10 พฤศจิกายน 2564
2 K

ตั้งแต่เด็ก ผมเคยเห็นภาพของฝูงหมีสีน้ำตาล หรือ Alaskan Brown Bear ตัวใหญ่หลายสิบตัว ยืนคอยตะครุบปลาแซลมอนที่กำลังกระโดดข้ามน้ำตกทวนน้ำ เพื่อขึ้นไปวางไข่ในบริเวณที่เรียกว่า Brooks Falls ที่ตั้งอยู่ใน Katmai National Park and Preserve ในดินแดนห่างไกลของอลาสก้า ผ่านจากจอโทรทัศน์ในรายการสารคดีชีวิตสัตว์ของต่างประเทศ

ผ่านไปเกือบ 40 ปี ความฝันวัยเด็กคนหนึ่งจากประเทศอันห่างไกลนั้นก็เป็นจริงขึ้นมา

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
Alaskan Brown Bear เคยถูกแยกสายพันธุ์ออกจากหมี Grizzlie เมื่อหลายทศวรรษก่อน หากในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันเป็นสายพันธุ์เดียวกัน โดยที่หมี Kodiak ที่พบบนเกาะ Kodiak นั้นเป็น Subspecies ของ Alaskan Brown Bear อีกทีหนึ่ง

จากเมือง Anchorage ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอลาสก้า ผมต้องนั่งเครื่องบินต่อมาลงเมือง King Salmon เมืองที่น่าจะเล็กที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา มีประชากรเพียง 300 กว่าคนเท่านั้นเอง ในช่วงฤดูร้อนที่ท่าอากาศยานเล็กๆ สร้างจากเมทัลชีทแห่งนี้จะคราคร่ำไปด้วยคนอเมริกันแต่งตัวแปลกๆ ถ้าไม่ถือกล่องใส่ปืนยาวเพื่อมาล่าสัตว์ ก็จะต้องถือกล่องใส่คันเบ็ดเพื่อมาตกปลา

จาก King Salmon เราต้องขึ้นเครื่องบินน้ำของ Katmai Air เพื่อข้ามทะเลสาบ Naknek ไปยังปากทางเข้าทะเลสาบ Brooks ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Brooks Lodge ที่พักเพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1950 เพื่อเป็นแคมป์สำหรับนักตกปลา ก่อนจะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ Katmai ขึ้นมาภายหลังใน ค.ศ. 1980

Brooks Lodge เป็นที่พักแบบ Log Cabin ง่ายๆ ขนาดเล็กๆ มีจำนวนเพียงแค่ 16 หลัง เรียงรายกันอยู่ในพื้นที่เล็กๆ กลางป่า ฝูงแซลมอนจะเดินทางมาถึงน้ำตก และหมีสีน้ำตาลจะมายืนรอดักตะครุบปลาแซลมอนกินในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 2 สัปดาห์ ในช่วงครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคม การจองห้องพักที่ Brooks Lodge ในช่วงเวลานั้นใช้ระบบ Lottery จับฉลากที่พักซึ่งมีจำกัด และให้พักแค่คนละไม่เกิน 3 คืนเท่านั้น (ผมลองเข้าไปดูสถานะปัจจุบันตอนเขียนบทความนี้ คือ วันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2021 จะเปิดให้สมัคร สำหรับการจองที่พักใน ค.ศ. 2023 ส่วนใน ค.ศ. 2022 นั้นเต็มหมดแล้ว) 

มีอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ไปตั้งแคมป์ในพื้นที่ของอุทยานที่เรียกว่า Brooks Camp ที่จำกัดคนไว้เพียง 60 คนต่อวันเท่านั้น (ส่วนใหญ่จะเต็มตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เปิดจองในวันที่ 5 มกราคมของทุกปี ) การจัดการอุทยานแห่งชาติของอเมริกาส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้ คือไม่เพิ่ม Capacity เพื่อรับนักท่องเที่ยวเกินไปกว่าจำนวนพื้นที่ที่ธรรมชาติจะรองรับได้ แต่การเดินทางนั้นจะต้องวางแผนการเดินทางกันข้ามปี เราจึงไม่มีโอกาสเห็นสภาพของค่ายผู้อพยพที่กางเต็นท์ชิดติดกันในแหล่งท่องเที่ยวในธรรมชาติของอเมริกา เนื่องมาจากระบบในการบริหารและการจัดการที่ดี

