CHADA Chef’s Table คือ แลนมาร์กอาหารใต้แท้ ๆ ตีความใหม่ผ่านมุมมองของเชฟชาวไทยและชาวนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ที่หยู เซ็ง ฮวด แกลเลอรี่ เป็นบ้านเก่าอายุ 70 ปี บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ซึ่งเคยเป็นร้านขายของชำ ซ่อมวิทยุ ขายอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นร้านอาหารแรก และอาจเป็นร้านเดียวของสมุยในสมัยนั้น

หยู เซ็ง ฮวด คือ พิพิธภัณฑ์รวมของเก่าหายากที่ผนึกความทรงจำของถนนย่านหน้าทอน และครอบครัวเจ้าของบ้านกว่า 5 เจเนอเรชัน

หยู เซ็ง ฮวด คือ หอศิลป์ที่เฟ้นหาผลงานน่าสนใจจากศิลปินรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่มาจัดแสดง เพื่อสนับสนุนให้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่รักต่อไป และเป็นการบ่มเพาะคลื่นลูกใหม่ในวงการศิลปะ

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพ : Lesley Fisher

จากความเชื่อที่ว่า บ้านมีไว้ให้เกิด อยู่ และตายของคุณย่า จนวันนี้ หยู เซ็ง ฮวด ขยายบทบาทเป็น Creative Space และแลนด์มาร์กของสมุยได้อย่างไร เราไปฟังเรื่องราวและแนวคิดของ โด่ง-พัลลภ จารุจิตติพันธ์, เล็ก-ศักดิ์สิทธิ์ วีระมาศ, เชฟเจเรมี่ ซีเมี่ยน และ เชฟแตง-จิตรลดา สิระชาดาพงศ์

สหายทั้ง 4 ผู้ชุบชีวิตให้อาคารเก่าที่ไม่ได้ใช้การมากว่า 30 ปีหลังนี้กัน 

หีบสมบัติเกาะสมุย 

“เล่าให้เขาฟังสิ ว่าพวกเรา 4 คนเจอกันเพราะอะไร​” เชฟแตงตอบด้วยเสียงหัวเราะร่าเมื่อเราถามว่าไฉน 4 สหายจึงมาพบกัน ถ้าให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นจริง ๆ ต้องเล่าย้อนกลับไปถึงร้อยปีก่อน 

ก๋งของโด่งเป็นคนจีนไหหลำ ย้ายถิ่นมาตั้งรกรากที่ไทย ตั้งชื่อบ้านใหม่ตามชื่อลูกชาย 3 คน 

หยู แปลว่า ความอุดมสมบูรณ์

เซ็ง แปลว่า ความสำเร็จ 

และ ฮวด แปลว่า ความโชคดี 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

พื้นที่บ้านถูกแบ่งให้เป็นร้านอาหารและร้านขายของชำ พอถึงรุ่นของลูกชายคนสุดท้อง ซึ่งเป็นคุณพ่อของโด่ง บ้านก็แปลงโฉมให้กลายเป็นร้านซ่อมวิทยุ ต่อมาเป็นร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ก่อนที่คุณพ่อตัดสินใจย้ายร้านไปที่อำเภอบางมะขาม บ้านเดิมจึงปิดตัวไม่ได้ใช้ประโยชน์มาตลอด 30 ปี 

โด่ง เจ้าบ้านรุ่นที่ 5 ระดมสมองกับเล็ก นักออกแบบไฟมืออาชีพและเพื่อนสถาปนิกผู้หลงใหลเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ว่าจะทำอะไรเพื่อคืนชีวิตให้กับบ้านและชุมชนบนถนนสายเก่าเส้นนี้

“โด่งชอบพวกงานอาร์ต ส่วนเราชอบสถาปัตยกรรมเก่า ๆ” เล็กบอก 

“เราเลยคิดจะเปิดพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับตัวบ้าน และทำชั้นบนเป็นแกลเลอรี่” 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

แต่ หยู เซ็ง ฮวด คงจะไม่ครบองค์ประกอบ หากในวันธรรมดาวันหนึ่ง โด่งไม่ได้พูดคุยกับลูกค้า 2 คนที่เดินเข้ามาในร้าน ลูกค้าคนแรกคือ เชฟเจเรมี่ ซีเมี่ยน เป็นเชฟชาวนิวซีแลนด์ ผู้มีประสบการณ์การทำอาหารให้กับบุคคลระดับโลกอย่าง Ed Sheeran และ CEO ของบริษัท Google, ลูกค้าคนที่สอง คือ เชฟแตง อดีตทนายความสาวที่ผันตัวมาเป็น Food Designer ผู้นิยามการสร้างแลนด์มาร์กของเกาะสมุยในครั้งนี้ว่า ‘โชคชะตา’ 

จากมุมมองของโด่ง เชฟแตงและเชฟเจเรมี่เป็นลูกค้าที่แวะเวียนมาที่ร้านอยู่บ่อย ๆ 

จากมุมมองของเชฟเจเรมี่และเชฟแตง พวกเขากำลังตระเวนหาพื้นที่ที่ใช่สำหรับการเปิด Chef’s Table เพื่อให้เกาะสมุยมีแลนด์มาร์กของศิลปะท้องถิ่นที่กินได้ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีร้านใดทำอาหารเพื่อเล่าเรื่องราวของเกาะสมุย 

