ณ ดินแดนใต้สุดของประเทศไทยอย่างยะลา ปัตตานี นราธิวาส มีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั้งหมด 215 แห่ง

ตัวเลขนี้อาจไม่ได้น่าตกใจอะไร แต่หากลองพลิกกระดาษดูรายชื่อนายก อบต. จะพบว่ามีเพียง 6 ใน 215 แห่งเท่านั้นที่มีผู้นำระดับนายก อบต. เป็นผู้หญิง

ภายใต้สังคมของอิสลามิกชนที่มีข้อถกเถียงเรื่องบทบาทหน้าที่สตรี ความเชื่อว่าผู้หญิงควรประกอบภารกิจในบ้านเรือนให้ดีครบถ้วนเสียก่อนจะไปทำอะไรอื่น และข้อจำกัดที่เคร่งครัดกว่าผู้ชาย ทั้งการเข้าสถานที่ต่างๆ การแต่งกาย และการประกอบอาชีพ การดำรงตำแหน่งนายก อบต. ของ จุฑามณี หามะ หรือที่ชาวบ้านชุมชนแว้งเรียกเธออย่างเป็นกันเองว่า ‘กะนิง’ (กะหรือก๊ะในภาษามลายูหมายถึง ‘พี่สาว’) คือปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ยาก

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

ไม่เพียงเป็นผู้นำหญิงเท่านั้น เธอได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ดูแลสารทุกข์สุขดิบของสมาชิกราว 7,200 คนในตำบล ต่อเนื่องมายาวนาน 3 สมัย รวมทั้งหมด 16 ปี

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้นำยุคสมัยใหม่จะยืนระยะครองใจพลเมืองได้นานถึงเพียงนี้

จากตำบลห่างไกลแห่งหนึ่งในแผนที่ที่เข้าไม่ถึงโอกาสนานับประการ กะนิงยกระดับแว้งให้กลายเป็นศูนย์เชี่ยวชาญการสร้างโอกาสทางสังคม ที่ผู้นำหลายตำบลต้องขอแวะเวียนมาเยี่ยมชมเป็นตัวอย่าง แว้งมีกลุ่มสังคมกลมเกลียวแน่นแฟ้นแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างอาชีพให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ด้วยรอยยิ้ม ในจังหวัดที่ถูกจัดอันดับให้มีอัตราความยากจนสูงติด 5 อันดับแรกของประเทศ และรวมพลังคนในชุมชนกันเพื่อฝ่าภัยครั้งแล้วครั้งเล่า รวมถึงภัยวิกฤตอย่าง COVID-19

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

ในสังคมที่ปากเสียงส่วนใหญ่มาจากผู้ชาย ผู้นำหญิงคือตัวแทน แรงบันดาลใจ และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไปข้างหน้า และเป็นผู้ช่วยยืนยันให้ประจักษ์ชัดว่า พลังของสตรีนั้นยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร

เธอปรับเปลี่ยนชุมชนได้อย่างไร เราขอชวนคุณเก็บสัมภาระลงใต้พร้อมสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ที่ลงไปทำงานร่วมกับชุมชน มุ่งหาคำตอบถึงการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SEP for SDGs) ที่ชัดเจน จับต้องได้ ตามไปดูกันว่าผู้นำหญิงคนนี้บริหารด้วย ‘สไตล์แว้ง แว้ง’ อย่างไรให้ยั่งยืน และเชื่อมผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยสันติและความสุขในใจ

01

หญิงแว้ง

“เราเป็นผู้หญิง แต่ค่อนข้างซุกซน ถ้าเพื่อนผู้ชายคนไหนเกเร แกล้งเพื่อน เราจะเป็นคนคอยห้ามปราม อยู่แบบห้าวๆ ครูประถมเจอกันตอนนี้ก็บอกว่าไม่แปลกที่เราโตมาเป็นนายก อบต.” ผู้นำวัย 47 ปีเล่าถึงช่วงเยาว์วัยที่เธอฝึกหัดการเป็นผู้นำของโรงเรียนและเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้คนที่แตกต่างได้อย่างสบายๆ

ในความทรงจำของเธอ แว้งคือโรงเรียนและทุ่งนาผืนกว้าง ชวนให้วิ่งเล่นเลียบผ่านรวงข้าว กระโดดลงน้ำจับปลา และแม้ผู้คนนับถือความเชื่อแตกต่าง แต่พลเมืองแว้งดูรักใคร่กลมเกลียว เอื้ออาทรต่อกันอย่างดี

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

เวลาผ่านไป กะนิงเข้าสู่ชีวิตการทำงานด้วยตำแหน่งคุณครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน สอนหนังสืออยู่ราว 6 ปี เมื่ออายุถึงเกณฑ์ 30 ปี และมีการจัดการเลือกตั้งนายก อบต. โดยตรงจากประชาชนเป็นครั้งแรกตามแผนกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เธอตัดสินใจลงสมัครและได้รับแรงสนับสนุนมากมายจากผู้คนรอบข้าง

“ตอนนั้นเป็นช่วง พ.ศ. 2547 ที่เหตุการณ์การเมืองกำลังคุกรุ่น คนรอบตัวก็ถามว่าไม่กลัวเหรอ บางคนก็พูดว่าผู้หญิงจะลงสมัครไปทำไม มันไม่เหมาะ แต่เรามาด้วยใจอยู่แล้ว อยากทำให้ดีที่สุด และพิสูจน์ให้คนเห็นว่าเราทำได้ไม่แพ้ผู้ชาย”

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเช่นนี้คือ การเห็นตัวอย่างจากพ่อแม่ที่ชอบพบปะพูดคุยและช่วยเหลือชาวบ้านโดยรอบอยู่เสมอแม้ไม่ได้มีตำแหน่ง เป็นแรงบันดาลใจให้เธอคิดอยากทำอะไรเพื่อคนอื่น

แม้ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน แต่เธอเดินหน้าอย่างมุ่งมั่น จนได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายก อบต. หญิงคนแรกของแว้ง พร้อมภารกิจที่ต้องแสดงฝีมือให้คนยอมรับ

