หลังจากอยู่ที่ญี่ปุ่นมาหลายปี อดคิดไม่ได้ว่าสตรอว์เบอร์รี่ควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผลไม้ประจำชาติ แม้จะไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่นแต่กำเนิด แต่เฉิดฉายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่นอย่างลงตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Strawberry Shortcake เค้กยอดนิยมตลอดกาลที่มักเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในหลาย ๆ โอกาส เช่น วันเกิด แม้ทั้งสตรอว์เบอร์รี่และเค้กจะมาจากตะวันตก แต่เมนูนุ่มละมุนนี้ถือกำเนิดในญี่ปุ่นนะ! 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รี่ที่รวมทุกรูปแบบของความอร่อยไว้ให้สำรวจ โรงแรมหรูก็มักจะจัดบุฟเฟต์ขนมหวานที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ และเชื่อมั้ยว่ามียูทูบเบอร์สายปลูกสตรอว์เบอร์รี่ด้วย! 

อะไรจะรักและหลงใหลในสตรอว์เบอร์รี่ขนาดนี้ เมื่อถามคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาคนหนึ่งว่า “สำหรับคุณ สตรอว์เบอร์รี่คืออะไร” ก็ได้คำตอบว่า “ผลไม้ที่รับประทานทั่วไปในชีวิตประจำวัน” แต่เมื่อถามนักศึกษาญี่ปุ่นจะได้รับคำตอบว่า ‘ของขวัญ น่ารัก ความพิเศษ’ และเมื่อถามถึงสตรอว์เบอร์รี่ช็อตเค้ก คนญี่ปุ่นมักจะตอบว่า ‘วันเกิด ปาร์ตี้ หรือ คริสต์มาส’

ในเมื่อเป็นผลไม้ที่ดีต่อใจและได้ครอบครองพื้นที่พิเศษในหัวใจคนญี่ปุ่น แน่นอนว่าเกษตรกรผู้มุ่งมั่นและใส่ใจในรายละเอียดยิ่งลุยพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง แม้แต่คนไทยเอง ถ้าพูดถึงสตรอว์เบอร์รี่สุดพรีเมียมรสหวานอร่อย ก็คิดถึงสตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นใช่มั้ยล่ะ

ไปทำความรู้จักกับเจ้าจิ๋วแจ๋วที่กินแล้วแจ่มว้าวกันดีกว่า

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

1. สตรอว์เบอร์รี่ คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร

ปลายยุคเอโดะ หรือในช่วงศตวรรษ 1800 ที่สตรอว์เบอร์รี่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นใหม่ ๆ คนญี่ปุ่นพยายามจะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งในตอนแรกไม่สำเร็จ เนื่องจากภูมิอากาศไม่เหมาะสม ฯลฯ แต่ในที่สุดก็สามารถพัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกในปี 1898 ที่สวนในพระราชวังอิมพีเรียล และถูกกำหนดไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด จึงถือเป็นผลไม้ที่ไฮโซอย่างยิ่ง จนในปี 1919 ได้เริ่มให้ทุกคนปลูกกินได้ทั่วประเทศ หลังจากนั้นความหวานและความสดใสของสตรอว์เบอร์รี่ก็ค่อย ๆ เฉิดฉาย  

บริษัท Kagome ทำสำรวจพบว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุ 3 – 6 ขวบ ชอบสตรอว์เบอร์รี่มากที่สุดในหมวดผลไม้ สำหรับผลการสำรวจกับชาวญี่ปุ่นถึงผลไม้สุดป๊อป สตรอว์เบอร์รี่ก็ยังคงคว้าอันดับ 1 อยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจมหาชนทุกยุคสมัยจริง ๆ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

2. จาก 1 ถึง 300 ความอร่อยหลากหลายสายพันธุ์

เกริ่นไปแล้วว่าคนญี่ปุ่นมีความผูกพันกับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่พัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นสำเร็จเป็นครั้งแรก ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จนปัจจุบันมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ว่ากันว่าเยอะเกินกว่าครึ่งนึงของสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่มีในโลกเลยทีเดียว 

สตรอว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ทั่วประเทศ ในแต่ละท้องถิ่นต่างก็มุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพดีขึ้นออกมาเรื่อย ๆ เพราะรู้ว่านี่คือผลไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชาวญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยสร้างแบรนด์และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้น ๆ จึงเกิดการแข่งขันกันพัฒนาสายพันธุ์ 