หยู เซ็ง ฮวด เป็นพื้นที่แรกที่พวกเขารู้สึกใช่ 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

 “ร้านโด่งเปิดเป็นธุรกิจครอบครัวมา 70 ปี ยังเก็บของที่เก่าจริง ๆ และหายากมากเอาไว้ แม้แต่ หม้อและเขียงที่คุณแม่ของโด่งใช้ทำอาหารก่อนเสีย ก็ยังตั้งอยู่กลางร้าน เขาเก็บไว้หมดเลย” เชฟแตงเล่าถึงความประทับใจเมื่อแรกพบกับอาคารสองชั้นย่านหน้าทอน “เขาเป็นเหมือนหีบสมบัติของสมุย” 

เมื่อได้ทีมที่ลงตัวและสถานที่ที่ใช่ ทั้ง 4 ก็เริ่มคิดการใหญ่

เรามาทำอะไรเพื่อสมุยกันเถอะ! 

หอศิลป์ริมท่าเรือ 

“จริง ๆ เราฝันอยากเปิดแกลเลอรี่”

นี่คือเหตุผลที่โด่งยกพื้นที่ชั้นบนทั้งหมดของ หยู เซ็ง ฮวด เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ

ก็เพราะรู้แบบนี้ ยิ่งต้องเปิดหอศิลป์ให้ได้ เพราะเกาะแห่งนี้ยังขาดพื้นที่สำหรับศิลปินอยู่ 

“เราเคยคุยกับเหล่าศิลปินมาแล้วหลายครั้ง มีหลายคนที่เรียนเพื่อเป็นจิตรกรแต่ไม่มีโอกาส สุดท้ายเขาไปทำงานโรงงานอุตสาหกรรม เราก็คิดว่าแบบนั้นมันไม่ใช่หรือเปล่า” 

การให้พื้นที่แสดงผลงานคือหนึ่งในวิธีที่จะช่วยต่อชีวิตให้ศิลปินได้

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพวาดของปริญญา แสนคาน และ ขวัญชัย ผิวทอง
CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพวาดของ ตะวัน  เยาว์สูงเนิน

“เราอยากให้โอกาสคน โดยเฉพาะเด็กที่เพิ่งจบใหม่ วันหนึ่งถ้ามีนักท่องเที่ยวมาดู แล้วเห็นความงาม เห็นคุณค่าของงานที่จัดแสดง ศิลปินหน้าใหม่เหล่านี้ก็จะได้รับโอกาสต่อไปเรื่อย ๆ” 

ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับศิลปะทุกแขนง ทั้งเพนติ้ง งานทอ งานปั้น งานไม้ ยันศิลปะการแสดง 

“ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องมโนราห์อยู่” โด่งพูดถึงโปรเจกต์ในใจ “เราอยากฟื้นการแสดงโนราห์แท้ ๆ ของภาคใต้ที่หายไปสมัยรัชกาลที่ 5 กลับมาอีกครั้ง เพราะสอดคล้องกับสูตรอาหารของ Chef’s Table ที่ขุดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เช่นเดียวกัน” 

“เรียกที่นี่ว่า Creative Space คงเหมาะกว่า” เล็กช่วยสรุป

“มีอะไรที่อยากแสดงแล้วไม่มีโอกาส เราก็พร้อมจะส่งเสริม” 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

บ้านของก๋ง 

เราขอพาทุกคนเดินลงบันไดไม้มาชั้นล่าง เพื่อชมส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์กันบ้าง 

หนุ่มเจ้าของพื้นที่แอบเปิดโปงที่มาของของเก่าหายากมากมายในบ้านให้เราฟัง 

“พ่อเราเป็นคนไม่ทิ้งของ” ลูกชายเปรย “เขาเก็บตั้งแต่แผ่นเสียงยันป้ายโตชิบา ขนาดตู้ที่เอาไว้ใส่อุปกรณ์ก่อสร้างก็ไม่ทิ้ง เก็บไว้ 30 – 40 ปี จนของไม่มีค่ากลายเป็นของมีค่า” 

หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) : สหาย 4 คน ชุบชีวิตบ้านเก่า 70 ปี เป็น Creative Space ที่ชุบชีวิตชุมชนหน้าทอน บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) : สหาย 4 คน ชุบชีวิตบ้านเก่า 70 ปี เป็น Creative Space ที่ชุบชีวิตชุมชนหน้าทอน บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

‘สมบัติ’ ทุกชิ้นปัจจุบันนี้จัดเรียงไว้ในส่วนพิพิธภัณฑ์ของร้าน ให้ทั้งแขกที่เข้ามารับประทานอาหาร และผู้ที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมได้ย้อนเวลากลับไปรู้จัก หยู เซ็ง ฮวด ในแต่ละช่วงชีวิตของครอบครัวเจ้าของบ้าน ตั้งแต่สมัยเป็นที่อยู่ของก๋ง และ แนะ (ชื่อเรียกคุณย่า)​ จนกลายเป็นร้านซ่อมวิทยุของพ่อ และร้านอาหารของแม่ ท่ามกลางบรรยากาศของอาคารเก่าที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เจี๊ยะบุ่ย!

