“ที่นี่เป็นชุมชน เป็นมากกว่าตลาดที่คนเดินเข้ามาซื้อของแล้วก็กลับไป”

คำแนะนำสถานที่สั้น ๆ แต่ครอบคลุมทุกสิ่งอย่างของตลาดจริงใจ ส่งผ่านน้ำเสียงของ อ้อมขวัญ สาณะเสน ผู้อำนวยการโครงการจริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

ชื่อว่า ‘จริงใจ’ แล้ว แน่นอนว่าทุกสิ่งอย่างที่นี่จริงใจจากต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำ

“ที่นี่มีโซนอาหาร ของทำมือ งานศิลปะ ซึ่งพี่อ้อมว่า 3 อย่างนี้มันเป็นเชียงใหม่มาก ๆ”

พื้นที่บนถนนอัษฎาธรแห่งนี้ เรียกว่าเป็นพื้นที่สีเขียวได้เลย อาณาบริเวณนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ให้ความร่มรื่น และตั้งใจให้คนมาใช้พื้นที่ มานั่งเล่น ทำกิจกรรมได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่วันเสาร์-อาทิตย์ที่มีตลาด อย่างที่พี่อ้อมขวัญบอกว่า 

“เราไม่ได้ทำอะไรใหญ่โต แต่เราอยากให้มีกิจกรรมเล็ก ๆ และต่อเนื่อง” 

กิจกรรมที่ว่านั้น เราตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน จึงเป็นที่มาในการแบ่งโซน ซึ่งจริงใจมาร์เก็ตจะประกอบไปด้วย ตลาดจริงใจ (จริงใจ Farmers Market เชียงใหม่ ตลาดผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์ และรัสติคมาร์เก็ต ตลาดงานคราฟต์ชุมชนสุดชิค) 2 โซนนี้เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 13.00 น. จริงใจแกลเลอรี เปิดทุกวัน แต่จะปิดทุกวันจันทร์ ร้านกู๊ดกู๊ดส์ ร้านท็อปส์ กรีน และลานใต้ต้นก้ามปู เปิดให้บริการทุกวัน

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

วิถีชีวิตของพ่อกาดแม่กาดบางคนเปลี่ยนไป หลังจากมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ในวันจันทร์-ศุกร์ พวกเขาก็เตรียมผลิตผลมาขายในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความรู้สึกยินดีของชาวบ้านจริง ๆ 

“ตลาดจริงใจไม่ใช่สถานที่ที่มาแล้วได้แค่ถ่ายรูปของสวย ๆ แต่คนซื้อกันแบบ ‘จริงจัง’ ซึ่งเรายินดีมากเลยที่เขาขายได้ เพราะนี่เป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่แค่เอามาโชว์แต่เขาต้องขายได้” พี่อ้อมขวัญเน้นเสียงตรงคำว่าจริงจัง เพราะสินค้าที่นี่ไม่ได้หาซื้อได้ทั่วไป และหลายชิ้นมีเบื้องลึกเบื้องหลัง อย่างผ้าบางชนิดเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมานับร้อยปี

เมื่อชาวบ้านมีรายได้ มีความสุข บรรยากาศโดยรอบก็เต็มไปด้วยมวลพลังงานดี รู้สึกได้ทั้งคนอยู่ที่คอยต้อนรับและคนที่มาเยือน แม้กระทั่งช่วงโควิด-19 ระบาด จนทำให้ตลาดเงียบเหงา ลูกค้าซบเซา พี่อ้อมขวัญเป็นห่วงชาวบ้านจึงคอยให้กำลังใจและพูดคุยถามไถ่ ซึ่งเสียงสะท้อนจากพวกเขาคือ “หูย ไม่เป็นไร เราแค่อยากมาคุยมาเจอลูกค้าอีก แค่ห่วงว่าลูกค้าจะไม่มีอะไรกิน” 

ความเป็นมิตรและน้ำใจหาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่ชาวตลาดจริงใจทุกคนพร้อมมอบให้ผู้มาเยือนทุกคนที่แวะมาที่นี่ 

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

จริงใจ จริง ๆ

คนก็จริงใจ ผลผลิตก็จริงใจ สภาพแวดล้อมก็จริงใจ 

“เราสร้างชุมชน เรียกว่าชุมชนคนจริงใจ บางทีลูกค้าอาจจะอยู่คนละทิศคนละทาง แต่เขาก็นัดเพื่อนมานั่งคุยกัน บางคนมาจากกรุงเทพฯ บางคนบินมาตลาดโดยเฉพาะ มาหาแม่ค้าพ่อค้าที่คิดถึง กินกาแฟ กินขนมแล้วกลับบ้าน เพราะเขามีความสุข สบายใจ มันเกิดปฏิสัมพันธ์ เกิดบทสนทนาระหว่างคน ที่นี่เลยมีเสน่ห์และน่ารัก”

