‘ตรัง’ นับเป็นหนึ่งในเมืองแห่งอาหาร กล่าวกันว่าคนตรังกินข้าววันละ 5 มื้อ จากการผสมผสานวิถีการกินระหว่างชาวจีน มลายู และชาวไทยท้องถิ่น จนกลายเป็นวัฒนธรรมอาหารพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่านั้น นิเวศป่าฝนของเทือกเขาบรรทัดยังส่งให้วัตถุดิบบริเวณนี้มีความหลากหลาย หนึ่งนั้นปรากฏอยู่ในท้องนากลางอำเภอนาโยง ซึ่งอุดมด้วยสายพันธุ์ข้าวท้องถิ่นที่สืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะ ‘ข้าวเบายอดม่วง’ สายพันธุ์ข้าวชื่อไม่คุ้นที่เพิ่งได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications) เมื่อ พ.ศ. 2566 ซึ่งยืนยันได้ว่าข้าวเบายอดม่วงนั้นหยั่งรากอยู่ที่ตรังมานาน และมีกลิ่นรสเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไม่เหมือนกับนาข้าวพื้นที่อื่นใด

กลิ่นรสนี้เป็นสิ่งที่ มิกซ์-จิรวัฒน์ วิระพรสวรรค์ ผู้บริหาร กะช่องฮิลล์ เต็นท์ รีสอร์ท และหนึ่งในนักพัฒนาข้าวเบายอดม่วงนิยามว่ามันคือ ‘ข้าวที่กินสนุก’ ความสนุกที่เกิดจากความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความใส่ใจตลอดเส้นทางการผลิต และการจับคู่กับอาหารบางจานที่ทำให้ความอร่อยของข้าวเบายอดม่วงเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ

ความสนุกข้างต้นเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราหาโอกาสนั่งลงพูดคุยกับมิกซ์ถึงบทบาทของเจ้าของรีสอร์ตผู้สวมหมวกอีกใบในฐานะ ‘คนข้าว’ แห่งอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง 

“ถ้าถามถึงวิชาชีพที่เรียนจบมา แรกเริ่มเลยผมเรียนจบสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่จุฬาฯ แล้วก็เหมือนกับหลาย ๆ คนที่มีจุดเปลี่ยนในชีวิต ถึงจังหวะให้ต้องกลับบ้านที่จังหวัดตรัง ซึ่งครอบครัวมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ประมาณหนึ่ง พอกลับมาผมเองก็เริ่มมองเห็นโอกาสในที่ดินผืนหนึ่งของครอบครัว และคิดว่าน่าจะพัฒนาให้มีประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้” มิกซ์ขยายความ ‘ประโยชน์สูงสุด’ ว่าไม่ใช่เพียงในแง่กำไรของธุรกิจเท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นไปด้วยในขณะเดียวกัน

“พอเริ่มทำรีสอร์ตได้พักใหญ่ คราวนี้ถึงเริ่มหันมาสนใจพัฒนาด้านความยั่งยืนมากขึ้น ยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)​ เป็นแม่แบบการทำงาน แล้วก็ตัดสินใจทำความรู้จักนาโยงอย่างรอบด้าน พยายามตามหาความพิเศษในพื้นที่จนพบว่าตรงนี้มีต้นทุนทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและวัตถุดิบท้องถิ่น เนื่องจากบริเวณส่วนหนึ่งของนาโยงคือเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำสำคัญลงไปสู่แม่น้ำตรัง พื้นที่ตรงนี้จึงมีน้ำตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งปลูกข้าวแหล่งใหญ่ของแถบอันดามัน ซึ่งข้าวเบายอดม่วงก็คือหนึ่งในข้าวสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกอยู่ในอำเภอนาโยงมาแต่ไหนแต่ไร”

เขาขยายความชื่อ ‘เบายอดม่วง’ ให้เราฟังว่า เบา หมายถึงสายพันธุ์ข้าวเบา ที่ใช้เวลาปลูกราว 4 – 5 เดือนก็เกี่ยวได้ ส่วน ยอดม่วง สะท้อนสีของเมล็ดข้าวที่มีทั้งเมล็ดสีม่วงและสีขาวในรวงเดียว อันถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว

“ช่วงค้นพบข้าวเบายอดม่วง ผมได้เข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มสมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคนจากทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชนท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางส่งเสริมสุขภาพคนในพื้นที่ แล้วก็ได้พบว่า จริง ๆ ข้าวเบายอดม่วงตอบโจทย์เรื่องสุขภาพได้ดีทีเดียว เพราะคาร์บต่ำ น้ำตาลต่ำ โปรตีนสูง จึงเหมาะกับคนดูแลสุขภาพ คนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือคนชรา จึงเกิดเป็นเป้าหมายร่วมกันในกลุ่มว่าเราจะร่วมกันพัฒนาข้าวเบายอดม่วงให้ดีขึ้นทั้งในแง่ของคุณภาพและขยายตลาดให้ข้าวชนิดนี้เติบโตไปเรื่อย ๆ” มิกซ์เล่าถึงวันแรก ๆ ที่เริ่มก้าวเข้ามาทำงาน