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี
02

ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เมื่อรับตำแหน่งอันท้าทาย สิ่งที่กะนิงเลือกจัดวางให้อยู่ลำดับความสำคัญแรกๆ คือการรวมกลุ่มชุมชนให้เข้มแข็ง เพราะมองว่าแว้งมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมาอย่างต่อเนื่องพอสมควร แต่ยังขาดการจัดกิจกรรมรวมพลังของผู้คนเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“เราอยากสร้างกลุ่มคนต่างๆ ในแว้งให้มีความชัดเจน เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดกิจกรรมขึ้นในพื้นที่ มีความแข็งแรง และพลังพอที่จะดึงคนอื่นๆ มาเข้าร่วมด้วยกัน” นายก อบต. ผู้ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรเผยแนวคิด

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

เพื่อให้การดำเนินงานตอบโจทย์ชุมชนอย่างแท้จริง กะนิงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) วิจัยและจัดเก็บข้อมูลของชุมชนอย่างละเอียด การสำรวจนี้ทำให้เห็นปัญหา ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนแต่ละกลุ่มจริงๆ 

เช่น กลุ่มชุมชนดั้งเดิมมีการทำงานที่ผูกพันกับหลักปฏิบัติทางศาสนา กะนิงจึงมักเชิญชวนผู้นำทางศาสนาที่ผู้คนนับถืออย่างโต๊ะอิหม่ามเข้ามามีบทบาทช่วยรวมมวลชน และแปลงมัสยิดเป็นศูนย์กลางจัดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่าง ‘สภาซูรอ’ สำหรับรับฟังปัญหาและวางแผนพัฒนาชุมชนร่วมกัน

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

ข้อมูลจากพื้นที่เหล่านี้ต่อมาพัฒนากลายเป็นระบบสวัสดิการ กองทุน และนโยบายต่างๆ ที่คำนึงถึงคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเงื่อนไขชีวิต โดยไม่หลงลืมกลุ่มคนเปราะบางใด

เช่น กองทุนซารีกัตมาตี ที่ชวนคนมาบริจาคเข้ากองทุนกลาง เพื่อนำไปช่วยเหลือค่าทำศพคนละ 3,000 – 6,000 บาทแบบไร้ดอกเบี้ยตามหลักอิสลาม ให้แก่ครอบครัวที่ต้องการ 

อีกทั้งกองทุนอัลอัยตามเพื่อเด็กกำพร้า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนผู้สูงอายุที่ไม่เพียงแต่เบิกจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและทำกิจกรรมทั่วไป แต่ปฏิบัติตามหลัก 5 อ. คือ อาหาร อาชีพ ออกกำลังกาย อาสา และออมทรัพย์ มีการชวนกันเก็บเงินร่วมกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนานทุกสัปดาห์เพื่อเก็บไว้ใช้ตามฝันวัยเก๋า ให้ความรู้ด้านสุขภาพและการประกอบอาชีพ มีอาสาสมัครคอยดูแลเยี่ยมเยียน ไม่ต้องเหงาอยู่บ้านเพียงลำพังอีกต่อไป

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

ด้วยลักษณะนิสัยของกะนิงที่ไม่ถือตัว ทำงานแบบติดดิน พร้อมอยู่เคียงข้างแม้มีภัยอย่างน้ำท่วมสูงถึงเข่าในยามวิกาล ประชาชนจึงยินดีร่วมมือ ให้ความไว้วางใจถึงขั้นเปิดบ้านให้เธอเดินเข้าไปเอ่ยอัสลามุอะลัยกุม (ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่าน เป็นคำทักทายของชาวมุสลิม) ถึงห้องครัว ทานข้าวร่วมกันแบบไม่ต้องเกร็ง และเกิดเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง

เป็นมิตรภาพที่อาจหาได้ไม่ง่ายนักระหว่างผู้ปกครองและพลเมือง

03

สร้างคนรุ่นใหม่

เมื่อชุมชนร่วมมือกันอย่างดี คนรุ่นใหม่ก็เกิดแรงบันดาลใจอยากช่วยกันขับเคลื่อนไปข้างหน้าผ่านการเลือกใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์

“วันนี้มีเยาวชนหลายคนลุกขึ้นมามีบทบาท จัดตั้งกองทุนใหม่ๆ ดูแลจัดการตัวเองในหมู่บ้าน เป็นหลักประกันที่ทำให้เกิดความมั่นคงมากขึ้น” กะนิงเล่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความเชื่อมั่นที่มีต่อคนรุ่นใหม่ ว่าพวกเขาจะเป็นอนาคตสำคัญของชุมชนและสังคม

การสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก อบต. ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่ (Sense of Ownership) เหมือนกัน เกิดกลุ่มอย่างเยาวชนสร้างสุขกำลังสาม รวมตัวกันเพื่อทำงานจิตอาสา จัดค่ายและกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้คน และเกิดการพัฒนาเป็นกลุ่มอื่นๆ ต่อยอด เช่น กลุ่มกุมปัง ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม ฝึกหัดและเล่นดนตรีด้วยกัน จนเกิดเป็นรายได้ที่นำมาจัดสรรให้สมาชิก

เห็นได้ว่าการทำงานของ อบต.แว้ง พยายามนึกถึงคนทุกฝ่าย ชุมชนชาวแว้งจึงมั่นใจว่าตัวเองจะได้รับการดูแล ตั้งแต่เกิดจนสิ้นใจ และมีโอกาสเป็นส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงสังคมของพวกเขา

04

กลับมาที่รากฐาน

อีกหนึ่งเรื่องที่ผู้นำชุมชนทุกคนต้องทำการบ้านอย่างหนักคือ การพัฒนาเศรษฐกิจและส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้ยั่งยืน

ที่แว้ง อาชีพหลักเดิมของชุมชนคือเกษตรกรรม การทำนา แต่ราว 10 กว่าปีก่อน ชาวบ้านหันไปผลิตและรับจ้างกรีดยางพาราเพราะผลตอบแทนที่ดึงดูดใจ ผืนนาที่มีกลับกลายเป็นพื้นที่ร้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ราคายางตกต่ำลงถึงขั้นวิกฤต กะนิงจำเป็นต้องหาทางออกใหม่ให้แก่ชุมชน

