เช้าตรู่ของวันหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ณ สนามบินคันไซ หญิงสองวัยกับเป้ใบเขื่องที่ตั้งใจจะตะลุยกิน เที่ยว และเสพวัฒนธรรมญี่ปุ่นฉบับแบกแพกเกอร์ ที่มาเยือนดินแดนอาทิตย์อุทัยเป็นครั้งแรก เมื่อคนหนึ่งเกิดในยุคดิจิทัลและอีกคนเกิดในยุคแอนะล็อก ความมั่นใจต่างสมัยส่งผลให้พวกเราเชื่อใจในไกด์นำทางที่ต่างกัน เมื่อเธอมั่นใจใน Google Maps ต่างกับฉันที่โตมากับยุคเฟื่องฟูของหนังสือไกด์บุ๊ก ในมือของเธอจึงเป็นสมาร์ทโฟน ส่วนฉันอุ่นใจกับหนังสือนำทาง 

สองไกด์นำเรามาถึงทางออกสถานีรถไฟเพื่อไปตั้งหลักยังเมืองเก่าเกียวโต

แต่ก่อนตะลุยเที่ยวตามแผนการที่วางไว้ เราก็สะดุดตากับไกด์นำทางใหม่ที่สถานีรถไฟ ซึ่งเป็นแผนที่ที่ทำไว้อย่างละเอียดจนแทบรู้สึกเหมือนกับว่า ‘ได้พกเพื่อนชาวญี่ปุ่นติดตัวไปด้วยทุกแห่ง’

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

มุ่งหน้าสู่เกียวโต : อาราชิยาม่า (Arashiyama) ป่าไผ่และชาเขียวแสนอร่อย

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

เมื่อไกด์ในมือ 3 สไตล์มีความเห็นพ้องกัน การเดินทางจากที่พักจึงเป็นไปด้วยความราบรื่น

ภาพใบไผ่ลู่ลมพัดปลิวไหว เหมือนที่เห็นจากโปสการ์ดวัยเด็ก คืออาราชิยาม่าที่เราตั้งใจมาในวันนี้ สัมผัสของความหนาวเย็นและกลิ่นของความสดชื่น คือสิ่งยืนยันว่าเรามาถึงที่นี่แล้ว 

ผู้คนมากมายยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเก็บความทรงจำอันประทับใจ เราอยากเต็มอิ่มกับสถานที่ให้มากที่สุด จึงค่อย ๆ เดินจนทั่ว หยุดดูความงามจากสีสันของดอกไม้ จนมาถึงริมแม่น้ำโฮซุกาวะ (Hozugawa River) เรานั่งละเลียดมองดูเรือที่พายผ่านไปอย่างช้า ๆ

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

เก็บแรง เติมพลัง พักขา แล้วค่อยออกเดินมาถึงถนนใหญ่ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงมากมายที่แวะลิ้มชิมอาหารได้ตลอดแนว และที่ยอดฮิตคงหนีไม่พ้นขนมหลากประเภทจากชาเชียว ทั้งเค้กขอนไม้ ช็อกโกแลต โมจิ แซนด์วิชคุกกี้ แต่ที่ทำให้เรากล้าฝ่าความหนาวเย็นเพื่อแลกกับประสบการณ์แห่งรสชาติในครั้งนี้ คือ ไอศกรีมแสนนุ่มละมุนทว่าหนักแน่นด้วยชาเขียวที่แทรกผ่านทุกอณูของเนื้อสัมผัส จนเกือบสำลักผงชาเชียวที่ออนทอปมา  

ความเข้มข้นของชาเชียว ทำให้เราต้องไปถึงเมืองอุจิ (Uji) จากสถานีรถไฟอุจิ เดินตรงไปไม่ไกลนักจะพบร้าน Nakamura Tokichi ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สามแยก บรรยากาศภายในมีลูกค้ามากมายตั้งตารอคอยมื้ออาหารแสนพิเศษ ภายใต้อากาศหนาวเย็นท่ามกลางละอองหิมะโปรย เมื่อถึงคิวสั่งอาหาร เราเลือกที่นั่งด้านในเพราะมีไออุ่น หลังจากดูเมนูซึ่งแน่นอนว่าเราเลือกจากรูปภาพตามเคมีที่ต้องกัน จนได้โซบะชาเขียวเส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปร้อนกลมกล่อม พร้อมเรียกความสดชื่นด้วยไอศกรีมชาเขียว โมจิ ถั่วแดงกวนที่เสิร์ฟมาในถ้วยไม้ไผ่เป็นของหวานตบท้าย

