จิรายุ คูอมรพัฒนะ คือตัวจริงในวงการภาพประกอบ ด้วยเวลากว่าทศวรรษที่เส้นสายในนาม Jirayu Koo ปรากฏโลดแล่นประกอบบทความใน ปกนิตยสาร แพ็กเกจจิ้งแบรนด์เครื่องหอม วอลเปเปอร์ ตึกแถว 7 คูหา ไปจนถึงภาพประกอบเปิดตัวศิลปินนักดนตรีให้กับ Apple Music ในสิงคโปร์ อินสตอลเลชันขนาดยักษ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 ชั้นในห้างสรรพสินค้า แสดงผลงานในนิทรรศการทั้งไทยทั้งเทศ และล่าสุด จิรายุเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมงานกับ Nike กับโปรเจกต์ Nike by You

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

หากยังไม่คุ้น เราเชื่อว่าหลายคนคงผ่านตา ‘น้องกลมกลม’ คาแรกเตอร์ผู้หญิงไซส์อวบอั๋นน่ากอด มีความมั่นใจในตัวเอง ผู้เป็นลายเซ็นและตัวแทนของชื่อ Jirayu Koo คนนี้มาบ้าง

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

เรื่องราวเส้นทางของจิรายุเรียบง่าย จากเด็กสายวิทย์-คณิต ที่ทำคะแนนวิชาศิลปะและภาษาอังกฤษได้ดีกว่าฟิสิกส์หรือเคมี เติบโตมาพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวที่ทำงานในวงการโฆษณา ทำให้เธอได้มีโอกาสช่วยทากาวตัดแปะจัดวางเลย์เอาต์หน้าโฆษณา ในวัยนั้นเต็มไปด้วยคำว่าสนุก และเป็นการปลูกฝังพื้นฐานด้านการออกแบบ รวมถึงเทคนิคการคอลลาจตามความสนใจโดยไม่รู้ตัว

ก้าวสำคัญของชีวิต จิรายุเลือกเรียนด้านกราฟิกดีไซน์และเดินสายเข้าทำงานในเอเจนซี่ สะสมประสบการณ์จนถึงวันที่ลมแห่งโอกาสจากเพื่อนพัดพาให้ได้ลองทำงานภาพประกอบในนิตยสารชื่อดังสมัยนั้น จากการเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คุมภาพรวมของงานต่างๆ ในเอเจนซี่ จิรายุเริ่มขยายสู่การทำภาพประกอบให้กับบทความต่างๆ และคอลัมน์รายเดือนอย่าง คอลัมน์ดูดวง

เธอรู้สึกว่าภาพประกอบ ทำให้ได้แสดงตัวตน โดยไม่ต้องมีโลโก้ ไม่ต้องมีตัวหนังสือ และได้ทำในสิ่งที่อยากทำ 

“เราแค่ต้องเล่าเรื่องนั้นๆ ในอีกแบบ ไม่ใช่ต้องเล่าว่าเป็นลำดับ A B C แต่คือเล่าเป็นแบบภาพรวม เหมือนเป็นน้ำจิ้มเรียกให้คนสนใจเพื่อให้เขาไปอ่านเรื่องข้างในต่อ”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

ศิลปินคอลลาจ

ย้อนกลับไปในวันที่เป็นยุครุ่งเรืองของนิตยสารเล่ม กราฟิกดีไซเนอร์ได้เรียนรู้โลกของภาพประกอบจากอาจารย์ที่เคารพ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับภาพประกอบบทความในหน้านิตยสาร เหมือนการทดลองใช้ภาพสื่อแบบต่างๆ ที่นิยมส่วนมากเป็นการวาดภาพหรือใช้ภาพถ่าย แต่เมื่อโอกาสมาถึงมือให้จิรายุลองทำ เธอกลับเลือกใช้เทคนิคที่ไม่ค่อยนิยมอย่างการคอลลาจมาใช้สื่อสารทักษะและฝีมือผ่านผลงานแทน

“งานคอลลาจเป็นการใช้รูปทรงที่ชัดเจนอย่างรูปทรงเรขาคณิตมาจัดวางคู่กับรูปคนจริงๆ ซึ่งในตอนนั้นเราเอารูปจากอินเทอร์เน็ตมาใช้ไม่ได้ การเปลี่ยนหัวตัดต่อขาแขนจึงเป็นสิ่งที่เราต้องทำเสมอ เลยทำให้รู้สึกว่า ถ้าเราจะสร้างคาแรกเตอร์คนอยู่แล้ว ทำไมไม่วาดคนขึ้นมาเอง” 

จากนั้น เธอจึงเริ่มค้นหาว่าคาแรกเตอร์คนของตัวเองจะเป็นแบบไหน

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

กำเนิดน้องกลมกลม

‘น้องกลมกลม’ ลายเซ็นตัวแทนของ Jirayu Koo ได้เกิดขึ้นมาและเซย์ฮัลโหลทำความรู้จักทุกคน โดยเปลี่ยนจากการคอลลาจเป็นการวาดและระบายสีขึ้นมาใหม่ ซึ่งก่อนที่น้องกลมกลมจะอวบน่ากอดอย่างทุกวันนี้ น้องเคยผอมหุ่นเพรียวเป็นนางแบบ

