ICONCRAFT x The Cloud

ภาพจำของกระติ๊บที่เราคุ้นตากันคืองานจักสานใส่ข้าวเหนียว และมีเพียงสีเดียวคือสีน้ำตาลอ่อนๆ ของไม้ไผ่อันเป็นวัสดุที่ใช้ทำ

ภาพจำนั้นหายไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเห็นกระเป๋ากระติ๊บหลากสีสันเปรี้ยวจี๊ด บุด้านในด้วยผ้าไหมผืนงามจากภาคเหนือและอีสาน ฝีมือ จูโน่-เบญญาภา เจนเสน เจ้าของแบรนด์ Juno Janssen ที่พลิกโฉมเดิมๆ ของหัตถกรรมไทยไปสู่งานศิลปะวัยรุ่นสุดมัน

Juno JanssenJuno Janssen

“แรดและกระแดะมากเลย”

จูโน่นิยามกระเป๋าของเธอพร้อมเสียงหัวเราะสดใส สาวเชียงใหม่สวมใส่ผ้าคาดอกแบบภาคเหนือ ทับด้วยกั๊กผ้าฝ้ายแขนกุด ประดับด้วยต่างหูที่เธอลงมือทำเอง เบื้องหน้าเป็นสารพัดผลงานที่เธอพามาอวดโฉม ทั้งกระเป๋าผ้าคาดเอวประดับประดาด้วยลูกปัดหลากสีสัน บรรดากระเป๋ากระติ๊บอันโด่งดัง นำทีมโดยกระติ๊บประดับขนปุกปุยสีชมพูอ่อนที่เก๋ฉีกกรอบ

มือข้างหนึ่งของเธอจับลงบนกระเป๋าใบโปรด ก่อนที่จะเอ่ยปากเล่าเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์แฮนด์เมดที่นำงานถักทอและของใช้ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาสร้างสรรค์กระเป๋าที่ไม่ซ้ำกันสักใบเดียว

Juno Janssen

จากเซรามิก จิวเวลรี่ สู่กระเป๋าจัดจ้าน

เด็กหญิงจูโน่ลืมตาขึ้นมาในครอบครัวที่ทำโรงงานและโชว์รูมเซรามิกในเชียงใหม่

จูโน่คลุกคลีกับศิลปะตั้งแต่จำความได้ ชีวิตวัยเด็กของเธอมีแรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อ อดีตนักเรียนศิลปะผู้สอนทักษะการปั้น เพนต์ และวิธีการสร้างสรรค์ศิลปะให้เธอ จูโน่ไม่ใช่เด็กที่แอบซ่อนทำงานเงียบๆ อยู่หลังบ้าน แต่เป็นเด็กที่ออกไปพูดคุยกับลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องเซรามิกและเบญจรงค์ และทำงานศิลปะเล็กๆ น้อยๆ วางขาย นอกจากนั้น เธอยังซึมซับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ทุกวันศุกร์เด็กหญิงจูโน่จะใส่ผ้าพื้นเมืองและเต้นรำตามจังหวะดนตรีล้านนา

“พอวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ได้เรียนศิลปะครึ่งวันที่เชียงใหม่ด้วย สมัยเด็กๆ เราเน้นไปทางวาดรูป ชอบใช้สีชอล์กมาก แต่พอเข้าโรงเรียนก็ได้รู้จักกับงานคราฟต์ เพราะที่โรงเรียนมีการสอนงานคราฟต์เยอะ แล้วเราเองก็สนุกไปกับมัน”

Juno Janssen

งานอดิเรกของจูโน่วัยจิ๋วคือการทำเครื่องประดับใส่เอง จากทั้งดิน ลูกปัด ไปจนถึงลูกปัดเปเปอร์มาเช่ แพสชันของเธอกับของใช้ประดับร่างกายคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Juno Janssen ซึ่งถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2015 ในฐานะแบรนด์เครื่องประดับ

“เราชอบเครื่องประดับมาก เพราะชอบสีสัน ด้วยความที่ไม่ชอบแต่งหน้าทำผม เราจึงมีเครื่องประดับมาเป็นสิ่งเพิ่มสีสันให้ตัวเรา ทั้งสร้อย ทั้งต่างหู ที่มีความเยอะ”