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

“เราคัดเลือกผลผลิตที่เป็นออร์แกนิกจริง ๆ ต้องมาจากการทำเกษตรอินทรีย์ มีบ้างที่เขาเคยทำเคมีมาก่อน แล้วหันมาเปลี่ยนเป็นอินทรีย์ เราก็ยินดีต้อนรับ ส่วนพวกงานแฮนด์เมด เราให้คนที่อยากขายสมัครมาเท่านั้น และมีคณะกรรมการตรววจสอบว่าเป็นของตัวเองจริง ๆ ไหม มีวิธีการจัดร้านยังไง และเราจะกระจายสัดส่วนไม่ให้มีของชนิดเดียวกันขายเยอะจนเกินไป จะได้กระจายรายได้ทั่วถึงมากขึ้น” พี่อ้อมขวัญเล่าให้ฟังถึงเกณฑ์การเลือกร้านค้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดแห่งนี้

เด็กน้อยวัยหัดเดิน วัยกำลังเรียนรู้ หรือจะอายุเท่าไรก็ตามแต่ ก็มาเจอโลกที่จริงใจได้เหมือนกัน เพราะที่นี่มีการจัดสรรพื้นที่และกิจกรรมสำหรับเด็กไว้มากมาย ทั้งสนามเด็กเล่นตรงลานใต้ต้นก้ามปู ชิงช้าม้าโยกพร้อมส่งเด็ก ๆ เข้าสู่โลกแห่งความสุขและเสียงหัวเราะระหว่างรอพ่อแม่ไปซื้อสินค้า

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

และหนึ่งกิจกรรมที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือกิจกรรมสอดแทรกการเรียนรู้ที่หมุนเวียนในแต่ละเดือน อย่างเช่น นิทานกู้โลก ชวนเด็ก ๆ มานั่งฟังนิทานในสวน และค่อย ๆ ปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับการแยกขยะจากนิทาน 

“เล่าให้เด็กฟังว่าขยะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ให้เด็ก ๆ รู้จักคัดแยกขยะ รู้ว่าขยะคืออะไร รู้วิธีจัดการเบื้องต้น พอเล่านิทานเสร็จก็ให้พวกเขามาหัดแยกขยะ ได้รับความสนใจมาก สนุกมาก ครั้งต่อไปอาจจะเป็นขวดวิเศษ ก่อนเอาขวดไปทิ้งต้องทำความสะอาดยังไง โยนใส่ถังไหน มันจะเป็นซีรีส์ เราทำร่วมกับคุณครูที่เล่านิทาน”

ส่วนเรื่องการจัดการขยะของวัยผู้ใหญ่ เป็นสิ่งที่ตลาดจริงใจทำอยู่เป็นประจำ ทั้งเบื้องต้นไปจนถึงการทำเป็นระบบ เช่น มีถุงผ้าให้ใช้แทนถุงพลาสติก หรือใช้วัสดุธรรมชาติอย่างใบตองทดแทน มีการแยกขยะจริงจังหลังตลาด นำเศษผักไปเลี้ยงไส้เดือน หมักปุ๋ย นำพลาสติกไปเป็นส่วนผสมในการผลิตอิฐบล็อกปูถนน และอีกหลากหลายมิติเท่าที่ตลาดแห่งนี้จะทำได้

จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต

“พี่อ้อมคิดว่าตลาดจริงใจน่ามา เพราะมันเช้านี่แหละ” 

การใช้ชีวิตของชาวบ้านย่านถนนอัษฎาธร ที่ตั้งของตลาดแห่งนี้เริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์วันใหม่ยังไม่ขึ้นทำมุมแหลมกับผืนดิน เกษตรกรต่างขนพืชผักอินทรีย์มาเตรียมแผงขายตั้งแต่เช้ามืดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 

สิ่งที่เป็นไฮไลต์ที่สุด คือ ผักออร์แกนิกเก็บสดจากไร่ พื้นที่ส่วนนี้แบ่งออกเป็นโซนออร์แกนิกและปลอดภัย และโซนอาหารพร้อมทาน