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

แสงในฤดูหนาวที่เข้ากันกับเรื่องเล่าจากไกด์บุ๊กถึงเมืองอุจิ ในฐานะต้นกำเนิดวรรณกรรมสุดแสนคลาสสิกของญี่ปุ่น เรียกร้องให้เดินทอดน่องไปชื่นชมประติมากรรมตามจุดต่าง ๆ ของเมือง น่าเสียดายที่เรามีเวลาเพียงได้ชมรูปปั้นหินของมุระซะกิ ชิกิบุ (Murasaki Shikibu) ผู้ประพันธ์นวนิยายระดับโลก ณ ริมน้ำอุจิ ก่อนลาเมืองเล็ก ๆ ที่งดงาม  

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

โกเบ : เยือนปราสาทนกกระยางขาว

ภายใต้ชื่อเสียงของจังหวัดเฮียวโงะที่เลื่องลือในความอร่อยของเนื้ออย่างโกเบ ยังมีปราสาทที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ปราสาทซึ่งงดงามที่สุดของญี่ปุ่น ความงามที่เย้ายวนของประสาทนกกระยางขาว หรือ ฮิเมจิ แม้ต้องเดินทางจากเกียวโตกว่า 2 ชั่วโมง ก็สร้างแรงดึงดูดให้เราต้องก้าวเท้าไปชื่นชม จากสถานีรถไฟฮิเมจิยังต้องเดินเท้าไปตามรอยของ Google Maps เป็นระยะทางถึง 1.4 กิโลเมตร

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

ปราสาทสีขาวสูงใหญ่ขนาดแหงนหน้าจนคอตั้งบ่า คล้ายกล่าวถ้อยคำเชื้อเชิญให้ขึ้นไปสำรวจโครงสร้างภายในที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้แบบดั้งเดิม มีทั้งชั้นวางอาวุธอย่างปืนและหอก ช่องขนาดเล็กสำหรับยิงปืนและธนู ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก แถมบริเวณกำแพงปราสาทยังมีช่องสำหรับปล่อยหินก้อนใหญ่ใส่ข้าศึกด้วย 

ความสูง 32 เมตรกับขั้นบันไดที่แสนชัน ทำให้กล้ามเนื้อขาถึงขั้นสั่นเกร็ง แต่การได้ลงมานั่งรับลมเย็นดูผู้คนพาสุนัขมาเดินเล่น โดยมีปราสาทฮิเมจิเป็นฉากหลังสลับกับมองเหรียญที่ระลึกในมือ อันเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งผู้พิชิตปราสาทฮิเมจิ พร้อม ๆ กับนั่งกินไอศกรีมหลากรสหลายแบบจากตู้กด ก็ทำให้ความล้าหดหายไป ก่อนท้องจะร้องเรียกให้ไปชิมสเต๊กชั้นเลิศแห่งเมืองโกเบ 

สองสาวแบกเป้ตะลุยเกียวโต โกเบ โอซาก้า กินเที่ยวตามรอยร้านอาหารใน Netflix

แม้การเดินทางจากฮิเมจิไปยังโกเบจะไม่ราบรื่นอย่างใจหวัง เพราะขณะที่เราตั้งใจอ่านจอแสดงเส้นทางในขบวนรถไฟ กลับพบว่ากำลังมุ่งหน้าไปผิดจุดหมาย จึงต้องตัดสินใจลงอย่างกระทันหัน Kasumigaoka สถานีขนาดเล็กไร้ผู้คน จึงมีความเงียบและที่นั่งอย่างเหลือเฟือให้เราได้ตั้งสติเปิด Google Maps ค้นหาเที่ยวรถไฟขบวนถัดไป 

โกเบยามเย็นคึกคักด้วยผู้คน ร้านอาหารและแสงไฟพร้อมความอร่อยชุ่มฉ่ำจากเนื้อสเต๊กชั้นดี แต่ก็ยังอดเสียดายไม่ได้ เมื่อเวลาอันจำกัดทำให้เราไม่ได้เลาะเล่นแถวอ่าวโกเบ เพราะแสงสีน้ำเงินเวิ้งว้างจากท้องฟ้ายามค่ำเป็นสีสันที่บอกเวลาว่า ‘แบกแพกเกอร์มือใหม่จงรุดหน้ากลับเกียวโตเถิดหนา’

โอซาก้า : รสชาติที่หลากหลาย

บ้านเรือนหนาแน่น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึง ‘โอซาก้า’ เมืองปลายทางที่เป็นตัวแทนแหล่งอาหาร จนได้รับการขนานนามให้เป็น ‘ครัวแห่งญี่ปุ่น’ ที่นำเราไปค้นหารสของอาหารและความเป็นชาติผ่านเรื่องเล่าในพิพิธภัณฑ์  

