จิรายุ คูอมรพัฒนะ คือตัวจริงในวงการภาพประกอบ ด้วยเวลากว่าทศวรรษที่เส้นสายในนาม Jirayu Koo ปรากฏโลดแล่นประกอบบทความใน ปกนิตยสาร แพ็กเกจจิ้งแบรนด์เครื่องหอม วอลเปเปอร์ ตึกแถว 7 คูหา ไปจนถึงภาพประกอบเปิดตัวศิลปินนักดนตรีให้กับ Apple Music ในสิงคโปร์ อินสตอลเลชันขนาดยักษ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 ชั้นในห้างสรรพสินค้า แสดงผลงานในนิทรรศการทั้งไทยทั้งเทศ และล่าสุด จิรายุเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมงานกับ Nike กับโปรเจกต์ Nike by You

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

หากยังไม่คุ้น เราเชื่อว่าหลายคนคงผ่านตา ‘น้องกลมกลม’ คาแรกเตอร์ผู้หญิงไซส์อวบอั๋นน่ากอด มีความมั่นใจในตัวเอง ผู้เป็นลายเซ็นและตัวแทนของชื่อ Jirayu Koo คนนี้มาบ้าง

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

เรื่องราวเส้นทางของจิรายุเรียบง่าย จากเด็กสายวิทย์-คณิต ที่ทำคะแนนวิชาศิลปะและภาษาอังกฤษได้ดีกว่าฟิสิกส์หรือเคมี เติบโตมาพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวที่ทำงานในวงการโฆษณา ทำให้เธอได้มีโอกาสช่วยทากาวตัดแปะจัดวางเลย์เอาต์หน้าโฆษณา ในวัยนั้นเต็มไปด้วยคำว่าสนุก และเป็นการปลูกฝังพื้นฐานด้านการออกแบบ รวมถึงเทคนิคการคอลลาจตามความสนใจโดยไม่รู้ตัว

ก้าวสำคัญของชีวิต จิรายุเลือกเรียนด้านกราฟิกดีไซน์และเดินสายเข้าทำงานในเอเจนซี่ สะสมประสบการณ์จนถึงวันที่ลมแห่งโอกาสจากเพื่อนพัดพาให้ได้ลองทำงานภาพประกอบในนิตยสารชื่อดังสมัยนั้น จากการเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์คุมภาพรวมของงานต่างๆ ในเอเจนซี่ จิรายุเริ่มขยายสู่การทำภาพประกอบให้กับบทความต่างๆ และคอลัมน์รายเดือนอย่าง คอลัมน์ดูดวง

เธอรู้สึกว่าภาพประกอบ ทำให้ได้แสดงตัวตน โดยไม่ต้องมีโลโก้ ไม่ต้องมีตัวหนังสือ และได้ทำในสิ่งที่อยากทำ 

“เราแค่ต้องเล่าเรื่องนั้นๆ ในอีกแบบ ไม่ใช่ต้องเล่าว่าเป็นลำดับ A B C แต่คือเล่าเป็นแบบภาพรวม เหมือนเป็นน้ำจิ้มเรียกให้คนสนใจเพื่อให้เขาไปอ่านเรื่องข้างในต่อ”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

ศิลปินคอลลาจ

ย้อนกลับไปในวันที่เป็นยุครุ่งเรืองของนิตยสารเล่ม กราฟิกดีไซเนอร์ได้เรียนรู้โลกของภาพประกอบจากอาจารย์ที่เคารพ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับภาพประกอบบทความในหน้านิตยสาร เหมือนการทดลองใช้ภาพสื่อแบบต่างๆ ที่นิยมส่วนมากเป็นการวาดภาพหรือใช้ภาพถ่าย แต่เมื่อโอกาสมาถึงมือให้จิรายุลองทำ เธอกลับเลือกใช้เทคนิคที่ไม่ค่อยนิยมอย่างการคอลลาจมาใช้สื่อสารทักษะและฝีมือผ่านผลงานแทน

“งานคอลลาจเป็นการใช้รูปทรงที่ชัดเจนอย่างรูปทรงเรขาคณิตมาจัดวางคู่กับรูปคนจริงๆ ซึ่งในตอนนั้นเราเอารูปจากอินเทอร์เน็ตมาใช้ไม่ได้ การเปลี่ยนหัวตัดต่อขาแขนจึงเป็นสิ่งที่เราต้องทำเสมอ เลยทำให้รู้สึกว่า ถ้าเราจะสร้างคาแรกเตอร์คนอยู่แล้ว ทำไมไม่วาดคนขึ้นมาเอง” 

จากนั้น เธอจึงเริ่มค้นหาว่าคาแรกเตอร์คนของตัวเองจะเป็นแบบไหน

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

กำเนิดน้องกลมกลม

‘น้องกลมกลม’ ลายเซ็นตัวแทนของ Jirayu Koo ได้เกิดขึ้นมาและเซย์ฮัลโหลทำความรู้จักทุกคน โดยเปลี่ยนจากการคอลลาจเป็นการวาดและระบายสีขึ้นมาใหม่ ซึ่งก่อนที่น้องกลมกลมจะอวบน่ากอดอย่างทุกวันนี้ น้องเคยผอมหุ่นเพรียวเป็นนางแบบ