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

ผักสดหลากหลายชนิดที่วางขาย ส่วนมากเป็นผักผลไม้ตามฤดูกาล ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่นและเก็บเกี่ยวมาขายอย่างไม่ฝืนธรรมชาติ มีทั้งแบบสดและแปรรูป แล้วแต่ว่าจะนำไปทำอะไร นอกจากพืชผักยังมีวัตถุดิบที่น่านำไปปรุงอาหารอีกเพียบ อย่างข้าวพันธุ์พื้นเมืองจากชนเผ่าลาหู่และปกาเกอะญอ มีไข่ไก่อารมณ์ดี ไข่สดหลากหลายขนาด เล็กใหญ่ขึ้นอยู่กับความสุข-ความเครียดของแม่ไก่ เพราะที่ฟาร์มเลี้ยงไก่แบบปล่อย ให้พวกตัวน้อยใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเร่งฮอร์โมน ไข่ที่ได้จึงสด แม่ไก่แฮปปี้ คนกินก็อร่อย อารมณ์ดี

จริงใจมาร์เก็ต ตลาดเช้าออร์แกนิกที่รวมอาหาร คราฟต์ แกลเลอรี่ ไว้กลางเมืองเชียงใหม่

ถัดมาที่โซนอาหารพร้อมทาน มีอาหารท้องถิ่นหลากหลายเมนู บางจานหากินได้ยากมาก เช่น ข้าวปุกงา ขนมทางภาคเหนือทำจากข้าวก่ำ รสสัมผัสหนึบ ๆ คล้ายโมจิ มีเมี่ยงคำดอกไม้ รวมดอกไม้กินได้ออร์แกนิก ห่อกับผักสดและเครื่องเมี่ยง บอกเลยว่าคำเดียวไม่พอจริง ๆ และมีอาหารอีกมากมาย ซึ่งเราเชื่อว่าคงท้าทายเกินไปหากจะกินให้ครบทุกร้านในมื้อเดียว เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ทุกคนมาลองกินอาหาร คลอด้วยเสียงดนตรีสด สูดกลิ่นความเขียวปลอดโปร่งได้เรื่อย ๆ หลาย ๆ ครั้ง

ของทอดทุกร้านที่ตลาดจริงใจไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำเด็ดขาด ปลอดภัยต่อสุขภาพ ส่วนน้ำมันที่เหลือนั้นก็จะส่งไปเข้ากระบวนการจัดการขยะที่โรงงานอีกที ไม่ได้ทิ้งจนก่อให้เกิดเป็นขยะใหม่อย่างแน่นอน

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

โซนรัสติคมาร์เก็ต

นานาสารพัดงานคราฟต์ตั้งร้านตระการกลางลานกว้างแซมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ 

แม้จะเป็นของทำมือต่างจากของกิน แต่ทุกร้านในโซนนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือความจริงใจในทุกขั้นตอนการผลิต งานคราฟต์ที่จะมาขายที่นี่ต้องเป็นของทำเอง หรือมาจากความร่วมมือกันของคนในชุมชน เป็นงานคราฟต์ที่มีเรื่องราวหรือถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น แสดงออกผ่านเสื้อผ้าจากผ้าพื้นเมือง เครื่องประดับ ของใช้ ของตกแต่ง

หนึ่งในร้านที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ชุมชนตัวเองอย่างชัดเจน อาทิ ร้านเสื้อผ้าซึ่งนำลายผ้าทอที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่ากะเหรี่ยงโบราณมาปรับดีไซน์ให้เข้ากับสมัยใหม่มากขึ้น ร้านเสื้อผ้าพิมพ์ลายจากใบไม้โดยใช้สีธรรมชาติ ร้านเครื่องเงินจากเชียงแสนฝีมือช่างเงินระดับครู

นี่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น พ่อกาดแม่กาดรวมถึงเราเองที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศตลาดจริงใจ อยากแนะนำทุกคนให้แวะมาชมด้วยตา และเลือกงานคราฟต์ชิ้นที่ต้องใจกลับบ้านด้วยตัวเองดูสักครั้ง

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน
'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

ทำไมต้องมีแกลเลอรีกลางตลาด

“ปกติน้อยคนที่จะตั้งใจออกจากบ้านเพื่อไปแกลเลอรีโดยตรง มันมีช่องว่างระหว่างคนกับศิลปะเยอะมาก เราเลยอยากสร้างจิตสำนึกใหม่ว่า เราเข้าไปดูงานศิลปะได้โดยไม่ต้องเคอะเขิน อยากจะดูก็เดินเข้ามาเลย” นี่คือความปรารถนาของพี่อ้อมขวัญ

บ้านหลังสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จึงเกิดเป็นจริงใจแกลเลอรี ผนังฝั่งมองเห็นตลาดของกินและงานคราฟต์เลือกใช้กระจกแผ่นใหญ่แทนอิฐมวล เพื่อเชื่อมภาพของตลาดกับศิลปะเข้าด้วยกันโดยไม่แบ่งแยก ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทยมากหน้าหลายตา หมุนเวียนให้ชมอย่างต่อเนื่อง

