ฝีแปรงเฉียบคมใน Benedict Studio สตูดิโอถ่ายแบบชื่อดัง

โลโก้สุดวินเทจของโรงแรม Mustang Nero

ภาพหมู่นกในสวนดอกไม้ประจำ Coffee Beans by Dao

ลวดลายไทโปกราฟีแสนยียวนแห่ง Another Hound

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวผลงานของ Junejirapart แห่ง Cabret Moon บริษัท “รับทำงานทุกอย่างเกี่ยวกับศิลปะ” อย่างที่เจ้าตัวให้นิยามเอาไว้

ย้อนเวลากลับไป

จูนในวัยละอ่อนคือเด็กชายผู้หลงใหลลายเส้นวินเทจตามภาพประกอบในหนังสือปืนของคุณตาผู้เป็นตำรวจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

จูนในวัยรุ่นคือเด็กหนุ่มผู้มีปากกาคอแร้งเป็นทั้งของเล่นและของสะสมชิ้นโปรด ยามว่างก็เรียนเขียนแบบจากคุณอาผู้เป็นสถาปนิก เขายังหัดคัดตัวหนังสือแบบต่างๆ เป็นงานอดิเรก มีมุมเล็กๆ ใต้โต๊ะ จำลองเป็นห้องส่วนตัวที่ใช้เล่นสนุก ตกแต่งตามจินตนาการและเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ของเล่นไปมาอยู่บ่อยๆ

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

โตขึ้น

รู้ตัวอีกทีก็ต้องมนต์ของศิลปะเข้าอย่างจัง เห็นอะไรว่าเป็นอาร์ตก็สนใจไปเสียหมด

ไม่รอช้า

คอลัมน์ In Design มีโอกาสคุยกับ Junejirapart ในงาน Bangkok Illustration Fair 2021 คราวนี้เราชวนเลยเขามานั่งลงสนทนายาวๆ อีกครั้ง เพื่อถอดสูตรเบื้องหลังลายเซ็นสุดวินเทจซึ่งสอดแทรกอยู่ในงานทุกชิ้น คู่กันกับไทโปกราฟีสุดโดดเด่นจนหาตัวจับได้ยากในไทย เส้นทางชีวิตจากนักเรียนเซรามิกสู่นักแบรนดิ้งมืออาชีพ รวมถึงการคิดงานอย่างคนแฟชั่น มองภาพโปรเจกต์แต่ละจ๊อบเสมือนหนึ่งคอลเลกชันเสื้อผ้า อย่างไม่เหมือนนักออกแบบคนใด และไม่มีนักออกแบบคนใดเหมือน

 01

เบื่อ

“พื้นฐานเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ นานๆ”

ชายหมวกแดงตรงข้ามเรายกปากกาขึ้นวาดรูปเล่นกลางอากาศ พร้อมกล่าวเปิดบทสนทนาได้อย่างไม่น่าเบื่อ

จูนเลือกเรียนคณะมัณฑนศิลป์ สาขาเครื่องเคลือบดินเผา มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยเหตุเพียงว่าอยากปั้นอะไรก็ได้อย่างอิสระ ทั้งๆ ที่ความฝันเดิมคืออาชีพคนปั้นโมเดลรถทำมือ แต่เพราะมีรายละเอียดจุกจิกซับซ้อน ซึ่งคอยตีกรอบความคิดสร้างสรรค์เอาไว้ ประกอบกับรูปแบบการทำงานไม่ได้เปิดกว้างสำหรับอะไรใหม่ๆ มากมาย เขาจึงตัดตัวเลือกนี้ทิ้งออกจากใจไปได้อย่างไม่เสียดาย

แปลว่าพอเรียนเซรามิกแล้วคุณเล่นสนุกได้สมอยากล่ะสิ-เราถาม

“เปล่าครับ เรียนไปถึงจุดหนึ่งกลับรู้สึกอยากย้ายเอกด้วยซ้ำ พองานที่ต้องทำส่งถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องไปทิศทางไหน จึงเริ่มอิ่มตัวกับมันจนหมดสนุก เคยเข้าไปคุยเพื่อขอย้ายเอกด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้โทษอาจารย์นะครับ ไม่ใช่ว่าเบื่อเพราะทำไม่ได้นะ แต่เพราะอยากลองทำอย่างอื่นดูบ้าง”

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนชัดเจนผ่านน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่แพ้อรรถรสอันจริงใจ คือนิสัยขี้เบื่อของเจ้าของลายเส้นสุดวินเทจคนนี้ มันไม่ได้เป็นความหน่ายอย่างคนขี้แพ้คิดถอดใจ แต่เป็นความเบื่ออย่างคนไฮเปอร์ผู้มีความสนใจกว้างขวาง เปี่ยมล้นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เกินกว่าไม้บรรทัดใดจะตีกรอบทางเดินอย่างตายตัวได้ต่างหาก

“เราพยายามบิดหาแง่งามของมันให้เจอ จึงนำลูกเล่นอื่นมาผสมผสานกับงานเซรามิก มีครั้งหนึ่งปั้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่แปดตัว เราเอาพวก Joint Mechanic และอาร์ตเวิร์กอื่นๆ อย่างลายแพตเทิร์น ซึ่งแอบไปฝึกทำด้วยตัวเองนอกห้องเรียนมาเล่นด้วย เลยพอจะอยู่กับมันไปได้จนเรียนจบ”

02

Engraving Drawing

คู่สนทนาของเราไม่ได้เรียนวาดภาพโดยตรง จึงไม่ได้ค้นพบสไตล์ของตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนเหมือนศิลปินคนอื่นๆ

แต่ความรักและการฝึกฝนหล่อหลอมเส้นสายอันทรงพลังของ Junejirapart ขึ้น โดยไม่รู้ตัว

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เริ่มจากภาพนี้ เป็นชิ้นแรกที่วาดหลังเรียนจบ” เขาพูดพลางหยิบผลงานอันเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในชีวิตออกจากแฟ้ม

“เป็นคล้ายๆ ภาพประกอบบทเรียนที่มีดรรชนีบอกชื่อสามัญและชื่อวิทยาศาสตร์ของปลากำกับอยู่ข้างล่าง สไตล์มาจากการชอบดูภาพตามหนังสือปืนของคุณตา และหนังสือภาพประกอบเชิงชีววิทยาพวกต้นไม้และสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่เด็ก เราดูตัวอย่างเยอะมากและฝึกเขียนอยู่ตลอด นานๆ เข้าก็เริ่มหลงใหลสไตล์ของมัน แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักวิธีนี้เลย”

วิธีที่ว่านี้คือการวาดภาพแบบ Engraving Drawing

เดิมเทคนิคการพิมพ์ภาพนิยมใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ซึ่งต้องผลิตคราวละมากๆ จึงแกะสลักแท่งเหล็กสลับด้านซ้าย-ขวา ใช้ปั๊มลงบนกระดาษเพื่อทุ่นแรงทุ่นเวลา ภาพจะมีลายเส้นสีดำหนาเป็นเอกลักษณ์ ส่วน Engraving Drawing นั้นสวนทางกับการพิมพ์ เป็นการวาดภาพด้วยหมึกสีเข้มเส้นคม เลียนแบบภาพซึ่งได้จากการประทับแท่งเหล็กแกะลายอีกทีหนึ่ง