ส่วนนี้ต้องย้อนไปตอนที่จิรายุอยู่อังกฤษ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เธอใช้เวลาไปกับการเดินเปิดท้ายขายของที่ค้นหนังสือเก่าเอามาตัดใช้ ข้อจำกัดอย่างรูปที่มีขนาดเล็ก และความรู้สึกภายในที่คิดว่าตัวเองเป็นคนตัวเล็ก ไม่เป็นส่วนหนึ่งกับคนในประเทศนั้น ยิ่งเมื่อพูดคุย เธอเป็นคนขี้อายและพูดเบา น้องกลมกลมยุคบุกเบิกจึงตัวเล็กตามตัวตนของคนสร้าง

“กลับมาอยู่บ้านแล้วมีความมั่นใจ รู้สึกว่าเป็นที่ของเราเลยสบายใจที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ตัวก็เลยค่อยๆ ใหญ่ขึ้น กลมขึ้น จนตอนนี้อ้วนแน่นไปหมด ซึ่งเขาก็คือตัวเรานี่แหละ แต่เราไม่ใช่คนอ้วน ไม่ใช่คนผอม เป็นคนชอบกิน ครีเอเตอร์ที่สร้างมาเลยเป็นยังไงก็ได้ และเป็นอีก Persona หนึ่งที่ใช้เป็นร่างสอง มีเขาคอยเล่าเรื่องราว คอยพูดความคิดของเรา”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

ร่างหนึ่งคือจิรายุและร่างสองคือน้องกลมกลมนั้นสื่อสารกันตลอด ทั้งคู่ทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆ เหมือนเพื่อนใหม่ที่กลายเป็นเพื่อนสนิท รู้ว่าทรงผมนี้เธอต้องไม่ชอบ วาดแบบนี้ไม่ได้ เป็นเพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยกันและเข้าขากันอย่างเป็นธรรมชาติ

และเมื่อกดเข้าดูผลงานในอินสตาแกรมของ Jirayu Koo เราจะได้เห็นความหลากหลายของสื่อที่จิเลือกใช้ในการนำเสนอ ‘น้องกลมกลม’ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ผลงานที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงเวลานี้ จิรายุเลือกให้ Nike by You เป็นหนึ่งในนั้น

“โจทย์ตอนแรกเป็นการติดต่อมาเพื่อเปิดร้าน Nike สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยในสยามเซ็นเตอร์ ทางแบรนด์อยากพูดถึงความเป็นไทยหรือความเป็นสยาม ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าแม้เราเป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ทุกคนตีความความเป็นไทยไม่เหมือนกัน และเรารู้สึกว่าสยามมีความป๊อป มีความ Color Clash เป็น Culture Melting ก็เลยหยิบเอาตรงนี้มาใช้ แล้วตั้งชื่อธีมว่า Bangkok Jam มีคาแรกเตอร์ตัวหนึ่งที่เรียกว่า ‘สวัสดีบอย’ ทำท่าเหมือนสวัสดีแบบฮิปฮอปหน่อยๆ ผสมวัฒนธรรมแบบ Traditional กับ Contemporary”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

สเก็ตช์บุ๊กเปลี่ยนชีวิต

Creative Media Program คือชื่อวิชาที่จิรายุเลือกเรียนที่ลอนดอน 

การตัดสินใหญ่ยิ่งใหญ่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ยิ่ง นอกจากการได้เริ่มทำงานภาพประกอบเป็นอาชีพแล้ว การค้นพบวิธีทำงานผ่านการสเก็ตช์ภาพก็เกิดขึ้นที่นั่นด้วย

จากกราฟิกดีไซน์ที่คิดครบจบในหัว ดีลกับโจทย์ด้วยความเด็ดขาด หลักสูตรวิชาจากไทยที่เคยชินกับนิสัยยังไม่ทำเมื่อยังไม่ถึงเส้นตาย พอได้เริ่มแล้ว อาจารย์ค้นพบว่าเธอไม่มีสเก็ตช์บุ๊กแสดงกระบวนการคิด เรียกได้ว่า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

“ในช่วงเวลาที่เรียนแล้วเขาให้โจทย์ เราไม่ทำอะไรเลย พอใกล้ส่ง ได้แนวคิดแต่ไม่มีสเก็ตช์บุ๊กไปให้ดู โดนดุเละเทะ เพราะเขาไม่ได้สนใจผลลัพธ์ปลายทางที่เราออกแบบมา แต่เขาอยากรู้ว่าเราคิดอะไรและอย่างไร ถึงกลายมาเป็นแบบนี้”

ช็อกไหม

“ช็อก ยอมรับว่าเราไม่มีอะไรจะเล่า เพราะทำแบบที่เคยทำงานมา รู้ว่าทำแบบนี้แล้วจะสวย แต่ไม่ได้มีที่มาที่ไปหรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไม่ได้สเก็ตช์มามากพอ จากนั้นต้องปรับแก้ไปเรื่อยๆ จนถึงตัวจบที่มีสเก็ตช์เล่าเรื่อง ถ่ายเอง ทำเอง ทำเป็นแอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน”

นั่นเป็นสเก็ตช์บุ๊กเล่มที่เล่าวิธีคิด จนทำให้จิรายุเรียนจบเกียรตินิยมในวิชานั้น

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

สเก็ตช์ภาพเปลี่ยนวิธีทำงาน

เมื่อวิธีการเปลี่ยน วิธีคิดก็เปลี่ยนตาม จิรายุค่อยๆ ปรับการทำงานจากช่วงแรกที่คิดครบจบในหัว มาสู่การค้นคว้าอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะวิธีการดูภาพจากในคอมพิวเตอร์เริ่มไม่ได้ผล คนข้างตัวเธอบอกว่าให้ลองร่างสเก็ตช์ดูก่อนเพื่อรู้ว่าอะไร “ใช่” และอะไร “ไม่” 