จูโน่ใช้เทคนิคมากมายในการสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งการขุด ชุบ เชื่อม ไปจนถึงการลงยาสีเครื่องประดับ โดยเน้นความเป็นไทยและการใช้ลูกปัดหิน เธอนำสัญลักษณ์มงคลของไทยอย่างปลาทอง ปลาตะเพียน และดอกบัว มาใช้ เริ่มจากออกงานครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่บ้านเกิด และจัดโชว์เคสที่งาน Chiangmai Design Week ขยายไปสู่แรงบันดาลใจแปลกใหม่อย่างตึกร้างในกรุงเทพฯ ที่กลายเป็นเครื่องประดับทองเหลืองอลังการใน Bangkok Design Week เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ศิลปินสาวเริ่มต้นออกจากกรอบของเครื่องประดับ ค่อยๆ ขยายขนาดของชิ้นเล็กๆ กลายเป็นกระเป๋าสีสันสดใสจัดจ้านที่ลูกค้าตกหลุมรัก

วัฒนธรรมใส่เครื่องเทศ

คอนเซปต์ของแบรนด์ในสายตาจูโน่ คือโจทย์ที่ตั้งต้นมาจากคำว่าความเป็นไทย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป จูโน่ได้ตกตะกอนความคิด และรู้สึกว่าแท้จริงแล้ว…ไม่มีอะไรเป็นไทยแท้

“เราใช้วัฒนธรรมร่วมกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด จากอินเดีย สู่พม่า ลาว ทั้งความเชื่อ ภาษา แม้แต่อาหาร ภาชนะ ทุกอย่างปนเปกันไปหมด ตัวเราก็ไม่ใช่คนเชียงใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณยายเราคนอีสาน ตาคนเชียงใหม่ ปู่คนเชียงราย ย่าคนกรุงเทพฯ วัฒนธรรมตอนไปอยู่บ้านของผู้ใหญ่แต่ละบ้านก็สะเปะสะปะหลากหลาย เพราะฉะนั้น งานเราจึงไม่ใช่ความเป็นไทยอย่างเดียว แต่เป็นงานที่มีความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

สิ่งที่ทำให้จูโน่ตกหลุมรักอาเซียน คือวัฒนธรรมที่เธอมองว่ามีเครื่องเทศเป็นส่วนผสม ผสานด้วยความสนุกสนานของประเพณี เสริมความน่ารักด้วยวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการเกษตร

Juno Janssen

Juno Janssen

“ก่อนหน้านี้เราเอาลูกปัดอัฟกานิสถานมาตกแต่งกระเป๋า หรือสร้างเป็นกระเป๋าใหม่ระหว่างที่รู้สึกว่ายังหาตัวเองไม่เจอ”

ลายลูกปัดอัฟกันบนกระเป๋าของจูโน่จึงถูกแยกออกมาจากงานอื่นๆ และเป็นข้อยกเว้นที่เธอยังคงไว้ เพราะสำหรับจูโน่ ลายอัฟกันฯ มีสีสันจัดจ้านที่เธอชอบและบรรจุเรื่องราวเอาไว้มากมาย ลูกปัดที่เรียงร้อยต่อกันแต่ละชิ้นมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 – 50 ปี และมีความใกล้เคียงกับงานมโนราห์ในภาคใต้ ดังนั้น ต่อไปงานลูกปัดของจูโน่อาจแปรเปลี่ยนเป็นใช้ลูกปัดจากทางใต้มาสร้างสรรค์แทน

จูโน่ไม่ยึดติดกับความเป็นไทยหรือล้านนา เพราะเธอเชื่อว่าหากเรายึดติดกับขอบเขตพื้นที่วันหนึ่งงานจะตันและวนซ้ำกลับมาสู่แบบเดิม ดังนั้น การเดินทางภายใต้คอนเซปต์วัฒนธรรมใส่เครื่องเทศเอเชียจึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากที่สุดในตอนนี้

กระเป๋า-เดินทาง

Juno Janssen Juno Janssen

Juno Janssen

กระเป๋ากระติ๊บ คือผลงานโดดเด่นของจูโน่ที่ลูกค้าถามหามากที่สุด แม้เพิ่งเริ่มต้นทำเพียงปีสองปีเท่านั้น

“ตอนแรกที่ทำเพราะอยากจะหลุดออกจากงานเดิมเราเลยลองคิดไปถึงอะไรที่มันใกล้ตัว และยังไม่มีใครทำ เราเลยไปเจอกระติ๊บสีที่มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งทำเลยลองติดต่อไป”

