แม่เชื่อว่าทุกคนในโลกในตอนนี้ คงไม่มีใครไม่ได้รับผลจากเจ้าเชื้อไวรัสตัวจิ๊ดเดียว แต่สร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่มหาศาลบนโลกกลมๆ ใบนี้ มาเจอกันคราวนี้ แม่ขอนำเสนอบันทึกเจ้าลูกชายจากปลายปากกาของคุณแม่ว่า ใน 1 ปีที่ผ่านมา เด็กชายตัวน้อยได้ผ่านอะไรมาบ้างนะคะ

สวัสดี คอนนิจิวะนะฮะ ตอนนี้ผมอยู่ ป.1 โรงเรียนประถมของรัฐบาลฮะ ผมเข้าเรียน ป.1 ตอนเดือนเมษายน ค.ศ. 2020 ตอนผมจบชั้นอนุบาลเดือนมีนาคมก็พอดีกับที่เจ้าวายร้ายโคโรน่าไวรัส หรือเจ้าโควิด-19 เริ่มเข้ามาเล่นงานโลกของเรา 

ผมดูข่าวทุกวัน ในโตเกียวหรือเมืองใหญ่ที่ญี่ปุ่น มีคนติดเชื้อเยอะแยะเลย แต่บ้านผมเป็นเมืองเล็กๆ ออกมาไกลๆ หน่อย เลยยังไม่ค่อยมีอะไร แต่ดูเหมือนมันจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่รู้หรอกนะฮะว่าหน้าตามันเป็นยังไง ตัวมันใหญ่แค่ไหน แต่คงจะมีพลังเยอะน่าดู เพราะทั้งคุณครูอนุบาล ทั้งคุณแม่ๆ บอกว่าพวกเราต้องระวังตัวให้มากๆ ต้องล้างมือบ่อยๆ พ่นแอลกอฮอล์ ใส่หน้ากากอนามัย อย่าอยู่ใกล้ๆ กัน ผมก็ทำตามนะฮะ ผมล้างมือจนมือผมแห้ง คันยุบยิบไปเลย 

เจ้าโควิดมันยังเกือบจะทำให้ผมไม่ได้มีพิธีจบการศึกษาชั้นอนุบาล เพราะทางคุณนายกฯ อาเบะ บอกว่าพวกเราไม่ควรมาอยู่ด้วยกันเยอะๆ แต่ว่านายอำเภอของผมยังอนุญาตให้เมืองเราพอมีกิจกรรมได้บ้าง แต่ต้องจำกัดคนร่วมงานและใช้เวลาให้สั้นที่สุด พวกผมเลยโชคดีได้มีงานอำลาสุดท้ายพร้อมกับเพื่อนๆ หลังจบอนุบาลพวกเราก็มีเวลาปิดเทอม แต่เพราะเจ้าโควิดที่มันยังแพร่เชื้อไม่หยุดยั้ง ปิดเทอมคราวนี้ของผมเลยไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ เพราะผมไปไหนไม่ได้ ไปเล่นกับเพื่อนก็ไม่ได้ อยู่แต่ในบ้าน ผมก็เบื่อจัง ผมก็เลยเตะบอลมั่ง เล่นเบสบอลมั่งในบ้าน แม่ก็บอกว่าเสียงดัง แต่แม่ก็ยังให้ผมเล่นแหละ แม่บอกว่า ก็ช่วยไม่ได้นะ ออกไปไหนไม่ได้นี่นา

ชีวิตเด็ก ป.1 ญี่ปุ่นของผม เรียนออนไลน์ เล่นในบ้าน จนถึงวันใส่หน้ากากไปโรงเรียน

ต้นเดือนเมษายน เป็นเวลาเปิดเทอม ผมเพิ่งได้เป็นนักเรียนประถมครั้งแรกนะฮะ กระเป๋าผมใบเบ้อเริ่มเลย สีน้ำเงินเข้มด้วย เท่มากเลย แม่บอกว่าราคามันแพงมากนะ ผมต้องใช้ตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.6 เพราะฉะนั้นผมต้องดูแลรักษาให้ดีๆ โรงเรียนผมก็อยู่ใกล้บ้านมากๆ เพราะโรงเรียนประถมของรัฐบาลใช้เกณฑ์รับนักเรียนตามเขตที่พักอาศัย พวกเราได้จะเดินไปกลับโรงเรียนด้วยตัวเองได้ฮะ