“เจี๊ยะบุ่ย” กินข้าวกัน!

หลังจากเดินชมอาคารมาสักพัก ท้องเริ่มร้อง พอดีกันกับที่เราจองโต๊ะสำหรับ 8 – 10 คน เสิร์ฟโดย CHADA Chef’s Table ที่ชั้นล่างของ หยู เซ็ง ฮวด ซึ่งเชฟแตงอธิบายว่าอาหารทุกจานของที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งของ งานศิลปะ และผู้คนของ หยู เซ็ง ฮวด ทั้งหมด 

“เรามีแม่ครัวที่ทำงานที่นี่มาตลอด 57 ปี ไม่ไปทำงานที่อื่นเลย” เชฟแตงเล่าพร้อมชวนดูภาพเก่าบนผนังของหญิงสาว 4 คน เป็นแม่ครัวมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มทั้งหมด ทุกคนยังมีมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

“เราคุยกับสาว ๆ แล้วได้แรงบันดาลใจจากเมนูที่เขาเคยทำสมัยก่อน เช่น เมนูเป็ดโบราณที่เสิร์ฟในงานแต่งงานสมัยนั้น แล้วเราเอามาตีความให้เป็น Progressive Food แกงใต้แกงเหลือง เราให้ทานคู่กับ Potato Gratin หรือมันฝรั่งแบบฝรั่งเศส เป็นการนำเสนออาหารใต้แบบใหม่แต่ยังคงเทคนิคโบราณ” 

หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) และ Chada Chaokoh เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

แต่มื้อที่พลาดไม่ได้ คือ คอร์สสุดท้าย 

“เราดีไซน์ให้แขกทุกคนวาดของหวานลงบนโต๊ะ เหมือนเพนติ้ง ถึงคอร์สสุดท้ายทีไร แขกทุกคนก็จะลุกขึ้นมาละเลงอาหารกันสนุกเลย จริง ๆ ก็เป็นการเชื่อมโยงถึงความชอบงานศิลป์ของโด่งด้วย”

เล็ก ผู้ออกแบบแสงไฟทุกจุดที่นี่ยังจัดแจงเตรียมลูกเล่นสำหรับจานสุดท้ายของค่ำคืนไว้ด้วย 

“แสงไฟที่เล็กออกเเบบจะกระทบกับประกายเพชรบนอาหารจานสุดท้ายที่เราตกแต่งไว้พอดี ทำให้ห้องอาหารทั้งห้องระยิบระยับเหมือนดาวเลย” เชฟแตงเล่าถึงไฮไลต์ที่ทุกคนต้องประทับใจ

น่าเสียดายที่เรานำภาพความประทับใจนี้มาแบ่งปันผู้อ่านไม่ได้ เพราะประสบการณ์ Chef’s Table ที่นี่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมาก ถ้าอยากรู้ว่าจะประทับใจขนาดไหนคงต้องมาเองแล้วล่ะ 

ส่วนวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร สมุนไพร ดอกไม้กินได้ และอาหารทะเล เชฟเจเรมี่เล่าว่าเป็นของท้องถิ่นสมุยทั้งนั้น ขณะนี้พวกเขากำลังพยายามปลูกพืชผักที่ใช้ประกอบอาหารด้วยตนเองด้วย

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพ : Lesley Fisher

“เราอยากใช้วัตถุดิบออร์แกนิกให้มากขึ้นอีก อยากเพิ่มวัตถุดิบแปลกใหม่เข้าไปด้วย แต่ที่สำคัญคือทุกอย่างที่นำมาประกอบอาหารต้องเป็นของท้องถิ่น และปลูกด้วยวิธีที่ยั่งยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” 

เชฟทั้งสองมีความทรงจำร่วมกับลูกค้ามากมายจากการทำ Chef’s Table

แต่ถ้าต้องเลือกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ปลื้มใจที่สุด แชฟแตงขอหยิบเรื่องนี้มาแบ่งปัน

“เวลาบุคคลระดับโลกอย่าง กีซาวอย (Guy Savoy) เชฟมิชลินและเมนเทอร์ของเชฟชื่อดังอย่าง กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) นางงามจากเวทีระดับโลกและดาราชื่อดังจากประเทศต่าง ๆ มาเที่ยวไทย ไม่มีใครลิ้มรสอาหารใต้จริง ๆ สักครั้ง เคยชิมแต่อาหารภาคกลางกับภาคอีสาน เราภูมิใจทุกครั้งที่แนะนำให้เขารู้จักอาหารใต้ที่ทำจากวัตถุดิบที่ปลูกด้วยมือของชาวสมุย” ถือเป็นความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้หลังคาบ้านหลังนี้ 

“แต่ละคนจ้วงไม่หยุดเลย” 