ผมได้ที่พักที่ Brooks Lodge ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แซลมอนส่วนใหญ่จะเดินทางข้ามน้ำตกขึ้นไปแล้วแม้จะไม่ใช่ช่วงพีก ที่มีหมีสีน้ำตาลหลายสิบตัวมายืนบนน้ำตก แต่ก็ยังคงมีหมีหลายตัวเดินวนเวียนอยู่ในบริเวณลำธารและรอบๆ ที่พัก

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
เนื่องจากไม่มีถนน พาหนะอย่างเดียวที่จะนำเรามาที่ Katmai ได้ก็คือเครื่องบินน้ำที่บินออกมาจาก King Salmon

สิ่งแรกที่เราต้องทำเมื่อก้าวลงจากเครื่องบินน้ำก็คือ เจ้าหน้าที่อุทยานจะเดินมารับเราที่ประตูเครื่องบิน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของ Lodge และพาเราตรงไปยังห้องที่ทำการของอุทยาน เพื่อให้เรานั่งฟังกฎ กติกา มารยาท ที่เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตลอดช่วงเวลาที่เราพักและทำกิจกรรมในบริเวณนี้ 

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
เมื่อเดินทางมาถึง นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเข้าไปนั่งฟังกฎเกณฑ์และข้อปฏิบัติตัว เพื่อความปลอดภัยในการเผชิญหน้ากับหมีนานกว่าครึ่งชั่วโมง และทุกคนจะได้รับแจกเข็มไว้ติดเสื้อ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าได้ผ่านการอบรมแล้ว

รวมถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลว่าเราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เช่น การแขวนกระดิ่งไว้ที่กระเป๋า เพื่อเตือนให้หมีรู้ว่าเรากำลังเดินมา การตะโกนทักทายหมีว่า Hey bear! ก่อนจะเดินผ่านโค้งที่ลับตา หรือเวลาเจอหมีบนเส้นทางเดินจะต้องทำตัวอย่างไร กฎ กติกา มารยาท เวลาเดินบนสะพานหรือบนแพลตฟอร์มที่ดูหมีในบริเวณน้ำตก เราจะต้องปิดประตูรั้วทุกครั้งเมื่อเข้าไปใช้พื้นที่ หรือแม้แต่การเผชิญหน้ากับหมีในระหว่างตกปลาในลำธาร แล้วหมีจะเดินเข้ามาหาเราเพื่อแย่งปลาที่ติดเบ็ดไปกิน เขาก็จะให้ดึงสายเบ็ดให้ขาดไปก่อนหมีจะเข้ามาแย่งปลาเรา เพราะถ้าหากมันเรียนรู้ว่าหาปลากินง่ายๆ มันจะคอยเฝ้าเดินตามนักตกปลาซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
Alaskan Brown Bear ในขณะยืนขึ้นด้วยขาหลังตอนเดินข้ามน้ำลึก เมื่อยืนขึ้นสองขาจะมีความสูงถึง 3 เมตร ทำให้มันเป็นนักล่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 บนผืนแผ่นดินของโลก มีขนาดไล่เลี่ยกับหมีขาว (ส่วนนักล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Sperm Whale)

ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นแบบของการจัดการอุทยานแห่งชาติ การตกปลาเพื่อการกีฬาในอุทยานแห่งชาติเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ โดยแต่ละอุทยานแห่งชาตินั้นจะมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม และรายละเอียดในการจัดการแตกต่างกันไป บางแห่งก็ใช้ Fishing License ทั่วไปของรัฐที่ออกโดย Fish and Wildlife ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งในการจัดการออกใบอนุญาตควบคุมการตกปลาและล่าสัตว์ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Warden คอยดูแล หรือในบางอุทยานแห่งชาติก็จะออก License พิเศษเฉพาะของตนเองขึ้นมา เช่นที่ Yellowstone National Park การออก License นี้จะกำหนดสายพันธุ์ ขนาด และจำนวนของปลาที่เราเก็บได้ ในขณะที่บางสายพันธุ์ซึ่งเป็น Alien Species จะไม่มีการกำหนด แต่แนะนำให้เก็บมาทำอาหาร หรือแม้กระทั่งกำจัดออกไปไม่ให้มารบกวนสายพันธุ์ท้องถิ่น

สื่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องการจัดการอุทยานแห่งชาติของอเมริกา คือกฎทุกอย่างมีพื้นฐานมาจากการวิจัย และมีเหตุผลที่อธิบายได้ในทางวิทยาศาสตร์รองรับทุกอย่าง บางปีอาจจะมีการปรับเพิ่มหรือลดตัวเลข Bag Limit หรืออาจประกาศห้ามจับปลาบางสายพันธุ์ที่พบว่ามีจำนวนลดน้อยลง โดยไม่ใช้ความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้มีอำนาจในการออกกฎหมายเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ

สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ไม่ได้มีคำตอบว่าห้ามหรือปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ แต่การจัดการก็คือการหาพื้นที่ตรงกลางที่เป็นหัวใจของคำว่า การอนุรักษ์ ซึ่งแปลว่าการนำมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ

หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ผมก็แบกกล้องเดินไปตามเส้นทางเดินป่า ข้ามลำธารไปตามเส้นทางเดินป่า เพื่อไปเฝ้ารอดูหมีสีน้ำตาลในบริเวณ Viewing Platform ที่อยู่ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตรจากที่พัก ในช่วงเย็นวันนั้นหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ตัวหนึ่งพยายามวนเวียนไล่จับปลา Sockeye Salmon สีแดงสดที่ลอยตัวอยู่ในลำธารน้ำอยู่นานนับชั่วโมง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อลาสก้าในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์จะตกในช่วงราวๆ 4 – 5 ทุ่ม 

เราเฝ้ารอลุ้นให้หมีจับปลาแซลมอน จนลืมไปว่าอาหารเย็นที่ Lodge นั้นจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเวลา 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม ผมลืมดูเวลา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบ 3 ทุ่มเข้าไปแล้ว เป็นอันว่าวันแรกเราอดข้าวเย็นไปตามระเบียบ เพราะหลัง 2 ทุ่มเขาจะเก็บอาหารทุกอย่างตามกฎที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
บรรยากาศก่อนพลบค่ำ ในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม จากบนสะพานในบริเวณปากอ่าวของ Brooks Lake

เข้าวันที่สอง ผมเดินเข้าไปยังที่ทำการของ Lodge เพื่อติดต่อจ้างไกด์ตกปลาที่จะพาเราเดินตกปลาในลำธาร สำหรับที่ Katmai National Park and Preserve มีกฎเกณฑ์ในการตกปลาว่า จะต้องใช้อุปกรณ์ Fly Fishing เพื่อตกปลาเท่านั้น ห้ามใช้อุปกรณ์ในรูปแบบอื่น และปลาที่ตกได้ทุกตัวในเขตเหนือสะพานที่เข้ามาจากปากแม่น้ำขึ้นไปถึงต้นน้ำ จะต้องปล่อยกลับลงไปในน้ำทุกตัว

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
Fly Fishing เป็นกิจกรรมที่นิยมมากที่สุด รองลงไปจากการไปเฝ้าชมและถ่ายภาพพฤติกรรมของ Alaskan Brown Bear ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ Katmai

การออกเดินท่องลำน้ำตกปลาในลำธารกับไกด์เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม เพราะระหว่างที่เดินตกปลาในลำธารนั้น เราจะพบกับหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่เดินท่องน้ำเพื่อหาปลาเป็นปกติ บางครั้งไกด์ก็จะพาเราเดินผ่านหมีไปแบบหน้าตาเฉย ในระยะที่ห่างออกไปเพียงไม่ถึง 10 เมตรเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะเดินเข้าไป ไกด์กำชับว่าให้ทำตัวปกติ เดินตามหลังเขาไว้ และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าวิ่งเป็นอันขาด

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
ลูกหมีสีน้ำตาลเดินสวนมาบนทางเดิน ลูกหมีที่น่ารักมักจะขี้เล่นและขี้สงสัย ในบางครั้งอาจจะเดินเข้ามาหาคน และบางครั้งตัวแม่ก็มักจะวนเวียนอยู่ไม่ห่าง จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ให้พยายามหลีกเลี่ยงหมีแม่ลูกอ่อน แม้ว่าลูกหมีจะดูน่ารักแค่ไหนก็ตาม

ในลำธารแห่งนี้เต็มไปด้วยปลาแซลมอนหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Sockeye Salmon Pink Salmon และ Rainbow Trout แต่ปลาที่น่าสนใจมากที่สุดชนิดหนึ่งก็คือ Arctic Grayling ที่มีครีบหลังสวยงาม

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
Sockeye Salmon ในขณะที่กระโดดขึ้นมาบน Brooks Fall ในช่วงฤดูอพยพ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี

ช่วงเวลาที่ประทับใจผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมใช้เวลาช่วงเช้าในการตกปลา ช่วงบ่ายก็เดินไปเฝ้าหมีในบริเวณ Viewing Platform รับประทานอาหารเย็น ก่อนลงไปตกปลาจนมืดค่ำในเวลาประมาณ 4 ทุ่มจึงกลับมาที่ห้องพัก