จูโน่เดินทางไปหาชาวบ้านในพื้นที่ เธอขอให้ช่างท้องถิ่นปรับสีและลายตามที่ต้องการ บนพื้นฐานของกระติ๊บที่พวกเขาถนัด ตัวกระติ๊บสานทับด้วยเชือกไนลอน ที่ใช้ทำแหตกปลา เบ็ด เปล กระชังปลา และสารพัดของใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้น เธอยังตะลอนไปเก็บวัตถุดิบอีสาน และไปดูเตยปาหนันจากภาคใต้เพื่อหาทางใช้งานพืชเหนียวทนนี้อย่างทันสมัยมากที่สุด

การเดินทางของจูโน่ทำให้กระเป๋าของเธอบรรจุเรื่องราวพื้นถิ่นจากหลากหลายที่และหลากวัสดุ ตั้งแต่กกทอเสื่อ คอเสื้อกะเหรี่ยง ผ้าไหม ไปจนถึงสิ่งสังเคราะห์อย่างเรซิ่น ความฉูดฉาดที่เจ้าตัวนิยามว่า ‘ดัดจริต’ มีความคราฟต์บ้านๆ แฝงอยู่ทุกใบ

เสน่ห์ของความ ‘บ้านๆ’ คือการทำอะไรง่ายๆ และทุกความงดงามจะเกิดขึ้นจากชีวิตประจำวัน

“บ้านสามีเรียกเราว่า Jungle Lady เพราะในขณะที่เราใส่บูตส้นสูงไปงาน กลับบ้านก็ปีนต้นไม้ เดินเท้าเปล่า ฟังเพลงภาษาอังกฤษเสร็จก็ไปฟังหมอลำ ถ้าเป็นดนตรีสดชอบบลู แจ๊ส โฟล์ก แต่ก็ชอบดูคนเล่นเพลงไทยเดิม”

“ความพื้นบ้านอยู่ในชีวิตเรามาตลอด เราจะไม่ลืมกำพืดของเรา และไม่อยากให้คนลืมความเป็นพื้นบ้าน” จูโน่กล่าวอย่างมุ่งมั่น

Back to the Future

Juno Janssen

งานของจูโน่ปรากฏอยู่บนหน้าร้านออนไลน์ ตามโรงแรมทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ และไปไกลถึงมหานครนิวยอร์ก แม้จะยังไม่เป็นที่รู้จักนัก แต่เธอตั้งใจว่าวันหนึ่งจะทำให้แบรนด์ติดตลาดต่างชาติให้ได้

ในอนาคตจูโน่อยากผลิตกระเป๋าที่เน้นวัสดุธรรมชาติมากขึ้น และ Exclusive มากกว่าเดิม โดยสินค้าทั้งหมดผลิตจากเต็นท์กลางสวน ณ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ติดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้พลังงานสะอาดกับจักรเย็บผ้าของเธอ หญิงสาวตั้งใจเปลี่ยนบ้านชั่วคราวนี้ให้กลายเป็นหน้าร้านของแบรนด์ Juno Janssen ในอนาคต

จากวันแรกที่เริ่มต้นแบรนด์ Juno Janssen เปลี่ยนไปมากแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ถึงจะปรับเปลี่ยนอีกแค่ไหน ศิลปินสาวยังยึดมั่นการนำเสนอตัวตนของเธออย่างเต็มที่ควบคู่กับความเป็นพื้นบ้าน

“ถ้าอยากได้กระเป๋าผ้าไหมสวยๆ มีตัวเลือกอื่น แต่ถ้าอยากได้กระเป๋าดัดจริตที่มีความคราฟต์ มาหาเราได้เสมอ”

Juno Janssen

Facebook : Juno Janssen

ไปเลือกชมและครอบครองกระเป๋าดัดจริต ที่ผสมผสานความพื้นบ้านไปกับความทันสมัยอย่างลงตัว ได้ที่โซน ICONCRAFT ของ ICONSIAM

และถ้าอยากลงมือทอกระเป๋าผ้าไหมใช้เองบ้าง สมัคร Workshop สารพัดช่าง 02 : The Weaver ได้ที่นี่ ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ลงมือทอเส้นไหมไทยบนกี่กระดาษของ The Loom สตูดิโอสอนทอผ้าไหมแห่งแรกของเมืองไทย และจูโน่จะสอนเย็บผ้าทอเป็นกระเป๋าแสนเก๋ไม่เหมือนใคร งานนี้รับเพียง 30 คนเท่านั้นนะ

