เช้าวันเสาร์ของช่วงหยุดยาว เรามีนัดกับ แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ แก้ว วงเฟย์ฟางแก้ว วันนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงพลีตสีขาวชวนฝัน แปลกตา

แน่นอนว่าลุคนี้ช่างขัดกับสิ่งที่คนชินตาในสมัยแรกเข้าวงการ ที่เธอเป็นนักร้องวัยรุ่นลุคทอมบอย ผมซอยสั้น หน้าตาเข้าขั้นหล่อเหลาเอาการ จนหลายคนเชื่อว่าตัวตนของเธอเป็นเช่นนั้นมานานหลายปี

เวลาผ่านไป แก้ว จริญญา เริ่มผันตัวมาสู่วงการแสดง ในลุคสาวสวยใส สลัดคราบความเป็น ‘หนุ่มน้อย’ (เธอเรียกอย่างนั้น) ไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

“เราโตขึ้นตามวัย ก็เลยดูเปลี่ยนไป เป็นสาวมากขึ้น” เธอยิ้มพร้อมบอกให้เราหายแคลงใจกับภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปในวันนี้ แถมยังทำท่าทะเล้นเหมือนเอนเตอร์เทนให้เราหัวเราะไปกับเธอ

เพียงไม่กี่นาทีที่ได้พบกันก็สัมผัสได้ว่าเธอเป็นสาวอารมณ์ดี ขี้เล่น มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะร่าเริงอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับเธอไม่เคยเหน็ดเหนื่อยกับงานตรงหน้า หรือคำถามที่อาจเคยตอบซ้ำไปซ้ำมากับใครๆ หลายคน

เมื่อชวนคุยเรื่องการท่องเที่ยวเดินทาง ตาของเธอส่องประกายตาความหลงใหล เธอเขินอายเล็กน้อยเมื่อพูดถึงความรัก และแสดงความมุ่งมั่นเมื่อถึงแผนการในวันหน้า

ตลอดการสนทนาที่คล้ายค่อยๆ กะเทาะไปถึงแก่น เราได้ยินแก้วพูดคำว่า ‘เติบโต’ เสมอ

 

ทอมบอย-คาแรกเตอร์ที่ถูกดึงจากตัวตน

แรกเริ่มเราอยากคุยกับแก้วถึงตัวตนวันนี้ที่เธอไม่มีคอนเซปต์การเป็นนักร้องตีกรอบไว้ ซึ่งช่วงวัยนี้น่าจะเป็นเวลาที่เธอได้แสดงความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

“จริงๆ แล้วแก้วก็เป็นตัวเองมาตลอดนะคะ” เธอตอบพร้อมยิ้มกว้าง ก่อนจะย้อนเล่าถึงช่วงแรกที่ปรากฏตัวในวงการให้ฟัง

“ลุคทอมบอยจัดๆ ในช่วงแรกมาจากคอนเซปต์อัลบั้ม คาแรกเตอร์จริงๆ ของเราไม่ได้จัดขนาดนั้น เราเป็นแค่เด็กผู้หญิงวัย 13 – 14 ที่ออกจะแมนแบบลุยๆ  ไม่ชอบใส่กระโปรง แต่ชอบใส่กางเกง รองเท้าผ้าใบ เท่านั้นเอง”

แก้วเข้าวงการจากการที่ฝ่ายแคสติ้งของค่ายเพลงไปเห็นเธอขณะกำลังชกมวยในฟิตเนส จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคาแรกเตอร์ของแก้วจึงออกมาในแนวสาวหล่อและแมนเช่นนั้น

“พอต้องมาทำอัลบั้มเป็นศิลปินวงเฟย์ฟางแก้ว ทางค่ายต้องชูภาพคาแรกเตอร์ของ 3 คนที่แตกต่างกันออกมาให้ชัด เขาเลยดึงความเป็นสาวห้าวของเราออกมาให้เด่น ตอนนั้นต้องซอยผมสั้น ต้องใส่ท่าทีที่ดูจัดจ้านเวลาอยู่บนเวที แม้ว่าตัวตนของเราจะซอฟต์กว่านั้นอยู่เยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดว่านี่ไม่ใช่ตัวฉันเลยหรืออะไร เรากลับสนุกที่ได้แต่งตัวทำผมแปลกๆ มากกว่า เพราะถ้าให้ไปแต่งตัวเป็นผู้ญิ้งผู้หญิง ใส่ส้นสูง อย่างนั้นคงไม่ไหว”

หลายปีที่ต้องคงคาแรกเตอร์ในการเป็นนักร้อง คนส่วนใหญ่เข้าใจกันเป็นจริงเป็นจังว่าเธอคือสาวหล่อ จนทำให้เธอมีแฟนคลับเป็นเด็กสาวมากมายที่คอยตามกรี้ด

“เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีน้องๆ ผู้หญิงวิ่งมาถาม ‘พี่เป็นทอมจริงหรือเปล่า’ เราก็ยิ้มๆ แล้วโบกมือบ๊ายบาย ไม่ตอบ” เธอเล่าแล้วเหมือนขำตัวเอง

ช่วง 12 ปีก่อนที่แก้วได้รับการชักชวนเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงได้ น่าจะเป็นโอกาสเพียงหนึ่งในล้าน เพราะในยุคนั้นไม่ได้เปิดโอกาสมากมายเหมือนในตอนนี้ แต่การเข้ามาด้วยวัยเพียง 13 ปี ทำให้เด็กหญิงคนนั้นต้องมาเผชิญโลกการทำงานก่อนเพื่อนวัยเดียวกัน และรับความกดดันที่เด็กทั่วไปคงไม่ได้สัมผัสนัก

“ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นความโชคดีหรือเปล่าที่เราเข้าวงการมาได้ทั้งที่ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น พอเป็นอย่างนี้จึงมีคนรอบข้างคอยดูถูกตลอดเวลา แก้วเคยได้ยินเขาพูดกันว่า ‘ไม่เห็นจะเก่งเลย ร้องก็ไม่ดี เต้นก็ไม่ดี เข้ามาวงการนี้ได้ยังไง’ พอฟังแล้วก็รู้สึกเสียใจจังเลย แต่ก็ถูก ที่เขาพูดก็จริง” เธอยอมรับตรงๆ  

