30 May 2019
6 PAGES
23 K

เช้าวันเสาร์ของช่วงหยุดยาว เรามีนัดกับ แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ แก้ว วงเฟย์ฟางแก้ว วันนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงพลีตสีขาวชวนฝัน แปลกตา

แน่นอนว่าลุคนี้ช่างขัดกับสิ่งที่คนชินตาในสมัยแรกเข้าวงการ ที่เธอเป็นนักร้องวัยรุ่นลุคทอมบอย ผมซอยสั้น หน้าตาเข้าขั้นหล่อเหลาเอาการ จนหลายคนเชื่อว่าตัวตนของเธอเป็นเช่นนั้นมานานหลายปี

เวลาผ่านไป แก้ว จริญญา เริ่มผันตัวมาสู่วงการแสดง ในลุคสาวสวยใส สลัดคราบความเป็น ‘หนุ่มน้อย’ (เธอเรียกอย่างนั้น) ไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

“เราโตขึ้นตามวัย ก็เลยดูเปลี่ยนไป เป็นสาวมากขึ้น” เธอยิ้มพร้อมบอกให้เราหายแคลงใจกับภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปในวันนี้ แถมยังทำท่าทะเล้นเหมือนเอนเตอร์เทนให้เราหัวเราะไปกับเธอ

เพียงไม่กี่นาทีที่ได้พบกันก็สัมผัสได้ว่าเธอเป็นสาวอารมณ์ดี ขี้เล่น มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะร่าเริงอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับเธอไม่เคยเหน็ดเหนื่อยกับงานตรงหน้า หรือคำถามที่อาจเคยตอบซ้ำไปซ้ำมากับใครๆ หลายคน

เมื่อชวนคุยเรื่องการท่องเที่ยวเดินทาง ตาของเธอส่องประกายตาความหลงใหล เธอเขินอายเล็กน้อยเมื่อพูดถึงความรัก และแสดงความมุ่งมั่นเมื่อถึงแผนการในวันหน้า

ตลอดการสนทนาที่คล้ายค่อยๆ กะเทาะไปถึงแก่น เราได้ยินแก้วพูดคำว่า ‘เติบโต’ เสมอ

 

ทอมบอย-คาแรกเตอร์ที่ถูกดึงจากตัวตน

แรกเริ่มเราอยากคุยกับแก้วถึงตัวตนวันนี้ที่เธอไม่มีคอนเซปต์การเป็นนักร้องตีกรอบไว้ ซึ่งช่วงวัยนี้น่าจะเป็นเวลาที่เธอได้แสดงความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

“จริงๆ แล้วแก้วก็เป็นตัวเองมาตลอดนะคะ” เธอตอบพร้อมยิ้มกว้าง ก่อนจะย้อนเล่าถึงช่วงแรกที่ปรากฏตัวในวงการให้ฟัง

“ลุคทอมบอยจัดๆ ในช่วงแรกมาจากคอนเซปต์อัลบั้ม คาแรกเตอร์จริงๆ ของเราไม่ได้จัดขนาดนั้น เราเป็นแค่เด็กผู้หญิงวัย 13 – 14 ที่ออกจะแมนแบบลุยๆ  ไม่ชอบใส่กระโปรง แต่ชอบใส่กางเกง รองเท้าผ้าใบ เท่านั้นเอง”

แก้วเข้าวงการจากการที่ฝ่ายแคสติ้งของค่ายเพลงไปเห็นเธอขณะกำลังชกมวยในฟิตเนส จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคาแรกเตอร์ของแก้วจึงออกมาในแนวสาวหล่อและแมนเช่นนั้น

“พอต้องมาทำอัลบั้มเป็นศิลปินวงเฟย์ฟางแก้ว ทางค่ายต้องชูภาพคาแรกเตอร์ของ 3 คนที่แตกต่างกันออกมาให้ชัด เขาเลยดึงความเป็นสาวห้าวของเราออกมาให้เด่น ตอนนั้นต้องซอยผมสั้น ต้องใส่ท่าทีที่ดูจัดจ้านเวลาอยู่บนเวที แม้ว่าตัวตนของเราจะซอฟต์กว่านั้นอยู่เยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดว่านี่ไม่ใช่ตัวฉันเลยหรืออะไร เรากลับสนุกที่ได้แต่งตัวทำผมแปลกๆ มากกว่า เพราะถ้าให้ไปแต่งตัวเป็นผู้ญิ้งผู้หญิง ใส่ส้นสูง อย่างนั้นคงไม่ไหว”