ชีวิตเด็ก ป.1 ญี่ปุ่นของผม เรียนออนไลน์ เล่นในบ้าน จนถึงวันใส่หน้ากากไปโรงเรียน

วันแรกของชีวิตประถมคือวันพิธีแรกเข้าโรงเรียน แต่อีกแล้วนะฮะ เจ้าโควิดมันทำให้พิธีแรกเข้าของผมสั้นจุ๊ดจู๋ จบในชั่วโมงเดียว ผมได้เจอคุณครูกับเพื่อนใหม่ๆ แค่แป๊บเดียวเอง หลังจากวันนั้นก็มีประกาศให้ปิดโรงเรียน ปิดสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ เพราะการแพร่ระบาดของเจ้าตัวร้าย ผมเลยต้องอยู่บ้านไปยาวๆ 

แล้ววันหนึ่ง คุณครู ป.1 ก็มาเยี่ยมที่บ้านผม เอาการบ้านมาให้ผมถุงใหญ่ ทำไมผมถึงมีการบ้านล่ะ ผมยังไม่เคยไปเรียนเลยนะฮะ ผมนี่งงมาก แต่ผมก็รับมาด้วยความเต็มใจ ใช่สิฮะผม ป.1 แล้วนะ ผมได้มีหนังสือกับสมุดเป็นของตัวเองแล้ว มีชื่อผมบนสมุดด้วย เพื่อนๆ ผมก็คงได้แบบเดียวกันนี่แหละ คุณครูคงจะเหนื่อยนะฮะ ต้องไปหาเพื่อนๆ ผมทุกบ้านเลย 

ชีวิตเด็ก ป.1 ญี่ปุ่นของผม เรียนออนไลน์ เล่นในบ้าน จนถึงวันใส่หน้ากากไปโรงเรียน

นอกจากการบ้านแล้ว ยังมีกระดาษรายการสิ่งที่ผมควรทำช่วงที่โรงเรียนยังปิดอยู่ มีเขียนตัวใหญ่เลยฮะ ออกกำลังกาย ต้องทำทุกวัน แบบง่ายๆ อย่างผมก็คือ กระโดดเชือก ป.1 1 นาที ป.2 2 นาที ป.3 ก็ 3 นาที แล้วทุกวันควรช่วยทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ผมก็ช่วยดูแลรดน้ำต้นไม้เล็กๆ ของบ้าน รดน้ำต้นไม้แล้วก็เล่นน้ำไปด้วยสนุกเลย

ชีวิตเด็ก ป.1 ญี่ปุ่นของผม เรียนออนไลน์ เล่นในบ้าน จนถึงวันใส่หน้ากากไปโรงเรียน
ชีวิตเด็ก ป.1 ญี่ปุ่นของผม เรียนออนไลน์ เล่นในบ้าน จนถึงวันใส่หน้ากากไปโรงเรียน

จากวันนั้นผมก็อยู่บ้าน เล่นนั่นเล่นนี่ เล่นกีฬาบ้าง เล่นตัวต่อบ้าง วาดรูปบ้าง เล่นประดิษฐ์ของจากขยะบ้าง ไม่ต้องตกใจฮะ มันคือพวกกล่องขนม ขวดน้ำ กล่องนม อะไรๆ ที่เราไม่ใช้แล้ว เอามาแปะปะติดนั่นนี่ ผมก็จะได้ของเล่นชิ้นใหม่ไว้เล่นแบบไม่ต้องเสียเงิน แต่ว่าบ้านผมไม่มีวิดีโอเกมนะฮะ ผมอยากได้มากๆ เลยแต่แม่ผมบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ผมต้องรอไปอีกหน่อย

เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องการเรียนชั้นประถมที่ญี่ปุ่นของลูกชาย ผ่านมุมมองเด็ก ป.1 ที่ต้องเรียนออนไลน์เพราะโควิด-19
เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องการเรียนชั้นประถมที่ญี่ปุ่นของลูกชาย ผ่านมุมมองเด็ก ป.1 ที่ต้องเรียนออนไลน์เพราะโควิด-19

บางวันแม่ก็จะเอา YouTube มาให้ผมดู เป็นรายการของโรงเรียนประถมผมเองฮะ ในรายการคุณครูใหญ่พูดทักทายนักเรียน บางวันอ่านกลอนให้ฟัง บางวันมานำออกกำลังกาย แต่ที่ผมชอบคือ คุณครูใหญ่เล่นมายากลให้พวกผมดูด้วย สนุกมากเลย ครูใหญ่ทำได้ยังไงอะ มันเจ๋งมากเลย เดี๋ยวผมต้องลองมาฝึกเองดูบ้าง 

จากนั้นก็มีคุณครูพาทัวร์โรงเรียน คุณป้าๆ โรงอาหารพาไปดูโรงครัว แล้วจากนั้นในแต่ละวันก็จะมีคุณครูของชั้นต่างๆ ป.1 2 3 จนถึง ป.6 มาเวียนกันสอนหนังสือสนุกๆ สัก 20 นาที พวกคุณครูนี่เขาตลกดี ผมว่ามันก็ดีนะฮะ ผมได้เห็นคุณครู ได้เห็นโรงเรียนของผมบ้างตอนโรงเรียนปิด ทำให้ผมพอได้รู้ว่าสิ่งที่จะได้เจอตอนโรงเรียนเปิดจะเป็นยังไง

