ผลงานของ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี เจ้าของสตูดิโอออกแบบสิ่งทอ Kaniit.Textile เป็นสีสันและลวดลายที่หลายคนผ่านตาคุ้นเคยกันมาแล้วแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับแบรนด์เสื่อ PDM ในคอลเลกชัน NANN เสื่อพับรุ่น NIK-NIK ที่หยิบเอาทิวเขาจากจังหวัดน่านมาเก็บไว้บนเสื่อ หรือคอลเลกชัน Aamu ที่สื่อสารสีสันและลวดลายจากความประทับใจในแสงเหนือ ขนิษฐายังมาพร้อมกับบทบาทการเป็นนักออกแบบสิ่งทอที่ทำงานประจำอยู่ที่โครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปภัมภ์ เธอหยิบจับลายผ้าไทยและเอกลักษณ์ของชาวชาติพันธุ์มาสร้างสรรค์ผลงานเข้ากับเทคนิคใหม่ๆ เป็นลายผ้าที่บาลานซ์และให้ความสำคัญกับ ‘ดีไซน์ได้ ขายดีด้วย’ 

นิยามคำว่า ‘ออกแบบ’ สำหรับขนิษฐา จึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ เกิดเป็นงานศิลปะที่ใช้งานได้จริง และเธอมีเส้นด้ายเป็นวัตถุดิบตั้งต้น

กระบวนการคิดไม่จำเป็นต้องถักทอเป็นแถวหรือเส้นตรงเช่นไร ลวดลายที่เธอสรรค์สร้างบนพื้นที่แห่งการทดลองและเล่นสนุกไปกับมันก็เป็นเช่นนั้น เจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Textile and Fabric ปลายสายรอให้เราเข้าไปค้นวิธีคิด ฟังเบื้องหลังการทำงานที่ส่งให้เธอได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเจ้าของรางวัลสุดยอดนักออกแบบไทยอยู่นี่แล้ว

โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี Kaniit.Textile นักออกแบบสิ่งทอผู้เชื่อในการทดลองและลงมือทำ

กล้ากระโดดลงสนามที่ไม่คุ้นเคย

“ผิดก็ผิด ทำผิดก็โอเค กลายเป็นสิ่งที่ฝังเรามาจนถึงทุกวันนี้ว่า ทำเลย ลองเถอะ ผิดก็คือผิด ผิดก็รู้ว่าผิด แล้วค่อยเปลี่ยน มันก็ยังดี ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย” เธอเริ่มต้นเล่าวิธีการทำงานในแบบตัวเองอย่างออกรส

การเลือกไปเรียนต่อระดับปริญญาโทสาขา Textile Art and Design ที่ Aalto University ประเทศฟินแลนด์ สิ่งที่พบเจอจนนำพาไปสู่อาการตกใจ ก็คือการได้เจอกับระบบวิธีการคิดใหม่ ที่ทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นต่างมาพร้อมกับมุมมองแบบ ‘ลองทำเลย’ กันทั้งหมด โดยไม่มีกรอบ ไม่มีความกลัว ไม่มีข้อจำกัดว่าสิ่งนั้นๆ จะถูกหรือผิด

“พอเราไปเรียน Textile Art and Design ที่มีทั้งงานดีไซน์ งานในเชิงพาณิชย์ งานทางด้านแบบศิลปะ Abstract เปิดกว้างว่าแต่ละคนอยากทำอะไรก็เลือก ผลงานก็หลากหลาย

“มีเพื่อนอยากทำภาพซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแผล เรางงมาก แผลสดเนี่ยนะ แต่อาจารย์ก็สนับสนุนว่าถ้าอยากทำ ทำเลย เขาก็ไปทดลองทำขึ้นมา จนเราเห็นว่ามันทำได้จริงๆ”

โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี Kaniit.Textile นักออกแบบสิ่งทอผู้เชื่อในการทดลองและลงมือทำ
โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี Kaniit.Textile นักออกแบบสิ่งทอผู้เชื่อในการทดลองและลงมือทำ

ขนิษฐาย้อนมุมมองจากการได้เผชิญกับโลกคนละใบหลังเรียนปริญญาตรีจากภาควิชา Industrial Design คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งผ่านหลักสูตรที่ติดตั้งวิธีคิดแบบเชิงพาณิชย์ และติดอาวุธวิธีคิดงานออกแบบที่ครอบคลุมหลายสาขา ตั้งแต่กราฟิก เซรามิก ตกแต่งภายใน จนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำให้ขนิษฐามีพื้นฐานและความเข้าใจถึงวิธีคิดของโลกทั้งสองใบที่แตกต่าง และนำมาปรับให้เขากับจริตการทำงานของตัวเองให้เหมาะสมที่สุด