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

ผลที่ออกมาก็เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะบรรดาพ่อกาด แม่กาด เกษตรกร ต่างเดินเข้ามาชมผลงานศิลปะในยามว่างจากการขายของ เป็นบรรยากาศที่พบได้ยากทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติ และทุกคนควรเข้าถึงศิลปะได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่

ความตั้งใจที่อยากให้ศิลปะเข้าใกล้ผู้คนมากขึ้นของพี่อ้อมขวัญ ได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่จริงใจแกลเลอรีแห่งนี้เกิดขึ้น

#จริงใจมีใจให้ทุกวัน

หัวใจมี 4 ห้องฉันใด จริงใจมาร์เก็ตก็มีมากกว่าแค่ 3 โซนฉันนั้น ส่วนความตั้งใจของคนทำ ชาวบ้าน และเกษตรกรนั้น คงมีมากมายจนนับออกมาเป็นตัวเลขไม่ได้

ที่บอกว่ามีมากกว่า 3 โซน เพราะในอาณาบริเวณนี้ยังประกอบไปด้วยแวดวงร้านอาหาร ลานกว้างสำหรับใช้ชีวิต หออินทรีย์ซึ่งเป็นสถานที่รอจัดแสดงผลงาน หรือเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกิจกรรมจะเปลี่ยนไปในแต่ละเดือน ร้าน Tops Green (ท็อปส์ กรีน) สโตร์สีเขียวแห่งแรกในไทย ภายใต้แนวคิด “ร้านค้าสีเขียวเพื่อชาวเชียงใหม่ ชีวิต และโลกที่ดีขึ้น” ศูนย์รวมสินค้าออร์แกนิกและสินค้าวีแกนทั้งไทยและต่างประเทศครบครันที่สุดกว่า 6,600 รายการ  มีสินค้าท้องถิ่นจาก 13 ชุมชน และ 14 ผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิก พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือนำสินค้ามาจำหน่ายทุกวัน  

“กู๊ด กู๊ดส์” ร้านที่รวมสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นครบครัน ทั้งอาหาร แฟชั่น งานคราฟต์ งานศิลปะ และกาแฟ โดยปรับดีไซน์ให้ร่วมสมัย และส่งต่อรายได้กลับเข้าไปหล่อเลี้ยงชุมชนให้พัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน
'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

การให้ความสำคัญเรื่องอินทรีย์ ครอบคลุมไปถึงชุดยูนิฟอร์มและผ้ากันเปื้อนพนักงาน ซึ่งผลิตจากเส้นใยขวดพลาสติกรีไซเคิลอีกเช่นกัน

สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะอยากส่งต่อมวลความจริงใจนี้ไปถึงทุกคน 

“เราอยากให้คนมากันเยอะ ๆ มาแลกเปลี่ยนบทสนทนา มาช่วยกันสนับสนุนความตั้งใจของท้องถิ่น และพกถุงผ้ามาด้วยนะ เพราะเราพยายามในเรื่องนี้มาก ๆ อยากให้คนมาใช้เวลา มาใช้พื้นที่ เรามีพื้นที่ให้วิ่งเล่นได้ จริง ๆ ในวันธรรมดา พี่อ้อมรู้สึกว่าไม่ต้องมาซื้อของก็ได้ แค่มานั่งเล่น เขียนรูป หรืออ่านหนังสือก็ได้ เพราะที่นี่มีต้นไม้เยอะ สงบ ร่มรื่น เป็นพื้นที่ชุมชนที่เป็นของทุก ๆ คน”

'จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่' ตลาดที่ตั้งใจเป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิตและเกิดปฏิสัมพันธ์ เป็นชุมชนจริงใจสำหรับทุกคน

จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล

ที่ตั้ง : ถนนอัษฎาธร ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน (เฉพาะตลาดเช้ามีแค่วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 13.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 5352 1520

Facebook : Jing Jai Market Chiang Mai (จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่)

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographers

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยิมกึ่งคาเฟ่ เราไม่เคยได้ยินมาก่อน 

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกำลังสบายตัว โปร่งโล่ง ด้านหน้ามีเคาน์เตอร์กาแฟคอยต้อนรับ มองลึกเข้าไปเห็นเด็กและผู้ใหญ่กำลังร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้อย่างขะมักเขม้น

ภาพจำของยิมกีฬาทั่วไป คงหนีไม่พ้นความดิบ มวลบรรยากาศมาคุ การตกแต่งมักเป็นไปในโทนสีเข้มขรึม สื่อถึงความเข้มข้นจริงจังและความทุ่มเท จากทั้งนักเรียนและผู้ฝึกสอน ประกอบกับเสียงร้องจากการออกแรงอย่างหนักเพื่อเป้าหมายที่วาดหวังไว้ของนักกีฬาแต่ละคน 