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

“ตอนแรกก็ไม่เชื่อเพราะเราเคยทำแบบไม่สเก็ตช์มาก่อน พอได้เริ่มทำงานจริงๆ ที่อังกฤษเลยสเก็ตช์ทุกวัน จนตอนนี้รูปของเราไม่สเก็ตช์ไม่ได้แล้ว และต้องสเก็ตช์มือด้วยนะ

“บางทีเรานอนแล้วนึกไอเดียออก สุดท้ายมันจะหายไปหากไม่ได้จดมัน บางอย่างที่นามธรรมมากๆ เราก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นภาพอย่างไร เราก็ลิสต์ออกมาเป็นคำๆ ใช้วิธีเขียนเป็นคีย์เวิร์ดให้เห็นภาพก่อน แล้วดูว่าจะนำอะไรมาใช้ได้บ้าง หรือบางครั้งก็สเก็ตช์รูปไปเลย” เธอเผยเคล็ดลับที่นำไปใช้ตามได้ทันที

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

เห็นสนุกกับการทำงานทุกวันแบบนี้ จิรายุเล่าว่าบางทีก็เหนื่อย นักวาดภาพประกอบจัดการความรู้สึกนั้นด้วยการแวะไปทำอย่างอื่น แต่ไม่พ้นได้ไอเดียกลับมาทำงานเพิ่ม

อย่างอื่นที่ว่าคือการทำกับข้าว ตระเวนกินเพื่อสร้างคอนเทนต์ในเพจ Wearekinkin ที่เธอทำร่วมกับคนรัก และออกกำลังกาย สิ่งหนึ่งที่จิรายุขาดไม่ได้เลยคือการฟังเพลง ช่วงชีวิตที่อังกฤษของเธอตารางในแต่ละวันเต็มไปด้วยการเดินพิพิธภัณฑ์ นั่งเล่นในสวน และไปดูคอนเสิร์ต ในชีวิตประจำวัน จิรายุมีจังหวะการทำงานโดยมีเพลงจากสถานีวิทยุ BBC6 เป็นฉากหลัง 

จิรายุชอบความรู้สึกเซอร์ไพรส์เมื่อฟังเพลงที่ดีเจเลือกมาเปิด และการเดินพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวกับการออกแบบโดยตรง สิ่งโปรดของเธอคือนิทรรศการภาพถ่าย ไปเห็นสี เห็นเส้น และเห็นท่าทางของแบบ (ที่ดูประหลาด) เพื่อหยิบจับมาเป็นโครงร่างในหัวสำหรับออกแบบผลงานของตัวเอง

ที่ผ่านมาอังกฤษจึงเป็นประเทศที่บ่มเพาะและเป็นถังเก็บต้นทุนทางความคิดชุดใหญ่ให้กับเธอ ส่วนผลกำไรที่ทำให้ฝีมือพัฒนาคือการตั้งใจทำทุกงานให้ออกมาดี

การสร้างความสมดุลระหว่างตัวตนและตัวแบรนด์

ความหลากหลายและประสบการณ์ที่สั่งสมถือเป็นความแหลมคมที่นำไปสู่ความมั่นใจ เพื่อตอบข้อสงสัยว่า ในฐานะศิลปินที่ร่วมงานกับแบรนด์ที่เกินสิบนิ้วมือนับนั้น จิรายุสมดุลระหว่างความเป็นตัวเองกับเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆ ให้ออกมากลมกล่อมอย่างนี้ได้อย่างไร เธอกล่าวว่า 

“พอมีลายเส้นที่ชัดเจน ลูกค้าจะรู้ว่ามาหาเราแล้วเขาจะได้อะไร เพราะฉะนั้น เราก็มีสิทธิ์นำเสนอไอเดียและความเป็นตัวเราได้เยอะมาก แต่ในขณะเดียวกันต้องคิดถึงว่าเขาอยากพูดถึงเรื่องอะไร หรือเราช่วยช่วยแบรนด์นำเสนออะไรอยู่” นักวาดภาพประกอบยังบอกอีกว่า ทั้งคนที่คิดว่าทำงานแบบมีสไตล์ชัดเจนนั้นดี กับคนที่คิดว่าไม่มีสไตล์แต่ว่าทำอะไรก็ได้ ซึ่งเธอว่ามันดีทั้ง 2 แบบ แล้วแต่ว่าใครถนัดทำอะไร 

“ทำอะไรแล้วทำออกมาได้ดี ก็ทำไปเลย ไม่ต้องบอกว่าใครดีกว่าหรือทำได้มากกว่า” ศิลปินเจ้าของชื่อ Jirayu Koo ย้ำ

อย่าเป็นแบบเรา ให้เป็นตัวเอง

เข้าขวบปีที่ 11 เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่า Jirayu Koo วาดภาพประกอบเป็นอาชีพ 

คำถามที่เราสงสัยคือการนิยามตัวเองยังคงจำเป็นอยู่หรือไม่ ในวันที่ตัวตนสะท้อนผ่านผลงานชัดเจนและโดดเด่น 

“เป็นเรื่องง่ายที่คนจะจัดประเภทให้เรา เพราะว่าบางทีเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะเรียกเราว่าอะไร นักวาดภาพประกอบก็ได้เพราะเราทำงานแบบนั้น แต่บางทีเราพูดถึงอะไรบางอย่างในแง่ศิลปะ ไม่ใช่การโปรโมตอะไร จะเรียกเราว่าอะไรก็ได้ เราแค่ทำงานในแบบของเรา”

