ผมชะงักทันทีที่ได้ยินประโยคที่ว่า “เรารู้สึกเสียใจว่าทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่ข้ามมาฝั่งธนฯ ก็เดินสุดอยู่แค่รั้ววัดอรุณฯ”

สาเหตุหนึ่งคงเพราะว่านั่นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

แต่อีกสาเหตุหนึ่งคือเพราะว่าผมรับรู้ได้ทันทีถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของสองพี่น้องชาวธนบุรี นุ่ม-อมรรัตน์ ชูโต และ หนึม-กันยารัตน์ ชูโต ที่ต้องการสร้างสถานที่ซึ่งรวบรวมความภาคภูมิใจของฝั่งธนฯ เอาไว้ ขณะเดียวกันก็นำบรรยากาศบ้านอันอบอุ่นในวัยเด็กของพวกเขากลับมา

สถานที่นั้นคือ กาศยปี (Kasayapi)

โรงแรมบูทีกริมถนนอิสรภาพ ที่ให้บริการห้องพักแบบรายวัน แต่ให้บริการความอบอุ่นแบบรายเดือน

โรงแรมที่จะประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าธนบุรีไม่ได้มีดีแค่พระปรางค์วัดอรุณฯ!

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

ชื่อเสียงเรียงนาม

ตรงข้ามกับวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ใกล้กับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีอิสรภาพ คือที่ตั้งของโรงแรมกาศยปี

เราเดินผ่านประตูไม้กลางเก่ากลางใหม่ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าและแนวทางเดินที่ไม่กว้างนัก ทว่ามีพื้นที่มากพอจะปลูกต้นไม้ขนานไปได้ แม้เร็วกว่าเวลานัดหมายเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ก็ต้อนรับขับสู้ด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตรและคำทักทาย 

สองพี่น้องนำเราเดินผ่านบริเวณสวนของโรงแรม หยดน้ำที่ติดค้างอยู่บนใบไม้ในสวนและที่พื้นหญ้าพูดแทนได้ว่านี่คือช่วงเวลาไหนของปี เรานั่งลงบนชุดเก้าอี้ไม้ที่ใต้โถง ซึ่งขนาบด้วยสระว่ายน้ำสีฟ้าใสและสวนสีเขียวชอุ่ม แดดอ่อนๆ และลมเบาๆ ที่พัดมาในยามบ่าย ชวนให้นึกถึงบรรยากาศบ้านสวนที่ต่างจังหวัด

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

หลังจากดื่มน้ำเย็นๆ ที่ทั้งสองพี่น้องนำมาเสิร์ฟเพื่อดับกระหายเสร็จแล้ว ผมก็เริ่มบทสนทนาด้วยคำถามที่พยายามจินตนาการคำตอบมาหลายวัน 

“ชื่อ กาศยปี มาจากไหน”

“ชื่อคุณแม่” นุ่มเฉลยด้วยรอยยิ้มก่อนจะเสริมว่า “เพราะคุณแม่เป็นคนสร้างแรงบันดาลใจ”

นุ่มและหนึมสลับกันเล่าชีวประวัติโดยย่อของแม่ ผู้เป็นแรงบันดาลใจของพวกเขาให้เราฟังอย่างมีความสุข คุณแม่กาศยปีปลูกฝังพื้นฐานหลายๆ อย่างในชีวิตให้แก่พวกเธอ สตรีผู้มีอัธยาศัยดีท่านนี้ทำงานในบริษัทข้ามชาติ เธอมักแสดงความเอื้อเฟื้อด้วยการพาเพื่อนชาวต่างชาติมาทานข้าวและนอนค้างที่บ้านเสมอ ทั้งคู่จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปฏิสันถารด้วยมิตรจิตมิตรใจในฐานะเจ้าเรือน เป็นต้นว่า หลังมื้ออาหาร สองพี่น้องก็มักรับบทเป็นยุวมัคคุเทศก์ท้องถิ่นมือสมัครเล่น พาเพื่อนแม่ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในย่านนั้น 

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

กิจวัตรเช่นนี้ นอกจากจะทำให้สองพี่น้องได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปในตัวแล้ว ยังหล่อหลอมให้ทั้งคู่เป็นคนที่มีความมั่นใจ มีใจบริการ และรู้จักธนบุรีซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเธอเป็นอย่างดี