แต่ไม่ใช่สำหรับ ‘DOJOH – Gym x Cafe’ ยิมสอนศิลปะการต่อสู้กึ่งคาเฟ่ ที่นี่ทาสีขาวสะอาดตา เสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีธรรมชาติสุดอบอุ่น ความต่างระหว่างยิมกับคาเฟ่ผสานกันอย่างลงตัว พร้อมด้วยทำเลเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ ครูโจ้-ธนพันธุ์​ ทองอร่าม ผู้ก่อตั้ง อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ และหมวกอีกใบของเขา คือประธาน​ไอคิไทย​ ไอคิโด​ ประเทศไทย

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อความเป็นเลิศทางด้านกีฬา ต้องฝึกเพื่อสร้างความกระหายชัยชนะ ให้ฝังเข้าไปในตัวตนของนักกีฬา แต่สำหรับที่แห่งนี้ ครูโจ้ไม่ได้มองถึงการสร้างความเป็นเลิศ แต่อยากช่วยเพิ่มทางเลือกให้คนทั่วไปรู้จักศิลปะการต่อสู้มากขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น

สิ่งที่ได้เพิ่มเติมคือ การฝึกใจและการเข้าสังคมบนพื้นเบาะเดียวกัน

เมื่อเรียนเสร็จเหนื่อย ๆ หากเป็นยิมธรรมดาคงแยกย้ายกันไปในทันที แต่ที่ DOJOH – Gym x Cafe จะได้นั่งหย่อนใจไปกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเครื่องดื่มและอาหารง่าย ๆ ฝีมือครูโจ้ 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ฐานชีวิตจากพื้นเบาะ

เส้นทางของครูโจ้กับศิลปะการต่อสู้ โดยเฉพาะไอคิโด (Aikido) ศาสตร์ศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่งที่เป็นวิชาหลักของที่นี่ ซึ่งมีครูโจ้เป็นผู้สอน เริ่มมาจากคุณพ่อที่เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต 

“คุณพ่อผมเป็นทหาร พันเอกพิเศษสมบูรณ์ ทองอร่าม คุณ​พ่อเป็น​คนไทยคนแรกที่เรียนไอคิโด​จากอาจารย์​ชาวญี่ปุ่น​ที่เข้ามาเผยแพร่​ในประเทศ​ไทย​ และเป็นคนไทยคนแรกที่ได้สายดำศิลปะ​ป้องกันตัว​ของญี่ปุ่น​คือ ยูโด​ ไอคิโด​ คาราเต้​ จนได้ทุนไปศึกษา​ต่อที่ประเทศ​ญี่ปุ่น​ และได้ใช้ความรู้​ที่เรียนมาสอนในวิชาพลศึกษา​ทหาร​ โรงเตรียม​ทหาร”

ด้วยความเป็นลูกทหาร บวกกับหมวกอีกใบของพ่อที่เป็นครูสอนศิลปะการต่อสู้ ครูโจ้จึงปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องฝึก ซึ่งเขาเริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่ 5 – 6 ขวบ ประสบการณ์ 30 กว่าปี และคุณพ่อสมบูรณ์ก็เป็นคนทำงานหนักมาก ตื่นเช้าจนหัวจรดหมอน ผ่านการทำงานมาประมาณ 4 – 5 หน้าที่ต่อวัน ตั้งแต่สอนว่ายน้ำ รับราชการทหาร สอนเพาะกาย คุมการเงินที่ธนาคาร จนถึงผู้จัดการบาร์ในยามค่ำคืน 

“ผมไม่มีเวลาเล่นกับพ่อมากเท่าไหร่ แต่ผมมีเวลาเจอพ่อตอนฝึก สำหรับผมการอยู่บนเบาะฝึกคือเวลาของครอบครัว ตอนเด็ก ๆ ไม่รู้หรอก ผมมาคิดได้ตอนเป็นผู้ใหญ่ว่าได้อะไรจากการฝึก แน่นอนว่าได้วิชาจากพ่อ ได้สังคม ได้เจอคนที่ไม่เหมือนเรา แต่มีอะไรเหมือนเรา นั่นคือการมาทำกิจกรรมเดียวกัน” 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ใจความสำคัญของการฟูมฟักฉบับคุณพ่อสมบูรณ์ ก่อร่างสร้างฐานในการใช้ชีวิตที่แข็งแรงให้กับครูโจ้เป็นอย่างมาก และ ใช่! สิ่งนี้เขาได้มารู้เมื่อเติบใหญ่แล้วอีกเช่นกัน 