ผมทำการบ้านของโรงเรียนทุกวันเลยนะฮะ มันไม่ยากเลย ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ ถึงแม้ผมจะแอบได้ยินคุณครูบอกแม่ว่า ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้นะคะคุณแม่ แต่ผมก็ทำจนจบ แต่ที่ผมไม่ชอบเลยคือ การบ้านเสริมพิเศษที่แม่หามาให้ผมทำ แม่บอกว่าผมไม่ได้ไปโรงเรียน ผมควรจะต้องทำอะไรเพิ่มเติม ไม่อย่างนั้นจะว่างเกินไป 

เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องการเรียนชั้นประถมที่ญี่ปุ่นของลูกชาย ผ่านมุมมองเด็ก ป.1 ที่ต้องเรียนออนไลน์เพราะโควิด-19

ตอนแรกๆ ผมก็ชอบนะฮะ แต่พอต้องทำทุกวันเหมือนโดนบังคับ ผมไม่ชอบเลย แม่บอกว่าผมควรทำให้เสร็จในตอนเช้า ก็ผมไม่อยากทำตอนเช้านี่นา ช่วงอาทิตย์นั้นผมเลยรบกับแม่ทุกวัน เพราะแม่จะโกรธถ้าผมไม่ทำตามที่สั่ง แต่ถึงแม่สั่งผมก็ไม่ทำอยู่ดี ผมว่าอาทิตย์นั้นไม่สนุกเลย พอแม่โมโห แม่ก็ไม่ยอมมาเล่นกับผม ผมว่าการเล่นนี่มันก็คือการเรียนรู้นะฮะ ผมว่าผมฉลาดขึ้นเยอะเพราะการเล่นก็หลายอย่าง มันสนุกกว่าเขียนหนังสือเป็นไหนๆ 

อาทิตย์ต่อมาแม่ผมเกิดเปลี่ยนใจอะไรไม่รู้ฮะ อยู่ดีๆ แม่ก็บอกว่าไม่ต้องรีบทำการบ้านแล้ว เดี๋ยวเราออกไปขี่จักรยานเล่นกันดีกว่า โอ้โห แบบนี้ก็ดีเลยสิครับ ผมนี่ชอบขี่จักรยานมาก แล้วได้ออกไปข้างนอกตอนซากุระบานเดือนเมษามันจะดีขนาดไหน

แม่นี่น่ารักที่สุด จากนั้นทุกวันตอนเช้าหรือหลังอาหารเที่ยง ผมกับแม่จะไปขี่จักรยานกัน แม่บอกว่าช่วงนี้เราลงไปจอดเล่นที่สวนสาธารณะไม่ได้เพราะปิด แต่แค่ได้ออกไปข้างนอกปล่อยพลัง มันก็ดีสุดๆ แล้วครับ 

เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องการเรียนชั้นประถมที่ญี่ปุ่นของลูกชาย ผ่านมุมมองเด็ก ป.1 ที่ต้องเรียนออนไลน์เพราะโควิด-19

ตอนผมขี่จักรยานสำรวจเมือง บางทีผมก็เจอเพื่อนๆ ที่เขาออกมาเดินเล่นกับพ่อๆ แม่ๆ เหมือนกัน เราได้ทักทายกันแป๊บหนึ่ง ก็เมืองผมมันไม่ได้กว้างใหญ่ เดินๆ ไปก็เจอกันเองแหละฮะ พอพวกเราขี่จักรยานเสร็จ กลับบ้านบ่ายๆ ผมพักนิดหน่อยหลังจากได้ออกแรงไปแล้ว ผมรู้สึกเองว่าผมอยากทำการบ้านเสริมของแม่ละ ผมใช้เวลาไม่นานก็ทำเสร็จ แบบนี้มันดีกว่าเยอะนะฮะ แม่ไม่ต้องมาโมโหผมทุกวัน 

ตอนผมขี่จักรยานผ่านสวนหย่อม ผมเห็นบางครอบครัวยังออกมาเล่นกันที่สวน ผมก็สงสัยว่าทำไมเขายังออกมาเล่นนอกบ้านกัน แม่บอกว่าบางบ้านเป็นห้องเช่าเล็กๆ ไม่มีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้มาเล่นยืดแข้งยืดขา ก็ต้องพาออกมาข้างนอก อืม มันก็ช่วยไม่ได้นะ เด็กๆ อย่างผม การได้เล่นแบบไม่มีข้อจำกัดนี่คือความดีงามสุดๆ ไปเลย 