‘บ้าน’ ของนุ่มและหนึมในวัยเยาว์จึงเป็นสถานที่ที่อบอุ่นไปด้วยมิตรภาพ อบอวลไปด้วยชีวิตชีวาจากบรรดามิตรสหายที่แวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย และอบร่ำไปด้วยความสบายใจที่กระจายตัวอยู่ในทุกๆ มุมของบ้าน

อายุ

แม้บทสนทนาจะดำเนินไปได้ไม่นาน แต่อัธยาศัยที่ดีของทั้งคู่ก็ได้ทำลายกำแพงระหว่างเรา ผมจึงทราบว่าก่อนหน้านี้ ทั้งนุ่มและหนึมเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานของตนมาก เพราะตำแหน่งสุดท้ายของทั้งคู่ คือผู้บริหารระดับสูงฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทั้งที่เส้นทางสายอาชีพดูมั่นคงและไม่มีปัญหา ผมจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเกษียณก่อนวัย แล้วออกมาเปิดโรงแรม

“เราเป็นผู้บริหาร เราเห็นผู้บริหารหลายคนที่เกษียณไปแล้วเคว้ง เห็นวิถีแบบนั้นแล้วไม่อยากเป็น ความฝันที่อยากทำเริ่มมาจากอยากทำอะไรที่ไม่ต้องเป็นมนุษย์เงินเดือนไปจนเกษียณ แล้วคิดว่าสิ่งที่เราชอบและถนัดคือการดูแลคน เพราะเราทั้งคู่ทำงานฝ่ายบุคคลมา เราเข้าใจคน ชอบช่วยแก้ปัญหา แล้วคุณแม่ก็เป็นแรงบันดาลใจด้วยว่า ทั้งที่ทำงานออฟฟิศแท้ๆ นอกเวลายังพาเพื่อนมาบ้าน” นุ่มไขข้อข้องใจของผม

เมื่อโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่วางแผนสร้างส่วนต่อขยายข้ามมายังฝั่งธนบุรีชัดเจนขึ้น นุ่มและหนึมจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนบริเวณบ้านซึ่งเป็นที่ดินมรดกเก่าแก่ของตระกูล ที่ที่พวกเธอเกิดและโตมาด้วยความอบอุ่น ให้เป็นโรงแรมบูทีกที่จะนำบรรยากาศครั้งวัยเด็กของพวกเธอกลับมา ขณะเดียวกันก็ต้องการให้ความสะดวกสบายและเป็นกันเองแฝงอยู่ทั่วทุกบริเวณ คล้ายกับมานอนบ้านเพื่อน

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

วรรณะ

เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ หนึมจึงลาออกจากงานมาก่อน แล้วใช้ประสบการณ์ที่เคยทำงานมาหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการตลาด สำรวจตลาดและความต้องการของลูกค้าอย่างถี่ถ้วน จนระบุกลุ่มลูกค้าของกาศยปีได้อย่างชัดเจน แม้ว่าย่านนี้จะไม่ใช่ย่านท่องเที่ยว และโรงแรมบูทีกก็ดูจะเป็นที่ต้องการน้อยกว่าโฮสเทลมากๆ ก็ตาม

“เราสำรวจมาหมดแล้ว แล้วเห็นว่าแบบนี้ยังไม่มีใครทำ คือเราอยากทำแบบไฮเอนด์แต่ว่าไม่ต้องการห้าดาว เราศึกษาชัดเจนแล้ว เราเข้าใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บางคนเบื่อที่จะอยู่โรงแรมแบบเดิมๆ อยากออกมาหาประสบการณ์จริง สัมผัสวิถีชีวิตที่ไม่ปรุงแต่งของชุมชน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวด้วย คล้ายโฮมสเตย์ที่เว้นระยะและพื้นที่ให้แก่กันและกันไว้”