ว่ากันว่าแบบของเธอเป็นรอยเท้าให้นักวาดภาพประกอบรุ่นหลังเดินตาม คำถามสำคัญสุดท้ายจึงอยากรู้ว่า ถ้าอยากก้าวขึ้นมาเป็นอย่างเธอ จะมีข้อแนะนำอะไร เธอตอบว่า

“อย่าเป็นแบบเรา ให้เป็นตัวเอง”

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

5 ผลงานชิ้นโปรดที่มีความหมายต่อ Jirayu Koo

01 Nike by You

ผลงานออกแบบสำหรับแฟลกชิปสโตร์ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในประเทศไทยที่สยามเซ็นเตอร์

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

02 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การเพนต์ลงบนตึกกว่า 7 คูหาที่จังหวัดตราด ส่วนหนึ่งในแคมเปญ Amazing Thailand 

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

03 Blooming Hope 

ภาพวาดในธีม ‘ความหวัง’ สำหรับนิตยสาร VOGUE (ฉบับภาษาไทย)

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

04 อินสตอลเลชันที่ห้างสรรพสินค้าเกษรวิลเลจ

ผลงานน้องกลมกลมและผองเพื่อนที่ไปลอยอยู่ด้วยกันในใจกลางห้าง 

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา
Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

05 Harnn Festival 

การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าแบรนด์ HARNN เพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลพิเศษ

Jirayu Koo ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ที่มีผลงานบนกระดาษ ห้างสรรพสินค้า จนถึงตึกแถว 7 คูหา

ขอบคุณสถานที่ : โครงการเมทริส พัฒนาการ-เอกมัย โดยเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์

วันที่ 2-7 มีนาคม 2564 พบกับงาน Bangkok Illustration Fair 2021 (BKKIF) อีเวนต์ใหญ่รายปีสำหรับแวดวงศิลปะและภาพประกอบในรูปแบบออนไลน์ ที่รวบรวมศิลปินนักวาดหลายรุ่น หลากสไตล์จากไทยและอีกหลายประเทศ มาจัดแสดงผลงานเพื่อค้นหาโอกาสต่อยอดในสิ่งที่แต่ละคนรักและหลงใหล ด้วยความร่วมมือกันของ happening, decembell และ What If 

ชมผลงานของนักวาดทั้งหมดได้ที่ bangkokillustrationfair.com/showcase

ติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/bkkif

Writer

กมลกานต์ โกศลกาญจน์

นักเขียนอิสระที่สนใจเรื่องงานออกแบบ สังคม และวัฒนธรรม ชื่นชอบการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะอยากเรียนรู้ในความแตกต่างที่หลากหลายของโลกใบนี้

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ถ้าลองเข้าเว็บไซต์งานส่วนตัวของ ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ปี จะพบว่านิยามคำว่า ‘ภาพประกอบ’ ของเธอกว้าง ตั้งแต่ภาพวาด แอนิเมชัน ของเล่นไขลาน ตุ๊กตา ไปจนถึงพรม 

สำหรับลันลัน ภาพประกอบคือการสื่อสารโจทย์ผ่านศิลปะ จึงไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะบนกระดาษสองมิติ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ถ้ามันทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างหมดจด ก็ถือเป็นภาพประกอบที่เยี่ยมยอดแล้ว

ในอีกแง่มุมหนึ่ง หลายครั้งลันลันก็ใช้ภาพประกอบมาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองด้วยเช่นกัน เธอกล่าวถึงเรื่องที่เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเจอเอง ผ่านกลิ่นอายลายเส้นภาพนิทานสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ที่ใช้ปลาว่ายวนเป็นตัวแทนการคิดเวียนไปมาตอนตี 3 ตัวการ์ตูนสัตว์ประหลาดคล้ายหมาที่กินไม่หยุดในช่วงกักตัว หรือปัญหาในครัวอย่างถังข้าวที่โดนรุกรานจากผีเสื้อกลางคืน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ความน่ารักในงานของลันลันโลดแล่นอยู่บนเวทีประกวดระดับโลกมาแล้วตั้งแต่ตอนเธอเรียนมัธยมปลาย งานของศิลปินวัยเยาว์ได้รับเลือกบนเวทีการประกวด Young Arts : Merit Award ค.ศ. 2014, 2015 และ 2016 โดยจัดแสดงผลงานที่ Disney Concert Hall ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ช่วงมหาวิทยาลัย ลันลันเป็นศิลปินในรอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize 2018 ได้จัดแสดงผลงานที่เวนิส ประเทศอิตาลี (ลันลันแอบกระซิบมาว่า ปีนี้งานของเธอได้รับเลือกอีกครั้ง) ปีถัดมา เธอเข้ารอบสุดท้ายเวที RWS Royal Watercolor Society 2019 ได้จัดแสดงงานที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงได้เป็นศิลปินรับเชิญจัดแสดงผลงานที่ IYN Gallery ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และเข้ารอบสุดท้ายบนเวที Society Of Illustration ค.ศ. 2020, Association of Illustration ค.ศ. 2020, Society Of Illustration West ค.ศ. 2021