สำหรับคนที่รักธรรมชาติแล้ว ผมคิดว่า Katmai ในช่วงฤดูร้อนนั้นคือประสบการณ์และความทรงจำ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของผมเลยทีเดียว

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

 

เรากำลังลอยตัวอยู่กลางทะเล น้ำเย็น 24 องศา แต่เราไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นนั้นสักเท่าไหร่ สมาธิจดจ้องและเพ่งสายตาไปยังเงาเลือนๆ 2 ก้อนที่ใต้น้ำเบื้องล่าง กว่าจะรู้ตัวเราก็เห็นวาฬหลังค่อมขนาดใหญ่ 2 ตัวว่ายตรงมาทางเราแล้ว ทันใดนั้น เวลาในสมองของเราก็เดินช้าลง เสี้ยววินาทีนี้ยาวนานเหมือนหลายนาที วาฬทั้งคู่หันหัวเบนเข็มออกทางขวาเพื่อให้เห็นเราได้ชัดขึ้น ใช่! เราไม่ได้คิดไปเอง วาฬตัวหน้าซึ่งอยู่ใกล้เรามากกว่าขยับลูกตาเหลือบขึ้นมามองเราในจังหวะที่กำลังว่ายผ่านเราไป

หัวใจเต้นแรง ปากขยับยิ้ม น้ำตาคลอเบ้า

ทันใดนั้นเราก็นึกขึ้นมาได้ถึงกล้องที่อยู่ในมือ นี่น่าจะเป็นไม่กี่ครั้งในชีวิตของการเป็นช่างภาพที่ลืมเรื่องการถ่ายภาพไปเกือบสนิท เรากดชัตเตอร์ไป 2 – 3 ภาพ ก่อนที่วาฬทั้งคู่จะลับสายตาไป

การสบตากับวาฬตัวแรกในชีวิตเป็นความทรงจำที่ไม่เคยลืม เข้าใจแล้วว่าวาฬไม่ใช่ปลา และทุกครั้งที่ย้อนกลับไปนึกถึง หัวใจก็ยังเต้นแรง และน้ำตาก็มาจ่อคลออยู่ทุกครั้งไป

วาฬหลังค่อมจะย้ายจากพื้นที่แถบขั้วโลกมาสู่เขตอบอุ่นทุกๆ ปีเพื่อจับคู่ เลี้ยงลูก และสังสรรค์ในหมู่วาฬ ประเทศตองกาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่วาฬเหล่านี้หลบมาพักร้อน ชื่อประเทศฟังดูคล้ายจะอยู่ในทวีปแอฟริกา แต่มันเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เลยออสเตรเลียออกไปทางขวามืออีก อยู่ใกล้ๆ กับฟิจิและซามัว

ช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่เราออกทะเลไปตามหาวาฬเกือบทุกวัน บางวันเราไม่เจอวาฬเลยสักตัว บางวันเราได้แต่มองพวกมันจากพื้นที่แห้งบนเรือ ถ้าหากพวกมันไม่พร้อมให้เราหย่อนตัวลงสู่โลกของมัน เราก็ต้องเคารพในกติกานั้น

ถ้าหากมีการประกวดนางงามจักรวาฬ วาฬหลังค่อมน่าจะได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพไปได้อย่างง่ายๆ ครีบอกของวาฬสายพันธุ์นี้โบกสะบัดพลิ้วไหวได้ดั่งแขนของนักบัลเลต์ ท่ากระโดดและทิ้งตัวลงน้ำของพวกมันพลิ้วไหวดูราวกับกำลังเต้นระบำ แถมพวกมันยังสามารถร้องเพลงได้

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

ท่าโดดที่พลิ้วไหวของวาฬหลังค่อม ดูราวกับนักเต้นกวาดแขนอย่างอ่อนช้อย

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

วาฬคู่แรกในชีวิตที่ได้สบตากัน

เรือที่เรานั่งมากำลังเร่งความเร็วไปสู่พื้นที่อ่าวเล็กๆ ที่นั่นมีวาฬที่กำลังร้องเพลงอยู่ เสียงเพลงของวาฬไม่ใช่เพลงแบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่มันมีโครงสร้างคล้ายเพลงของคนเราที่มีท่อนต้น ท่อนฮุก และท่อนจบ