ส่วนนี้ต้องย้อนไปตอนที่จิรายุอยู่อังกฤษ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เธอใช้เวลาไปกับการเดินเปิดท้ายขายของที่ค้นหนังสือเก่าเอามาตัดใช้ ข้อจำกัดอย่างรูปที่มีขนาดเล็ก และความรู้สึกภายในที่คิดว่าตัวเองเป็นคนตัวเล็ก ไม่เป็นส่วนหนึ่งกับคนในประเทศนั้น ยิ่งเมื่อพูดคุย เธอเป็นคนขี้อายและพูดเบา น้องกลมกลมยุคบุกเบิกจึงตัวเล็กตามตัวตนของคนสร้าง

“กลับมาอยู่บ้านแล้วมีความมั่นใจ รู้สึกว่าเป็นที่ของเราเลยสบายใจที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ตัวก็เลยค่อยๆ ใหญ่ขึ้น กลมขึ้น จนตอนนี้อ้วนแน่นไปหมด ซึ่งเขาก็คือตัวเรานี่แหละ แต่เราไม่ใช่คนอ้วน ไม่ใช่คนผอม เป็นคนชอบกิน ครีเอเตอร์ที่สร้างมาเลยเป็นยังไงก็ได้ และเป็นอีก Persona หนึ่งที่ใช้เป็นร่างสอง มีเขาคอยเล่าเรื่องราว คอยพูดความคิดของเรา”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

ร่างหนึ่งคือจิรายุและร่างสองคือน้องกลมกลมนั้นสื่อสารกันตลอด ทั้งคู่ทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆ เหมือนเพื่อนใหม่ที่กลายเป็นเพื่อนสนิท รู้ว่าทรงผมนี้เธอต้องไม่ชอบ วาดแบบนี้ไม่ได้ เป็นเพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยกันและเข้าขากันอย่างเป็นธรรมชาติ

และเมื่อกดเข้าดูผลงานในอินสตาแกรมของ Jirayu Koo เราจะได้เห็นความหลากหลายของสื่อที่จิเลือกใช้ในการนำเสนอ ‘น้องกลมกลม’ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ผลงานที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงเวลานี้ จิรายุเลือกให้ Nike by You เป็นหนึ่งในนั้น

“โจทย์ตอนแรกเป็นการติดต่อมาเพื่อเปิดร้าน Nike สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยในสยามเซ็นเตอร์ ทางแบรนด์อยากพูดถึงความเป็นไทยหรือความเป็นสยาม ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าแม้เราเป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ทุกคนตีความความเป็นไทยไม่เหมือนกัน และเรารู้สึกว่าสยามมีความป๊อป มีความ Color Clash เป็น Culture Melting ก็เลยหยิบเอาตรงนี้มาใช้ แล้วตั้งชื่อธีมว่า Bangkok Jam มีคาแรกเตอร์ตัวหนึ่งที่เรียกว่า ‘สวัสดีบอย’ ทำท่าเหมือนสวัสดีแบบฮิปฮอปหน่อยๆ ผสมวัฒนธรรมแบบ Traditional กับ Contemporary”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

สเก็ตช์บุ๊กเปลี่ยนชีวิต

Creative Media Program คือชื่อวิชาที่จิรายุเลือกเรียนที่ลอนดอน 

การตัดสินใหญ่ยิ่งใหญ่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ยิ่ง นอกจากการได้เริ่มทำงานภาพประกอบเป็นอาชีพแล้ว การค้นพบวิธีทำงานผ่านการสเก็ตช์ภาพก็เกิดขึ้นที่นั่นด้วย

จากกราฟิกดีไซน์ที่คิดครบจบในหัว ดีลกับโจทย์ด้วยความเด็ดขาด หลักสูตรวิชาจากไทยที่เคยชินกับนิสัยยังไม่ทำเมื่อยังไม่ถึงเส้นตาย พอได้เริ่มแล้ว อาจารย์ค้นพบว่าเธอไม่มีสเก็ตช์บุ๊กแสดงกระบวนการคิด เรียกได้ว่า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

“ในช่วงเวลาที่เรียนแล้วเขาให้โจทย์ เราไม่ทำอะไรเลย พอใกล้ส่ง ได้แนวคิดแต่ไม่มีสเก็ตช์บุ๊กไปให้ดู โดนดุเละเทะ เพราะเขาไม่ได้สนใจผลลัพธ์ปลายทางที่เราออกแบบมา แต่เขาอยากรู้ว่าเราคิดอะไรและอย่างไร ถึงกลายมาเป็นแบบนี้”

ช็อกไหม

“ช็อก ยอมรับว่าเราไม่มีอะไรจะเล่า เพราะทำแบบที่เคยทำงานมา รู้ว่าทำแบบนี้แล้วจะสวย แต่ไม่ได้มีที่มาที่ไปหรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไม่ได้สเก็ตช์มามากพอ จากนั้นต้องปรับแก้ไปเรื่อยๆ จนถึงตัวจบที่มีสเก็ตช์เล่าเรื่อง ถ่ายเอง ทำเอง ทำเป็นแอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน”

นั่นเป็นสเก็ตช์บุ๊กเล่มที่เล่าวิธีคิด จนทำให้จิรายุเรียนจบเกียรตินิยมในวิชานั้น

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

สเก็ตช์ภาพเปลี่ยนวิธีทำงาน

เมื่อวิธีการเปลี่ยน วิธีคิดก็เปลี่ยนตาม จิรายุค่อยๆ ปรับการทำงานจากช่วงแรกที่คิดครบจบในหัว มาสู่การค้นคว้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะวิธีการดูภาพจากในคอมพิวเตอร์เริ่มไม่ได้ผล คนข้างตัวเธอบอกว่าให้ลองร่างสเก็ตช์ดูก่อนเพื่อรู้ว่าอะไร “ใช่” และอะไร “ไม่” 