ศิลปินมากฝีมือคนนี้ยังเคยร่วมงานกับ Oliver Chin บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Immedium ผู้แต่งหนังสือสำหรับเด็กมาแล้วกว่า 15 เล่ม รวมถึงเคยร่วมงานกับ Tom Kracauer และ Sean Hernandez ศิลปินผู้ทำงานผ่านหลากหลายสื่อและเทคนิค นอกจากนี้ เธอยังทำงานอาสาสมัครเป็นครูศิลปะจากผ้า (Fiber Art) ให้กับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษในมูลนิธิ Exceptional Children Foundation

ไม่ว่าคุณจะเคยรู้จักเธอมาก่อนหรือไม่ เราอยากชวนลันลันมาพูดคุยเรื่องการเติบโตไปพร้อมกับศิลปะ ที่พาความฝันการศิลปินจากประเทศไทยมายัง Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่ Rhode Island School of Design (RISD) มหาวิทยาลัยศิลปะซึ่งโด่งดังด้านการสอนศิลปะภาพประกอบ และอาชีพปัจจุบันในฐานะนักวาดภาพประกอบอิสระในลอสแอนเจลิส พร้อมคุยถึงที่มาของความหลากหลายทางเทคนิคที่เธอใช้ในงานศิลปะ ธรรมชาติอันเป็นแรงบันดาลใจมาตลอด อนาคตก้าวต่อไปที่ใฝ่ฝัน และกระแสในปัจจุบันอย่าง NFT หรือตลาดศิลปะดิจิทัล

มาเริ่มบทสนทนาที่จะทำให้เราอยากหยิบสิ่งใกล้ตัวมาประดิษฐ์งานศิลปะกันเถอะ 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส
ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ ทำภาพประกอบกับแอนิเมชันอยู่ แล้วก็ทำพรมขาย มีโปรเจกต์อยู่ในช่วงเซ็นสัญญา วาดภาพประกอบกับสำนักพิมพ์จากฝรั่งเศส เขากำลังจะทำหนังสือเกร็ดความรู้เรื่องสัตว์ต่างๆ ส่วนที่เราเข้าไปรับผิดชอบคือ หอยทาก

ทำไมภาพของลันลัน ส่วนใหญ่ถึงเป็นสัตว์กับธรรมชาติ

เราโตมากับธรรมชาติ ครอบครัวเราทุกคนชอบต้นไม้ ที่บ้านปลูกต้นไม้แนวป่าฝนเยอะมาก วิ่งเล่นในสวนของหมู่บ้าน ต้นไม้ก็เยอะ เรียนโรงเรียนรุ่งอรุณก็อยู่กับธรรมชาติ พอชีวิตล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เลยได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน

ตอน ม.1 คุณพ่อคุณแม่พาไปดำน้ำ เราเห็นปลาเยอะๆ แล้วชอบมาก มันดูอิสระ สีสันสวย เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ชอบวาดปลา

พอทำงานจากสิ่งรอบตัวแบบนี้ ตอนย้ายมาเรียนมัธยมปลายที่มิชิแกน เลยเริ่มมีสัตว์อื่นมากขึ้นอย่างกวาง กระรอก ไม่ใช่แค่งูหรือปลา เพราะมันคือสัตว์ที่เห็นในโรงเรียน หรือต้นไม้ต่างๆ อย่างตอนนี้อยู่แอลเอ บรรยากาศรอบตัวเป็นทะเลทราย ก็มีกระบองเพชรหรือทิวทัศน์ทะเลทรายในภาพมากขึ้น มันเปลี่ยนไปตามสถานที่

แล้วสัตว์ประหลาดมาจากไหน

ตอนมัธยมปลาย เราเริ่มเอาสัตว์หลายๆ ชนิดมาผสมกัน พอวาดเยอะขึ้นก็เริ่มคิดว่า ทำไมเราไม่สร้างตัวประหลาดของเราขึ้นมาเอง จนเข้ามหาวิทยาลัยเลยเป็นสัตว์ที่ Abstract มากขึ้น 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ขอย้อนกลับไปหน่อย ลันลันรู้ตัวว่าชอบและเริ่มวาดภาพตั้งแต่เมื่อไหร่

จำไม่ได้เลยว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหน (หัวเราะ) เพราะอนุบาลก็ชอบวาดและทำงานคราฟต์แล้ว วิชาศิลปะเป็นวิชาที่เราชอบและทำได้ดีที่สุด 

เราเรียนได้ศิลปะกับ ครูเล็ก (สุภาพร เจริญสุข) ตั้งแต่อนุบาลถึงจบมัธยมต้น มัธยมปลายมาเรียน Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นติดเพื่อนไปลองเรียน ครูเล็กสอนศิลปะแบบไม่จำกัดอะไรเลย เช่น ถ้าเราสนใจเย็บผ้า ครูก็จะหาอุปกรณ์มาให้ เราอยากลองปั้นดิน ทำภาพพิมพ์ ครูก็หามาให้ ครูไม่ได้บังคับว่าอยู่ประถมต้องใช้แค่ดินสอสี อยากทำอะไรได้ทำหมด เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราชอบทำงานศิลปะหลายๆ อย่าง ไม่ได้ติดอยู่กับแค่งานรูปแบบเดียว

งานศิลปะรูปแบบไหนที่ชอบทำเป็นพิเศษ

เราชอบทำงานกับผ้า จำได้ว่าตอน ป.6 คุณแม่ซื้อตุ๊กตาบลายธ์ (Blythe) มาให้แล้วเสื้อผ้ามันแพงมาก ครูเล็กเสนอว่ามาลองทำชุดตุ๊กตากันไหม เราได้ลองทำแล้วชอบมาก ทำชุดตุ๊กตาอยู่เป็นปีๆ ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ได้ทำงานผ้ามากที่สุดแล้ว 