  • ตามรอย Netflix 

‘นักมายากลผู้ควบคุมไฟได้ดั่งใจ’ นิยามสั้น ๆ สุดประทับใจของ คุณลุงโทโย จากสารคดี Street Food : Asia (Osaka Episode) ของ Netflix ที่ทำให้เราตกหลุมรักทั้งอาหารและแนวคิดในการใช้ชีวิต จึงหมุดหมายให้เป็นหนึ่งในร้านที่จะทักทายทำความรู้จักกับลิ้นสัมผัสและกระเพาะอาหารของพวกเรา

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

เมื่อ Google สร้างเส้นทางคู่ขนานให้ชีวิตต้องมีทางเลือก เราทั้งคู่ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ไม่พลุกพล่าน ทำให้พบกับบรรยากาศที่ต่างออกไป ทั้งลัดเลาะคูคลองระบายน้ำ ลอดใต้สะพาน ผ่านร้านคาเฟ่แนวตะวันตก จนมาพบกับร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างทาง แต่แน่นขนัดด้วยผู้คนที่ต่อแถวเรียงราย ทำให้เรามั่นใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่ ๆ Izakaya Toyo 

กว่าชั่วโมงหลังต่อแถวริมถนน คิวค่อย ๆ ร่นเข้ามา เริ่มได้ยินเสียงคุณลุงโทโยสร้างสีสันให้ลูกค้าผ่านเสียงทักทายและรอยยิ้ม ทุกเปลวไฟที่โชนแสง ทุกเสียงเชียร์ที่กึกก้อง ทุกการเคลื่อนไหวด้วยมือเปล่าในการทำอาหาร จากลีลาอันเป็นธรรมชาติและใบหน้าแสนสุขของลุงโทโย ช่วยเสริมรสชาติวัตถุดิบที่สดใหม่ให้อร่อยล้ำมากยิ่งขึ้น

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

Uni Ikura Maguro ที่ได้กินในวันนี้จึงไม่ใช่แค่อาหาร หากแต่เป็นประตูเปิดไปสู่ร้าน Izakaya อันเป็นเสมือนโลกทั้งใบของชายสูงวัยที่ชื่อโทโย โลกที่เก็บรวบรวมทักษะเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่น มาถ่ายทอดให้เหล่านักชิมได้อิ่มและเพลิดเพลินไปกับความธรรมดาที่สุดแสนอร่อย

  • พิพิธภัณฑ์ที่ถูกสร้างให้มีชีวิต

ละเอียดอ่อน ซ่อนความหมาย พิพิธภัณฑ์สไตล์ญี่ปุ่นใน Osaka Museum of Housing and Living ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ภายในตึก Tenjimbashi-suji Shotengai  

บันไดพาเรามาสู่หน้าลิฟต์ของอาคารที่เงียบและอ้างว้าง ไม่มีความน่าดึงดูดใด ๆ จนเกิดท้อใจว่าจะได้อะไรกลับไปบ้าง ทว่าเมื่อลิฟต์เปิดขึ้นที่ชั้น 8 พนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสวมชุดกิโมโนประจำชาติ รอต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รอบตัวมีผู้คนคึกคักหลากหลายช่วงวัยทั้งชายและหญิง ทำให้ใจพองโตจนเกิดมั่นใจเดินไปซื้อตั๋ว

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

จุดเริ่มต้นเปิดรับเพื่อนใหม่ในนามของพิพิธภัณฑ์ต่างแดน สัมผัสการจำลองเมืองโอซาก้า พื้นที่จัดแสดงแบ่งเป็นตรอกซอกซอยที่มี 2 ซอยหลัก ต่างนำเรื่องราวความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตมาเล่าผ่านข้าวของเครื่องใช้ ร้านค้า ของขายและบ้านเรือนที่จำลองจากของจริง ผู้ชมจึงสนุกไปกับการทดลองเล่น หยิบ จับ สัมผัสบ้านยุคเก่าของญี่ปุ่น ดูห้องครัว ชมชุดหุ่นฟางสำหรับกันหนาว แต่นี่กลับไม่ใช่ไฮไลต์ เพราะความละเอียดอ่อนถูกซ่อนไว้ผ่านการล้อเล่นกับผัสสะอื่น ๆ อย่างแสงสีที่ค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยไปตามช่วงวัน 