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

“ตอนแรกก็ไม่เชื่อเพราะเราเคยทำแบบไม่สเก็ตช์มาก่อน พอได้เริ่มทำงานจริงๆ ที่อังกฤษเลยสเก็ตช์ทุกวัน จนตอนนี้รูปของเราไม่สเก็ตช์ไม่ได้แล้ว และต้องสเก็ตช์มือด้วยนะ

“บางทีเรานอนแล้วนึกไอเดียออก สุดท้ายมันจะหายไปหากไม่ได้จดมัน บางอย่างที่นามธรรมมากๆ เราก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นภาพอย่างไร เราก็ลิสต์ออกมาเป็นคำๆ ใช้วิธีเขียนเป็นคีย์เวิร์ดให้เห็นภาพก่อน แล้วดูว่าจะนำอะไรมาใช้ได้บ้าง หรือบางครั้งก็สเก็ตช์รูปไปเลย” เธอเผยเคล็ดลับที่นำไปใช้ตามได้ทันที

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

เห็นสนุกกับการทำงานทุกวันแบบนี้ จิรายุเล่าว่าบางทีก็เหนื่อย นักวาดภาพประกอบจัดการความรู้สึกนั้นด้วยการแวะไปทำอย่างอื่น แต่ไม่พ้นได้ไอเดียกลับมาทำงานเพิ่ม

อย่างอื่นที่ว่าคือการทำกับข้าว ตระเวนกินเพื่อสร้างคอนเทนต์ในเพจ Wearekinkin ที่เธอทำร่วมกับคนรัก และออกกำลังกาย สิ่งหนึ่งที่จิรายุขาดไม่ได้เลยคือการฟังเพลง ช่วงชีวิตที่อังกฤษของเธอตารางในแต่ละวันเต็มไปด้วยการเดินพิพิธภัณฑ์ นั่งเล่นในสวน และไปดูคอนเสิร์ต ในชีวิตประจำวัน จิรายุมีจังหวะการทำงานโดยมีเพลงจากสถานีวิทยุ BBC6 เป็นฉากหลัง 

จิรายุชอบความรู้สึกเซอร์ไพรส์เมื่อฟังเพลงที่ดีเจเลือกมาเปิด และการเดินพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวกับการออกแบบโดยตรง สิ่งโปรดของเธอคือนิทรรศการภาพถ่าย ไปเห็นสี เห็นเส้น และเห็นท่าทางของแบบ (ที่ดูประหลาด) เพื่อหยิบจับมาเป็นโครงร่างในหัวสำหรับออกแบบผลงานของตัวเอง

ที่ผ่านมาอังกฤษจึงเป็นประเทศที่บ่มเพาะและเป็นถังเก็บต้นทุนทางความคิดชุดใหญ่ให้กับเธอ ส่วนผลกำไรที่ทำให้ฝีมือพัฒนาคือการตั้งใจทำทุกงานให้ออกมาดี

การสร้างความสมดุลระหว่างตัวตนและตัวแบรนด์

ความหลากหลายและประสบการณ์ที่สั่งสมถือเป็นความแหลมคมที่นำไปสู่ความมั่นใจ เพื่อตอบข้อสงสัยว่า ในฐานะศิลปินที่ร่วมงานกับแบรนด์ที่เกินสิบนิ้วมือนับนั้น จิรายุสมดุลระหว่างความเป็นตัวเองกับเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆ ให้ออกมากลมกล่อมอย่างนี้ได้อย่างไร เธอกล่าวว่า 

“พอมีลายเส้นที่ชัดเจน ลูกค้าจะรู้ว่ามาหาเราแล้วเขาจะได้อะไร เพราะฉะนั้น เราก็มีสิทธิ์นำเสนอไอเดียและความเป็นตัวเราได้เยอะมาก แต่ในขณะเดียวกันต้องคิดถึงว่าเขาอยากพูดถึงเรื่องอะไร หรือเราช่วยช่วยแบรนด์นำเสนออะไรอยู่” นักวาดภาพประกอบยังบอกอีกว่า ทั้งคนที่คิดว่าทำงานแบบมีสไตล์ชัดเจนนั้นดี กับคนที่คิดว่าไม่มีสไตล์แต่ว่าทำอะไรก็ได้ ซึ่งเธอว่ามันดีทั้ง 2 แบบ แล้วแต่ว่าใครถนัดทำอะไร 

“ทำอะไรแล้วทำออกมาได้ดี ก็ทำไปเลย ไม่ต้องบอกว่าใครดีกว่าหรือทำได้มากกว่า” ศิลปินเจ้าของชื่อ Jirayu Koo ย้ำ

อย่าเป็นแบบเรา ให้เป็นตัวเอง

เข้าขวบปีที่ 11 เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่า Jirayu Koo วาดภาพประกอบเป็นอาชีพ 

คำถามที่เราสงสัยคือการนิยามตัวเองยังคงจำเป็นอยู่หรือไม่ ในวันที่ตัวตนสะท้อนผ่านผลงานชัดเจนและโดดเด่น 