3. ความพิเศษของ Koi Minori และ Yubeni

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าเริ่มกลุ้มใจว่าจะเลือกยังไงดี มีตั้ง 300 สายพันธุ์ เราขอเลือกมาแนะนำ 2 ชนิด ได้แก่ Koi Minori และ Yubeni

Koi Minori ชาติกำเนิดนั้นไม่ธรรมดา เป็นผลงานของ Kyushu Okinawa Agricultural Research Center ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ National Agriculture and Food Research Organization ผู้ทำหน้าที่ค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับผักผลไม้และอาหารของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว น้องถือเป็นดาวเด่นของญี่ปุ่นที่ไปส่องประกายในต่างประเทศ โดดเด่นด้วยผลใหญ่ รสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมที่ชวนให้สดชื่น ที่สำคัญเนื้อไม่ช้ำง่าย ขนส่งไปต่างประเทศก็เก็บไว้ได้นาน เลยนำความอร่อยแบบญี่ปุ่นส่งถึงชาวต่างชาติได้อย่างสมบูรณ์

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Koi Minori 

Yubeni ความอร่อยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดคุมาโมโตะในปี 2015 ซึ่งเลข 15 อ่านว่าอิจิโกะ พ้องกับคำว่าสตรอว์เบอร์รี่ในภาษาญี่ปุ่นพอดี เชื่อได้เลยว่าน้อง Yubeni เกิดมาเพื่อเป็นสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อย จุดเด่นอยู่ที่ผลใหญ่ทรงสวยสมส่วน สีแดงสด กลิ่นหอมชัด รสเปรี้ยวหวานผสมผสานกันอย่างลงตัว สมแล้วที่ใช้เวลาค้นคว้าถึง 10 ปี

จะให้ดี ไม่ต้องเลือก ลองชิมทั้งสองพันธุ์นั่นแหละ ทั้งสนุกและอร่อย

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Yubeni

4. เฉลยความลับของสตรอว์เบอร์รี่หลากสี

สตรอว์เบอร์รี่ที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่เป็นสีแดง แต่จริง ๆ แล้วที่ญี่ปุ่นสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่สีอื่นได้ด้วย เช่น สีขาวและสีดำ (แดงคล้ำ) สงสัยกันมั้ยว่า สีของสตรอว์เบอร์รี่มาจากอะไร มีผลต่อรสชาติหรือไม่

จริง ๆ แล้วสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่เป็นผลมาจาก Anthocyanin ซึ่งเป็นกลุ่มสารสีที่ทำให้ดอกไม้และพืชผักมีสีออกม่วงหรือแดง ดังนั้น สตรอว์เบอร์รี่สีขาวก็คือสตรอว์เบอร์รี่ที่มีปริมาณ Anthocyanin น้อยมาก ส่วนสีชมพูมีปริมาณ Anthocyanin ขึ้นมาอีกระดับ และเมื่อปริมาณ Anthocyanin สูงมากพอ เราจะได้สตรอว์เบอร์รี่สีดำ (แดงก่ำ) ด้วยนะ การปลูกและดูแลน้อง ๆ สีพิเศษเหล่านี้ละเอียดอ่อนและต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเลยทำให้ปลูกยากกว่าพันธุ์สีแดงทั่วไป 

สีไม่เหมือนกัน แล้วความหวานต่างกันมั้ย ?

คำตอบคือ ไม่ ปริมาณ Anthocyanin ในสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้กำหนดความหวานเลย พันธุ์สีขาวที่แพงไม่ได้แปลว่าหวานกว่าแต่อย่างใด เลือกเอาสีที่ชอบที่ใช่ได้เลย 

แต่อย่าเผลอเลือกสตรอว์เบอร์รี่สีอ่อน ๆ ตอนซื้อสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์สีแดงนะ เพราะถ้าเลือกกินพันธุ์สีแดง ก็ต้องเลือกลูกที่แดงสดเพื่อความหวานอร่อยสูงสุด 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

5. การปลูกสตรอว์เบอร์รี่ในญี่ปุ่น 99.99 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นในเรือนเพาะปลูก

สังเกตมั้ยว่า เวลาเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ญี่ปุ่น มักอยู่ในโรงเพาะปลูกที่มีผ้าใบคลุมมิดชิด ไม่ใช่ว่าการปลูกตามไร่ในพื้นที่กลางแจ้งไม่ดี แต่เกษตรกรญี่ปุ่นจริงจังเรื่องคุณภาพมาก จึงให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การให้น้ำ ถ้าปลูกกลางแจ้งจะต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักซึ่งควบคุมยาก 

ส่วนขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ ตอนเตรียมต้นเบบี๋ในกระถางก่อนนำไปปลูกลงดิน (苗作り) นี่คือพาร์ตที่ท้าทายสกิลล์ของเกษตรกรที่สุด เพราะสภาพแวดล้อมตอนอยู่ในกระถางปลูก วิธีให้น้ำ อุณหภูมิ การย้ายไปปลูกต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดเลยว่าจะเก็บเกี่ยวได้กี่ครั้ง ดอกไม้จะบานเยอะหรือไม่

เรียกได้ว่าคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้อนอ่อนจิ๋วจนเติบโตเนื้อเต่งสีแดงสวยเลยทีเดียว 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

6. ที่มาแห่งความอร่อยก็คือ…

ไม่ว่าคุณจะชอบสตรอว์เบอร์รี่แบบหวานนำหรือหวานอมเปรี้ยว ความหวานอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของสตรอว์เบอร์รี่ ก็คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก

ความหวานที่ว่านั้นคือความลับของความอร่อยนั่นเอง ในสตรอว์เบอร์รี่มีน้ำตาลถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส เมื่อได้ความหวานตามธรรมชาติทั้ง 3 ชนิดผสมผสานกัน เลยได้รสหวานอร่อยเกินห้ามใจ

เพื่อให้ได้สตรอว์เบอร์รี่ที่ทั้งหวานและนุ่มอร่อย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของสตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่น เหล่าเกษตรกรเลยพิถีพิถันกับแสงแดดและอุณหภูมิเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะกับสตรอว์เบอร์รี่เท่านั้น ปริมาณแสงแดดนั้นมีความสำคัญมากกับผักผลไม้ที่มีสีแบบที่ค่อย ๆ แดงขึ้นเมื่อสุก

7. สมัยก่อนคนญี่ปุ่นไม่นิยมกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ นะ

แม้ตอนนี้การเก็บสตรอว์เบอร์รี่กินจะเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่บางครั้งก็จองคิวยากสุด ๆ โดยเฉพาะพันธุ์ที่ลูกใหญ่หวานฉ่ำ โดนฉกหมดก่อนเพื่อนตลอด เชื่อมั้ยว่าสมัยก่อนคนญี่ปุ่นชอบสตรอว์เบอร์รี่ลูกเล็กและอมเปรี้ยวมากกว่า ซึ่งเทรนด์การกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ เพิ่งมาเปลี่ยนในช่วง 20 ปีมานี้ เลยทำให้ตลาดสตรอว์เบอร์รี่เริ่มบูม และเกิดกระแสกินสตรอว์เบอร์รี่จิ้มนมข้น 

สมัยก่อนลูกเล็กเป็นที่นิยม เพราะจะได้วางเรียงบนเค้กหรือขนมหวานต่าง ๆ สวยงาม และรสอมเปรี้ยวเข้ากันได้ดีกับครีมสด เหมาะทำขนมหวาน 

พอคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เกษตรกรถึงพัฒนาแบบที่กินสดอร่อยกว่าเดิม เป็นลูกใหญ่ ๆ หวานฉ่ำเต็มคำ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

8. แล้วจะเลือกสตรอว์เบอร์รี่ยังไงดีล่ะ

อันดับแรกเลยต้องสีแดงสดเสมอกันทั่วทั้งลูก ถัดมาคือต้องเล็งช่วงด้วย สตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นมีให้กินตั้งแต่พฤศจิกายนถึงพฤษภาคม แต่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดคือผลที่ออกหลังดอกรุ่นสองบาน คือช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

ช่วงเวลาอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อยแล้วแต่พันธุ์ แต่โดยทั่วไปช่วงนี้จะมีโอกาสพีกสุด ยิ่งระยะจากออกดอกไปสู่ออกผลนานเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะสตรอว์เบอร์รี่จะค่อย ๆ โต ดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้รสชาติเข้มข้น ดังนั้น พอเป็นสตรอว์เบอร์รี่ที่เริ่มเติบโตและออกดอกในช่วงหน้าหนาวของเดือนธันวาคม ไปออกผลช่วงมกราคมเลยอร่อยเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า สตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่นในฤดูกาลอื่นก็อร่อยเช่นกันนะ