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

ขณะเพลิดเพลินกับสิ่งจำลองต่าง ๆ กลับไม่รู้เลยว่า แสงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป จากยามเช้าสดใส กลางวันเจิดจ้า จนความมืดค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา สำหรับผู้ที่เคยมาเป็นครั้งแรกย่อมงุนงง มองตากันและเริ่มคิดหาทางกลับที่พัก ก่อนรีบออกจากห้องจัดแสดงได้ยินเสียงไก่ขันจึงฉุกคิดได้ว่า ‘เราโดนหลอกเข้าแล้ว’ จากความพลาดท่าเสียทีที่ไกด์บุ๊กไม่มีโอกาสส่งเสียงเตือน กลายเป็นเสียงหัวเราะและความครื้นเครง 

ก่อนพระจันทร์ขึ้นบนท้องฟ้า ฝูงนกน้อยบินผ่าน กลุ่มดาวเปล่งประกาย เมื่อตั้งหลักได้เราจึงคิดหาที่นั่งพร้อมเข้าไปในบ้านที่มีแสงไฟอบอุ่น สำรวจบรรยากาศภายใต้ความมืดสลัว ทุกอย่างรอบตัวนิ่งสนิท เสียงฝีเท้านักท่องเที่ยวจางหายไป กระทั่งเวลาผ่านไปสักระยะกว่าแสงสว่างจะมาเยือน พร้อมไก่ขันให้สัญญาณว่าวันใหม่มาถึงแล้ว เมื่อนั้นไฟในบ้านเริ่มดับลง นักท่องเที่ยวออกจากชายคาส่งเสียงพูดคุยส่งสัญญาณแห่งชีวิตให้กลับมาสู่ห้องจัดแสดงอีกครั้ง

ท่องเที่ยวภูมิภาคคันไซกับไกด์ 3 สไตล์ แผนที่ท้องถิ่นญี่ปุ่น หนังสือนำทาง และ Google Maps

เมื่อเสี้ยวหนึ่งของคันไซ ได้กลายมาเป็นเสี้ยวแห่งความทรงจำของเรา หลังไม่ได้ท่องเที่ยวนับแรมปี ความกระหายในการเดินทางทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเพื่อนนำเที่ยวต่างสมัย ทั้งเพื่อนรุ่นคลาสสิกอย่างไกด์บุ๊ก เพื่อนเรียลไทม์อย่าง Google Maps หรือเพื่อนพื้นถิ่นอย่างแผนที่แจกฟรีจากญี่ปุ่น ที่ร่วมตะลุยกันทุกที่จนกระดาษแทบละลาย และสุดท้ายเพื่อนร่วมแชร์ห้องพัก Angleli สาวนักบัญชีชาวฟิลิปปินส์ ผู้ชื่นชอบการเดินทางแบบลำพังที่มาพร้อมกระเป๋าลากใบโต เข้ามาเติมเต็มการท่องเที่ยวของเราให้ครบรส และความชื่นชอบในเมืองไทยของเธอ ทำให้หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ต้อนรับเพื่อนจากต่างแดนสักครั้งที่ Bangkok

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writers

โสภา ศรีสำราญ

ลูกหลานลาวครั่งที่พันพัวอยู่กับวงการอาหารและงานเขียนหลากแนว ชื่นชอบงานศิลปะ วัฒนธรรม รักการท่องเที่ยวและการตีสนิทกับผู้คนในทุกที่ที่ไปเยือน

สุธาสินี บุญเกิด

ชาวตะกั่วป่า จบประวัติศาสตร์ ไม่เคยสนใจดาราศาสตร์จนรู้จักพลูโต เข้าร้านกาแฟแต่สั่งโกโก้ ชอบเดินโต๋เต๋แวะชิมริมทาง ริอ่านปลูกผักกระถางสไตล์คนเมือง

Photographer

โสภา ศรีสำราญ

ลูกหลานลาวครั่งที่พันพัวอยู่กับวงการอาหารและงานเขียนหลากแนว ชื่นชอบงานศิลปะ วัฒนธรรม รักการท่องเที่ยวและการตีสนิทกับผู้คนในทุกที่ที่ไปเยือน

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 พฤศจิกายน 2565

ทริปนี้เริ่มต้นแบบง่าย ๆ คิดแค่ว่าเงินเยนกำลังตก ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นน่าจะเป็นการเที่ยวที่ประหยัดดี พอไม่มีแผนการละเอียด ก็เลยคิดว่าเอารถแบบค่ำไหนนอนนั่นไปก็สะดวกกว่าพยายามจองโรงแรมล่วงหน้า และนี่ไม่ใช่หนแรกที่เราเช่ารถที่เป็นบ้านในประเทศญี่ปุ่น 