“สิ่งที่ต้องทำคือการให้ความรู้แก่ชาวบ้าน ส่งเสริมการลดรายจ่ายให้พอดีกับตัวเอง ผลักดันให้ปลูกพืชผักสวนครัวที่ปลอดภัยไว้กินเอง รวมถึงสนับสนุนโรงเรียนชาวนา และฟื้นฟูนาร้างให้คนกลับมาประกอบอาชีพ” อดีตคุณครูตอบด้วยจิตวิญญาณอาชีพเดิม เธอเชื่อว่าการส่งต่อความรู้เป็นหัวใจสำคัญของสังคมที่ยั่งยืน

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

กะนิงขับเคลื่อนให้คนกลับมาดูแลนาอีกครั้งผ่านการฟื้นฟูโรงเรียนชาวนา เพื่อถ่ายทอดความรู้และเน้นย้ำการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ให้คนปลูกสิ่งที่ตัวเองจะกล้ากิน และช่วยส่งเสริมให้อนุรักษ์ 2 พันธุ์ข้าวท้องถิ่นอย่างชือรีบูกันตัง และมะจานู สร้างรายได้พร้อมเกิดความมั่นคงทางอาหารที่เป็นเสมือนภูมิคุ้มกันของชุมชน เมื่อเกิดน้ำท่วมช่วงที่ฝนตกชุกเป็นพิเศษ 3 – 4 เดือนในจังหวัด ชาวบ้านยังมีข้าวเก็บไว้กินเอง 

วัตถุดิบที่ได้จากการหันมาทำเกษตรยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นต่อ เช่น ขนมนีเล็งที่ทำจากใบเหลียง สูตรลับของกลุ่มสตรีสร้างสุขเสริมรายได้ และชาเจ๊ะเหมที่ขึ้นชื่อและหาได้เพียงที่นราธิวาส ถือเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้ท้องถิ่น

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

“เมื่อก่อนเราเคยเน้นการสนับสนุนงบประมาณให้ลองทำไปก่อน แต่ปรากฏว่าไม่ยั่งยืน เพราะไม่ได้มาจากความสมัครใจสักเท่าไร เราต้องลงไปคุยว่ารักที่จะทำสิ่งนี้จริงไหม และกระตุ้นให้รู้สึกว่าอยากทำให้สำเร็จ” กะนิงเล่า สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจด้วยว่าคนอยากทำอะไร

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนอีกหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มส้มโชกุน ปุ๋ยอินทรีย์ กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ๆ จากสิ่งเดิมที่พอมีอยู่ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตชาวแว้งดีขึ้น

05

ชนะภัยแว้ง

แว้งอยู่ในพื้นที่ที่เผชิญภัยพิบัติเสมอมา ทั้งพายุเข้า น้ำท่วม

และล่าสุด หนีไม่พ้นการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้แว้งเป็นพื้นที่สีแดงเมื่อปีก่อน แต่โชคดีที่แว้งมีประสบการณ์การรวมกลุ่มที่เหนียวแน่น ทั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานของภาครัฐ ผู้นำศาสนา ผู้ใหญ่บ้าน กำนันและ อสม. เพื่อรับมือกับภัยต่างๆ ทำให้พวกเขารู้จักมักคุ้นและประสานงานกันเพื่อรับมือวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว ปิดพื้นที่ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ แจกจ่ายหน้ากากอนามัย ข้าวสาร และอาหาร เปิดห้องประชุมของตำบลให้กลายเป็นสถานที่กักกันผู้ป่วย (Local Quarantine) 

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

“จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เรามีความพร้อมที่จะจัดเตรียมแผนรับมือได้เป็นลำดับว่าต้องทำอะไรก่อนหลังบ้าง หนึ่ง สอง สาม อยู่เสมอ” แม่ทัพผู้คลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดให้ผ่านพ้นไปได้กล่าว

เธอยืนยันว่าจะผ่านวิกฤตไปไม่ได้เลย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือของชุมชนที่ร่วมปลูกฝังกันมาเป็นเวลานาน

“ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่พร้อมทำงานร่วมกัน หากเปิดอกคุยและทำความเข้าใจกัน เราจะมีทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง ฝ่าฟันทุกปัญหาไปได้” กะนิงสรุปหัวใจสำคัญที่ทำให้แว้งเป็นแว้งทุกวันนี้

ไม่มีวิกฤตอะไรน่ากลัว ถ้าผู้นำมีความรู้คู่คุณธรรม ประชาชนย่อมยินดีช่วยเหลือและร่วมฝ่าฟันไปด้วยกัน

06

สมัยต่อไป

“นายก อบต. รับฟังความคิดเห็นของทุกท่าน ชอบให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งานต่างๆ แต่ถึงเวลาตัดสินใจก็เด็ดขาดเหมือนกัน” สะอารี ดีมูเละ ปลัดชายของตำบลที่ทำงานร่วมกับกะนิงเล่าสิ่งที่ผู้คนประทับใจในตัวผู้นำชุมชนคนนี้ ที่ผสมผสานทั้งความอ่อนโยนและแน่วแน่ไว้ในตัวคนเดียว

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

ผ่านมา 16 ปี ตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ารับตำแหน่ง กะนิงยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง และหาหนทางพัฒนาชุมชนอันเป็นที่รักของเธอ นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งาน มีการเก็บข้อมูลชุมชนอย่างละเอียดทุกหลัง เป็นแผนที่สำหรับทำความรู้จัก ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

“ทำนานๆ ก็มีเบื่อบ้างเหมือนกัน ช่วงสมัยที่สองเจออะไรซ้ำๆ เดิม แต่ก็คิดว่าเป็นโอกาสให้เราได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆ พอเริ่มทำแล้ว มันหยุดไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อ แต่ไม่ได้เครียดเลยนะ”