นุ่มและหนึมจะอีเมลไปหาลูกค้าเพื่อพูดคุยทำความรู้จักก่อน และสื่อสารให้เข้าใจว่ากาศยปีเป็นโรงแรมแบบไหน ทั้งคู่จะได้ปรับบริการของโรงแรมให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ว่าที่แขกของกาศยปีจึงต้องจองห้องพักล่วงหน้าเท่านั้น เพราะกาศยปีไม่รับแขกแบบ Walk-in ทำให้ประตูทางเข้าโรงแรมเป็นระบบคีย์การ์ดเพื่อความปลอดภัย ควบคู่ไปกับกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทุกระยะ

ความเป็นนักท่องเที่ยวตัวยงของนุ่มและหนึม ทำให้ทั้งคู่ใส่ความพิถีพิถันและความเข้าอกเข้าใจลงไปในกาศยปีตั้งแต่เริ่มคิดจะทำ

“พี่ทั้งสองคนเดินทางเยอะมาก เห็นอะไรมาหมดแล้ว แล้วที่สำคัญ พี่นุ่มเคยเป็นมัคคุเทศก์มาก่อน เลยเห็นว่าการท่องเที่ยวมันไม่สิ้นสุด เพราะประเทศเรามีเรื่องราวดีๆ เยอะ เพียงแต่ว่าจะจับกลุ่มลูกค้าถูกมั้ย ส่วนหนึ่งที่คิดว่าอยากทำธุรกิจนี้ คือพี่ยังไม่เห็นโอกาสของการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ยั่งยืน”

ทั้งคู่ตั้งใจแน่วแน่แต่แรกว่าจะใช้ชื่อโรงแรมตามชื่อของแม่ผู้เป็นแรงบันดาลใจ

ทั้งคู่ตั้งใจแน่วแน่เช่นกันว่าจะสร้างเพียง 10 ห้องพัก เพราะต้องการสร้างบรรยากาศโรงแรมให้เหมือนกับการนอนบ้านเพื่อน เช่นครั้งที่คุณแม่กาศยปีพาเพื่อนมาบ้าน

และทั้งคู่ก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะกำหนดธีมของห้องพักแต่ละห้อง ให้เป็นตัวแทนของแต่ละสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวธนบุรี

กาศยปีใช้เวลาเดินทางกว่า 3 ปี จากเพียงชื่อบนแผ่นกระดาษ สู่โรงแรมที่รวบรวมเอาความภาคภูมิใจแห่งฝั่งธนฯ เอาไว้

สุขะ

หลังจากเรานั่งคุยกันได้ครู่ใหญ่ เมื่อทั้งคู่อ่านอวัจนภาษาที่แสดงผ่านสีหน้าอันฉงนได้ว่าผมยังจินตนาการห้องพักที่ทั้งคู่พรรณนามาไม่ออก หนึมจึงลุกไปหยิบกุญแจแล้วเดินมาบอกเราว่า “เดี๋ยวพี่พาชมห้อง”

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

โชคดีที่วันนั้นกาศยปีไม่มีแขก เราจึงมีโอกาสสัมผัส 10 แลนด์มาร์กสำคัญของธนบุรีที่นุ่มและหนึมหยิบเอามาสอดแทรกผ่านองค์ประกอบต่างๆ ของห้องพักอย่างประณีต

เริ่มต้นที่ห้องพักริมสวนทั้งสามห้องที่ชั้น 1 ทั้งคู่หยิบลายกระเบื้องประดับพระปรางค์และภาพแถวยักษ์แบกฐานพระปรางค์มาตกแต่งห้องวัดอรุณฯ ใช้โคมไฟรูปหงส์และลายไทยที่ปรากฏบนเพดานพระอุโบสถที่ห้องวัดหงส์ฯ ส่วนห้องพระราชวังเดิม สองพี่น้องตกแต่งด้วยหน้าจั่วที่จำลองมาจากอาคารท้องพระโรง

ก่อนที่ผมจะทันสังเกต นุ่มและหนึมก็รีบอธิบายด้วยความภาคภูมิใจ ว่าตนตั้งใจออกแบบห้องพักชั้นนี้ให้ไม่มีขั้น พื้นเรียบสนิทไปจนถึงห้องน้ำ ซึ่งทำให้กว้าง มีราวจับ และมีอ่างล้างหน้าอยู่ไม่สูง ด้วยเข้าใจข้อกำจัดและความต้องการของแขกผู้สูงอายุหรือผู้ใช้วีลแชร์อย่างดี