พอ ม.ปลาย ที่โรงเรียนเน้นศิลปะ เลยได้ลองทำงานผ้าอย่างอื่นเพิ่มอีก ได้ทำประติมากรรมนุ่ม (Soft Sculpture หรือประติมากรรมที่ทำจากวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม) เรารู้สึกว่ามันเป็นเทคนิคที่เข้ากับสไตล์ที่ทำอยู่ เพราะอยากให้คนเห็นรูปเราแล้วมีความสุข พอมันมาเป็นอะไรนิ่มๆ จับแล้วก็ยิ่งมีความสุข เอามากอดได้ เอามาใช้ได้ บางทีใช้หลายเทคนิคมารวมกันก็มี ปักผ้า โครเชต์ ทำหมดเลย

ล่าสุดเห็นทำงานพรมด้วย 

ตอนแรกเลยเริ่มสนใจเทคนิคงานพรม เพราะรู้สึกว่ามันเหมือนรูปวาดนิ่มๆ และเป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งเอาไว้แขวนบนผนังเป็นงานอาร์ต เอามาใช้เป็นพรม ทำเป็นเสื้อผ้า หรือทำเป็นกระเป๋า ช่วงที่ โควิด-19 เข้ามา คนก็สนใจพวกตกแต่งบ้านกันเยอะขึ้นมากๆ เพราะส่วนใหญ่ต้อง Work from Home เมื่อเราเอาพรมลายน่ารักๆ แปลกๆ มาใช้ มันช่วยให้บ้านมีสีสันขึ้น ดูสนุกขึ้น

หลายครั้งเรารู้สึกว่าศิลปะมันจับต้องไม่ได้ แต่เราอยากให้ศิลปะอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้ ไม่ใช่ต้องไป Museum อย่างเดียว พอเป็นพรมเลยตอบโจทย์ตรงนี้ทั้งหมด

มาสนใจงานภาพประกอบตอนไหน

ตอนเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกที่ Rhode Island School of Design (RISD) เรายังไม่ต้องเลือกเอก เลยเป็นโอกาสได้ลองทำงานหลายๆ รูปแบบ เช่น Coding ทำงานศิลปะด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเราพบว่าตัวเองชอบวิชา Illustration (ภาพประกอบ) แล้วครูบอกยังว่า “จริงๆ การทำงานภาพประกอบมันไม่ได้ตายตัวแค่ภาพวาดนะ แค่เราสื่อสารหัวข้อออกมาได้ด้วยศิลปะ ก็ถือเป็นภาพประกอบแล้ว” เลยเลือกเรียนเอกนี้

งานภาพประกอบเข้ากับเราที่ไม่ตายตัวด้านเทคนิค อีกอย่างคือเราชอบทำงานตามโจทย์ สำหรับเรา การนั่งคิดตามโจทย์มันสนุกที่ว่าจะเสนอภาพออกไปอย่างไรดีให้เป็นสไตล์เรา และตอบโจทย์ที่ได้มาไปในเวลาเดียวกัน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

จากการเรียนศิลปะที่อเมริกาตอน ม.ปลาย กับมหาวิทยาลัย ลันลันคิดว่าการสอนศิลปะที่ไทยกับอเมริกาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

จำได้ว่าช่วงก่อนย้ายไปอเมริกา เห็นเพื่อนที่ไทยหลายคนอยากเรียนศิลปะ ต้องไปติววาดภาพเหมือน (Still Life Drawing และ Portrait Drawing) ตอนแรกที่ไปเราก็แอบกังวลเหมือนกัน ว่าพื้นฐานจะพอหรือเปล่าเพราะไม่ได้ติวไป 

แต่พอไปถึง กลายเป็นว่าครูที่อเมริกาไม่อินกับภาพเหมือนเลย ครูบอกว่าภาพเหมือนมันฝึกกันได้ แต่คอนเซ็ปต์กับเรื่องราวของรูปสำคัญกว่า เขาบอกอีกว่า ถ้าว่าต้องวาดภาพให้เหมือนของจริง เราก็จะไม่ลองเทคนิคใหม่ๆ งานก็จะซ้ำๆ อยู่แบบเดิม 

ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกา ไม่ได้ให้วาดภาพเหมือนแบบในไทย แต่ให้เราส่งงานอะไรที่คิดว่าแข็งแรงที่สุด จะเป็นศิลปะนามธรรม งานปั้น งานเย็บ อะไรได้หมดเลย ตอนเข้าไปเรียน ถ้าไม่ใช่วิชาวาดภาพเหมือน ครูก็จะไม่มาติเรื่องเทคนิค ความเหมือน หรือความสวย แต่จะให้ความเห็นว่างานของเรามันตอบโจทย์แค่ไหน และให้แนะนำว่าอะไรที่ปรับแล้ว งานจะสื่อสารได้ดีขึ้น 