แล้วเด็กหญิงแก้วทำอย่างไร เราถามต่อไป

“พอยอมรับ เราก็ฮึดว่าจะต้องพัฒนาตัวเองให้เขาเห็นแล้วกันว่าการที่เราเข้าได้ก็ต้องมีแววอะไรสักอย่างสิที่เขาเห็นว่าเราทำได้ จากนั้นแก้วก็พยายามพัฒนาตัวเองทุกอย่าง ทั้งร้องทั้งเต้น สุดท้ายก็รู้สึกว่าตัวเองค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นะ คนรอบข้างก็เริ่มเห็น เราเองก็รู้สึกว่าเราร้องและเต้นดีขึ้น” เธอพูดอย่างภูมิใจที่ผ่านพ้นวัยวันเช่นนั้นมาได้

 

สาวสะพรั่ง-การเติบโตตามวัยและความท้าทายใหม่

แก้วเล่าว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเธอเริ่มเข้ามาสู่วงการแสดงเต็มตัว นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้เด็กทอมบอยคนนั้นเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ไว้ผมยาว แต่งหน้าแต่งตา เพื่อพร้อมสู่การรับบทบาทเป็นนางเอกละคร

“พอเราเริ่มเข้ามาในวงการการแสดง มาเป็นนางเอก ก็ต้องไว้ผมยาว จะมาซอยผมเหมือนพระเอกไม่ได้ ก็ต้องปรับลุคกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นว่าเป็นสาวเรียบร้อยหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองอะไรมากมาย เพียงแต่เราโตไปตามวัยมากกว่าค่ะ พอโตขึ้นก็ดูเป็นสาวขึ้น ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นด้วย”

การผันตัวเองจากนักร้องสู่การเป็นนักแสดง เธอต้องปรับตัวครั้งใหญ่ แต่สุดท้ายผลจากความทุ่มเทยังส่งผลให้เธอเข้าใจชีวิตมากขึ้น

“การเป็นนักแสดงมีความท้าทายมาก เราต้องทำการบ้านหนัก เพราะการสวมบทบาทเป็นตัวละครหนึ่งต้องรู้ลึกไปถึงแบ็กกราวนด์ เช่น ตอนเด็กๆ เขาเคยเจออะไรมา อะไรทำให้เขาเป็นแบบนี้ เมื่อแบ็กกราวนด์ต่างกัน ถึงเจอเรื่องเดียวกัน รีแอคชั่นก็ไม่เหมือนกัน นี่คือสิ่งที่เราต้องคอยศึกษาหาข้อมูลตลอด เวลาเวิร์กช็อปก่อนถ่ายละคร เราก็จะถามข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจตัวละครให้ได้มากที่สุด ต้องทำการบ้าน คิด และสังเกต ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็จะถามผู้กำกับเลย

“พอได้เล่นละคร สวมบทบาทเป็นคนอื่นที่ไม่เหมือนเรา ทำให้ได้รู้จักและเข้าใจอารมณ์ต่างๆ เยอะมาก มีผลให้เรารู้สึกว่าเราเข้าใจความรู้สึกของคนมากขึ้นนะ แล้วก็ละเอียดอ่อนมากขึ้น เวลาเห็นใครเป็นอะไรเราก็คอยสังเกตเขา เข้าใจเขามากขึ้น เหมือนกับได้เรียนรู้ชีวิตไปด้วย”

 

นักเดินทาง-แพสชันและการใช้ชีวิตในแบบที่ใช่

เมื่อคุยเรื่องงาน แก้วเล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมามีช่วงที่ทำงานหนัก ถ่ายละครติดกัน 7 วัน ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานทั้งวัน ถ่ายกลางแดดจัดบ้าง เลิกงานตี 1 ตี 2 บ้าง หรือบางวันก็ทำงานครบ 24 ชั่วโมง เธอรู้สึกว่าการโหมงานหนักขนาดนี้ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องการ เธออยากมีเวลาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง

แล้วการชีวิตในแบบของแก้วเป็นอย่างไร เราถาม

“แก้วไม่อยากทำงานหนักจนเวลาชีวิตที่เหลือหายไปหมด อยากใช้ชีวิตที่เป็นชีวิตของเราจริงๆ ได้เลือกทำในสิ่งที่ชอบ ที่ผ่านมาดำเนินชีวิตด้วยความชอบเป็นส่วนใหญ่ เพราะรู้ว่าจะทำให้ตัวเองมีความสุขและทำได้ดี การเข้ามาทำงานในวงการนี้มีงานเข้ามามากมาย คนอื่นมักจะบอกว่ามีงานอะไรก็ให้รับให้หมด แต่เรารู้สึกว่าไม่ใช่ ถ้าเรารับงานที่ไม่ชอบก็จะทำออกมาได้ไม่ค่อยดี

“การเที่ยวเป็นหนึ่งการใช้ชีวิตแบบที่ชอบใช่ไหม” เราถามทั้งที่รู้ เพราะเห็นเธอโพสต์รูปทริปท่องเที่ยวถี่ชนิดไม่เคยว่างเว้น

เธอหัวเราะแทนคำตอบก่อนขยายความว่า “ช่วงที่ผ่านมาแก้วเที่ยวเยอะจริงๆ ค่ะ เพิ่งมารู้ตัวว่าชอบออกไปเห็นสิ่งใหม่ๆ ได้ไม่นานเหมือนกัน เมื่อก่อนอาจจะชอบเที่ยวประเทศเดิมๆ เที่ยวอยู่ในเมือง แต่ช่วงหลังตามดูบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวมากขึ้น ดูภาพของเขาแล้วเรารู้สึกมีแรงบันดาลใจจังเลย เรารู้สึกว่าอยากจะไปอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ในภาพนั้น อยากไปสัมผัสเอง ไปรับรู้ความรู้สึกจริงๆ ว่าเวลายืนอยู่บนเขาลูกนั้นเป็นยังไง หรือผู้คนและวัฒนธรรมของสถานที่นั้นเป็นแบบไหน นี่คือจุดเริ่มต้นที่อยากไปที่แปลกๆ ไม่ใช่ดูแต่ในภาพ ซึ่งก็ทำให้เราชอบถ่ายรูปมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ในช่วงที่มีแรงก็อยากไปให้ได้มากที่สุด”