ตัวตนของจูนค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่หยิบปากกาคอแร้งจรดน้ำหมึกลงบนกระดาษ เสกสรรลวดลายตามต้องการ นี่เป็นขณะเดียวกันที่เด็กหนุ่มวัย 21 เปิดโรงเรียนสอนศิลปะ เพื่อดันหลังนักเรียนมัธยมปลายผู้อยากเรียนต่อด้านนี้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฝัน

“รู้ตัวว่าทำงานออฟฟิศไม่ได้แน่ๆ เลยมาสอนเด็กๆ แทน ตอนนั้นเปิดตึกติวแถวสี่พระยาเพราะคิดว่าใกล้โรงเรียนอัสสัมชัญ นักเรียนเลิกเรียนตอนเย็นก็มาเรียนพิเศษต่อได้เลย แต่เราคิดน้อยไปนิด พออยู่ติดไปเด็กจะไม่ชอบ สู้มาเรียนที่สยามดีกว่า ได้เถลไถลหน่อยด้วย” ประสบการณ์ในวันวานค่อยๆ พรั่งพรูออกมาพร้อมเสียงหัวเราะจากปากซึ่งมีรอยยิ้มประทับอยู่

“ไม่นานก็เจ๊ง” อดีตครูพี่จูนยอมรับพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ “คงคิดน้อยไปแหละ คิดแค่อยากทำงานเกี่ยวกับศิลปะอย่างเดียว ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องธุรกิจเลย คงเพราะไม่มีหัวด้านนั้นด้วยมั้ง คนทำงานศิลปะเป็นแบบนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ เหมือนคิดออกแค่ด้านเดียวเลยจริงๆ” เจ้าตัวยืนยันพร้อมยอมรับในที

03

เคล็ดลับจากวงการแฟชั่น

ถ้าความสามารถรอบด้าน ตั้งแต่วาดภาพ ออกแบบไปจนถึงทักษะกราฟิกที่ได้จากการฝึกงานสมัยเรียน เป็นกุญแจดอกสำคัญไขเปิดประตูต้อนรับจูนเข้าสู่แวดวงศิลปะ ความสนใจใคร่รู้คงเป็นไฟฉายคอยส่องนำทางให้เขากระโจนเข้าไปเล่นสนุกกับงานหลากรูปแบบ

“ช่วงนั้นทำอะไรเยอะมาก มีคนขอให้วาดโลโก้ก็ทำ ขอคำปรึกษาเรื่องการออกแบบหรือตกแต่งภายในก็ช่วย ถึงได้รู้จักสไตลิสต์หลายคน พี่ๆ เขาชวนไปช่วยดูแลพร็อพและเซ็ตติ้งในงานแฟชั่น เรากระโดดเข้ามาทำเพราะว่าอยากรู้อยู่แล้ว และงานพวกนี้ไม่ได้ยากเลยเพราะเรียนศิลปะมา รู้เรื่ององค์ประกอบศิลป์ จัดคอมโพสได้สบายๆ”

โลกเบื้องหลังที่จูนในวัยหนุ่มกำลังผจญภัยหลังโรงเรียนสอนพิเศษไม่ประสบความสำเร็จ คือ ปัญหากับครอบครัว พอสูญทุนรอนซึ่งที่บ้านอุดหนุนมาไม่น้อยไปฟรีๆ จึงถูกตัดหางปล่อยวัดโดยปริยาย

“เขาเป็นห่วงนะ ถามตลอดว่าทำอะไรอยู่ แต่มันอธิบายไม่ถูก ช่วงนั้นทำงานเพื่อหาข้าวกล่องทีมงานกินอย่างเดียวเลย งานฟรีเราก็ไป ทำเพราะอยากเรียนรู้ล้วนๆ เพิ่งเข้าใจที่ผ่านมาทั้งหมดว่านี่แหละคือแพสชัน ไม่ได้แค่ในการวาดรูปอย่างเดียว แต่เป็นการชอบทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน เราไม่เคยมองภาพตัวเองอยู่ในแกลเลอรี่อย่างเดียวเลย แค่คิดก็เบื่อแล้ว”

ใครสักคนเคยกล่าวไว้ว่า ช่วงเวลาอันโหดร้ายมักให้บทเรียนอันสวยงามเสมอ

ประสบการณ์การได้เข้ามาสัมผัสโลกแฟชั่น คือส่วนผสมสำคัญที่ปรุงรสวิธีการทำงานฉบับ Junejirapart

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราชอบวิธีการมองโปรเจกต์แต่ละครั้งเป็นหนึ่งคอลเลกชัน คือรวบก่อนว่าเซ็ตนี้มีเนื้อหาอะไร ใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้าง สีอะไร โทนไหน เราคิดว่าการตีกรอบงานเป็นก้อนแบบนี้ทำให้สื่อสารกันง่ายขึ้น เพราะมีจุดตรงกลางร่วมกัน ถ้าคุยแต่ภาษากราฟิกหรือภาษาศิลปะล้วนๆ ไม่น่าจะเข้าใจกันง่ายแน่ๆ” จูนแบไต๋เคล็ดลับวิชาเฉพาะตัวออกมาอย่างไม่หวง

ระหว่างนี้เขาได้รู้จักคนในวงการแฟชั่นมากมาย จนได้รับโอกาสวาดฝีไม้ลายมือ ออกแบบโลโก้ให้แก่โรงแรม Mustang Nero ซึ่งนับได้ว่าเป็นผลงานสร้างชื่อชิ้นแรกๆ

“ไอเดียมาจากเจ้าของโรงแรม เขาเป็นคนรสนิยมดีมาก และชอบของเก่าแต่แฝงกลิ่นอายของโมเดิร์นเล็กน้อย งานแฟชั่นของเขามักเจือความเป็น Avant-garde เล็กๆ เลยวาดโลโก้ให้เป็นวินเทจ ใส่ไอรอนนิด สนิมหน่อย และสมัยที่ยังมีแค่ไม่กี่ห้อง เรามีโอกาสไปเพนต์ในห้องพักให้ด้วย”

ไม่ทันสุดเสียงเราก็คิดสงสัยทันที ทำไมคนคนหนึ่งเล่าเรื่องราวด้วยแววตาเปี่ยมพลังขนาดนี้ได้

04

ใบเบิกทาง

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราได้เข้าไปวาดภาพให้ Benedict Studio เพราะรูปนกรูปนี้” คู่สนทนาของเราหยิบภาพที่สองออกมาจากแฟ้มอันเดิม

“เราวาดเล่นๆ แล้วถ่ายลงอินสตาแกรมพร้อมแคปชันว่า ‘Test my work in new technique! For spring summer #ss16’ เหมือนเป็นคอลเลกชันเสื้อผ้า เพราะตอนนั้นยังทำงานแฟชั่นอยู่ แล้วเจ้าของสตูดิโอมาเห็น เลยติดต่อขอให้เราไปเพนต์ผนังให้” เขาค่อยๆ อธิบายงานครั้งสำคัญครั้งหนึ่งอย่างตั้งใจ

“ตอนแรกที่ไปเห็นหน้างาน รู้เลยว่าทำไม่ได้แน่ๆ” จูนเผยความลับข้อแรก

“แต่พอลงมือทำจริงแล้ว เลยรู้ว่าไม่ยากและทันกำหนดเวลาแน่ๆ” จูนเผยความลับข้อสอง

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“ความสนุกของงานชิ้นนี้คือนอกจากเข้าไซต์ได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น เรายังต้องเข้าใจงานอย่างลึกซึ้งจริงๆ ด้วย แล้วฝาผนังพวกนี้ไม่ได้ใช้ดูด้วยตา แต่จะไปปรากฏบนภาพถ่าย ฉะนั้น ต้องกำหนดความสมดุลของภาพให้ดี อย่าให้ฉากเด่นกว่าแบบ เยอะเกินไปไม่ได้ น้อยไปโดนกลืน เราดูคอมโพสด้วยตาทีหนึ่งแล้ว ต้องดูคอมโพสด้วยกล้องอีกทีหนึ่งด้วย