หลายปีที่ต้องคงคาแรกเตอร์ในการเป็นนักร้อง คนส่วนใหญ่เข้าใจกันเป็นจริงเป็นจังว่าเธอคือสาวหล่อ จนทำให้เธอมีแฟนคลับเป็นเด็กสาวมากมายที่คอยตามกรี้ด

“เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีน้องๆ ผู้หญิงวิ่งมาถาม ‘พี่เป็นทอมจริงหรือเปล่า’ เราก็ยิ้มๆ แล้วโบกมือบ๊ายบาย ไม่ตอบ” เธอเล่าแล้วเหมือนขำตัวเอง

ช่วง 12 ปีก่อนที่แก้วได้รับการชักชวนเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงได้ น่าจะเป็นโอกาสเพียงหนึ่งในล้าน เพราะในยุคนั้นไม่ได้เปิดโอกาสมากมายเหมือนในตอนนี้ แต่การเข้ามาด้วยวัยเพียง 13 ปี ทำให้เด็กหญิงคนนั้นต้องมาเผชิญโลกการทำงานก่อนเพื่อนวัยเดียวกัน และรับความกดดันที่เด็กทั่วไปคงไม่ได้สัมผัสนัก

“ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นความโชคดีหรือเปล่าที่เราเข้าวงการมาได้ทั้งที่ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น พอเป็นอย่างนี้จึงมีคนรอบข้างคอยดูถูกตลอดเวลา แก้วเคยได้ยินเขาพูดกันว่า ‘ไม่เห็นจะเก่งเลย ร้องก็ไม่ดี เต้นก็ไม่ดี เข้ามาวงการนี้ได้ยังไง’ พอฟังแล้วก็รู้สึกเสียใจจังเลย แต่ก็ถูก ที่เขาพูดก็จริง” เธอยอมรับตรงๆ  

แล้วเด็กหญิงแก้วทำอย่างไร เราถามต่อไป

“พอยอมรับ เราก็ฮึดว่าจะต้องพัฒนาตัวเองให้เขาเห็นแล้วกันว่าการที่เราเข้าได้ก็ต้องมีแววอะไรสักอย่างสิที่เขาเห็นว่าเราทำได้ จากนั้นแก้วก็พยายามพัฒนาตัวเองทุกอย่าง ทั้งร้องทั้งเต้น สุดท้ายก็รู้สึกว่าตัวเองค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นะ คนรอบข้างก็เริ่มเห็น เราเองก็รู้สึกว่าเราร้องและเต้นดีขึ้น” เธอพูดอย่างภูมิใจที่ผ่านพ้นวัยวันเช่นนั้นมาได้

 

สาวสะพรั่ง-การเติบโตตามวัยและความท้าทายใหม่

แก้วเล่าว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเธอเริ่มเข้ามาสู่วงการแสดงเต็มตัว นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้เด็กทอมบอยคนนั้นเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ไว้ผมยาว แต่งหน้าแต่งตา เพื่อพร้อมสู่การรับบทบาทเป็นนางเอกละคร

“พอเราเริ่มเข้ามาในวงการการแสดง มาเป็นนางเอก ก็ต้องไว้ผมยาว จะมาซอยผมเหมือนพระเอกไม่ได้ ก็ต้องปรับลุคกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นว่าเป็นสาวเรียบร้อยหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองอะไรมากมาย เพียงแต่เราโตไปตามวัยมากกว่าค่ะ พอโตขึ้นก็ดูเป็นสาวขึ้น ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นด้วย”

การผันตัวเองจากนักร้องสู่การเป็นนักแสดง เธอต้องปรับตัวครั้งใหญ่ แต่สุดท้ายผลจากความทุ่มเทยังส่งผลให้เธอเข้าใจชีวิตมากขึ้น

