CHADA Chef’s Table คือ แลนมาร์กอาหารใต้แท้ ๆ ตีความใหม่ผ่านมุมมองของเชฟชาวไทยและชาวนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ที่หยู เซ็ง ฮวด แกลเลอรี่ เป็นบ้านเก่าอายุ 70 ปี บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ซึ่งเคยเป็นร้านขายของชำ ซ่อมวิทยุ ขายอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นร้านอาหารแรก และอาจเป็นร้านเดียวของสมุยในสมัยนั้น

หยู เซ็ง ฮวด คือ พิพิธภัณฑ์รวมของเก่าหายากที่ผนึกความทรงจำของถนนย่านหน้าทอน และครอบครัวเจ้าของบ้านกว่า 5 เจเนอเรชัน

หยู เซ็ง ฮวด คือ หอศิลป์ที่เฟ้นหาผลงานน่าสนใจจากศิลปินรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่มาจัดแสดง เพื่อสนับสนุนให้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่รักต่อไป และเป็นการบ่มเพาะคลื่นลูกใหม่ในวงการศิลปะ

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพ : Lesley Fisher

จากความเชื่อที่ว่า บ้านมีไว้ให้เกิด อยู่ และตายของคุณย่า จนวันนี้ หยู เซ็ง ฮวด ขยายบทบาทเป็น Creative Space และแลนด์มาร์กของสมุยได้อย่างไร เราไปฟังเรื่องราวและแนวคิดของ โด่ง-พัลลภ จารุจิตติพันธ์, เล็ก-ศักดิ์สิทธิ์ วีระมาศ, เชฟเจเรมี่ ซีเมี่ยน และ เชฟแตง-จิตรลดา สิระชาดาพงศ์

สหายทั้ง 4 ผู้ชุบชีวิตให้อาคารเก่าที่ไม่ได้ใช้การมากว่า 30 ปีหลังนี้กัน 

หีบสมบัติเกาะสมุย 

“เล่าให้เขาฟังสิ ว่าพวกเรา 4 คนเจอกันเพราะอะไร​” เชฟแตงตอบด้วยเสียงหัวเราะร่าเมื่อเราถามว่าไฉน 4 สหายจึงมาพบกัน ถ้าให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นจริง ๆ ต้องเล่าย้อนกลับไปถึงร้อยปีก่อน 

ก๋งของโด่งเป็นคนจีนไหหลำ ย้ายถิ่นมาตั้งรกรากที่ไทย ตั้งชื่อบ้านใหม่ตามชื่อลูกชาย 3 คน 

หยู แปลว่า ความอุดมสมบูรณ์

เซ็ง แปลว่า ความสำเร็จ 

และ ฮวด แปลว่า ความโชคดี 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

พื้นที่บ้านถูกแบ่งให้เป็นร้านอาหารและร้านขายของชำ พอถึงรุ่นของลูกชายคนสุดท้อง ซึ่งเป็นคุณพ่อของโด่ง บ้านก็แปลงโฉมให้กลายเป็นร้านซ่อมวิทยุ ต่อมาเป็นร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ก่อนที่คุณพ่อตัดสินใจย้ายร้านไปที่อำเภอบางมะขาม บ้านเดิมจึงปิดตัวไม่ได้ใช้ประโยชน์มาตลอด 30 ปี 

โด่ง เจ้าบ้านรุ่นที่ 5 ระดมสมองกับเล็ก นักออกแบบไฟมืออาชีพและเพื่อนสถาปนิกผู้หลงใหลเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ว่าจะทำอะไรเพื่อคืนชีวิตให้กับบ้านและชุมชนบนถนนสายเก่าเส้นนี้

“โด่งชอบพวกงานอาร์ต ส่วนเราชอบสถาปัตยกรรมเก่า ๆ” เล็กบอก 

“เราเลยคิดจะเปิดพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับตัวบ้าน และทำชั้นบนเป็นแกลเลอรี่” 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

แต่ หยู เซ็ง ฮวด คงจะไม่ครบองค์ประกอบ หากในวันธรรมดาวันหนึ่ง โด่งไม่ได้พูดคุยกับลูกค้า 2 คนที่เดินเข้ามาในร้าน ลูกค้าคนแรกคือ เชฟเจเรมี่ ซีเมี่ยน เป็นเชฟชาวนิวซีแลนด์ ผู้มีประสบการณ์การทำอาหารให้กับบุคคลระดับโลกอย่าง Ed Sheeran และ CEO ของบริษัท Google, ลูกค้าคนที่สอง คือ เชฟแตง อดีตทนายความสาวที่ผันตัวมาเป็น Food Designer ผู้นิยามการสร้างแลนด์มาร์กของเกาะสมุยในครั้งนี้ว่า ‘โชคชะตา’ 