“อีกอย่าง ผนังของแต่ละห้องมีเรื่องราวไม่เหมือนกัน นอกจากต้องแม่นธีมแล้ว ยังต้องสร้างความลื่นไหลในเรื่องราว งานชิ้นนี้ทำให้รู้ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจจริงๆ”

ฝีแปรงอันฉกาจฉกรรจ์ของจูนใน Benedict Studio เป็นเหมือนใบเบิกทางต้อนรับให้เขาก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้เต็มตัว

05

นักรีแบรนดิ้งมืออาชีพ

“จูนสนุกกับการรีแบรนด์มากที่สุด เพราะมีเรื่องอดีตเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างการทำแบรนด์ใหม่ เป็นแค่การเล่าเรื่องให้ตรงกับกระแสกับตัวตนของเขาเท่านั้น แต่นี่จะปรับวิธีการสื่อสารยังไงให้ยังคงตัวตนและสนุกสนานไปพร้อมกัน”

การได้ร่วมงานกับ Coffee Beans by Dao คือเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เขาเลือกกาช้อยส์รีแบรนดิ้งอย่างไม่ลังเล เมื่อเราถามว่าชอบออกแบบโลโก้ วาดไทโปกราฟี ทำแบรนดิ้ง หรือรีแบรนด์มากกว่ากัน 

หลังจากวาดภาพให้ Benedict Studio ไม่นาน ก็ได้รับการติดต่อจากทายาทรุ่นสองของแบรนด์อาหารสัญชาติไทยที่เปิดมากว่า 25 ปี ให้ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์คอลเลกชันใหม่ แต่ในใจลึกๆ อยากได้ศิลปินคนเก่งคนนี้มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการยกเครื่องธุรกิจครอบครัวเสียด้วยซ้ำ ติดตรงที่ยังไม่ได้ไฟเขียวจากรุ่นหนึ่ง

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราต้องสื่อสารให้เป็นด้วย ผมรู้ว่าถ้าศิลปินไม่เอาอะไรมาสนับสนุน คำพูดจะไม่มีน้ำหนักทันที เพราะมันเป็นแค่ศิลปะ ภาพวาด ลงสี เราเลยใช้เทคนิคการเปรียบเทียบ เอาโลโก้มาวางเทียบกับร้านอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ให้เห็นจะจะเลยว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว และยอมให้เราช่วยรีแบรนด์”

ศิลปินหนุ่มทำรีเสิร์ชอย่างหนัก วางกรอบโครงเรื่องที่จะสื่อสารอย่างชัดเจน จนได้ภาพประกอบซิกเนเจอร์ที่เล่าเรื่องของครอบครัวผู้ก่อตั้ง ถ่ายทอดผ่านครอบครัวนกในสวนดอกไม้แบบฉบับ Coffee Beans by Dao ลงบนฝาหนังของร้านสาขาต่างๆ ไปจนถึงกล่อง ถุง และกระดาษรองจาน แฝงความหมายนกแต่ละตัวเป็นสมาชิกครอบครัวแต่ละคนได้อย่างลึกซึ้ง แถมใครได้เห็นเป็นต้องตกหลุมรัก 

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

และไม่ลืมใส่เทคนิค Engraving Drawing แบบเฉพาะตัวลงไปอย่างเต็มที่ มองเผินๆ อาจไม่ต่างจากภาพวาดแนววินเทจธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าขยับเข้าไปใกล้อีกนิด เขยิบชิดเข้าไปใกล้อีกหน่อย จะเห็นว่าภาพมี 2 เลเยอร์ซ้อนกันอยู่อย่างแนบเนียน มีแนวเส้นหมึกสีดำขลับซึ่งวาดด้วยเทคนิคนี้เป็นกรอบภาพ พร้อมลงสีโทนตุ่นเสริมความคลาสสิกเหนือกาลเวลาลงไป

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจสุดพิเศษของจูน เพราะทำให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด คาแรกเตอร์อันชัดเจนของแบรนด์ สาขาจำนวนมาก และรายละเอียดปลีกย่อยอีกมหาศาล สอนให้รู้จักวิธีการจัดการที่เหมาะสม ทั้งยังได้ร่วมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวางกลยุทธ์แบรนด์ใหม่ทั้งหมด อย่างจัดกลุ่มใหม่ให้หลายประเภทหลากไซส์ให้ง่ายขึ้น หรือการแปลงโฉมตัวตนของแบรนด์ใหม่ทุกอย่าง จนเจ้าตัวเปรียบเทียบว่าเหมือน “จับคุณย่าแต่งหน้าทำผมเพื่อพามาเดินห้าง” 

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

จากนั้นไม่นานบริษัท Cabret Moon ถือกำเนิดขึ้นด้วยความตั้งใจอยากยึดเป็นอาชีพอย่างจริงจัง

“จูนช่วยได้หมด ขอแค่เป็นเรื่องศิลปะ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็แนะนำคนรู้จักให้ได้” เรายืนยันได้ว่า Illustrator หนุ่มคนนี้ไม่ได้โม้เกินความสามารถแต่อย่างใด

Cabret Moon แทบจะถอดดีเอ็นเอของจูนมาร้อยเปอร์เซ็นต์ เส้นสายสีสันสุดวินเทจเจือกลิ่นร่วมสมัยมานิดๆ จัดองค์ประกอบภาพแบบ Maximalism หน่อยๆ เป็นลายเซ็นที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

ส่วนลูกค้าในดวงใจของ Cabret Moon คือแบรนด์ที่รู้จักตัวเองดีจริงๆ ตอบโต้และโต้ตอบกันอย่างตรงไปตรงมาเสมอ ชอบก็บอก ไม่ชอบก็บอก (ไม่ต้องกลัวร้อกเรื่องราคงราคา)

“บางคนชอบพูดว่า ดีค่ะ สวยค่ะ แต่พอเอาเข้าจริงไม่ถูกใจ แปลว่ายังไม่รู้จักตัวตนอย่างถ่องแท้พอ จนบอกไม่ได้ว่าแบบไหนคือใช่หรือไม่ใช่ แล้วแบรนด์เหล่านี้มักอยู่ได้ไม่ค่อยนานเท่าไหร่

“มีครั้งหนึ่งร่วมงานกับ Wild & Co. เป็นร้านขายอาหารป่า เราให้เขาแต่งนิทานสั้นๆ ให้ฟังว่า ลูกค้าที่มาร้านนี้จะเป็นยังไง เขาเล่าว่าเป็นคนที่บังเอิญเข้าป่ามาแล้วรถเสีย ลงมาจากรถโฟร์วีลพร้อมชุดซาฟารีและกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง เข้ามาทานอาหารป่า พอรถซ่อมเสร็จกลับเข้าเมืองแล้วชวนเพื่อนมาอีกคราวหน้า อันนี้ดีมากเลยเพราะลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับเรา ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ได้งานตรงกับตัวตนตามต้องการ”

