finish; they both said that it was a great taste of life.

This event covers a broad range of subjects, with speakers coming to give a sense of their lives. They discussed ideas directly valuable to student audiences, from the issue of finding the meaning of life through the Ikigai principle and understanding life through cultural diversity to providing first-hand experience from successful role models and including how they prepared for university to how to find yourself and how to find the right career for you. More than the content, students like them get to practise exerting force to open the first door to adult life with the process behind the event itself.

“This event gives us a taste of adult life,” Japper commented. “As one of our speakers said on stage, the barrier between his ideal and real life came crashing down when he was attending university abroad for the first time. That was the first time he felt the need to face reality. It was very emotional. Luckily, his honesty also helps us to be less afraid of real life as well.”

“When looking superficially, we may see that a duck floats comfortably in the water, although under the water, that duck has to kick its feet vigorously to stay afloat.” Marty talked about what one of the speakers said “To me, it was as if every speaker presenting today was that duck, because underneath the surface of everyone’s success, there always is a story of determination, hard work, and unyielding focus.”

“Another interesting thing is that we got to work closely with our marketing team as well,” adds Japper. “At first, I wondered how adults could work so much, though I understand now.”

 “Where else can we find opportunities to do real work like this if it’s not given to me by the school?” Marty nods in agreement. “I think many of our team members have grown through this process. Initially, they were already good, but they improved even more.”

“Even though you keep complaining that you ran the whole event until your legs almost broke?” Japper teases causing the whole group to laugh heartily.

Social Values

While Marty and Japper only spoke to us for a short time it was clear to see that their experience had altered their outlook on life and that they had both grown as people and moved towards being functioning adult members of society.

Growth comes through a process of learning by doing, surrounded by supportive educators who watched as their students blossomed.

 Additionally, Prof.Sakorn finishes with a reflection on the big picture of how this event for small groups of people can play a role in the education system and for the overall benefit of this country.

 “If we step back and look at the big picture, our group of children are the lucky ones. They have the potential to achieve so much, thus, we have to sow the seeds of creating value for society, so that they have the opportunity to think about this as they grow older. The speakers who come to present at this forum are living proof that when we give something to others, we will receive that back in return.”

Because education is not just about enhancing intellectual power, providing students with a sense of fulfilment allowing them to realize their role in society is equally important.

“We are trying to create a new generation with leaders of change using a new learning process to create people who see the right goal and hold on to the right values. That is what Thai education should offer to the learners, not just academic excellence.”

“Education Philosophy in England, the model of which King’s Bangkok  follows, tells us that in addition to academic excellence, there are two other ingredients that are essential to shaping young people into well-rounded individuals: diligence and a blended curriculum, including music, art, sports, and more. While complementary activities help build social and personal preferences, comprehensive attention will support children to grow up to be happy adults, and learn to overcome obstacles.” The executive lecturer concluded.

But the energetic Japper couldn’t help but add,

“I think many children don’t even know how important social values are. Though, after listening to the experiences of all speakers on stage, I understand that success is not just the matter of being respected, it is also about giving something back to others.”

This conclusion from Japper showed us that learning methods that do not focus on memorisation, but instead on hands-on work help to make  someone’s heart to really grow in a fantastic direction

Moreover, giving children the opportunity to speak, act, and make changes, as teachers and staff at King’s Bangkok have done and shared their results with us through this interview. This would be a good example for adults and even teachers around the country to be open, to listen more, and to give opportunities for their own learners to take action, stand up, and learn from their mistakes.

It matters not what the results will be, the hands-on learning that takes place throughout the process is also an important foundation for preparing students moving towards their dream university and life with goals and early success that is not just about “receiving” but also “giving.”

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load