หนึ่งในนั้นคือหุ้นส่วนของเขา จักร-จักร จุลเกียรติ เจ้าของบริษัท Define Studio ผู้มีผลงานออกแบบมากมาย เขาชวนเพื่อนบนเบาะมาช่วยออกแบบโรงยิมแห่งนี้ให้ต่างจากทุกแห่งที่เคยเจอ คงไม่ต้องสงสัยว่าจะสวยและมีสไตล์ขนาดไหน

จักรเป็นพี่ที่เป็นคู่ฝึกให้กับครูโจ้ตั้งแต่เด็ก เติบโตมาด้วยกัน และจับมือร่วมกันเมื่อเป็นผู้ใหญ่ 

นี่คือหนึ่งตัวอย่างของการได้สังคมบนผืนเบาะที่ครูโจ้พูดถึง

“สำหรับผม ศิลปะการต่อสู้ คือ Lifestyle กับ Community” โจ้พูดเสียงหนักแน่น 

ยิมแห่งนี้สร้างด้วยแนวคิดสำคัญนี้ ที่เขาอยากให้การสอนศิลปะการต่อสู้ได้รับการปฏิบัติเหมือนกิจกรรมหนึ่งของชีวิต ไม่ต่างจากการเตะบอล ว่ายน้ำ แต่เปลี่ยนจากพื้นหญ้า สระน้ำ เป็นพื้นเบาะและผู้คน 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ลูกไม้ต้องโตไกลต้น 

เมื่อเข้าวัยเลข 2 ครูโจ้เลือกเรียนด้านการถ่ายภาพภาพยนตร์ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาห่างหายไปจากการฝึกสอนไอคิโดอยู่บ้าง ขณะเดียวกัน คุณพ่อสมบูรณ์ก็วางแผนหลังเกษียณด้วยการเปิดยิมชื่อ Somboon Home บริเวณบ้านของตัวเองย่านพระราม 3 

การเกิดขึ้นของ Somboon Home ทำให้โจ้มองเห็นอนาคตตัวเองกลาย ๆ กับการสานต่อในสิ่งที่คุณพ่อสร้าง ตอนนั้นโจ้กำลังสนุกกับการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณา ในยุคสมัยที่โฆษณาไทยเฟื่องฟู 

“พ่อผมเคยพูดไว้ว่า ลูกไม้ใต้ต้นมันไม่โตหรอก ถึงโต ต้นมันก็เอียงไปหาแดด ถ้าจะให้ดี ลูกไม้มันต้องไปโตไกล ๆ ต้น มันต้องถูกนกเอาไปขี้ทิ้งในป่า ถ้ามันแข็งแรงพอ มันจะโตเป็นต้นไม้ใหญ่เอง ซึ่งผมก็เชื่อเช่นนั้น และผมยังเชื่ออีกว่าชีวิตคนเรามันไม่มี Second Man จะไม่มีสมบูรณ์คนที่สอง”

จุดเปลี่ยนสำคัญดันให้ DOJOH เกิดขึ้นเร็วกว่าที่วางแผนไว้ คือการระบาดของโควิด-19

ด้วยความที่เติบโตมากับบ้านริมน้ำ โจ้ฝันอยากจะมียิมริมน้ำเป็นของตัวเอง จังหวะประจวบเหมาะจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้โจ้ตัดสินใจใช้โอกาสจากการที่ยิมถูกปิดและใช้เวลาหาพื้นที่​ทำเลที่ต้องการ​ จนมาเจอห้องว่างริมน้ำ​ที่ราคาพอสู้ไหว

และชะตาฟ้าลิขิตให้เขาได้สถานที่แห่งนี้ที่มีทำเลเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

โรงยิมที่เปล่งประกายด้วยความสว่าง ระหว่างที่กำลังง่วนกับการฝึกฝนท่วงท่าอยู่ภายในโรงยิม แสงแดดยามเย็นสาดส่องเพิ่มเฉดของความสว่างให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศภายนอกให้มองออกไปพักสายตาชั่วครู่อย่างริมแม่น้ำที่ยากจะหายิมไหนเหมือน พร้อมลมจากริมฝั่งที่พัดพาความเย็นสบายและความฝันของครูโจ้ เข้ามาก่อร่างกันอย่างลงตัวที่โรงยิมอุ่นตาสบายกายแห่งนี้

DOJOH คือผลผลิตของลูกไม้ที่เลือกมาโตให้ไกลจากต้นไม้ใหญ่ 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