แค่ฟังคู่สนทนาเล่าแล้วคิดตาม ก็สนุกจนอยากกรอกใบสมัครเป็นลูกค้า Cabret Moon เดี๋ยวนี้เลย

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
05

อาจารย์

หมวกอีกใบของจูนคือบทบาทอาจารย์พิเศษวิชา Creative Drawing ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ตอนนั้นคณะเพิ่งเปิดวิชาใหม่พอดี เราเลยได้เข้าไปช่วยสอนครีเอทีฟดรอว์อิ้ง โชคดีเด็กจุฬาฯ มีไอเดียดีกันอยู่แล้ว แค่ช่วยแนะนำเล็กน้อย จัดให้อยู่ในรูปในรอยเท่านั้น

“แก่นของวิชาคือความคิดสร้างสรรค์ แต่ต้องเป็นความคิดสร้างสรรค์ตามกำหนดนะ เพราะเป็นวิชาศิลปะ ไม่มีอะไรถูกผิด เลยฝึกให้ทำตามโจทย์ พอออกไปเผชิญโลกจริงจะได้เข้าใจว่าต้องตามลูกค้าถ้าอยากได้เงินจากเขา”

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จูนพยายามสอดแทรกไปกับบทเรียน คือการกระตุ้นให้นิสิตค้นหาตัวตนของตัวเองให้เจอ

“เราแนะนำเด็กทุกคนตลอดทุกครั้งที่ตรวจงาน ลองไปเติมอันนี้มาสิ หรือถ้าชอบรูปแบบนี้ ลองเอามาผสมดูไหม เพราะคิดว่าถ้ายิ่งหาสไตล์ของตัวเองเจอเร็ว จะยิ่งไม่เสียเวลาหลงทาง ถ้าไม่ได้เราก็ไม่กดดันนะ เพราะจูนยังเพิ่งมาเจอตอนเรียนจบเลย

“มีคนหนึ่งชอบวาดการ์ตูนญี่ปุ่นตาหวาน ซึ่งยากต่อการใช้ต่อยอดกับงานอื่นๆ ในอนาคต เราแนะนำให้ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเรื่องราว ถ้าจะเอามาใส่กับโปสเตอร์หนังบู๊คงไม่เหมาะ แต่ถ้าต้องทำงานนี้จริง ลองสำรวจดูว่าเราถนัดอย่างอื่นอีกหรือเปล่า ไทโปกราฟีดีไหม วาดรูปไม่เก่งงั้นทำเป็น Silhouette ดีไหม เชื่อว่าเด็กทุกคนมีจุดแข็งของตัวเอง แต่แค่ไม่รู้จะถ่ายทอดออกมายังไงมากกว่า ในฐานะอาจารย์ต้องช่วยไกด์”

สิ่งที่ได้กลับคืนจากการนำประสบการณ์มาถ่ายทอดเป็นทางลัดให้แก่นิสิตคือการได้ฝึกทักษะการสื่อสาร ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นอุปสรรคสุดหินของคนทำงานศิลปะ

“จริงๆ แล้วศิลปินหลายคนเจ๋งมาก แต่เล่าเรื่องออกมาไม่เป็น เพราะไปติดกับมายาคติจากรุ่นสู่รุ่นว่าถ้างานดี จะใส่รองเท้าแตะไปคุยก็ได้ แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น งานสวยแต่ขายไม่เป็นก็จบ การได้มาสอนจึงเป็นการฝึกให้เราสื่อสารได้เก่งขึ้น ยังจำได้เลยว่าวันแรกเรายังอัดเสียงตัวเองกลับไปฟังด้วยซ้ำ” จูนจบประโยคพร้อมเสียงหัวเราะร่า แฝงความตลกขบขัน เจือความภาคภูมิใจ

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง
06

เป็ด

ผลงานของจูนมีเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากคนอื่นอย่างเด็ดขาด

แต่ความสามารถและความสนใจของเขานั้นหลากหลายและกว้างขวางมาก

“คิดว่าบางคนทำงานด้านเดียวจนได้ดีไปเลยก็มี บางคนลองทำหลายอย่างแล้วมั่วก็มี ถ้าคุมตัวเองไม่อยู่ เห็นเงินสำคัญกว่างาน หรือเข้าไปทำโดยไม่รู้จริง อย่างนี้ก็เสียเหมือนกัน จูนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความอยากรู้ก็จริง แต่ประเมินตามความจริงเสมอว่าทำได้ไหม

“ข้อสำคัญคือต้องเข้าใจตัวเอง ยอมรับว่าเราเปลี่ยนทำหลายอย่างเพราะเบื่อ แต่ไม่ได้เบื่อไปเสียทุกทางนะ แค่เบื่อเพราะรู้ตัวว่าความชอบของเราย้ายไปอยู่กับอันอื่นแล้ว ถ้าของใหม่แฮปปี้กว่าของเดิมจะย้ายไปทำ ไม่ใช่เบื่อเพราะเรารู้จนเจนจบถ่องแท้เสมอไป”

คือคำตอบอันลึกซึ้ง เมื่อถามว่าอยากเป็นเหมือนปลาที่ว่ายน้ำได้เก่งอย่างเดียว หรือเป็ดที่ทำได้หลายอย่าง แต่ไม่เก่งได้สุดสักทางมากกว่ากัน

“แต่รู้อะไรไหมครับ” ขณะบทสนทนาเดินทางมายาวไกลจนใกล้เข้าสู่ชั่วโมงที่ 2 ดีไซเนอร์คนเก่งดึงความสนใจเรากลับมาได้ภายในคำถามเดียว

“กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้จูนลำบากมาก ครอบครัวไม่สนับสนุนเลยเพราะเป็นข้าราชการกันหมด พอวันหนึ่งที่อดทนจนผ่านอะไรๆ มาได้ เราพาพ่อซึ่งเป็นตำรวจไปดูร้าน Coffee Beans by Dao ที่เพิ่งรีโนเวตเสร็จ แล้วมีแขกเข้าไปใช้บริการอย่างล้นหลาม เราเห็นเลยว่าพ่อน้ำตาซึม เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาหรอกนะ ยิ้มๆ แล้วเดินออกมา”

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

5 ผลงานสุดภาคภูมิใจของ Junejirapart

1st Avenue Pizza

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“1st Avenue Pizza เป็นก้าวแรกสู่โลกแห่งการแบรนดิ้ง นอกจากต้องสื่อสารเรื่องราวที่เจ้าของร้านสองคนเจอกันครั้งแรกในร้านพิซซ่าบนถนนหมายเลข 1 ที่อเมริกาแล้ว เรายังแนะนำเพิ่มเติมด้วย เช่น ไม่ควรขายแค่หน้าธรรมดาๆ เหมือนเจ้าอื่น หรือลองขายพิซซ่าแป้งดำดูไหม แล้วเราก็วาดภาพโฆษณาจากวัตถุดิบต่างๆ ด้วย โชคดีที่เจ้าของแบรนด์มีหัวธุรกิจ เลยไปได้ไกลเลยตอนนี้”

Benedict Studio

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“ชิ้นนี้เป็นความภาคภูมิใจชิ้นหนึ่งเลย มีความสุขที่ได้ทำมาก เพราะเราสร้างตั้งแต่บนแผ่นกระดาษสู่รูปแบบสามมิติ สเกลจริงใหญ่ขึ้นมาก เราได้ฝึกการจัดการทุกอย่างทั้งแผนการ เวลา การเดินทาง เข้มงวดกับตัวเองมากๆ จนเรียกได้ว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในการทำงาน”