จุฑามณี หามะ นายก อบต. หญิงคนแรกของตำบลแว้ง นราธิวาส ผู้ชนะใจประชาชนตลอด 16 ปี

กะนิงพร้อมลุย สู้กับปัญหารูปแบบต่างๆ เสมอ ทำให้สิ่งที่เธอทำสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติในหลายประเด็น 

แม้ยังเหลืออีกหลายแง่มุมที่ต้องพัฒนาแก้ไขในแว้ง เช่น การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพที่กวนใจกะนิงอยู่เรื่อยมา แต่เราเชื่ออย่างยิ่งว่า เมื่อผู้นำวางรากฐานที่เข้มแข็ง สร้างสายใยระหว่างคนในชุมชนไว้อย่างดี เมล็ดพันธุ์นี้จะช่วยให้ตำบลเล็กๆ อย่างแว้งเติบโตและแสดงศักยภาพในแบบของตัวเอง ให้เป็นกรณีศึกษาที่ประจักษ์ชัดและน่าเรียนรู้

เหมือนที่กะนิงได้พิสูจน์มาแล้วทั้งชีวิตการทำงานของเธอ ในฐานะ นายก อบต. หญิงแว้ง คนแรก

และเราหวังว่าจะไม่ใช่เธอแค่เพียงคนเดียว

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ภาพ : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

NANA Coffee Roasters คาเฟ่ย่านบางนา คือสถานที่พูดคุยของเราในวันนี้ บรรยากาศโล่งโปร่ง รายล้อมด้วยสีขาวสะอาด ตัดกับความเขียวขจีของแมกไม้ มีกลิ่นหอมฟุ้งของกาแฟอบอวลชวนฝัน

และมีต่างหูยาวระย้า ที่คาดผมดอกไม้อลังการ กระโปรงบานสีฟ้าพลิ้วไหว กระเป๋าถือในคราบโทรศัพท์โบราณ พร้อมรอยยิ้มกว้างเป็นมิตร

ไม่ต้องมองหาให้เมื่อยคอ เธอคือ จอย-ณัฐกาญจน์ เด่นวณิชชากร เจ้าของธุรกิจ Joy Ride บริการดูแลพร้อมรับส่งผู้สูงอายุไปหาหมอ ไม่ผิดแน่ 

จอยเริ่มด้วยการบอกตามตรงว่าเธอชื่นชอบ The Cloud มาก และมักจะเข้ามาพูดคุยบนเพจของเราเสมอ วันนี้ ถึงตา The Cloud เป็นฝ่ายเข้าหาเธอ เรานั่งลง สนทนา ถามไถ่เรื่องราวในชีวิตจอยด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

อาจเป็นเพราะกฎแห่งแรงดึงดูด, เธอว่า

หรืออาจเป็นเพราะสิ่งที่เธอทำมันมีทั้งคุณค่าและความหมาย, เราเห็นเช่นนั้น

หากไม่เชื่อ ขอโฆษณาให้ฟังสักเล็กน้อย 

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก
Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

ถ้าคุณเป็นคนที่เคยเลื่อนนัดหมอเพราะลูกหลานไม่ว่างพาไป จำต้องพลาดกิจกรรมบางอย่างเพราะไม่มีคนไปด้วย หรือไม่มีใครอยู่รอในวันที่ต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ เรามีข้อเสนอดี ๆ มาให้

ก่อนอื่น นี่ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นโฆษณาบริการรถรับจ้าง

และนี่ก็ไม่ใช่แค่รถรับจ้างธรรมดา แต่เป็นรถที่จอดรอคุณทั้งวัน มีโชเฟอร์ที่เป็นทั้งคนขับ คนช่วยพยุง คนคุยเล่นเป็นเพื่อน คนสื่อสารกับหมอ โดยมีการเตือนคุณให้กินยา และแวะเวียนมาหาพร้อมของฝากเป็นบริการหลังการขาย 

สตาร์ทอัพของอดีตพนักงานเงินเดือนหมดไฟ ที่หันมาเอาดีด้านการดูแลผู้สูงอายุราวกับคนในครอบครัว 

นี่เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของ Joy Ride เท่านั้น

Joy to the World

จากจังหวัดยะลา ใต้สุดของประเทศ จอยขึ้นมาจบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะฝันอยากเป็นนักเขียนบท 

หากว่างจากการเรียน เธอมักจะเป็นอาสาสมัครเลี้ยงเด็กตามบ้านเด็กอ่อน และคอยช่วยเหลือค่ายศิลปะ Art for All เกือบทุกปี เป็นศิลปะสำหรับเด็ก 5 ประเภท คือ หูหนวก ตาบอด พิการทางรางกาย พิการทางสมอง และเด็กปกติ 

จอยบอกว่าตัวเองไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง มีชีวิตขาวสะอาดมาก ถึงขั้น “โคตรอินโนเซนส์”

เธอจึงตัดสินใจกลับไปอยู่ใต้อีกครั้งที่ภูเก็ต บ้านเกิดของแม่และยาย คิดว่าคงได้ประสบการณ์มาเขียนบทเป็นกอบเป็นกำ แต่กลับจับพลัดจับผลูมาทำงานการตลาด ในตำแหน่ง Marketing Officer ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่หนึ่งของชีวิต

จุดเปลี่ยนที่สอง เกิดขึ้นในวัย 25 ปี เมื่อเธอกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยการเป็น Brand Manager ของบริษัทเกี่ยวกับภาพยนตร์ นำพาให้เธอได้เติบโตบนเส้นทางนักการตลาดในหลายแวดวงเรื่อยมา จนถึงวันที่มีเงินเดือนแตะแสนบาท 

แต่เธอไม่จอยสมชื่อ จอยเต็มไปด้วยความทุกข์ หลังวิกฤตโควิดเข้ามาได้ 1 ปี

“มีความกดดันในที่ทำงาน จากเป็นคนที่เจ้านายรักมาก กลายเป็นหมาหัวเน่า เริ่มนั่งอยู่ดี ๆ ก็อยากร้องไห้ ขับรถก็ร้องไห้

