หากอธิบายถึงผลงานของ ไฮเม่ ฮายอน (Jaime Hayon) จำเป็นต้องใช้หน้ากระดาษจำนวนมากเพื่อนิยามถึงความหลากหลายที่มีตั้งแต่ Swarovski Carousel งานอินสตอลเลชันม้าหมุนที่ประดับตกแต่งด้วยคริสตัล 15,000,000 ชิ้นจากออสเตรีย แจกันรูปใบหน้าชวนให้ยิ้ม โซฟาหลังทรงโค้งชวนนั่งสบายที่ได้แรงบันดาลใจมากจากสีหน้าของนกกระทุง รวมถึงงานวาดภาพอีกนับจำนวนชิ้นไม่ถ้วน ราวกับว่าเขามีเวลาวันละ 48 ชั่วโมงมากกว่าคนอื่นๆ

สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ในทุกผลงานของเขาคือความสนุกสนาน ความน่ารักกำลังดี มีคอนเซปต์ซ่อนไว้อย่างคาดไม่ถึง ที่ผ่านมา เขายังได้รับรางวัล Best Designer จากนิตยสารชื่อดังทั่วโลกหลายหัว รางวัล Maison & Objet Designer of the year 2010 และนิตยสาร Time กับ Wallpaper ยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในนักออกแบบผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค ปัจจุบันนี้เขาเปิดสตูดิโอของตัวเองชื่อ Hayon Studio และเป็นนักออกแบบให้กับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติดัชต์ระดับตำนานอย่าง Fritz Hansen

ด้วยฝีมือและประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปีทำให้ชื่อของไฮเม่เป็นทั้งไอคอนและต้นแบบของทั้งนักออกแบบหลายต่อคน เรามีโอกาสได้คุยกับ ไฮเม่ ฮายอน ตั้งแต่เรื่องของแนวคิดการทำงาน จนถึงการจัดการกับวันแย่ๆ และองค์ประกอบเล็กจนใหญ่ในชีวิต ที่ทำให้เขาสร้างสรรค์ผลงานได้ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

เราเห็นอารมณ์ขันปรากฏบ่อยครั้งในผลงานของคุณ อะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้คุณมีความสนุกหรืออารมณ์ขันได้อย่างทุกวันนี้

ผมคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนผมเองนะ คนสเปนมักมีนิสัยเปิดกว้างและเราไม่ชอบทำให้ชีวิตซีเรียส ผมบอกเสมอว่าสไตล์ของผมและวิธีที่ผมมองเห็นชีวิตคือความสนุกแบบจริงจัง นั่นหมายถึงในสิ่งที่จริงจังมากๆ แต่ยังคงความสนุกอยู่ ผมทำสิ่งต่างๆ ให้มีคุณภาพดี ในเวลาเดียวกันก็เติมส่วนของความสนุกเข้าไป

ไฮเม่ ฮายอน เติบโตมาอย่างไร

ผมเติบโตมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยพลังบวก ครอบครัวผมแฮปปี้สุดๆ เวลาผมวาดรูปหรือเวลาผมค้นพบอะไรใหม่ๆ ผมเกิดใน ค.ศ. 1974 ปีเดียวกับที่สเปนยุติการปกครองจากระบอบเผด็จการจาก นายพลฟรานซิสโก ฟรังโก (Francisco Franco) พ่อแม่ผมนี่เหมือนกับ “ในที่สุดเขาก็ตายเสียที!” ผมเลยเติบโตมากับเมืองที่ทุกคนมีความสุข เต็มไปด้วยอิสรภาพ เจเนอเรชันของผมเติบโตมาด้วยอิสรภาพที่สร้างขึ้นมาจากการถูกกดขี่ของคนรุ่นก่อน 

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

เพราะงั้น ผลงานของคุณหลากหลายมาก ตั้งแต่งานพิมพ์ ภาพวาด เฟอร์นิเจอร์ จนถึงงานอินสตอลเลชัน แล้วคุณเคยคิดถึงเรื่องของขีดจำกัดในการทำงานบ้างไหม