ควายเหล็ก

แทบทุกตารางเมตรของอาคารหลังนี้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ แม้แต่กำแพงภายนอกร้านก็ให้ศิลปินที่เคยจัดแสดงผลงานมาแต่งแต้มรูปวาดเป็นที่ระลึก พื้นที่ว่างรอบอาคารกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะที่ใครเดินผ่านต้องกดชัตเตอร์ แต่พระเอกตัวจริงของพื้นที่ด้านนอกคงต้องยกให้รูปปั้นควายเหล็ก 

“ควายเหล็กตัวนี้เรียกว่า Charging Buffalo เราทำล้อ Charging Bull ที่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของนิวยอร์ก” เชฟแตงอธิบายที่มาที่ไปของรูปปั้นซึ่งครองใจผู้มาเยือน “ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกาะปิดหมดเลย เศรษฐกิจของสมุยซบเซามาก เราไม่เคยเห็นเมืองร้างขนาดนี้ วันที่เราเปิดร้าน เราเลยสร้างควายเหล็กตัวนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้สมุยมีมาสคอต หรือแลนด์มาร์กที่จะเชิญชวนให้คนมาเที่ยว มาถ่ายรูปได้” 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพ : Lesley Fisher

หลายคนอาจมีคำถามในใจว่า ทำไมถึงเลือกรูปปั้นควายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะสมุย 

ทะเลกับควายดูไม่ใช่ของคู่กัน แต่หารู้ไม่ว่าควายผูกพันกับสมุยมายาวนาน 

“สมัยก่อน กิจกรรมชนควายฮอตฮิตมากในสมุย” โด่งแทรกเกร็ดความรู้ 

พอยุคสมัยเปลี่ยนไป คนทำไร่ทำนาน้อยลง บทบาทของควายก็เริ่มลดน้อยลงเช่นกัน 

วันนี้ควายเหล็กกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งที่ CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด ความตั้งใจอีกประการของสหายทั้ง 4 นอกจากบูรณะอาคารเก่าให้เป็น Creative Space คือการชุบชีวิตให้กับอัตลักษณ์ดั้งเดิมของสมุย

วันไหนไป CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด อย่าลืมไปสั่นกระดิ่งคล้องคอของ Charging Buffalo ล่ะ 

(เขาเชื่อกันว่าจะโชคดีมาก)

หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) และ Chada Chaokoh เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด แกลลอรี่ (Joo Seng Huad Gallery)

ที่ตั้ง : 87 ชุมชนหน้าทอน ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 13.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1720 0029

Facebook : Joo Seng Huad และ CHADA Private Chef • Chef’s Table • Culinary Consultant

Writer

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

Photographer

นนทนันท์ กลับสัน

เกิดในครอบครัว นักดนตรี หนังตะลุง ชอบกินข้าวมันไก่ ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ถ่ายวีดีโอจริงจัง ชอบดูหนังที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนามุมมอง เริ่มถ่ายภาพและวีดีโอ เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เริ่มชอบการการดูหนังแล้วอยากจะทำได้

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

09.00 – 10.00 น. บัวบานทั้งปางอุบล 

นัดครั้งนี้สำคัญมาก ไปสายไม่ได้เด็ดขาด 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น ย้ำว่าต้องไปพบกันที่ ‘ปางอุบล’ 9 โมง ไม่เกิน 10 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่บัวบานกลางวันเริ่มบาน และบัวบานกลางคืนยังไม่หุบ จึงเห็นทั้ง 2 ชนิดบานพร้อมกันได้

พอเดินเข้ารั้ว ทักทายคู่สามีภรรยาเจ้าของบ้านและสวนบัวปางอุบลได้ไม่กี่คำ ทั้งสองก็รีบพาไปดูบัว เพราะห่วงว่าบัวบานกลางคืนบางดอกจะหุบเสียก่อน

ภาพบัวบานเต็มอ่างทำให้เข้าใจเสียทีว่า ทำไมความงามของหญิงสาวในวรรณคดีมักถูกเปรียบเปรยกับความสวยของพืชชนิดนี้ และทำไมบัวจึงไปโผล่ในจินตภาพของศิลปินไทยและศิลปินระดับโลกมากมาย ไม่อยากเชื่อว่าไม่ไกลจากรุงเทพฯ มีสถานที่อนุรักษ์บัวหลากหลายสายพันธุ์เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างที่นี่

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

แต่ดูเหมือนคนที่มีความสุขที่สุดที่ทำให้เราไม่พลาดช่วงเวลาพิเศษนี้คือหิวและพราว เพราะนี่คือช่วงเวลาที่บัวทุกดอกซึ่งเขาและเธออุทิศความรักให้เบ่งบาน 

มาดามดูบัวและลุงบัว 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ จุลโกเมน

ก่อนที่จะนั่งลงคุยกัน หิวขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างตัวเสียก่อน เพราะเขาใช้เวลาที่ตื่นก่อนบัวกลางวันจะบานไปกับการดูแลบัว และเพิ่งก้าวออกจากบ่อก็ตอนที่เราไปถึง ทุกเช้าเขาและพราวจะเดินรอบปางอุบลเพื่อสำรวจสุขภาพของบัว คอยใส่ปุ๋ยและคอยเด็ดดอกเด็ดใบที่โรยตามบ่อต่าง ๆ 

