หลังจากอยู่ที่ญี่ปุ่นมาหลายปี อดคิดไม่ได้ว่าสตรอว์เบอร์รี่ควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผลไม้ประจำชาติ แม้จะไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่นแต่กำเนิด แต่เฉิดฉายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่นอย่างลงตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Strawberry Shortcake เค้กยอดนิยมตลอดกาลที่มักเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในหลาย ๆ โอกาส เช่น วันเกิด แม้ทั้งสตรอว์เบอร์รี่และเค้กจะมาจากตะวันตก แต่เมนูนุ่มละมุนนี้ถือกำเนิดในญี่ปุ่นนะ! 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รี่ที่รวมทุกรูปแบบของความอร่อยไว้ให้สำรวจ โรงแรมหรูก็มักจะจัดบุฟเฟต์ขนมหวานที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ และเชื่อมั้ยว่ามียูทูบเบอร์สายปลูกสตรอว์เบอร์รี่ด้วย! 

อะไรจะรักและหลงใหลในสตรอว์เบอร์รี่ขนาดนี้ เมื่อถามคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาคนหนึ่งว่า “สำหรับคุณ สตรอว์เบอร์รี่คืออะไร” ก็ได้คำตอบว่า “ผลไม้ที่รับประทานทั่วไปในชีวิตประจำวัน” แต่เมื่อถามนักศึกษาญี่ปุ่นจะได้รับคำตอบว่า ‘ของขวัญ น่ารัก ความพิเศษ’ และเมื่อถามถึงสตรอว์เบอร์รี่ช็อตเค้ก คนญี่ปุ่นมักจะตอบว่า ‘วันเกิด ปาร์ตี้ หรือ คริสต์มาส’

ในเมื่อเป็นผลไม้ที่ดีต่อใจและได้ครอบครองพื้นที่พิเศษในหัวใจคนญี่ปุ่น แน่นอนว่าเกษตรกรผู้มุ่งมั่นและใส่ใจในรายละเอียดยิ่งลุยพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง แม้แต่คนไทยเอง ถ้าพูดถึงสตรอว์เบอร์รี่สุดพรีเมียมรสหวานอร่อย ก็คิดถึงสตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นใช่มั้ยล่ะ

ไปทำความรู้จักกับเจ้าจิ๋วแจ๋วที่กินแล้วแจ่มว้าวกันดีกว่า

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

1. สตรอว์เบอร์รี่ คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร

ปลายยุคเอโดะ หรือในช่วงศตวรรษ 1800 ที่สตรอว์เบอร์รี่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นใหม่ ๆ คนญี่ปุ่นพยายามจะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งในตอนแรกไม่สำเร็จ เนื่องจากภูมิอากาศไม่เหมาะสม ฯลฯ แต่ในที่สุดก็สามารถพัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกในปี 1898 ที่สวนในพระราชวังอิมพีเรียล และถูกกำหนดไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด จึงถือเป็นผลไม้ที่ไฮโซอย่างยิ่ง จนในปี 1919 ได้เริ่มให้ทุกคนปลูกกินได้ทั่วประเทศ หลังจากนั้นความหวานและความสดใสของสตรอว์เบอร์รี่ก็ค่อย ๆ เฉิดฉาย  

บริษัท Kagome ทำสำรวจพบว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุ 3 – 6 ขวบ ชอบสตรอว์เบอร์รี่มากที่สุดในหมวดผลไม้ สำหรับผลการสำรวจกับชาวญี่ปุ่นถึงผลไม้สุดป๊อป สตรอว์เบอร์รี่ก็ยังคงคว้าอันดับ 1 อยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจมหาชนทุกยุคสมัยจริง ๆ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

2. จาก 1 ถึง 300 ความอร่อยหลากหลายสายพันธุ์

เกริ่นไปแล้วว่าคนญี่ปุ่นมีความผูกพันกับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่พัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นสำเร็จเป็นครั้งแรก ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จนปัจจุบันมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ว่ากันว่าเยอะเกินกว่าครึ่งนึงของสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่มีในโลกเลยทีเดียว 

สตรอว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ทั่วประเทศ ในแต่ละท้องถิ่นต่างก็มุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพดีขึ้นออกมาเรื่อย ๆ เพราะรู้ว่านี่คือผลไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชาวญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยสร้างแบรนด์และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้น ๆ จึงเกิดการแข่งขันกันพัฒนาสายพันธุ์ 

3. ความพิเศษของ Koi Minori และ Yubeni

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าเริ่มกลุ้มใจว่าจะเลือกยังไงดี มีตั้ง 300 สายพันธุ์ เราขอเลือกมาแนะนำ 2 ชนิด ได้แก่ Koi Minori และ Yubeni