ผลงานวิทยานิพนธ์ เธอจึงเลือกลงเล่นในสนามที่ไม่คุ้นเคย อย่างการทำศิลปะอินสตอลเลชัน แม้จะคาดเดาผลลัพธ์ปลายทางไม่ได้ เมื่อโจทย์คือการสื่อสารแนวคิดที่ตัวผู้สร้างต้องการสื่อ ซึ่งถือเป็นโลกคนละใบกับการทำงานเชิงพาณิชย์ที่เคยคุ้น แต่ด้วยความรู้สึกอยากทดลองและใจสู้ ขนิษฐาจึงเริ่มก้าวแรกด้วยการตั้งโจทย์ง่ายๆ ว่า อยากจะสื่อ ‘สาร’ อะไร

ด้วยความโชคดีที่เพื่อนร่วมชั้นเรียนชาวฟินแลนด์ตั้งคำถามว่า “มาจากเมืองไทย เป็นเมืองพุทธ มีความเชื่อในเรื่องเวียนว่ายตายเกิดหรือเปล่า” คำถามที่เป็นเหมือนสปริงบอร์ดในการต่อยอดและได้สาระสำคัญของคำว่า ‘แก่นพุทธ’ ให้เธอหยิบมานำเสนอเพื่อสร้างความเข้าใจ และต่อยอดเป็นการฉายภาพรูปธรรมของคำว่า ‘การเปลี่ยนแปลง’ ให้เห็นชัดเจนขึ้น 

โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี Kaniit.Textile นักออกแบบสิ่งทอผู้เชื่อในการทดลองและลงมือทำ

“ใจความของงานคือการแสดงให้เห็นประสบการณ์ง่ายๆ ว่า การมองสิ่งเดียวกัน ถ้ายืนอยู่ต่างมุมมันก็จะเปลี่ยน ใช้วิธีการขึงเส้นด้ายที่ย้อมสีธรรมชาติทีละเส้น ทั้งหมดสิบหกชั้น นับเป็นพันกว่าเส้น บอกได้เลยว่านี่คือการฝึกมือและฝึกความอดทนของเรา ทางมหาวิทยาลัยนำงานชิ้นนี้ไปเป็นหนึ่งในตัวแทนผลงานศึกษา จัดแสดงในงาน Milan Design Week” เธอเล่าถึงผลงานที่สื่อสาระว่า ไม่มีอะไรคงอยู่ถาวร และทุกอย่างคือการเปลี่ยนแปลง 

และเมื่อความกล้าลองผิดลองถูกบวกกับอิสระในการตัดสินใจ จึงได้ผลลัพธ์เป็นมุมมองใหม่ ที่ผลักฝีมือการสร้างสรรค์ให้ไปไกลกว่าเดิม

จริงอยู่ ในทุกงานออกแบบมีแรงบันดาลใจเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่สำคัญ สำหรับขนิษฐา แรงบันดาลใจนั้นเปรียบเหมือน ‘จุดเปิดสวิตช์’ เท่านั้น เพราะตลอดทางของการสะสม สิ่งที่เห็นก็ได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมา ซึ่งในความเป็นจริง ตัวนักออกแบบไม่ได้เริ่มทำงานจากตรงนั้น แต่เป็นการต่อยอดที่เกิดจากการค้นหาแรงบันดาลใจอื่นๆ มาพัฒนากลายเป็นงาน

โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี Kaniit.Textile นักออกแบบสิ่งทอผู้เชื่อในการทดลองและลงมือทำ

“แรงบันดาลใจเป็นเหมือนถังข้อมูล (Database) ที่เกิดการจำเข้าไป เหมือนผ่านตาแล้วก็ถูกเก็บเข้าไปในหัว ไม่รู้ว่าจะดึงออกมาใช้เมื่อไหร่ สมมติถ้าทำงานตอนนี้ แล้วอยู่ๆ อาจไปจุดประกายแรงบันดาลใจที่เจอเมื่อสิบปีที่แล้วก็ได้ ทุกอย่างถูกเก็บเข้ามารอไว้ก่อน จนมีจังหวะที่เหมาะสม”

“แม้แต่กระทั่งตอนคิดงาน เราไม่สเก็ตช์เลยนะ เคยมีคนถามว่าวาดรูปบ้างไหม วาดโครงสร้างผ้าอันนี้ไหม ไม่ ไม่วาด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในหัว เหมือนเราดูเพ้อๆ นะ แต่เป็นการนึกภาพในหัวว่า งานน่าจะออกมาเป็นประมาณนี้ เมื่อคิดผสมๆ อยู่ในหัวแล้วก็ทำเลย พอทำก็พัฒนาไปเรื่อยๆ” เธออธิบายการทำงานที่ต่อยอดจากวิธีคิดลองทำเลยอีกครั้ง