เพื่อนผมบางคนที่ทั้งพ่อและแม่ต้องทำงานนอกบ้านทั้งคู่ ช่วงที่โรงเรียนโดนสั่งปิดนี่ลำบากมากเลยนะฮะ บางคนต้องไปอยู่กับปู่ย่าตายายหรือญาติที่อื่น หรือบางคนที่มีพี่ที่โตหน่อยก็ต้องอยู่บ้านกันแค่เด็กๆ แม่บอกว่าน่าเป็นห่วงนะ

เอ้อ ผมลืมบอกไป นอกจากผมที่ต้องอยู่บ้านช่วงเดือนเมษาแล้ว พ่อผมก็ต้องอยู่บ้านด้วย แม่บอกว่า พ่อต้อง Work from Home ครอบครัวเราเลยได้อยู่พร้อมหน้ากันแบบอบอุ่นจนเข้าขั้นร้อนไปเลยนะฮะ อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน แม่คงเป็นคนที่ต้องทำงานหนักหน่อย เพราะต้องดูแลอาหารการกินของพวกเราทั้งเช้า กลางวัน เย็น รวมทั้งของว่างของผมตอนบ่ายๆ ด้วย และยังต้องดูแลผม หาอะไรให้เล่น และควบคุมให้ผมอยู่ในความสงบ ตอนที่พ่อมีประชุมออนไลน์ด้วย 

การที่พ่อผมทำงานที่บ้านก็มีข้อดีนะฮะ คือผมมีที่ปรึกษาการบ้านตลอดเวลา แล้วผมก็ยังได้แอบเห็นพ่อเวลาทำงาน พ่อผมเท่มากเลย มีจอคอมพิวเตอร์ทั้งอันเล็กอันใหญ่ มีไมโครโฟน มีหูฟัง มีของเล่นดูสนุกๆ อะไรตั้งเยอะ แต่พ่อผมบอกว่า ไม่ใช่ของเล่นนะลูก มันเอาไว้ทำงาน แล้วพ่อผมก็ยังมีเพื่อนๆ มาคุยกันบนหน้าจอเป็นสิบคนเลยนะฮะ ผมก็คิดเลยว่าโตขึ้น ผมอยากจะทำงานอย่างพ่อนี่แหละ 

เวลาพ่อว่างพ่อก็จะมาแวะเล่นกับผม พ่อบอกว่าเล่นกับผมคือการพักผ่อนของพ่อ จริงฮะ เพราะเล่นกับพ่อก็คือการพักผ่อนของผมเหมือนกัน แต่แม่บอกว่าเล่นกับผมคือการทำงานของแม่ ผมไม่เข้าใจเลยฮะ เล่นกับผมเนี่ยสนุกจะตาย ทั้งเล่นต่อสู้ ซูโม่ ยูโด มวยปล้ำ เตะบอล แม่น่าจะสนุก 

แม่จะมีปัญหาทุกวันมาถามผมว่า วันนี้จะกินอะไร แม่บอกว่ามันคือเรื่องที่ยากที่สุดของแม่ในวันหนึ่งแล้วฮะ พอแม่ถาม บางทีผมไม่อยากกินข้าว ผมอยากกินขนม ผมก็บอกว่ากินช็อกโกแลตนะ แม่ก็จะบ่นงึมงำๆ แล้วเดินจากผมไป

หลังจากผมต้องอยู่บ้านเพราะโรงเรียนปิดไปเกือบ 2 เดือน วันหนึ่งแม่ก็มาบอกผมว่า ผมจะได้ไปโรงเรียนแล้ว แต่ไปแค่วันละแป๊บเดียว แล้วแบ่งเป็นไปช่วงเช้าหรือไปช่วงบ่าย ผมจะได้เรียนในห้องเรียนกับเพื่อน แต่เพื่อนผมจะมาแค่ครึ่งเดียว ผมฟังแล้วก็งงนะฮะ ครึ่งวัน ครึ่งห้อง ครึ่งเดียว แต่ไม่เป็นไรจะครึ่งจะครบจะขาด แค่ผมได้เริ่มไปโรงเรียนผมก็ดีใจแล้วฮะ 

แต่ก็มีคำสั่งจากคุณครูใหญ่ว่า ทุกคนจะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน พอถึงโรงเรียนต้องล้างมือ และสำคัญมากๆ คือ ทุกวันตอนเช้าผมต้องวัดไข้และบันทึกลงสมุดแล้วเอาไปให้คุณครูตอนเข้าห้อง ถ้าผมมีอุณหภูมิมากกว่า 37 องศาเซลเซียส (อุณหภูมิปกติของผมอยู่ที่ประมาณ 36.5 องศาเซลเซียสนะฮะ) หรือถ้ามีคนในครอบครัวมีไข้เกิน 37 องศา หรือมีอาการเจ็บป่วยไม่สบายเหมือนจะมีการติดไวรัส ผมจะต้องหยุดโรงเรียน คุณครูบอกว่ามันคือความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ถ้าเราสงสัยว่าจะมีอาการ ก็ไม่ควรออกไปแพร่เชื้อ 