สุดท้าย วิธีเลือกสตรอว์เบอร์รี่ในซูเปอร์มาร์เกต นอกจากดูสีแดงสด ๆ เราต้องดูความเงาด้วย ถ้าสีแดงสดแต่ดูสีด้าน ๆ มีแนวโน้มว่าไม่น่าจะฟินเท่าน้องแดงเงา

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

9. วิธีกิน!

ส่วนที่หวานที่สุดของสตรอว์เบอร์รี่นั้นอยู่ที่ส่วนปลาย ชาวญี่ปุ่นจึงแนะนำมาว่า ต้องกินจากฝั่งที่ติดใบ ซึ่งอาจเปรี้ยวกว่า จะได้ได้รสหวานแผ่ความอร่อยในตอนจบ ว่ากันว่าถ้าคนเรากินเปรี้ยวก่อนแล้วตามด้วยหวาน จะทำให้รับรสความหวานได้ดีกว่า

10. สตรอว์เบอร์รี่คือผัก!

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เว็บไซต์กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง เขียนคำจำกัดความของไม้ผล ไว้ว่า ‘ไม้ล้มลุกหรือไม้ยืนต้นที่ปลูกมากกว่า 2 ปี และมีผลสำหรับบริโภค’ ซึ่งหากยึดตามคำนิยามนี้แล้ว สตรอว์เบอร์รี่ที่เป็นพืชฤดูเดียว ผลของน้องจึงถูกนับเป็น ‘ผัก’ นั่นเอง

โอ้โห อยู่ ๆ ก็ได้เป็นคนชอบกินผักขึ้นมา แต่ยินดีมาก ถ้าผักจะรสหวานและเนื้อนุ่มอร่อยพรีเมียมขนาดนี้ ไม่ต้องหั่น ไม่ต้องปอกเปลือก ไม่ต้องอบก็อร่อยทันใจ สมแล้วที่ได้เป็นของขวัญที่ดีต่อใจของคนญี่ปุ่น

Japan Fruits Festival ~Seasonal Gift from Japan~ โครงการกรุบกริบที่พาผลไม้พรีเมียมสดใหม่ในแต่ละฤดูกาลจากญี่ปุ่นส่งตรงถึงเมืองไทย จัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำเสนอผลไม้ญี่ปุ่นคุณภาพสูงตามความมุ่งมั่นตั้งใจสไตล์ชาวญี่ปุ่น คัดของเด็ดจากฟาร์มที่เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดในการปลูกอย่างพิถีพิถัน ขนส่งอย่างระมัดระวัง และตั้งใจเลือกมาแต่ของอร่อยที่สุดในแต่ละฤดูกาล ให้คนไทยได้ฟินเหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น ที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่าย ทั้งทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุ้นเคย Big-C, Foodland, Gourmet Market, Lotus’s, Makro, MaxValu, Tops Supermarket และช่องทางออนไลน์ อย่าง CityFresh, Freshliving, Imoji และ Shi-Tori

และตอนนี้มีแคมเปญพิเศษที่น่าจะถูกใจคนรักมันหวาน เพียงร่วมตอบแบบสอบถาม “ส่งต่อความอร่อยของญี่ปุ่น” ตอบแล้วอร่อย! ได้รับแล้วดีใจ! ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ไปจนถึง 31 มกราคม 2565 รับเลย ‘มันหวานญี่ปุ่นแท้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น 1 กิโลกรัม’ มูลค่า 350 บาท (มีจำนวนจำกัด) คลิกตอบแบบสอบถามได้ที่ app.skanhubrewards.com/survey/jff02

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

เดินทางกันไปยังประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าจังหวัดภูเก็ตเพียง 185.6 ตารางกิโลเมตร นั่นคือขนาดของประเทศสิงคโปร์ที่มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 6 ล้านคน ขณะที่ความยิ่งใหญ่ด้านเทคโนโลยีก้าวไปไกลถึงขั้นได้รับการขนานนามว่า Silicon Valley of Asia ในฐานะ Hub of Innovation and Technology

ครั้งนี้ The Cloud ได้รับคำชวนจาก IBM เพื่อมาชมงาน Think Singapore – Businesses in Asia showcase ‘A New Era of Innovation’ with IBM ท่ามกลางบรรยากาศของนวัตกรรมอันก้าวหน้า และมีเป้าหมายร่วมกันคือการพาทุกคนไปสู่ความยั่งยืน

แน่นอนว่าความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แท้จริงแล้ว ทุกคน ทุกองค์กร ทุกสังคม และทุกสิ่ง ต้องการความยั่งยืนในการบริหารจัดการ เพื่อก้าวไปในอนาคตได้อย่างดีและมั่นคงกว่าเก่า

อธิบายแล้วอาจฟังดูน่าเบื่อ เพราะฉะนั้น เราขอนำทุกท่านทัวร์งานพร้อม คุณสุรฤทธิ์ วูวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เพื่อรู้จักกับ 5 นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา รวมถึงตอบคำถามว่า ทำไมความยั่งยืนจึงกลายเป็นเทรนด์ที่ต้องสนใจ

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

01 Envizi – Sustainability Performance Management

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

เราเห็นผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางเข้ามาชมงานนี้ตั้งแต่เช้า มีทั้งสื่อมวลชนและพนักงานของ IBM จากทั่วโลก ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนล่วงหน้าด้วยความสนใจ

บูทแรกที่เราเดินไปถึงคือ Envizi – Sustainability Performance Management เจ้าของบูทชาวฝรั่งเศสอธิบายให้ฟังถึงเทรนด์ความยั่งยืนที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

ปัจจุบันความยั่งยืนคือทางรอดขององค์กรไม่ใช่แค่ทางเลือกว่าจะสนใจหรือไม่ องค์กรทั่วโลกทั้งรัฐและเอกชน ต่างรับแรงกดดันจากหน่วยงานที่กำกับดูแลนักลงทุน และผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ ให้ต้องดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ความยั่งยืนในที่นี้ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งแวดล้อม หรือรับผิดชอบมลพิษที่องค์กรของตนก่อ แต่ยังรวมถึงการดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้พนักงาน นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องพัฒนางานร่วมกันได้บนความเชื่อใจอย่างยืนยาว นอกจากนี้ การพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถและศักยภาพที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขานำความรู้ไปต่อยอดได้ในอนาคต ก็ถือเป็นการพัฒนาคนอย่างยั่งยืนอีกประการ

ผลสำรวจ Global CEO Study ของสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (Institute for Business Value หรือ IBV) ประจำปี 2565 ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ CEO ทั่วโลกมองว่าความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ท้าทาย แต่ต้องให้ความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในอีก 2 ปีข้างหน้า หากองค์กรไหนจัดการเรื่องความยั่งยืนได้ดี ก็จะสะท้อนผ่านภาพลักษณ์องค์กรให้เห็นในอีก 5 ปี

เมื่อทั่วโลกให้ความสำคัญ นักลงทุนคงไม่ยอมควักเงินสนับสนุนบริษัทที่ไม่สนใจความยั่งยืน ตั้งแต่การพัฒนาคน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการดูแลสังคม และแน่นอนว่าผู้บริโภคที่ตรวจสอบไม่ได้แม้กระทั่งกระบวนการผลิตน้ำดื่ม 1 ขวด ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ก็คงไม่อยากซื้อน้ำขวดนั้นจากบริษัทที่ไม่โปร่งใสแน่นอน

Envizi ถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะโปรแกรมที่ทำให้องค์กรมองเห็นข้อมูลมหาศาล เกี่ยวกับการใช้พลังงานทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ เพื่อวิเคราะห์หาจุดที่ต้องพัฒนา ประเมินความเสี่ยง และบริหารจัดการกลยุทธ์อย่างเหมาะสม ก่อนจะไปถึงปลายทาง คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

โดยสรุปแล้ว Envizi เป็น AI ที่บอกสถิติชนิดที่เห็นกันไปเลยว่า ทุกวันนี้องค์กรใช้ไฟฟ้าไปแล้วกี่หน่วย มีคาร์บอนฟุตพรินต์หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกปล่อยออกมาเท่าไหร่ ใช้น้ำไปมากน้อยแค่ไหน สร้างขยะไปกี่กิโลกรัม ทำ CSR ทั้งหมดกี่ครั้ง ตลอดจนเส้นทาง Supply Chain การผลิต การขนส่ง สร้างความเสี่ยงต่อภูมิอากาศอย่างไร รวมถึงติดตามการใช้พลาสติกในบริษัทอีกด้วย