จากมุมมองของโด่ง เชฟแตงและเชฟเจเรมี่เป็นลูกค้าที่แวะเวียนมาที่ร้านอยู่บ่อย ๆ 

จากมุมมองของเชฟเจเรมี่และเชฟแตง พวกเขากำลังตระเวนหาพื้นที่ที่ใช่สำหรับการเปิด Chef’s Table เพื่อให้เกาะสมุยมีแลนด์มาร์กของศิลปะท้องถิ่นที่กินได้ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีร้านใดทำอาหารเพื่อเล่าเรื่องราวของเกาะสมุย 

หยู เซ็ง ฮวด เป็นพื้นที่แรกที่พวกเขารู้สึกใช่ 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

 “ร้านโด่งเปิดเป็นธุรกิจครอบครัวมา 70 ปี ยังเก็บของที่เก่าจริง ๆ และหายากมากเอาไว้ แม้แต่ หม้อและเขียงที่คุณแม่ของโด่งใช้ทำอาหารก่อนเสีย ก็ยังตั้งอยู่กลางร้าน เขาเก็บไว้หมดเลย” เชฟแตงเล่าถึงความประทับใจเมื่อแรกพบกับอาคารสองชั้นย่านหน้าทอน “เขาเป็นเหมือนหีบสมบัติของสมุย” 

เมื่อได้ทีมที่ลงตัวและสถานที่ที่ใช่ ทั้ง 4 ก็เริ่มคิดการใหญ่

เรามาทำอะไรเพื่อสมุยกันเถอะ! 

หอศิลป์ริมท่าเรือ 

“จริง ๆ เราฝันอยากเปิดแกลเลอรี่”

นี่คือเหตุผลที่โด่งยกพื้นที่ชั้นบนทั้งหมดของ หยู เซ็ง ฮวด เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ

ก็เพราะรู้แบบนี้ ยิ่งต้องเปิดหอศิลป์ให้ได้ เพราะเกาะแห่งนี้ยังขาดพื้นที่สำหรับศิลปินอยู่ 

“เราเคยคุยกับเหล่าศิลปินมาแล้วหลายครั้ง มีหลายคนที่เรียนเพื่อเป็นจิตรกรแต่ไม่มีโอกาส สุดท้ายเขาไปทำงานโรงงานอุตสาหกรรม เราก็คิดว่าแบบนั้นมันไม่ใช่หรือเปล่า” 

การให้พื้นที่แสดงผลงานคือหนึ่งในวิธีที่จะช่วยต่อชีวิตให้ศิลปินได้

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพวาดของปริญญา แสนคาน และ ขวัญชัย ผิวทอง
CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพวาดของ ตะวัน  เยาว์สูงเนิน

“เราอยากให้โอกาสคน โดยเฉพาะเด็กที่เพิ่งจบใหม่ วันหนึ่งถ้ามีนักท่องเที่ยวมาดู แล้วเห็นความงาม เห็นคุณค่าของงานที่จัดแสดง ศิลปินหน้าใหม่เหล่านี้ก็จะได้รับโอกาสต่อไปเรื่อย ๆ” 

ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับศิลปะทุกแขนง ทั้งเพนติ้ง งานทอ งานปั้น งานไม้ ยันศิลปะการแสดง 

“ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องมโนราห์อยู่” โด่งพูดถึงโปรเจกต์ในใจ “เราอยากฟื้นการแสดงโนราห์แท้ ๆ ของภาคใต้ที่หายไปสมัยรัชกาลที่ 5 กลับมาอีกครั้ง เพราะสอดคล้องกับสูตรอาหารของ Chef’s Table ที่ขุดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เช่นเดียวกัน” 

“เรียกที่นี่ว่า Creative Space คงเหมาะกว่า” เล็กช่วยสรุป

“มีอะไรที่อยากแสดงแล้วไม่มีโอกาส เราก็พร้อมจะส่งเสริม” 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี

บ้านของก๋ง 

เราขอพาทุกคนเดินลงบันไดไม้มาชั้นล่าง เพื่อชมส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์กันบ้าง 

หนุ่มเจ้าของพื้นที่แอบเปิดโปงที่มาของของเก่าหายากมากมายในบ้านให้เราฟัง 

“พ่อเราเป็นคนไม่ทิ้งของ” ลูกชายเปรย “เขาเก็บตั้งแต่แผ่นเสียงยันป้ายโตชิบา ขนาดตู้ที่เอาไว้ใส่อุปกรณ์ก่อสร้างก็ไม่ทิ้ง เก็บไว้ 30 – 40 ปี จนของไม่มีค่ากลายเป็นของมีค่า” 

หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) : สหาย 4 คน ชุบชีวิตบ้านเก่า 70 ปี เป็น Creative Space ที่ชุบชีวิตชุมชนหน้าทอน บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) : สหาย 4 คน ชุบชีวิตบ้านเก่า 70 ปี เป็น Creative Space ที่ชุบชีวิตชุมชนหน้าทอน บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

‘สมบัติ’ ทุกชิ้นปัจจุบันนี้จัดเรียงไว้ในส่วนพิพิธภัณฑ์ของร้าน ให้ทั้งแขกที่เข้ามารับประทานอาหาร และผู้ที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมได้ย้อนเวลากลับไปรู้จัก หยู เซ็ง ฮวด ในแต่ละช่วงชีวิตของครอบครัวเจ้าของบ้าน ตั้งแต่สมัยเป็นที่อยู่ของก๋ง และ แนะ (ชื่อเรียกคุณย่า)​ จนกลายเป็นร้านซ่อมวิทยุของพ่อ และร้านอาหารของแม่ ท่ามกลางบรรยากาศของอาคารเก่าที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เจี๊ยะบุ่ย!

“เจี๊ยะบุ่ย” กินข้าวกัน!

หลังจากเดินชมอาคารมาสักพัก ท้องเริ่มร้อง พอดีกันกับที่เราจองโต๊ะสำหรับ 8 – 10 คน เสิร์ฟโดย CHADA Chef’s Table ที่ชั้นล่างของ หยู เซ็ง ฮวด ซึ่งเชฟแตงอธิบายว่าอาหารทุกจานของที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งของ งานศิลปะ และผู้คนของ หยู เซ็ง ฮวด ทั้งหมด 

“เรามีแม่ครัวที่ทำงานที่นี่มาตลอด 57 ปี ไม่ไปทำงานที่อื่นเลย” เชฟแตงเล่าพร้อมชวนดูภาพเก่าบนผนังของหญิงสาว 4 คน เป็นแม่ครัวมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มทั้งหมด ทุกคนยังมีมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

“เราคุยกับสาว ๆ แล้วได้แรงบันดาลใจจากเมนูที่เขาเคยทำสมัยก่อน เช่น เมนูเป็ดโบราณที่เสิร์ฟในงานแต่งงานสมัยนั้น แล้วเราเอามาตีความให้เป็น Progressive Food แกงใต้แกงเหลือง เราให้ทานคู่กับ Potato Gratin หรือมันฝรั่งแบบฝรั่งเศส เป็นการนำเสนออาหารใต้แบบใหม่แต่ยังคงเทคนิคโบราณ” 

หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) และ Chada Chaokoh เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

แต่มื้อที่พลาดไม่ได้ คือ คอร์สสุดท้าย 

“เราดีไซน์ให้แขกทุกคนวาดของหวานลงบนโต๊ะ เหมือนเพนติ้ง ถึงคอร์สสุดท้ายทีไร แขกทุกคนก็จะลุกขึ้นมาละเลงอาหารกันสนุกเลย จริง ๆ ก็เป็นการเชื่อมโยงถึงความชอบงานศิลป์ของโด่งด้วย”

เล็ก ผู้ออกแบบแสงไฟทุกจุดที่นี่ยังจัดแจงเตรียมลูกเล่นสำหรับจานสุดท้ายของค่ำคืนไว้ด้วย 

“แสงไฟที่เล็กออกเเบบจะกระทบกับประกายเพชรบนอาหารจานสุดท้ายที่เราตกแต่งไว้พอดี ทำให้ห้องอาหารทั้งห้องระยิบระยับเหมือนดาวเลย” เชฟแตงเล่าถึงไฮไลต์ที่ทุกคนต้องประทับใจ

น่าเสียดายที่เรานำภาพความประทับใจนี้มาแบ่งปันผู้อ่านไม่ได้ เพราะประสบการณ์ Chef’s Table ที่นี่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมาก ถ้าอยากรู้ว่าจะประทับใจขนาดไหนคงต้องมาเองแล้วล่ะ 

ส่วนวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร สมุนไพร ดอกไม้กินได้ และอาหารทะเล เชฟเจเรมี่เล่าว่าเป็นของท้องถิ่นสมุยทั้งนั้น ขณะนี้พวกเขากำลังพยายามปลูกพืชผักที่ใช้ประกอบอาหารด้วยตนเองด้วย