ผมไม่มีข้อจำกัดเลย ผมเคยคิดและบอกกับตัวเองว่า “คุณจำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็นนักออกแบบ ศิลปิน สถาปนิก ตกแต่งภายใน จิตรกร” แต่ถึงจุดหนึ่งไม่จริงเลย เพราะอย่าง ลีโอนาโด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ก็ไม่จำเป็นต้องเลือก เขาทั้งวาดภาพโมนาลิซา และเป็นวิศวกรออกแบบเครื่องบินไปด้วย มีเกลันเจโล (Michelangelo) หรือ ปิกัสโซ (Picasso) เองก็ไม่ต้องเลือกเหมือนกัน 

ถ้าหากคุณเป็นคนสร้างสรรค์ คุณจะมีโอกาสในการค้นหาความถนัดใหม่ๆ เสมอ ผมไม่มีปัญหาในทำงานกับแบรนด์อื่น ผมทั้งออกแบบโรงแรม ออกแบบเก้าอี้ที่ทรงสวยงามมาก มันเป็นวิธีการพูดภาษาของผมออกไป เพราะผมมีบทสนทนากับความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง ข้อจำกัดคือสิ่งที่คุณตั้งขึ้นมาเอง และคิดว่าไม่ควรจำกัดกรอบของความคิดสร้างสรรค์ด้วย

ปัญหาคือ โลกนั้นสร้างข้อจำกัดให้เรา ไม่ใช่เป็นเราที่ไปสร้างข้อจำกัดให้โลก 

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ
Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

แล้ววิธีการทำงานแบบไร้ข้อจำกัดของคุณเป็นแบบไหน

ผมทำงานต่างกับคนอื่นในวงการ โดยเฉพาะกับธุรกิจศิลปะและการออกแบบ ผมคาดการณ์ไปก่อนล่วงหน้า ฝันถึงว่าอยากจะทำอะไรและมองหาคนที่ใช่ในการทำงานด้วย

ผมไม่รอให้มีบางคนเข้ามาหาและพูดว่า “เราต้องการเก้าอี้แบบนี้ หรือร้านอาหารแบบนี้” ผมจะฝันว่า “ถ้าหากผมมีร้านอาหารของตัวเอง หน้าตามันจะเป็นอย่างไรนะ” ส่วนใหญ่ผมอยู่ในจักรวาลของตัวเอง และโลกมันช่างกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ตื่นขึ้นมาทุกเช้าด้วยสารพัดไอเดียที่วิ่งอยู่ในหัว เป็นโลกใหม่ในทุกๆ วัน

หลังจากทำงานมากว่ายี่สิบปี ผมมีภาษาที่ผู้คนจดจำได้ มันเลยเป็นเรื่องง่ายในการตีพิมพ์หนังสือใหม่สักเล่ม ทำหน้าร้านใหม่สักแห่ง เพราะเหมือนมีสูตรอาหารอยู่กับตัวเสมอ ฉะนั้น หากคุณมีภาษาของตัวเองเมื่อไหร่ คุณจะโชคดีเมื่อนั้น เพราะว่าคุณไม่ต้องพยายามเป็นเหมือนใครสักคน ไม่ต้องเรียนไวยากรณ์ใหม่ๆ

กว่าจะออกมางานหนึ่งชิ้น กระบวนการคิดของคุณเป็นอย่างไร

ขั้นตอนการทำงานส่วนใหญ่เริ่มจากการพูดคุยกับลูกค้า ไม่สำคัญเลยว่าเขาจะเป็นใคร คุณจำเป็นต้องตั้งใจฟังให้ดีว่าพวกเขาต้องการอะไร และพูดคุยกันให้มาก อาจมีนักสะสมผลงานศิลปะที่ต้องการภาพวาด แกลเลอรี่ที่อยากมีนิทรรศการ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์อย่าง Fritz Hansen ที่ต้องการเก้าอี้แบบใหม่
จากนั้นผมจะสื่อบางความรู้สึกออกไป เช่น เริ่มต้นพูดไปว่า “เก้าอี้ตัวนี้ต้องมีทรงโค้งมนเล็กน้อยและน้ำหนักเบา” จากประโยคนี้ คุณจะสังเกตได้ว่าเราเลือกอะไรกันไปแล้ว นั่นคือไม่เอาเก้าอี้ที่หนักและทรงเหลี่ยมใช่ไหม ค่อยต่อด้วยคำถาม “เอาแบบที่ยกเคลื่อนย้ายได้ง่ายด้วยไหม นั่นหมายถึงต้องมาในขนาดที่เหมาะสม ไม่เกินห้าสิบเซ็นติเมตร” หากคุณจับตรงนี้ได้ ไอเดียก็เกิดขึ้นมากมายมหาศาล