“การเป็นนักแสดงมีความท้าทายมาก เราต้องทำการบ้านหนัก เพราะการสวมบทบาทเป็นตัวละครหนึ่งต้องรู้ลึกไปถึงแบ็กกราวนด์ เช่น ตอนเด็กๆ เขาเคยเจออะไรมา อะไรทำให้เขาเป็นแบบนี้ เมื่อแบ็กกราวนด์ต่างกัน ถึงเจอเรื่องเดียวกัน รีแอคชั่นก็ไม่เหมือนกัน นี่คือสิ่งที่เราต้องคอยศึกษาหาข้อมูลตลอด เวลาเวิร์กช็อปก่อนถ่ายละคร เราก็จะถามข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจตัวละครให้ได้มากที่สุด ต้องทำการบ้าน คิด และสังเกต ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็จะถามผู้กำกับเลย

“พอได้เล่นละคร สวมบทบาทเป็นคนอื่นที่ไม่เหมือนเรา ทำให้ได้รู้จักและเข้าใจอารมณ์ต่างๆ เยอะมาก มีผลให้เรารู้สึกว่าเราเข้าใจความรู้สึกของคนมากขึ้นนะ แล้วก็ละเอียดอ่อนมากขึ้น เวลาเห็นใครเป็นอะไรเราก็คอยสังเกตเขา เข้าใจเขามากขึ้น เหมือนกับได้เรียนรู้ชีวิตไปด้วย”

 

นักเดินทาง-แพสชันและการใช้ชีวิตในแบบที่ใช่

เมื่อคุยเรื่องงาน แก้วเล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมามีช่วงที่ทำงานหนัก ถ่ายละครติดกัน 7 วัน ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานทั้งวัน ถ่ายกลางแดดจัดบ้าง เลิกงานตี 1 ตี 2 บ้าง หรือบางวันก็ทำงานครบ 24 ชั่วโมง เธอรู้สึกว่าการโหมงานหนักขนาดนี้ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องการ เธออยากมีเวลาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง

แล้วการชีวิตในแบบของแก้วเป็นอย่างไร เราถาม

“แก้วไม่อยากทำงานหนักจนเวลาชีวิตที่เหลือหายไปหมด อยากใช้ชีวิตที่เป็นชีวิตของเราจริงๆ ได้เลือกทำในสิ่งที่ชอบ ที่ผ่านมาดำเนินชีวิตด้วยความชอบเป็นส่วนใหญ่ เพราะรู้ว่าจะทำให้ตัวเองมีความสุขและทำได้ดี การเข้ามาทำงานในวงการนี้มีงานเข้ามามากมาย คนอื่นมักจะบอกว่ามีงานอะไรก็ให้รับให้หมด แต่เรารู้สึกว่าไม่ใช่ ถ้าเรารับงานที่ไม่ชอบก็จะทำออกมาได้ไม่ค่อยดี

“การเที่ยวเป็นหนึ่งการใช้ชีวิตแบบที่ชอบใช่ไหม” เราถามทั้งที่รู้ เพราะเห็นเธอโพสต์รูปทริปท่องเที่ยวถี่ชนิดไม่เคยว่างเว้น

เธอหัวเราะแทนคำตอบก่อนขยายความว่า “ช่วงที่ผ่านมาแก้วเที่ยวเยอะจริงๆ ค่ะ เพิ่งมารู้ตัวว่าชอบออกไปเห็นสิ่งใหม่ๆ ได้ไม่นานเหมือนกัน เมื่อก่อนอาจจะชอบเที่ยวประเทศเดิมๆ เที่ยวอยู่ในเมือง แต่ช่วงหลังตามดูบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวมากขึ้น ดูภาพของเขาแล้วเรารู้สึกมีแรงบันดาลใจจังเลย เรารู้สึกว่าอยากจะไปอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ในภาพนั้น อยากไปสัมผัสเอง ไปรับรู้ความรู้สึกจริงๆ ว่าเวลายืนอยู่บนเขาลูกนั้นเป็นยังไง หรือผู้คนและวัฒนธรรมของสถานที่นั้นเป็นแบบไหน นี่คือจุดเริ่มต้นที่อยากไปที่แปลกๆ ไม่ใช่ดูแต่ในภาพ ซึ่งก็ทำให้เราชอบถ่ายรูปมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ในช่วงที่มีแรงก็อยากไปให้ได้มากที่สุด”