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดสภาวะผู้คนหยุดเดินทาง เราเคยเช่ารถ RV ขับเที่ยวมาแล้วรอบหนึ่ง และพบว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จุดหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคนที่อยู่ร่วมกันบนรถ

ญี่ปุ่นมีบริการเช่ารถแคมปิ้งและ RV หลายรูปแบบ รอบนี้เราเลือกแบบมีเต็นท์อยู่บนหลังคา ด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 3 ข้อ ข้อแรก รถ RV นั้นถึงมีพื้นที่ใช้งานสะดวกสบาย แต่ว่าขนาดรถที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ขับเข้าตรอกซอกซอยหรือขึ้นเขาลำบาก อีกข้อคืออยากลองนอนเต็นท์บนหลังคารถ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับการปรับแต่งรถของตัวเองที่เมืองไทยทีหลัง และข้อสุดท้ายคือบริษัทรถเช่ามีอุปกรณ์เครื่องนอนและแคมปิ้งให้พร้อมทุกอย่าง ขนมาแต่เสื้อผ้าและใบขับขี่ก็พร้อมเดินทางได้เลย

สิ่งสำคัญพื้นฐาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
และประหยัดสุดสำหรับการขับรถเที่ยว

เพื่อความประหยัดขั้นสุด เราวางแผนนอนตามที่พักริมถนนซึ่งไม่ต้องเสียเงินค่านอน ในญี่ปุ่นที่จอดรถพักริมทางเหล่านี้เรียกว่า มิจิ โนะ เอกิ (Michi-no-Eki) เรียกสั้นๆ ว่า ‘มิจิ’ ในเวลากลางวัน ตามมิจิจะมีร้านขายอาหารและของที่ระลึกพื้นถิ่น บางแห่งใหญ่โตเหมือนห้าง บางแห่งก็เล็ก ๆ เงียบสงบ แต่สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือห้องน้ำสะอาด 24 ชั่วโมง ญี่ปุ่นมีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดเกินมาตรฐานอยู่เกือบทุกแห่ง ขนาดจุดที่ในรีวิวเขียนว่าห้องน้ำไม่สะอาดก็ยังเรียกว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

ข้อดีของการขับรถแคมปิ้งคือ ถ้ามีห้องน้ำสาธารณะตรงไหน เราก็จอดนอนตรงนั้นได้เลย คนเข้าป่าบ่อย ๆ อาจจะเถียงค้านในใจนิดหนึ่งว่า ถึงไม่มีห้องน้ำก็ทำธุระได้ แต่ญี่ปุ่นนั้นการทำธุระในป่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุผลของมารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวม จึงควรไปทำธุระเฉพาะตามพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เต็นท์ด้านบนรถเปิดออกรับวิวฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า

เรื่องต่อมาจากห้องน้ำคือการอาบน้ำ การมาเที่ยวญี่ปุ่นของเรา ไม่ว่ากิจกรรมหลักจะเป็นอะไร ก็ต้องจัดเวลาไปแวะออนเซ็นทุกครั้ง หลังจากวันยาวนานหรือวันที่อากาศหนาวเย็น พอได้แช่น้ำอุ่นตอนจบวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายเกลี้ยง การแช่น้ำแร่ช่วยรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมกับวันพรุ่งนี้ได้ดีมาก ๆ

ออนเซ็นแบบ Stand Alone ส่วนใหญ่ปิดประมาณ 1 ทุ่ม เรามักวางแผนแวะไปก่อนอาหารมื้อเย็น กิจวัตรประจำวันหลัง 4 โมงเย็นคือ เราจะเปิดแอปฯ รวบรวมที่ตั้งมิจิ ออนเซ็น และแคมป์ไซต์ เพื่อหาว่าจะไปอาบน้ำที่ไหน แล้วขับต่อไปนอนที่ไหนโดยไม่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งมุ่งสู่จุดท่องเที่ยวของวันต่อไป

โพรงกระต่ายของอลิซ

คุณลุค เจ้าของบริษัทรถเช่าถามเราว่า เจอบริษัทเขาได้อย่างไร เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และไม่ได้ทำการตลาดเท่าไหร่ เราตอบเขาไปอย่างติดตลกว่า พวกเรา Google เก่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง 

จุดท่องเที่ยวที่อยากไปผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการเสิร์ชกูเกิลดูอะไรต่อมิอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พอหาข้อมูลต่อก็พบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อยากไปเห็นด้วยตาเพิ่มอีก เรียกว่าตกลงไปในโพรงกระต่ายของอลิซอย่างเต็มตัว