Another Hound

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“นี่เป็นชิ้นหนึ่งซึ่งผ่านหูผ่านตาคนเยอะพอสมควร เลือกเพราะได้ลองการเขียนไทโปกราฟีแบบ Brush Stroke ที่ล้อจากเวลาเชฟแต่งจานอาหาร จนกลายเป็นลายซิกเนเจอร์ของร้านเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับแบรนด์”

Coffee Beans by Dao

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“งานนี้เราได้เรียนรู้เรื่องการจัดการค่อนข้างเยอะ จนเป็นจุดเปลี่ยนให้ตัดสินใจเปิดบริษัท Cabret Moon ขึ้นมา นับเป็นก้าวสำคัญของชีวิต”

Ta Lak Kia

Junejirapart เด็กชายผู้หลงใหลภาพเก่าในหนังสือคุณตา สู่ศิลปินลายเส้นวินเทจนักรีแบรนดิ้ง

“เราประทับใจคุณพ่อเล็ก เจ้าของ ตั๊ก หลัก เกี้ย เพราะเป็นคนมีอายุแต่มีความเป็นวัยรุ่นและหัวสมัยใหม่มากๆ เขาคิดอยากอนุรักษ์ตลาดน้อยไว้ พอได้คุยกันเลยมีไอเดียจะวาดของดีของตลาดน้อยเก็บไว้ เราเลยได้ไปเดินเก็บข้อมูลจนตกหลุมรักที่นี่ เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ในรูปแบบกราฟิก”

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ลายเส้นคมเข้มทรงพลัง รายละเอียดเนื้อหนังคมชัดทุกมัดกล้าม สีหน้าตัวละครสื่ออารมณ์ได้ราวกับมีชีวิต แม้สถานการณ์ในเรื่องอาจนำไปสู่หายนะหรือจุดจบของชีวิต Pop Mhan (ป็อป มาห์น) หรือ ป็อป-กชกร มโนชญากรณ์ นักวาดการ์ตูนและออกแบบตัวละครชาวไทย ก็ยังปลดปล่อยพลังและความเข้มแข็งผ่านตัวละครของเขาได้อย่างเหลือเชื่อ นั่นคือเอกลักษณ์ที่สะท้อนผ่านผลงานกว่า 25 ปี และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง DC Comics และ Marvel เลือกให้เขาสร้างสรรค์ผลงานตลอดมา

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Batman, Aquaman และ Ghost Rider

ใครหลายคนคงเคยได้ยินชื่อการ์ตูนอันโด่งดังจากค่าย Marvel มาบ้าง ทั้ง Spider-Man, X-Men, All-New X-Factor และ Ghost Rider หรือจะเป็นค่าย DC Comics เรื่อง The Flash, Aquaman, Batgirl, He-Man, Gears of War และ World of Warcraft รวมถึงค่าย Dark Horse Comics ที่เคยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ก็ล้วนมีผลงานที่ป็อปได้ฝากฝีมือไว้ทั้งในฐานะ Artist, Cover Artist, Penciller, Inker และ Colorist

แต่กว่าชีวิตที่ไม่เคยฝันจะกลายมาเป็นอย่างที่ฝัน ป็อปผ่านเส้นทางการแข่งขันและเติบโตมาอย่างไรบ้าง การทำงานกับค่ายฮีโร่ยักษ์ใหญ่อย่าง DC และ Marvel จะท้าทายขนาดไหน เราลิสต์ทุกคำถามเอาไว้รอคอยรุ่งเช้า (ที่สหรัฐอเมริกา) เพื่อให้เขาเล่าให้ฟังแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

“ผมพูดไทยได้นะครับ ผมจะได้ฝึกพูดภาษาไทย อยู่ที่นี่ถ้าได้พูดแค่คำสองคำก็มีความสุขมากแล้ว”

ปลายสายเริ่มต้นบทสนทนาอย่างสดใส เขาไม่ได้เปิดกล้องให้เราเห็น แต่ไม่เป็นไร เพราะเราจดจำใบหน้าของเขาได้ตั้งแต่ในงาน Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015 เมื่อ 7 ปีก่อน ครั้งนั้นเขาเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานและแชร์ประสบการณ์บนเวทีใหญ่ให้คนในบ้านเกิดรู้จัก เชื่อว่าใครหลายคนก็คงได้รับแรงบันดาลใจจากเขามาตั้งแต่ตอนนั้น

“จริง ๆ แล้ว ตอนเด็กผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นนักวาดการ์ตูน ช่วงก่อนอายุ 18 ปี ยังไม่ได้คิดเลย เพิ่งมาคิดว่าอยากวาดตอนที่จบมัธยมแล้ว พอผมรู้ว่าผมอยากเป็น ผมก็พุ่งเข้าใส่มัน 120 เปอร์เซ็นต์

“จุดเริ่มต้นของผมที่อเมริกาคือตอน 4 ขวบ ครอบครัวพามา เพราะคิดว่าจะแค่ไปเที่ยว แต่เขาเห็นว่าอเมริกาอาจจะดีกว่าสำหรับลูก เขาเลยให้เราอยู่และเรียนที่นั่นไปก่อน”

ปลายสายพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลา เราสมมติตัวเองว่าอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟสักเรื่องเพื่ออรรถรสในการฟัง แต่พล็อตชีวิตเรื่องนี้ คือความจริงที่เจ้าของไม่มีอะไรอยากเปลี่ยนแปลง

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015

Vol.1
To the land of free, get ready to fly

เด็กชายคนหนึ่งเติบโตและรู้จักแต่เพียงอเมริกา เขาจำไม่ได้ว่าตนเองคิดถึงบ้านเกิดหรือไม่ เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่ยังเด็กมาก เขาสเก็ตช์ภาพเล่นไปเรื่อยตามประสา กระทั่งเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจึงเริ่มจริงจังขึ้น เพราะได้แข่งวาดภาพกับเพื่อน

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

“ผมชอบวาดกะโหลก รถ อะไรที่เท่ ๆ ดุดันหน่อย แต่ยังไม่ถึงขั้นอนาโตมีนะ การ์ตูนที่ผมดูยุคนั้นจะเป็น Transformers, Ultron หรือ Scooby-Doo แต่ไม่ค่อยได้ดูพวกฮีโร่เท่าไหร่ ผมชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า”

เขาบอกว่าตนเรียนไม่เก่งและค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อก็สูง หลังจบชั้นมัธยม ป็อปผู้ไม่รู้ว่าตนเองมีความฝันอะไรจึงเริ่มหางานทำ กระทั่งมีโอกาสพบนักวาดการ์ตูนชาวเวียดนามคนหนึ่งแถวบ้าน หนทางในการประกอบอาชีพครั้งใหม่จึงเริ่มขึ้น ผ่านการฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์คนแรกนาน 1 ปี

แวง (Hoang Nguyen) เคยวาดการ์ตูนเรื่อง The Punisher ให้กับค่าย Marvel มาก่อน เขาให้ป็อปฝึกวาดฉากหลังและลงหมึกตัวละครตามลายเส้นอันดุดันของเขา พร้อมกันนั้นป็อปก็ค้นพบแนวทางการวาดของตัวเอง โดยการนำความชอบที่มีต่อการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งโดดเด่นด้านการแสดงอารมณ์และพลังมาผสมรวมกับแนวตะวันตกอย่างลงตัว

จุดพลิกผันครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อป็อปเดินทางไปร่วมงาน Chicago Comic & Entertainment Expo ในฐานะผู้แสดงผลงาน ความหวังในตอนนั้นคือการพบกับแมวมองในวงการการ์ตูนสักคน

“ผมได้พบกับ จิม ลี (Jim Lee) ที่นั่น เขากำลังแจกลายเซ็นอยู่ คิวยาวจนแทบจะวนรอบตึกได้ ตอนนั้น Image Comics เป็นบริษัทที่ดังมาก เขาดูผลงานของผมแล้วบอกว่า “OK, you come with me.” ผมก็เลยบินไปสตูดิโอของเขาที่แคลิฟอร์เนีย ไปเรียนกับเขาประมาณ 1 ปีครึ่ง ไต่ระดับเป็น Staff Artist ของบริษัท เริ่มวาดการ์ตูนให้เขา จากนั้นผมก็กลับไปเวอร์จิเนียเพื่อดูแลคุณย่า ผมบอกกับจิมว่าเดี๋ยวจะกลับมาภายใน 1 – 2 เดือน แต่จริง ๆ ผมก็หาทางกลับบ้านด้วย เพราะไม่ค่อยชอบปาร์ตี้ ที่นั่นเขาปาร์ตี้กันเยอะ ผมห้ามตัวเองไม่ค่อยเป็น (หัวเราะ)”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
ผลงานหน้าปก X-Men สมัยที่ Pop Mhan ร่วมงานกับ Jim Lee

สุดท้ายชายหนุ่มผู้ต้องการพักผ่อนเพื่อรีสตาร์ทตัวเองก็ถูกไล่ออก เพราะเขาพักนานไปหน่อย

หลังค้นพบความสงบ ความรู้สึกหมดไฟกลับเข้าครอบงำจนเขาไม่อยากวาดการ์ตูนต่อ ที่ผ่านมาเขาต้องรับแรงกดดันมหาศาล ด้วยชื่อเสียงของสตูดิโอที่ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งของวงการ ทำให้ป็อปต้องรีบเรียน รีบฝึก และรีบเก่งให้ถึงมาตรฐานของบริษัท

“ผมเชื่อว่าพรสวรรค์เป็นส่วนน้อย แต่การฝึกคือ 100 เปอร์เซ็นต์ การมีทั้งสองเป็นสิ่งที่ดี แต่ต่อให้ไม่มีพรสวรรค์ก็เป็นนักวาดการ์ตูนได้ ผมพยายามมาก ทำงานหนัก และชอบการแข่งขัน ในหมู่เพื่อนเวลาเริ่มวาดการ์ตูน หลายคนมักจะแข่งขันกับตัวเองหรือเพื่อนในกลุ่ม แต่ผมไม่เคยแข่งขันกับเขา ผมตั้งเป้าเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าแข่งกับจิม ลี ผมรู้ว่าตัวเองไม่เคยไปถึงระดับนั้น แต่การเปรียบเทียบกับเบอร์หนึ่งมันจะทำให้พัฒนา”

Impossible Goal ไม่ได้ทำให้ชายคนนี้รู้สึกหมดหวัง ในทางกลับกัน มันคือแรงบันดาลใจที่มอบพลังให้แบบไม่จำกัดไม่ต่างจากการ์ตูนฮีโร่ที่เขาวาด

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

Vol.2
Behind the desk of hero maker

ชีวิตนักวาดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือคนรอบกาย ครอบครัวของป็อปไม่ได้สนับสนุนเขามากนัก เพราะเป็นห่วงว่าจะไม่ใช่อาชีพที่สร้างรายได้ในระยะยาว แต่ถึงอย่างนั้น ครอบครัวก็ปล่อยให้ป็อปทำในสิ่งที่เขาชอบ จนผลลัพธ์กลายเป็นเครื่องพิสูจน์อันน่าภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมยังอยู่ในวงการจนถึงตอนนี้ได้ คือการปรับเปลี่ยนสไตล์ของตัวเอง เพราะผมเป็นคนขี้เบื่อ แต่เอกลักษณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนของผมคือเรื่องพลังในการวาด ผมชอบวาดการ์ตูนที่มีเอเนอจี้และไดนามิก”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
การ์ตูนเรื่อง He-Man

99 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตป็อปคือการวาดภาพให้คนอื่น บริษัทจะส่งสคริปต์เนื้อเรื่องมาให้ พร้อมรายละเอียดว่าเป็นโปรเจกต์ของฮีโร่คนไหน แต่ละหน้ามีอะไรบ้าง

“สมมติเป็น Spider-Man: No Way Home ของ Marvel เขาจะบอกว่า หน้าที่ 1 ช่องที่ 1 Setting คือนิวยอร์ก ช่องที่ 2 มี ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เดินอยู่ ช่องที่ 3 มีตัวร้ายเข้ามา เขาจะบอกหมดว่าอะไรเกิดขึ้นในหน้านี้บ้าง อันนี้แล้วแต่สไตล์ของคนเขียน หน้าที่ของผมคือ การเอาสคริปต์มาทำ Break Down หรือทำ Thumbnail คือการร่างภาพเอาไว้คร่าว ๆ Loose Drawing แต่ละช่องจะใหญ่เท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่ มีกี่ช่อง และ Storytelling จะ Make Sense ไหม ถ้าหากปีเตอร์เดินแบบนี้ เราจะวาดมุมไหน Camera Angle แบบไหนดี ผมจะรับหน้าที่ออกแบบภาพทั้งหมด (หน้าที่นี้เรียกว่า Penciller)”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

ก่อนลงมือวาดจริง นักวาดจะต้องส่ง Thumbnail ทั้งเล่มกลับไปให้บรรณาธิการตรวจสอบความถูกต้องและความสมจริง เมื่อเสร็จแล้วนักวาดจะขึ้นภาพตามขนาดจริงประมาณ 11 x 17 นิ้ว ความคมชัด 600 DPI (กรณีวาดภาพในคอมพิวเตอร์) หลังจากนั้นจะลงหมึกสีขาวดำ (หน้าที่ Inker) แล้วส่งให้บรรณาธิการอีกครั้ง ในจุดนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในโปรเจกต์ เช่น เปลี่ยนทรงผมของตัวละคร นักวาดก็จะต้องเปลี่ยนทรงผมในการ์ตูนให้ตรงกันด้วย แต่โดยมากจะเป็นการเปลี่ยนรายละเอียดอย่างอื่น เช่น ลายชุด มากกว่า

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

เมื่อบรรณาธิการให้ผ่าน ผลงานจะถูกส่งไปให้ทีม Colorist ลงสี จากนั้นจึงส่งไปให้ทีม Letterer ใส่บอลลูนคำพูด เสร็จแล้วจะกลายเป็น Proof ให้นักวาดดูอีกครั้ง เรียบร้อยแล้วจึงส่งพิมพ์

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“อย่างในส่วนการลงสีที่ต้องส่งกลับมาให้ดู เพราะบางครั้งเขาอาจจะใส่สีพระอาทิตย์แดงมากเกินไป ไม่ตรงกับอารมณ์ที่ต้องการ หรือบางครั้งอาจจะใส่พลาด จากกลางวันกลายเป็นตอนเย็น” ป็อปอธิบายรายละเอียดเบื้องหลังเพิ่มเติม