เราสังเกตเห็นประกายความสุขในดวงตาของเธอเมื่อพูดถึงการท่องเที่ยว ไม่น่าเชื่อว่าแต่ละทริปเดินทางเธอจะเป็นคนวางแผนเองทุกอย่าง ตั้งแต่การเลือกสถานที่ จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จัดแจงวางแผนละเอียดยิบไม่แพ้ทัวร์ทีเดียว

“แก้วเป็นคนชอบแพลนและชอบทำเองทุกอย่าง แพลนเที่ยวเหมือนทัวร์เลยนะ เวลานี้ต้องไปตรงนี้ๆ แต่ช่วงหลังก็แพลนไม่แน่นแล้ว เพราะไม่อยากเป็นทัวร์ชะโงก เราอยากมีเวลานั่งดูภูเขาลูกนี้ นั่งดูพระอาทิตย์ตก ใช้เวลากินบรรยากาศตรงหน้าให้มากขึ้น เพื่อนๆ จะรู้ว่าเราแพลนเที่ยวแบบนี้ ก็มีมาแนะนำว่าไปตรงนี้นั้นสิ ตรงนี้สิ แล้วก็เริ่มติดนิสัยให้เราแพลนแล้วก็ขอแปะไปด้วย ช่วงหนึ่งแก้วเลยลองไปเที่ยวคนเดียวบ้าง”

เราออกจะตกใจเล็กน้อย เพราะที่ผ่านมาเห็นตามคลิปหรือในอินสตาแกรมว่าเธอเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ แต่เชื่อว่าการไปเที่ยวคนเดียวคงไม่ได้เป็นเพียงการไปพิชิตจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่น่าจะทำให้เธอกลายเป็นนักเดินทาง ทั้งการไปสู่หมุดหมายและการเดินทางภายใน (ใจ) ที่ให้ความหมายบางอย่างกับชีวิต

“ตอนนั้นแก้วไปเยอรมนี ไปเจอเพื่อนที่ไปเรียนต่อที่โน่นบ้าง แต่หลักๆ คือขับรถลุยไปคนเดียวเลย เราอยากไปถ่ายรูปตรงไหนก็จุดไว้แล้วลากเป็นเส้นทาง แล้วก็ขับรถไป

“การเดินทางคนเดียวทำให้เราได้เปิดใจเจอเพื่อนใหม่ระหว่างทาง แต่ก็ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้คิดอะไรเยอะ มีเวลาที่จะศึกษาความคิดและความรู้สึกของตัวเอง และละเอียดอ่อนกับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น แตกต่างกับตอนที่ไปกับเพื่อน แบบนั้นก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง เพราะเราะมีคนคอยแชร์เรื่องราวระหว่างทางด้วยกัน อย่างไปเจอเหตุการณ์ที่ตลกมากก็จะได้มานั่งคุยกันได้”

พอเข้าเรื่องท่องเที่ยวแล้วก็คงหยุดคุยไม่ได้ง่ายๆ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะมีเรื่องเล่าให้เราฟังอีกมากมาย เราจึงถามขยายไปถึงทริปโมรอกโก ทริปล่าสุดที่เธอเพิ่งกลับมา และบอกว่าเป็นทริปที่ประทับใจที่สุด ด้วยมนตร์เสน่ห์ความงามอันหลากหลายของภูมิประเทศที่มีตั้งแต่ทะเลทรายที่แห้งแล้งไปจนถึงภูเขาน้ำแข็ง รวมไปถึงการรักษาความเก่าแก่ของเมืองโบราณไว้ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย

“โมรอกโกเป็นประเทศที่อยู่เหนือสุดในทวีปแอฟริกา จึงกลายเป็นประเทศที่อากาศหนาวเย็นที่สุดในทวีปที่ร้อนที่สุด อากาศดีมาก เดินเที่ยวสนุก ที่เห็นว่าแก้วเอาผ้ามาพันตัวตอนเที่ยวคือไม่ได้ร้อนนะ หนาวมาก” เธอหัวเราะมีความสุขที่เหมือนได้อวดกลายๆ ให้คนที่ไม่ได้ไปอิจฉาเล่น