“ทำไปทำมาก็หมดวันแล้ว” 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

สิ่งที่หิวพูดไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเมื่อเทียบอัตราส่วนของพื้นที่ขนาด 3,200 ตารางเมตร และบัวอีกกว่า 650 พันธุ์ ต่อกำลังพลของสองสามีภรรยา ทำอย่างไรก็คงดูแลไม่หมดในวันเดียว เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่ภาคเอกชน ซึ่งไม่ได้มีกำลังพลหรือกำลังทรัพย์อย่างหน่วยงานรัฐจะอนุรักษ์และเพาะพันธุ์บัวด้วยกำลังของตัวเองได้ จนเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศและต่างประเทศ

แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจคือ เขาพูดประโยคดังกล่าวด้วยรอยยิ้ม 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน-เผื่อน กลุ่มบัวแคระและบัวบอนไซที่กำลังพัฒนาอยู่

สำหรับหิวและพราว ความเหนื่อยกายคุ้มค่ากับการที่ได้ดูแลบัวทุกดอกในปางอุบลอย่างใกล้ชิด จุดประสงค์ของที่นี่คือการอนุรักษ์พันธุ์บัวดั้งเดิม ซึ่งความละเอียดในทุกขั้นตอนการดูแลเป็นหลักสำคัญในการป้องกันการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์บัว 

“เราเลือกดูแลบัวในพื้นที่บ้านของเรา เพราะเราควบคุมสภาพแวดล้อมได้ระดับหนึ่ง และตื่นเช้ามาก็ลงมาดูแลเขาได้ทันที” 

หิวจึงมักบอกคนรู้จักว่า พวกเขาควรจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘มาดามดูบัว’ และ ‘ลุงบัว’ คู่รักอนุรักษ์พันธุ์บัวแห่งปางอุบล เนื่องจากสมัครใจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลราชินีแห่งไม้น้ำ

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

หิวสารภาพว่าตัวเองไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่า วันหนึ่งเขาจะกลายเป็นลุงบัวแห่งปางอุบลที่อยู่เพื่อบัวเหมือนทุกวันนี้ 

“สมัยก่อนเราไม่รู้หรอกว่าบัวมีสายพันธุ์อะไรบ้าง เพราะไม่เคยเป็นเรื่องที่เราสนใจ”

ก่อนหน้านี้เขาเป็นเด็กสถาปัตย์จุฬาฯ ผู้รู้จักแต่บัวไหว้พระ และไม่เคยรู้ว่าบัวมีสีอื่นนอกจากชมพู ขาว และแดง 

เขาเริ่มรู้จักเพิ่มขึ้นก็ตอนที่ได้พบกับพราว ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่คณะ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวสายหรือบัวกินสาย ชื่อ ปภัสราทร

“พอดีตอนนั้นคิดอยากลองเลี้ยงไม้น้ำ ก็เลยนึกถึงบัวขึ้นมา พราวเลยพามาที่ปางอุบลเพื่อหาดอกบัวไปปลูก” 

เจ้าของปางอุบลในตอนนั้นคือพ่อของพราว หรือ ดร.เสริมลาภ วสุวัต นักเกษตรศาสตร์ผู้มีคุณูปการต่อวงการยางพาราของไทย กระทั่งได้รับเลือกเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำ พ.ศ. 2555 และผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณไม้ประเภทบัวคนแรกของประเทศ โดยก่อตั้งปางอุบลขึ้นใน พ.ศ. 2512 เพื่อให้เป็นสถานที่อนุรักษ์และศึกษาพันธุ์บัว 

“พอมาที่ปางอุบลก็ตกใจ ไม่เคยเห็นบัวหลากหลายขนาดนี้มาก่อน” เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หิวได้เห็นบัวหลวงไหว้พระขนาดสูงเกือบพ้นหัวคน บัวที่มีกลีบดอกหนาแข็งเหมือนหล่อจากเทียนไข และได้รู้ว่ามีบัวสายพันธุ์บานกลางคืน และสายพันธุ์ต่างประเทศด้วย

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
ถ่ายรูปกับบัวหลวงพระราชินีที่แหล่งดั้งเดิม ซึ่งปางอุบลยังปลูกอนุรักษ์ไว้

ความประทับใจครั้งนั้นก่อให้เกิดความใคร่สงสัยในเรื่องบัว เมื่อเริ่มศึกษาก็เริ่มเข้าใจ เมื่อเข้าใจก็เริ่มสนิทสนม รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักพืชชนิดนี้เสียแล้ว 

เรามองเหล่าบัวนานาพันธุ์ที่รายล้อมอยู่รอบตัว สีสันและรูปร่างหลายดอกไม่เคยเห็นในภาพวาดหรือหนังสือเล่มไหนมาก่อน 