ปัจจุบันมีองค์กรทั่วโลกที่ใช้เทคโนโลยี Envizi เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลหลังบ้านอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft, Uber, Autodesk, S&P Global, Morgan Stanley หรือ Honeywell

02 Crime Scene Investigation Training with Watson Discovery

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

ถือเป็นอีกหนึ่งบูทที่เราต้องเหลียวหลังมองด้วยความอยากรู้อยากลอง เพราะเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนใส่แว่น VR (Virtual Reality) ยื่นมือออกไปข้างหน้า ทำนิ้วเป็นรูปตัว L ขยับไปขยับมา

พวกเขามองเห็นอะไรบางอย่างที่เราไม่เห็น

พอหันไปมองหน้าจอด้านหลังของบูท เราก็รู้ว่าพวกเขากำลังตรวจสอบศพแบบ 3D ที่นอนอยู่บนพื้น! แถมเรายังเหยียบศพนั้นอยู่ด้วย!

กิจกรรมตรงหน้าคือการฝึกตรวจสอบร่องรอยอาชญากรรมในสถานที่จริง (Crime Scene Investigation : CSI) โดยผสมระหว่างเทคโนโลยีเสมือนจริง (Reality Technology) กับแว่น Microsoft HoloLens ฉายภาพสถานที่เกิดเหตุแบบสมจริง ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้ผู้เรียนด้าน CSI ฝึกตามรอยอาชญากรได้ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่แทบไม่ต่างจากการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

สาเหตุที่ทำให้วิธีการนี้ยั่งยืน คือ การฝึกฝนที่ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อน ทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าจะทำลายหลักฐานหรือร่องรอยสำคัญ โดยผู้ฝึกเข้าระบบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ใช้มือหยิบจับอาวุธหรือหลักฐานขึ้นมาตรวจสอบได้ พร้อมเปิดข้อมูลในคลังเพื่อสืบสวนได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงมีฟังก์ชันถ่ายภาพและบันทึกภาพได้ตามอัธยาศัย

ฟีเจอร์สำคัญของโปรแกรม CSI คือการนำ IBM Watson Discovery ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI เข้ามาสืบค้นและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องขึ้นมาอยู่ตรงหน้า ทั้งประวัติอาชญากร เหตุอาชญากรรมในอดีต แพตเทิร์นการก่อเหตุ และการฆาตกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากฐานข้อมูลในองค์กรและเว็บไซต์ทั่วไป เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกรอบด้านที่มีประสิทธิภาพสำหรับเจ้าหน้าที่ฝึกหัดวิเคราะห์เหตุอาชญากรรม

03 Gas Leak Detection with IBM Acoustic Insights

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

มาถึงบูทโปรดที่ดูภายนอกไม่คิดอะไร แต่เมื่อได้ทราบข้อมูลแล้วกลับประทับใจไม่รู้ลืม

เราได้ยินเสียงดัง ฟี่! ลากยาวมาจากที่ไหนสักแห่งในห้องจัดแสดง นั่นคือเสียงก๊าซรั่วจำลอง จากบูท Seeing Sound with AI

ถูกแล้ว เทคโนโลยีตัวนี้ทำให้เรามองเห็นเสียงด้วยตา!

หูของมนุษย์ไม่อาจได้ยินเสียงของทุกอย่าง แค่เทียบกับหูของแมวหรือสุนัขก็เทียบไม่ติดแล้ว ดังนั้นการใช้ IBM Acoustic Insights เข้ามาช่วยจับเสียงที่ผิดปกติ จึงตอบโจทย์การแก้ปัญหาที่มองไม่เห็น อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอให้ก๊าซรั่วเสียงดังกว่าเดิมจนห้ามการลุกลามไม่ได้