เส้นสายคือสมดุล

จากการเรียนสาขา Industrial Design ที่แท้จริงแล้วเป็นการผสมผสานกันระหว่างความเป็นวิทยาศาสตร์กับศิลปะ นิยามคำว่า ‘การออกแบบ’ ของเธอจึงเป็นเรื่องของการหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างสองฝั่ง และเธอทำได้อย่างดีเยี่ยม ดังที่เห็นในฝีมือการออกแบบสารพัดลวดลายผ้า

“เราก็เหมือนสถาปนิกคนหนึ่ง แต่วัตถุดิบตั้งต้นของเราคือเส้นด้าย วิธีการเหมือนกัน แค่เปลี่ยนตัววัสดุกับนำข้อมูลเชิงเทคนิคมาใช้คนละแบบ เช่น เวลาสถาปนิกจะทำบ้าน ต้องเลือกวัสดุ เขาเลือกหินกรวด เบอร์ 1 2 3 เราเลือกเส้นด้ายเบอร์ 1 2 3 เขาเลือกโครงสร้าง วางคาน เราก็เลือกโครงสร้างในการทอว่าเราจะใช้อะไรทำ”

โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี Kaniit.Textile นักออกแบบสิ่งทอผู้เชื่อในการทดลองและลงมือทำ

ที่น่าสนใจ มุมมองการออกแบบของเธอยังถูกหล่อหลอมให้ ‘ดีไซน์ได้ ขายดีด้วย’ ทำให้ขนิษฐานึกถึงปัจจัยสำคัญอย่างความสามารถและกำลังในการผลิตผลงานออกแบบอยู่เสมอ 

จากแบบร่างนามธรรมในหัว สู่การส่งต่อให้โรงงานและเครื่องจักรที่จะต้องผลิตได้จริง ขายได้จริง ไม่อย่างนั้นแล้วประโยชน์จากการออกแบบจะไม่เกิด ความท้าทายจึงเป็นเรื่องของการบาลานซ์ระหว่างความคิดกับวิธีการทำงาน

“เราอาจจะคิดขั้นสุดเลย คิดแบบศิลปะสุดโต่ง คิดดีไซน์ในฝันเลยว่าอยากได้แบบนี้ แล้วค่อยจับไอเดียนั้นมาเจอกับเทคนิคที่มีความเป็นไปได้ว่าทำได้มากสุด สุดท้ายแล้วสิ่งนั้นก็จะค่อยๆ กลายเป็นงานศิลปะที่ทำได้จริง

“การดีไซน์ที่ดีไม่ได้จำเป็นต้องใช้วัสดุแพงที่สุด ใช้เทคนิคยากที่สุด แต่ต้องหาทางเลือกที่ดีที่สุด ณ ตอนนั้น หรือ ณ โจทย์นั้น” เธอย้ำ

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือผลงานที่หลายคนคุ้นตา อย่างลวดลายบนเสื่อ PDM คอลเลกชัน AAMU (อามู) มาจากคำศัพท์ว่า aamurusko (อามูรุสโกะ) ในภาษาฟินแลนด์ที่แปลว่าแสงเหนือ ขนิษฐาได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ PDM อย่าง ดิว-ดุลยพล ศรีจันทร์ และ แมน-แมนรัตน์ สวนศิลป์พงศ์ ด้วยการทดลองเพื่อตอบรับกับโจทย์ที่ได้มาอย่างเต็มที่

โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี Kaniit.Textile นักออกแบบสิ่งทอผู้เชื่อในการทดลองและลงมือทำ
คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี

สร้างลวดลายกราฟิกที่ดูธรรมชาติ สีสันที่ผสมกันอย่างน่าสนใจ แพทเทิร์นที่ซ่อนความเท่เอาไว้ไม่อยู่ ทั้งยังต้องคิดเรื่องการผลิตที่มีความท้าทาย คือทำให้ลอกเลียนแบบได้ยากไปพร้อมกัน

“เราทดลองในสิ่งที่ไม่เกินข้อจำกัดของแบรนด์ ซึ่งเป็นวิธีการของเราเหมือนกัน ถ้าบอกทำได้มากสุดสี่สี เราก็ทำที่สี่สี ขีดจำกัดถึงเท่าไหน เราก็ทำให้มันเต็มถึงเท่านั้น”

คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี

อัปเดตระบบปฏิบัติการ

“เราจะเลือกทำเฉพาะที่รู้สึกว่า อันนี้มันคือใจความสำคัญนะ แล้วเราจะประเมินได้เร็วขึ้น เหมือนอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS พออัปแล้วทุกอย่างจะเร็วขึ้น แล้วรู้เลยว่า อันนี้เป็น Bug (​​ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโปรแกรม) ไม่เอา”

นี่คือคำตอบเมื่อเราถามว่า ตลอดการทำงานกว่าสิบปี มีวิธีคิดส่วนไหนที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะที่จริงก็สงสัยอยู่ว่า นักออกแบบผู้ทำงานมาอย่างยาวนานจะมีอาการ ‘ชินมือ’ บ้างหรือไม่ อย่างการรู้สึกว่าทุกโจทย์จัดการได้ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสม และคิดกระบวนการลงมือทำตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างคล่องตัว 

คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี

“การมีประสบการณ์เยอะเป็นเรื่องดี แต่เราพยายามเป็น Beginner ในทุกๆ ขั้นตอน หรือเปิดกว้างมากขึ้น เราทำงานมาเยอะ ก็ต้องทำงานกับรุ่นน้องคนละเจเนอเรชัน สำคัญคือเราต้องฟังคนอื่นด้วย”

ความโชคดีอีกประการคือ ขนิษฐาได้ทำงานในโครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปภัมภ์ จึงมีโอกาสสร้างผลงานในพื้นที่ที่เปิดกว้าง และเปิดรับความเป็นไปได้ในการออกแบบ ไม่ว่าดีไซเนอร์จะมีโจทย์อยากทำผ้าแบบไหน ก็ยกมือเสนอได้โดยไม่มีข้อจำกัด เป็นพื้นที่แห่งการทดลองที่เรียกว่า ‘ทำงานไปด้วย ทดลองไปด้วย เล่นสนุกไปด้วย’

“เราเจอทีมที่ดี เจอ Creative Director ที่ส่งเสริมกัน พอเราสนุกปุ๊บ ก็อยากทำ อยากอัปเลเวลขึ้นไปอีก”

คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี
คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี
คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี

เมื่อความสามารถได้รับการรดน้ำ เติมปุ๋ยอย่างพอดี ผลงานก็เติบโตอย่างแข็งแรง ยิ่งเมื่อทำในนามขององค์กร ทุกชิ้นก็เป็นเหมือนหมุดหมายในการสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงและแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง เป็นโอกาสที่คนอื่นๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนและพัฒนาวิธีการสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนไอเดียเพื่อพัฒนาและต่อยอดไปไม่สิ้นสุด

คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี

ความเป็นไทยในสายตานักออกแบบไทย

สิ่งที่มาพร้อมกับตำแหน่งสุดยอดรางวัลนักออกแบบไทยนั้น ทำให้เราสงสัยว่า คำว่า ‘ความเป็นไทย’ นี้ยังมีความหมายในฐานะต้นทุนทางความคิดสร้างสรรค์ บนบริบทความเป็นปัจจุบันบ้างหรือเปล่า 

ขนิษฐาตอบด้วยการยกตัวอย่างโปรเจกต์ที่เธอมีโอกาสทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยโจทย์คือหาจุดตัดที่ลงตัวในการร่วมมือกันนั้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยที่ยังเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบฝรั่งเศสกับนักออกแบบไทย

“ตอนนั้นเราคิดไม่ออกว่าจะโชว์ความเป็นไทยอย่างไร เลยใช้วิธีการพาเขาไปเที่ยว ไปดูเมือง ไปตลาด ไปปากคลองตลาด ไปสำเพ็ง ไปเยาวราช”

ผลึกที่ตกได้จากการสำรวจความเป็นไทยผ่านเมืองกรุงเทพฯ คือ “ความแตกต่างที่เชื่อมต่อกันได้อย่างไม่สิ้นสุด” เธอเล่าว่า ความเคลื่อนไหวที่ยุ่งเหยิงแบบสำเพ็งหรือปากคลองตลาด เมื่อนั่งรถต่อมาอีก 10 นาทีก็เจอห้างสรรพสินค้าหรูหราใจกลางเมือง นั่นทำให้ได้ข้อสรุปว่า

 “ความเป็นไทยที่เป็นต้นทุนไม่ใช่เรื่องของความหลากหลาย แต่เป็นการขมวดอะไรก็ตามที่เอามาทำเป็นเรื่องเดียวกันได้ เนื่องจากเราไม่เคยถูกกดดัน ดังนั้น มันเลยทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้หมด จะจับอันนี้มาผสมอันนี้ก็ได้ วิธีคิดตามความเชื่อแบบไทยๆ เหมือนเป็นวิถีชีวิต หรือวิถีกระบวนการคิดแบบคนไทย ซึ่งจริงๆ อาจไม่จำเป็นต้องเป็นแบบ เป็นแถว เป็นเส้นตรง

“ในความเป็นไทยของเรา เราคิดว่ามันเป็นวิธีการจับมิกซ์แอนด์แมตช์ ที่บางทีไม่ต้องเข้ากันก็มีความเป็นไทย หมายถึงว่ามันเป็นระบบความเชื่อ ไม่ใช่สิ่งที่จับต้องยาก”

คุยกับ โน้ต-ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอไร้กรอบที่เชื่อในการลงมือทำ และสร้างสมดุลให้งานดีไซน์ขายดี

5 คำแนะนำถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากนักออกแบบสิ่งทอรุ่นพี่

