เมิร์ฟ-นพ.วีรุตม์ ชโยภาสกุล เป็นเพื่อนกับเรามาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เขาจะหยิบสมุดออกมาวาดภาพ และทุกเย็นจะแวะไปที่ร้านหนังสือการ์ตูนหน้าโรงเรียน เป็นอย่างนี้ตลอด 6 ปีของชีวิตในโรงเรียนมัธยม และเชื่อว่าปัจจุบันที่ทุกคนเรียกเขาว่า ‘หมอเมิร์ฟ’ แล้ว เขาก็ยังหาเวลาวาดรูปและไปร้านหนังสือการ์ตูนอยู่

แต่ที่ไม่รู้ในตอนนั้น คือทุกเย็นที่เมิร์ฟกลับบ้าน เขาจะกลับไปเจอกับ คุณแม่ตุ๊ก-ชัญญา ชโยภาสกุล คุณแม่สุดเปรี้ยวที่เป็นแฟนคลับตัวยงของ BNK48 และเจนนี่ BLACKPINK และ มด-กิตติภณ ชโยภาสกุล พี่ชายผู้หลงใหลในการ์ตูนญี่ปุ่นเหมือนกันกับเขา 

3 แม่ลูก นักสะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

ที่จริงความชอบของเขาเริ่มมาจากแม่ตุ๊กที่ไปเดินห้างไดมารูกับอากงทุกเสาร์อาทิตย์ในวัยเด็ก สั่งสมให้ชอบของเล่นญี่ปุ่นมาตั้งแต่จำความได้ เมิร์ฟและมดจึงรู้จักการ์ตูนที่เพื่อนรุ่นเดียวกันไม่เคยได้ยินชื่อ และการสะสมของเล่นการ์ตูนญี่ปุ่นของพวกเขาทั้งสามจึงมีหลากหลาย มีทั้งการ์ตูนใหม่และการ์ตูนเก่า 

ห้องนอนของลูกชายครึ่งหนึ่งถูกแบ่งไว้สำหรับเก็บของเล่น ชั้นในห้องรับแขกเรียงรายไปด้วยหุ่นสังกะสีร่วมหลายสิบของคุณแม่ ชั้นบนสุดเป็นห้องเก็บหนังสือการ์ตูนที่สะสมมาหลายสิบปี ห้องเล่นเกมก็เต็มไปด้วยของเล่นและของสะสม และอีกมากมายที่กระจายอยู่ในแต่ละมุมของบ้าน

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

การสะสมจึงเป็นกิจกรรมที่แม่และลูกชายทำร่วมกัน เป็นบทสนทนาที่จะอยู่ในสายโทรศัพท์และบนโต๊ะอาหารเสมอ และน่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ พวกเขาเริ่มหยิบของเล่นชิ้นโปรดมาเล่าเรื่องราวให้ฟังทีละตัว 

ใช่-ทุกตัวมีเรื่องเล่า 

เราเลยพูดติดตลก “นี่ถ้าแอบหยิบกลับไปด้วยสักตัวจะรู้ไหม” 

เมิร์ฟมองตาเขียวก่อนตอบว่า “สักพัก…”

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

Made in Japan

ลองจิตนาการว่า คุณเป็นเด็กหญิงหน้าหมวยที่เติบโตมาในตรอกบางลำพูอย่างคุณแม่ตุ๊ก ซึ่งสมัยนั้นเป็นชุมชนมุสลิมเสียส่วนใหญ่ ทุกครั้งที่มีคนถามว่าเป็นลูกครึ่งหรือเปล่า คุณจะตอบเขาว่าอะไร

“แม่ตอบว่าใช่ตลอด” เธอบอกด้วยเสียงหัวเราะพร้อมระลึกถึงความหลัง “เราอยากเป็นคนญี่ปุ่น แล้วตอนเด็กเราหน้าหมวย ขาวๆ ตัวเล็กๆ ก็เลยเนียนๆ”

ความใกล้ชิดของคุณแม่ตุ๊กกับประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้นคือการนอนดูการ์ตูนช่อง 4 บางขุนพรหม และไปห้างไดมารูบนถนนราชดำริกับพ่อหรืออากงของมดและเมิร์ฟทุกสุดสัปดาห์ ไปกินเกี๊ยวซ่า เดินดูของเล่น ได้เห็นความน่ารัก ความใส่ใจในรายละเอียดของคนญี่ปุ่น เห็นความชัดเจนของคาแรกเตอร์การ์ตูนต่างๆ ทำให้ ด.ญ.ชัญญา กลายเป็นคนนำเทรนด์ของน่ารักประจำชั้นเรียนไปโดยปริยาย

“สมัยนั้นคือ Sanrio แม่ใช้ตั้งแต่ห้างเซ็นทรัลยังไม่ได้เป็นตัวแทนขาย มีหลายอย่างทั้งดินสอ แฟ้มพลาสติก แม่เป็นคนแรกๆ ที่ถือในโรงเรียน มันฝังใจเรามาตลอดว่าของ Made in Japan จะคุณภาพดี พอเริ่มมี Made in China มาแม่เลยหยุดซื้อ เพราะรู้สึกว่าถ้าขายในราคาญี่ปุ่น มันต้องคุณภาพญี่ปุ่นด้วยสิ แต่ก็ยังไม่ได้เก็บสะสมอย่างจริงจัง หยุดความฝันไว้แค่นั้น”

ความชอบในญี่ปุ่นของคุณแม่ตุ๊กส่งต่อมาให้ลูกชายทั้งสอง ทั้งมดและเมิร์ฟกลายเป็นคนชอบการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก คล้ายๆ กับพวกเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสานฝันวัยเด็กให้คุณแม่ จนเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน การสะสมของเล่นญี่ปุ่นอย่างจริงจังได้เริ่มขึ้น

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

ได้หนึ่ง ต้องมีสอง

“กู ต้อง ไป ญี่ปุ่น ให้ ได้!” 

คุณแม่ตุ๊กบอกตัวเองอย่างนั้นมาตลอดตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ เวลาผ่านไปนานเกือบ 50 ปี เธอและครอบครัวได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นพร้อมหน้าครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน ประเทศที่ทำให้ทุกคนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

“มันดึงความเป็นเด็กในตัวเราออกมา ได้ไปร้าน Mandarake สถานี Nakano ไปเดินหาของเล่น แล้วก็ได้เจอ Tin Toy หรือของเล่นสังกะสีที่ไขลานได้ ตอนแรกมดกับเมิร์ฟเดินเข้าไปก่อน แม่เดินตามเข้าไป พอเห็นราคา ไอ้สองหนุ่มนี่ถอยออกมาเลย แต่แม่ยังยืนดูอยู่ เพราะตัวการ์ตูนตรงนั้นมันผ่านมาในชีวิตเราทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่ดูทีวีช่อง 4 บางขุนพรหมกับอากง เราโตมากับการ์ตูนพวกนี้ ตอนนั้นบอกตัวเองว่า รอก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักสะสมอย่างจริงจัง

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

ก่อนหน้านี้ ของเล่นสำหรับแม่ลูกบ้านชโยภาสกุลมีไว้เล่น ซื้อมากลับถึงบ้านก็ฉีกกล่องทิ้งแล้วหยิบออกมาเล่นทันที จนวันที่ได้เจอร้านพี่เหน่งแถวคลองถม ซึ่งมีหุ่นสังกะสีขายพอดี มดเล่าให้ฟังพร้อมหยิบหุ่นสังกะสี Eightman Billiken ที่มีโน้ตเขียนไว้ในกล่องว่า ‘ตัวแรกที่ซื้อครับ​’ 

พอมีหนึ่งก็ต้องมีสอง เหมือนที่ใครๆ ก็พูดไว้ไม่มีผิด จาก Tin Toy ของบริษัท Billiken ตัวแรก กลายเป็นวางเรียงเต็มชั้นและมีครบทุกตัว มดเล่าให้ฟังต่อว่า “หลังจากนั้นแม่ก็หาข้อมูล ส่องอย่างเดียว บางอาทิตย์ซื้อเกือบจะทุกวันเลย อย่างในเฟซบุ๊กเราเห็นคนมาลงขาย เราก็เตรียมพิมพ์จอง ปรากฏเลื่อนไปดูเป็นชื่อคุณแม่จองก่อนแล้ว หรือบางทีสี่ห้าทุ่มก็โทรหากันว่ามีคนนี้คนนั้นลงขายนะ ช่วยกันเก็บ ชิ้นไหนแพงหน่อยก็หารสาม” 

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

ชั้นไม้ที่ออกแบบให้พอดีกับผนังในห้องนั่งเล่นของบ้านนี้เต็มไปด้วย Tin Toy วางพร้อมกล่องอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งคุณแม่ตุ๊กเล่าเขินๆ ว่า จริงๆ ตอนรีโนเวตบ้านตั้งใจจะทำชั้นหนังสือ

เลือดนักสะสม

ความชอบในของญี่ปุ่นของคุณแม่ตุ๊กส่งต่อถึงลูกชายทั้งสองโดยอัตโนมัติแบบไม่ต้องพยายาม ทุกครั้งเวลาซื้อของ เธอจะสอนเสมอว่า ถ้าราคาของจะแพงขึ้นสักหน่อย แต่ใช้ได้นานขึ้น อยู่กับเราได้นานขึ้น นั่นคือราคาที่เราจ่ายเพิ่ม เธอสอนให้ลูกค่อยๆ เลือกและพิจารณาเวลาจะทำอะไรก็ตามแต่ ตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอรู้ว่าความชอบของคนอาจเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ถ้าอยากได้อะไรจริงๆ ให้กลับมาตั้งหลักและถามตัวเองดีๆ ก่อน หรือบางตัวการ์ตูนที่เพื่อนรุ่นเดียวกันไม่รู้จัก มดกับเมิร์ฟจะรู้จักเพราะแม่ตุ๊กเคยเล่าให้พวกเขาฟัง

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู
3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

“พอเราได้เล่นของหลายๆ แบบ จากแหล่งผลิตหลายๆ ประเภท เราก็ได้เห็นว่าคุณภาพมันต่างกันจริงๆ อาจจะเล็กน้อยในเรื่องของรายละเอียดแต่มันดูออก แม่ทำให้เรากับพี่มดรู้จักคาแรกเตอร์มากขึ้น นอกจากการ์ตูนใน ช่อง 9 การ์ตูน ที่รุ่นเราดูกัน เรารู้จักการ์ตูนมากกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน อย่างตอนเราเด็ก เพื่อนจะดู ดราก้อนบอล โปเกมอน เซเลอร์มูน แต่เรารู้จัก Atom Golda หรือการ์ตูนยุคเก่าๆ ที่เป็นการ์ตูนรุ่นคุณแม่ โลกการ์ตูนเราเลยจะกว้างกว่าเพื่อนนิดหนึ่ง” 

เลือดนักสะสมเองก็ส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่น เมิร์ฟสะสมหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นตั้งแต่เรียนชั้นประถม สมัยที่หนังสือการ์ตูนยังเล่มละ 35 บาท

“แต่เราได้เงินวันละห้าสิบบาทเองมั้ง ต้องอดข้าว วันไหนการ์ตูนออกใหม่สองเล่มคือตายไปเลย” 

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

ที่สุดของที่สุด

ทั้งสามพาเดินทัวร์ในบ้านที่มีของเล่นซ่อนไว้ในทุกห้อง ทุกมุม มีตู้โชว์เป็นคอลเลกชัน ห่อขนมลายการ์ตูนที่ไม่รู้ขนมข้างในหมดอายุไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มีตู้เกมญี่ปุ่นที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ หนังสือการ์ตูนครบเซ็ตหลายเรื่องที่วางบนชั้นไม่พอ แล้วแต่ละคนก็เริ่มเล่าเรื่องของเล่นชิ้นที่ประทับใจซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำและเหตุการณ์ในชีวิตให้เราฟัง

01 ได้มายากที่สุด – Space Boy Soran ค่าย Billiken Tin Toy ค.ศ. 1997

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

แม่ : แม่ใช้เวลารอมาห้าปี หายากมาก ตัวอื่นมาก่อนหมดเลย เหลือตัวนี้ตัวสุดท้าย มันเป็นสี่เทพ ได้มาสามเทพแล้วเวลาไล่ๆ กันมา แต่ตัวนี้คือตัวสุดท้าย งานอาร์ตที่หน้ากล่องก็สวยมาก พอได้มาปุ๊บ เราโพสต์ลงเฟซบุ๊กเลยว่า ‘ปิดจ๊อบ’

02 ของขวัญที่ให้กำลังใจที่สุด – Robocon ค่าย Bandai ค.ศ. 1999

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

มด : คุณแม่ให้คุณน้าไปซื้อของเล่นชิ้นนี้ที่ร้านแถวเจริญกรุงตอนผมผ่าท้องกระเพาะรั่ว ให้เพื่ออะไรไม่รู้ รู้แต่หายป่วยเลย ตอนนั้น ค.ศ. 1999 เป็นปีที่ของเล่นชิ้นนี้ออกพอดี

03 ถูกที่สุด – โงกุน ปลาย ค.ศ. 1980 ต้น ค.ศ. 1990 (ไม่มีข้อมูลผู้ผลิต)

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

แม่ : ตัวนี้ซื้อมาจากห้าง ATM แถวพาหุรัด ได้มาตอนเขาเปิดขายโละทุกอย่าง ของเล่นชิ้นนี้อยู่ในกระบะตัวละสิบบาท Made in Japan ด้วย แม่ซื้อมาตอนอายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด สามสิบปีมาแล้วก็ยังอยู่ดี ถ้าถอดเสื้อมีกระเจี๊ยวด้วยนะ (หัวเราะ) ทุกวันนี้กลายเป็นของหายากไปแล้ว 

04 น่ารักที่สุด – Atom ค่าย Denboku ค.ศ. 2017

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

เมิร์ฟ : เราชอบ Atom อยู่แล้ว พอเห็นก็ชอบเลยตั้งแต่เด็ก แต่รู้สึกว่า Atom ของบริษัทนี้ รุ่นนี้ ด้วยหน้า ด้วยคาแรกเตอร์แบบนี้ เขาดึงความเป็นตัวละครออกมาได้ดีและสมบูรณ์สุด จริงๆ อะไรที่เป็น Atom เราก็ชอบหมดแหละ แต่รู้สึกว่าตัวนี้น่ารักที่สุด 

05 ของเล่นในความทรงจำที่หล่อที่สุด – Golda ค่าย Billiken Tin Toy ค.ศ. 1997

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

แม่ : ตัวนี้เป็นความทรงจำของแม่ในวัยเด็ก เพราะนอนดูการ์ตูนเรื่อง หุ่นอภินิหาร กับคุณพ่อทุกวันเสาร์อาทิตย์ พอเจอตัวนี้ดีใจมาก พ่อรูปหล่อของฉัน แต่ที่เสียใจมากคือมันจะมี Golda ของอีกบริษัทหนึ่ง ตัวใหญ่ สวย ตอนพี่เหน่งมีขายแม่ลังเล เอาดีไม่เอาดี จนคนขายเสียชีวิต ก็เลยเสียดายมาจนทุกวันนี้

06 มีคุณค่าที่สุด – Ultraman Kid ค่าย Tommy Mad in Japan (ไม่พบปีที่ผลิต แต่น่าจะช่วง ค.ศ. 1992 – 1995)

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

เมิร์ฟ : อันนี้แม่ซื้อให้ตอนยังไม่เข้าโรงเรียนเลย ช่วงนั้นที่บ้านลำบาก วันอาทิตย์แม่จะพานั่งรถเมล์ไปเดินเล่นที่ห้างฯ แล้ววันนั้นแม่ซื้อของเล่นนี้ให้เรากับพี่มดคนละกล่อง พอมันเป็นช่วงลำบาก ของเล่นที่ได้มาแต่ละชิ้นเลยมีคุณค่า เพราะได้ไม่บ่อย มีหลายอย่างที่ตอนเด็กซื้อไม่ได้ก็มาหาเอาตอนโต 

07 ประทับใจที่สุด – Dragon Ball ค่าย Yutaka ค.ศ. 1991

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

มด : ตอนผมเด็กมากที่บ้านอยู่แฟลต แล้วห้องตรงข้ามเป็นคุณปู่นักหนังสือพิมพ์จีนคนหนึ่ง เขาพาผมไปหาของเล่นชุดนี้ตามห้างต่างๆ อย่างเมอร์รี่คิงวังบูรพา แล้วแกก็ซื้อให้ ทั้งๆ เป็นแค่เพื่อนบ้านห้องตรงข้ามกันแค่นั้นเอง สามตัวนี้ผมมาหาซื้อใหม่ตอนโตแล้ว อยากเก็บไว้ ส่วนตัวที่คุณปู่ซื้อให้ที่ผมเล่นตอนเด็กก็ยังอยู่บนห้อง 

08 ของเล่นชิ้นสุดท้ายที่จะขาย – ไม่มี

มด : โจทย์ยาก ถ้าจะต้องขาย ผมหางานทำเพิ่มดีกว่า

เมิร์ฟ : เคยคุยกันเหมือนกันว่าถ้าไม่มีกินแล้วต้องขายจะทำยังไง ก็คือยอมตายไปเลย ถ้าต้องอยู่แบบใจสลายไม่อยู่ดีกว่า (หัวเราะ)

อย่าให้ของเล่นมาเล่นเรา

ไม่ว่าจะหยิบจับตัวไหนในบ้าน ไม่คุณแม่ตุ๊ก มด หรือเมิร์ฟ จะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับของเล่นชิ้นนั้นเสมอ เรื่องสนุกบ้าง เรื่องดราม่าบ้าง เรื่องประทับใจบ้าง สิ่งที่ทำให้ทั้งสามเป็นนักสะสมจึงไม่ใช่จำนวนของเล่นทั้งหมดที่มี 

“แม่จะสอนว่าอย่าไปแข่งกับใคร” มดเล่า “เราก็เคยมีช่วงนั้น เธอมี ฉันมี นักสะสมทุกวงการจะเป็นเหมือนโรคจิต มีหนึ่งไม่พอ ต้องมีสอง มีสาม มีสี่ แต่แม่จะบอกเสมอ มันก็แค่ของเล่น บางคนจะเป็นจะตาย จับไม่ได้ แตะไม่ได้ ต้องอย่าลืมว่าเขาสร้างมาให้เราสนุกกับมัน

“เราเก็บของเล่น เราเล่นของเล่น อย่าให้ของเล่นมาเล่นเรา สมมติถ้ามีของเล่นชิ้นหนึ่ง แพงมาก เราอยากได้จนต้องไปหยิบยืมเงินมาซื้อ นั่นแปลว่าของเล่นเริ่มจะเล่นเราแล้ว ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น ‘ของเล่น’ อย่างหุ่นสังกะสีบนชั้นนี่ ถ้ามีเด็กมาหยิบเล่นแม่คง ‘ผัวะ’ เข้าให้… 

“พูดเล่นๆ เล่นได้ แต่เบาๆ หน่อย” คุณแม่ตุ๊กหันไปหัวเราะกับลูกชาย 

ของเล่นของบ้านนี้เป็นมากกว่างานอดิเรก มากกว่าของสะสม มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสามแม่ลูกเข้าไว้ด้วยกันอยู่ ทำให้ได้คุยกันมากขึ้น แม้วันนี้มดจะยุ่งกับการทำธุรกิจของตัวเอง และเมิร์ฟต้องเข้าเวรที่โรงพยาบาลจนแทบไม่มีเวลากลับบ้าน 

“อย่างไปเที่ยวญี่ปุ่น บางครอบครัวอาจจะไปดูธรรมชาติ หรือถ้าไปซื้อของก็อาจจะแยกกันเดิน เพราะไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน แต่บ้านเราคือตรงกันหมด คุณพ่ออาจจะไม่ได้อินมากแต่เขาก็สนุกเวลาไปด้วยกัน ล่าสุดที่ไป เราตัดที่เที่ยวธรรมชาติออกหมดเลย แล้วไปอากิฮาบาระอย่างเดียว แม่เป็นมือหนีบตุ๊กตาด้วย” เมิร์ฟทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

“คนอื่นๆ อาจจะเพื่อนแท็กไปดูของกิน แต่เรากับแม่แท็กกันให้ไปดูของเล่น”

3 แม่ลูก สะสมของเล่นญี่ปุ่น หุ่นสังกะสี จนถึงตู้เกม สานฝันวัยเด็กของแม่ที่ห้างไดมารู

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load