มีอะไรเกี่ยวกับบัวอีกมากที่ไม่รู้ และคำตอบอยู่ที่ปางอุบล

เดินชมบัว 

ในพื้นที่ของปางอุบลมีบ่อปลูกบัวหลายขนาด ตั้งแต่ที่เล็กและตื้นพอดีสำหรับการปลูกบัวจิ๋ว ไปจนกว้างและใหญ่พอดีสำหรับปลูกบัวขนาดใหญ่ เช่น บัวยักษ์ออสเตรเลียและบัวกระด้ง เหมือนเป็นการจำลองสภาพแวดล้อมลักษณะต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่ 2 ไร่ 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

“เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองปลูกเลี้ยง เราเลยขุดบ่อบัวให้มีระดับต่างกัน มีความลึกตั้งแต่ 60 เซนติเมตรจนถึงเกือบ 2 เมตร เพื่อจะได้รู้ว่าพันธุ์ไหนเติบโตดีในลักษณะสภาพแวดล้อมแบบไหน” 

เราเดินถึงบ่อบัวทุกบ่อได้โดยทางเท้า ซึ่งหิวและพราวงัดวิชาสถาปนิกมาออกแบบตามหลัก Universal Design 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกคน เลยออกแบบทางเดินให้ผู้สูงอายุที่ต้องนั่งวีลแชร์ใช้สะดวก เดินเท้าก็สบาย ถึงเข้าหน้าฝนก็ยังเดินชมบัวได้ปลอดภัย” 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ที่มาเยี่ยมปางอุบลเป็นหลัก แม้แต่อ่างล้างหน้าล้างมือ ก็กำหนดระดับให้ทั้งเด็กและคนนั่งรถเข็นที่มาปลูกบัวใช้ได้ทุกคน 

พราวบอกว่าการเปิดบ้านให้คนทั่วไปเข้ามาศึกษาเรื่องบัวเป็นความตั้งใจของคุณพ่อของเธอตั้งแต่ต้น เพราะ ดร.เสริมลาภ เป็นทั้งนักวิชาการและอาจารย์ผู้รักการสอน 

“คุณพ่อบอกว่าอยากให้คนเข้าใจเรื่องบัวจริง ๆ เพราะถ้าเข้าใจก็จะปลูกได้ดี พอปลูกได้ดีก็จะมีความสุข” ไม่ว่าจะมีต้นทุนความรู้เรื่องบัวมากน้อยแค่ไหน บ้านปางอุบลก็ยินดีต้อนรับ 

สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องบัวเลย ทั้งสองจะเริ่มจากการอธิบายให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า Waterlily กับ Lotus หรือ อุบลชาติกับปทุมชาติก่อน 

บัวที่ก้านอ่อนและใบอยู่ปริ่มน้ำ คือ Waterlily หรือที่คนไทยเรียก อุบลชาติ 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

ส่วนบัวที่ก้านแข็งและใบชูเหนือน้ำ คือ Lotus หรือที่คนไทยเรียก ปทุมชาติ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

หลังจากที่เข้าใจหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็ไม่สามารถมองบัวโดยไม่แยกแยะว่าเป็นอุบลชาติหรือ ปทุมชาติได้อีกเลย

ทั้งคู่ย้ำว่า หัวใจสำคัญของการให้ความรู้และคำปรึกษาของที่นี่คือการใช้ศัพท์ชาวบ้านที่ใครฟังก็เข้าใจ เพื่อตอบปัญหาคลาสสิกซึ่งผู้หัดเลี้ยงบัวมักจะเจอ 

บัวไม่ออกดอกเลย ทำไงดี!

บัวส่วนใหญ่ต้องการแดดค่อนข้างมาก มีบางพันธุ์เท่านั้นที่ปลูกในที่รำไรได้ เพราะฉะนั้น ท่องไว้ ไม่มีแดด ไม่มีดอก” หิวแนะนำ ถ้าเมื่อไหร่ปลูกบัวในที่ร่ม จะได้บัวต่างประเทศทันที คือ ‘บัว ดู ใบ’ เพราะจะมีแต่ใบให้ดู

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ สโมคกรีน

อีกคำถามที่เจอบ่อย คือ ‘ต้องให้ปุ๋ยบ่อยแค่ไหน’

เขาบอกว่าวิธีจำกันลืม คือ “วันไหนหวยออก วันนั้นให้ปุ๋ย” ให้จำอย่างนี้จะลืมลงได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการให้คำแนะนำพื้นฐานอย่างคร่าวเท่านั้น จริง ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้บัวไม่งามเป็นไปได้หลายปัจจัย เพราะฉะนั้น ‘การรับฟัง’ ปัญหาของผู้ปลูกบัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 

“บางกรณี เราแนะนำให้เขาทำทุกวิถีทางแล้วบัวก็ยังไม่งาม เขาก็กลุ้มใจเพราะตัวเองก็ดูแลด้วยความใส่ใจทุกวัน สุดท้ายเขาพูดขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจว่า ยกบัวขึ้นมาเพื่อขัดตะไคร่ที่บ่อเป็นประจำเพราะกลัวตะไคร่จับ นั่นแหละที่ทำให้บัวตกใจ เราถึงได้รู้สาเหตุว่าทำไมบัวไม่งาม”