“เป็นเรื่องง่ายที่คนจะจัดประเภทให้เรา เพราะว่าบางทีเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะเรียกเราว่าอะไร นักวาดภาพประกอบก็ได้เพราะเราทำงานแบบนั้น แต่บางทีเราพูดถึงอะไรบางอย่างในแง่ศิลปะ ไม่ใช่การโปรโมตอะไร จะเรียกเราว่าอะไรก็ได้ เราแค่ทำงานในแบบของเรา”

ว่ากันว่าแบบของเธอเป็นรอยเท้าให้นักวาดภาพประกอบรุ่นหลังเดินตาม คำถามสำคัญสุดท้ายจึงอยากรู้ว่า ถ้าอยากก้าวขึ้นมาเป็นอย่างเธอ จะมีข้อแนะนำอะไร เธอตอบว่า

“อย่าเป็นแบบเรา ให้เป็นตัวเอง”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

5 ผลงานชิ้นโปรดที่มีความหมายต่อ Jirayu Koo

01 Nike by You

ผลงานออกแบบสำหรับแฟลกชิปสโตร์ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในประเทศไทยที่สยามเซ็นเตอร์

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

02 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การเพนต์ลงบนตึกกว่า 7 คูหาที่จังหวัดตราด ส่วนหนึ่งในแคมเปญ Amazing Thailand 

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

03 Blooming Hope 

ภาพวาดในธีม ‘ความหวัง’ สำหรับนิตยสาร VOGUE (ฉบับภาษาไทย)

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

04 อินสตอลเลชันที่ห้างสรรพสินค้าเกษรวิลเลจ

ผลงานน้องกลมกลมและผองเพื่อนที่ไปลอยอยู่ด้วยกันในใจกลางห้าง 

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

05 Harnn Festival 

การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าแบรนด์ HARNN เพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลพิเศษ

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

ขอบคุณสถานที่ : โครงการเมทริส พัฒนาการ-เอกมัย โดยเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์

วันที่ 2-7 มีนาคม 2564 พบกับงาน Bangkok Illustration Fair 2021 (BKKIF) อีเวนต์ใหญ่รายปีสำหรับแวดวงศิลปะและภาพประกอบในรูปแบบออนไลน์ ที่รวบรวมศิลปินนักวาดหลายรุ่น หลากสไตล์จากไทยและอีกหลายประเทศ มาจัดแสดงผลงานเพื่อค้นหาโอกาสต่อยอดในสิ่งที่แต่ละคนรักและหลงใหล ด้วยความร่วมมือกันของ happening, decembell และ What If 

ชมผลงานของนักวาดทั้งหมดได้ที่ bangkokillustrationfair.com/showcase

ติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/bkkif

Writer

กมลกานต์ โกศลกาญจน์

นักเขียนอิสระที่สนใจเรื่องงานออกแบบ สังคม และวัฒนธรรม ชื่นชอบการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะอยากเรียนรู้ในความแตกต่างที่หลากหลายของโลกใบนี้

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ภาพวาดสิ่งมีชีวิตสี่ขาสื่อแทนผู้คน เติมเต็มด้วยลวดลายแพตเทิร์น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ลายขวาง ค่าน้ำหนักขาว เทา ดำ เส้นทุกเส้นบรรจบกันอย่างบรรจง ทุกองค์ประกอบประดับขึ้นเพื่อเพิ่มมิติให้กับทุกคาแรกเตอร์ในหนึ่งเรื่องราว

ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากที่จะเลียนแบบนี้เป็นผลงานของ กรีฑา พรมโว หรือศิลปินผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ Chang of Art ผลงานของเขาโดดเด่นในสไตล์ของ Pop Art, Contemporary Art และ Doodle Art สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และแนวคิดที่ว่า มันบาลานซ์ได้ดีระหว่างความเป็น Fine Art (วิจิตรศิลป์เน้นความสวยงาม) และ Commercial Art (พาณิชยศิลป์เน้นการต่อยอดด้านมูลค่าของผลงาน) ทั้งความงามและคุณประโยชน์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอย่างมาก

ด้วยสไตล์งานที่สนุกและเข้าใจง่าย ทำให้คนเสพก็สุข คนสร้างจึงไม่เคยหยุดเสาะแสวงหาไอเดียมาวาดชิ้นงานใหม่ ๆ ชีวิตที่เติบโตมากับศิลปะประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ทำให้เขาเข้าใจงาน เข้าใจตัวเอง และเข้าใจสิ่งที่สังคมต้องการได้เป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังกว่าจะได้มายังสิ่งนี้ คงไม่ง่ายเสมือนดีดนิ้วแค่เป๊าะเดียวเป็นแน่

งานของเขามีชื่อเสียงในแวดวงนักสะสมผู้ชื่นชอบศิลปะคาแรกเตอร์ชัด ขนาดมีคนยอมรอภาพวาดในเวลาหลักปี ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ เขายังได้ไปจัดแสดงงานที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ล่าสุด เขาได้ออกแบบลวดลายบนเสื้อลิมิเต็ดอิดิชันให้กับ Garena Free Fire เกมมือถือออนไลน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าท้าย การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอด คว้ารางวัล ‘เกมมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี’ จากงาน Esports Awards 2021 ถึง 2 ปีซ้อน คล้ายจะเป็นเรื่องเดียวกับรางวัลชีวิตราว 20 ปีที่ได้มาจากการฝ่าฟันของเขา เราจึงอยากชวนทุกคนทำความรู้จัก ‘งานช้าง’ ในแบบของ Chang of Art ไปพร้อมกัน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Unique-Useful-Universal 