Martial Art Community

“DOJO ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า โรงฝึก ส่วนผมชื่อโจ้ แต่ผมใช้สะกดว่า JOH ผมก็เลยเติม H เข้าไป ถ้าคำว่า DO คำเดียว แปลว่าไลฟ์สไตล์ ส่วน JOH เป็นชื่อผม มันก็เลยกลายเป็นว่า ถ้าเราไม่เอาไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นมาก มันก็เหมือนเป็นสไตล์เรา เป็นสไตล์ของโจ้ ส่วนอีกความหมายหนึ่งก็คือโรงฝึก” 

แล้วสไตล์ของโจ้เป็นแบบไหน – เราถาม

“พื้นฐานของที่นี่ เริ่มจากไอคิโด ซึ่งเป็นวิชาหลัก ฝึกสอนโดยผม แล้วก็จะมีศิลปะการต่อสู้อีก 2 อย่างคือ เทควันโด, Brazilian Jiu-Jitsu มวยไทย แต่มวยเป็นคลาสส่วนตัว แล้วก็โยคะ” 

ไอคิโด
Taekwondo
Brazilian Jiu-jitsu

คลาสต่าง ๆ ถูกออกแบบมาอย่างสบาย ๆ พร้อมครูผู้สอนที่ทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงให้ความสำคัญกับการเข้าสังคมบนพื้นเบาะ ไม่ใช่ความเป็นเลิศทางด้านกีฬา 

“อย่างคลาสโยคะ ตอนแรกจะเปิดเพื่อรองรับครอบครัว กลายเป็นบางคนเอาแม่มาเรียน ผมก็เลยเอาแม่ผมมาเรียน กลายเป็นโยคะมาสเตอร์ มาสเตอร์ไม่ได้เก่งนะ สว (สูงวัย) เยอะ” เขาหัวเราะ

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

“ไม่ต้องซีเรียสว่าคุณจะเอาหัวไปแตะเท้าได้มั้ย แต่เล่นยังไงให้มันสนุก นั่นคือสิ่งสำคัญ ผมต้องบรีฟครูผู้สอนว่า ผมไม่ได้สอนให้เขากลับออกไปเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชานั้น ๆ ผมต้องการทำให้เขามีความสุขกับการทำกิจกรรมเหล่านี้ กลับไปทำเองที่บ้านได้ หรือนำมาเป็นกิจกรรมออกกำลังกายในระยะยาว”

ดั่งวัยเด็กของตัวเองที่โจ้พบเจอเพื่อนร่วมเบาะจนกลายมาเป็นมิตรร่วมชีวิตมากมาย นั่นทำผู้ก่อตั้ง DOJOH GYM & CAFE ให้ความสำคัญเพิ่มเป็นพิเศษสำหรับพี่น้องหรือพ่อลูกที่มาเรียนด้วยกัน

“ผมว่าสิ่งเหล่านี้ผมได้มาจากพ่อพอสมควร ในเรื่องการทำเพื่อครอบครัว ผมก็เลยมีส่วนลดสำหรับคนที่มาเรียนกับลูก หรือพี่น้องมาเล่นด้วยกัน ผมมียิมนี้ได้ เพราะครอบครัวผม พ่อสอนผม 

“การที่พ่อแม่มา แล้วเขาลงเล่นกับลูกได้ ผมถือว่าเป็นความเก่งของเขานะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเล่นกับลูกได้ ไม่ใช่ทุกคนจะยอมเสียเวลา บางคนเอาลูกมาทิ้งไว้กับผม แล้วออกไปช้อปปิ้ง ผมไม่ว่า เป็นสิทธิ์ของทุกคน แต่ผมนับถือคนที่ลงไปเล่นกับลูก ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ ของครอบครัว” 

ช่วงเวลาแห่งครอบครัว ดั่งวันวานของเด็กชายโจ้กับคุณพ่อสมบูรณ์ 

DOJO - Gym x Cafe โรงยิมกึ่งคาเฟ่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย พร้อมสันทนาการด้วยศิลปะการต่อสู้ดุจครอบครัวเดียวกัน