เราสังเกตเห็นประกายความสุขในดวงตาของเธอเมื่อพูดถึงการท่องเที่ยว ไม่น่าเชื่อว่าแต่ละทริปเดินทางเธอจะเป็นคนวางแผนเองทุกอย่าง ตั้งแต่การเลือกสถานที่ จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จัดแจงวางแผนละเอียดยิบไม่แพ้ทัวร์ทีเดียว

“แก้วเป็นคนชอบแพลนและชอบทำเองทุกอย่าง แพลนเที่ยวเหมือนทัวร์เลยนะ เวลานี้ต้องไปตรงนี้ๆ แต่ช่วงหลังก็แพลนไม่แน่นแล้ว เพราะไม่อยากเป็นทัวร์ชะโงก เราอยากมีเวลานั่งดูภูเขาลูกนี้ นั่งดูพระอาทิตย์ตก ใช้เวลากินบรรยากาศตรงหน้าให้มากขึ้น เพื่อนๆ จะรู้ว่าเราแพลนเที่ยวแบบนี้ ก็มีมาแนะนำว่าไปตรงนี้นั้นสิ ตรงนี้สิ แล้วก็เริ่มติดนิสัยให้เราแพลนแล้วก็ขอแปะไปด้วย ช่วงหนึ่งแก้วเลยลองไปเที่ยวคนเดียวบ้าง”

เราออกจะตกใจเล็กน้อย เพราะที่ผ่านมาเห็นตามคลิปหรือในอินสตาแกรมว่าเธอเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ แต่เชื่อว่าการไปเที่ยวคนเดียวคงไม่ได้เป็นเพียงการไปพิชิตจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่น่าจะทำให้เธอกลายเป็นนักเดินทาง ทั้งการไปสู่หมุดหมายและการเดินทางภายใน (ใจ) ที่ให้ความหมายบางอย่างกับชีวิต

“ตอนนั้นแก้วไปเยอรมนี ไปเจอเพื่อนที่ไปเรียนต่อที่โน่นบ้าง แต่หลักๆ คือขับรถลุยไปคนเดียวเลย เราอยากไปถ่ายรูปตรงไหนก็จุดไว้แล้วลากเป็นเส้นทาง แล้วก็ขับรถไป

“การเดินทางคนเดียวทำให้เราได้เปิดใจเจอเพื่อนใหม่ระหว่างทาง แต่ก็ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้คิดอะไรเยอะ มีเวลาที่จะศึกษาความคิดและความรู้สึกของตัวเอง และละเอียดอ่อนกับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น แตกต่างกับตอนที่ไปกับเพื่อน แบบนั้นก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง เพราะเราะมีคนคอยแชร์เรื่องราวระหว่างทางด้วยกัน อย่างไปเจอเหตุการณ์ที่ตลกมากก็จะได้มานั่งคุยกันได้”

พอเข้าเรื่องท่องเที่ยวแล้วก็คงหยุดคุยไม่ได้ง่ายๆ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะมีเรื่องเล่าให้เราฟังอีกมากมาย เราจึงถามขยายไปถึงทริปโมรอกโก ทริปล่าสุดที่เธอเพิ่งกลับมา และบอกว่าเป็นทริปที่ประทับใจที่สุด ด้วยมนตร์เสน่ห์ความงามอันหลากหลายของภูมิประเทศที่มีตั้งแต่ทะเลทรายที่แห้งแล้งไปจนถึงภูเขาน้ำแข็ง รวมไปถึงการรักษาความเก่าแก่ของเมืองโบราณไว้ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย

“โมรอกโกเป็นประเทศที่อยู่เหนือสุดในทวีปแอฟริกา จึงกลายเป็นประเทศที่อากาศหนาวเย็นที่สุดในทวีปที่ร้อนที่สุด อากาศดีมาก เดินเที่ยวสนุก ที่เห็นว่าแก้วเอาผ้ามาพันตัวตอนเที่ยวคือไม่ได้ร้อนนะ หนาวมาก” เธอหัวเราะมีความสุขที่เหมือนได้อวดกลายๆ ให้คนที่ไม่ได้ไปอิจฉาเล่น

“แต่คนไม่ได้มีงานทำกันทุกคน เวลาที่เจอนักท่องเที่ยวเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงิน เราเดินตามหาที่พักเขาก็จะมาเดินนำหน้า บอกว่าจะพาไป แต่สุดท้ายเขาก็ขอเงิน ก็บอกเขาว่าไม่ชอบให้ทำแบบนี้นะ อยากให้จริงใจ อยากได้เท่าไหร่บอกมาเลย เขาก็อธิบายให้ฟังว่าเขาเป็นประเทศโลกที่สามนะ ต้องเอาตัวรอดให้ได้ เมื่อเราไปเห็นและสัมผัสตรงนั้น พอกลับมาก็รักตัวเองมากขึ้นนะ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เห็นใครที่มีชีวิตดีกว่าก็ไม่อยากจะเป็นเหมือนเขา เรามีเท่านี้ก็ดีมากแล้ว คนอื่นประเทศอื่นเขาลำบากกว่าเราอีกเยอะ”

 

นักลงมือทำ-ความกล้าที่ขับเคลื่อนชีวิตเสมอ

แต่ละช่วงชีวิตของแก้วเหมือนกับการเดินทางไปสู่สถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเสมอ ตั้งแต่เด็กสาวธรรมดาที่ได้รับโอกาสหนึ่งในล้าน เข้าวงการมาได้แบบไม่ต้องไปประกวดแข่งขันกับใคร ได้เป็นนักร้องออกอัลบั้ม ก้าวเข้าสู่การเป็นนักแสดงเต็มตัว ทุกอย่างเธอบอกว่าเป็นเพราะความกล้า

“แก้วขอบคุณตัวเองเสมอที่มีความกล้า เป็น Doer ที่พร้อมจะลุยกับทุกอย่างที่อยากทำ และได้ประสบการณ์ชีวิตมากมาย อยากไปเที่ยวที่ไหนก็วางแผนไปเลย จะยากลำบากอย่างไรก็ไม่กลัว หรือการตัดสินใจทำร้านอาหารเกาหลีที่ไม่เคยมีความรู้อะไรมาก่อนเลย แต่เราชอบและอยากเรียนรู้ระบบของร้านอาหาร อยากจีบเขาให้มาเปิดที่ไทย แก้วก็ลุยเลย ไปคุยกับเขา ใครจะบอกว่าเดี๋ยวจะเจ๊งก็ไม่เป็นไร จะขอลองดู ถ้าไม่รอดก็เป็นบทเรียนไป จนวันนี้ร้านก็ยังอยู่ได้”