คืนแรกพวกเรากะว่าจะไปหาที่นอนใกล้ออนเซ็นลิงขึ้นชื่อ แต่จะแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนแช่เท้าที่คุซัตสึ (Kusatsu) ก่อนสักนิด ด้วยความโอ้เอ้ของวันแรกและฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงคุซัตสึก็เย็นแล้ว เลยต้องปรับแผนใหม่ หาออนเซ็นดี ๆ หาข้าวอร่อย ๆ กิน แล้วขับรถออกไปหามิจิที่ไม่ไกลนอนแทน

เช้าวันต่อมาเส้นทางขึ้นเขาชิงะโคเก็น (Shiga Kogen) เป็นเส้นถนนที่เรากะว่าจะวิ่งผ่านชมวิวสวยไปเฉย ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจอดรถทุกจุดชมวิวข้างทาง ภูเขาลูกนี้เป็นจุดสูงสุดในเส้นทางที่วางแผนไว้ หญ้าสีเขียวสลับกับหินทรงแปลก ความสูงเหนือเมฆที่ปกคลุมเมืองด้านล่างจนมิดตลอดเส้นทางเหมือนเราอยู่คนละโลกกับพื้นที่เมื่อวาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางข้ามเขา Shiga Kogen เป็น Scenic Route ที่พวกเราต้องจอดแวะทุกจุดที่จอดได้

ในระหว่างแวะเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่คาเฟ่บนเขา เราหันไปเห็นโปสเตอร์การท่องเที่ยว Shiga Kogen เป็นรูปเสาโทริอิ (Torii) สีแดงริมทะเลสาบสีฟ้าสด เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะหาว่าสถานที่ในภาพอยู่ที่ไหน พร้อมจะเปลี่ยนแผนทันทีถ้าไม่ลำบากจนเกินไป เจ้ากูเกิลพาเราไหลลงโพรงกระต่ายอีกครั้งเพื่อพบว่า บนเขา Shiga Kogen มีเส้นทางเดินเขาสั้น ๆ น่าสนใจอยู่หลายเส้น และหนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากเราไปไม่กี่นาที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินเขาเส้นสั้น ๆ ของ Shiga Kogen เลยจุดสวยที่สุดของใบไม้แดงไปแล้ว

แผนเปลี่ยนอีกครั้ง ยังไม่มีใครหิว ไม่มีใครรีบไปไหน พวกเราจอดรถหยุดลงไปเดินสัมผัสธรรมชาติด้วยเท้าของเราเอง ด้านบนเขาอากาศเย็นมาถึงก่อนพื้นล่าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เหลือแต่กิ่ง ไม่ค่อยเห็นใบสีเหลืองสีแดงเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกมุมที่มองไปก็ยังดูสวยอยู่ดี

รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงมาพักใหญ่ แผนร่างของวันนี้มีหมุดท่องเที่ยวปักไว้ที่น้ำตกนะเอะนะ (Naena Waterfall) พวกเราตัดสินใจดิ่งไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย ร้านอาหารมีอยู่ร้านเดียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือเส้นหมี่ขาวที่ปล่อยไหลมากับสายน้ำ แต่เวลาของเราไหลไปหมดแล้ว เลยสั่งข้าวคนละชุด รีบกินแล้วรีบเดินไปน้ำตกทันที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางเดินในป่าปกคลุมด้วยไอหมอกละอองน้ำจากน้ำตกใหญ่ด้านใน ตรงจุดนี้ต่ำกว่าเส้นทางเขาด้านบน เป็นความสูงที่พอดีให้เราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่แท้จริง ทันทีที่มุมมองของต้นไม้เปิดออกให้เห็นน้ำตกอลังการ เราหยุดยืนตะลึง – นี่เราทะลุมาสู่โลกแห่งจินตนาการแล้วอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ตลาดฤดูใบไม้ร่วง

  เช้านี้เสียงหัวเราะและพูดคุยของกลุ่มแม่บ้านสูงอายุด้านนอกตัวรถปลุกให้เราตื่น กลุ่มคุณป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมแป้งทอด ห่างออกไปอีกนิดมีเต็นท์ขายแอปเปิ้ลผลใหญ่เกือบ 2 กำปั้น ใต้เต็นท์เดียวกันมีองุ่นสีสวยดูหวานฉ่ำวางขายด้วย สุดทางเดินเป็นร้านขายผัก คุณลุงหลายคนทยอยขับรถเข้ามาจอดส่งผัก ในร้านมีต้นหอมญี่ปุ่นอวบหนาและสูงเกือบเท่าตัวเรา มะเขือเทศสดน่ากิน ลูกพลับสุกวางเรียงราย และเห็ดหลากหลายชนิด