เหมือนเวลาไปปั๊มน้ำมัน ถ้าจะเติมให้รถมอเตอร์ไซค์ต้องใช้กรวยใช่ไหม คุณจำเป็นต้องมีฟิลเตอร์คอยกรองทุกอย่างที่ออกมา เพื่อหาส่วนสำคัญ สิ่งที่ลูกค้าต้องการ สิ่งที่ขาดไปในอุตสาหกรรม ความคิดของตัวคุณเอง สำหรับผมแล้ว ในช่วงเริ่มงาน เปิดใจให้กว้างเป็นอิสระมากๆ ปล่อยทุกอย่างลอยขึ้นไปในอากาศ และพิจารณาทีละชิ้น ค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย เริ่มทำให้ไอเดียทั้งหมดแคบลงจนได้ไอเดียที่ใช่ 

ผมคิดว่าการออกแบบที่ดีและความคิดสร้างสรรค์ในงานศิลปะทั่วไปต้องการใจที่เปิดกว้าง เหมือนเด็กเล็กในช่วงแรกเริ่ม ก่อนค่อยๆ เรียนรู้มากขึ้นเพื่อสร้างสิ่งที่ถูกต้องจากไอเดียเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

ทำไมการออกแบบที่ดีหรือความคิดสร้างสรรค์ถึงควรเริ่มจากไอเดียเล็กๆ น้อยๆ 

ตอนสอนในมหาวิทยาลัย ผมบอกกับนักศึกษาเสมอว่าควรเริ่มจากศูนย์ พวกเขาจะโวยวายว่า “พวกเราจะโชว์งานของตัวเองให้อาจารย์ดูได้ยังไง ถ้าไม่ได้โชว์รูปจากในมือถือหรืออินสตาแกรม” ผมจะตอบกลับไปว่า “ไม่เลย คุณบอกผมจากเรื่องเล่าที่ดีได้” ซึ่งนั่นคือความจริง

ถ้าผมบอกคุณถึงสถานที่ที่ไม่เคยไปเห็น หรือถ้าบอกข้อมูลว่า “ของชิ้นนั้นไม่มีเหลี่ยมมุม ผมต้องการให้ทุกอย่างโค้งมน โค้งที่ตรงนี้และตรงนั้น บอกคู่สีที่ใช้ มีสัมผัสที่ให้ความรู้สึกเหมือนผิวทรายแต่ก็นุ่มนวล” คุณจะหลับตานึกภาพออกได้อย่างชัดเจนเลย บางครั้งจึงเป็นเรื่องดีกว่าหากไม่เริ่มจากการวาดตั้งแต่แรก เพราะคุณคิดภาพในหัวล่วงหน้าไปได้ไกลกว่านั้น

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ
Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

คุณใช้วิธีไหนแปลงไอเดียจากความคิดนามธรรมให้กลายเป็นผลงานจริงได้

ผมพยายามคิดไปถึงผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการและเทคนิคที่จะใช้ งานของผมเริ่มเปลี่ยนจากฟรีสไตล์มาเลือกใช้วัสดุอย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพราะต้องทำงานฝีมือหรืองานทำมือ ผมเป็นคนประณีตมาก ถ้าทำเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ผมจะทำงานร่วมกับช่างฝีมือ คนในอุตสาหกรรม ผมจะตรวจสอบว่าสมบูรณ์แบบหรือยัง

ผมมักมีภาพชัดตั้งแต่ตอนเริ่ม เห็นเลยว่าสิ่งต่างๆ จะต้องเป็นไปอย่างไร และสื่อสารกับช่างได้ว่าสิ่งนี้โอเค และสิ่งนั้นไม่โอเค ทุกขั้นตอนในการทำงานล้วนเป็นเรื่องท้าทาย แต่ในท้ายที่สุดแล้วไม่ง่ายเลย มันเกี่ยวกับต้นทุน ความสมดุล และเวลา 

ทำไมทุกขั้นตอนการทำงานถึงท้าทาย แล้วจัดการความไม่ง่ายนั้นอย่างไร

ถ้าเป็นฐานะศิลปิน มีคนเดินมาบอกว่าเราชอบงานคุณมาก และต้องการซื้อผลงานชิ้นนี้ นั่นคือจบ แต่สำหรับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ มันคือการลงทุนของบริษัท มีการเตรียมเนื้อผ้า การทำการตลาด การกระจายสินค้า เรื่องของน้ำหนักและจำนวน ราคา ว่าไปจนถึงความคงทน การออกแบบเป็นเรื่องของความสนุก แต่ก็เป็นเรื่องของความถูกต้องแม่นยำด้วย คุณพลาดไม่ได้เลย ไม่มีพื้นที่สำหรับเรื่องนั้น การออกแบบมันดูง่ายถ้าเป็นคนนอกมองเข้ามา แต่ถ้าหากคุณเผชิญหน้ากับเจ้าของธุรกิจแล้ว ไม่ง่ายเลย พวกเขาต้องการตัวเลขที่เป๊ะสุดๆ คุณบอกไปว่า “ลองเลขนี้ดูสิ” ไม่ได้ คุณต้องพูดอย่างมั่นใจว่า 1.3 มิลลิเมตรคือค่าที่ถูกต้อง เพราะว่าผมลอง 1.4 1.5 1.6 และ 1.7 มาแล้ว

คุณเล่าว่าเริ่มทำงานด้วยการสเก็ตช์ เหมือนใช้สมุดเป็นสื่อบันทึกไอเดียต่างๆ และเล่าวิธีคิดเสมอ ในเวลาว่างคุณสเก็ตช์ภาพเพื่อความสนุกบ้างไหม

ผมทำนะ การวาดของผมมีสองแบบ หนึ่งคือ วาดแบบมีตรรกะ เป็นสิ่งที่ใช้ความคิดและเพื่อหาทางแก้ปัญหาบางอย่าง เป็นส่วนที่ซีเรียสของผม วาดตอนที่คิดว่าจะเลือกทำแบบไหนดีกว่า ซึ่งเป็นวิธีคิดเชิงคณิตศาสตร์มากๆ ส่วนอีกแบบหนึ่งคือ วาดเป็นอิสระเลย ตื่นขึ้นมาแล้ววาดอะไรก็ตามที่ขึ้นมาให้หัว เหมือนเป็นไดอารี่ ซึ่งวาดมาแล้วหลายเล่มมากๆ นี่คือวิธีที่ผมเติบโตมากับจินตนาการและความคิดของตัวเอง เพราะจากจินตนาการเหล่านั้น ผมดึงเอารูปร่าง รูปทรง และสิ่งใดๆ ก็ตามกลับมาใช้ในงานต่างๆ ทั้งประติมากรรม ผลงาน หรืออินสตอลเลชัน

ผมชอบวาดรูปเพี้ยนๆ แม้ว่ามันจะไม่เมกเซนส์ บางทีคุณอาจนึกขึ้นมาได้ว่า “เราทำรูปทรงนี้ได้ดี ควรใช้รูปทรงนี้ในผลงานชิ้นต่อไป” ในการวาดรูปเล่นๆ ผมก็จริงจังกับมันมาก ผมมีสมุดสเก็ตช์ติดตัว ไม่ว่าเดินทางไปไหนก็พกไปด้วยทุกที่ และวาดรูปนู่นนี่ตลอดเวลา จนมีหลายเล่มมากๆ หากต้องโชว์ให้ดู คุณอาจหัวใจวายตายไปเลย (หัวเราะ)

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

ในฐานะนักออกแบบที่อยู่ในวงการมานาน คุณคิดว่า ‘แรงบันดาลใจ’ ยังเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ไหม

จำเป็น เพราะแรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่เปิดโลกให้กับคุณ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและเราต้องใช้มันด้วย