“ปัจจุบันข้าวที่ผลิตขึ้นในจังหวัดตรังมีปริมาณพอเลี้ยงคนตรังได้เพียงราว ๆ 2 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นคนตรังต้องซื้อข้าวจากที่อื่นมาบริโภค ผลที่ตามมาคือพ่อค้าคนกลางต้องรมยากันมอดเพื่อให้ข้าวเก็บได้นาน ไหนจะเรื่องการสูญเสียพลังงานในการขนส่งข้ามพื้นที่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งด้วย ฉะนั้น มันคงดีถ้าคนตรังได้กินข้าวที่ปลูกในจังหวัดตัวเอง เป้าหมายของผมตอนนี้คือการเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวเบายอดม่วงให้พอสำหรับเลี้ยงคนตรังได้สัก 3 – 4 เปอร์เซ็นต์”

หลังปักหมุดเป้าหมายมั่น มิกซ์จึงรับหน้าที่ที่ตนถนัดและมีต้นทุน นั่นคือการใส่ไอเดียสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่าของข้าว และพยายามสร้างตลาดให้ข้าวเบายอดม่วงเติบโตสู่ผู้บริโภควงกว้างให้ได้มากที่สุด

“จริง ๆ แล้วความพยายามของผมมี 2 ทาง หนึ่ง คือร่วมผลักดันการรับรอง GI เพราะอย่างที่รู้กันว่าการมีเครื่องหมายรับรองที่เป็นสากลจะช่วยเรื่องขยายตลาด และสอง พยายามแปรรูปข้าวเบายอดม่วงเพื่อเพิ่มมูลค่าและนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาใช้ในรีสอร์ต เป็นเหมือนตัวกลางเชื่อมระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคให้มาเจอกันง่ายขึ้น” เขาไล่เรียงถึงความเป็นไปได้เหล่านั้นให้เราฟังอย่างออกรสว่า เมื่อแปรรูปข้าวเบายอดม่วงเป็นพาสตา จะให้เนื้อสัมผัสเบา กินแล้วท้องไม่อืด และซึมซับน้ำซอสได้ดี ลักษณะคล้ายกับเส้นโซบะในตำรับอาหารญี่ปุ่น

“เราทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น พยายามดึงศักยภาพข้าวเบายอดม่วงออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าพูดกันตามตรงก็ต้องยอมรับว่าตลาดข้าวไทยมีกำแพงอยู่เหมือนกัน เพราะคนไทยเราคุ้นชินกับข้าวหอมมะลิมานาน การจะทำให้ข้าวท้องถิ่นมีที่ทางในตลาดข้าวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย”

ปัจจุบันกะช่องฮิลล์ เต็นท์ รีสอร์ท เลือกเสิร์ฟข้าวเบายอดม่วง 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับแขกผู้มาพัก นับเป็นการตัดสินใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และมันก็ให้ผลลัพธ์เป็นบทเรียนที่มิกซ์เองกำลังเรียนรู้ “เราเปลี่ยนข้าวที่ใช้ทั้งหมดเป็นข้าวเบายอดม่วง เรียกว่าหักดิบเลย (หัวเราะ) ช่วงแรก ๆ แขกบางคนไม่ยอมกินเลยก็มี ต้องหาวิธีนำเสนออย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น จับคู่กับอาหารที่กินแล้วเสริมรสชาติกัน อย่างข้าวเบายอดม่วงกินกับแกงปูใบชะพลูจะอร่อยมาก ด้วยแนวทางนี้แขกที่เข้ามาพักก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่เราสื่อสารมากขึ้นเรื่อย ๆ” มิกซ์ตอบอย่างอารมณ์ดี

และไม่ใช่เพียงข้าวเบายอดม่วงเท่านั้นที่มิกซ์สนใจ แต่ยังรวมถึงข้าวท้องถิ่นชื่อแปลกอีกหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ ‘ข้าวนางขวิด’ ที่เขาลองเอามานำเสนอในโชว์เคสเล็ก ๆ เมื่อปีก่อน และได้รับความสนใจจากคนรักข้าวในระดับที่ทำให้ใจชื้น 

“เมื่อปีที่แล้วผมลองจัดงานโชว์เคสชื่อ ‘ข้าวคร่าว’ เป็นบูทนำเสนอข้าวท้องถิ่นของจังหวัดตรัง เอาข้าวที่หายไปจากตลาดมาสื่อสารและหุงให้คนชิม พบว่าจริง ๆ แล้วรสชาติข้าวท้องถิ่นไม่ได้เข้าถึงคนยากแบบที่คิด อย่างข้าวนางขวิดซึ่งหากินไม่ค่อยได้ พอคนได้ชิมก็ชอบกันมาก” เขาเล่าเรื่อย ๆ ก่อนย้ำว่าการนำเสนอข้าวท้องถิ่นนั้นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และใจเย็น และหากได้กำลังจากคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกำลังใจในการพัฒนา วงการนี้ก็จะยิ่งมีความหวัง

“ผมมองว่า ถ้าคนรุ่นใหม่เข้ามาสนใจเรื่องข้าวกันมากขึ้น มาใส่ไอเดียแปรรูปข้าวท้องถิ่นให้มีตัวเลือกหลากหลาย เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้ข้าวท้องถิ่นติดลมบนในตลาดข้าวไทย และกลายเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม”

Writer

อรุณวตรี รัตนธารี

อรุณวตรี รัตนธารี

นักสื่อสารเรื่องราวของมนุษย์ผ่านอาหาร ผู้อยากเห็นระบบอาหารของไทยใส่ใจคนทุกกลุ่ม

Photographer

เทวา กาญจนานิจ

เทวา กาญจนานิจ

ภาพอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ความฝันอยากเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก