ฟ้าอึมครึมเหมือนฝนจะตกในไม่ช้า แต่เมื่อเราได้เดินเข้ามาในห้องสมบัติของ อุ๋ง-จีรณัทย์ แพทย์อุดม บรรยากาศรอบตัวก็สดใสขึ้นทันตา เพราะของเล่นที่เขาสะสมมานานหลายสิบปีเรียงรายดาษดื่นไปทั่วทั้งห้อง ตั้งแต่บนตู้ ในตู้ บนกำแพง ไปจนถึงพื้นห้องและหลังประตู ชนิดที่เราแทบไม่มีที่ยืน!

ระหว่างที่เรากำลังตกตะลึงกับความมากมายหลากหลายของความทรงจำวัยเด็ก เจ้าของห้องก็รีบบอกเราอย่างถ่อมตัวว่า “ผมคิดว่า ผมไม่น่าจะใช่นักสะสม Happy Meal เบอร์ต้นของประเทศไทยนะครับ เพราะผมสะสมอย่างจริงจังแค่ของไทย แต่ยังมีนักสะสมท่านอื่นที่สะสมทั้งของไทยและต่างประเทศ”

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ

อย่างไรก็ตาม อุ๋งน้อมรับว่าเขาเป็น McDonald’s LOVER ที่สะสมแทบจะ ‘ทุกสิ่งอย่าง’ ของ McDonald’s เรียกว่าแพสชันเรื่องนี้ของเขาเป็นเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ โดยมีตั้งแต่กล่องกระดาษ Happy Meal รุ่นใหม่ที่เรียงสูงจนเลยเพดาน กล่องกระดาษรุ่นเก่าหายาก ของสะสม McDonald’s พรีเมียม แก้วน้ำ หลอด ถัง สติกเกอร์ ปากกา ปฏิทิน คูปอง ใบปลิว บัตร Pin (เข็มกลัด) หรือแม้กระทั่งถุงพลาสติก ขอแค่มีโลโก้ตัวเอ็ม (M) อันคุ้นเคยของ McDonald’s เขาก็เก็บทุกอย่าง

แต่ก่อนจะถึงช่วงเวลาแห่งการสนทนาอย่างตั้งใจ อุ๋งใช้เวลาสักพักในการอธิบายที่มาโดยย่อของของสะสมด้วยท่าทางกระตือรือร้น เพราะครั้งหนึ่งในวัยเยาว์ เขาเคยคิดว่าตัวเองมีความชอบที่แปลกประหลาด แต่ในวันที่สังคมออนไลน์เรียกเพื่อนพ้องในวันวานกลับมาหากัน อุ๋งกล้าจะบอกเล่าประสบการณ์เปิดโลกอันน่าสนใจของตนเอง ซึ่งเราก็นั่งลงกลางดงของเล่น และฟังอย่างจดจ่อราวกับพี่ชายเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ
อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ

01
Once upon a time

เจ้าของเรื่องหยิบตัวช่วยในการรื้อฟื้นความทรงจำขึ้นมา นั่นคือหนังสือ ‘Thailand’s Happy Meal For McDonald’s Collectors – คู่มือสะสมแฮปปี้มีล’ จัดทำโดย etc.com ซึ่งภายในมีภาพชุด Happy Meal ให้ชมกว่า 500 ภาพ รวมถึงข้อมูลจากการสัมภาษณ์และแหล่งข่าวทั่วไป

เราที่เคยแต่กินอย่างคนไม่รู้ประวัติได้มานั่งเลกเชอร์ที่มาที่ไปของแบรนด์ ก็พบความน่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งจะขอสรุปโดยย่อให้ทุกคนฟังว่า McDonald’s เป็นธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดของสองพี่น้อง Dick and Mac McDonald ที่ดำเนินธุรกิจจนประสบความสำเร็จและไปเข้าตาของ Ray Kroc เซลล์ขายเครื่องปั่นมิลค์เชคผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล จน Ray มองเห็นลู่ทางในการขยายธุรกิจจึงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดต่อ ก่อนที่จะซื้อหุ้นจากสองพี่น้องมาบริหารเอง และประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเก่า

หนึ่งในความสำเร็จด้านการตลาดและโฆษณาของบริษัท คือการรวมอาหารและของเล่นเข้าด้วยกัน เป็นชุด Happy Meal ที่มุ่งเป้าไปยังเด็ก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ใหญ่ทั่วโลกก็ชอบสะสมของเล่นดังกล่าวเช่นเดียวกัน

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ

สำหรับ McDonald’s ในประเทศไทยเกิดจากการที่ คุณเดช บุลสุข ได้รับคัดเลือกจากอเมริกาให้เป็นผู้จำหน่าย ภายใต้ชื่อ ‘บริษัท แมคไทย จำกัด’ ใน พ.ศ. 2528 ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือการทดลองขายอาหารชุด Happy Meal โดยเริ่มจำหน่ายตัวอย่างทดลองตลาดเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2535 ชื่อชุด ‘Carnival’ ออกมาทั้งหมด 4 แบบ ประกอบด้วย 4 สหายมาสค็อตของร้าน คือ Birdie on Swing, Grimace on Merry-Go-Round, Hamburglar on Ferris Wheel และ Ronald on Carousel ทั้งหมดเป็นตุ๊กตาสีสันสดใส ทั้งยังหมุนได้ เล่นได้ ประกอบสนุก และไม่อันตรายต่อเด็ก ส่งผลให้ความนิยมชุดอาหารหรรษานี้เพิ่มขึ้นในประเทศไทย

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ
Carnival ของเล่นชุดแรกที่ทดลองขายในประเทศไทย

ตามต่อมาด้วยชุด McDino Changeables (พ.ศ. 2535) ของเล่นจาก 4 เมนูยอดนิยมที่เปลี่ยนร่างเป็นไดโนเสาร์ได้ และ Mc Rockin Food (พ.ศ. 2536) 4 ของเล่นจาก 4 เมนูยอดฮิตที่ดุ๊กดิ๊กไปมาเมื่อไขลาน

กระทั่ง พ.ศ. 2537 การทดลองจำหน่ายก็สิ้นสุดลง แทนที่ด้วยของเล่นอย่างเป็นทางการชุดที่ 2 คือ The Flintstone ที่ออกมาสนองความดังของหนัง ประกอบด้วยตัวละครบนรถยุคหินและบ้าน 5 หลัง ได้แก่ Fred and Bedrock-O-rama, Wilma and Flinstone’s House, Barney and Fossil Fill-up, Betty, Bamm-Bamm and RockDonald’s และ Pebble, Dino and Toy-saurus ซึ่งอุ๋งบอกว่า นี่เป็นเซ็ตที่โด่งดังตามความฮิตของหนัง แต่เมื่อเทียบกับ Summer Set (พ.ศ. 2537) ที่ออกมาอย่างเป็นทางการชุดแรกของประเทศไทย ความต้องการนั้นแตกต่างกันอย่างลิบลับ

“ชุดนี้ผมเคยมีตอนเด็ก แต่หายไปแล้ว พยายามจะหาซื้อแต่ยากจริง ๆ เพราะมันเป็นลูกบอล 2 ชั้นเป่าลม มีแว่นกันแดด กับถังทรายพลาสติก ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่มี หากไม่แตกก็พัง แต่ผมเชื่อว่ายังมีคนเก็บไว้อยู่” อุ๋งพูดอย่างเสียดาย แต่ถึงอย่างนั้นความชื่นชอบในร้านอาหารรูปตัว M ของเขาก็ไม่เคยน้อยลง เขายังมุ่งมั่นสะสมทุกอย่างด้วยความสุขต่อไป จนถึงขั้นเคยสมัครเป็นพนักงานพาร์ตไทม์หลังจบชั้นมัธยมศึกษา และยอมไปทำงานไกลบ้าน เพื่อไม่ให้พลาดของจาก McDonald’s สักชิ้น!

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ
Flintstone ของเล่น Happy Meal อย่างเป็นทางการชุดที่ 2 ของประเทศไทย
อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ
Summer Set ถ่ายจากหนังสือ Thailand’s Happy Meal For McDonald’s Collectors

02
McDonald’s and my part-time E-I-E-I-O

ในสมัยที่อุ๋งยังเป็นวัยรุ่น การสะสมของเล่นช่างเป็นเรื่องที่น่าขำขันในสายตาของคนอื่น มีทั้งคนที่หัวเราะด้วยความไม่เข้าใจ และหัวเราะด้วยความแปลกใจระคนตื่นเต้น แต่สำหรับนักเรียนชายที่มีจิตใจมุ่งมั่นคนนี้ การสะสมของเล่นกลับไม่ได้ไร้สาระอย่างที่ใครดูแคลน เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของการท่องโลกกว้างครั้งแรก ที่มอบทั้งประสบการณ์การทำงานและมิตรภาพข้ามประเทศให้กับเขา ภายใต้ตราบริษัท แมคไทย จำกัด

“ตอนที่มีร้านแฮมเบอร์เกอร์มาจากเมืองนอก พ่อของผมก็พาไปกิน ด้วยความที่ชอบของเล่นอยู่แล้ว ผมจึงขอพ่อซื้อของเล่นด้วย เริ่มตั้งแต่ประมาณ 11 ขวบ แต่ตอนนั้นยังเก็บไม่ครบนะครับ เพราะเรายังเด็ก ราคาตอนนั้นยังไม่แพง ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 35 บาท พอเราโตขึ้นก็ยังเก็บเงินซื้อเองได้ในแต่ละอาทิตย์ แต่ความเจ็บใจมันเกิดจากชุด Mulan (พ.ศ. 2541)” เขาเปิดหนังสือคู่มือให้ดูก่อนจะเล่าต่อ

“ผมชอบดิสนีย์มาก เลยตั้งใจว่าชุดมู่หลานยังไงก็ต้องเก็บได้สบาย ๆ แต่ปรากฏว่ามันฮิตมากเกินไปจนผมซื้อไม่ได้! ซื้อได้แค่ Khan (ม้า), Mulan, Shang-Li, Mushu และ Shan-Yu (ตัวร้าย) ขาด Little Brother (สุนัข), Chien-Po, Ling and Yao (3 สหายเพื่อนมู่หลาน) และ Cri-Kee (จิ้งหรีด) เพราะวิธีสมัยก่อนของร้านคือ ปกติที่ขายแบบละอาทิตย์ ถ้าวันจันทร์แบบแรกหมด เขาจะเอาแบบต่อไปมาขายเลย โดยไม่รอรอบถัดไป สมัยก่อนน่าจะขายวันจันทร์กับพุธ แปลว่าถ้าเราอยากได้ครบต้องไปทุกวัน แต่มันคือวันเรียนของเรา ก็เลยซื้อไม่ทัน เจ็บใจมากครับ”

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ
Mulan ของเล่น Happy Meal ที่ปัจจุบันสะสมครบแล้ว

เด็กชายเก็บความชอกช้ำในวัยเรียนเอาไว้จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วไปบอกคุณแม่ว่า จะไปสมัครทำงานที่ McDonald’s 

“ตอนนั้นคิดว่า ถ้าเป็นพนักงานก็จะได้ของเล่นครบ โดยไม่ต้องตาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าของเล่นออกวันไหน ผมก็ไปสมัครที่สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ผู้จัดการถามว่ามาสมัครเพราะอะไร ผมบอกตามตรงไปเลยว่า ผมชอบของเล่นเลยอยากสะสมให้ครบ เขาก็หัวเราะ”

ในตอนนั้น สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วานรับพนักงานเต็มแล้ว ทำให้อุ๋งที่บ้านอยู่นนทบุรีตัดสินใจรับงานที่สาขาโลตัสหลักสี่ ซึ่งเป็นสาขาเปิดใหม่ลำดับที่ 77 ของประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นและโชคดี การเติบโตของพนักงานคนนี้จึงเริ่มขึ้นท่ามกลางมิตรภาพ จนเวลาล่วงเลยไป 2 ปี อุ๋งวางมือจากการเป็นพนักงาน และเริ่มต้นชีวิตวัยผู้ใหญ่อย่างจริงจัง

หลายคนอาจมีความเคลือบแคลงสงสัยว่า ชีวิตการทำงานของเด็กที่เพิ่งเรียนจบมัธยมนั้นเป็นอย่างไร อุ๋งบอกอย่างภูมิใจว่า พนักงานที่นี่ได้รับการดูแลอย่างดี นอกจากนี้ McDonald’s ยังจัดกิจกรรมมากมายที่พัฒนาสกิลล์และความสนุกสนานให้กับพนักงาน รวมถึงลูกค้าที่แวะเวียนมา

“มันทำให้ผมรักแมคมากขึ้น สมัยก่อนไม่ใช่แฟรนไชส์ที่เหมือนกันทั่วโลกแบบปัจจุบัน คุณเดชใส่ใจพนักงานทุกสาขา เขามีแพสชันที่จะทำอาหารของเราให้ดีและเสิร์ฟรวดเร็ว การเป็นพนักงานทำให้ผมเก็บของนอกจาก Happy Meal ได้ เช่น ของพรีเมียม Pin เข็มกลัด สมัยก่อนจะมีขายที่สาทร แต่พอเราเป็นพนักงานมันมีความพิเศษกว่านั้น คือผู้จัดการจะเอา Pin มาหลอกล่อพนักงาน โดยเฉพาะผม ถ้าลงเคาน์เตอร์ เขาจะบอกตอนเช้าว่า วันนี้ให้แข่งขายพาย ใครขายได้มากสุดเขาจะให้”

แล้วเป็นยังไงคะ – เรารีบถาม

“ผมก็ขายพายทั้งวัน เหมือนขายขนมจีบซาลาเปาในเซเว่น (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ผมจะได้นะ แต่ต่อให้ไม่ได้ เพื่อนก็จะให้เราอยู่ดี จนวันหนึ่ง เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก คือมีทีมจากอเมริกามาตรวจงานที่ไทย ผมก็ทำงานปกติไม่คิดอะไร แต่ตอนกลับเขาฝาก Pin อันหนึ่งให้ผม มันเป็น Pin จากอเมริกาที่มอบให้เพื่อแสดงว่า พนักงานคนนี้ยิ้มเก่ง มีความเป็นมิตรกับลูกค้า (เขียนว่า The Smile Maker) ผมภูมิใจมาก เพราะมันได้จากการทำงานของตัวเอง”

เรามองไปที่เสื้อสีขาวหม่นของอุ๋ง เขานำ Pin สำคัญหลายอันมาติดไว้บนนั้นเพื่อให้เราเก็บภาพ บางอันเป็นของที่ได้จากวัฒนธรรมการแลก Pin กับเพื่อนต่างสาขาในประเทศไทย บางอันเขาได้มาจากเพื่อนร่วมงานตอนไปที่สาขาสิงคโปร์ และอีกหลายอันที่แสดงถึงความภูมิใจด้วยคำว่า ‘100% Customer Satisfaction’

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ

03
“I’m lovin’ it”

ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่ ทุกประสบการณ์ล้วนสอนให้เราเติบโต เมื่ออุ๋งเก็บเกี่ยวทุกอย่างจนถึงเวลาวางมือ เขาหันหลังให้งานพาร์ตไทม์ แต่เขาไม่เคยหันหน้าหนี McDonald’s จนถึงทุกวันนี้ที่เขามีครอบครัว ในทางกลับกัน ยิ่งห่างไกลวัยเด็กมากขึ้น คุณค่าของความทรงจำ คุณค่าของของเล่น และคุณค่าของความชอบ กลับยืนเด่นยิ่งกว่าเดิม

“สำหรับผม ของเล่นไม่ได้มีประโยชน์อะไรไปมากกว่าความสุข”

เขาบอกกับเราเมื่อชวนแลกเปลี่ยนว่า อะไรคือประโยชน์ของการสะสมทุกสิ่งอย่างของเขา

“คนเราจะหาความสุขในรูปแบบที่แตกต่างกัน ถ้าเครียด ถ้าเซ็ง เข้าไปในห้องหยิบของเล่นออกมา หรือจัดของก็เพลินแล้ว ส่วนตัวผม ของเล่นเป็นเรื่องของความสุข แต่วันนี้ที่มีลูก ของเล่นถือเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ ไม่ว่าของเล่นจะถูกหรือแพง มันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพัฒนาการของเด็กที่ดีมาก และตัวเราคือคนที่ได้ใช้เวลากับเขา อันไหนที่ลูกเล่นได้ เขาอยากเล่นก็เล่นได้เลย บางชุดลูกชอบ เราก็ซื้อให้เขาด้วย ผมย้อนนึกถึงวันที่พ่อแม่พาผมไปกินแมค พอลูกโตเราก็พาเขาไปบ้าง”

อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ
อุ๋ง จีรณัทย์ นักสะสม Happy Meal ผู้สมัครงานใน McDonald's เพื่อเก็บของเล่นให้ครบ

พูดถึงความหมายของของสะสม McDonald’s ที่มีต่อชีวิตอุ๋ง เขาอธิบายไม่ถูก แต่ขอเล่าเรื่องให้ฟังแทนว่า ช่วงที่ไปญี่ปุ่น เขาซื้อ Happy Meal ของที่นั่น แต่ก็ไม่พลาดฝากเพื่อนที่ประเทศไทยซื้อของไทยอย่างขาดไม่ได้ สำหรับชายคนนี้ เสน่ห์ของการสะสมเกิดจากการที่ของเหล่านั้นหาซื้อทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าไม่ได้ บางอย่างคือของพรีเมียมที่ต้องแลกกับประสบการณ์การรอและเดินไปซื้อด้วยตัวเอง

“ผมชอบของเล่น แต่เด็ก ๆ เราซื้อของเล่นทุกวันไม่ได้ พอมี Happy Meal เกิดขึ้น มันเหมือนเป็นกิจวัตรที่เรารู้ว่า ถ้าเสาร์อาทิตย์พ่อแม่พาไปกินแมค เราจะได้ของเล่น เลยรู้สึกว่าแมคเจ๋ง มันทำให้เราได้ของเล่นทุกอาทิตย์ แถมพอมีดิสนีย์ที่เราชื่นชอบออกมาให้เก็บสะสม เราก็ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก อย่างมู่หลานที่เล่าไป เราชอบจนไปอ่านหนังสือวิธีการสร้างการ์ตูน เราอยากทำงานเป็นแอนิเมเตอร์ พอได้ทำจริงมันก็อัปเกรดชีวิตเรา เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจาก McDonald’s ทั้งในฐานะลูกค้าและคนที่เคยเป็นพนักงาน”

เขาเล่าว่า เพื่อนหลายคนที่เข้ามาเห็นขุมทรัพย์ความทรงจำมักจะบอกว่าเขาบ้า

“ผมก็เชื่อแบบนั้นครับว่าผมบ้า ก่อนหน้าที่จะมีสังคมออนไลน์นะ สมัยก่อนเราต้องไปต่อคิวซื้อเองทุกสัปดาห์ ถ้าซื้อไม่ครบต้องไปซื้อกับพ่อค้าตามตลาด บางครั้งก็ต้องตัดใจซื้อทั้งชุด แต่ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงมันมี ผมยังเหมือนเดิมคือซื้อเองทุกวันศุกร์ ไม่ก็สั่งเข้ามา แต่พอมีโซเชียล เราก็ตามหาในกลุ่มของเล่นได้”

แม้ยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่ใจชายคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงจริง ๆ

อุ๋งบอกเราว่า เขาไม่เคยมีความคิดจะหยุดซื้อของเล่นเลยแม้อายุจะขึ้นเลข 4 แล้วก็ตาม เขายังมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างจากการ์ตูน และเดินหน้าด้วยการ์ตูนอยู่ตลอด สิ่งนี้สะท้อนว่า Happy Meal เจาะกลุ่มเป้าหมายได้หลายช่วงวัย โดยเริ่มจากของเล่นเด็ก และพัฒนากลายมาเป็นของสะสมของผู้ใหญ่ด้วยตัวเอง

ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง

04
Happy man and his happy time

ระหว่างชมของสะสมภายในห้องของอุ๋ง เขาบรรยายเรื่องราวที่ยังแจ่มชัดในความทรงจำด้วยแววตาสนุกสนานราวกับเด็กอยู่เสมอ เราชอบเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังมาก แต่จะขอคัดเรื่องและของเล่นมาให้ชมกันเพียงเท่านี้ก่อน (บางส่วนมีภาพประกอบไปในช่วงแรกแล้ว)

01 ตู้สะสม McDonald’s

ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง
ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง

“ตู้นี้เป็นของสะสม McDonald’s ถ้าพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของของสะสม ผมเก็บแก้วแมคธรรมดาด้วย มีทุกไซส์ 4 ไซส์ แก้วเหล่านี้ตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมามันเปลี่ยนรูปแบบไปเยอะ เราเองในฐานะนักออกแบบก็ได้รู้ถึงความคิด ค่านิยม ของคนออกแบบในยุคนั้น เหมือนกล่อง Happy Meal ที่เปลี่ยนไป ซึ่งชุด Flintstone เล่าไปก่อนหน้านี้ จุดเด่นอีกอันจะอยู่ที่กล่องกระดาษนี่เลย”

02 กล่อง Happy Meal

ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง

“สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดเกี่ยวกับ Happy Meal นอกจากของเล่น คือกล่อง Happy Meal พวกกล่องหรือแก้ว หลายคนมองว่ามันเป็นขยะ แต่เรารู้สึกว่า ถ้าบ่งบอกความเป็นตัวเราว่า เราชอบเก็บจริง ๆ ไม่ใช่แค่เอาของเล่นออกมา กินของข้างใน แล้วทิ้งไป เราจึงเก็บมันด้วย ต่อให้เหมือนกันหมดทุกใบเราก็เก็บ พวกกล่องธรรมก็เอาซ้อนกันจนถึงเพดาน แต่ต้องยกออกเพราะมันเลยเพดาน”

03 ของพรีเมียมและการทำงานที่ McDonald’s

ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง

“นี่คือภาพตอนที่ทำงานอยู่หลักสี่ อันนี้คือผ้าพันคอที่ให้กับพนักงานที่ร่วมปาร์ตี้ประจำปี เขาจะมี Outing พาไปเที่ยว และวันนี้ที่จัดงานใหญ่ พนักงานทุกสาขาจะมารวมกัน สีม่วงเป็นของกลุ่มเรา ของโต๊ะอื่นก็สีอื่น”

อุ๋งเล่าเพิ่มว่า สมัยก่อน McDonald’s มีความเป็นไทยเข้าไปผสมมากกว่ายุคปัจจุบัน เช่น มีสะเต๊ะไก่ ข้าวมันไก่ เนื่องจากสมัยก่อนบริษัทแมคไทยทำเองได้ การตกแต่งของแต่ละสาขาจึงไม่เหมือนกัน ส่วน Happy Meal ค่อนข้างเหมือนกันทั่วโลก ขึ้นอยู่กับการเลือกของเล่นมาจำหน่ายของแต่ละประเทศ เช่น 1 ชุด มีตุ๊กตา 8 แบบ ไทยอาจเลือกมาแค่ 4 แบบ ทำให้บางครั้งเมื่อนักสะสมเก็บของเล่น Happy Meal ไทยครบ แต่เมื่อไปต่างประเทศก็อาจเจอของเล่นแบบอื่นในชุดเดียวกัน

ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง

“อันนี้เป็นของพรีเมียมอื่น ๆ จริง ๆ มีไม้บรรทัดด้วย ตอนนั้นเดอะมอลล์งามวงศ์วานทำเดลิเวอรี่ก่อนที่จะมีบริการส่งอาหารแบบในปัจจุบัน ทำมาตั้งแต่โทรศัพท์ยังไม่เป็น 02 ผมจำปีไม่ได้ แต่เขาแจกในวันที่เราไปทาน แล้วเขาบอกว่า เดี๋ยวนี้ถ้าคุณอยู่แถวนนทบุรี เขาส่งให้ฟรีนะ”

นอกจากนี้ อุ๋งยังเก็บบัตรสมาชิก รวมถึงใบปลิวและคูปองอื่น ๆ เอาไว้ โดยเขาเล่าถึงคามสนุกสนานสมัยก่อนว่า

“มีช่วงหนึ่งซื้อ Happy Meal แล้วเอาคูปองส่วนลดไปลดค่าซื้อวิดีโอได้ ตอนนั้นพวกดิสนีย์กำลังมา Beauty and the Beast, The Lion King 2: Simba’s Pride หรือ The Little Mermaid II: Return to the Sea อีกอันที่ชอบมากคือคูปอง 60 วินาที เป็นความสนุกของเราและลูกค้า สมัยนั้นจะมีนาฬิกาจับเวลาตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ พอลูกค้าสั่งซื้อเสร็จ จ่ายเงิน เราจะกดจับเวลา แล้วหันไปจัดอาหารให้เสร็จภายใน 60 วินาที ถ้าไม่ทันลูกค้าจะได้คูปองไปเป็นส่วนลดต่าง ๆ”

04 Happy Meal ชุด Toy Story (พ.ศ. 2539)

ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง

“ชุดแรก ๆ ของ Walt Disney กับ Happy Meal ก็มี Toy Story เราชอบดิสนีย์เป็นพิเศษ เพราะเขามีพัฒนาการด้านการ์ตูนเรื่อย ๆ พอออก Toy Story ชุดแรกมา ผมยังจำได้ว่าที่บ้านพาไปเที่ยวพัทยา ผมก็ไปซื้อได้ Buzz Lightyear มาจากพัทยา สมัยก่อนถ้าซื้อของเล่นดิสนีย์ตามห้างมันแพงมาก แต่ Happy Meal ทำให้เราสัมผัสของเล่นดิสนีย์ได้ในราคาถูก จากนั้นก็มี The Hunchback of Notre Dame, 101 Dalmatians ตอบโจทย์มาเรื่อย ๆ

“ที่ฮือฮากันมากตอนนั้นคือ 101 Dalmatians เพราะออกมา 101 แบบ ให้คนเก็บกันจนอ้วก รวมกับภาค 2 อีก 102 ตัว เป็น 203 ตัว แต่คาแรกเตอร์ 4 สหาย Birdie, Grimace, Hamburglar และ Ronald เป็นสิ่งที่เราชอบ เจ้าอื่นก็มีการสร้างคาแรกเตอร์ แต่เราไม่ค่อยชอบ เพราะบางอันดูเป็นเด็กไป ส่วนคาแรกเตอร์ที่เห็นบ่อย ๆ จะเป็น 4 สหาย, Barbie และ Snoopy เราเก็บ Barbie ด้วยแต่ไม่ได้เอาออกมาโชว์ เพราะเดี๋ยวผมโดนฝุ่นจับ”

05 Happy Meal ของเล่น Hot Wheels

ความสุขตลอดกาลและการเรียนรู้โลกกว้างของ 'อุ๋ง จีรณัทย์' นักสะสม Happy Meal ผู้เป็น McDonald's LOVER ตัวจริง

“นี่คือรุ่นแรก ๆ ของ Hot Wheels ผมเห็นพัฒนาการของของเล่นมาเรื่อย ๆ ด้วยความที่ผมเป็นนักออกแบบทำงานอยู่ในวงการเหล่านี้ ผมจึงชอบมองดูการเปลี่ยนแปลงของมัน ของเดิมจากที่สกรีนลงไปบนเหล็ก เขาเริ่มลดต้นทุนเป็นเหล็ก แต่ไม่สกรีน ให้ติดสติกเกอร์แทน พอนานวันเข้ามันก็หลุด ปัจจุบันเป็นพลาสติกเพียว ติดสติกเกอร์เอง แต่ผมเข้าใจนะ เขาต้องทำให้ราคามันอยู่ได้ แล้ว Barbie จะมาคู่กับ Hot Wheels เสมอ อย่างละ 4 แบบ เป็น 8 แบบใน 1 เดือน เพราะถ้ามี Barbie อย่างเดียว เด็กผู้ชายจะไม่ซื้อ และถ้ามี Hot Wheels อย่างเดียวเด็กผู้หญิงก็จะไม่ซื้อ เขาจึงออกมาสัปดาห์ละ 2 ตัว ส่วนผมซื้อครบหมด”

เรานั่งสนทนากันอย่างสนุกสนานกว่า 3 ชั่วโมง เรื่องราวของ อุ๋งจีรณัทย์ ทำให้เราเชื่อเหลือเกินว่า ของเล่นและความชอบไม่เคยเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เป็นความสุขที่ก่อเกิดประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และชีวิตที่ถูกเติมเต็มอย่างมีความหมายเหนือความคาดหมายของใครหลายคน

“ผมจะสะสมต่อไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่แมคยังไม่หยุดผลิต” อุ๋งจบการสนทนาด้วยความแน่วแน่เหมือนตอนที่เริ่ม

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

นี่คือภาคต่อจากบทสัมภาษณ์ ฮั่น หรือ Lee Hyunkyung สาวเกาหลีผู้หลงรักเครื่องเขียนทุกอย่างบนโลก จนเธอมีโอกาสย้ายมาอยู่ประเทศไทย เพื่อนคนแรกของเธอที่นี่คือร้านเครื่องเขียน เธอตระเวนเข้า-ออกร้านเครื่องเขียนทั่วประเทศไทย จนเลือก 20 ร้านที่ชอบและเขียนเป็นหนังสือออกมา 1 เล่ม ชื่อว่า ร้านเครื่องเขียนไทย (태국문방구) ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลี และขายดีมากที่ประเทศบ้านเกิด

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ก่อนจะนั่งสนทนาภาษาคนรักเครื่องเขียน (ฮั่นยินดีถามตอบกับเราเป็นภาษาไทย) เรามอบของสะสมหนึ่งชิ้นให้เธอ เป็นแผ่นลอกอักษรภาษาไทยที่ฟอนต์คล้ายคลึงกับฟอนต์บนปกหนังสือเล่มแรกของเธอ เราเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ขอย้อนถึงเหตุการณ์สักนิด ตอนเช้าอาจารย์พิเศษบรรยายหัวข้อ Letterpress อย่างสนุก พร้อมชี้พิกัดร้านเครื่องเขียนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังขายแผ่นลอกอักษร บ่ายคล้อย นักศึกษารวมกลุ่มกันซ้อนรถมอเตอร์ไซต์ตามหาแผ่นลอกอักษร เราเลือกมาหลายแผ่น และหนึ่งในนั้นตกอยู่ในกรุเครื่องเขียนของฮั่นเรียบร้อย 

ฮั่นเริ่มสะสมเครื่องเขียนมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ เธอแวะเวียนเข้าร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนบ่อยที่สุด เธอเล่าให้ฟังว่ามีครั้งหนึ่งไปเดินร้านเครื่องเขียนในนิวยอร์ก ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเลือกของ รอบแรกเธอสำรวจภาพรวมสินค้า รอบสองพินิจจริงจังว่าชิ้นไหนถูกตาต้องใจจะพากลับบ้าน และวันรุ่งขึ้นเธอก็กลับมายังร้านเดิม

เธอกระซิบว่าเสียทรัพย์ให้กับร้านเครื่องเขียนไปกว่า 20,000 บาท

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

แม้วัยเด็กเธอยังไม่รู้จักคำว่า ‘นักสะสม’ แต่เธอก็เข้าใจคำนี้อย่างลึกซึ้งตอนเรียนมหาลัย

“ตอนเด็ก ๆ ฮั่นชอบเก็บเครื่องเขียนค่ะ พอคุยกับเพื่อนมหาลัยถึงรู้ว่าหลายคนเป็นนักสะสม สะสมไม่เหมือนกัน ฮั่นชอบเครื่องเขียนก็สะสมเครื่องเขียน บางคนสะสมแผ่นเสียง การสะสมทำให้ฮั่นมีความสุข

“จริง ๆ ตอนย้ายมาอยู่ไทย ของไม่เยอะค่ะ เสื้อผ้าฮั่นน้อยมากแต่เครื่องเขียนเยอะมาก ฮั่นคิดว่าเครื่องเขียนที่ฮั่นสะสมมาทั้งหมด ถ้าคิดเป็นเงินน่าจะซื้อรถเบนซ์ได้หนึ่งคัน” เธอเล่าด้วยเสียงหัวเราะ

เธอมีของสะสมเยอะจนคุณพ่อคุณแม่แซวว่า “ทำไมไม่เปิดร้านเครื่องเขียนไปซะเลย”

ไม่เกินจริง เธอบอกว่ามีแพลนจะเปิดร้านเครื่องเขียนในไทยด้วย! 

ร้านเครื่องเขียนในอุดมคติที่ว่า จะเป็นร้านที่คัดสรรเครื่องเขียนจากทั่วโลกมาขาย เพียงคุณเดินเข้ามาบอกความต้องการ ฮั่นจะเลือกสินค้าให้ตรงใจคุณ พร้อมเล่าเรื่องราวและคำแนะนำอย่างคนรู้จริง 

เราแซวเธอว่า ฮั่นไม่ได้แค่ชอบเครื่องเขียน แต่ฮั่นรักเครื่องเขียนไปแล้ว 

“สิบกว่าปีที่แล้ว ฮั่นไปเที่ยว พกเครื่องเขียนไปเยอะ แล้วดันเกิดอุบัติเหตุรถชน ฮั่นไม่เชคคนข้าง ๆ ก่อน ฮั่นเชคเครื่องเขียนที่เอาไปด้วยก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่ารักเครื่องเขียนจริง ๆ ค่ะ” เธออมยิ้ม

ไม่ลวดลายลีลาเยอะ ขอเผยโฉมหน้า 10 เครื่องเขียนที่ฮั่นภูมิในจำเสนอ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ที่คั่นหนังสือจากหอยมุก เป็นสินค้าทำมือจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือประเทศเกาหลี เธอซื้อมาจาก Dongdaemun Design Plaza เป็นพิพิธภัณฑ์ในกรุงโซล เธอว่ามันสวยดี ซื้อมานับ 10 ชิ้นเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อน และฮั่นบอกว่า ถ้านึกถึงสินค้าทำมือของเกาหลีใต้ ก็ต้องเจ้าหอยมุกแกะสลักนี่แหละ

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

‘เรียบง่าย คุ้มค่า เขียนสบาย แพ็กเกจจิงสวย’ ฮั่นนิยามดินสอตราม้ากล่องเหลืองอ๋อยที่นักเรียนไทยคุ้นตา และนี่เป็นเครื่องเขียนไทยชิ้นแรกที่เธอสะสม ฮั่นชอบดินสอมากกว่าปากกา เพราะเธอเป็นดีไซเนอร์ ดรออิ้งด้วยดินสอลบง่ายกว่า และเธอมักซื้อดินสอตราม้าไปฝากเพื่อนเกาหลี คนที่นั่นชอบมาก มีครั้งหนึ่งเธอซื้อดินสอตราม้าเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่สนามบินเห็นความผิดปกติจากเครื่องเอกซเรย์ เลยขอตรวจสอบอย่างละเอียด (ฮา) 

นอกจากดินสอแบรนด์ไทย ฮั่นก็สะสมแบรนด์ต่างประเทศด้วย อย่างกล่องสีเหลืองตรงนั้น เป็นดินสอวินเทจจากประเทศเยอรมนี เธอซื้อมาจาก Flea Market เดนมาร์ก

เธอซื้อมา 2 กล่อง กล่องหนึ่งใช้ กล่องหนึ่งเก็บ และดินสอทุกกล่อง ฮั่นใส่ซองกันชื้นไว้ด้วยเสมอ เพราะประเทศไทยฝนตกทีอากาศชื้น ป้องกันดินสอและไส้ดินสอแตก-หัก-เปราะ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือปากกาแก้วพร้อมน้ำหมึกจากประเทศญี่ปุ่น ฮั่นว่าการเขียนเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดและงานหนัก เธอจะเขียนครั้งละ 1 – 2 ชั่วโมง เธอชอบความหมายของเพลง วาฬเกยตื้น เลยค้นหาเนื้อเพลงภาษาไทยแล้วเขียนตาม เป็นกิจกรรมบำบัด แถมเรียนภาษาไทยไปด้วยในตัว

“ถ้าเหนื่อย บางคนไปกิน บางคนไปดูหนัง บางคนไปออกกำลังกาย แต่ฮั่นเขียน

“ฮั่นเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลี เขียนแล้วสบายใจดีค่ะ” เธอว่าอย่างนั้น

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือแรร์ไอเทมจากร้านนานมี สาขาเจริญกรุง 

“ฮั่นชอบยี่ห้อตราม้ามาก ๆ ค่ะ เจ้าของร้านบอกว่า นี่เป็นกล่องสุดท้ายของร้าน มีอายุ 40 ปีกว่า ๆ เขาเลยลดราคาให้ด้วย จาก 800 เหลือ 500 บาท ฮั่นชอบไม้ กล่องนี้น้ำหนักเบา เก็บของได้เยอะ แบ่งช่องได้ด้วย เวลาฮั่นไปต่างจังหวัด ก็จะเอาเครื่องเขียนใส่กล่องนี้ไปด้วย หิ้วไปเลย”

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ฮั่นสะสม Marking Tape เธอมีหลายลวดลายจากหลากประเทศ ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ลายผัดไทย ซื้อจากมิวเซียมสยาม เป็นผลิตภัณฑ์ของศิลปินไทย จริง ๆ มีลายข้าวเหนียวมะม่วงด้วย เธอชอบมาก ใช้หมดใน 2 สัปดาห์

“อยากซื้ออีกค่ะ แต่ไม่มีแล้ว เสียใจมาก ๆ เพราะฮั่นชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง” – เธอเล่าเสียงเศร้า

ลายที่เธอหยิบมาอวดมีทั้งยันต์ไทย น้องมะม่วง แพ็กแมน ฯลฯ เธอบอกว่าใช้มาร์กกิงเทปคู่กับการจดบันทึกแล้วสนุกดี หน้าสมุดดูน่ารักขึ้น และบอกอารมณ์ความรู้สึกของวันนั้น ๆ ได้ด้วย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

อุปกรณ์เขียน Round Hand รวมหัวปากกา 10 หัว ในกล่องไม้ เป็นรุ่นเฉลิมฉลองจากแบรนด์ Manuscript ประเทศอังกฤษ ฮั่นได้มากจากร้านเครื่องเขียนในประเทศเกาหลี เธอบอกว่าชอบหยิบมาเขียน Calligraphy 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

แท่นวางปากกาจากร้าน Blackheart Pencil ประเทศเกาหลี เธอบอกว่าเจ้าของร้านมอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งเราชวนฮั่นเป็นล่ามเกาหลีแปลไทย มาร่วมวงสนทนาสัมภาษณ์เจ้าของ Blackheart Pencil (กดอ่านได้นะ) ความพิเศษของ Blackheart Pencil คือ ร้านเครื่องเขียนที่ขายเฉพาะดินสอ โดยการคัดสรรดินสอวินเทจจากรอบโลก และผลิตดินสอแท่งจิ๋วของตัวเองด้วย ที่สำคัญ 2 เพื่อนซี้ที่เป็นเจ้าของร้านก็เนิร์ดเรื่องดินสอสุด ๆ ไม่ว่าหยิบแท่งไหนขึ้นมา เธอทั้งสองก็บรรยายประวัติศาสตร์ฉบับย่อส่วนและความดีงามของมันได้คล่องปร๋อ 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

ฮั่นเปิดกรุปากกาแบรนด์ Kaweco จากเยอรมนี ให้เราชม เธอมีหลายด้าม หลายสี ฮั่นบอกว่านี่คือสิ่งที่เธอพกทุกวัน การเลือกสีปากกาติดตัวออกจากบ้านขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่มีเหตุผลตายตัว

ส่วนซองหนังทำมือใส่ปากกา Kaweco เป็นแบรนด์จากประเทศตรุกี ชื่อ Galen Leather Co. ก่อตั้งในอิสตันบูล แบรนด์นี้น่าสนใจตรงที่หญิงสาวผู้ก่อตั้งป่วยเป็นโรคมะเร็งศีรษะและคอ (ชนิดหายาก) ผลพวงของโรคและการรักษาทำให้เธอพูดไม่ได้ราว 1 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสุดยอดเซลล์อย่างเธอ ทำให้เธอมองหาอาชีพใหม่ที่ทำงานโดยไม่ต้องพูด เธอเล็งหาช่างฝีมือและงานหนังเพื่อผลิตสินค้าของตัวเอง งานนี้เธอพูดคุยกับลูกค้าผ่านอีเมล จนตั้งแบรนด์ในปี 2012 แบรนด์ Galen Leather Co. ได้รับการตอบรับดีมาก ขยายกิจการ และผลิตสินค้าเอง ด้วยการเรียนรู้การทำเครื่องหนังกับปรมาจารย์ในพื้นที่ ท้ายที่สุด หญิงแกร่งเจ้าของแบรนด์ก็เสียชีวิตอย่างสงบในปี 2019 แต่แบรนด์เครื่องหนังทำมือยังเดินหน้าส่งต่อความตั้งใจของเธอโดยสามีและน้องชาย

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

การเขียนเป็นงานอดิเรกที่ฮั่นชอบ แล้วจะขาดสมุดไปได้อย่างไร เหล่านี้คือโฉมหน้าสมุดบันทึกของฮั่น เธอถูกใจสมุดจาก Zequenz เป็นพิเศษ นี่คือสมุดทำมือแบรนด์ไทย เปิดกางสมุดได้ 360 องศา

ฮั่นบอกว่าเธอพกสมุดแบรนด์นี้ไปด้วยทุกที่ เพราะขนาดกะทัดรัด สีสวย กระดาษดี เขียนลื่น และเธอยังชอบห่อเป็นของขวัญไปฝากเพื่อนชาวเกาหลีหลายสิบเล่ม ยังมีสมุดบันทึกจากเกาหลี ญี่ปุ่น (แบรนด์ MIDORI) ที่เธอหยิบมาอวดโฉม และสมุดเย็บมือ ที่ฮั่นไปเรียนเย็บสมุดกับ ดิบดี สตูดิโอ ถึง 3 วัน และเย็บสมุดรวม 10 เล่ม

เหตุที่เธอมีสมุดบันทึกหลายเล่ม เพราะชอบบันทึก ยิ่งบันทึกเยอะ ยิ่งหมดไว เลยจำเป็นต้องซื้อบ่อย 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

นี่คือสิ่งที่สนุกที่สุด ทันทีที่เราเห็นเธอหอบบรรดาเครื่องเขียนมาวางบนโต๊ะ สติกเกอร์โคตรไทยทำตาเราเป็นประกาย ฮั่นเริ่มต้นจากสะสมสติกเกอร์อักษรไทยก่อน ตามมาด้วยตัวเลขไทย แล้วขยับเป็นสติกเกอร์หลากหลายแบบ มาจากทุกสารทิศทั่วไทย ทั้งสติกเกอร์งานอีเวนต์ สติกเกอร์ผัดไทยทิพย์สมัย สติกเกอร์จุฬา ฯลฯ 

ฮั่นชอบสติกเกอร์เด็กใส่ชุดไทยยกมือสวัสดีที่สุด เธอได้มาจากรถขายสติกเกอร์ 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
ฮั่นไม่เคยคิดถึงวันที่โลกใบนี้ไม่มีเครื่องเขียน เครื่องเขียนคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load