งานออกแบบ ข้อดีคือเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในสังคม เปลี่ยนมุมมอง ช่วยเหลือผู้คนหรือช่วยชีวิตคุณได้ ลองนึกถึงช่วงเวลาที่เราอยู่กับ COVID-19 ตอนนี้สิ กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์มากมายมีส่วนร่วมในการออกแบบหน้ากากจนถึงเครื่องช่วยหายใจ หรือมีคนจำนวนเท่าไหร่ที่ต้องติดอยู่ที่บ้าน แล้วนึกได้ว่าควรทำอะไรสักอย่างให้ดีขึ้น นั่นคือแรงบันดาลใจสำหรับผม

ผมทำโต๊ะใหม่ให้กับพิพิธภัณฑ์ในมาดริด มีนิทรรศการจัดแสดงอยู่ตอนนี้ และตั้งชื่อว่า Connected ซึ่งแรงบันดาลใจมาจากมีดพับสวิส หลักการทำงานเหมือนกัน คุณแยกและนำชิ้นส่วนไปไว้ตรงไหนในบ้านก็ได้ จะใช้เป็นโต๊ะกินข้าว โต๊ะทำงาน ตามแต่ละส่วน

ผมใช้เวลาส่วนมากในบ้าน และคิดว่าโต๊ะที่มีมันไม่เวิร์กเอาเสียเลย ผมต้องการโต๊ะที่น่าสนใจกว่านี้ เลยเป็นที่มาของไอเดียโต๊ะเพี้ยนๆ ตัวนี้ ตอนทำงานก็ตื่นตาตื่นใจสุดๆ ผมตั้งชื่อว่า Mesamachine ภาษาสเปนที่แปลว่า Table Machine ทำจากไม้เนื้อแดง เป็นงานทดลองที่ให้ประสบการณ์ที่ดี และเป็นตัวอย่างของการได้แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นในช่วง COVID-19

คุณได้รับแรงบันดาลใจจากทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ นักสร้างสรรค์ นักออกแบบ ศิลปินไม่เคยหยุดสร้างสิ่งใหม่ เพราะพวกเขามีความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

นอกจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน อะไรสร้างแรงบันดาลใจให้คุณอีกบ้าง

ผมมีลิสต์สถานที่ในใจเสมอไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็ตาม โดยเฉพาะกับประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ที่ดีสำหรับค้นพบสิ่งใหม่ๆ ไม่สิ้นสุด ผมจะบอกความจริงกับคุณหนึ่งอย่างว่า ที่นี่ให้แรงบันดาลใจในการทำงานกับผมไปตลอดกาล ผมเจอวัฒนธรรมที่งดงาม เจอสิ่งที่เกิดขึ้นบนถนน ตลาด ผู้คนมากมาย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้นที่นั่น 

ผมเป็นพลเมืองโลก ผมรู้จักหลายสถานที่และที่เหล่านั้นก็ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ที่ผมมี ต่อชีวิตที่ผมใช้ 

ถ้าไปปารีส ผมจะไปพิพิธภัณฑ์ เป็นที่โปรดเหมือนกับนิวยอร์ก ลอนดอน กรุงเทพฯ ทุกที่มีความสวยงามของตัวเอง และมันทำให้เข้าใจว่าถ้าอยากทำงานให้เป็นสากล ต้องเข้าใจว่าผู้คนเข้าใจและไม่เข้าใจอะไร

คุณรักษาลายเซ็นของตัวเองพร้อมกับนำเสนอเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆ ได้อย่างไร

   ผมพูดเสมอว่านั่นคือการร่วมมือ จากประสบการณ์กว่ายี่สิบปี ผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาแฮปปี้ถ้าได้ทำงานร่วมกับคนที่มีลายเซ็นเป็นของตัวเอง เพราะพวกเขารู้ว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้น 

ในช่วงที่ผมเริ่มต้นเส้นทางนี้ ลวดลายของผมชัดเจนเอามากๆ แบรนด์ต่างๆ เลยกลัวนิดหน่อยว่างานของผมจะไปกลบเอกลักษณ์ของพวกเขา พวกเขาอาจจะชอบหากตอนนั้นผมโด่งดังแล้ว สิ่งนี้เลยทำให้ผมพยายามเข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็น และหาวิธีสร้างงานคุณภาพดี เพื่อสะท้อนสิ่งที่ทั้งผมและแบรนด์เป็น 