แล้วการประกอบอาชีพศิลปินล่ะ ลันลันคิดว่าที่อเมริกามีอะไรที่ไม่เหมือนกันบ้าง

เรารู้สึกว่าคนที่นี่ให้ค่ากับงานศิลปะมาก เพราะเวลาศิลปินขายงาน เราจะคิดเป็นชั่วโมงว่างานชิ้นนี้ใช้เวลาทำกี่ชั่วโมงแล้วก็คูณไป เช่น ปกติคิดกันชั่วโมงละหกร้อยบาท อาจดูแพง แต่ว่าค่ากินอยู่ที่นี่ก็แพงมากเหมือนกัน คิดชั่วโมงเสร็จก็บวกค่าอุปกรณ์เข้าไปอีก จำได้ว่าเราเคยเห็นเพจประมูลงานศิลปะของไทย เขาตั้งราคาเริ่มต้นต่ำมาก จนเรางงว่า โห เขาใช้เวลาทำไปตั้งกี่ชั่วโมง ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้

อีกอย่างที่รู้สึกคือ ที่อเมริกามีงานด้านศิลปะหลากหลายมาก มีหลายสายงานเราไม่ค่อยได้เห็นในไทย มันเปิดกว้างมากเลย

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เปิดกว้างขนาดนี้ มีอะไรที่อยากลองทำอีกไหม และวางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร

ถ้าไม่สนใจเรื่องเงินเลย อยากเปิดสตูดิโอกับเพื่อน ขายของทำมือให้จริงจังมากขึ้น เป็นสตูดิโอประหลาดๆ ขายแต่ของที่คนไม่ค่อยซื้อกัน (หัวเราะ)

และคิดมาสักพักแล้วว่าอยากทำงานกับ Stop Motion Studio (แอนิเมชันที่ทำโดยการถ่ายทีละภาพแล้วนำมาต่อกัน) ที่นี่มีบริษัททำ Stop Motion ให้โฆษณาโดยเฉพาะ ซึ่งเราเคยคุยแล้วเขาบอกว่า บริษัทต้องการศิลปินที่ทำได้หลายเทคนิค เพราะวิดีโอ Stop Motion แต่ละตัวไม่ได้ใช้เทคนิคเดียวเสมอไป ใช้ไม้ ผ้า กระดาษ ดิน หลายๆ อย่าง เราเองก็ชอบสร้างนู่นนี่จากของหลายๆ อย่างอยู่แล้ว เลยอยากลอง น่าสนุกดี

ไม่สนใจขายงานศิลปะทาง NFT (ตลาดศิลปะดิจิทัล) เหรอ

ตอนแรกก็สนใจนะ เห็นศิลปินหลายคนเริ่มเข้ามาขาย NFT และทำเงินได้จากตรงนี้ แต่พอเราหาข้อมูลเพิ่มไปเรื่อยๆ ก็พบว่าการเอารูปขึ้นระบบ NFT หนึ่งรูปมันใช้ทรัพยากรและพลังงานเยอะมาก ทำให้ตอนนี้เรายังไม่ขายผลงานทาง NFT รอดูก่อนว่า ในอนาคตตลาด NFT จะมีมาตรการแบบไหน ในการปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เราเห็นลันลันเลือกวาดภาพด้วยมือหรือทำงานประดิษฐ์ มากกว่าดิจิทัลอาร์ต (ศิลปะดิจิทัลที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์) มันให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร

เราชอบการทำงานศิลปะที่นั่งจับ นั่งใช้เวลากับวัสดุ เพราะได้รู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำผ่านร่างกาย เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม เลยเป็นเหตุผลที่เรารู้สึกผูกพันกับงานทุกชิ้น

เราก็ทำดิจิทัลอาร์ตบ้างนะ แต่จะมีลายเส้นคล้ายทำมืออยู่ดี ไม่ได้ดูดิจิทัลอาร์ตแบบแฟลช สีสด เส้นคม เท่าดิจิทัลอาร์ตส่วนใหญ่ในเทรนด์ตอนนี้ เคยลองทำแบบนั้นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชอบ ไม่ใช่ตัวเรา

ลันลันมีวิธีสร้างโอกาสให้ตัวเองอย่างไร ถึงได้ไปจัดแสดงงานหลายประเทศทั่วโลก

ต้องยกเครดิตให้คุณแม่ เขาคอยผลักดันให้เราส่งงานเข้าประกวด เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอให้ตัวเอง เราอยู่อเมริกา โอกาสมันยากมาก คนมีความสามารถก็เยอะ คุณแม่เลยสนับสนุนให้ลองส่งประกวดตั้งแต่ ม.ปลาย ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยมั่นใจในงานของตัวเอง เพราะลายเส้นเราดูเด็ก ไม่ใช่แนววิจิตรศิลป์แบบที่คนอื่นส่งประกวด แต่พอได้ส่งจริงๆ ถึงรู้ว่ามันก็มีเวทีประกวดที่เหมาะกับงานสไตล์เรา

มีครั้งไหนที่เกิดคาดบ้างไหม

Arte Laguna Prize ที่ได้ไปจัดแสดงที่อิตาลี เราคิดว่าเขาไม่น่าจะชอบงานเรา เพราะคนอื่นคือยิ่งใหญ่ เช่น งานศิลปะนามธรรมขนาด 3 x 3 เมตร ส่วนของเราเป็น Artist Book (หนังสือที่เน้นการเล่าเรื่องเชิงทัศนศิลป์) เกี่ยวกับตัวละครซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเห็ดชนิดต่างๆ วางเล็กจิ๋วอยู่มุมหนึ่งของนิทรรศการ ตกใจมากตอนได้เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรก (หัวเราะ) พอปีนี้ได้เข้ารอบสุดท้ายอีกครั้ง ตกใจที่สุดเลย!