AI ดังกล่าวถูกโปรแกรมสั่งให้จดจำเสียงในภาวะปกติ และเริ่มวิเคราะห์แพตเทิร์นเสียงที่ลอยเข้าเซ็นเซอร์รับเสียงว่าผิดปกติหรือไม่ ยกตัวอย่าง หากมีก๊าซรั่วในห้องเครื่อง AI จะทราบทันทีจากการวิเคราะห์เสียงที่ผิดปกติ และเริ่มวิเคราะห์ว่าเสียงดังกล่าวเป็นก๊าซอะไร (เพราะเสียงของก๊าซแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน) และเสียงนั้นมาจากจุดไหน (ท่อไหน) เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขที่ต้นเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

IBM Acoustic Insights เป็นประโยชน์มากในอุตสาหกรรมการผลิต เพราะช่วยให้โรงงานพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ และลดโอกาสการหยุดทำงานหรือลดความล้มเหลวของเครื่องจักรได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดเวลาตรวจสอบการทำงานที่ต้องใช้คน เพราะต้องยอมรับว่า หลายครั้งคุณภาพการตรวจสอบโดยมนุษย์ก็ไม่คงที่ ล่าช้า และต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์สูงตรวจสอบอย่างละเอียด

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก

แน่นอนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อใช้ในโรงงานที่เต็มไปด้วยท่ออย่างเดียวคงน่าเสียดาย AI ตัวนี้จึงถูกนำไปต่อยอดการใช้งานในวงการอื่น เช่น ตรวจจับเสียงไอของไก่ในฟาร์ม หากไก่ป่วย เสียงจะผิดปกติจน AI แจ้งเตือนให้นำไก่ตัวนั้นออกไป ก่อนที่การแพร่ระบาดจะลุกลาม หรือแม้กระทั่งด้านความปลอดภัยบนน่านฟ้า AI ก็จับเสียงโดรนตัวเล็กตัวน้อยที่หูของมนุษย์ไม่ได้ยินได้ด้วย

หากนำเทคโนโลยีอื่นมาทำงานควบคู่กัน จะเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบได้ดียิ่งกว่าเดิม ยกตัวอย่าง การใช้กล้องเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของเสียง ผ่านสีที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์

04 Edge-based Analytics Drive Smarter Operations (Boston Dynamics Spot)

ทัวร์งานนวัตกรรมที่สิงคโปร์ ดูเทรนด์โลกในวันที่ความยั่งยืนคือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพ : IBM

สุดยอดน้องหมาไม่มีขน ไม่ต้องกลัวว่าน้องจะเห่าใส่ เพราะน้องเห่าได้จริง แถมยังพูดกับคุณได้ด้วย!

Boston Dynamics Spot ไม่ใช่เทคโนโลยีหุ่นยนต์สุนัขตัวแรก แต่เป็นอีกหนึ่งหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์ด้านความแข็งแรงและความสู้ ไม่ล้ม ไม่สะดุด เดินขึ้นบันไดได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งจุดนี้พัฒนามาจาก Pain Point ของหุ่นยนต์ตัวก่อน ๆ ที่พ่ายแพ้ต่อโรงงานหรือไซต์งานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน หรือแม้กระทั่งสถานที่แคบ มีพื้นผิวขรุขระก็เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ โดยเฉพาะประเภทที่ใช้ล้อ

Spot เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี AI, IoT (Internet of Things), Edge Computing และ 5G เข้าด้วยกัน พร้อมความสามารถในการวิเคราะห์ เพื่อช่วยตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับมนุษย์ เช่น โรงผลิตไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยสายไฟและท่อน้ำ โรงแยกก๊าซที่มีรูรั่วของท่อ เส้นทางภายในเหมืองก่อนเปิดให้เจ้าหน้าที่ใช้ รวมถึงเขตก่อสร้าง

ภาพ : IBM

ความฉลาดของ Spot ไม่หยุดอยู่แค่การเคลื่อนไหว เพราะเชื่อมต่อกับ Edge Computing พร้อมรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในจุดที่หุ่นยนต์เข้าไปได้ เพื่อประมวลสิ่งที่เห็นหรือได้ยินแบบเรียลไทม์ โดยอาศัย AI วิเคราะห์ภาพและเสียงของ IBM คอยช่วย นอกจากนี้ การเชื่อมต่อกับ 5G ยังทำให้ Spot สื่อสารกับทีมงานที่ไม่ได้อยู่หน้างานได้ทันที

เจ้าของบูทลองเปิดภาพที่มาจากกล้องของ Spot ให้เราชม ซึ่งสถานที่ที่หุ่นยนต์ตัวนี้อยู่คือ สหรัฐอเมริกา!