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

ที่ปลายทางของโถงบันไดขึ้นชั้น 2 คือภาพเงาสะท้อนของพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่ดึงดูดให้เรารีบสาวเท้าก้าวขึ้นบันได แต่เมื่อไปถึงชานพัก ก็พบว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของขบวนเรือพระราชพิธีไปเสียแล้ว เพราะว่าที่ผนังทั้งด้านซ้ายและขวาตกแต่งด้วยกระบวนเรือหลวง ที่ล้วนกำลังบ่ายหน้าหน้าไปสู่พระปรางค์ที่อยู่สุดทางเดิน

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

แม้ว่าห้องพักจะใช้ธีมการตกแต่งเหมือนกัน แต่เราคาดเดาไม่ได้เลยว่าทั้งคู่จะพลิกแพลงให้อยู่ในรูปแบบไหน บางทีก็ใช้โคมไฟอย่างศิลปะในคริสต์ศาสนาที่ห้องโบสถ์ซางตาครู้ส ใช้โคมไฟสีเขียวคล้ายศิลปะในศาสนาอิสลามที่ห้องมัสยิดบางหลวง หรือใช้สีแดงและลวดลายในศิลปะจีนที่ห้องศาลเจ้าเกียนอันเกงหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี
กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

นอกจากนี้ ยังมีห้องวัดประยุรวงศาวาสฯ ห้องบ้านบุ ห้องหมู่บ้านศิลปิน และห้องพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี ที่มีรายละเอียดและเรื่องราวน่าสนใจไม่แพ้กัน นุ่มและหนึมบอกว่า เป็นความตั้งใจของพวกเขาเองที่อยากให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แทรกอยู่ในทุกๆ ห้องของกาศยปี ช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าพักอยากออกไปเยี่ยมชมสถานที่จริง เพื่อให้โรงแรมเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

เรื่องราวที่สอดแทรกอยู่ในห้องพักทั้งสิบนั้นไม่น้อย แต่การนำชมแต่ละห้องพร้อมแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไปด้วย กลับไม่รู้สึกว่าเหมือนทั้งคู่กำลังเลกเชอร์เราอยู่ แต่เป็นการวาดภาพธนบุรีที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ภาพนั้นทำให้เราเข้าใจในทันทีว่า อีกฟากของพระนครนั้นรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลายมากแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักธนบุรีไปแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้งแขกไทยแขกเทศประทับใจกาศยปีอย่างมากคืออาหารเช้า นุ่มและหนึมเลือกเสิร์ฟเป็นอาหารไทยที่แขกพิสูจน์ความดั้งเดิมได้ด้วยการออกไปจ่ายตลาดตอนเช้าด้วยกัน

“พี่มีความรู้สึกว่าอาหารเช้าที่พี่หามาเป็นอาหารจากชุมชน อยากให้แขกได้ลิ้มรสอาหารชุมชนแท้ๆ แล้วบอกเขาว่าถ้าอยากตามไปดูว่าอาหารไทยพวกนี้มาจากไหน ก็ตามพี่ออกไปได้ตอนเจ็ดโมงเช้า นั่นคือแหล่งอาหารของเราจริงๆ แขกก็สัมผัสได้ และเราไม่ได้บังคับ ส่วนใหญ่ที่ไปจะชอบมาก ตัวพี่เองเป็นนักท่องเที่ยว เวลาไปเที่ยว ถ้าเจ้าบ้านมีความเชี่ยวชาญและมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ พี่ก็จะประทับใจ พี่ว่าตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบ” 

พละ

ช่วงต้นปีที่ COVID-19 กำลังเริ่มระบาด ทั้งนุ่มและหนึมตัดสินใจปิดโรงแรมตั้งแต่ต้น และสื่อสารทำความเข้าใจกับแขกอย่างตรงไปตรงมาฉันมิตร เหมือนเพื่อนเตือนเพื่อน