“เริ่มโทรไปคุยกับแม่ว่า หม่าม้า ลูกจะเป็นคนที่ล้มเหลวไหมถ้าลูกจะขายบ้าน ขายรถที่กรุงเทพฯ ขายทุกอย่างเลย แล้วกลับไปอยู่ยะลา ลูกไม่มีความสุขในชีวิต รู้สึกแย่มาก”

เธอตัดสินใจไปพบแพทย์ วันนั้นเองที่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญได้ถือกำเนิดขึ้น

เรื่องแรก เป็นไปตามคาด หมอวินิจฉัยว่าจอยเป็นโรคซึมเศร้า เธอนั่งปล่อยโฮกลางโรงพยาบาล

เรื่องต่อมา ขณะที่น้ำตายังคงไหล เธอมองเห็นคนแก่ กำลังพาคนที่แก่กว่า และป่วยกว่าไปพบแพทย์

“ทำไมลูกหลานไม่พามา” เสียงในหัวเธอดัง คิดถึงเรื่องเล่าจากเพื่อนที่มีแม่เป็นมะเร็ง ต้อง Follow-up ทุก ๆ 3 เดือน แต่เจ้านายกลับไม่ให้ลาหยุด 

จอยกินยาคลายเครียดเม็ดแรกในชีวิต 

วันอาทิตย์เธอปรึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน ว่า จะทำธุรกิจรับจ้างพาผู้สูงอายุไปหาหมอ ปรากฏว่ามีคนสนับสนุน ให้ความสนใจเยอะมาก 

จอยยื่นจดหมายลาออกในเช้าวันจันทร์ 

เธอทำโลโก Joy Ride ให้คนในกลุ่มเลือกอีกครั้ง เธอจด Trademark จดทะเบียนเว็บไซต์ เปิดเฟซบุ๊ก จด Domain Name ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลา 1 เดือน 

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

Test Drive

ไอเดียแรกของธุรกิจนี้คือบริการดูแลพร้้อมรับส่งผู้สูงอายุ แต่ลูกค้าคนแรกที่โทรเข้ามา คือขอให้เธอช่วยรับกลับจากโรงพยาบาลสนาม เพราะเพิ่งหายจากโควิด แม้จอยจะขอใช้เวลาคิด แต่เธอก็โทรกลับไปตอบว่า “ได้ค่ะ”

จอยสวมเสื้อกันฝนแทนชุด PPE เปิดหน้าต่าง ปิดแอร์ สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น พร้อมถุงมือและหมวก แม้จะเป็นงานแรกที่เธอยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ได้มาก แต่ลูกค้าคนแรกของเธอก็กลับถึงบ้าน พร้อมเขียนรีวิวชื่นชมเธอยกใหญ่ จุดประกายให้ (อดีต) มาร์เก็ตติงสาว คิดแคมเปญขึ้นมาเล็ก ๆ ว่า Welcome home พาคุณกลับบ้าน ไปหาบ้านที่คุณรัก และคนที่คุณคิดถึง คอยรับจ้้างส่ง (อดีต) ผู้ป่วยโควิดตลอดทั้งเดือน 

กระนั้น จากที่เคยได้เงินเดือนแตะแสนบาท กลับกลายเป็นได้กำไร 200 บาทในเดือนแรก เพราะต้องซื้อชุด เครื่องพ่นแอลกอฮอล์ เครื่องฟอกอากาศ จ่ายค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ฯลฯ ทำให้เธอทบทวนความตั้งใจของตัวเองใหม่ จนเกือบจะล้มเลิก

“ประมาณเดือนตุลาคม ช่วงลูกค้าน้อย ๆ เราได้เจอลูกค้าเป็นคุณแม่ท้อง ทั้งเดือนแทบจะอยู่ได้เพราะคนนี้เลย เขาถามว่า พี่จอย คิดจะทำ Joy Ride ไปถึงเมื่อไหร่ หนูอยากให้พี่จอยดูแลหนูกับลูกไปจนลูกบวชนะ” 

แม้จอยจะฟังแล้วแอบร้องไห้เงียบ ๆ แต่คำตอบที่ดังที่สุดคือเธอจะทำทุกวิถีทางให้ธุรกิจนี้ไปต่อให้ได้

และ Joy Ride ที่มีสมาชิกเพียง 6 คนในตอนนั้น ก็ได้รู้จักกับคำว่า สตาร์ทอัพ

จอยร้อยเวที

จอยกลับสู่วงการการตลาดจนได้ แต่เป็นการทำ Pitch Desk โมเดลธุรกิจไปขอทุนตามองค์กรต่าง ๆ ซึ่งไม่เคยผ่านเลย เพราะไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจมาก่อน แต่ทุกครั้งที่ถูกปฏิเสธก็คล้ายจะเป็นการบังคับให้เธอกลับมาหาความรู้เพิ่ม

“เราทำบริการนี้ เพราะเราอยากทำบริการนี้ เราไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นธุรกิจที่เติบโต ผู้สูงอายุเป็นเทรนด์ได้ ไม่รู้ ตลาดผู้สูงอายุเป็นยังไง ไม่รู้ ไม่ทำการบ้าน และถึงแม้เราจะไม่ได้ทุน แต่กรรมการจะบอกว่า เราขาดอะไร 

“ทำให้เราเกิดการพัฒนา เราเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาให้กับสังคม เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างรายได้ให้กับคน อยู่ ๆ เราก็มีความคิดเหมือนกับเจ้าของกิจการ เราต้องดูแลทีมงานของเราให้ดี เขาจะได้ไปดูแลคนอื่นได้ดี ฉะนั้น ต้องมีกำไรในการบริหาร 

“จากได้เงินเดือนละ 20,000 กำไร 200 วันนี้เราโตขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ มีพนักงานเกือบ 20 คน และกำลังจะได้เงินหลายแสนบาท”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