01 อยากให้หาตัวเองให้เจอ 

ความหมายคือคล้ายๆ กับจุดยืนของตัวเอง ถ้าเราไม่รู้ว่าจุดยืนเราเป็นอะไร ให้เราค่อยๆ ตัดสิ่งที่เราไม่ชอบออกก่อน ดังนั้น ส่วนผสมของตัวเอง หมายถึง เราชอบอะไร เจอก็เก็บเข้ามา ค่อยๆ นำมาผสมและปรับมาเป็นจุดของเรา 

02 อยากให้ทุกคนทำหลายๆ อย่าง ลองหลายๆ อย่าง 

อย่าเลือกทำงานแบบที่ตัวเองเก่งอย่างเดียว ให้ลองไปอยู่ในบริบทอื่นๆ ที่เราไม่เคยทำ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานออกแบบก็ได้ ทำอย่างอื่นเลย เพราะว่าทุกอย่างที่เราทำ สุดท้ายมันจะกลายเป็นไอเดียได้ 

03 อยากให้เล่นเยอะ ๆ อย่าเครียด 

การเล่นหรือการทดลองสำคัญพอๆ กับตัวเนื้องาน เหมือนเลี้ยงเด็กก็ต้องให้เด็กเล่นเพื่อให้เขามีประสบการณ์ เพราะว่าทำอะไรก็ตาม ไอเดียจะอยู่ในทุกที่ แม้แต่การคิดบางอย่าง เราก็อาจจะนำมาจากของเล่นก็ได้ ของเล่นที่ถูกพัฒนา เชื่อมโยง คิดใหม่ ถูกรีอินเตอร์เฟสมาเป็นของใหม่

04 เวลาคิดงานหรือเวลาทำงาน อยากให้คิดให้เยอะที่สุด ให้รอบที่สุด ให้ครอบคลุมที่สุด 

เพราะว่าการคิดเยอะเป็นสิ่งที่ไม่เสียทรัพยากร คิดให้ได้ในทุกๆ มุม ทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น เพื่อที่เราจะได้ทำงานให้น้อยที่สุด ความหมายคือ ในความคิดของเรามันกลั่นกรองได้ ตัดตัวเลือกที่เราคิดแล้วว่าไม่ได้ออกไป ทำให้เราเสียทรัพยากรน้อยที่สุดตอนลงมือทำ แล้วจะทำให้คนอื่นที่ทำต่อจากเราทำงานง่ายมากขึ้น

05 ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง 

ถ้าเราคิดมาเยอะแล้ว แต่พอเราทำปุ๊บ หน้างานไม่โอเค เราต้องปรับนะ ไม่ใช่ดื้อ ถ้าเขาทำไม่ได้ เราก็ต้องปรับ ดังนั้น ทุกอย่างจะถูกปรับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดเวลา เหมือนเป็นการยอมรับตัวเองว่า ทุกอย่างที่เราคิดมันอาจไม่ได้ดีทั้งหมด แต่ทุกอย่างคือการที่เราต้องยืดหยุ่น ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นด้วย

Writer

กมลกานต์ โกศลกาญจน์

นักเขียนอิสระที่สนใจเรื่องงานออกแบบ สังคม และวัฒนธรรม ชื่นชอบการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะอยากเรียนรู้ในความแตกต่างที่หลากหลายของโลกใบนี้

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

The Cloud X  Designer of the Year

สุรชัย พุฒิกุลางกูร เป็นคนไทยอีกคนที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก

เขาเป็น illustrator หรือผู้สร้างภาพประกอบงานโฆษณา ผู้เป็นอันดับหนึ่งของโลกจากการจัดอันดับของนิตยสาร ARCHIVE 4 ปีติด

ถ้ามองในแง่การประกวด การได้รางวัลระดับ Gold เปรียบคล้ายๆ การสอบได้เกรด A ส่วนรางวัลกรังด์ปรีซ์คือการได้คะแนนท็อปในวิชานั้นๆ เขากวาดรางวัลกรังด์ปรีซ์ในเวทีใหญ่ของโลกมาแล้วเกือบครบ ขาดไปแค่เวทีเดียว เพราะเขาทำงานให้กับเอเจนซี่จากทุกทวีปทั่วโลก บนโลกใบนี้ไม่น่ามีใครได้รางวัลกรังด์ปรีซ์มากเท่านี้อีกแล้ว

สุรชัย พุฒิกุลางกูร
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

คำว่า illustrator ในวงการโฆษณาส่วนใหญ่หมายถึง นักวาดภาพ หรือนักรีทัช แต่สุรชัยเป็น illustrator ในความหมายล่าสุด คือผู้สร้างภาพทั้งหมดขึ้นจากคอมพิวเตอร์ หรือ Computer-generated imagery (CGI) ซึ่งเป็นการทำลายทุกข้อจำกัดในการรีทัชภาพ เพราะเขาสามารถสร้างภาพอะไรขึ้นก็ได้ และมันเหมือนจริงเสียจนเราคิดว่า มันคือภาพถ่าย

ล่าสุด สุรชัยเป็นเจ้าของรางวัล Honor Awards 2017 สาขา Illustration Design จากงาน Designer of the Year นั่นทำให้เรานัดพบเขาในวันนี้ที่สำนักงานของเขาซึ่งอยู่บนชั้นเพนต์เฮาส์ของตึกสูงกลางเมือง

ออฟฟิศที่น่าจะมีถ้วยรางวัลกรังด์ปรีซ์มากที่สุดในโลก

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

สุรชัยเรียนจบจากสาขาจิตรกรรม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาชอบและถนัดการวาดภาพแบบ Superrealistic หรือภาพที่เหมือนจริงจนดูไม่รู้ว่าเป็นภาพวาด เขาทำสิ่งนี้ได้ดีมาก แต่เขาไม่อยากเป็นศิลปิน

“ผมถามตัวเองตอนเรียนว่า เราชอบวาดรูป แต่ถ้าไม่อยากเป็นศิลปิน เราจะมีชีวิตอยู่ยังไง เราก็ต้องไปหาร่างทรงซึ่งมีสิ่งที่เราต้องการครบ ก็คืองานโฆษณา ผมชอบความคิดสร้างสรรค์ ชอบการแข่งขัน การทำงานในวงการโฆษณาทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ด้วยความกดดันจากลูกค้า ผมว่ามันสนุกกว่าการกดดันจากตัวเอง ผมอาจจะไม่ใช่ศิลปิน คุณจะเรียกผมว่าอะไรผมไม่สน แต่ผมมีความสุข ผมรักในสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ แค่นี้ก็พอแล้ว” สุรชัยย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการโฆษณา

งานโฆษณาของเขาอาจไม่ได้รับการยอมรับเท่างานไฟน์อาร์ต แต่ก็มีบางสิ่งที่สำคัญกว่านั้น

“คนส่วนใหญ่มักมองงานต่างๆ ว่ามีลำดับชั้น ผมเชื่อว่าทุกพีระมิดมียอดของมัน ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องไปอยู่บนยอดพีระมิดของคุณให้ได้ ถึงแม้ว่าพีระมิดของผมอาจจะเล็กกว่าคนอื่น ต่ำชั้นกว่าคนอื่น ผมก็ไม่สนใจ” ชายผู้ยืนอยู่บนยอดพีระมิดกล่าว

บางคนอาจคิดว่าเขาโชคดีที่วางมือจากการสร้างภาพแบบ Superrealistic ด้วยพู่กัน มาใช้เมาส์ก่อนคนอื่น แต่นั่นอาจจะไม่ใช่โชค

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

“ผมสนใจวิวัฒนาการของเครื่องมือที่ศิลปินใช้ มันเริ่มจากฝุ่น สีน้ำมัน สีอะคริลิก พู่กันลม จนมาถึงเครื่องมือใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องมือเปลี่ยน เราก็ต้องตามโลกให้ทัน ผมยังสนใจสิ่งเดิมนะ คือ Superrealistic เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องมือเท่านั้นเอง ถ้าใช้เครื่องมือถูกต้อง ย่อมทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” สุรชัยเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาหัดใช้คอมพิวเตอร์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนตอนเรียนที่ญี่ปุ่น

สุรชัยเปิดบริษัท Illusion เมื่อปี 2001 ด้วยความตั้งใจจะทำงาน CGI แต่ช่วงแรกต้องเริ่มจากงานรีทัชก่อน กว่าทุกอย่างจะเป็นใจให้เขาได้ทำงาน CGI เต็มตัวก็ปี 2011 กับงาน Heaven and Hell ของกระเป๋า Samsonite ถือเป็นการแจ้งเกิดการเป็นคนทำ CGI ได้งดงาม เพราะเป็นงานนี้ได้รับรางวัลมากที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์โฆษณาโลก

“งานโฆษณาเป็นงานประกวดไอเดีย ภาพที่ใช้เล่าไอเดียมักเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าเราทำภาพที่ไม่เคยมีอยู่จริงมาก่อนให้เหมือนจริงได้ งานจะมีพลังมาก” ผู้ก่อตั้งบริษัท Illusion เล่าความพิเศษของงาน CGI สำหรับโฆษณา

“ถ้าคุณเป็นศิลปิน คุณวาดภาพสิ่งที่อยู่ในหัวคุณออกมา แต่งานของผมคือการวาดภาพที่อยู่ในหัวของครีเอทีฟ คนที่มาจ้างเราเขามีภาพอยู่ในหัวของเขาอยู่แล้ว เราต้องมองเข้าไปในหัวเขาว่า ภาพนั้นคืออะไร แล้วทำออกมาให้ตรง เหมือนซื้อหวย แต่ต้องถูกทุกงวด” สุรชัยหัวเราะเสียงดัง