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพ : Lesley Fisher

“เราอยากใช้วัตถุดิบออร์แกนิกให้มากขึ้นอีก อยากเพิ่มวัตถุดิบแปลกใหม่เข้าไปด้วย แต่ที่สำคัญคือทุกอย่างที่นำมาประกอบอาหารต้องเป็นของท้องถิ่น และปลูกด้วยวิธีที่ยั่งยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” 

เชฟทั้งสองมีความทรงจำร่วมกับลูกค้ามากมายจากการทำ Chef’s Table

แต่ถ้าต้องเลือกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ปลื้มใจที่สุด แชฟแตงขอหยิบเรื่องนี้มาแบ่งปัน

“เวลาบุคคลระดับโลกอย่าง กีซาวอย (Guy Savoy) เชฟมิชลินและเมนเทอร์ของเชฟชื่อดังอย่าง กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) นางงามจากเวทีระดับโลกและดาราชื่อดังจากประเทศต่าง ๆ มาเที่ยวไทย ไม่มีใครลิ้มรสอาหารใต้จริง ๆ สักครั้ง เคยชิมแต่อาหารภาคกลางกับภาคอีสาน เราภูมิใจทุกครั้งที่แนะนำให้เขารู้จักอาหารใต้ที่ทำจากวัตถุดิบที่ปลูกด้วยมือของชาวสมุย” ถือเป็นความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้หลังคาบ้านหลังนี้ 

“แต่ละคนจ้วงไม่หยุดเลย” 

ควายเหล็ก

แทบทุกตารางเมตรของอาคารหลังนี้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ แม้แต่กำแพงภายนอกร้านก็ให้ศิลปินที่เคยจัดแสดงผลงานมาแต่งแต้มรูปวาดเป็นที่ระลึก พื้นที่ว่างรอบอาคารกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะที่ใครเดินผ่านต้องกดชัตเตอร์ แต่พระเอกตัวจริงของพื้นที่ด้านนอกคงต้องยกให้รูปปั้นควายเหล็ก 

“ควายเหล็กตัวนี้เรียกว่า Charging Buffalo เราทำล้อ Charging Bull ที่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของนิวยอร์ก” เชฟแตงอธิบายที่มาที่ไปของรูปปั้นซึ่งครองใจผู้มาเยือน “ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกาะปิดหมดเลย เศรษฐกิจของสมุยซบเซามาก เราไม่เคยเห็นเมืองร้างขนาดนี้ วันที่เราเปิดร้าน เราเลยสร้างควายเหล็กตัวนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้สมุยมีมาสคอต หรือแลนด์มาร์กที่จะเชิญชวนให้คนมาเที่ยว มาถ่ายรูปได้” 

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด : พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ แห่งแรกบนเกาะสมุย ในบ้านชาวเกาะ 70 ปี
ภาพ : Lesley Fisher

หลายคนอาจมีคำถามในใจว่า ทำไมถึงเลือกรูปปั้นควายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะสมุย 

ทะเลกับควายดูไม่ใช่ของคู่กัน แต่หารู้ไม่ว่าควายผูกพันกับสมุยมายาวนาน 

“สมัยก่อน กิจกรรมชนควายฮอตฮิตมากในสมุย” โด่งแทรกเกร็ดความรู้ 

พอยุคสมัยเปลี่ยนไป คนทำไร่ทำนาน้อยลง บทบาทของควายก็เริ่มลดน้อยลงเช่นกัน 

วันนี้ควายเหล็กกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งที่ CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด ความตั้งใจอีกประการของสหายทั้ง 4 นอกจากบูรณะอาคารเก่าให้เป็น Creative Space คือการชุบชีวิตให้กับอัตลักษณ์ดั้งเดิมของสมุย

วันไหนไป CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด อย่าลืมไปสั่นกระดิ่งคล้องคอของ Charging Buffalo ล่ะ 

(เขาเชื่อกันว่าจะโชคดีมาก)

หยู เซ็ง ฮวด (Joo Seng Huad) และ Chada Chaokoh เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

CHADA Chef’s Table ที่ หยู เซ็ง ฮวด แกลลอรี่ (Joo Seng Huad Gallery)

ที่ตั้ง : 87 ชุมชนหน้าทอน ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 13.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1720 0029

Facebook : Joo Seng Huad และ CHADA Private Chef • Chef’s Table • Culinary Consultant

Writer

Avatar

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

Photographer

Avatar

นนทนันท์ กลับสัน

เกิดในครอบครัว นักดนตรี หนังตะลุง ชอบกินข้าวมันไก่ ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ถ่ายวีดีโอจริงจัง ชอบดูหนังที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนามุมมอง เริ่มถ่ายภาพและวีดีโอ เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เริ่มชอบการการดูหนังแล้วอยากจะทำได้

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load