ผมลองหาภาษาทางการออกแบบของตัวเอง อย่างเช่นการทำงานร่วมกับ Fritz Hansen ผมเริ่มใส่สิ่งที่เรียกว่าสำเนียงลงไป เช่น ความเป็นสแกนดิเนเวีย ความนุ่มนวล และสีที่คิดมาเป็นอย่างดี แต่ถ้าทำงานกับร้านอาหารในฝรั่งเศสหรืองานอินสตอลเลชันในญี่ปุ่น งานของผมจะระเบิดความฉูดฉาดออกมาเต็มพลัง เติมไอเดียหลุดโลก ซึ่งไม่เป็นปัญหาเลยในการผสมสไตล์ของตัวเองเข้าไปในผลงาน 

ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวประติมากรรมสำหรับเด็กในสวนสาธารณะที่เกาหลี สีสันสดใสและสไตล์เกาหลีมากๆ ก็ถือเป็นไฮเม่ที่เกาหลีใต้ ตอนนี้ก็เป็นไฮเม่ที่ประเทศไทย มีกลิ่นอายของแบรนด์ แต่ก็ยังเป็นตัวผมอยู่

Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ
Jaime Hayon นักออกแบบสเปนที่เกิดในยุคเผด็จการตาย ไม่มีข้อจำกัดการสร้างสรรค์งานทุกรูปแบบ

การได้ร่วมงานกับ Fritz Hansen เปลี่ยนชีวิตคุณขนาดไหน

ถ้าหลายปีก่อน คุณไปถามนักศึกษาที่ชื่อ ไฮเม่ ฮายอน เขาไม่มีวันฝันถึงเลยว่าจะได้ทำงานร่วมกับ Fritz Hansen ที่ถือเป็นสุดยอดบริษัทด้านการออกแบบ เหมือนฮอลลีวูดแห่งโลกดีไซน์ งานสถาปัตยกรรมทั่วโลกต้องการเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์นี้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งพวกเขามองหาใครสักคนที่มีเอกลักษณ์ มีวิสัยทัศน์ที่แตกต่าง

สำหรับผม ช่างโชคดีที่ได้รับเลือกให้ทำงานร่วมกัน จนในวันนี้ ผมได้ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์การออกแบบที่เดนมาร์ก ซึ่งมีผลงานจากสถาปนิกและนักออกแบบทั่วโลก และผลงานของผมเป็นหนึ่งในนั้น โดยเป็นนักออกแบบจากสเปนเพียงคนเดียว (หัวเราะ) ได้เป็นส่วนหนึ่งกับประวัติศาสตร์การออกแบบที่ยิ่งใหญ่ และผมเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ทำงานออกแบบร่วมกันกับพวกเขา
ผมทำงานกับ Fritz Hansen มายาวนาน ออกแบบเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่เป็นคอลเลกชันพิเศษให้กับแบรนด์ โดยพยายามทำให้เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ผมเริ่มจากโซฟาก่อน แล้วค่อยมาเป็นเก้าอี้ รวมถึงของตกแต่งอีกหลายชิ้น จนมีโอกาสออกแบบหน้าร้านที่กรุงเทพฯ ผมชอบไอเดียการเปลี่ยนบ้านเก่าให้เป็นโชว์รูม ประสบการณ์ทำงานร่วมกับ Fritz Hansen ทำให้ผมได้เรียนรู้อย่างมาก ออกแบบผลงานพิเศษ และได้คิดสิ่งใหม่ ทั้งกับการเลือกใช้วัสดุหรือการผสมเทคนิคในเชิงการผลิต Fritz Hansen เป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี ถือว่าเป็นบริษัทที่จริงจังมากเลยทีเดียว

ตัวคุณเองเคยมีวันที่แย่บ้างไหม อย่างเช่นวันที่แผนต่างๆ หรือไอเดียไม่เป็นไปอย่างที่คิด คุณทำอย่างไรกับวันเหล่านั้น