 

หมุดหมายต่อไปในเส้นทางชีวิต

เมื่อได้ชื่อว่าเป็นนักลงมือทำที่เชื่อว่าทุกอย่างทำได้และเป็นไปได้ แก้วจึงวางหมุดหมายเพื่อต่อยอดให้พบความเป็นไปได้ต่อไม่รู้จบ จากทริปท่องเที่ยวส่วนตัวก็เกิดเป็นคลิปวิดีโอให้อารมณ์พาเที่ยวใน YouTube ที่เธอลงมือทำเองทั้งหมดทุกขั้นตอนอีกเช่นเคย นอกจากนี้ก็ยังมีโปรเจกต์ใหญ่ในใจที่มั่นหมายว่าต้องลงมือทำให้เป็นจริง

“ตอนไปโมรอกโกก็อยากจะถ่ายวิดีโอมาทำคลิป เราก็ถ่าย กลับมาก็นั่งตัดเอง โดยเรียนรู้จากยูทูบเพราะเราทำไม่เป็นเลย เราลุยดูที่เขาสอนในยูทูบจนตาแฉะ ดูแล้วก็หัดทำบ้าง ผ่านไป 1 สัปดาห์เราก็ทำได้สำเร็จจนได้ แก้วคิดว่าทุกอย่างถ้าเราตั้งใจทำอย่างไรก็ต้องสำเร็จ ขอแค่ให้ลงมือก่อน

“ล่าสุดที่วางแผนไว้คือจะทำแบรนด์เสื้อผ้าเดินทางร่วมกับพี่โทนี่ พอดีว่าก่อนหน้านี้แก้วไปเจอเสื้อแบรนด์วิ่งของฝรั่งเศสที่เนื้อผ้าดีมาก ลงน้ำลงทะเลขึ้นมาแป๊บเดียวแห้ง เหมาะกับนักเดินทางที่ไม่อยากแบกอะไรไปมาก แต่ก็มาคิดต่อว่าอยากจะทำให้เป็นแนวแฟชั่นด้วย เลยคิดกันว่าทำเองแล้วกัน พี่โทนี่มีความครีเอทีฟเขาก็คิด เขาเป็น Thinker ส่วนเราเป็น Doer คือคิดมาเลยเราทำให้ ส่วน YouTube Channel ก็คิดไว้ว่าน่าจะต่อยอดอะไรออกไปได้อีกเยอะ”

ส่วนอีกหนึ่งงานที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเราได้เห็นเธอในลุคสาวสวยใสในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hada Labo ที่น่าจะเรียกว่าเปิดเผยตัวตนในมุมน่ารักสดใสกว่าเดิม เราบอกไปว่าได้เห็นโฆษณาแล้วนะ เธอยิ้มกว้างดีใจ

“ตอนถ่ายโฆษณาสนุกมากค่ะ ทุกคนไม่คิดว่าจะออกมาเป็นอย่างนี้ เพราะเราไม่เคยใช้เสียง Range นั้นมาก่อน ตอนอัดเสียงก็เขินตัวเองอยู่นะ ได้ทำอะไรน่ารักๆ แบบนี้ก็ชอบค่ะ อาจจะเป็นอีกตัวตนที่ซ่อนอยู่ของแก้วก็ได้” แก้วหัวเราะเสียงใส พร้อมทำเสียงที่เธอบอกว่าเป็นเสียงน่ารักอย่างในโฆษณาให้ฟัง

“ตอนที่ทาง Hada Labo ติดต่อมาแก้วดีใจมาก เพราะส่วนตัวก็ใช้ผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว ยิ่งแก้วผิวแพ้ง่ายมาก พอได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวคนเอเชียจริงๆ แล้วเราไม่มีปัญหาก็ใช้มาตลอด เพราะได้มาทำงานร่วมกันก็รู้สึกอินนะ เราใช้จริง ก็ไม่เขินที่จะบอกคนอื่นว่าดี” ว่าแล้วเธอก็ทำท่าสาธิตการตบโลชั่น Hada Labo บนใบหน้าอย่างน่ารักน่าเอ็นดูให้เราชมอีกครั้ง เรียกว่าทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำประเทศไทยได้อย่างดีจริงๆ

ตลอดช่วงเช้าที่เฝ้าดูแก้วทำงาน จนได้มานั่งคุยกันอย่างเป็นกันเองอยู่นาน เราคิดว่าการทำงานอยู่ในวงการได้กว่า 10 ปีของเธอน่าจะพิสูจน์ได้ว่าเธอมีดีหลายอย่าง แม้กว่าจะถึงวันนี้เธอต้องผ่านประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย เป็นเหมือนการเดินทางผ่านช่วงวัย ผ่านการผันแปรของความคิด ตัวตน และชีวิต ที่ค่อยๆ กะเทาะให้เธอได้พบกับความชอบ ความสุข และในชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริง

เวลานี้ ในวัย 26 ปี มีช่วงไหนที่แก้วชอบที่สุดไหม  เราถามทิ้งท้าย

“จริงๆ แล้วแก้วชอบตัวตนและทุกอย่างที่ผ่านมาทั้งหมด ไม่ว่าเราจะเคยเป็นอย่างไร ต้องพบเจออะไรมากมายแค่ไหน สุดท้ายทุกอย่างก็ทำให้เราเป็นตัวเราได้อย่างในทุกวันนี้” เธอยิ้มสดใส และเหมือนบอกเป็นนัยว่าตอนนี้เธอเข้าใจแก่นสำคัญของชีวิตตัวเองแล้ว

Writer

เชิญพร คงมา

อดีตเด็กยอดนักอ่านประจำโรงเรียน ชอบอ่านพอๆ กับชอบเขียน สนุกกับการเล่าเรื่องราวรักการเที่ยวเล่น ติดชิมของอร่อย และสนใจธรรมะ