“แต่คนไม่ได้มีงานทำกันทุกคน เวลาที่เจอนักท่องเที่ยวเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงิน เราเดินตามหาที่พักเขาก็จะมาเดินนำหน้า บอกว่าจะพาไป แต่สุดท้ายเขาก็ขอเงิน ก็บอกเขาว่าไม่ชอบให้ทำแบบนี้นะ อยากให้จริงใจ อยากได้เท่าไหร่บอกมาเลย เขาก็อธิบายให้ฟังว่าเขาเป็นประเทศโลกที่สามนะ ต้องเอาตัวรอดให้ได้ เมื่อเราไปเห็นและสัมผัสตรงนั้น พอกลับมาก็รักตัวเองมากขึ้นนะ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เห็นใครที่มีชีวิตดีกว่าก็ไม่อยากจะเป็นเหมือนเขา เรามีเท่านี้ก็ดีมากแล้ว คนอื่นประเทศอื่นเขาลำบากกว่าเราอีกเยอะ”

 

นักลงมือทำ-ความกล้าที่ขับเคลื่อนชีวิตเสมอ

แต่ละช่วงชีวิตของแก้วเหมือนกับการเดินทางไปสู่สถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเสมอ ตั้งแต่เด็กสาวธรรมดาที่ได้รับโอกาสหนึ่งในล้าน เข้าวงการมาได้แบบไม่ต้องไปประกวดแข่งขันกับใคร ได้เป็นนักร้องออกอัลบั้ม ก้าวเข้าสู่การเป็นนักแสดงเต็มตัว ทุกอย่างเธอบอกว่าเป็นเพราะความกล้า

“แก้วขอบคุณตัวเองเสมอที่มีความกล้า เป็น Doer ที่พร้อมจะลุยกับทุกอย่างที่อยากทำ และได้ประสบการณ์ชีวิตมากมาย อยากไปเที่ยวที่ไหนก็วางแผนไปเลย จะยากลำบากอย่างไรก็ไม่กลัว หรือการตัดสินใจทำร้านอาหารเกาหลีที่ไม่เคยมีความรู้อะไรมาก่อนเลย แต่เราชอบและอยากเรียนรู้ระบบของร้านอาหาร อยากจีบเขาให้มาเปิดที่ไทย แก้วก็ลุยเลย ไปคุยกับเขา ใครจะบอกว่าเดี๋ยวจะเจ๊งก็ไม่เป็นไร จะขอลองดู ถ้าไม่รอดก็เป็นบทเรียนไป จนวันนี้ร้านก็ยังอยู่ได้”

 

หมุดหมายต่อไปในเส้นทางชีวิต

เมื่อได้ชื่อว่าเป็นนักลงมือทำที่เชื่อว่าทุกอย่างทำได้และเป็นไปได้ แก้วจึงวางหมุดหมายเพื่อต่อยอดให้พบความเป็นไปได้ต่อไม่รู้จบ จากทริปท่องเที่ยวส่วนตัวก็เกิดเป็นคลิปวิดีโอให้อารมณ์พาเที่ยวใน YouTube ที่เธอลงมือทำเองทั้งหมดทุกขั้นตอนอีกเช่นเคย นอกจากนี้ก็ยังมีโปรเจกต์ใหญ่ในใจที่มั่นหมายว่าต้องลงมือทำให้เป็นจริง

“ตอนไปโมรอกโกก็อยากจะถ่ายวิดีโอมาทำคลิป เราก็ถ่าย กลับมาก็นั่งตัดเอง โดยเรียนรู้จากยูทูบเพราะเราทำไม่เป็นเลย เราลุยดูที่เขาสอนในยูทูบจนตาแฉะ ดูแล้วก็หัดทำบ้าง ผ่านไป 1 สัปดาห์เราก็ทำได้สำเร็จจนได้ แก้วคิดว่าทุกอย่างถ้าเราตั้งใจทำอย่างไรก็ต้องสำเร็จ ขอแค่ให้ลงมือก่อน