ภายในสตูดิโอส่วนตัวที่ปลุกพลังด้วยผนังสีแดง แสงไฟปรับระดับเข้ม กลาง อ่อน ไปตามฟีลลิ่งของการสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยผลงานหลายชิ้น หลากสไตล์

“เราใช้สัตว์และคนมาเป็นตัวแทนในการนำเสนอความคิดและความรู้สึก” เจ้าของผลงานกล่าว เมื่อเราเห็นว่าทุกภาพมีสัตว์เป็นพระเอกของงาน

หากใครเป็นแฟนผลงาน Chang of Art ก็ดี หรือใครกำลังทำความรู้จักกับผลงานของเขาจากเรื่องราวนี้ก็ตามแต่ จะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังโลดแล่นลีลาอยู่บนพื้นผ้าใบ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนเข้าใจง่ายในพริบตาเดียว ดังเช่นที่อยู่ตรงหน้าเรา ภาพสิงโตกำลังหัวเราะร่า ใส่หมวกกันน็อกเตรียมพร้อมออกซ่าผจญภัยบนท้องถนน แฝงไปด้วยอารมณ์ บริบท และไลฟ์สไตล์ จนใครเห็นก็คงต้องพูดออกมาเลยว่า ‘นี่แหละ ผลงานของ Chang of Art’

แต่ก่อนจะมาเป็นสัตว์นานาชนิด ศิลปินต้องทำความเข้าใจกับความหมายและความเชื่อของตัวละครที่จะปรากฏในผลงานเสียก่อน

“ถ้าเราเข้าใจ เราจะมักง่ายเวลาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะต้องสื่อสารและนำเสนอ Definition ให้ได้ ว่าทำไมต้องเป็นเสือสิงโต มังกร หมาป่า หรือทำไมต้องเป็นขวดเหล้า ขวดเบียร์ ทำไมต้องเป็นรถยนต์ ทำไมต้องเร็ว พวกนี้มันมีคำตอบที่ชัดเจน และเป็นคำตอบแบบ High Art ไม่ใช่ Design มันมีมิติลึกกว่า อย่างสัตว์นี่มีความเชื่อ เรื่องสถานะต่าง ๆ มีความหมายแฝงอยู่ เช่น เสือ สื่อถึงบุคลิกสุขุม นุ่มลึก ใจใหญ่”

นิยามของ ‘งานช้าง’ จึงมีด้วยกัน 3 อย่างใหญ่ ๆ คือ Unique, Useful, Universal 

Unique ยูนีกทันทีที่มอง รู้เลยว่าเส้นเยอะ ๆ หนวดเยอะ ๆ มีแพตเทิร์น มีไอคอน มีไอเดียแฝงอยู่ในทุกคาแรกเตอร์

Useful ต่อยอดประโยชน์ของชิ้นงานได้มากกว่าแค่บทบาทของภาพวาด เขาคิดต่อยอดไปถึงว่างานชิ้นนี้ให้อะไรกับคนและสังคม การจบกระบวนการของงานจึงไม่ใช่การลงสีในด่านสุดท้าย แต่ต้องคิดเผื่อไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

Universal ต้องเป็นงานสะท้อนตัวตนที่ได้รับการยอมรับในสังคม ซึ่งการเป็นที่ยอมรับในที่นี้ เขาอธิบายว่า ไม่เท่ากับความแมสเพียงอย่างเดียว แม้ศิลปินต้องการให้ผลงานตัวเองเป็นที่รู้จัก แต่งานชิ้นนั้นก็ต้องให้ไอเดียกับคนที่พบเห็น ผู้คนต้องมีการตั้งคำถาม ชื่นชม ไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นย้อนกลับมาสู่การพัฒนางานชิ้นต่อไปของตน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Flashback to The Beginning

กว่าจะออกมาเป็น Chang of Art ในทุกวันนี้ ช้างได้เดินทาง ลองผิดลองถูก มีอุปสรรคแวะทักทายบ้าง จนตกตะกอนกับความรักในศิลปะมากว่า 20 ปี

“ผมไม่ได้คิดว่าเราทำงาน เราคิดว่าเราใช้ชีวิต”

ชีวิตที่มีศิลปะเป็นส่วนประกอบหลัก เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นเด็กชายช้างที่ชอบวาดรูปเหมือนกับเด็กหลาย ๆ คน ศิลปินเยาว์วัยวาดเตาะแตะเรื่อยมาไม่เคยหยุดจนกลายเป็นความชอบ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงเริ่มทำความเข้าใจศิลปะในเรื่องพื้นฐาน ลัทธิต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และพื้นฐานทางด้านทัศนศิลป์ เขาค่อย ๆ มองภาพในสเกลใหญ่ขึ้น นั่นคือ การหาสถานที่สักที่ เพื่อเดินต่อในเส้นทางของการพัฒนาฝีมือ หลังจากเรียนจบระดับอุดมศึกษา เขาจึงคิดถึงการนำศิลปะมาอยู่ในชีวิตประจำวัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งหาลู่ทางนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ ประกอบอาชีพ และเติมเต็มคุณค่าของชีวิต จนถึงทุกวันนี้ เขาเพียงแค่เดินเรื่อย ๆ ไปในทางของตัวเองในทุก ๆ วัน ข้ามผ่านจุดสูงชันและไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร

Learning by Doing

ตลอดชีวิตบนเส้นทางสายศิลปะ เขาผ่านมาทุกยุคทุกวัยของการเรียนรู้ ทั้งยุคลอง ยุคเริ่มต้น ยุคแสวงหา จนอยู่ตัวและให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคของการสร้างทัศนคติ สร้างมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแม้กระทั่งนิยามใหม่ จากองค์ประกอบศิลป์ที่เขาเข้าใจทั้งหมด 

“เราทำงานมาเรื่อย ๆ ปรับตัว ปรับปรุงอยู่ตลอด ให้มันเลี้ยงชีพได้ ทั้งในทาง Commercial และ Fine Art ให้มันมีความบาลานซ์อยู่ตรงกลาง และเราก็สร้างทัศนคติใหม่ ๆ ขึ้นมาระหว่างทาง”

ช้างทำให้งานเขาอยู่ตรงกลาง พอดีในทุกมิติ

“ผมนิยามงานตัวเองว่ามันคือสมดุลระหว่างความเข้าใจ” พอดีทั้งความงาม มูลค่า ประโยชน์ใช้สอย และแนวคิดต่อยอด

กว่าจะมาเป็น 1 ชิ้นงาน ต้องผ่านกระบวนการคิด และนำความคิดมาคิดต่ออีกที เพื่อวิเคราะห์ความหมายขององค์ประกอบทุกส่วนที่จะเกิดขึ้น หลังจากนั้นจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ สเก็ตช์ภาพที่ร่างไว้ในหัวให้คุ้นชิน ลองแล้วลองเล่า ชนิดที่เห็นกระดาษเปล่าแล้วชี้ได้เลยว่าอันนี้อยู่ตรงไหน เชื่อมกับอะไร จึงเริ่มขั้นตอนสำคัญต่อไป คือการร่างความคิดให้เป็นจริงขึ้นมา

“เมื่อได้ไอเดียแล้ว เราต้องมาคิดวิเคราะห์ มาทำสเก็ตช์มาเลือกคาแรกเตอร์ที่ชอบที่สุด และวางแผนว่าทำยังไงถึงสำเร็จ” Chang of Art เปรียบงานตัวเองเสมือนงานวิจัยขนาดย่อม

“ถ้าเราอยากได้หมาหัวเราะหรืออยากได้หมาน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งนั่งบนเวสป้าหรือขี่สกู๊ตเตอร์ เราก็วาดไปเลยแล้วค่อยมาดูว่า จะเอามันมาใช้ยังไง ต้องการความ Hamony กลมกลืนไปด้วยกัน ฉะนั้นงานมันต้องวางแผน เพราะทุกเส้นวกไปวนมา”

ทุกผลงาน ช้างเลือกใช้เทคนิค Free Hand หรือการวาดโดยไม่ต้องร่างดินสอก่อนและไม่ต้องพึ่งพายางลบ ลายเส้นทุกเส้นตวัดวาดจากภาพร่างในจินตนาการ ที่ผ่านการวางแผน กลั่นกรอง และสเก็ตช์จนจดจำทุกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

“เราต้องมีภาพในหัวว่าจะวางอะไรบนพื้นที่ตรงนี้ และจัดสรรองค์ประกอบ เว้นสเปซให้พอดี” เขาอธิบายการจัดวางลายเส้นให้เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อและไขว้ไปไขว้มา ชวนค้นหาจุดสิ้นสุด

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

เมื่อภาพเกิดขึ้นตามความตั้งใจสมกับความพยายามแล้ว อาณาจักรของ Chang of Art ไม่หยุดอยู่แค่ในภาพวาด แต่เขายังต่อยอดงานสู่ประติมากรรม ดึงเอาคาแรกเตอร์ของการ์ตูนออกมาเป็นรูปปั้นสามมิติ จับต้องได้ เขาทำมาหมดแล้วทุกไซส์ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ตัวจิ๋วถึงตัวยักษ์ ตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 150 เซนติเมตร

เบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งผลงานทั้งหมด ต้องตกตะกอนกับความคิดจากแพสชันแรกเริ่ม

“มันเริ่มตั้งแต่คิด” ศิลปินชาวนครปฐมเอ่ย

“เราคิดโดยเอาความอยากเป็นตัวตั้ง คิดเสร็จก็ทำ เราต้องสร้างคุณค่าให้กับคาแรกเตอร์เหล่านั้นให้แข็งแรง”
ช้างเผยกลเม็ดที่จะทำให้งานนั้นแข็งแรงขึ้น ด้วยการพาไปออกงานแสดงนิทรรศการ เอาไปให้คนอื่นดู แล้วรับฟีดแบ็กเพื่อนำกลับมาพัฒนา ผลพลอยได้อีกอย่างจากการที่เขาพางานไป Road Show ให้คนรู้จักทั้ง Online และ Onground ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้งานมากขึ้น เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี มีคนชื่นชอบ จึงมีทั้งคำแนะนำ การสนับสนุน และการติชม ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงต่อยอด ดังที่ศิลปินเชื่อมาตลอดว่า ‘Learning by Doing’ ทำให้ผลงานของเขาแอดวานซ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างหาตัวจับได้ยาก