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีวงประสานเสียงหญิงล้วน คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021 ได้สำเร็จ ที่น่าปรบมือชื่นชมคือ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม (Siam Ruby Women’s Choir) เป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุวัย 50 – 70 ปี ซึ่งรูปแบบการแข่งขันในครั้งนี้เป็นแบบ Virtual ประจวบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักร้องประสานเสียงทั้ง 16 คน ต้องฝึกซ้อมออนไลน์และอัดคลิปส่งประกวดทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยเบื้องหลังความตั้งใจมีแรงผลักดันจากคนรุ่นหลานอย่าง อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้ก่อตั้ง ผู้ฝึกสอน และวาทยกร วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ตลอดจนเป็นเจ้าของบริษัท เอนาวา จำกัด สตูดิโอที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้ยืนยาว สุขภาพจิตแจ่มใส สุขภาพกายแข็งแรง ด้วยกิจกรรมเสียงเพลง ทั้งคลาสเรียนร้องคาราโอเกะ วงประสานเสียง ฯลฯ 

ความพอดีกันของความสุขและความไพเราะ คือท่าไม้ตายที่ทำให้พวกเขาชนะใจกรรมการ ก่อนจะทำความรู้จักเรื่องราวเบื้องหลังของผู้สูงอายุกับเสียงเพลงและคนเจนวายกับเบบี้บูมเมอร์ ชวนฟังเพลง ‘อสงไขย’ จากพี่วัยเก๋าทั้ง 16 คน พร้อมกัน รับรองว่าขนจะลุกเกรียวด้วยความทึ่งในศักยภาพ ความไพเราะและความสุขที่ผู้ขับร้องมอบให้ผู้ฟัง

บทเพลงที่คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021

Spark Joy

อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ หรือ เดว์ เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ทั้งชีวิตเขามอบหัวใจให้ดนตรี ระหว่างทางเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลากหลาย ทั้งเข้าร่วมการแข่งขันดนตรี ร่วมประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิล และจับงานแสดงร่วมกับช่อง Thai PBS เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ รับบทเป็น นาคา, โหมโรง รับบทเป็น ศร จวบจนระดับอุดมศึกษา เขาเลือกเรียนสาขาประพันธ์เพลงคลาสสิก วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และจบปริญญาโทด้านการอำนวยเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจบการศึกษาเขาก็เป็นอาจารย์พิเศษ เป็นวาทยกรวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อย ซึ่งเป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุที่คว้า 4 เหรียญเงิน จากการแข่งขัน 3 ประเทศ

“ผมได้ร่วมโปรเจกต์พิเศษกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เขาอยากทำโปรเจกต์ช่วยเหลือสังคมด้วยการให้ผู้สูงอายุเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือ การร้องเพลง และผมเป็นลูกศิษย์ อาจารย์ฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์ ซึ่งเป็นประธานโครงการ เขาชวนผมไปทำด้วยกัน พอทำแล้วผมรู้สึก Spark Joy กับผู้สูงอายุ

“ผมมองเห็นศักยภาพของพวกเขา และผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุด ต้องดึงศักยภาพของคนสูงวัยออกมาให้เต็มที่ หลังจากนั้นผมเขียนเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลง เอาเพลง ผู้ใหญ่ลี ไปทำเป็นร็อกแอนด์โรลว์ ไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย จนได้เหรียญเงินกลับมา เราแข่งมาแล้วสามประเทศ ได้สี่เหรียญเงิน ไม่เคยได้เหรียญทองเลย ในสายตาผม เหรียญทองเป็นเรื่องที่ยากมาก ยากที่จะเห็นว่าความสามารถระดับเหรียญทองมันต้องประมาณไหน 

“ผมสู้แล้วก็คิด แสดงและฝึกฝนพวกเขาต่อไป” อาจารย์ธนาวุฒิเล่าตั้งใจ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

วงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยมีเหรียญเงินติดตัว แต่อาจารย์ธนาวุฒิก็ยังมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของวัยอิสระอย่างไม่หยุดยั้ง เขาเสนอละครเวที ในความทรงจำ เดอะมิวสิคัล ให้นักศึกษาสาขาธุรกิจดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ธนาวุฒิเสนอว่า เขาอยากทำละครเวทีที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดบนเวที โดยเขารับหน้าที่ประพันธ์เพลง แถมได้ คุณสุชาติ ชวางกูร รับบทพระเอก และ คุณนนทิยา จิวบางป่า รับบทนางเอก ซึ่งการแสดงประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องสงสัย และเขายังเป็นผู้ประพันธ์และเรียบเรียงละครเวที เทพธิดาบาร์ 21 ด้วย 

หลังจากเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาสักพัก เขาก็ตัดสินใจลาออก

“ผมมีคติอยู่ว่า อะไรที่ไม่ใช่ความสุขผมไม่ทำ ผมมีความสุขกับการสอนผู้สูงอายุ ก็เลยตัดสินใจลาออก ลาออกจากวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยด้วย แล้วก็ชวนลูกศิษย์เก่ามาตั้งวงประสานเสียงด้วยกัน

“ลูกศิษย์ของผมค่าเฉลี่ยอยู่ที่หกสิบปี ส่วนผมอายุสามสิบปี ข้ามเจนกันเลย เจนวายกับเบบี้บูมเมอร์”

เราเชื่อแล้วว่าอาจารย์ธนาวุฒิสปาร์กจอยกับผู้สูงอายุจริงๆ 

Siam Ruby Women’s Choir

อาจารย์ธนาวุฒิตั้งบริษัท เอนาวา จำกัด ขึ้นมา เพื่อเชื่อมดนตรีกับผู้สูงอายุ ให้มีอายุยืนยาว สุขภาพกายและสุขภาพจิตสดใสแข็งแรง และยังก่อตั้งวงประสานเสียงขึ้นอีก 6 วง ได้แก่ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม วงประสานเสียงพลังสุขสูงวัย (ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย) วงประสานเสียงเพื่อนโดม วงประสานเสียงเพลินเพลงคอรัส (การรวมตัวกันของผู้ปกครองโรงเรียนเพลินพัฒนา) วงประสานเสียงเยาวชนเทศบาลนครยะลา และ The Emerald Singers (วงขับร้องประสานเสียงที่มีช่วงวัยต่างกันและมีความหลากหลายของเพลงที่ขับร้อง)