จากนี้ไป มนุษย์จะมีทางเลือกในการเข้าตรวจสอบสถานที่เสี่ยงภัย ทั้งยังมีผู้ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์และข้อมูลถึงหน้างาน ทำให้การทำงานเป็นไปโดยง่าย รัดกุม และมั่นคง โดย Spot ถูกนำไปใช้จริงแล้วในหลายประเทศ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ที่รัฐบาลใช้หุ่นยนต์สุนัขเดินไปตามสวนสาธารณะ เพื่อสำรวจและแจ้งเตือน (เห่าหรือพูดผ่านระบบ Speak Through ของหุ่นยนต์) เมื่อประชาชนไม่เว้นระยะห่างทางสังคม หรืออยู่ใกล้กันมากกว่า 6 ฟุต

น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้เห็น Spot ตัวจริงทั้งในงานและในสวนสาธารณะของสิงคโปร์ แต่เราเชื่อว่าในอนาคตจะมีหุ่นยนต์รูปแบบต่าง ๆ เดินขวักไขว่ให้เห็นกันทั่วไป

05 Gamified Experience of Cyber Range

เรามาถึงบูทสุดท้ายที่จัดมู้ดแอนด์โทนราวกับเกมเซ็นเตอร์ และเมื่อเดินเข้าไปก็พบว่า นี่คือบูทเกมจริง ๆ ที่มอบประสบการณ์ให้เราเป็นผู้ปกป้องบริษัทจากแฮกเกอร์!

เกมนี้เกิดจากแนวคิดที่ต้องการจัดการด้านความปลอดภัยขององค์กรอย่างยั่งยืน โดยทีมสตาฟอธิบายให้เราฟังว่า การจัดการด้านความปลอดภัยไม่ควรเป็นหน้าที่ของแผนก IT หรือใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะข้อมูลอันมีค่าของบริษัทคือสมบัติของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายการเงิน ฝ่ายการตลาด ฝ่ายกฎหมาย หรือแม้กระทั่ง CEO ดังนั้นหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น พวกเขาทุกคนควรรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และปกป้ององค์กรอย่างไร เพียงเท่านี้เราก็จะมีกำลังพลมากกว่าเดิมหลายเท่า

ความไม่แน่นอนของภัยไซเบอร์ ทำให้องค์กรต้องเตรียมป้องกันตนเองจากการเป็นเป้าโจมตีอย่างสม่ำเสมอ โดย IBM Security เป็นเทคโนโลยีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเกม เพื่อให้พนักงานในองค์กรได้สัมผัสสถานการณ์กดดันและตื่นตระหนกเวลาที่มีเหตุโจมตีจริง

ตัวอย่างที่นำมาโชว์ในงาน Think Singapore คือสถานการณ์ที่แฮกเกอร์โจมตีสนามบิน และเราเป็นพนักงานที่ถูกขอให้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ โดยต้องประเมินความเสียหายและความเสี่ยง เพื่อตัดสินใจว่าจะป้องกันแฮกเกอร์อย่างไร ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม

บอกเลยว่า บรรยากาศของเกมทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ และความสำคัญของการป้องกันข้อมูลออนไลน์เป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าทุกคนในบริษัทมีความรู้เรื่องการจัดการสถานการณ์ ย่อมเกิดความยั่งยืนในการจัดการได้จริง

แม้เทคโนโลยีที่กล่าวมาทั้งหมดจะดูไกลตัว แต่ในปัจจุบัน ชีวิตที่เกี่ยวโยงกับโลกออนไลน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งคือบทพิสูจน์ว่า มนุษยชาติไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีได้อีกต่อไป และในอนาคต ทุกสิ่งที่อยู่ในงาน Think Singapore มีโอกาสจะขยายผลเข้าไปในทุกประเทศ สังคม และองค์กร เพื่อช่วยบริหารจัดการและพัฒนาตั้งแต่บุคลากรไปจนถึงผลผลิตของบริษัท โดยมอบผลลัพธ์อันมีประสิทธิภาพแก่ทุกฝ่ายยิ่งขึ้นไป นั่นคือความยั่งยืนที่ทั่วโลกกำลังพูดถึง

Writers

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load