“เราปรับตัวเร็ว ตอนเดือนมีนาคมเราปิดรับแล้ว แต่แขกก็ยังยืนยันจะมา เราเลยเขียนอีเมลตรงถึงแขกเลยว่าสถานการณ์โรคระบาดเป็นยังไง อธิบายเป็นประเด็นๆ จนเขาเข้าใจ และพยายามเตือนให้เขาเห็นถึงอันตรายของโรค สุดท้ายเขาก็ยอมยกเลิกทริป แต่แขกที่ติดค้างอยู่แล้วรอเที่ยวบินกลับ เราก็เต็มใจช่วยเขา และเขาก็ดูแลตัวเองดี ไม่ออกไปไหน เราคิดว่าแม้เราจะเป็นจุดเล็กๆ ของประเทศ ถ้ารับเขาเข้ามาแล้วเกิดติดเชื้อ มันก็ไม่คุ้ม สุดท้ายทุกฝ่ายก็มีความสุข เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

กาศยปี รร.ที่ได้แรงบันดาลใจจากแม่ ใช้ชื่อแม่ และจุบรรยากาศวัยเด็กของสองพี่น้องชาวธนบุรี

กาศยปีจึงพยายามหันมานำเสนอคำว่า Staycation ให้แพร่หลายในหมู่คนไทยมากขึ้น ใช่ว่าอยู่ประเทศไหนเมืองไหนแล้วจะเปลี่ยนบรรยากาศออกมาพักโรงแรมใกล้บ้านไม่ได้ ถ้าบ้านอยู่ฝั่งพระนครแล้ว อยากแพ็กกระเป๋านั่งเรือข้ามฟากมานอนฝั่งธนฯ สักคืนสองคืนก็ไม่ใช่เรื่องผิด

นอกจากนี้ กาศยปียังเปลี่ยนห้องพักบางส่วนเป็นแบบรายเดือน ให้เราได้นอนดื่มด่ำสัมผัสวิถีชีวิตของคนฝั่งธนบุรีกันแบบนานๆ ไปเลย

บทสนทนาระหว่างผมกับเจ้าของโรงแรมทั้งสองคนจบลงพร้อมกับหน้าที่ของพระอาทิตย์ในวันนั้น ตลอดช่วงบ่ายของวันช่างอบอุ่นคล้ายกับการไปเที่ยวบ้านเพื่อนจริงๆ แต่เพื่อนผู้นี้เป็นคนที่ภูมิใจในดีเอ็นเอของชาวธนบุรีเป็นพิเศษ และพวกเขาก็ยินดีเหลือเกินที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี หากใครต้องการจะมาเยี่ยมเยียนพวกเขาและธนบุรีบ้าง

กาศยปี (Kasayapi)

ที่ตั้ง : 102/1 ถนนอิสรภาพ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 10600 (แผนที่)

โทร : 0 2891 1191 

Facebook : Kasayapi

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographers

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

บ้านคะมะณา เป็นเกสต์เฮาส์ขนาดกะทัดรัดย่านหาดนาใต้ โดย เต๋า-ทรงพล ศักดาศักดิ์ สถาปนิกรุ่นใหม่ ผู้ตัดสินใจกลับไปปลุกบ้านเกิดของตัวเองให้มีชีวิตชีวา ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับชุมชนโคกกลอย

จากคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มาเป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ขนาดย่อมในพื้นที่ทางผ่านของจังหวัดพังงา (เป็นทางผ่านไปเขาหลัก เสม็ดนางชี และจังหวัดภูเก็ต) แต่การอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ได้ทำให้ที่พักแห่งนี้เงียบเหงา เพราะการมานอนหย่อนใจที่นี่ มีดีทั้งบรรยากาศและผู้คน เรื่องอาหารการกินก็หรอยไม่แพ้กัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

บริบทแวดล้อมเดิมของโคกกลอยเคยเป็นศูนย์รวมของคนขุดเหมือง ที่มักไปขุดหาแร่แถบทะเล คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน มีห้องแถวที่ซอยห้องแบ่งให้เช่า หน้าตาละม้ายคล้ายเมืองภูเก็ตขนาดย่อม

สิ่งที่หนุ่มพังงาคนนี้กำลังทำ เขาพยายามหยิบหัวใจของชุมชนบ้านเกิด ทั้งวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมที่เขาเห็น เขาอยู่ และเขาเคยชิน มาทำให้ชุมชนเกิดความภูมิใจ พื้นที่เล็ก ๆ นี้ก็เก๋ เท่ มีเสน่ห์ ไม่แพ้พื้นที่ไหน ๆ

แพ็กกระเป๋าลงใต้ ไปนอนเมืองสวยในหุบเขากันสักคืนสองคืนนะพี่บ่าว สาวนุ้ย ลุย!