ซึ่งวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม เป็นการรวมตัวกันของหญิงวัยอิสระที่มีใจรักเสียงเพลงและต่อยอดเป็นกิจกรรมร้องเพลง มีสมาชิก 16 คน น้องน้อยอายุ 52 ปี และพี่โตอายุ 72 ปี แต่อายุไม่อาจจำกัดความสามารถ

พวกเธอเริ่มออกแข่งขันขับร้องประสานเสียงระดับนานาชาติครั้งแรก ค.ศ. 2019 คว้าเหรียญเงินจากรายการ Senior Choir และรางวัลเหรียญทองแดงจากงาน Singapore International Choral Festival 2019 ประเทศสิงคโปร์

“ทุกการแข่งขันที่ผ่านมาเราไม่เคยได้เหรียญทอง มันเครียดนะ ทุกๆ ครั้งที่แข่ง ผมพยายามปรับตัวตลอด บางทีความผิดมันเกิดจากผมนะ ถ้าผมรู้มาตรฐานของเหรียญทองว่าเป็นประมาณไหนก็คงจะดี แต่นี่ผมมืดแปดด้าน เลยข้อคำแนะนำจากกรรมการทุกครั้ง เขาพูดเหมือนกันว่า ทุกการร้องเพลงต้องมีความสุขและความไพเราะ

“ผู้สูงอายุต้องร้องเพลงอย่างมีความสุข แล้วก็ไพเราะด้วย คำสองคำนี้ มันยากที่จะอธิบายว่าความสุขแบบไหนที่แสดงออกมาแล้วลงตัว กรรมการเคยบอกกับผมว่า เขาไม่ต้องการเพลงที่ยาก ไม่ต้องการให้ร้องหลายเสียง แล้วก็ไม่ต้องการเพลงระดับสูงจนนักร้องร้องแล้วรู้สึกทรมาน แต่เขาต้องการเพลงที่มัน Touch the heart อย่างเดียวก็พอ 

“ผมเอาเรื่องนี้กลับไปคิดจนเจอโควิด-19 ทำให้พวกเราไม่ได้ไปแข่งใน ค.ศ. 2020 ส่วน ค.ศ. 2021 มีการชักชวนจากเจ้าของงานประเทศอินโดนีเซีย ผมก็สนใจเข้าร่วม เพราะเขาเปิดรับซีเนียร์ด้วย ผมลองดูอีกสักตั้ง มานั่งตกผลึกว่าความสุขกับความไพเราะจะออกมาได้ยังไง ในการแข่งขันผมเลือกเพลง อสงไขย
เพลงไทยร้องง่ายๆ จังหวะง่ายๆ และเป็นเพลงที่พวกเขาร้องแล้วเพราะที่สุด ทั้งสิบหกคนก็ชอบ เวลาออกคอนเสิร์ต เขาร้องเพลงนี้แล้วสีหน้าเต็มไปด้วยความสุข ผู้ฟังฟังแล้วรู้สึกไพเราะ มีความพอดีของเสียง จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเหรียญทองเหรียญแรกในหลายปีที่ผ่านมา”

ไม้ตายที่ทำให้พิชิตเหรียญทอง คือความพอดีของความสุขและความไพเราะ-เราย้ำ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“ความพอดีต้องคำนึงเป็นอันดับแรก ผมรู้อยู่แล้วว่านักร้องของผมทำได้เท่านี้คือสุดยอด อย่าทำไปมากกว่านั้น เพราะวันนั้นพวกเราอยู่ในจุดที่ต้องแสดงความเจ๋งที่สุดออกมา นั่นคือความพอดีที่สุด ไม่ใช่ความยากที่สุด”

เหรียญทองจาก 4th World Virtual Choir Festival 2021 นับเป็นความสุขที่มอบให้กับคนไทยทุกคน

“นักเรียนบางคนอยู่กับผมมาตั้งแต่ต้นเขาก็ดีใจมาก บางคนเพิ่งมาปีเดียวก็ดีใจ งานนี้ไม่มีใครไม่ดีใจเพราะมันเกินความคาดหมาย อย่างที่ผมบอก ผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุดจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย สมมติปีที่ห้ายังไม่ได้เหรียญทอง ผมก็จะทำต่อไป บังเอิญว่ามันได้เร็วไปหน่อย ซึ่งผมมองไว้ห้าปี สิบปี ถึงจะได้เหรียญทอง

“วันนั้นผมรู้สึกประสบความสำเร็จมาก ดีใจมาก ฉันทำได้ เพราะผมไม่เคยยอมแพ้กับอะไรเลย งานประกวดผมก็ส่งประกวดตลอดเลยนะ แต่ผมไม่เคยได้ขึ้นเวที ผมก็ไม่หยุดส่ง ส่งคลิปทุกปี เขาไม่เลือก ผมก็ไม่เป็นไร ผมไม่เคยท้อ พูดง่ายๆ ว่าทำไมต้องท้อ เหตุผลของการท้อแท้คืออะไร นั่นยิ่งทำให้ผมกลับมาปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง

“พอนักเรียนเห็นว่าผมหรือครูผู้สอนของเขาเป็นนักสู้ ตัวผู้เรียนก็สู้ ไม่มีใครยอมแพ้เลย” 

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Social Distancing

“เราซ้อมกันผ่านไลน์กลุ่มครับ” หัวเรือเฉลยเบื้องหลังความสำเร็จ ทำเอาเราต้องร้องว้าว (ในใจ)

ลูกหลานต่างรู้กันดีว่าแอปพลิเคชันไลน์กับผู้สูงอายุเป็นของคู่กัน ภาพสวัสดีวันจันทร์ก็เช่นกัน 