ไม่เพียงผู้สูงอายุเท่านั้นที่ใช้บริการได้ จอยเล่าว่า ลูกค้ากลุ่มรองลงมาเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ จนถึงรอรับกลับหลังคลอดลูกวันแรก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้พิการที่ไม่ใช่แค่พาไปโรงพยาบาล แต่ยังพาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการคนดูแล เช่น ไปเที่ยว ไปดูหนัง ไปงานรับปริญญาตัวเอง อีกหนึ่งกลุ่มที่เราว่าน่าสนใจดี คือกลุ่มสาวโสดอายุ 30 – 40 ปี อาจเป็นเพราะเห็นตัวเองในอนาคต 

กลุ่มนี้ส่วนมากจะต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน หรืออยู่เฝ้ารอหน้าห้องผ่าตัด เป็นวัยที่คงไม่ไขว่คว้าหาความช่วยเหลือเท่าไหร่ และกำลังใจอาจเป็นของหายากมากที่สุด อย่างน้อยในวันที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะดีหรือร้าย การมีคนรอคอยการกลับมาก็มีค่าเหลือเกิน

“ตอนที่ติดต่อเรามาครั้งแรกเหมือนเป็นคนแปลกหน้า แต่หลังจากที่เราให้บริการ เขาก็มองเราไม่เหมือนเดิม เราเป็นลูกรับจ้าง หลานจำเป็น ในยามที่คุณจำเป็นต้องมีใครสักคนหนึ่งเป็นเพื่อนคอยดูแล” จอยย้ำความตั้งใจ

Easy ไม่ Scary

เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้แล้วว่า บริการรถรับจ้างที่เราโฆษณาไว้ตั้งแต่ต้นจะพิเศษขนาดไหน 

งานของ Joy Ride แตกต่างจากรถสาธารณะทั่วไปตรงที่เธอไม่ได้ส่งแค่ถึงปลายทาง แต่ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเจอลูกค้า วันที่ไปพบแพทย์ จนถึงหลังกลับจากพบแพทย์ ขอเล่าง่าย ๆ ตามเวลา ดังนี้

ก่อนเจอลูกค้า

“ถ้าพรุ่งนี้ต้องไปรับลูกค้า วันนี้จะโทรไปสวัสดีค่าคุณแม่ น้องแอนเขาให้หนูไปรับพรุ่งนี้ 6 โมงเช้า คอนเฟิร์มนะคะ เราจะถามลูกตั้งแต่ก่อนไปแล้วว่าคุณแม่คุณพ่อชอบฟังเพลงอะไร บางคนบอกชอบ The Ghost Radio บางคนบอกชอบธรรมะ ลูกบางคนส่งเพลย์ลิสต์มาให้เปิดเลย 

“ขึ้นรถมา คุณแม่เพลงเสียงดังไปรึเปล่า เย็นไหม ร้อนไหม ในรถมีขนม เครื่องดื่ม ทิชชู เตรียมอุปกรณ์สำหรับคนแก่ บางทีหาหมอเสร็จแล้วหิว จะได้มีอะไรกินเล็ก ๆ น้อย ๆ มันจะไม่เหมือนนั่งรถโดยสาร แต่ขึ้นมาแล้วเหมือนได้นั่งรถหลานสาว”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

วันที่ไปพบแพทย์

“เราพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาลยังไง ก็ทำแบบนั้นแหละ พาไปห้องหมอ คิดแทนว่าถ้าเกิดว่าหมอบอกแบบนี้ เราจะต้องถามอะไรหมอ รับยา เจาะเลือด ระหว่างนี้ก็ต้องคอยรายงานลูกเป็นระยะ ๆ 

“เอกลักษณ์ของ Joy Ride คือการที่ลูกหลานจะรู้สถานะตลอด ออกจากบ้านแล้วค่ะ รับบัตรคิวแล้วค่ะ กำลังพากลับบ้านค่ะ และจะได้อ่าน Report ประจำวันด้วย เช่น วันนี้คุณหมอบอกว่ายาที่ให้ไปครั้งที่แล้วกินแล้วมวนท้อง ต้องกินก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง และเน้นให้คุณแม่ทำกายภาพ ค่าตับ ค่าคอเลสเตอรอล ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งทีมงานผู้ชายที่รับมาล่าสุด เขียนมาประมาณ 4 หน้าพร้อมรูปประกอบ เป็นไฟล์ PDF เราตกใจมาก เขาทำงานละเอียด ดีกว่าเราด้วยซ้ำ” 

หลังกลับจากพบแพทย์ 

“ถ้าเป็นลูกค้าฉีดวัคซีนก็จะทักไปถามว่า แม่คะ เมื่อคืนที่ฉีดวัคซีนเป็นยังไงบ้าง ปวดเนื้อปวดตัวไหม แล้วสมมติว่า มีนัดครั้งต่อไปเมื่อไหร่ก็จะโทรไปหาลูกว่า อาทิตย์หน้าคุณพ่อมีนัดนะคะ จะพาไปเองหรืออยากให้ทีม Joy Ride ไปรับเหมือนเดิม”

แต่แน่นอน ลำพังขับรถให้ผู้สูงอายุก็ต้องระมัดระวังมากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นผู้โดยสารที่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วย ยิ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญในการขับรถของ Joy Ride จึงประกอบไปด้วย 

หนึ่ง ขับให้ช้าเข้าไว้ เคารพกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด 

สอง ให้ระวังเรื่องคำพูดมาก ๆ เพราะผู้โดยสารทุกคนเปราะบางทางอารมณ์ และเธอจะไม่ถามคนที่นั่งเบาะหลังว่าทำไมลูกสาวถึงไม่ว่าง จนกว่าเจ้าตัวจะเล่าออกมาเอง 

สาม ต้องมีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ พอสมควร เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อ 

และข้อสุดท้าย สำคัญที่สุด

“ต้องระวังตัวเราเอง เราเพิ่งเป็นนิ่วเพราะมัวแต่ดูแลคนอื่น ไม่กล้าทิ้งลูกค้า ต้องเข้าโรงพยาบาล แอดมิตครั้งแรกในรอบ 20 ปี”