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

สิ่งที่ขึ้นชื่อของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากสีส้ม แดง เหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็เป็นฤดูที่มีผลไม้อร่อยให้กินมากมาย พวกเราแวะซื้อผักผลไม้หลายชนิด แวะซื้อเนื้อสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเพิ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต คืนนี้พวกเราจะทำอาหารกินเอง เพื่อเข้าถึงรสชาติของฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

 เข้าแคมป์ของจริง

รถ FJ Cruiser คันนี้ถูกปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการเข้าแคมป์เต็มที่ นอกจากเต็นท์ที่ติดอยู่ด้านบน ข้างขวากางกันสาดออกมาได้ ทางซ้ายกางออกมาเป็นห้องน้ำจำเป็น ท้ายรถมีตู้ลิ้นชัก 2 อัน เต็มไปด้วยเครื่องครัวสำหรับแคมปิ้ง จาน ชาม หม้อ กระทะ ไปจนเครื่องปรุงอาหารและหม้อต้มกาแฟ ตรงประตูหลังก็มีโต๊ะที่พับเก็บและเปิดออกได้ 

หลังจากนอนมิจิมาหลายคืน พวกเราตัดสินใจกันว่าต้องไปนอนแคมป์จริง ๆ เสียที ไม่ให้เสียคุณค่าของอุปกรณ์ท้ายรถ วันนี้เราตัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้จบเร็วขึ้นเพื่อไปถึงแคมป์กราวนด์ก่อนมืดจะได้มีเวลาตั้งแคมป์

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แสงแดดยามเย็นขับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงให้สวยขึ้นไปอีก

ช่วงฤดูนี้แสงอาทิตย์หมดวันเร็วกว่าบ้านเรา เวลา 4 โมงเย็น แสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว สองข้างทางของเส้นทางที่มุ่งไปแคมป์นั้นสวยเกินจริงมาก ๆ ใบไม้กำลังแดงเต็มที่ แสงแดดสีอุ่นขับสีของใบไม้ให้สดขึ้นไปอีก ตลอดเส้นถนนที่วิ่งลัดเลาะผ่านหุบเขา พวกเราผลัดกันส่งเสียงแทนคำว่า ’สวย’ จนกระทั่งหมดคำพูดและเงียบลง เพราะรู้ดีว่าพวกเรากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปด้วยกัน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แคมปิ้งกราวนด์ที่เอารถเข้ามาจอดได้ มีพื้นที่กว้างขวาง

  สตาฟของแคมป์กราวนด์ดูกังวลเมื่อเรามาถึง เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจกฎต่าง ๆ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน แคมป์กราวนด์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า และมีกฎการใช้พื้นที่ละเอียดยิบ เช่น ช่วงเวลาห้ามส่งเสียงดัง การแยกทิ้งขยะ การจุดไฟ ฯลฯ แต่พอพวกเราสื่อสารกันจนรู้เรื่อง จ่ายเงินค่าใช้พื้นที่เรียบร้อย คุณสตาฟก็ปล่อยให้เราขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ระบุไว้ พร้อมกับให้แอปเปิ้ลท้องถิ่นเป็นของฝาก 1 ลูก

แคมป์ที่เราเลือกมานอนเป็นจุดที่อยู่ติดริมน้ำเขื่อน คนส่วนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์เอาเรือคายัคมาด้วยเพื่อไปพายเรือในตอนเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกในแคมป์มีพื้นฐานทั่วไป อาคารซักล้างแยกออกจากพื้นที่แคมป์กราวนด์ ห้องน้ำสะดวกสบาย มีโถส้วมอุ่นและสายฉีดไฟฟ้า ที่แคมป์นี้มีน้ำอุ่นและห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคา 5 นาที 300 เยน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

พฤศจิกายนเป็นช่วงปลายของการตั้งแคมป์ เพราะอากาศเริ่มเย็นมาก แคมเปอร์ข้าง ๆ เราส่วนใหญ่หายเข้าไปจุดไฟทำอาหารในเต็นท์ที่มีผนังบังลม ส่วนพวกเรานั่งสู้อากาศหนาวด้านนอกด้วยการจุดไฟกองใหญ่ ฟืนไม้มีขายพร้อมให้ใช้งานในราคามัดละ 800 เยน จุดติดไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควันค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนไฟจากถ่านที่คุ้นเคยเวลาตั้งแคมป์ในไทย อาหารที่เราเตรียมมาเยอะกว่าที่จะกินได้หมด เลยเก็บส่วนที่เหลือไว้ในรถ ที่นี่ห้ามวางอาหารทิ้งไว้นอกเต็นท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะมีสัตว์ป่ามาบุกแคมป์ได้ อุณหภูมิสุดท้ายที่เรากดดูก่อนปีนเข้าเต็นท์อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส คืนนี้อากาศค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่หนาวที่สุดของทริป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
อาหารชาวแคมป์ อุด้งแกงกะหรี่หมู เต้าหู้ย่าง และมันญี่ปุ่นเผา