คะ-มะ-ณา ที่เกิดจากการเดินทาง

โปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือของพี่สาวและแรงสนับสนุนจากคนทั้งบ้าน เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นห้องแถวของตระกูลคุณพ่อ มีขนาด 2 ชั้น ตัวบ้านอายุมากกว่า 60 ปี หน้ากว้างเกือบ 6 เมตร และถูกเปลี่ยนให้เป็นที่พักจำนวน 9 ห้อง คอร์ตกลางบ้านกลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะพูดคุยของผู้มาเยือนจากทั่วสารทิศ

เกสต์เฮาส์หลังนี้ เต๋านิยามการออกแบบว่า ‘ร้อนชื้นประยุกต์’ ด้วยความตั้งใจว่าอยากให้คุณพ่อและคุณแม่วัยเกษียณมีกิจกรรมทำยามว่าง และอยากเปลี่ยนพื้นที่ทำเลทางผ่านให้ไม่เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การมีทำเลที่ตั้งอยู่นอกศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นข้อเสียเปรียบของกิจการที่พัก ถ้าหากที่นี่ไม่ใช่จุดหมาย ก็เท่ากับว่าต้องสร้างบางอย่างขึ้นมา นี่เป็นแนวคิดแรกเริ่มในการปรับปรุงห้องแถวเก่าของครอบครัว เต๋ามุ่งหมายให้นักเดินทางมาเจอกันแบบตั้งใจ ไม่ใช่แค่ผ่านมาเจอ จึงเกิดเป็นชื่อบ้าน คะ-มะ-ณา

“คะมะณา มาจากคมนาคม เพราะคมนาคมคือการเดินทาง” เต๋ารวบรัดใจความสำคัญ

ร้อนชื้นประยุกต์

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

การออกแบบบ้านคะมะณาค่อนข้างอิงกับวิถีท้องถิ่น กลมกลืน ไม่ขาดและไม่เกิน หากถามว่าร้อนชื้นประยุกต์มีที่มาอย่างไร เต๋าเฉลยให้ฟังว่า ‘ร้อนชื้น’ มาจากสภาพภูมิอากาศของภาคใต้ ฝน 8 แดด 4 ส่วน ‘ประยุกต์’ เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นท้องถิ่นกับโครงสร้างการออกแบบร่วมสมัย หากใครไปพักคงสังเกตเห็น ‘เล่าเต๊ง’ ผสมอยู่กับดีไซน์ร่วมสมัยใหม่อย่างลงตัว เขานำไม้เก่าของบ้านหลังเดิมมาใช้ในการก่อสร้างด้วย เต๋าว่าเป็นไม้นาคบุตร มีเนื้อไม้สีแดง แข็งแรงทนทาน ปลวกเจาะไม่เข้า พี่บ่าวชาวใต้มักเอาไม้ชนิดนี้ไปทำด้ามพร้า

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก

ส่วนห้องพักมีทั้งหมด 9 ห้อง รองรับตั้งแต่นักเดินทางคนเดียว นักเดินทางเป็นคู่ นักเดินทางเป็นครอบครัว หรือเหมาเกสต์เฮาส์ยกหลัง (รองรับสมาชิก 20 คน) ก็ทำได้ ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

นอกจากรูปโฉมใหม่ สิ่งที่ยังเหลือไว้คือกลิ่นอายสถาปัตยกรรมของคนไทยเชื้อสายจีน บ้านคะมะณาจึงมี ‘ฉิ่มแจ้’ และ ‘จุ้ยตี๋’ พื้นที่โล่งกลางบ้านที่เคยมีบ่อเก็บน้ำและลานซักล้าง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง บ้านไม่อับ ไล่ความชื้น สุขภาพความเป็นอยู่ของคนในบ้านดีขึ้น เพราะบ้านไม่ร้อนไป ไม่ชื้นไป เต๋าว่าเป็นการออกแบบจากประสบการณ์การอยู่บ้านจริง ๆ ของคนสมัยก่อน โดยคอร์ตพื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับห้องพักขนาดกะทัดรัด 9 ห้อง ตามความตั้งใจของบ้านคะมะณา ที่อยากให้แขกออกมานั่งพบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน ตอนนี้แขกที่ใช้คอร์ตยังมีแค่ 10 – 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เต๋าตั้งใจถ่ายทอดไอเดียนี้จนกว่าพื้นที่ส่วนกลางจะคึกครื้นมีชีวิตชีวา

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

Welcome Fruit

นอกจากส่วนกลางของเกสต์เฮาส์ที่เหมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ บ้านคะมะณายังเตรียมพื้นที่ครัวไว้สำหรับแขกที่อยากทำอาหารเอง มีโต๊ะตัวยาวไว้นั่งทานอาหารด้วย ที่น่ารักมากคือ คุณแม่และคุณพ่อเตรียม ‘Welcome Fruit’ ผลไม้ไทยจากสวนไว้ต้อนรับ แขกไปใครมาก็ต้องประทับใจ นอกจากแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรของเจ้าบ้าน ผลไม้ที่จัดไว้ต้อนรับยังเป็นผลไม้เจ้าถิ่นตามฤดูกาล อย่างเงาะและมังคุด รับรองกินกันแบบจุใจ!

“เราไม่รู้ว่าแขกจะชอบมั้ย แต่ตั้งไว้ทีไร ก็หมดทุกที” เต๋าเล่าความน่ารักของแขกด้วยเสียงหัวเราะ

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4
นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

ลูกค้าของที่นี่เป็นชาวต่างชาติ Welcome Fruit จึงดึงดูดความสนใจจากผู้มาเยือนไม่น้อย ชิมแล้วอร่อยถูกใจก็หาซื้อมากินตาม ๆ กัน ตะกร้าผลไม้เล็ก ๆ นี้นอกจากช่วยอุดหนุนชาวบ้าน ยังเกิดการขับเคลื่อนในชุมชนด้วย

ไม่เพียงแค่ผลไม้ที่เจ้าบ้านคัดสรร ขนมนมเนยก็ไม่เคยขาด ทุกครั้งที่จ่ายตลาด คุณแม่ของเต๋ามักมีขนมติดไม้ติดมือมาวางบนโต๊ะเสมอ ชวนให้รู้สึกถึงความกันเองเหมือนอยู่บ้าน หากจะพูดว่าการมาพักผ่อนในบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนการมาหาเพื่อนสนิทก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่ต้อนรับทุกคนอย่างดี เหมือนลูกหลานที่กลับมาเยี่ยมบ้าน

อาหารเช้าจากชุมชน

หนุ่มพังงาเล่าวิถีฉบับพังงาให้เราฟังว่า คนที่นี่ตื่นเช้ามาต้องกินขนมจีน ไม่ก็ติ่มซำ ส่วนกลางวันกินเมนูง่าย ๆ ตกเย็นก็ล้อมวงทำกับข้าว น้ำชุบหยำ แกงส้ม ปลาทอด ลูกเนียง ลูกตอ อย่าให้ขาด พอตกดึกวัยคึกคักก็ชวนกันไปประจำการที่ร้านน้ำชาละแวกบ้าน สั่งโรตีกรอบ ๆ คู่กับชาร้อน ๆ เคล้าบทสนทนา พอได้ที่ก็แหลงกันหนุกหนัด!