นอกเหนือจากงานบริการที่ละเอียดลออเป็นพิเศษแล้ว สิ่งที่โดดเด่นดึงจุดสนใจ และคงไม่ถามไม่ได้ คือการแต่งตัวของเธอที่จัดหนักจัดเต็มทุกครั้ง 

จอยบอกว่าเป็นความชอบส่วนตัว บวกกับการสวมหน้ากากทำงานร่วมกับผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยมีมือถือ มักเกิดปัญหาคุณตาคุณยายจำเธอไม่ได้ หากสวมกระโปรงบานสีฟ้า มีเครื่องหัวอลังการแบบนี้ คงไม่มีทางจำผิดคนเป็นแน่

“บางคนเขาจำเราไม่ได้ มีคุณยายคนหนึ่งเรียกเรา ยัยปุ๊กลุ๊ก เวลาไปติดต่อ คุณหมอ พยาบาล การเงิน จากที่หน้าหงิกหน้างอก็ยิ้มเลย การที่ต้องทำงานกับผู้ป่วยมันคือการทำงานกับความทุกข์ของคน แล้วเราได้เอาความสดใสเล็ก ๆ ไปทำให้เขามีความสุข คนแรกที่มีความสุขก็คือตัวเราเอง” เราพยักหน้าคล้อยตาม และมีความสุขเป็นคนถัดมา

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก
Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

Please mind the gap between you and your mom

งานบริการส่วนใหญ่คงอยากให้ลูกค้าแวะเวียนกลับมาใช้ซ้ำ แต่งานบริการดูแลพร้อมรับส่งผู้ป่วยของจอย จำเป็นต้องมีลูกค้าประจำรึเปล่า – เราถามด้วยความสงสัย

“เวลาส่งลูกค้าถึงบ้าน เราไม่เคยบอกว่า เดี๋ยวเจอกันใหม่นะคะ เราจะบอกว่า ขอให้สุขภาพแข็งแรง แล้วก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ แต่ถ้ามีความจำเป็น ก็ขอให้นึกถึงจอย”

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะจอยเปรียบธุรกิจของเธอเป็นสะพานเชื่อมระหว่างครอบครัวกับโรงพยาบาล เพราะลูกไม่ได้มาด้วย และหมอก็ไม่ได้รู้ว่าที่บ้านคนแก่อยู่ยังไง 

นั่นคือความตั้งใจแรก

พอทำไปทำมา ดูเหมือนสะพานที่ว่า จะเป็นการเชื่อมครอบครัวเข้าหากันเสียมากกว่า เมื่อลูกต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่กลับกลายเป็นเด็กอีกครั้ง

“บางครั้งเราไปรับลูกค้า แล้วแม่บ่นปวดขามากเลย รองเท้าแตะเนี่ยสึกหมดแล้ว แต่ไม่กล้าบอกลูก เกรงใจลูกต้องไปซื้อ เราก็ทำทีบอกลูกสาวว่า แอบได้ยินมาว่าคุณแม่อยากได้รองเท้า เผื่อว่าจะซื้อเป็นของขวัญให้ เรามักจะได้ข้อมูลที่คุณพ่อคุณแม่อัดอั้นตันใจ 

“ต่อให้รวยแค่ไหน ฐานะพร้อมยังไง ทุกครอบครัวจะมีช่องว่างเล็ก ๆ เสมอ ผู้สูงอายุต้องการคนรับฟัง อยากรู้สึกว่าเขามีคุณค่า ไม่ใช่ไม้ใกล้ฝั่งที่มองเห็นเพื่อน ๆ ค่อย ๆ จากไปแล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวเขา มันไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย แต่มันคือจิตใจด้วย”

“เคยมีผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องการทำธุรกรรม เราเจอเขาแค่ครั้งเดียวเองนะ เมื่อถึงวาระสุดท้าย เราก็ไปส่งเขา คราวนี้เป็นการเดินทางแบบ One-way ที่ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลอีก ก็ดีใจที่เรามีส่วนทำให้เขาหมดห่วงในช่วงสุดท้ายของชีวิต”

และใช่ว่าตัวเธอห่วงใยเฉพาะผู้สูงอายุ จอยมองว่าธุรกิจของเธอเข้ามาตอบโจทย์ลูกหลานที่อยากดูพ่อแม่ แต่เวลาคือก้างชิ้นใหญ่ที่กลืนไม่ลงท้อง หลายคนกลัวเสียโอกาส ขาดรายได้ ในยุคที่เศรษฐกิจยากจะเอาแน่เอานอน ลูกหลานจึงเป็นอีกคนที่ต้องการกำลังใจไม่น้อยไปกว่ากัน

“รู้ไหม 95 เปอร์เซ็นต์ของคนที่โทรมาจองเราเป็นผู้หญิง ทำให้เห็นว่าผู้หญิงเป็นเดอะแบกของครอบครัว ถึงแม้ลูกสาวจะแต่งงานออกเรือนไปแล้ว มีลูกเล็กที่ต้องเลี้ยงดู มีสามีที่ต้องดูแล มีงานที่ต้องทำ แต่ลูกสาวยังต้องดูแลพ่อแม่

“เช่น คนที่คุณแม่ทำคีโมแต่ว่ายังไม่ตอบสนอง เราต้องให้กำลังใจคนเป็นลูก ไม่ใช่แค่คนป่วย”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่ไม่ใช่แค่พาไปหาหมอ แต่ดูแลดุจหลาน บริการดุจลูก

A bundle of Joy

ในช่วงต้น จำได้ไหมว่าจอยใช้ชีวิตอยู่ที่ภูเก็ต 2 ปีหลังเรียนจบ นอกจากจะอยู่เพื่อทำงาน ดำน้ำ ตามหาประสบการณ์ชีวิต จอยยังค้นพบบางสิ่งที่เคยมองข้าม และทำให้จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ Joy Ride อาจไม่ใช่แค่ปีก่อน แต่เป็นเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านั้น 

เรารู้เพราะถามเธอว่าเริ่มมีความรู้สึกอยากดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่เมื่อไร เธอตอบออกมาพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือใน 10 นาทีแรกที่เราสนทนากัน