เรือจอดลอยลำรออยู่นิ่งๆ ทุกคนบนเรือหยุดพูดคุยกัน เสียงลมและคลื่นทะเลเบาๆ โอบคลุมบรรยากาศ แทรกอยู่ท่ามกลางนั้นคือเสียงจางๆ ของเพลงวาฬลอยมา

เราเอาหูแนบตัวเรือเพื่อให้ได้ยินชัดขึ้น เสียงต่ำคล้ายกบร้องในโพรงไม้ สลับกับเสียงสูงที่คล้ายคนผิวปาก ปนอยู่กับเสียงคลื่นซัดกราบเรือ ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจว่าเรากำลังฟังอะไรอยู่ แต่ก็พอจะจับจังหวะของท่วงทำนองได้

เราไถลตัวลงไปในน้ำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง ท่วงทำนองที่เพิ่งได้ยินบนเรือตอนนี้ดังชัดเจนแล้ว ไม่มีเสียงคลื่นหรือเสียงลมเข้ามาแทรก เสียงเพลงของวาฬโอบล้อมตัวเราอยู่ถึงแม้เราจะยังมองไม่เห็นตัวเจ้าของเสียง ห่างออกไปไม่ไกลที่ความลึกประมาณ 10 เมตร วาฬหนุ่มนักร้องลอยตัวทิ่มหน้าลงพื้นนิ่ง เมื่อเราว่ายไปถึงและลอยตัวอยู่เหนือหนุ่มนักร้อง เสียงเพลงกระจายกังวาน ช่วงจังหวะเสียงเบสต่ำส่งความสั่นสะเทือนมาถึงตัวเรา แรงสั่นกระเพื่อมส่งไปสู่แก้วหู และหัวใจ

ไม่ใช่แค่ได้ยิน แต่เราสัมผัสได้ถึงเพลงวาฬ

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

วาฬนักร้องเสียงทองในจังหวะที่กำลังพักขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

กองหน้าของขบวนวาฬ 1 สาวและ 4 หนุ่มผู้ท้าชิงใจเธอ

ท้องฟ้ามืดครึ้ม ทะเลกำลังมีคลื่นโยน แรงกระเทือนจากคลื่นและเม็ดฝนที่สาดซัดรอบเรือปนเปกันไปหมด เสียงวิทยุสื่อสารจากเรือดูวาฬอีกลำแทรกเสียงฝนที่กำลังตกหนักมาในภาษาที่เราไม่เข้าใจ ในพื้นที่เกาะกลางทะเลเช่นนี้สภาพอากาศเป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ ฟ้าใสอาจกลายเป็นพายุได้ในเวลาไม่นาน เรือของเราวิ่งด้วยความเร็วไปสู่ฝูงวาฬที่เห็นอยู่ไม่ไกล ครีบหลังผลัดกันโผล่พ้นผิวน้ำ ครีบอกฟาดน้ำแตกกระจาย ทุกอย่างดูชุลมุนวุ่นวาย โทนี่ วู หัวหน้ากลุ่มของพวกเราตะโกนสู้เสียงลมฝนบอกให้เราเตรียมตัว เรากำลังจะได้เห็นงานเลือกคู่ของวาฬ

จุดศูนย์กลางของการเลือกคู่นี้คือวาฬตัวเมียตัวใหญ่ ตามมาด้วยวาฬตัวผู้อีก 5 ตัวขนาดต่างกัน ซึ่งแย่งกันเป็นตัวที่ถูกเลือก

เรือเร่งเครื่องไปดักทิศทางที่ฝูงวาฬกำลังมุ่งหน้าไป แล้วก็ปลดเกียร์ว่างปล่อยพวกเราโดดลงน้ำ ฝูงวาฬขนาดใหญ่กว่ารถบัส 6 ตัวว่ายผ่านเราไปหมดด้วยเวลาไม่กี่วินาที แล้วทุกคนก็ต้องปีนกลับขึ้นเรือให้เร็วที่สุดเพื่อที่จับขบวนวาฬให้ทันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการโดดน้ำผ่านไป 3 – 4 รอบ กลุ่มผู้นำที่คุมเกมเลือกคู่ตอนนี้เหลือเพียงตัวผู้ 2 ตัวที่ยังไม่ยอมแพ้กัน ด้านหลังไกลๆ ตามมาด้วยวาฬหนุ่มขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด พวกมันถูกทิ้งให้ว่ายตามอย่างผู้แพ้ที่ไร้จุดหมาย อีกหลายปีกว่าวัยรุ่นเหล่านี้จะขึ้นมาเป็นผู้นำด้านหน้าได้