“ถ้าเราอยากเป็นศิลปินระดับโลก เราต้องคิดแบบศิลปินระดับโลก” ช้างกล่าวประโยคเชิญชวนคนฟังเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ก่อนจะขยายความต่อ 

“เราก็เลยคิดว่าเราต้องสร้างแนวทางของเรา จากฝีมือที่เพียรฝึกฝนและประสบการณ์ที่สะสมมา เราต้องชัดเจนตั้งแต่ความหมายของมัน คิดมากกว่าแค่เริ่มต้นจนสิ้นสุด สุดท้ายมันเลยทำให้งานของเรายูนีกและเป็นตัวตนเราจริง ๆ”

ทุกผลงานเห็นประจักษ์ถึงการประสบความสำเร็จขนาดนี้ เพราะช้างไม่เคยขาดไอเดียสร้างสรรค์

“ตอนนี้สื่อมันเยอะ โลกก็มีอะไรให้ทำมาก เพียงแค่เราต้องเปิดใจเรียนรู้และย้ำตัวเองว่าอย่ายึดติด”

เขาเชื่อว่าการจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตัวเอง ก็ต้องเริ่มสร้างแนวคิดจากประสบการณ์ สร้างทัศนคติขึ้นมาใหม่ด้วยปัจจัยทางด้านศิลปะเหมือนเดิม แต่ต้องหลุดจากกรอบเดิมนั้น ด้วยวิธีคิดใหม่ ๆ

“อยู่กับศิลปะมา 20 ปี คำว่าแรงบันดาลใจยังสำคัญอยู่มั้ย” เราถามต่อ

“ผมมองว่าแรงบันดาลใจเป็นขั้นสอง ขั้นแรก คือมองชีวิตเราก่อน มองทัศนคติของตัวเอง บางคนบอกผมทำเหมือนพี่ไม่ได้หรอก ยาก จะหาเงินได้ยังไง เนี่ย มันจึงต้องเริ่มที่ทัศนคติ ถ้าเรารู้สึกว่าเชื่อมั่นในตัวเอง เราค่อยมาหาแรงบันดาลใจ 

“จริง ๆ เราเป็นคนธรรมดา พื้นฐานบ้านไม่ได้มีเงิน ติดลบด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกนี้มันก็คือแรงบันดาลใจให้เราอยากให้กำลังใจหลาย ๆ คนต่อ อย่าไปคิดว่าต้องรอให้มีตังค์ค่อยทำงานศิลปะที่ดีได้ มันเริ่มจากเล็กไปใหญ่ได้ เราต้องเข้าใจพื้นฐานของศิลปะ เส้น สีรูปทรง น้ำหนัก วัสดุ ลัทธิศิลปะ แล้วทำผลงานให้ดี ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ ชื่อเสียง เงินทอง

 “อย่างพวกเสือ สิงโต ก็กลับไปตอบคำถามเรื่องนิยามที่เราแสดงออกมาแทน Chang of Art ที่ฝ่าฝันเอาตัวรอด งานก็เหมือนการดิ้นรน คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด ที่สำคัญคือต้องพยายามเปิดใจเรียนรู้ มีโอกาสก็ไปดูงานดี ๆ”

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
Chang of Art ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

Free up your soul

“มันประเมินมูลค่าไม่ได้เลย” ช้างตอบ หากให้นิยามความสำเร็จของเขา

งานช้าง ไปสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำในต่างแดนมาแล้วมากมาย ทั้ง เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงงานที่เป็น Original Licencing ระดับโลกในฮ่องกง

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขารู้ว่า การมองงานศิลปะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จะนำมาสู่ความคิดที่แหลมคม

“จริง ๆ ความคิดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือวิเคราะห์และการมองให้เหนือไปกว่าตรงนั้น เวลาผมทำงาน ผมจะมองลึกกว่าลึกกว่าลึกเข้าไปอีก เราไม่ได้มองแค่ต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด แต่เรามองเลยไปถึงผลลัพธ์ ว่างานชิ้นนั้นมันให้อะไรได้บ้าง” ศิลปินแนวหน้าเน้นเสียง

อีกหนึ่งสิ่งที่ช้างใช้ขับเคลื่อนศิลปะในชีวิต คือ ‘Free up your soul’ การปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ข้อจำกัด วางกฎเกณฑ์ทั้งหมด แล้วฟังเสียงหัวใจตัวเอง

“คำนี้เป็นคำที่ผมชอบใช้มากเลย คือการที่เราจะมีพลัง มันต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มาเติมเต็ม งานศิลปะฟังก์ชันมันเยอะมาก บางคนที่สะสมจริง ๆ เขาบอกเขาหลับตาไม่ลง เขาละสายตาจากมันไม่ได้ มันสวยมาก เซ็กซี่มาก”

ที่มาของพลัง ของมนต์สะกด ของความเซ็กซี่เหล่านั้น คือ

“เราต้องหาให้เจอว่า Vision คืออะไร Definition คืออะไร ถ้าชัดเจนแล้วมันจะง่ายมากเลย เหมือนกับชีวิตเรา ระหว่างทางเราก็มีปัญหานะ เยอะด้วย ก็แก้ไขไปให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือความรู้ รู้น้อยยิ่งปัญหาเยอะ รู้เยอะปัญหาน้อย เราต้องออกไปค้นหา ไปเจอความผิดพลาดต่าง ๆ พอถึงจุดหนึ่งก็จะง่าย และสิ่งสำคัญคือการพยายามเรียนรู้การเปลี่ยนไปของโลก” ช้างทิ้งท้ายถึงหนึ่งแนวคิดที่เขาเชื่อมาตลอด

หลังจากทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินมาครู่ใหญ่ เราขอพาทุกคนไปรู้จักเรื่องราวในอีกมิติ ผ่าน 4 ผลงานที่มีความหมายของศิลปินบ้าง

01 Free Fire 

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับ Free Fire ที่ร่วมงานกับผู้คนหลายวงการทั้งยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ในครั้งนี้จึงมองหางานศิลปะและการออกแบบ เลยตัดสินใจเลือก Chang of Art อย่างไม่ลังเล ด้วยสไตล์งานที่สนุก เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นรูปสัตว์ที่มีเรื่องราวในตัวงาน

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อความต้องการตรงกัน ช้างจึงตั้งใจให้งานชิ้นนี้เป็น Event Merchandise ที่เน้นความสนุก เขาไม่ได้มองแค่ว่าเป็นสิ่งใช้สอย แต่อยากให้เป็นฟังก์ชัน เป็นการสะสม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ทั้งตัวงานและผู้ครอบครอง จึงออกมาเป็นเสื้อยืดสกรีนลาย Limited Edition มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบพิเศษเช่นกัน และมีซีเรียลนัมเบอร์ทุกกล่อง ภายใต้สโลแกน ‘สัญชาตญาณแรกของชีวิต คือ การเอาตัวรอดอย่างมีเกียรติและเข้มแข็ง’ ให้ Wolf หรือ หมาป่า รับหน้าที่เป็นพระเอกในโปรเจกต์นี้ ถ่ายทอดความเป็นนักล่า ปราดเปรียว เป็นสัตว์ที่ล่ายาก ตายยาก แม้จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ก็มีเกียรติ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของความเป็นเกมแนว Battle Royale

02 Mr. Mee Hey

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เจ้าป่าใส่หมวกกันน๊อกขี่เมฆ คงเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นจากที่ไหน มีทั้งแบบ 2 มิติ (ภาพวาดคุมโทนด้วยสีขาวดำแต่จัดเต็มด้วยแพตเทิร์นอย่างไม่มีที่ว่างเพื่อเพิ่มสีสันให้งาน) และแบบ 3 มิติ (รูปปั้นขนาด 1.50 เมตร เป็นสิงโตใส่หมวกกันน็อกที่หมวกถอดได้) สื่อความหมายถึงคนที่ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เชื่อว่าชีวิตคือการได้ออกเดินทางแสวงหาสิ่งใหม่

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สีขาวดำของผิวเจ้าป่า เป็นอีกหนึ่งไอเดียใหม่คือการปล่อยโล่งโดยไม่ผ่านการเพนต์ ผลงานชิ้นนี้เปลี่ยนชีวิตเขา และมอบทัศนคติใหม่ ๆ จากที่คนเริ่มมองว่างานแปลกดี ซึ่งมันการันตีได้ว่าความความกล้า ความแปลกนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเหมือนกัน 

03 Mr. Mee Har

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

ถ้าไม่ดุ ก็ไม่ใช่เสือ – ช้างว่า

แต่บังเอิญเป็นเสือดุที่มีมุมน่ารัก คาแรกเตอร์ของนักล่าอย่างเสือนี้ สร้างขึ้นมาเหมาะเจาะกับนักษัตรปีขาลพอดิบพอดี

มีฮาเป็นประติมากรรมทองเหลืองชิ้นแรกของ Change of Art ที่ถอดส่วนประกอบได้ทุกอย่าง เขาสนใจเพียงแค่ฟังก์ชันเป็นหลัก มองข้ามเรื่องต้นทุนเป็นรอง งานชิ้นนี้จัดว่าเป็นคู่แฝดของสิงโตเจ้าป่าอย่าง Mr. Mee Hey ซึ่งนำเสนอความคิดแบบเดียวกัน

04 Leopard

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เสือดาวเฝ้ารอโอกาสและเวลา เมื่อถูกที่ ถูกจังหวะ จึงก้าวออกจากป่า แผ่ซ่านความป๊อปบนถนนใจกลางเมืองหลวง

ช้างเลือกใช้สีสันสดสวยตัดกัน โชว์กลิ่นอายความเป็นป๊อปอาร์ตอย่างชัดเจน และทลายกรอบของตัวเองในการใช้สีสัน ต่างจากงานขาวดำชิ้นก่อน ๆ แสดงออกผ่านภาพวาด ภาพพิมพ์ และประติมากรรม ในการสร้างคาแรกเตอร์เสือดาวสวมแว่นตาฉายอดีตที่มีความเท่ มี Third Eye บนหัว แสดงถึง Sixth Sense เช่นเดียวกับที่ศิลปินมีในทุกการสร้างผลงาน 

ผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าเดินออกจากเส้นทางเดิม ๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดติดในสไตล์งานและการใช้ชีวิต

“เราต้องการท้าทายและแสดงความสามารถออกมา ทำให้ดี เป็นที่ยอมรับ เพื่อส่งแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ รวมถึงเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเอง” ศิลปินผู้กล้าย้ำ

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load