“มีหลายหน้าที่ในกระบวนการทำงาน ผมทำได้หลายหน้าที่ แต่เขาจะไม่ให้เราทำ เพราะเขาต้องการให้เราโฟกัสในหน้าที่และต้องการความเร็ว ถ้าทำทุกอย่างคนเดียวจะใช้เวลานานมาก 1 เล่มเขาให้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เร็วที่สุดที่เคยทำทั้งเล่ม 5 วัน ไม่หลับไม่นอนกันเลย 1 หน้าเคยต้องทำภายใน 6 ชั่วโมง ขณะที่ตัวปกอาจให้เวลาถึง 2 สัปดาห์”

บางครั้งหน้าปกและเนื้อเรื่องก็เป็นฝีมือของนักวาดคนละคนกัน เพราะบริษัทต้องการให้นักวาดที่มีชื่อเสียงวาดภาพปก ซึ่งป็อปบอกว่ามีอาชีพนักวาดภาพปกโดยเฉพาะอยู่ด้วย ส่วนตัวเขาเคยได้วาดภาพปกอยู่หลายเรื่อง ทั้ง He-Man & Masters of the Universe รวมถึง Aquaman: Deep Dives และ The Amazing Spider-Man

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

Vol.3
25 years along with heroes

นักวาดชาวไทยผู้คร่ำหวอดในวงการการ์ตูนมาอย่างยาวนานไม่ได้รับหน้าที่วาดตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว เพราะเขาต้องออกแบบการเล่าเรื่องด้วยภาพ รวมถึงออกแบบตัวละครด้วย

“เขาให้ผมดีไซน์ฮีโร่และตัวร้ายคนใหม่ ซึ่งตรงนี้เราต้องคุยกับนักเขียนว่า ตัวละครใหม่มีพลังแบบไหน นิสัยอย่างไร ชอบทำอะไร จากนั้นผมจะนำรายละเอียดมาสร้างคาแรกเตอร์ สมมติเป็นตัวร้าย เขาเป็นคนร้อนแรงไหม หรือสุขุม ชั่วร้าย เท่ ผมก็จะวาดออกมาให้เห็นภาพ ใช้สีอะไรดี ใส่เสื้อหนังสีดำจะเหมาะไหม ใส่แว่นตาดำด้วยหรือเปล่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับบุคลิกนิสัยของตัวละคร

“ตัวหนึ่งที่ผมออกแบบคือ Cobalt Blue ในเรื่อง The Flash ตัวนี้ผมไม่ได้รับแนวทางในการออกแบบมากเท่าไหร่ เขาบอกแค่ว่า นี่จะเป็นตัวร้ายใน The Flash เป็นฝาแฝดของตัวเอก เขาต้องมีสีฟ้าบนร่างกาย บอกผมแค่นี้ ผมก็ไปหาทางเอาเองว่าจะออกแบบอย่างไร นอกจากตัวนี้ก็มี Black Flash เขาส่งภาพที่นักเขียนสเก็ตช์บนกระดาษทิชชูมาให้ แค่เป็นคนสีดำ มีสัญลักษณ์สายฟ้า ให้ผมไปออกแบบ (หัวเราะ) แต่ที่เท่คือเขาเอาตัวละครนี้ไปใส่ในทีวีโชว์ด้วย มันดีมาก”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

นอกจากตัวร้ายแล้ว ป็อปยังได้นำตัวละครเก่าออกมาปัดฝุ่นและปรับใหม่ เช่น Green Arrow และ Spider-Man แต่บางครั้งก็ไม่ได้ใช้ เพราะโปรเจกต์ถูกยกเลิกไปก่อน

“ผมชอบตัวละครของ Marvel แต่ชอบทำงานให้ DC มากกว่า เพราะเขาเทกแคร์ศิลปิน ผมเลยวาดให้ DC เยอะ จริง ๆ นอกจาก 2 ค่ายนี้ยังมี Dark Horse Comics เขาเคยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ผมก็เข้าไปทำกับเขา ผมเป็นแฟนคลับ Star Wars ตอนนั้นวาด Jedi Quest เกี่ยวกับอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ ตอนเด็ก”

หลังเกริ่นจบ ชายที่อยู่อีกซีกโลกคัดเลือกผลงานที่เขาภูมิใจจำนวน 5 ชิ้น มาเล่าเบื้องหลังการวาดและออกแบบให้เราฟังอย่างภูมิใจ นี่คือเครื่องพิสูจน์ความพยายามตลอด 25 ปี

01 Amazing Spider-man #1

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ภาพนี้ผมวาดให้ Marvel ความจริงคือ ผมแค่วาดเล่น ๆ แต่บรรณาธิการของ Marvel เขาบังเอิญมาเห็นเลยถามว่า “Can I use that?” ผมก็ตกลง มันเลยได้มาเป็นหน้าปกของเล่ม ผมภูมิใจเพราะก่อนที่จะมีการเพิ่มนักวาดเข้ามา คนวาดปกอย่างเป็นทางการมีแค่ 2 คน คือผมกับ Humberto Ramos นักวาดการ์ตูนชาวเม็กซิกัน”

02 Assassin’s Creed Syndicate

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

ผลงาน Assassin’s Creed Syndicate เวอร์ชันของ F. Gary Gray และ Pop Mhan

“สิ่งนี้คือ Animated Comic ผมทำร่วมกับ F. Gary Gray ผู้กำกับเรื่อง Friday (1995) และ Fast & Furious 8 (2017) มันมีหลายขั้นตอนมากในโปรเจกต์ เพราะต้องได้ฟีดแบ็กจากหลายคน แต่เดดไลน์มันใกล้มาก ได้ฟีดแบ็กปุ๊บต้องรีบส่ง มันกดดันและเครียดมาก เวลาเราทำงานวาดการ์ตูน รายได้อาจจะไม่สูงเท่าไหร่ แต่โปรเจกต์แยกแบบนี้รายได้จะสูง งานนี้ผมวาดเป็นการ์ตูนก่อน แล้วเขาจะเอารูปภาพไปตัดเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ วาดไปประมาณ 500 รูป ยิ่งวาดเยอะเขาก็ยิ่งต้องจ่ายเยอะ (หัวเราะ)”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

03 Jedi Quest

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ตอนนั้นทำงานให้แค่ DC และ Marvel ผมเห็นว่า Dark Horse Comics ได้โปรเจกต์เกี่ยวกับอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ มา ผมก็เลยไปถามเพื่อนที่รู้จักบรรณาธิการว่าขอร่วมทำด้วยได้ไหม เขาก็โอเค แต่ผมต้องเริ่มจากส่งงานให้ Lucasfilm ก่อน เพื่อให้ได้ใบรับรองจากพวกเขา มันยากมากในช่วง Episode 1 – 2 แต่พอผมได้มาก็ภูมิใจมาก

“สุดท้ายก็ได้ทำ Jedi Quest สมใจ เขาเริ่มส่งไฟล์แบบ Top Secret มาให้เราดู เพื่อจะได้เข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และอนาคินจะเป็นอย่างไรในแต่ละตอน รวมไปถึงตอนที่ยังไม่ได้เผยแพร่อย่างเป็นทางการ ผมก็ไปออกแบบว่าตัวเอกจะเป็นยังไง ตัวร้ายและยานอวกาศจะเป็นยังไง จะดีไซน์อะไรต้องผ่าน Lucasfilm หมด”