“แล้วก็ต้องทำให้เกินกว่าสิ่งที่เขาคาดหวัง นี่คือความสนุกของงานของผม”

เขาเล่าต่อว่า งานสร้างภาพของเขาไม่ใช่แค่ทำให้เหมือน แต่ต้องออกแบบทุกอย่าง ต้องลดทอนความเหมือนจริงบางอย่างลง ต้องเพิ่มความเหมือนจริงบางอย่างขึ้น เพื่อทำให้ไอเดียโดดเด่น และยังมีความงาม

จุดเด่นข้อหนึ่งที่ครีเอทีฟชั้นยอดของโลกชื่นชมงานของสุรชัยมากก็คือ งานของเขาละเอียดมาก อย่างที่ไม่มีใครเขาทำขนาดนี้

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

“ผมเรียกว่า ทฤษฎีความสุขระดับตารางนิ้ว เป็นการทำงานในระดับ super close-up ที่ซูมเข้าไป 4 เท่า ก็ยังเห็นรายละเอียด ผมเชื่อว่าถ้าซูมเข้าไปขนาดนั้นแล้วยังเหมือนจริง เวลาที่เราถอยออกมามองมันก็จะยิ่งเหมือนจริง ถ้าอยากให้งานมีพลัง ก็ต้องใส่ความสุขในการทำงานลงไป สิ่งที่คนเห็นจะไม่ใช่แค่ความเหมือนจริง แต่เป็นความตะลึงในรายละเอียด” สุรชัยเว้นจังหวะลับมีดโกน

“สิ่งที่เราใส่ลงไปในงานไม่ใช่รายละเอียด แต่มันคือความรักในสิ่งที่ทำ นี่แหละ คุณค่าของงานออกแบบ”

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนตลอดเวลา ผู้ชายวัย 50 คนนี้ต้องตามเทคโนโลยีตลอดเวลาเช่นนั้น

“มันเป็นลักษณะเฉพาะของผมอยู่แล้ว ผมชอบการแข่งขัน ชอบการค้นคว้า คนอาจจะมองว่าคนอายุห้าสิบกว่าคงเรียนรู้อะไรใหม่ยาก แต่ผมไม่ได้มองว่ายาก ผมแค่เรียนรู้เครื่องมือใหม่เท่านั้นเอง เรื่องที่ผมทำเป็นเรื่องเดิม ถ้าเราสนุกกับมัน มันจะไม่ยากเลย”

สิ่งที่สุรชัยกำลังสนุกในตอนนี้ไม่ได้มีแค่การทำภาพนิ่งให้เหมือนจริงเท่านั้น แต่เขากำลังสนใจการออกแบบโลกเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR)

“สิ่งที่ผมสนใจคือ Superrealistic ผมเชื่อว่าศิลปินทุกยุคทุกสมัยพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เหมือนจริงมากๆ เพื่อทำให้คนเชื่อว่าเป็นของจริง เพียงแต่จะเกิดกับคอนเทนต์แบบไหนเท่านั้นเอง ต่อไป VR จะเป็นศูนย์รวมความรู้ด้านเหมือนจริงทั้งหมด จะทำให้คนเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เราไม่รู้ว่ามันคือความจริงหรือความฝัน สภาวะแบบนี้แหละที่ผมสนใจ”

สุรชัยยอมรับว่าเขาคงไม่ได้เริ่มทำงาน VR ในเร็วๆ นี้ แต่เขาจะไปถึงสิ่งนั้นแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

Rules of Design

1. Study

เมื่อได้โจทย์มาเราต้องทำความเข้าใจโจทย์ ทำความเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดที่เราจะสร้าง เราต้องศึกษาทำความรู้จัก ทำความเข้าใจให้เยอะ

2. Beauty

ภาพประกอบงานโฆษณาต้องมีความงาม มันคือเสน่ห์ที่จะดึงดูดคน เราไม่ได้ทำสารคดี เราต้องใช้ความรู้ทางศิลปะมาทำให้ภาพงาม ไม่ใช่มีแต่ความถูกต้อง ถึงจะเป็น Superrealistic ก็มีความงามแบบของมัน

3. Idea

หน้าที่หลักของเราคือ ทำไอเดียหลักให้โดดเด่น เข้าใจได้ชัดเจน ภาพต้องไม่สวยเกินไอเดีย เราต้องรักษาสมดุลระหว่างความถูกต้อง ความงาม และไอเดีย

4. Masterpiece

งานชิ้นนั้นต้องมีชีวิตอยู่ยาวนาน ถึงพรินต์แอดจะมีอายุใช้งานอยู่แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่สำหรับผมมันต้องคงอยู่ เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจ ให้คนรุ่นต่อไปที่อยากทำงานแนวนี้ สิ่งที่จะต่อชีวิตมันได้ก็คือ เราต้องใส่ใจลงไปในงาน