Koi Minori ชาติกำเนิดนั้นไม่ธรรมดา เป็นผลงานของ Kyushu Okinawa Agricultural Research Center ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ National Agriculture and Food Research Organization ผู้ทำหน้าที่ค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับผักผลไม้และอาหารของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว น้องถือเป็นดาวเด่นของญี่ปุ่นที่ไปส่องประกายในต่างประเทศ โดดเด่นด้วยผลใหญ่ รสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมที่ชวนให้สดชื่น ที่สำคัญเนื้อไม่ช้ำง่าย ขนส่งไปต่างประเทศก็เก็บไว้ได้นาน เลยนำความอร่อยแบบญี่ปุ่นส่งถึงชาวต่างชาติได้อย่างสมบูรณ์

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Koi Minori 

Yubeni ความอร่อยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดคุมาโมโตะในปี 2015 ซึ่งเลข 15 อ่านว่าอิจิโกะ พ้องกับคำว่าสตรอว์เบอร์รี่ในภาษาญี่ปุ่นพอดี เชื่อได้เลยว่าน้อง Yubeni เกิดมาเพื่อเป็นสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อย จุดเด่นอยู่ที่ผลใหญ่ทรงสวยสมส่วน สีแดงสด กลิ่นหอมชัด รสเปรี้ยวหวานผสมผสานกันอย่างลงตัว สมแล้วที่ใช้เวลาค้นคว้าถึง 10 ปี

จะให้ดี ไม่ต้องเลือก ลองชิมทั้งสองพันธุ์นั่นแหละ ทั้งสนุกและอร่อย

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Yubeni

4. เฉลยความลับของสตรอว์เบอร์รี่หลากสี

สตรอว์เบอร์รี่ที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่เป็นสีแดง แต่จริง ๆ แล้วที่ญี่ปุ่นสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่สีอื่นได้ด้วย เช่น สีขาวและสีดำ (แดงคล้ำ) สงสัยกันมั้ยว่า สีของสตรอว์เบอร์รี่มาจากอะไร มีผลต่อรสชาติหรือไม่

จริง ๆ แล้วสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่เป็นผลมาจาก Anthocyanin ซึ่งเป็นกลุ่มสารสีที่ทำให้ดอกไม้และพืชผักมีสีออกม่วงหรือแดง ดังนั้น สตรอว์เบอร์รี่สีขาวก็คือสตรอว์เบอร์รี่ที่มีปริมาณ Anthocyanin น้อยมาก ส่วนสีชมพูมีปริมาณ Anthocyanin ขึ้นมาอีกระดับ และเมื่อปริมาณ Anthocyanin สูงมากพอ เราจะได้สตรอว์เบอร์รี่สีดำ (แดงก่ำ) ด้วยนะ การปลูกและดูแลน้อง ๆ สีพิเศษเหล่านี้ละเอียดอ่อนและต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเลยทำให้ปลูกยากกว่าพันธุ์สีแดงทั่วไป 

สีไม่เหมือนกัน แล้วความหวานต่างกันมั้ย ?

คำตอบคือ ไม่ ปริมาณ Anthocyanin ในสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้กำหนดความหวานเลย พันธุ์สีขาวที่แพงไม่ได้แปลว่าหวานกว่าแต่อย่างใด เลือกเอาสีที่ชอบที่ใช่ได้เลย 

แต่อย่าเผลอเลือกสตรอว์เบอร์รี่สีอ่อน ๆ ตอนซื้อสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์สีแดงนะ เพราะถ้าเลือกกินพันธุ์สีแดง ก็ต้องเลือกลูกที่แดงสดเพื่อความหวานอร่อยสูงสุด 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

5. การปลูกสตรอว์เบอร์รี่ในญี่ปุ่น 99.99 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นในเรือนเพาะปลูก

สังเกตมั้ยว่า เวลาเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ญี่ปุ่น มักอยู่ในโรงเพาะปลูกที่มีผ้าใบคลุมมิดชิด ไม่ใช่ว่าการปลูกตามไร่ในพื้นที่กลางแจ้งไม่ดี แต่เกษตรกรญี่ปุ่นจริงจังเรื่องคุณภาพมาก จึงให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การให้น้ำ ถ้าปลูกกลางแจ้งจะต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักซึ่งควบคุมยาก 

ส่วนขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ ตอนเตรียมต้นเบบี๋ในกระถางก่อนนำไปปลูกลงดิน (苗作り) นี่คือพาร์ตที่ท้าทายสกิลล์ของเกษตรกรที่สุด เพราะสภาพแวดล้อมตอนอยู่ในกระถางปลูก วิธีให้น้ำ อุณหภูมิ การย้ายไปปลูกต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดเลยว่าจะเก็บเกี่ยวได้กี่ครั้ง ดอกไม้จะบานเยอะหรือไม่