ทุกอย่างไม่มีทางลัด ประสบการณ์มากับกาลเวลา

ผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดก็ดูเหมือนจะได้ผู้ชนะที่ชัดเจน วาฬวัยรุ่นด้านหลังตีจากไปหมดแล้ว เหลือเพียงคู่รักที่สงบลง เหมือนกับกำลังทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ชะลอความเร็วลง แต่บ่ายหน้าออกสู่ทะเลลึกทิ้งพวกเราไว้ด้านหลัง

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

ความชุลมุนก่อนการลงน้ำเพื่อเกาะขบวนวาฬเลือกคู่

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

ลูกวาฬว่ายกลับไปคลอเคลียแม่วาฬอยู่เสมอ เป็นสายใยที่ทำให้เราคิดถึงแม่ของเราเช่นกัน

4 ชั่วโมงแล้วที่เราจ้องมองออกไปที่ทะเลกว้างเพื่อมองหาวาฬ ทะเลที่เหมือนจะเต็มไปด้วยวาฬเมื่อวาน วันนี้กลับเงียบสนิท

ธรรมชาติช่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ก่อนหมดเวลาของวัน ไอน้ำสีเทา 2 กลุ่มก็โผล่ให้เห็นที่ระยะไกล ครีบหลัง 2 อันผลุบขึ้นตามมาไม่นาน อันหนึ่งเล็ก อันหนึ่งใหญ่กว่า

แม่ลูก!

แม่วาฬที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลนอนหลับนิ่งอยู่ที่ความลึกเบื้องล่าง ปล่อยลูกวาฬที่ยังมีพลังเหลือเฟือตามแบบฉบับของเด็กๆ ออกมาวิ่งเล่น ลูกวาฬว่ายวนมองดูพวกเราทีละคน แต่ยังคงรักษาระยะห่างจากพวกเรา การว่ายพุ่งเข้าหาเพียงเพราะความต้องการภาพถ่ายอาจจะทำลายขั้นตอนการสร้างความไว้ใจของวาฬกับเรา ความไม่เร่งร้อนของพวกเราเริ่มได้ผล ลูกวาฬลดระยะห่างลง เมื่อเราหยุดนิ่งลูกวาฬกลับเป็นฝ่ายเข้าหาแทน บางครั้งเข้าใกล้จนน่าตกใจ บางจังหวะเราต้องหันหลังว่ายหนี วาฬเด็กยังต้องฝึกฝนการว่ายน้ำ มันยังควบคุมทิศทางได้ไม่ดีเท่าวาฬที่โตแล้ว หากโดนชนเพียงเบาๆ มนุษย์อย่างเราอาจจะเจ็บหนัก

การว่ายดูคนสลับกับการว่ายอ้อนแม่วนไปอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเราสังเกตเห็นแม่วาฬขยับตัวช้า ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมาอย่างนิ่มนวล เหมือนเป็นเรือดำน้ำที่มีระบบขับเคลื่อนอย่างดี ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องหายใจ

เราลดกล้องในมือลง พยายามสบตากับแม่วาฬตัวใหญ่ พร้อมกับสงบสติผ่อนคลายร่างกายให้มากที่สุด เมื่อตาประสานกันในใจเราพูดออกไปว่า “สวัสดีแม่วาฬ ขอว่ายไปด้วยสักพักนะ”

ออกเดตกับนางงามจักรวาฬ ขวัญใจช่างภาพโลกใต้น้ำ

จังหวะสบตากับลูกวาฬ วาฬเด็กๆ ก็เหมือนลูกคน พลังงานในการเล่นซนมีอยู่อย่างมหาศาล

เราไม่รู้หรอกว่าแม่วาฬจะเข้าใจเราหรือเปล่า แต่สัตว์ใหญ่อย่างวาฬน่าจะรับรู้พลังบวกจากการคิดดีได้ แม่วาฬดูจะไม่มีปัญหากับการที่มนุษย์ตัวดำๆ ลอยตัวเป็นแมลงหวี่อยู่รอบๆ มันไม่ได้หอบลูกว่ายหนีเราไป พวกมันแบ่งผืนน้ำให้เราได้ใช้ร่วมกับพวกมัน

เวลาของเราหมดแล้ว โทนี่ส่งสัญญาณมือให้ทุกคนว่ายกลับเรือ เมื่อปีนขึ้นเรือเป็นครั้งสุดท้ายของทริป สิ่งที่คิดอย่างแรกคือ เราจะต้องกลับมาที่นี่อีก!

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load