04 The Flash

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ตอนนี้ค่าย DC และ Marvel ไม่ค่อยมีซีรีส์ที่ทำต่อได้ยาว ๆ เป็น Flagship Title แล้ว นั่นคือความแตกต่างระหว่างตอนนี้กับสมัยก่อน สมัยนี้อาจจะออกมาแค่ 3 ฉบับ 6 ฉบับ 12 ฉบับ สำหรับผมมันเลยเป็นโปรเจกต์ใหญ่ หมายความว่าเขาเชื่อใจเรามากพอจะให้เราเป็นศิลปินของงานนี้ เป็น Regular Artist ของซีรีส์ ‘That book is yours.’ เพราะฉะนั้นเราจะได้ครีเอตอะไรเองมากขึ้นด้วยตำแหน่ง ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นี้

“ผมเริ่มทำประมาณฉบับที่ 375 ซึ่งเขาพิมพ์มานานแล้ว พอผมเข้าไปเลยกดดัน ตอนนั้น DC มี Flagship Title เป็น Superman, Batman, The Flash และ Wonder Woman เราต้องทำให้ถึงเป้าหมายในการขายของเขาด้วย ทุกอย่างมีความหมายหมด แต่สมัยนี้ไม่มีแล้ว ผมน่าจะวาดไปประมาณ 8 เล่ม นานแล้วครับ ผมแอบลืม (หัวเราะ)”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เปรียบเทียบ The Flash ฉบับเก่า และฉบับ Pop Mhan

05 Union

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“อันนี้ก็เก่าและสำคัญ เพราะทำตอนเพิ่งเริ่มงานใหม่ ๆ ตอนนั้นทำให้ จิม ลี ผมเป็น Regular Artist เหมือนกัน เรื่องนี้เลยเป็น First Series ของผม ทำแค่เล่มเดียวหรือเล่มครึ่งแล้วก็กลับเวอร์จิเนีย จากนั้นทำประมาณ 2 เล่มแล้วก็เลิก”

Vol.4
Who is the real hero?

แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 25 ปี เด็กชายที่เติบโตมาเป็นนักวาดการ์ตูนมืออาชีพก็ยังไม่คิดว่าเขาได้สัมผัสกับความสำเร็จ เพราะทุกช่วงชีวิตคือการเรียนรู้และการก้าวเดินไปข้างหน้า

“ผมไม่รู้ว่าความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าพูดถึงชื่อเสียง ผมอาจจะมีนิดหน่อยตรงที่พอจะมีคนรู้จักบ้าง แต่เรื่องความสำเร็จ ผมคงยังไม่ถึงจุดนั้น” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เขาเล่าไป จะกลายเป็นแรงบันดาลใจหรือแรงสนับสนุนให้ใครสักคน

“ตอนนี้มีโซเชียลมีเดียจึงเป็นเรื่องง่ายขึ้นถ้าอยากทำงานสายการ์ตูน คนไทยทำงานการ์ตูนให้บริษัทจีน ญี่ปุ่น หรืออเมริกาก็ได้ ส่วนมากค่าย DC และ Marvel จะมองหาเด็กจากต่างประเทศ เพราะค่าจ้างถูกกว่า ขณะที่คนอเมริกาต้องการรายได้สูง สมมติอเมริกันขอ 150 เหรียญต่อหน้า คนต่างชาติอาจจะได้ประมาณ 30 เหรียญต่อหน้าก็แฮปปี้แล้ว”

ป็อปอธิบายให้เห็นภาพของตลาดโลก อีกหนึ่งกลยุทธ์ของศิลปินคือการสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองก่อน เพื่อให้จำนวนแฟนคลับที่ติดตามกลายเป็นเครื่องการันตีกับบริษัทว่า การ์ตูนเล่มนั้นเพิ่มยอดขายได้มากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน บริษัทก็ไม่ได้มองหาแต่นักวาดค่าจ้างถูกเท่านั้น เพราะหากมีโปรเจกต์ใหญ่เข้ามา บริษัทจะเลือกนักวาดจากชื่อเสียงของพวกเขามากกว่า

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“กลยุทธ์ 2 อย่างคือสร้างเอกลักษณ์ของตนเองและสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง นักวาดแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไป เวลาดูงานของพวกเขาจะสังเกตได้จากอนาโตมีที่ต่างกัน รวมไปถึงแนวในการวาด คือแบบเหมือนจริงและแบบการ์ตูน ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นแนวการ์ตูน ขณะที่ UK หรือ USA จะไปทางเหมือนจริงทั้งฉากและคน แต่ของญี่ปุ่นความเหมือนจริงจะอยู่ที่ฉากหลัง นั่นคือ License ของแต่ละคน นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการลงเฉดเทา นักวาดบางคนใช้แค่ขาวดำ แต่บางคนจะมีรายละเอียดการลงสีเทา ซึ่งจะเห็นเป็นแพตเทิร์นของคนคนนั้น

“ถึงจะทำตามโจทย์ที่เขาบอกมา แต่จินตนาการยังจำเป็น เพราะการที่คนจ้างเรา เขาจ้าง Vision ของเรา ซึ่งไม่เหมือนใคร Differentiation คือสิ่งที่เขาต้องการ การจ้างคน 10 คนควรจะได้ผลลัพธ์ 10 อย่าง เราต้องหา Vision ของเราเองให้เจอ”

นอกจากเอกลักษณ์ที่เป็นจุดขายหลักของศิลปิน หากมีแฟนคลับติดตามจำนวนหนึ่ง ตลาดรองของพวกเขายังเป็นการขายภาพวาดให้นักสะสมได้ด้วย ดังนั้น ป็อปจึงแนะนำให้ลองโพสต์ผลงานลงบนอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างโอกาสให้ตนเอง

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
วิดีโอการลงสีการ์ตูนในช่อง Youtube Pop Mhan Comix

ปัจจุบัน นอกเหนือจากงานการ์ตูนที่วาดมาอย่างยาวนาน ป็อปกำลังทำโปรเจกต์ ‘Rumble Bot’ ขึ้นมาเพื่อผลิตเป็นการ์ดเกม การ์ตูน และวิดีโอเกม โดยเป็นโปรเจกต์ที่กำลังหาพาร์ตเนอร์มาร่วมทำ

เราถามเขาปิดท้ายว่า จากที่วาดการ์ตูนฮีโร่มานาน เขาเคยสงสัยไหมว่า ฮีโร่ที่แท้จริงต้องเป็นแบบไหน

เขาตอบแทบทันที

“ผมเอาสิ่งนี้มาคิดบ่อย ๆ การเป็นฮีโร่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังวิเศษอะไรเลย ฮีโร่อยู่ในใจของเรา การกระทำของเรา อะไรก็ตามที่ทำเพื่อคนอื่น เพื่อสังคม นั่นคือฮีโร่”

เราเชื่อว่าการถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองให้ผู้อื่นฟัง คือการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนความฝันของใครคนหนึ่ง ชายผู้ถ่อมตัวคงไม่คิดจะเรียกตัวเองว่าเป็นฮีโร่ แต่ใครสักคนที่กำลังอ่านบทความนี้อย่างจดจ่อ พร้อมไฟในใจที่เพิ่งถูกจุดติด คงคิดในสิ่งตรงกันข้าม

ก่อนจบบทสนทนา ปลายสายพูดอีกครั้งว่าพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง เขาอยากให้คนที่มีความฝัน มีความพยายามควบคู่ไปด้วยกัน แล้ววันหนึ่ง ‘Zero will be a Hero.’

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

ภาพ : Pop Mhan

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load