เมื่อมีของดีล้อมรอบขนาดนี้ บ้านคะมะณาเลยอยากให้แขกออกไปสัมผัสวิถีชีวิตฉบับพังงา อุดหนุนร้านค้าชุมชน ลองนึกภาพว่า ตื่นเช้าไปกินติ่มซำ ตอนเย็นไปแฮงก์เอาต์กันที่ร้านน้ำชา แค่นี้ก็เป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่าแล้ว

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

“เราไม่ได้มองเกสต์เฮาส์นี้เป็นแค่ธุรกิจ ถ้าเราอยู่ได้ แต่ร้านรอบข้างอยู่ไม่ได้ ชุมชนอยู่ไม่ได้ มันก็เท่านั้น”

บ้านคะมะณาตั้งใจกระจายรายได้ให้คนในชุมชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การที่คนมาพักออกไปจับจ่ายสินค้าย่านนั้น นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายของเต๋า เพราะเกสต์เฮาส์หลังนี้ไม่อยากเติบโตเพียงลำพังโดยปราศจากมิตรสหาย แต่อยากเติบโตไปพร้อม ๆ กับลุง ป้า น้า อา ผู้เป็นเจ้าของร้านรวงขนาดจิ๋วในละแวกโคกกลอยด้วย

อีกเหตุผลในการทำโรงแรม เต๋าอยากให้ที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกให้กับนักเดินทาง การันตีว่านอนอุ่น กินอิ่ม ในราคาสบายกระเป๋า เขาจะดีใจมาก ๆ หากที่พักแห่งนี้เป็นมิตรกับผู้คน ชุมชน และนักเดินทาง

โคกกลอยที่มีลมหายใจ

บ้านเกิดในมุมมองของเต๋าคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ หน้าร้อนทะเลสวย หน้าฝนต้นไม้เขียวชอุ่ม เต๋าออกปากชวนและกาดอกจันให้เรามาเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝน จะได้สัมผัสกับความสดชื่นของพังงาอีกรูปแบบหนึ่ง

นอนเกสต์เฮาส์สุดอบอุ่นในบ้านสไตล์ไทย-จีน ย่านโคกกลอย-หาดนาใต้ จังหวัดพังงา หลงเสน่ห์ธรรมชาติ ผู้คน และฝน 8 แดด 4

หากถามว่าสถาปนิกที่หลงรักการท่องเที่ยวหันมาทำกิจการที่พักได้อย่างไร ก็คงเพราะ

“เราไม่อยากเห็นเมืองตายไป โดยไม่มีใครเข้ามาทำอะไรเลย เราลองเปิดประตูแง้ม ๆ เอาไว้ เผื่อมีคนกลับบ้านมาทำโปรเจกต์สนุก ๆ เราว่าการเกิดขึ้นของบ้านคะมะณาอาจช่วยได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้ามีคนเข้ามา มันเกิดกิจกรรม เกิดงาน เกิดรายได้ แค่นั้นก็พอจะทำให้เมืองมีลมหายใจขึ้นมาบ้าง เราอยากเห็นเมืองยังมีชีวิต”

บ้านคะมะณาเป็นจุดเริ่มต้นให้คนอยากกลับบ้านเห็นโอกาสในบ้านเกิดและเป็นโอกาสสำคัญให้ท้องถิ่นเติบโต จากการมีอยู่ของกิจการเล็ก ๆ แห่งนี้, อนาคต เต๋าหวังว่าจะมีกิจการจากเพื่อนใหม่ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดมากขึ้น

Baan kamana จ.พังงา เปลี่ยนห้องแถว 60 ปี เป็นเกสต์เฮาส์น่ารักที่ทำให้โคกกลอยคึกคัก
ภาพ : พราน มณีรัตน์

ก่อนบอกลากัน เต๋าทิ้งท้ายกับเราถึง ‘พังงา’ ไว้ว่า

“พังงา ถ้ารู้จักแล้วจะสนุก สนุกกับการดื่มด่ำธรรมชาติ ได้รีชาร์จพลังจากวันที่เหนื่อยล้า ถ้าอยากสัมผัสวิถีชุมชนไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อน บ้านคะมะณายินดีต้อนรับเสมอ พร้อมตะกร้าผลไม้สด ๆ และขนมอร่อย ๆ”

นี่คือคำเชิญชวนที่จริงใจที่สุดจากเจ้าบ้าน, แล้วทำไมจะไม่ตกหลุมรักบ้านคะมะณา

Baan kamana

ที่ตั้ง : เลขที่ 1/1 ถนนเพชรเกษม ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7278 8877

Facebook : Baan kamana

Writer

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

ปฐมพร รุยันต์

ช่างภาพอิสระชาวตะกั่วป่า หลงรักการโต้คลื่นและการท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าการถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load