My Favorite Works

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Heaven and Hell
สินค้า / บริการ: Samsonite
เอเจนซี่: JWT China
ปี: 2011

“ผมไม่ได้เลือกงานชิ้นนี้เพราะแค่ประสบความสำเร็จ แต่มันยังบอกว่าเราเป็น CGI 100 เปอร์เซนต์ ตอนแรกครีเอทีฟบรีฟว่าอยากให้ผู้ชายในรูปเป็นคนจริง แต่ผมบอกว่าถ้ามีคนผมไม่ทำ ผมจะทำ CGI ทั้งหมด นี่เป็นงานที่ผมมั่นใจว่าจะทำให้เห็นว่าเราสามารถมาทางนี้ได้”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Pig  and Lamb
สินค้า / บริการ: Sunlight
เอเจนซี่: Lowe Thailand
ปี: 2013

“งานชิ้นนี้ทำให้เรามั่นใจในทางที่เราเดินมากขึ้น การทำ CGI ยากที่สุดตรงการทำสิ่งมีชีวิต โจทย์นี้มันท้าทายเรา มันเป็นโอกาสที่ทำให้เราพัฒนาขึ้นกว่าเดิม และพาเราไปไกลกว่าเดิม งานนี้ประสบความสำเร็จมากในแง่รางวัล”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Tiger / Shark / Rhino
สินค้า / บริการ: WWF
เอเจนซี่: Leo Burnett, Australia
ปี: 2014

“สิ่งที่อยู่ในใจผมก็คือ กลัวว่าวันหนึ่งจะมีคนจ้างให้เราทำสิ่งที่เราทำไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมพยายามศึกษาและพัฒนาทีมให้ทำได้มากกว่าสิ่งที่เราทำได้ พอเราทำสัตว์ได้ ก็มีคนจ้างให้เราทำภาพคน ครีเอทีฟจากออสเตรเลียบอกว่ามีไอเดียแบบนี้ ให้ผมทำคนเป็นเหมือนซอมบี้ก็ได้จะได้ง่ายหน่อย พอทำไปเร่ิมเหมือนคน เขาก็พยายามผลักเราให้งานไปไกลกว่านั้น นี่คือข้อดีของวงการโฆษณา ถ้าเราชอบแล้วแต่เขายังไม่ชอบ แปลว่าเขาเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น เราต้องเรียนรู้มากขึ้น งานนี้คือมาสเตอร์พีซในมุมของผม เพราะเราได้พัฒนาทักษะไปถึงจุดที่เราไม่เคยไปถึง แล้วก็เติมเต็มความคาดหวังของลูกค้าด้วย”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: UK / Germany / Holland / Italy / Scotland / Sweden
สินค้า / บริการ: 28 Too Many
เอเจนซี่: Ogilvy & Mather UK
ปี: 2015

“โอกิลวี่บรีฟว่า เขาต้องการให้เราทำงานระดับโกลด์คานส์ เขาคาดหวังงานขนาดนั้น เขาส่งเลย์เอาต์มาให้ดู เป็นภาพที่เขาถ่ายธงที่เย็บมาแล้วรีทัช เลย์เอาต์ใกล้เคียงกันกับตอนเสร็จแล้วมาก สิ่งที่ต่างไปคือ เขาไม่สามารถทำภาพให้ดูแล้วรู้สึกได้ พอโคลสอัพเข้าไปดูธง จะเห็นว่ารีทัชแล้วลายผ้าไม่ไปด้วยกัน รอยยับย่นก็ควบคุมไม่ได้ แต่พอเราปั้นขึ้นมาจะให้ย่นตรงไหนก็ได้ รอยขาด รอยเก่า คราบเลือด ใส่ในจุดที่ต้องการได้หมด โจทย์นี้ไม่ยากในแง่ทักษะ แต่ยากตรงการตีความว่า ทำยังไงถึงน่ากลัว แต่ไม่มากไป และมีความงามน่าดึงดูด”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Into HBO
สินค้า / บริการ: HBO
เอเจนซี่: Droga5, New York, USA
ปี: 2016

“งานนี้ไม่มีอะไรมาก แต่บอกถึงความสุขระดับตารางนิ้วได้ชัดเจนที่สุด โจทย์คือทำบิลบอร์ดที่มองไกลๆ เหมือนภาพซ่าๆ ในช่วงอินโทรของ HBO แต่ซูมเข้าไปดูจะเห็นรายละเอียดที่เป็นตัว White Walker จากเรื่อง Game of Thrones เราแบ่งภาพออกเป็น 49 ช่อง แล้วทำทีละช่อง แต่ละช่องแตกต่างกันหมด ตัวละครในภาพมีไม่กี่ตัว แต่เราก็ทำให้มันมีท่าและมุมที่ต่างกันเล็กน้อย ค่อยๆ วางใส่เข้าไป เป็นงานที่ละเอียดมาก”

Save

Save

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load