จอยบอกว่าเธอกลับไปอยู่ภูเก็ตเพราะยาย

“เราอยากกลับไปภูเก็ตเพื่อดูแลยาย ตอนนั้นแค่คิดว่าอยากรู้จักยายมากกว่าเจอตอนปิดเทอมแค่ 5 วัน เพราะรู้สึกว่าเราเป็นหลานที่ยายไม่รู้จัก เราได้รู้ว่ายายชอบอะไร หาเวลาหยุดเพื่ออยู่กับเขา แต่ยายเราโคตรแข็งแรงเลย พึ่งเสียเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

“จนมาทำ Joy Ride มันทำให้เราถามตัวเองว่า แล้วเราเคยดูแลคนในครอบครัว ดีเท่าเราดูแลพ่อแม่คนอื่นบ้างไหม เอาตรง ๆ เราเคยพาพ่อแม่ไปหาหมอแค่ครั้งเดียว เพราะว่าอยู่คนละที่ และในฐานะที่เราเป็นลูกหลาน มันไม่เคยมีคำว่าพอสำหรับการทำให้คืนกลับไป” 

จากนั้นคาเฟ่กลางกรุงก็กลายเป็นบ่อน้ำตาของเธอ หลังจอยอธิบายว่าทำไมแนวคิดลูกรับจ้าง หลานจำเป็น ถึงได้สมจริงถึงเพียงนี้

“เคยมีคนบอกเราว่า มีที่ไหนทำงานแล้วทีมงานได้เงินมากกว่าตัวเอง หรือธุรกิจแบบนี้อีก 10 ปีก็ไม่รวย เป็นอาชีพใช้แรงงานที่ได้เงินวันละ 500 บาท หากินกับคนแก่ คนป่วย คนพิการ บริการดุจญาติมิตรแต่คิดตังค์ 

“เราก็เสียใจนะ แต่คนที่เข้าใจเรามีมากกว่าคนไม่กี่คนที่ไม่เข้าใจ ก็เลยมองข้ามมาได้ เลิกคิดจะเลิกแล้วเอาเวลามาคิดว่าทำยังไงให้มันอยู่รอดได้ดีกว่า”

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่พาผู้สูงอายุ คนท้อง ผู้พิการ สาวโสด ไปหาหมอ ทำธุระส่วนตัว แบบเพื่อนสนิท คู่คิด และลูกหลาน

แม้วันนี้เธอจะยังร้องไห้ง่าย ๆ อยู่ แต่เธอก็ปาดน้ำตาเร็วขึ้น หลังเห็นจอยเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่เข้มแข็ง เราถามเธอต่อว่า มีเรื่องราวของพนักงานคนไหนไหมที่เปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือเหมือนเธอ 

จอยเล่าเรื่องน้องสาวแท้ ๆ ให้เราฟังเล็กน้อยเป็นคำตอบ 

จากวันแรกที่มองว่าเป็นงานที่ตรงกันข้ามกับตัวเองโดยสิ้นเชิง ปัจจุบันจอยเหมือนได้น้องสาวคนใหม่ ที่มีความคิดความอ่าน อ่อนโยน เป็นมิตร เมตตาคนอื่น และรักตัวเองมาก 

จะดีแค่ไหนถ้าพนักงานทุกคนรู้สึกคล้ายกัน Joy Ride เป็นธุรกิจที่อยู่กันแบบครอบครัว และตอนนี้บรรดาญาติสนิทมิตรสหายของเธอกำลังขยายใหญ่ขึ้น มีผู้สมัครเข้าร่วมทีมมากกว่า 1,000 คน รอคิวส่งต่อความปรารถนาดี พร้อมแรงสนับสนุนจากสังคมอีกมากมาย เชื่อว่านอกจากศักยภาพของธุรกิจ ความคิด และตัวตนของจอยก็น่ายกย่อง

“สิ่งที่ดีที่สุดคือการที่เรามีความรู้สึกหมดไฟ เพราะถ้าเราไม่รู้สึก เราก็คงเป็นพนักงานออฟฟิศ นั่งทำงานเดิม ๆ ยังคงซึมเศร้าและร้องไห้ แต่ถ้าวันนั้นเราตัดสินใจกระโดดลงมาจากชั้น 4 ของห้องประชุม เราก็คือคนที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตตัวเอง สิ่งที่เราทำคือตรงกันข้าม

“ปีที่แล้วเรายังเป็น Marketing Manager เงินเดือนแสนบาท วันนี้อาจจะขาดทุนในบางเดือน แต่ทุกวันมันคือกำไรชีวิต 

“ผ่านไป 1 ปี Joy Ride ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องรดน้ำ พรวนดิน ใส่ใจเยอะ ๆ มันอาจจะไม่มีลูกผลให้เรากินในวันนี้ แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีดอกให้เราเห็น” 

หลังคุยกันมาเนิ่นนาน ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องรออีกแค่ไหนกว่าลูกผลของ Joy Ride จะงอกงาม แต่เราหวังอย่างยิ่งว่าจอยจะยังยืนหยัดทำสิ่งนี้ จนถึงวันที่เด็กน้อยคนนั้นออกบวช วันที่เราชวนเธอไปเที่ยวตอนอายุ 40 ปีได้ วันที่ผู้พิการสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และไม่ว่าเส้นทางจะยากสักแค่ไหน เราเชื่อว่าจอยคงมีคนรอบข้างคอยให้กำลังใจ ประหนึ่งสมาชิกในครอบครัวโดยไม่ต้องเสียเงินจ้างสักบาทแน่นอน

Joy Ride รถรับส่งผู้สูงอายุของสาวหมดไฟที่พาผู้สูงอายุ คนท้อง ผู้พิการ สาวโสด ไปหาหมอ ทำธุระส่วนตัว แบบเพื่อนสนิท คู่คิด และลูกหลาน

Joy Ride Thailand

Website : joyridethailand.com/

Facebook : Joy Ride Thailand รถรับส่งพาผู้สูงอายุไปหาหมอ

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load