เพราะฉะนั้น ใครกำลังกังวลใจเกี่ยวกับบัวที่บ้าน สามารถต่อสายตรงมาที่ปางอุบล หรือจะมาปรึกษาด้วยตนเองก็ได้เหมือนกัน มาดามดูบัวและลุงบัวพร้อมตอบแต่ละคำถามจนกว่าผู้เลี้ยงจะสบายใจ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

การเรียนของที่นี่ไม่ใช่แค่ผู้มาศึกษาที่ได้รู้เพิ่ม แต่ผู้สอนก็มักจะได้วิธีการคิดแบบใหม่จากผู้มาเรียนเช่นกัน 

“มีอยู่วันหนึ่ง เด็ก ๆ มาเรียนรู้” หิวเล่าถึงเหตุการณ์น่าจดจำระหว่างเขาและนักศึกษารุ่นจิ๋ว “ก็เริ่มด้วยการอธิบายวิธีแยกบัวบานกลางวันกับบัวบานกลางคืนเพียงแค่ดูที่ใบให้ฟัง”

 “บัวบานกลางคืน ขอบใบเป็นจักรแหลม เว้าห่างค่อนข้างเท่ากันนะ” หิวชี้ให้เด็ก ๆ สังเกต 

“หนูรู้แล้ว!” เด็กคนหนึ่งยกมือ “ลุงเอากรรไกรตัดเล็บมาตัดขอบบัวใช่มั้ย ขอบถึงเว้าเป็นจักรแบบนี้”

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บัวบานกลางคืนคือบัวที่ใบโดนกรรไกรตัดเล็บเล็ม กลายเป็นวิธีการจำแนกสายพันธุ์บัวแบบใหม่ของปางอุบล

“เวลาแขกไปใครมาเราก็สนุกไปด้วย” การได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับผู้มาศึกษาเป็นความสุขอย่างหนึ่งของพราว 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวบา ดอกขาว แม้เป็นคนละตระกูลกับบัว แต่เมื่อเรียกชื่อว่าบัว ปางอุบลก็นำมาปลูกเลี้ยงไว้

นั่งมองบัว 

Sanctuary (n.) = สถานที่คุ้มภัย, สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

‘Sanctuary’ เป็นคำที่ผุดขึ้นมาในหัวหลังจากเดินชมปางอุบลในตอนเช้า เพราะที่นี่ดูแลรักษาเหล่าอุบลชาติและปทุมชาติด้วยความเชี่ยวชาญและเอาใจใส่ ที่สำคัญ ปางอุบลไม่ได้ใช้กลยุทธ์เดียวในการอนุรักษ์พันธุ์บัว พวกเขาทั้งวิจัย เพาะพันธุ์ ให้ความรู้ และเน้นสร้างความผูกพันระหว่างคนกับบัวผ่านกิจกรรมสบาย ๆ โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสองเพิ่งจะจัดกิจกรรม ‘ชมบัว วาดบัว ชิมบัว’ เชิญชวนคนมาวาดสีน้ำที่ปางอุบล

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวฝรั่งสัญชาติไทย ชื่อ สยามพีช

แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาพอให้เหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรม เห็นสีบนกระดาษของตัวเองไม่ผิดเพี้ยน แต่ละคนกระจายตัวกันนั่งตามมุมต่าง ๆ ของปางอุบล แล้วลงมือร่างบัวที่อยู่ตรงหน้าตามที่ตาเห็น ชาบัวสดอุ่น ๆ ที่มาดามดูบัวและลุงบัวชงให้จิบระหว่างการวาดรูป ทำให้ได้สัมผัสความสวยงามของบัวจากไอหอมซึ่งระเหยจากถ้วยชา

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวฝรั่งลูกผสม อยู่ระหว่างคัดเลือก

เมื่อวาดเสร็จ ต่างคนต่างนำภาพวาดของตัวเองมาแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน รูปที่สมบูรณ์คือผลลัพธุ์ของการใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 9.00 – 12.30 น. ของวันหยุด อยู่กับกระดาษ บัว และตัวเอง 

นอกจากจะเป็นสถานที่คุ้มภัยของเหล่าบัวแล้ว ดูเหมือนว่าปางอุบลจะเป็นสถานที่พักเหนื่อยจากการใช้ชีวิตปกติให้คนด้วยเช่นกัน 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ ศรีสมบูรณ์

หายใจเป็นบัว 

นอกเหนือจากการแบ่งปันความรู้เรื่องบัวภายในพื้นที่ปางอุบล ทั้งคู่ยังกลั่นกรองประสบการณ์การศึกษาบัวเป็นสิบ ๆ ปีออกมาเป็นหนังสือเล่มล่าสุด ชื่อ ‘บัวสัญชาติไทยในปางอุบล’ ซึ่งเป็นหนังสือ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) เกี่ยวกับบัวเล่มแรกที่เขียนโดยคนไทย มีภาพประกอบและความรู้เกี่ยวกับบัวละเอียดยิบถึงชื่อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ด้วยความที่อยากให้บัวไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ 

ในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการติดต่อจากเกาหลี ญี่ปุ่น จีน อเมริกา และประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการนำบัวพันธุ์แท้จากปางอุบลไปศึกษาและเพาะพันธุ์อยู่เสมอ

ครั้งหนึ่ง ไม่กี่วันหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ มีคนสิงคโปร์ติดต่อเข้ามาขอดูบัว หิวพบทีหลังว่า “เป็นคนดูแลสวนพฤษกศาสตร์ของสิงคโปร์ มาขอซื้อบัวไปปลูกที่นั่น” 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวยักษ์ออสเตรเลีย ข้ามสกุลย่อย (ISG) ชื่อ เอส.กาย

การที่ชาวต่างชาติเริ่มหันมาสนใจบัวไทย ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ แต่คงจะชื่นใจยิ่งกว่าถ้าหากคนไทยเห็นคุณค่าบัวของตัวเอง 

“คนชอบเอาบัวต่างถิ่นมาปลูกเพราะเห็นว่าบัวพื้นถิ่นไม่สวย” นี่เป็นประเด็นซึ่งนักอนุรักษ์ทั้งสองกังวลใจ ทั้งหิวและพราวจึงตื่นเต้นมากเมื่อเริ่มเห็นว่ามุมมองเช่นนี้กำลังจะเปลี่ยนไป 

“เราดีใจมากเลยตอนที่มีกลุ่มเยาวชนเชิญเราสองคนไปให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลบัวหลวงพระราชินี ซึ่งเป็นบัวพันธุ์พื้นถิ่นของบึงหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพราะทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสนใจการอนุรักษ์พันธุ์บัวท้องถิ่นแล้ว”

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวสายหรือบัวกินสาย ชื่อ ทับทิมธารา

บัวผูกพันกับคนไทยมายาวนาน ซึ่งความผูกพันดังกล่าวมีหลักฐานให้เห็นตั้งแต่สมัยสุโขทัย “ในไตรภูมิพระร่วง หรือวรรณคดีไทย มีการเปรียบเปรยถึงดอกบัวเสมอ” หิวหยิบยกตัวอย่างให้เราเห็นภาพ

แต่ถึงปลดความสลักสำคัญทางประวัติศาสตร์ของบัวออก แล้วมองว่าเป็นไม้น้ำธรรมดาชนิดหนึ่ง พราวและหิวก็ยังเห็นว่าจะต้องอนุรักษ์ เพราะตอนนี้บัวเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ถึงขั้นที่ทั้งคู่ยอมรับเองว่า “หายใจเป็นบัว” 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวผัน-เผื่อน ชื่อ นางกวักขาว

เวลาตื่นก็ตื่นตามเวลาบัว ทำกับข้าวก็พยายามสรรหาวิธีนำบัวมาใช้เป็นวัตถุดิบ ไปเที่ยวก็คิดห่วงบัว เรียกได้ว่า บัวคือลูก ๆ ของบ้านปางอุบลนั่นเอง 

เพราะผูกพันขนาดนี้ พวกเขาจึงคิดภาพไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่งประเทศไทยไม่มีบัว 

“คงหงอย ๆ เหมือนกันนะ” หิว ผู้ครั้งหนึ่งไม่เคยมีบัวในชีวิตสารภาพ เขานิ่งคิดสักครู่ก่อนจะพูดว่า

“เอาเป็นว่า ถ้าบัวหายไปจากโลกก็มาที่ปางอุบล เราจะยังคงรักษาเอาไว้อยู่” 

18.00 น. บัวกระด้งบาน 

 “วันนี้ตอนประมาณ 18.00 น. จะมีดอกบัวกระด้งบาน 1 ดอก” หิวก้มมองนาฬิกา “ถ้าต้องการดมกลิ่นอยู่ต่อถึง 6 โมงเย็นได้นะ” เขาเชิญชวนเหมือนพูดเล่น แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว พร้อมจะนั่งเป็นเพื่อนคุยจริง ๆ ถ้าเราตกลงอยู่ต่อถึงเย็น 

การที่รู้ว่าดอกไหนจากจำนวนนับไม่ถ้วนบานกี่โมง ทำให้เห็นว่าเวลาชีวิตของทั้งสองหมุนตามเวลาของดอกบัว

 เรานัดพบและบอกลาด้วยชั่วโมงบัวบาน 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
ในบ่อปลูกที่มีทั้งบัวกระด้งและบัวสายอยู่ร่วมกัน

ไม่จำเป็นต้องมาในฐานะนักอนุรักษ์หรือนักศึกษา แค่มาเดินชมบัว นั่งมองบัว หรือมาเป็นเพื่อนสนทนาที่ปางอุบล ก็ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันของมาดามดูบัวและลุงบัวแล้ว 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

ปางอุบล

ที่ตั้ง : ปางอุบล 25 ซอยติวานนท์ 46 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2952 4243, 09 1295 6545

วัน-เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ 09.00 – 15.00 น.

Facebook : https://www.facebook.com/Pangubon1969

Website : http://thaiwaterlily.com/

Writer

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load