อาจารย์ธนาวุฒิเลือกใช้แอปพลิเคชันสื่อสารยอดนิยมมาเชื่อมวัยอิสระ ในวันที่โรคภัยบอกให้เราต้อง Social Distancing พูดไปจะหาว่าอวย เพราะคุณพี่ สว. (สูงวัย) ติดใจการเรียนการสอนออนไลน์กันยกใหญ่ ส่วนการซ้อมก็อาศัยการวิดีโอคอลพร้อมกัน แล้วตรวจเช็กการร้องแยกอีกเป็นรายบุคคล ซึ่ง 16 คน ไม่ได้เท่ากับ 16 ครั้ง คุณพี่บางท่านต้องตรวจการบ้านถึง 3 รอบ และมากสุดคือ 10 รอบขึ้นไป เพื่อให้ได้รอบที่ดีที่สุดของทุกคน ผู้สอนว่านี่คือโจทย์หิน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“รูปแบบการส่งประกวดคือการอัดคลิปของแต่ละคนแล้วเอามาต่อกัน โดยผมเล่นไลน์เปียโนแจกทุกคน แล้วให้เขาใส่หูฟังฟังเสียงเปียโนแล้วร้องออกมาปากเปล่า หลังจากนั้นผมให้ซาวนด์เอ็นจิเนียช่วยซ้อนเสียงทั้งหมดให้

“ความยากคือทุกคนต้องร้องให้เป๊ะก่อน หายใจพร้อมกัน ปิดคำ เปิดคำพร้อมกัน ซึ่งพวกเขาต้องอัดมาจากที่บ้าน บางคนยังพักผ่อนอยู่ที่หัวหินอยู่เลย บางคนก็อยู่บ้านหลาน บ้านญาติ อุปกรณ์ก็ของญาติบ้าง หลานบ้าง”

เราแอบหยอกผู้สอนไปว่ากว่าจะถึงเส้นชัยก็อุปสรรคไม่น้อย วัยอิสระไม่โอดโอยกันบ้างหรือ

“ตอนหลังก็มาสารภาพว่าท้อ” อาจารย์ธนาวุฒิเว้นจังหวะก่อนจะอธิบาย

“ผมบอกเขาว่า คุณฟังเสียงตัวเองคนเดียวอย่าท้อเลย คนฟังสิบหกเสียงยังไม่ท้อเลย” ผู้สอนหัวเราะ

การปรับตัวไม่เพียงเฉพาะการฝึกซ้อมของวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่คลาสร้องเพลงคาราโอเกะของเอนาวา สตูดิโอ ก็ถูกปรับมาเรียนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ด้วยเหมือนกัน มีสอนมากถึง 13 คลาสต่อสัปดาห์

การสอนร้องคาราโอเกะของที่นี่ จะสอนร้องอย่างปลอดภัย เข้าใจตัวเองและเข้าใจข้อจำกัด

“ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ต้องปรับตัวกันหนักมาก ก่อนหน้าก็หลงทาง แต่ผมว่าข้อดีของคนที่มาเรียนกับผมคือ หัวใจเขาไม่แก่ ถ้าหัวใจแก่ไม่มาเรียนร้องเพลงหรอก อะไรที่เขาปรับได้ เขาจะปรับเร็วเลย กลายเป็นว่าติดใจ

“ผมเปิดสอนร้องเพลงออนไลน์สัปดาห์ละหนึ่งเพลง ตอนนี้ผมเปิดสิบสามห้องต่อสัปดาห์ มีคนสนใจเยอะมาก ห้องหนึ่งผมสอนสิบห้าคน สิบห้าคูณสิบสามคือจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนออนไลน์ บางคนเข้าห้องน้ำก็เดินร้องเพลงไปด้วย แล้วก็มีการบอกต่อด้วยนะ ตัวลูกอายุหกสิบกว่าแล้ว ก็ชวนคุณแม่อายุเก้าสิบมาเรียนด้วยกัน”

สนทนากันสักพัก ต่อมสงสัยทำงาน การสอนสูงวัยร้องเพลงยากกว่าคนทั่วไปหรือเปล่า-เราถาม

“เขาประสบการณ์เยอะ บางทีเม็มฯ เต็ม อาจจะเข้าใจช้ากว่าคนทั่วไป ผมต้องใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไปก็จะเข้าใจเขา สิ่งที่ผมชอบคือวัฒนธรรมเก่าๆ ที่เขาให้ความเคารพคุณครู แม้ผมจะเป็นรุ่นหลานของเขา แต่บางคนไม่ได้มองว่าผมเป็นเด็ก เขามองว่าผมเป็นอาจารย์ ถ้าพวกเขามองข้ามอายุ ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา คุณค่าความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่อายุ มันอยู่ที่ภาวะความเป็นผู้นำ และอีกฝ่ายต้องยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น ส่วนผมก็ต้องแอคทีฟและพัฒนาอยู่เสมอ”

เพียงเข้าใจและยอมรับก็พิชิตระยะห่างระหว่างวัยได้ นี่สิ ความหมายของวลี อายุเป็นเพียงตัวเลข!

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Live and Learn

การทำงานกับผู้สูงอายุมาหลายขวบปี ทำให้อาจารย์ธนาวุฒิมีไกด์บุ๊กในการดำเนินชีวิต เป็นตำราและบทเรียนชีวิตนับสิบ นับร้อย ของเหล่าพี่ๆ วัยอิสระ เขาเรียกมันว่า ‘สูตรสำเร็จ’ ที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นพร้อมกับภาวะผู้นำ

“ต้องค่อยๆ เรียนรู้ผู้สูงอายุ หลายคนมีความสามารถหลากหลาย และหลายคนทำให้ผมมีความสามารถมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาผ่านอะไรมาเยอะ ผมเอาตรงนั้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ผมเรียนรู้จากนักเรียนมีสามสเต็ป

“หนึ่ง ผมเรียนรู้ที่จะเป็นหรือไม่เป็นเหมือนกับเขา สอง ผมเรียนรู้วิธีการจะใช้ความสุขเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด สาม การต่อสู้กับความแก่ ซึ่งผมพยายามศึกษาทุกเรื่องใหม่หมดทุกครั้ง เพราะการเรียนรู้จะทำให้คุณเติบโต แล้วคุณก็ต้องกลับไปเรียนรู้อะไรบางอย่างเพื่อที่จะเป็นเด็ก แล้วเติบโต ถ้าคุณเรียนรู้ทุกๆ ปี คุณก็จะไม่มีความแก่