ผมไปเรียนแบบครึ่งๆ อยู่อาทิตย์หนึ่ง จากนั้นผมก็ได้ไปเรียนแบบเกือบปกติ เรียนเต็มวันเพื่อนเต็มห้อง วันแรกๆ ที่ผมได้ไปโรงเรียนทั้งวัน ได้เจอเพื่อนครบทั้งห้อง มันสนุกมากเลยฮะ พวกเราทั้งกระโดดโลดเต้น ตะโกนคุยกันเสียงดัง จนหน้ากากอนามัยหลุดมากองอยู่ที่คาง แล้วก็มีเสียงคุณครูประกาศออกมาทางลำโพงว่า เนื่องด้วยภาวะโคโรน่าไวรัส ขอให้นักเรียนทุกคนพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ อย่าตะโกน เพราะการตะโกนทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ ขอให้นักเรียนมีความสุขกับการมาโรงเรียน จบประกาศ 

 ในช่วงแรกๆ ที่ห้องเรียนของผมต้องพูดคุยเบาๆ แล้วก็ไม่วิ่งเล่นให้เราเหนื่อย และต้องหายใจแรงๆ ทางโรงเรียนเข้มงวดกับการรักษากฎต่างๆ มากๆ เลยฮะ ครูใหญ่คงไม่อยากให้เกิดมีปัญหาอะไรในโรงเรียนที่อาจทำให้พวกเราต้องหยุดเรียนอีก น่าจะเป็นโชคดีที่เมืองของผมมีจำนวนคนติดเชื้อแค่นิดหน่อย บางอาทิตย์ก็ไม่มีเลย เย่ 

ชีวิตของผมเกือบจะเป็นปกตินะฮะ ผมมีหน้ากากอนามัยเป็นอาวุธคู่กายของผม ขาดไม่ได้เลย ผมได้ไปโรงเรียนทุกวัน หลังๆ ก็ได้ออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ สวนสาธารณะก็เปิด ไปห้องสมุดสาธารณะของเมืองได้ ไปกินข้าวนอกบ้านก็ได้ ไปว่ายน้ำได้ แต่แม่เข้าไปนั่งรอไม่ได้ พวกกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนเยอะๆ ยังทำไม่ได้ แต่แค่นี้มันก็ดีพอแล้วฮะ

เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องการเรียนชั้นประถมที่ญี่ปุ่นของลูกชาย ผ่านมุมมองเด็ก ป.1 ที่ต้องเรียนออนไลน์เพราะโควิด-19

ผมได้เรียนแบบเกือบจะปกติไปจนใกล้จะจบ ป.1 แล้วครับ วันหนึ่งคุณครูก็บอกพวกผมว่า โรงเรียนจะให้แท็บเล็ตเด็กๆ คนละ 1 เครื่อง ไม่อยากจะเชื่อเลยฮะ ผมขอแม่มาตั้งหลายที แต่แม่ไม่ซื้อให้ นี่โรงเรียนจะให้ผมจริงๆ เหรอฮะ ผมกลับไปบอกแม่เรื่องนี้ แม่บอกว่า ใช่ มีจดหมายมาบอกจากโรงเรียนแล้ว ทางอำเภอจะให้แท็บเล็ตกับเด็กทุกคนในอำเภอ 

แม่บอกว่าเพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์โควิดจะมีต่อไปถึงเมื่อไร หนักหนาขนาดไหน อาจจะต้องปิดโรงเรียนอีก ถ้าไม่ได้ไปโรงเรียน นักเรียนก็ต้องเรียนออนไลน์ ทำการบ้านส่งคุณครูทางแท็บเล็ต ทางอำเภอเลยต้องเตรียมการล่วงหน้า เพราะไม่ใช่เด็กๆ ทุกบ้านจะมีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ใช่ฮะ บ้านผมมีแท็บเล็ต แต่พ่อเอาไว้ใช้ทำงาน ถ้าผมต้องใช้แท็บเล็ตตอนที่พ่อผมต้องทำงานพอดี มันคงจะยุ่งมากเลย บ้านเพื่อนผมหลายคนก็ไม่มี นายอำเภอนี่รู้ใจพวกผมดีจัง 

เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องการเรียนชั้นประถมที่ญี่ปุ่นของลูกชาย ผ่านมุมมองเด็ก ป.1 ที่ต้องเรียนออนไลน์เพราะโควิด-19

แล้วผมก็ได้แท็บเล็ตมาครอบครอง ที่โรงเรียนมีชั่วโมงสอนการใช้แท็บเล็ต แล้วก็มีคำสัญญาในการใช้ เช่น เราจะไม่เอาไปเล่นเกม (คุณครูรู้ได้ยังไง) ไม่ใช้แท็บเล็ตนอกเหนือไปจากสิ่งที่คุณครูสอน เราจะดูแลรักษาแท็บเล็ตของเราเป็นอย่างดี เพราะเราต้องใช้มันไปถึง ป.6 แน่นอนฮะ ผมจะทำตามสัญญา ในแต่ละสัปดาห์ วันศุกร์ผมจะได้เอาแท็บเล็ตกลับบ้านมาทำการบ้านในนั้น แล้วก็เอาไปส่งคุณครูในวันจันทร์ เป็นการทำตัวให้ชินถ้าต้องมีการเรียนแบบใหม่

อีกอาทิตย์หนึ่งผมก็จะจบ ป.1 ปิดเทอมใหญ่แล้วก็จะขึ้นชั้นไปอยู่ ป.2 ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สถานการณ์ต่อไปจะเป็นยังไง ตอนนี้เจ้าเชื้อโควิดมันยังอยู่กับเรา ถึงมันจะมาแบบลงๆ ขึ้นๆ แต่ผมก็ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัว รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไว้เจอกันใหม่นะฮะ บ๊ายบาย

Writer & Photographer

ปองทิพย์ วนิชชากร

แม่บ้านไทย-ญี่ปุ่น-ลาดพร้าว รักจะ slow life เลยชอบ write slow slow

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

นับถอยหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2548 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย มีโอกาสเข้าร่วมศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจาก โรงเรียนรุ่งอรุณ ทำให้เราได้แนวคิดดี ๆ และเอาความรู้ต่าง ๆ มาปรับใช้กับความเป็นท้องถิ่นของเราเอง เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนวิถีชุมชนท้องถิ่น การเรียนรู้จึงยึดหลักการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่ชีวิต มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้ใช้ความรู้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และสังคม (Knowledge-based Society) 

เรานำโจทย์ปัญหาจริงในสังคมหรือประเด็นวิกฤตปัญหาโลกมาเป็นแกนหลักของการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำบนบริบทจริงของโรงเรียน สภาพของปัญหาของสังคม และผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อเป้าหมายการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (Active Citizen) และพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เน้นกิจกรรมแบบบูรณาการ การเรียนรู้จากฐานปัญหา (Problem Based Learning) การเรียนรู้แบบสร้างและพัฒนานวัตกรรม หรือเรียกว่า การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based Learning) ตามแนวทางพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบ Active Learning 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

เราตั้งชื่อวิชาว่า ‘วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา’ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการบูรณาการระหว่างวิชา เป็นการเชื่อมโยงหรือร่วมศาสตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไป ภายในหัวเรื่องเดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์ หรือความรู้ในวิชาต่าง ๆ มากกว่า 1 วิชาขึ้นไป เพื่อแก้ปัญหาหรือแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง 

เราไม่ได้สอนเพียงผิวเผิน แต่จัดกระบวนวิชาให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้น เพื่อให้เขาใช้ได้จริงในชีวิต

มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะผู้เรียน เตรียมความพร้อม เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ กิน-อยู่-เป็น หมายถึง กินอย่างรู้คุณค่า อยู่อย่างมีความหมาย และเป็นพลเมืองที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เรียนวิชานี้ก็คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

และด้วยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทาง โรงเรียนของเราเปิดเรียนตามปกติไม่ได้ และเพื่อเป็นการสร้างการเรียนรู้ ไม่ให้นักเรียนเกิดสภาวะถดถอยและหลุดจากระบบ จึงเป็นที่มาของการเรียนรู้เรื่องข้าวหลากสี บทเรียนกินได้ และการทำ Eco Printing ลงบนผ้า โดยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง 

แน่นอนว่าจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่รุมเร้ามาเกือบ 3 ปี ทำให้ชีวิตใครหลายคนล้มลง แต่ทว่าเรายังมีแรงสู้ต่อจากคนที่รักและครอบครัว แม้แต่เราเองที่เป็นครูก็อยากสานฝันให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ อยากพาไปตะลุยเรียนรู้ที่ต่าง ๆ เหมือนเคยทำมา เพื่อต่อยอดให้เขารู้จักตัวเองและเลือกเรียนสาขาที่ถนัด หรือสิ่งที่เขาต้องการต่อยอดในอนาคตได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การจัดการเรียนรู้ของนักเรียนหยุดไป แต่การเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ม.3 หยุดไม่ได้ เพราะการเรียนรู้ของเด็กต้องไปต่อ เราจึงมองวิกฤตเป็นโอกาส เพราะเด็กที่โนนชัยพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย

เราเลยชวนเด็ก ๆ หันกลับมามองตัวเองว่า ถ้าเราจะกินข้าวในหนึ่งมื้อ เพื่อลดภาระ ลดค่าใช้จ่าย เราจะทำอย่างไร โดยอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่ประหยัดและมีคุณค่า เราควรหันมาใส่ใจครอบครัว เพราะเราเห็นว่า พ่อแม่ของเด็กหลายคนโดนเลิกจ้างงาน ไม่มีรายได้ แต่ในชีวิตประจำวันของเด็กยังมีรายจ่าย ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรดีให้เด็กต่อยอดได้ในภาวะนี้ เลยนึกถึงเรื่องการทำอาหาร กลายมาเป็นการบูรณาการเรื่องอาชีพสร้างสรรค์ บทเรียนกินได้ บทเรียนติดปีก บทเรียนชีวิต และโภชนาการบนถาดหลุม การบูรณาการของเราไม่หยุดเดิน เพราะทุกคนต้องลุยกันต่อ

การจัดการเรียนการสอนแบบ On-Site เรามีการประสานผู้ปกครองเพื่อขออนุญาตนักเรียนก่อนออกจากบ้าน เพราะกระบวนการเรียนรู้ต้องมีการสืบค้นข้อมูลด้วย อย่าง ‘โภชนาการบนถาดหลุม’ เราชวนเด็ก ๆ เลือกอาหารในแบบที่เขาอยากกิน แต่ต้องคำนึงถึงความพอเพียง พอดี พอประมาณ โดยนักเรียนมีสิทธิ์เลือก และเราให้เขาคิดหาเมนูที่ชอบ ครบหลักโภชนาการ คาว หวาน มาหมด จากนั้นวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารที่ตนเองเลือก พร้อมทั้งให้นักเรียนประกอบอาหารที่นักเรียนเลือก อย่างเมนูกะเพราหมูกรอบ เมนูธรรมดา แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ธรรมดา เห็นแล้วว้าว มีคุณค่าทั้งเบื้องหน้าและภายในใจ จึงเกิดไอเดียข้าวหลากสีขึ้นมา

เราเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่มีในบ้าน ท้องถิ่น ชุมชน ในความโชคร้ายกับภัยร้ายแบบนี้ เรามีความโชคดีคือ นักเรียนปลูกมะลิไร้สารเคมี จึงคิดเป็นเมนูข้าวกลิ่นมะลิ (หอมมากกก) นักเรียนอีกคน หนูมีอัญชัน เราก็สร้างสรรค์ข้าวสีม่วง นักเรียนคนนู้นเห็นมีดอกเฟื่องฟ้าอยู่ในโรงเรียน ส่วนอีกคนก็ยกมือบอกครู บ้านผมมีใบเตย ให้สีเขียว ทานอร่อย หอมหวานชื่นใจ เมนูอาหารจากข้าวหลากสี เด็ก ๆ ได้เรียนรู้พันธุ์ข้าวและสีธรรมชาติจากเรื่องราวรอบรั้ว

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

จากการเรียนการสอนที่เน้นสอนทาง On-line, On-demand, On-hand อยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากนักเรียน ม.3 ต้องเตรียมตัวหลายอย่างในการต่อยอดและเลือกเรียนสาขาต่าง ๆ หรือสายอาชีพอีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกลับมาอยู่กับครอบครัว ทำให้นึกได้ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ครูอย่างเราไม่ควรลืม คือ การพบปะนักเรียนกลุ่มย่อย ซึ่งเราสอน On-Site เป็นกลุ่มย่อยอยู่แล้ว แต่รอบนี้ต้องขอชวนผู้ปกครองคุยด้วย เพื่อถามข่าวคราวกัน ทั้งเรื่องปากท้องและเรื่องวินัยความเป็นอยู่ จะทำยังไงให้ผู้ปกครองและนักเรียนไม่เบื่อ เพราะเราเองก็เป็นครูประจำชั้น ม.3/1 อยากให้รู้ว่าครูยังห่วงใย 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

ระหว่างนั่ง ๆ มองๆ คิด ๆ เราเห็นใบสักที่เติบโตและร่วงหล่น จึงเกิดไอเดียที่น่าเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากเมนูข้าวหลากสีที่เล่าให้ฟัง ถ้ามีผ้าหลากสีบ้างคงจะดี เรามองหาวัสดุรอบตัวทันที และ ‘ใบสัก’ ก็เป็นนางเอกของเรื่องนี้