อีกหนึ่งอย่างที่ครูโจ้ให้ความสำคัญนอกเหนือจากความสุข คือ การฝึกจิตใจที่แข็งแกร่ง

“เมื่อมาเรียนกับผมหรือครูทุกคน สิ่งที่ผมจะบอก คือการเรียนศิลปะป้องกันตัวไม่ว่าคุณจะฝึกที่ไหน ฝึกกับโค้ชคนใด สิ่งแรกที่คุณต้องคิดเมื่อเรียนไป คือคิดว่าจะไม่ได้ใช้มัน แล้วก็อย่าคิดจะใช้มัน เพราะถ้าคุณเรียนให้ตาย นานแค่ไหน โค้ชคุณเก่งแค่ไหน ถ้าคุณเรียนแล้วใจคุณยังอยากอยู่ แสดงว่าคุณฝึกแต่ร่างกาย จิตใจคุณไม่ได้ถูกฝึก และแน่นอนว่าคุณได้ความรู้จากครูผู้สอน แต่คุณจะเก่งจากเพื่อนร่วมฝึกที่หลากหลาย เล่นกับคนที่เด็กกว่า เล่นกับเด็กตัวเล็ก เล่นกับผู้หญิง ซึ่งแน่นอนไม่ได้แข็งแรงกว่าผู้ชาย แต่ทำยังไงให้เขาฝึกได้ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ การฝึกมันเป็นการเข้าสังคมอย่างหนึ่ง”

เล่นกิจกรรมให้มีความสุข ได้สังคม ได้มิตรภาพ ที่ต่างเคารพซึ่งกันและกัน 

นี่คือแกนหลักสำคัญที่ครูโจ้ยึดมั่นและอยากส่งต่อให้กับผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาเจอกัน

DOJO - Gym x Cafe โรงยิมกึ่งคาเฟ่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย พร้อมสันทนาการด้วยศิลปะการต่อสู้ดุจครอบครัวเดียวกัน

โรงน้ำชาของคนรักศิลปะการต่อสู้

ครูโจ้มองอนาคตของสถานที่แห่งนี้อย่างไรบ้าง บทสนทนามาถึงช่วงท้าย

“ผมมองว่าผมจะนั่งแก่ตรงนี้เลย อนาคตอาจจะมีรำไทเก็กด้วยนะ” ครูโจ้บอก

“มันอาจจะกลายเป็นร้านน้ำชา ผมนั่งคุย กินอาหารเช้า ฟังเสียงนกร้องริมแม่น้ำ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าผมอยู่ตรงนี้ได้ในระยะยาว ผมเคยบอกว่า ที่ตรงนี้เหมือนกับที่ผมเคยคิดไว้ตอนเด็ก แต่มันจะเว่อร์ไปถ้าคิดว่ามันจะเป็นจริง” เขาคงเล่าถึงความสุขที่ได้เห็นสถานที่นี้กลายเป็นอะไรอีกมากมายในอนาคต

การเริ่มต้นด้วยโควิด-19 ทำให้ธุรกิจของครูโจ้เจอบททดสอบโหดหินตั้งแต่เริ่มงานสร้าง ดังนั้น หากเขาผ่านพ้นมันไปได้ ในระยะยาวคงไม่มีอะไรหนักหน่วงไปกว่านี้แล้ว ยกเว้นกรณีเดียวคือ โลกแตก

DOJOH ล้มลุกคลุกคลานมาอย่างพอตัวในสภาพเศรษฐกิจสังคมเช่นที่เป็นอยู่ นั่นทำให้ “การปรับตัวอยู่เสมอ” เป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญของอนาคตโรงน้ำชาสำหรับผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้แห่งนี้ แต่สิ่งที่จะไม่มีวันเปลี่ยนคือจิตวิญญาณของสถานที่ ที่พร้อมต้อนรับผู้คนทุกเพศทุกวัยอยู่เสมอ

ครูโจ้ทิ้งท้ายถึงเป้าหมายอีกอย่างของการทำยิมแห่งนี้คือ เขาเป็นตัวอย่างสำหรับคนที่สนใจศิลปะการต่อสู้และอยากขยายฐานการรับรู้ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่สนใจ สร้างทางเลือกสำหรับคนกลุ่มใหม่ ๆ ที่ยังไม่เห็นว่าศิลปะการต่อสู้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับเขาและครอบครัวได้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยสานความเข้าใจในครอบครัวผ่านท่วงท่าที่ร่ายรำกันบนเบาะผืนเดียวกัน และเชิญชวนมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ในโรงฝึกแสนอบอุ่น พร้อมด้วยมิตรภาพที่ยินดีมอบแก่ผู้มาเยือน

DOJO - Gym x Cafe โรงยิมกึ่งคาเฟ่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย พร้อมสันทนาการด้วยศิลปะการต่อสู้ดุจครอบครัวเดียวกัน

DOJOH – Gym x Cafe

ที่ตั้ง : 376/2 ชั้น 1 สลิลธารา คอนโดมิเนียม ซอย 18/1 ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพ (แผนที่)

เปิดบริการวันจันทร์-พฤหัสบดี, เวลา 13.00 – 22.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 9.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันศุกร์)

โทรศัพท์ : 08 1771 1833 Facebook : DOJOH

Writer

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load