“ผมใช้วิธีนี้กับตัวเองเสมอ หนึ่งปีต้องมีหนึ่งเรื่องเล่า ปีก่อนผมสนใจเรื่องแฟชั่น กีฬา เครื่องดื่ม การลงทุน ส่วนปีนี้ผมกำลังศึกษาเรื่องไวน์และพันธุ์องุ่น พอสนใจแล้วผมเอาจริง อย่างตอนสนใจเรื่องอาหาร ผมไปเรียน ไปลองขาย เพื่อให้อยู่ในจุดที่ผมเข้าใจมันจริงๆ แม้กระทั่งปีที่สนใจเรื่องการลงทุน เล่นหุ้น ก็กลายเป็นนิสัยติดตัวผม ทำให้ผมใช้เงินเป็น ที่สำคัญ ต้องดูด้วยว่าเราได้อะไรจากความรู้นั้น และมันทำให้เราอยู่รอดได้ยังไง ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งดี” 

คุณพี่วัยอิสระและอาจารย์ธนาวุฒิพิสูจน์ให้เห็นแจ้งแล้วว่า อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

ใช่-ไม่มีใครแก่เกินเรียน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Passion & Impact

ชายผู้มอบชีวิตให้กับดนตรีตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะพาวงประสานเสียงผู้สูงอายุไปถึงคือการโลดแล่นทั่วโลก และเป็นที่พูดถึงในนาม ‘วงประสานเสียงผู้สูงอายุ’ ไม่ใช่เพียงแค่วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่หมายรวมถึงวงประสานเสียงผู้สูงอายุทั่วประเทศไทย ต้องได้รับการยอมรับจากสากลว่ามีความสามารถ ถ้าพูดถึงเมื่อไหร่ต้องที่ไทยเท่านั้น

“สิ่งหนึ่งที่ผมทำสำเร็จแล้วคือ ความสุขที่มากพอจนผู้เห็น ผู้ฟังต้องยิ้มตาม ผมไม่ต้องการให้คนฟังฟังแล้วรู้สึกว่าเจ๋ง เก่งที่สุด หรือเทียบกับใคร แต่ขอเป็นความสุขที่ไม่มีใครเทียบดีกว่า และทับทิมสยามก็เป็นตัวแทนประเทศไทย ไม่น้อยหน้าไปกว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหรือพาราลิมปิก เพราะเราคือผู้สูงอายุไทยที่สร้างชื่อเสียงให้ก้องโลก”

และนับเป็นการคว้าเหรียญทองครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทยสำหรับวงประสานเสียงผู้สูงอายุด้วย

“นี่คือยาที่ดีที่สุด” วาทยกรพูดถึงการเกิดขึ้นของวงประสานเสียงผู้สูงอายุ

“เพราะการร้องเพลงช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ส่วนการร้องประสานเสียงช่วยพัฒนาสมองซีกซ้าย สมองทั้งสองซีกจะไม่ฝ่อ และการยืนร้องเพลง ร่างกาย สรีระสง่างดงามมากขึ้น อีกเรื่องคือการฝึกหายใจ ยิ่งเก็บออกซิเจนได้เยอะ การเผาผลาญยิ่งดี และที่สำคัญได้สังคม มิตรภาพ เพื่อนๆ ให้การยอมรับ ทำให้คนสูงวัยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อสังคม ช่วยสร้างความรับผิดชอบ เพราะมีส่งการบ้าน ต้องฝึกซ้อม และข้อสุดท้ายทำให้สูงวัยเป็นนักพิชิตเป้าหมาย เป้าหมายคือมีคอนเสิร์ตหนึ่งครั้งทำให้ประทับใจที่สุด นี่คือการทำให้ฮอร์โมนความสุขและความสำเร็จพลุ่งพล่าน”

ผู้คลุกคลีกับบรรดาวัยอิสระบอกว่าการตั้งเป้าหมายนั่นสำคัญ ยิ่งพิชิตได้ยิ่งเพิ่มพลังใจ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“อาจจะเป็นการร้องเพลงจบหนึ่งเพลง การร้องเพลงไม่ให้เพี้ยน การร้องเพลงให้ตรงจังหวะ มันเป็นการชนะใจตัวเองทั้งนั้น ลูกหลานต้องพยายามถามสูงวัยว่าความสุขของเขาคืออะไร ให้มุ่งเน้นไปทางนั้น เพราะกิจกรรมทำให้คุณภาพของคนสูงวัยดีขึ้น และต้องไม่ลืมหาเป้าหมายระยะสั้นให้ได้ เพื่อให้เขากระโจนสู้เป้าหมายนั้นอย่างภาคภูมิใจ”

สิ่งที่ทำให้เด็กชายที่ผูกพันกับดนตรีตั้งแต่ 4 ขวบ จวบจน อายุ 30 ปี คือ ‘แพสชันและอิมแพค’

“แพสชันคือสิ่งแรกที่คุณต้องมี ต้องมีความอยาก ความรัก ความคลั่งไคล้ ส่วนอิมแพค มันต้องมีประโยชน์หรือเข้ากับสถานปัจจุบัน ตัวผมก็ไม่ได้ทำธุรกิจสำเร็จในปีแรกหรือสองปีแรก แต่สิ่งที่ทำให้ผมมีความอดทนอยู่ได้คือ ‘แพสชัน’ จงเชื่อในแพสชันของคุณ แล้วจงคิดอย่างถี่ถ้วนว่ามันอิมแพคต่อคนทั้งประเทศหรือคนทั้งโลกยังไงบ้าง

“บั้นปลายผมวางแผนกับภรรยาว่าจะเก็บเงินแล้วทำเพื่อสังคม ไปตระเวนแนะนำชาวบ้านเรื่องการเก็บเงิน ส่วนตัวผมจะทำให้ชุมชนมีศักยภาพ มีทักษะ มีความรู้มากขึ้น ผ่านดนตรีและการร้องประสานเสียง 

“ทุกวันนี้ดนตรีให้ทุกอย่างกับผม ผมคงจะอยู่กับดนตรีต่อไป พัฒนาวงการดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการประสานเสียง ส่งเสริมดนตรีไทย ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงวัยกับดนตรี เพราะผมอยากทำให้ตัวเองมีประโยชน์ต่อสังคม”

เราเชื่อว่าแพสชันที่มีต่อเสียงเพลงและผู้สูงอายุของชายคนนี้กำลังสร้างอิมแพคในใจพวกคุณ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

ภาพ : วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม Siam Ruby Women’s Choir

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load