สุดท้ายแล้ว เล่าถึงผลงานที่มีความหมายต่อชีวิตให้ฟังสัก 5 ชิ้นได้ไหม

ได้เลยค่ะ

01 Night Thoughts

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Night Thoughts เป็นงานที่ทำในชั้นเรียน Animalia คือ ทำงานภาพประกอบที่เกี่ยวกับสัตว์ หรือใช้สัตว์มาเป็นองค์ประกอบ เราเลยเลือกปลาบาราคูด้า (Barracuda) ที่ว่ายเป็นทอร์นาโด เพราะเราชอบลักษณะการเคลื่อนไหวนี้มาก คิดว่ามันคล้ายตอนเรานอนไม่หลับ เวลาที่มีความคิดเข้ามาในหัวเยอะๆ ฟุ้งซ่าน วนไปเรื่อยๆ ซึ่งพอเป็นภาพนิ่ง มันอาจไม่เห็นความวุ่นวายหมุนวนของปลา เลยทำเป็นแอนิเมชัน ชิ้นนี้ได้ 3 รางวัล คือเข้ารอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize ครั้งล่าสุด แล้วก็ได้เข้ารอบสุดท้ายเวที Society Of Illustration West และที่สี่ Society Of Illustration 

02 Quarantine Planet

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงโควิด-19 เพราะเดือนแรกๆ ที่ระบาด ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน เป็นประสบการณ์ใหม่มาก ไม่มีใครเคยอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืนมาก่อน งานนี้เลยเป็นการเล่าเหตุการณ์ว่า การติดอยู่ในบ้านเราทำอะไรบ้าง ใช้สัตว์ประหลาดมาแทนตัวเรา ส่วนบ้านเป็นดาวเคราะห์ที่สัตว์ประหลาดต้องมาติดอยู่ 

ภาพแรก คือกองเสื้อผ้าที่เราขี้เกียจเก็บ ตอนนั้นเพิ่งย้ายไปอยู่บ้านคุณอาที่โอไฮโอ พอเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก็ไม่ได้จัด กองอยู่แบบนั้น 

ภาพที่สอง คือการที่เราอยู่บ้านแล้วกินทั้งวัน เปิดตู้เย็นกินไม่หยุด 

ภาพที่สาม คือประชุมออนไลน์กับสัตว์ประหลาดจากดาวเคราะห์อื่นๆ ที่ต้องติดอยู่บ้านเหมือนกัน 

ภาพที่สี่ คืออยู่บ้านดูทีวี กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ 

ภาพสุดท้าย คือการที่เราใช้เวลาผ่อนคลายในห้องน้ำเยอะมาก 

03 Moth

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีที่สี่ เราย้ายไปอยู่ห้องพักใหม่กับเพื่อน แล้วมีถังข้าวสาร ปิดฝาไว้อย่างแน่นหนา อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีผีเสื้อกลางคืนไปสร้างรังอยู่ข้างใน ทำให้ถังนั้นใช้ไม่ได้อีกเลย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าผีเสื้อกลางคืนเข้าไปอยู่เพื่อกินข้าวสารได้ ตกใจมาก เลยเอาเหตุการณ์นั้นมาทำงาน Artist Book

เราเขียนเป็นกลอนไฮกุเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

Moth are flying around

Seeking roving then landed

On my precious rice 

แปลประมาณว่า ผีเสื้อกลางคืนมันบินไปมา แล้วร่อนลงมาอยู่บนข้าวที่แสนมีค่าของฉัน ใน Artist Book เป็นภาพตุ๊กตาผีเสื้อกลางคืนที่เราเย็บขึ้นมา ที่ตรงกลางตัวติดกระดุมเล็กๆ กับกล่องข้าว แล้วก็ปักกลอนไฮกุที่เราเขียนไว้ที่ปีก

04 พรมงู

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

พรมชิ้นนี้มาจากภาพประกอบที่เคยทำ มีที่มาจากเรื่องราวตอนเด็ก เวลาไปวิ่งเล่นในหมู่บ้าน ได้ยินกลุ่มพี่แม่บ้านคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านบ่อยๆ ว่ามีไอ้เหลือมมากินแมวทั้งตัว เพราะหมู่บ้านป่ารกมาก งูเยอะ พอมาเป็นภาพ เลยอยากให้เห็นว่ามีแมว มีไก่ หรือหมา อยู่ในงูทั้งตัว แล้วเวลาไปคุยกับเพื่อนหรือครูที่อเมริกา ทุกคนจะตกใจมากว่าที่บ้านเรามีงูตัวใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ

05 Dancing Sardine

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Dancing Sardine เป็นปลากระป๋องของเล่นไขลาน เราทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาในชั้นเรียนทำของเล่น เรามองสิ่งรอบตัวว่าใช้ทำประโยชน์อื่นๆ อะไรได้บ้าง ซึ่งตอนนั้นกินปลากระป๋องเยอะมาก และชอบรูปร่างของกระป๋อง เลยคิดไปว่าน่าสนุกดีถ้าเอามาทำของเล่น เพราะมันอันเล็กๆ และเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อมโยงได้ ของเล่นไขลานเป็นปลามานั่งเต้นบนกระป๋องปลากระป๋องจึงเกิดขึ้น ปกติถ้าเป็นงาน 3D ชิ้นอื่น เราจะลงสี แต่งานนี้ไม่ลง คงเนื้อและความวาวของอะลูมิเนียมไว้ เพราะมันเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุ

ภาพ : ด้วยรัก ผดุงวิเชียร

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load