เรียกได้ว่าคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้อนอ่อนจิ๋วจนเติบโตเนื้อเต่งสีแดงสวยเลยทีเดียว 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

6. ที่มาแห่งความอร่อยก็คือ…

ไม่ว่าคุณจะชอบสตรอว์เบอร์รี่แบบหวานนำหรือหวานอมเปรี้ยว ความหวานอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของสตรอว์เบอร์รี่ ก็คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก

ความหวานที่ว่านั้นคือความลับของความอร่อยนั่นเอง ในสตรอว์เบอร์รี่มีน้ำตาลถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส เมื่อได้ความหวานตามธรรมชาติทั้ง 3 ชนิดผสมผสานกัน เลยได้รสหวานอร่อยเกินห้ามใจ

เพื่อให้ได้สตรอว์เบอร์รี่ที่ทั้งหวานและนุ่มอร่อย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของสตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่น เหล่าเกษตรกรเลยพิถีพิถันกับแสงแดดและอุณหภูมิเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะกับสตรอว์เบอร์รี่เท่านั้น ปริมาณแสงแดดนั้นมีความสำคัญมากกับผักผลไม้ที่มีสีแบบที่ค่อย ๆ แดงขึ้นเมื่อสุก

7. สมัยก่อนคนญี่ปุ่นไม่นิยมกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ นะ

แม้ตอนนี้การเก็บสตรอว์เบอร์รี่กินจะเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่บางครั้งก็จองคิวยากสุด ๆ โดยเฉพาะพันธุ์ที่ลูกใหญ่หวานฉ่ำ โดนฉกหมดก่อนเพื่อนตลอด เชื่อมั้ยว่าสมัยก่อนคนญี่ปุ่นชอบสตรอว์เบอร์รี่ลูกเล็กและอมเปรี้ยวมากกว่า ซึ่งเทรนด์การกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ เพิ่งมาเปลี่ยนในช่วง 20 ปีมานี้ เลยทำให้ตลาดสตรอว์เบอร์รี่เริ่มบูม และเกิดกระแสกินสตรอว์เบอร์รี่จิ้มนมข้น 

สมัยก่อนลูกเล็กเป็นที่นิยม เพราะจะได้วางเรียงบนเค้กหรือขนมหวานต่าง ๆ สวยงาม และรสอมเปรี้ยวเข้ากันได้ดีกับครีมสด เหมาะทำขนมหวาน 

พอคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เกษตรกรถึงพัฒนาแบบที่กินสดอร่อยกว่าเดิม เป็นลูกใหญ่ ๆ หวานฉ่ำเต็มคำ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

8. แล้วจะเลือกสตรอว์เบอร์รี่ยังไงดีล่ะ

อันดับแรกเลยต้องสีแดงสดเสมอกันทั่วทั้งลูก ถัดมาคือต้องเล็งช่วงด้วย สตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นมีให้กินตั้งแต่พฤศจิกายนถึงพฤษภาคม แต่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดคือผลที่ออกหลังดอกรุ่นสองบาน คือช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

ช่วงเวลาอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อยแล้วแต่พันธุ์ แต่โดยทั่วไปช่วงนี้จะมีโอกาสพีกสุด ยิ่งระยะจากออกดอกไปสู่ออกผลนานเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะสตรอว์เบอร์รี่จะค่อย ๆ โต ดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้รสชาติเข้มข้น ดังนั้น พอเป็นสตรอว์เบอร์รี่ที่เริ่มเติบโตและออกดอกในช่วงหน้าหนาวของเดือนธันวาคม ไปออกผลช่วงมกราคมเลยอร่อยเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า สตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่นในฤดูกาลอื่นก็อร่อยเช่นกันนะ

สุดท้าย วิธีเลือกสตรอว์เบอร์รี่ในซูเปอร์มาร์เกต นอกจากดูสีแดงสด ๆ เราต้องดูความเงาด้วย ถ้าสีแดงสดแต่ดูสีด้าน ๆ มีแนวโน้มว่าไม่น่าจะฟินเท่าน้องแดงเงา

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

9. วิธีกิน!

ส่วนที่หวานที่สุดของสตรอว์เบอร์รี่นั้นอยู่ที่ส่วนปลาย ชาวญี่ปุ่นจึงแนะนำมาว่า ต้องกินจากฝั่งที่ติดใบ ซึ่งอาจเปรี้ยวกว่า จะได้ได้รสหวานแผ่ความอร่อยในตอนจบ ว่ากันว่าถ้าคนเรากินเปรี้ยวก่อนแล้วตามด้วยหวาน จะทำให้รับรสความหวานได้ดีกว่า

10. สตรอว์เบอร์รี่คือผัก!