เราปิ๊งไอเดีย ‘สักศรี (สี)’ ชวนเด็ก ๆ มาทำผ้าพันคอ Eco Printing ด้วยกัน ระหว่างรอนึ่งผ้า ครู เด็ก ๆ และผู้ปกครองก็สรรหาเมนูอาหารง่าย ๆ กินกัน ขอขอบพระคุณแม่น้องเม ที่ทำขนมหวานหลากสีจากธรรมชาติล้วน ๆ และคุณแม่น้องขวัญที่ทำกะเพราหมูไข่ดาวและส้มตำสุดแซ่บ วันนี้เหมือนไม่ได้มาเรียน แต่เหมือนมาทานข้าวนอกบ้าน ได้ทั้งผ้าหลากสีกับข้าวหลากสี รอบหน้าจะมีดนตรีเพื่อสร้างสีสัน มีผลิตภัณฑ์จากสักศรี (สี) โปรดติดตามตอนต่อไป 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

เทอม 2 นี้ การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไปเช่นกันในรูปแบบออนไลน์ แต่จะดีกว่านี้ถ้าพวกเราได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อยอดอาชีพ ต่อยอดการบริโภค ต่อยอดชีวิตในครัวเรือน เราซึ่งเป็นครูตัวเล็ก ๆ ก็คิดไอเดีย ‘ต่อยอดแบบวิถีพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวี กินดีอยู่ดี แบบมีเงินออม’ ใบไม้แห้งที่โรงเรียนมีเยอะมาก ซึ่งเป็นปัญหาในการทำความสะอาด เราก็คิดช่วยกันจัดการใบไม้เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้เจ้าปัญหานี่แหละ คือขุมทรัพย์ของเรา เพราะทำปุ๋ยหมักได้ แปลงเกษตรที่โรงเรียนก็มี ถ้าเราปลูกผักกินเอง ปุ๋ยก็ไม่ต้องซื้อ ผักก็ไม่ต้องซื้อ ที่สำคัญปลอดสารพิษ เปิดเทอมเมื่อไหร่ก็เอาผักส่งโรงอาหาร เหลือก็แบ่งกลับบ้าน ขายเก็บออมก็ยังไหว 

ก็เลยคิดไอเดีย ‘ปลูกเอง กินเอง นักเลงพอ ปุ๋ยก็ไม่ต้องขอ เรามีเพียงพอ ต่อยอดชีวี’ ฮิ้ว ๆ ๆ ว่าแล้วก็ชวนเด็ก ๆ มาสร้างพื้นที่เรียนรู้ ทำกิจกรรมภาคปฏิบัติกลุ่มย่อย กลุ่มละ 6 คน (ป.ล. ฉีดวัคซีนครบนะคะ) ช่วยกันทำปุ๋ยหมักเพื่อเตรียมปุ๋ยบำรุงดิน ก่อนที่เราจะไปเตรียมแปลงปลูกกัน นักเรียนที่มาเรียนก็ตั้งใจดี และที่สำคัญ การเรียนรู้ต้องลงมือทำถึงจะมีความหมาย เพราะต้อง Learning by Doing แบบ Active Learning และเรียนรู้แบบร่วมมือและมีส่วนร่วม เมื่อพร้อมแล้วเราก็ลุยทันที นัดหมายประชุมนักเรียน ผู้ปกครอง และ ครูชาญณรงค์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยเหลือกันมาตลอด พร้อมลุย

จากการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ นักเรียนร่วมสะท้อนแง่คิดดี ๆ ให้ครูได้รับรู้ว่าที่ผ่านมานักเรียนได้เรียนรู้แบบไหน ทั้งยังทบทวนและวางแผนต่อยอด ขอบใจลูก ๆ ทำให้ครูรู้ว่านักเรียนมีความสุขดี อดทน น่ารัก 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ
วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา ทำให้เรารู้ว่าการเรียนรู้นั้นมีอยู่รอบตัว รอบบ้าน และชุมชน การทำให้นักเรียนหันกลับมาใส่ใจสิ่งรอบตัวในชุมชนและท้องถิ่นของตนเองได้ จะทำให้เขาเห็นประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ พร้อมพัฒนา ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้สื่อเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ การพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้เราอยู่รอด อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ข้อดีอีกอย่างของวิชาบูรณาการ คือ เป็นวิชาที่ดึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้โดยไม่ต้องมีกรอบบังคับ สะท้อนผ่านการลงมือทำของเด็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำให้นักเรียนฝึกอยู่กับปัจจุบัน รู้จักใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

ส่วนเราในฐานะครูผู้ออกแบบกระบวนวิชาก็เรียนรู้ว่าการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเห็นศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ครูได้เข้าใจชีวิตที่หลากหลายของนักเรียน และเราเชื่อว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หลาย ๆ โรงเรียนคงทำกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญ คือ การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ท้องถิ่นของตนเองมี และประยุกต์ใช้ พัฒนา ต่อยอด สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่ นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เราต้องลงมือทำ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นันทนา ลีโคตร

ครูผู้จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ที่เชื่อว่านักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ หากได้ลงมือทำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load