เส้นทางที่ซ่อนอยู่

พวกเรามาญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงหลายหน แต่ไม่เคยได้พบกับจังหวะพีกที่สุดของฤดูกาลแบบที่เมืองนี้ ณ เวลานี้เลย ก่อนหน้านี้เคยเห็นแบบที่เริ่มร่วงไปแล้วบ้าง หรือไม่ก็ยังไม่แดงพีกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาในการท่องเที่ยวที่ขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเรากะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

เช้านี้พวกเราเปลี่ยนใจตัดจุดท่องเที่ยวที่หามาตั้งแต่เมืองไทยทิ้ง เพราะอยากมองดูใบไม้สีแดงส้มในจังหวะที่สวยที่สุด ให้นานที่สุด

หลังอาหารเช้าและเก็บของออกจากแคมป์ เราขับรถไปทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างแคบ ถนนเลาะเลียบแม่น้ำสายเล็ก เส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Scenic Route ที่ดีเส้นหนึ่ง ในสมุดคู่มือแคมป์ที่ได้มาเมื่อวานเขียนบอกไว้ว่า ถ้าหาจุดจอดรถข้างถนนได้ให้จอดเลย แล้วเดินชมวิวข้างทางด้วยขาของเราเอง

ที่จอดรถอยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามแม่น้ำ สีแดงของใบไม้ริมน้ำกวักมือเรียกให้เราจอดรถลงไปเดิน จากที่จะเดินเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วไปดูอีกจุดหนึ่ง กลายเป็นการเดินปีนป่ายหินริมน้ำกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งสนุกและสวยงามทุกนาทีที่ผ่านไป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

ถึงเวลาสิ้นสุดเส้นทาง

คืนสุดท้ายเราจอดนอนที่มิจิอีกครั้ง หลังจากขับรถวนหาจุดที่เหมาะสมสักพัก จุดจอดรถที่ดีต้องไม่ใกล้กับคันอื่น ๆ เนื่องจากเราต้องกางบันไดขึ้นลงเต็นท์หลังคา จึงควรเลือกจุดริมสุดของช่องจอด เพื่อไม่ให้กินที่เข้าไปในช่องข้าง ๆ

มิจิสุดท้ายของคืนนี้อยู่หน้าสวนสาธารณะ เป็นมิจิที่เงียบสงบมาก มีรถจอดนอนก่อนหน้าเราเพียงคันเดียว มีกลิ่นมูลสัตว์ลอยมาจาง ๆ คุยกันว่าน่าจะเป็นกลิ่นขี้วัว เมื่อตื่นตอนเช้าจึงพบว่าที่นี่มีคอกแพะ ยามเช้าของวันสุดท้ายจึงเป็นการเดินเล่นกับแพะและแมวจรที่มีอยู่เต็มสวน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เจ้าถิ่นเฝ้ามิจิเล็ก ๆ ที่เราใช้เป็นที่นอนในคืนสุดท้าย

เรามีนัดกับคุณลุคเพื่อคืนรถตอนค่ำที่โตเกียว เส้นทางวกกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง แถวนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี ถึงแม้ว่าเราอยู่เที่ยวต่อหลังคืนรถอีก 3 วันก็ตาม แต่ไฮไลต์ของทริปผ่านไปแล้ว บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เข้าใกล้ตอนจบก่อตัวเกาะกินเป็นความเหงาแปลก ๆ

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อกลับเข้าสู่พื้นราบใกล้เมืองที่อากาศอุ่นกว่า ใบไม้แถวนี้ยังไม่ถึงจังหวะเปลี่ยนสี

พวกเราอ้อยอิ่งเก็บของออกจากรถ เอากระเป๋าลงทั้งหมดเพื่อให้พร้อมส่งรถคืน ในระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองก็เปิดไล่ดูรูปในโทรศัพท์มือถือ ฤดูกาลของที่นี่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีแดง น้ำตาล แล้วหิมะก็มาทำให้ทุกอย่างขาวโพลน เมื่อหิมะละลายทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกครั้ง 

ความเปลี่ยนแปลงที่มีให้เห็นในธรรมชาติตลอดเวลา สอนให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักอดทนรอช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะผ่านเข้ามาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load