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เว็บไซต์กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง เขียนคำจำกัดความของไม้ผล ไว้ว่า ‘ไม้ล้มลุกหรือไม้ยืนต้นที่ปลูกมากกว่า 2 ปี และมีผลสำหรับบริโภค’ ซึ่งหากยึดตามคำนิยามนี้แล้ว สตรอว์เบอร์รี่ที่เป็นพืชฤดูเดียว ผลของน้องจึงถูกนับเป็น ‘ผัก’ นั่นเอง

โอ้โห อยู่ ๆ ก็ได้เป็นคนชอบกินผักขึ้นมา แต่ยินดีมาก ถ้าผักจะรสหวานและเนื้อนุ่มอร่อยพรีเมียมขนาดนี้ ไม่ต้องหั่น ไม่ต้องปอกเปลือก ไม่ต้องอบก็อร่อยทันใจ สมแล้วที่ได้เป็นของขวัญที่ดีต่อใจของคนญี่ปุ่น

Japan Fruits Festival ~Seasonal Gift from Japan~ โครงการกรุบกริบที่พาผลไม้พรีเมียมสดใหม่ในแต่ละฤดูกาลจากญี่ปุ่นส่งตรงถึงเมืองไทย จัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำเสนอผลไม้ญี่ปุ่นคุณภาพสูงตามความมุ่งมั่นตั้งใจสไตล์ชาวญี่ปุ่น คัดของเด็ดจากฟาร์มที่เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดในการปลูกอย่างพิถีพิถัน ขนส่งอย่างระมัดระวัง และตั้งใจเลือกมาแต่ของอร่อยที่สุดในแต่ละฤดูกาล ให้คนไทยได้ฟินเหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น ที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่าย ทั้งทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุ้นเคย Big-C, Foodland, Gourmet Market, Lotus’s, Makro, MaxValu, Tops Supermarket และช่องทางออนไลน์ อย่าง CityFresh, Freshliving, Imoji และ Shi-Tori

และตอนนี้มีแคมเปญพิเศษที่น่าจะถูกใจคนรักมันหวาน เพียงร่วมตอบแบบสอบถาม “ส่งต่อความอร่อยของญี่ปุ่น” ตอบแล้วอร่อย! ได้รับแล้วดีใจ! ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ไปจนถึง 31 มกราคม 2565 รับเลย ‘มันหวานญี่ปุ่นแท้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น 1 กิโลกรัม’ มูลค่า 350 บาท (มีจำนวนจำกัด) คลิกตอบแบบสอบถามได้ที่ app.skanhubrewards.com/survey/jff02

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด การขยับตัวสร้างสรรค์ของย่านท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นสัญญาณของการปรับตัวและความหวังใหม่ ในปี 2021 ที่ผ่านมา ทั่วประเทศมีเทศกาลย่านสร้างสรรค์มากมายหลายงาน นำร่องโดยหัวเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ที่จัดงาน Design Week ต่อเนื่องทุกปี ภาคใต้มีความเคลื่อนไหวสนุก ๆ อย่างงาน Made in Songkla และ Creative Nakhon ที่นครศรีธรรมราช ฟากอีสานก็มีงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ (Isan Creative Festival) ที่ขอนแก่น และ สกลจังซั่น เทศกาลงานสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร 

การเติบโตของเมืองแห่งธรรมะ โคขุน และผ้าครามน่าสนใจมาก ๆ จากเมืองอีสานที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี แรงผลักดันจากท้องถิ่น โดยเฉพาะชาวสกลนครรุ่นใหม่ สร้างแรงกระเพื่อมให้เมืองมีมิติร่วมสมัย ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมดั้งเดิม 

เบื้องหลังสีสันความสนุกของสกลจังซั่นคือความตั้งใจขับเคลื่อนเมืองอย่างแรงกล้า หลังเฟสติวัลจบ เราจึงชวนผู้จัดงานหลายฝ่ายมาถอดบทเรียนให้ฟังว่างานสร้างสรรค์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สกลนครในฝันของพวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไร ควรเติบโตไปทางไหน และตั้งใจจะปั้นอะไรให้เมืองงอกงามต่อจากนี้บ้าง

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

สกลเฮ็ด สกลทำ

เมื่อ พ.ศ.​ 2560 กลุ่มคนทำงานคราฟต์รวมตัวกันจัดเฟสติวัลรับลมหนาวปลายปีชื่อ สกลเฮ็ด จากงานเล็ก ๆ ที่มีผู้จัดงานเพียง 10 กว่าร้าน คลื่นเล็ก ๆ นั้นพัดพาไปสู่การจัดงานใหญ่ในปีนี้ ‘สกลจังซั่น’ คือเฟสติวัลความยาว 4 วันที่กินอาณาเขตไปทั้งเมืองเก่า โดยกลุ่มภาคีเครือข่ายในเมืองสกลอย่างหอการค้า และภาคีเครือข่ายจากภายนอก ทั้งภาครัฐอย่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ซึ่งคัดเลือกให้สกลนครเป็นหนึ่งใน TCDN ( Thailand Creative District Network) และกำลังมองหาพื้นที่ทดลองจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาย่านเศรษฐกิจ ไปจนถึงภาคเอกชนและประชาสังคม ช่วยกันเนรมิตขึ้นมาให้สนุกครบเครื่องทุกมิติ ใช้ความคิดสร้างสรรค์และสินทรัพย์ท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพเมืองและเศรษฐกิจไปอีกขั้น

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
ภาพ : บ้านเสงี่ยม-มณี
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
ภาพ : ปฏิพล รัชตอาภา

‘สกลจังซั่น’ เป็นชื่อที่ ติ๊ดตี่-ธรรศ วัฒนาเมธี สถาปนิกผู้ดูแลที่พัก ‘บ้านเสงี่ยม-มณี’ สมาชิกกลุ่มสกลเฮ็ด และหนึ่งในผู้จัดงานสกลจังซั่นตั้งขึ้น และได้รับโหวตให้เป็นชื่องาน โดยสกลจังซั่น (จังซี่) หมายถึง สกลนครก็เป็นอย่างนั้นแหละ ที่เห็นอยู่นี่ก็เป็นสกลนครแหละ พ้องกับคำว่า ‘Junction’ ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ทางแยก จุดตัด จุดเชื่อมต่อ ชุมทาง สื่อถึงลักษณะงานที่เป็นจุดนัดพบของหลาย ๆ ภาคส่วนมาจัดกิจกรรมร่วมกัน และชื่อจังหวัดสกลนคร ที่แปลว่านครแห่งเมืองทั้งมวล หรือหมายถึงการเป็นเมืองศูนย์กลางนั่นเอง

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

หนึ่งในพื้นที่จัดงานหลักคือเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล ตึกเก่า 5 ชั้นที่ปลดระวางจากการเป็นโรงแรมประจำเมืองมาเนิ่นนาน แปลงโฉมเป็นศูนย์ Showcase งานดีไซน์และศิลปะของชาวสกลนคร ทั้งนักออกแบบ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป 

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

ยามค่ำคืน ตึกฝั่งตรงข้ามจะจัดไฟสวยงาม พร้อมให้คณะหมอลำมาเต้นตามระเบียงห้องให้สนุกแบบ Social Distancing กันไปยาว ๆ ส่วนดาดฟ้าสกลโฮเต็ลเองก็จัดดินเนอร์พิเศษวันละครั้ง เป็น Fine Dining ชื่อ สะออน (Sound On) โดย House Number 1712 เล่าวัฒนธรรมการกินอาหารท้องถิ่นของคนสกลนครในหลากหลายเชื้อชาติและชนเผ่าผ่านมื้ออาหาร แต่ละคำผ่านการตีความหมายใหม่ปรับให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไปด้วยเอกลักษณ์และรสชาติตามแบบฉบับดั้งเดิม เสริมความน่าสนใจด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ Esan Gastronomy โดยมีเสียงดนตรีหมอลำคลอไปตลอดมื้อ

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

“ผลตอบรับของสกลจังซั่นดูดีกว่าที่คิดเลยนะ งานเปิดวันแรก มีคนต่อคิวยาวมากเพื่อจะขึ้นมาตึกนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าต่อคิวเพื่อขึ้นมาดูหมอลำฝั่งตรงข้ามรึเปล่า” แมน-ปราชญ์ นิยมค้า ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Mann Craft และสวนแมนเอ่ยแกมหัวเราะ ขณะพาชมนิทรรศการสีครามเล็ก ๆ ของเขาในตึกโรงแรมเก่า “มันเป็นพื้นที่ใหม่ที่คนอยากจะออกมาดู นอกจากห้างสรรพสินค้าที่สำเร็จรูป เป็นพื้นที่อื่นที่เด็ก ๆ วัยรุ่นอยากจะรู้ว่าตึกนี้มันมีอะไร ทำไมฉันไม่เคยเข้าไป เขาก็อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างได้ดี ปลุกให้คนในพื้นที่รู้ว่ามีสินทรัพย์อะไรดี ๆ บ้าง แล้วถ้าเกิดโชคดีได้ทำต่อเนื่อง มันจะทำให้คนมีส่วนร่วม นอกจากดูแล้วอาจจะเป็นคนมาลงมือทำด้วยกันได้”

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

ในสายตานักออกแบบและนักธุรกิจงานคราฟต์ การเกิดขึ้นของสกลจังซั่น ซึ่งรวมตัวคนรักสกลนครหลากหลายกลุ่ม ยกระดับงานท้องถิ่นที่ทำกันเองให้ไปสู่สเกลภูมิภาค ไม่ใช่แค่งานที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่หรือนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม แต่งานที่มีกิจกรรมหลากหลายตลอด 4 วัน พาความคึกคักไปสู่หลายพื้นที่ทั่วสกลนคร ตัวเขาเองก็จัดงาน Craft Market ฤดูหนาวที่สวนแมนไปพร้อม ๆ กันใต้ร่มเทศกาลสกลจังซั่น กิจกรรมรวมตัวคนรักงานคราฟต์ทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อไว้ที่เดียว เป็นอีกแหล่งสีเขียวใกล้ชิดธรรมชาติที่ถูกใจผู้คนทั้งในและนอกจังหวัด 

“เราอยากสร้างศูนย์รวมพลังงานดี ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน ผมชอบองค์ความรู้และการสร้างเครือข่าย คิดว่ามันเป็นการกระตุ้นความคิดทั้งคนทำงานเองแล้วก็ผู้บริโภคด้วย”

ฟื้นย่านเมืองเก่า

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น
ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น
ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

ยิปซี จันทร์เพ็งเพ็ญ แห่ง Gypsy Coffee Drip ชวนเพื่อนฝูงมาจัดงาน ‘จังซั่น ละเบ๋อ ซาวคุ้ม’ ปิดคุ้มกลางธงชัย ย่านเก่ากลางเมืองให้ครึกครื้น ในตรอกเล็ก ๆ ความยาวราว 200 เมตร พวกเขาต่อยอดกราฟฟิตี้สตรีทอาร์ตที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้น แล้วรวมกิจกรรมสารพัดมาไว้ด้วยกัน ทั้งตลาดศิลปะ สินค้าทำมือ ร้านตัดผมริมทาง กาแฟ Slow Bar จาก 4 ร้านกาแฟดังในสกล โดยคนรุ่นใหม่จาก 4 ชนเผ่า แถมร้านต่าง ๆ ก็เปิดหน้าบ้านเอาของมาวางขาย เป็นพื้นที่รื่นรมย์ให้คนมาล้อมวงนั่งฟังดนตรี แวะซื้อข้าวจี่ต้มเส้น ปากหม้อ กุนเชียง ขนมจุบจิบ หรือเข้าบ้านไปทำขันหมากเบ็งหรือบายศรีกับคุณยาย แล้วออกมาเล่นสบาย ๆ 

“ย่านนี้เป็นชุมชนดั้งเดิมของสกลนคร อยู่ใกล้วัด มีแต่บ้านไม้เก่าสวย ๆ มีคุ้มเก่าของตระกูลวงกาฬสินธุ์ ที่เป็นตระกูลแรกของสกลนคร บ้านบางหลังไม่มีรั้ว ทะลุกันไปหมด บางบ้านยังมีเตาเก่า เล้าข้าว ปลูกผักปลูกกล้วย คนส่วนใหญ่เป็นคนแก่ที่ยังคงวิถีเดิมของสกล แต่ตอนนี้มีเมืองล้อมรอบ ตรงนี้ก็ดูรก ๆ ซบเซา คนสกลบางคนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีซอยนี้ บางคนก็ไม่รู้จัก” ยิปซีอธิบายเบื้องหลังการปลุกย่านเก่า

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

“เราอยากแทรกซึมอยู่ในชุมชน ให้เขาเห็นคุณค่าบ้านเก่าตัวเอง ให้พื้นที่นี้กลับมาคึกคักมีชีวิต คนรุ่นใหม่ก็ได้ทำงานกับคนแก่ ไม่ให้เขาเหงา วันเตรียมงานก็สนุกแล้วนะ ยาย ๆ เขาก็ตื่นเต้น มาให้กำลังใจกัน มาบอกว่าอยากให้มาเพนต์บ้านยายบ้าง มีคนมาถ่ายรูป บอกว่าแถวบ้านเขาสวย เขาก็ได้ออกมาเดินดูแล้วก็สดใสขึ้น ส่วนพวกเพื่อน ๆ ก็อยากสนุก ปิดร้านมาขายของ สิงตามบ้านตรงนั้นตรงนี้ เป็นพลังที่น่ารักมาก มากกว่าความร่วมมือคือความรู้สึกว่าของธรรมดานั้นพิเศษ” แกนนำสกลเฮ็ดอธิบายด้วยรอยยิ้ม 

กล่าวตามตรง ด้วยสเกลเล็กจิ๋ว พื้นที่ตรงนี้อาจยังห่างไกลจากการเป็นแม่เหล็กดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่คือคนในท้องที่มากกว่า แต่ในสายตาคนใน พื้นที่นี้คือหนึ่งในหมุดไฮไลต์สำคัญของงาน

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

“มีคนทำงานหลายกลุ่มมาลงพื้นที่ทำเรื่องสตรีทอาร์ตแล้วนะคะ คืบหน้าดีขึ้นเรื่อย ๆ มีชีวิตขึ้นเรื่อย ๆ แต่อาจจะยังมองไม่เห็นภาพชัดเจนเท่าครั้งนี้ เหมือนคนก็ยังมองภาพไม่ออกว่างานวาดกำแพงมันเป็นยังไง อาจจะติดภาพงานเขียนพ่นสเปรย์เลอะ ๆ แรก ๆ เขาก็ยังไม่เปิดใจ พอมาเห็นงานสวย ๆ ก็อนุญาตให้เพนต์กำแพงบ้าน” เตย-ไอรัตน์ดา มหาชัย ครูศิลปะ เจ้าของร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรี่ Blue Bica Coffee x Local Art Space เล่าบ้าง ผู้ออกแบบคาแรกเตอร์ ‘น้องก่ำ’ มาสคอตของงาน มองว่ากิจกรรมป๊อปอัปแบบนี้กระตุ้นชีพจรของเมือง ให้คนหลากหลายกลุ่มหลายช่วงวัยได้พบปะม่วนซื่น แลกเปลี่ยนวิถีที่แตกต่างแต่สนุกร่วมกัน

ก้าวสู่สังเวียนสร้างสรรค์

เทศกาลนี้ดึงผู้คนจากหลายภาคส่วนมาร่วมมือกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากเป้าหมายในตอนแรกจะจัดกิจกรรมในเดือนมิถุนายน และฝันกันว่าจะเข้าไปจัดในพื้นที่เรือนจำเก่า ขยายผลเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์มากมายทั่วเมืองสกลนคร ไม่ว่านิทรรศการเล่าเรื่องเมืองสกล แผนที่ย่านเมือง นิทรรศการงานออกแบบ ศิลปะ อาหาร ดนตรี งานเสวนา ตลาด ต่างรวมพลังงานดี ๆ ไว้มากมาย

“งานเพียง 4 วันอาจดูสั้นไปเมื่อเทียบกับงานในจังหวัดอื่น แต่ก็ทำให้เกิดสิ่งดี ๆ หลายอย่างต่อเมืองสกล กระตุ้นให้คนสกลนครเองให้ได้เห็นศักยภาพของพื้นที่ที่จะพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ เห็นศักยภาพของคนที่ซ่อนอยู่ และเกิดการรวมตัวกันเพื่อทดลองทำสิ่งที่อยากสิ่งคิดให้เป็นจริง ในช่วงเวลาเตรียมงานจนงานจบลงนี้ ทำให้ผมได้รู้จักคนใหม่ ๆ ได้รู้จักคนเก่า ๆ มากยิ่งขึ้น และได้ทำในสิ่งที่เคยคาดหวังว่าจะทำ ผมหวังว่าเหล่าองค์กรภาคีต่าง ๆ ทั้งน้อยใหญ่จะกลับมาสร้างงานนี้ให้สำเร็จลงด้วยดีอีกครั้ง ต้องขอบคุณผู้คนมากมายที่ให้โอกาสได้ร่วมงานกันครับ” ติ๊ดตี่ออกความเห็น โดยหวังอย่างยิ่งว่างานนี้จะได้จัดขึ้นอีกครั้งในปีนี้

“งานนี้เกินคาดไปเยอะมาก ๆ คนตอบรับดี มันสร้างประสบการณ์รับรู้ใหม่ให้คนในพื้นที่มองเมืองเปลี่ยนไป เห็นว่าย่านเมืองเก่าทำอะไรได้มากกว่าจะปล่อยให้ร้างไป และภาคศิลปะก็ตื่นตัว นักดนตรี ศิลปินก็มีกำลังใจสร้างงาน เพราะรู้ว่างานเขามีที่รองรับ มีกลุ่มคนดู และในแง่การท่องเที่ยว คนนอกอยากมาเข้าร่วมเยอะ คนในเมืองก็อยากขอเป็นสปอนเซอร์สนับสนุน อยากมาช่วย” เสือ-ธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช ทายาทเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล หนึ่งในผู้จัดงานหลักเอ่ยอย่างกระตือรือร้น

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

“ต้องยอมรับว่าตัวเมืองสกลนครยังดึงคนให้อยู่เที่ยวยาว ๆ ทั้งวันจนนอนค้างไม่ได้ ขณะที่เมืองข้าง ๆ อย่างนครพนมมีวิวแม่น้ำโขง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ บรรยากาศมันชวนพักผ่อนมาก สิ่งที่ทำให้สกลนครแตกต่างคือวัฒนธรรมและงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์เหนียวแน่น แต่ยังอาจเข้าถึงยาก คือต้องตั้งใจมามาก ๆ เฟสติวัลนี้เลยช่วยได้มาก ครั้งถัดไปก็อยากจัดให้ใกล้ช่วงเทศกาลแห่ดาวที่ท่าแร่ คนจะได้อยู่สกลนครได้ทั้งอาทิตย์ และปรับปรุงหลายอย่างให้ดีขึ้น ทั้งการประชาสัมพันธ์ การเตรียมสถานที่ การจัดการ หรือการสื่อสารเรื่องการชมงานศิลปะโดยไม่จับชิ้นงานให้เสียหาย สกลจังซั่นครั้งถัดไปน่าจะมีคนมาร่วมหลากหลายขึ้น เยอะขึ้น พอมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น ก็อยากชวนศิลปินจังหวัดอื่น ๆ ใกล้ ๆ มาคอลแล็บกัน เพื่อเพิ่มความสนุกให้มากขึ้น”

ด้วยสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบยาว ๆ จากโควิด-19 ผนวกกับความขลุกขลักของการจัดงานครั้งแรก นักท่องเที่ยวอย่างเรามองเห็นช่องว่างหลายจุดที่สกลจังซั่นน่าจะปรับปรุงหรือขยายผลให้ดียิ่งขึ้นได้ อย่างไรก็ดี เทศกาลสร้างสรรค์ร่วมสมัยนี้เป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองมาก ๆ ของเมืองอีสาน 

“เราอยากให้เมืองเป็นยังไงก็ต้องลงมือทำที่บ้านเรา ก่อนจะไปหวังความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือหน่วยงานไหน พูดตรง ๆ ว่าเราต้องดิ้นรนกันเองก่อน จังหวัดข้าง ๆ อย่างมุกดาหารก็ขยับตัวจัดงานเหมือนกันนะครับ เขามาดูงานเราแล้วก็เริ่มโครงการเลย เดือนกุมภาพันธ์กำลังจะมีงานสตรีทอาร์ตและภาพถ่าย คนในมุกดาหารร่วมมือกันทำงานในย่านที่สนใจ เงินจัดงานก็มาจากคนในเมืองช่วยกันบริจาค เราก็ดีใจที่งานนี้มีผลไปถึงคนข้างนอกด้วย” เสือเล่าอย่างภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าวัฒนธรรมอีสานแข็งแรงน่าสนใจมาก ดึงดูดทั้งสายอาร์ต สายคราฟต์ สายมู สายดนตรี สีสันความเป็นอีสานซิ่ง ๆ สด ๆ ทำให้น่าสนใจ คนกลับบ้านก็เยอะ ตอนนี้โจทย์ถัดไปคือต้องค่อย ๆ หาทางปัดฝุ่น หาอะไรมาลงพื้นที่ตลอดทั้งปี พอเทศกาลมันไม่ถาวร จบงานแล้วเมืองก็กลับมาเงียบเหมือนเดิม ผมสนใจงานออกแบบผลิตภัณฑ์แบบ Made in Songkhla อยากหาทุนต่อยอดร้านเก่าแก่ ต่อให้มีโควิด ก็มีกิจกรรมขายของและท่องเที่ยวได้ทั้งปี ร้านค้าก็อยู่ได้อย่างยั่งยืน ชอบอะไรแบบนี้ เริ่มจากสิ่งที่เรามีในเมืองก่อน แล้วขยายผลไปพื้นที่ใกล้เคียง” 

นักธุรกิจรุ่นใหม่เล่าถึงโปรเจกต์ต่อยอดที่เขากำลังดูแล คือ Sakon Gastronomy ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาหาร เข้าป่าไปหาวัตถุดิบมาทำอาหาร แล้วมาเที่ยวในเมืองต่อ เพื่อดึงให้คนอยู่ในจังหวัดให้นานที่สุด รวมถึงการจัดการระบบที่ทันสมัยและการตลาด เพื่อกระจายรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นมากขึ้น

สกลจังซั่นจะกลับมาเป็นนิทรรศการฉบับย่อส่วนที่เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ (Isan Creative Festival) จังหวัดขอนแก่น ส่วนปลายปีนี้ เราจะได้เห็นสกลจังซั่นเติบโตจนกลายเป็นเทศกาลท้องถิ่นร่วมสมัยประจำปีหรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไป 

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load