“ล่าสุดที่วางแผนไว้คือจะทำแบรนด์เสื้อผ้าเดินทางร่วมกับพี่โทนี่ พอดีว่าก่อนหน้านี้แก้วไปเจอเสื้อแบรนด์วิ่งของฝรั่งเศสที่เนื้อผ้าดีมาก ลงน้ำลงทะเลขึ้นมาแป๊บเดียวแห้ง เหมาะกับนักเดินทางที่ไม่อยากแบกอะไรไปมาก แต่ก็มาคิดต่อว่าอยากจะทำให้เป็นแนวแฟชั่นด้วย เลยคิดกันว่าทำเองแล้วกัน พี่โทนี่มีความครีเอทีฟเขาก็คิด เขาเป็น Thinker ส่วนเราเป็น Doer คือคิดมาเลยเราทำให้ ส่วน YouTube Channel ก็คิดไว้ว่าน่าจะต่อยอดอะไรออกไปได้อีกเยอะ”

ส่วนอีกหนึ่งงานที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเราได้เห็นเธอในลุคสาวสวยใสในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hada Labo ที่น่าจะเรียกว่าเปิดเผยตัวตนในมุมน่ารักสดใสกว่าเดิม เราบอกไปว่าได้เห็นโฆษณาแล้วนะ เธอยิ้มกว้างดีใจ

“ตอนถ่ายโฆษณาสนุกมากค่ะ ทุกคนไม่คิดว่าจะออกมาเป็นอย่างนี้ เพราะเราไม่เคยใช้เสียง Range นั้นมาก่อน ตอนอัดเสียงก็เขินตัวเองอยู่นะ ได้ทำอะไรน่ารักๆ แบบนี้ก็ชอบค่ะ อาจจะเป็นอีกตัวตนที่ซ่อนอยู่ของแก้วก็ได้” แก้วหัวเราะเสียงใส พร้อมทำเสียงที่เธอบอกว่าเป็นเสียงน่ารักอย่างในโฆษณาให้ฟัง

“ตอนที่ทาง Hada Labo ติดต่อมาแก้วดีใจมาก เพราะส่วนตัวก็ใช้ผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว ยิ่งแก้วผิวแพ้ง่ายมาก พอได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวคนเอเชียจริงๆ แล้วเราไม่มีปัญหาก็ใช้มาตลอด เพราะได้มาทำงานร่วมกันก็รู้สึกอินนะ เราใช้จริง ก็ไม่เขินที่จะบอกคนอื่นว่าดี” ว่าแล้วเธอก็ทำท่าสาธิตการตบโลชั่น Hada Labo บนใบหน้าอย่างน่ารักน่าเอ็นดูให้เราชมอีกครั้ง เรียกว่าทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำประเทศไทยได้อย่างดีจริงๆ

ตลอดช่วงเช้าที่เฝ้าดูแก้วทำงาน จนได้มานั่งคุยกันอย่างเป็นกันเองอยู่นาน เราคิดว่าการทำงานอยู่ในวงการได้กว่า 10 ปีของเธอน่าจะพิสูจน์ได้ว่าเธอมีดีหลายอย่าง แม้กว่าจะถึงวันนี้เธอต้องผ่านประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย เป็นเหมือนการเดินทางผ่านช่วงวัย ผ่านการผันแปรของความคิด ตัวตน และชีวิต ที่ค่อยๆ กะเทาะให้เธอได้พบกับความชอบ ความสุข และในชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริง

เวลานี้ ในวัย 26 ปี มีช่วงไหนที่แก้วชอบที่สุดไหม  เราถามทิ้งท้าย

“จริงๆ แล้วแก้วชอบตัวตนและทุกอย่างที่ผ่านมาทั้งหมด ไม่ว่าเราจะเคยเป็นอย่างไร ต้องพบเจออะไรมากมายแค่ไหน สุดท้ายทุกอย่างก็ทำให้เราเป็นตัวเราได้อย่างในทุกวันนี้” เธอยิ้มสดใส และเหมือนบอกเป็นนัยว่าตอนนี้เธอเข้าใจแก่นสำคัญของชีวิตตัวเองแล้ว

CONTRIBUTOR

เชิญพร คงมา

อดีตเด็กยอดนักอ่านประจำโรงเรียน ชอบอ่านพอๆ กับชอบเขียน สนุกกับการเล่าเรื่องราวรักการเที่ยวเล่น ติดชิมของอร่อย และสนใจธรรมะ