Writer

ฐาปนี ทรัพยสาร

อดีตนักเรียนหนังสือพิมพ์ที่ก้าวเข้าสู่วงการประชาสัมพันธ์ ผู้เชื่อมั่นว่าตัวอักษรสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ หลงใหลในวัฒนธรรมและมนุษย์

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

ICONCRAFT x The Cloud

ICONCRAFT พื้นที่ขายงานคราฟต์แสนเก๋จากทั่วไทยใน ICONSIAM แบ่งสินค้าเป็น 7 หมวดหมู่ ได้แก่ ช่างปั้น ช่างทอ ช่างเขียน ช่างไม้ ช่างทำอาหารไทย ช่างบำบัด และช่างโลหะ สินค้าแต่ละอย่างเป็นผลงานของดีไซเนอร์ไทยตั้งแต่สูงสุดของประเทศยันปลายด้ามขวาน ผลิตโดยช่างฝีมือชุมชนและวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณภาพ แหล่งรวมงานคราฟต์ไทยใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้ง แต่ยังเป็นคลังภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ปรับเข้ากับยุคปัจจุบัน 

ICONCRAFT และ The Cloud จึงเปิดเวิร์กช็อปพิเศษชื่อ ‘สารพัดช่าง’ เพื่อชวนผู้อ่านมาเรียนรู้ศาสตร์งานฝีมือแต่ละหมวดผ่านการลงมือทำด้วยตนเองเดือนละครั้ง โดยมีวิทยากรพิเศษเป็นนักออกแบบที่มาเปิดคลาสพิเศษให้โดยเฉพาะ

วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ

เดือนมิถุนายนนี้เป็นคราวของ ‘สารพัดช่าง 03 : The Smith’ หรือช่างโลหะ ซึ่งวิทยากรจากแบรนด์เครื่องประดับเงิน Stories of Silver and Silk และเครื่องประดับทองเหลือง WABY ออกแบบวิชาทำเครื่องประดับเบื้องต้น เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจภูมิปัญญาการทำเครื่องเงินบริสุทธิ์แบบชาวกะเหรี่ยง และการฉลุลายเครื่องประดับทองเหลือง 

วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ

โดยทุกคนจะได้ฝึกฉลุแผ่นทองเหลือง สร้างลวดลายบนแผ่นเงิน ขัดโลหะ และประกอบจี้โลหะเป็นเครื่องประดับ ผู้ร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือที่ทำเองกลับบ้าน พร้อมข้อมูลแหล่งซื้ออุปกรณ์ไปดัดแปลงทำเองในอนาคต

จี้ทองเหลือง

อุปกรณ์ 

วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ
  • แผ่นทองเหลืองเจาะรูด้วยสว่านมือ / ตะปู
  • แบบกระดาษ รูปทรงที่ต้องการทำเป็นจี้
  • กาวลาเท็กซ์
  • เลื่อยฉลุ
  • เทียนไข
  • ซีแคลมป์จับชิ้นงาน
  • แผ่นไม้สำหรับรองเลื่อย
  • กะละมัง
  • น้ำสะอาด
  • กระดาษทราย

ขั้นตอนการทำ

วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ

  1. ทากาวติดแบบกระดาษบนแผ่นทองเหลืองเจาะรู
  2. ยึดแผ่นไม้รองเลื่อยติดกับโต๊ะทำงานด้วยซีแคลมป์ 
  3. ฝนเทียนไขกับเลื่อยฉลุ เพื่อให้เลื่อยได้ง่ายขึ้น
  4. วางแผ่นทองเหลืองบนแผ่นไม้ แล้วเลื่อยแผ่นทองเหลืองตามแบบ 
  5. นำจี้ทองเหลืองไปแช่น้ำ เพื่อลอกแบบกระดาษออก
  6. ขัดขอบจี้ทองเหลืองด้วยกระดาษทรายเพื่อลดความคม

จี้เงิน

อุปกรณ์

วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ
  • แผ่นเงินทรงกลมเจาะรู
  • ดินน้ำมัน
  • ตัวตอกลายต่างๆ
  • ค้อนตอก
  • แท่นรองตอก
  • หินขัด / ตะไบ
  • กะละมัง
  • น้ำสะอาด
  • น้ำยาล้างจาน / ผงซักฟอก
  • ฝอยขัดหม้อ

ขั้นตอนการทำ

วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ
วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ

  1. เลือกลายตอกที่ต้องการบนจี้เงิน 
  2. ปั้นดินน้ำมันเป็นแผ่นกลมขนาดเท่าจี้ ลองปั๊มตัวตอกบนดินน้ำมันให้ได้ลายที่ต้องการ
  3. วางจี้บนแท่นรองตอก ใช้ค้อนตอกตัวตอกตามลายที่วางไว้ ตอกลงไปตรงๆ 90 องศา
  4. เมื่อตอกลายเสร็จ พลิกเอาด้านหลังจี้เงินขึ้น ใช้ค้อนทุบจี้ให้แบนเรียบเสมอกัน
  5. ขัดขอบจี้ด้วยหินขัดหรือตะไบเพื่อลดคม
  6. ล้างจี้เงินในน้ำผสมน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก ใช้ฝอยขัดหม้อขัดจี้เพื่อให้จี้เงินเงาและวาว

สร้อยเชือก

อุปกรณ์

  • เชือกไนลอนหรือเชือกกำมะหยี่ สีและขนาดตามต้องการ
  • กรรไกร
  • ไฟแช็ก

วิธีการทำ

แบบที่ 1 Single Sliding Knot (เหมาะกับสร้อยข้อมือ)

  1. ตัดเชือกความยาวเป็นสองเท่าของรอบข้อมือ (เส้นที่ 1)
  2. ตัดเชือกความยาวเท่ารอบข้อมือ (เส้นที่ 2)
  3. นำปลายเชือกเส้นที่ 1 มาไขว้กัน ใช้ปลายด้านขวาทับด้านซ้าย
  4. แบ่งเชือกเส้นที่ 2 เป็น 3 ส่วน ทบปลายเชือกที่จุด ⅓ ของความยาวเชือก           
  5. วางเชือกเส้นที่ 2 ขนานกับเชือกเส้นที่ 1 ตรงส่วนที่ทบขวาทับซ้าย 
  6. ใช้เชือกเส้นที่ 2 ด้านปลายยาว มาพันรอบเชือกเส้นที่ 1 และเส้นที่ 2 ประมาณ 7 – 8 รอบตามแนวยาวเข้าหาปลายที่ทบไว้เป็นห่วง
  7. จากนั้นนำปลายเชือกใส่เข้าไปในห่วงของเส้นที่ 2
  8. ดึงปลายเชือกที่ 2 ทั้งสองข้างพร้อมจัดระเบียบเชือกให้เรียบร้อย ตัดปลายเชือกที่เกินทิ้ง
  9. ใช้ไฟแช็กลนปลายเชือกทั้งสองข้างกันรุ่ย

      แบบที่ 2  Sliding Knot (เหมาะกับสร้อยคอ/ข้อมือ)

วิธีทำเครื่องประดับ เงินและทองเหลืองด้วยตนเองแบบง่ายๆ
  1. ตัดเชือกความยาวเท่า 1 รอบครึ่งของคอ / ข้อมือ
  2. ใช้ไฟแช็กลนปลายเชือกทั้งสองข้างกันรุ่ย
  3. นำปลายเชือกด้านขวาไขว้กับปลายเชือกด้านซ้าย มัดปลายเชือกขวาให้เป็นปมรอบเชือกด้านซ้าย
  4. มัดปลายเชือกด้านซ้ายเป็นปมรอบเชือกด้านขวา
  5. รูดปรับขนาดเชือกให้พอดีกับคอ / ข้อมือ

ประกอบสร้อย

 อุปกรณ์

  • จี้ทองเหลือง
  • จี้เงิน
  • ห่วงคล้องจี้
  • สร้อยเชือก
  • คีมปากจิ้งจก

วิธีทำ

  1. ใช้คีมปากจิ้งจกง้างเปิดห่วงคล้องจี้
  2. ใส่จี้ทองเหลืองและจี้เงินในห่วงคล้อง
  3. ใส่สร้อยเชือกในห่วงคล้อง
  4. ใช้คีมปากจิ้งจกบิดห่วงให้ปิดสนิท 

ขอขอบคุณ

Stories of Silver and Silk | จอย-ฐิตาภา ตันสกุล และ ลูเซีย แปราโก 

WABY | บอย-พงศ์สิทธิ ดำรงพานิชชัย และ อ้อ-ไพลิน ประสาทศิลป์ 

แบรนด์เครื่องประดับ 2 แบรนด์ใน ICONCRAFT พื้นที่รวมสินค้าดีไซน์ผสานภูมิปัญญาไทย หากสนใจเครื่องประดับสวยเก๋เพิ่มเติม ตามไปเลือกซื้อได้ในโซน The Smith ใน ICONCRAFT

Writers

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographers

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load