ผมมีวันแย่ๆ บ่อยเลย มันเป็นวันปกติในชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะมีวันเหล่านั้น เพราะหากไม่มีวันที่แย่ คุณจะไม่มีวันที่ดีได้ สำหรับตัวผมมันเหมือนการต่อสู้ เพราะว่าความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่งานประจำแบบเข้าเก้าโมงเช้า เลิกห้าโมงเย็น งานสร้างสรรค์นั้นต้องดิ้นรน ยากเย็น มืดหม่น และเป็นช่วงเวลาของความกลัว เมื่อคุณออกแบบอะไรสักสิ่งหนึ่ง คุณเปิดเผยตัวเองในสิ่งนั้น คุณฝากจิตวิญญาณเข้าไปในผลงาน

คนทั่วไปรู้ว่าผมเป็นคนสนุกสนาน คิดบวก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็เป็นทุกข์มากกับวันที่ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เอาเข้าจริงผมรักวันแย่ๆ และรักช่วงเวลาแห่งความเศร้า ผมขอบคุณทุกวันแย่ๆ เหล่านั้น เพราะได้เรียนรู้กับทุกอย่าง เหมือนแนวคิดหยินกับหยาง สัญลักษณ์อันน่ามหัศจรรย์ เป็นเรื่องจริงที่ว่าคุณจะไม่มีวันเห็นความสวยงาม ถ้าคุณไม่เคยรู้จักกับความน่าเกลียดมาก่อน คุณจะมองไม่เห็นความเลวร้ายถ้าคุณไม่เคยเห็นความดีงาม ใช้กับความคิดสร้างสรรค์ได้เหมือนกัน ในวันที่แย่ที่สุด คุณอาจคิดไอเดียที่ดีที่สุดได้ เราก็แค่ต้องเปิดรับทุกอย่างที่เข้ามา เปิดรับสิ่งเหนือความคาดหมาย เแล้วสนุกไปกับมัน

การที่คุณเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ชีวิตเปลี่ยนไปบ้างไหมเมื่อเทียบกับตอนเป็นนักศึกษาด้านการออกแบบ

ผมไม่ได้สนใจตรงนั้นมากเท่าไหร่ เพราะคนที่รู้จักผมจริงๆ จะรู้ว่าผมไม่ได้เปลี่ยนไป ยังเป็นคนเพี้ยนๆ เหมือนเดิม ว่ากันตามตรง คำว่าความสำเร็จหรือการที่มีคนจดจำเราได้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย สุดท้ายเราตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้อยู่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้ทำในสิ่งที่รักและยังคงทำต่อไปได้อยู่ มีชีวิตอยู่แม้นักสะสมงานศิลปะบางคนจะอยากฆ่าผม เพราะราคาผลงานที่สูงลิบก็ตาม (หัวเราะ)

ไม่มีอะไรเปลี่ยนจริงๆ เหรอ

ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่สุดก็คงเป็นการที่ไม่ต้องแสดงหรือสาธิตสิ่งที่ผมทำได้กับลูกค้าหรือผู้รับชมงานอีกแล้ว พวกเขาเชื่อใจผมมากขึ้น ในเมืองที่มีผลงานหรือนิทรรศการของผมจัดแสดงอยู่ เวลาผมเดินตามถนนอาจต้องหยุดเป็นระยะ เพราะว่ามีบางคนอยากจะทักทายผมบ้าง ผมโอเคเลยนะ เพราะผมเองก็เป็นแฟนคลับของหลายคนเหมือนกัน (หัวเราะ)

Writer

กมลกานต์ โกศลกาญจน์

นักเขียนอิสระที่สนใจเรื่องงานออกแบบ สังคม และวัฒนธรรม ชื่นชอบการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะอยากเรียนรู้ในความแตกต่างที่หลากหลายของโลกใบนี้

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ภาพวาดสิ่งมีชีวิตสี่ขาสื่อแทนผู้คน เติมเต็มด้วยลวดลายแพตเทิร์น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ลายขวาง ค่าน้ำหนักขาว เทา ดำ เส้นทุกเส้นบรรจบกันอย่างบรรจง ทุกองค์ประกอบประดับขึ้นเพื่อเพิ่มมิติให้กับทุกคาแรกเตอร์ในหนึ่งเรื่องราว

ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากที่จะเลียนแบบนี้เป็นผลงานของ กรีฑา พรมโว หรือศิลปินผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ Chang of Art ผลงานของเขาโดดเด่นในสไตล์ของ Pop Art, Contemporary Art และ Doodle Art สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และแนวคิดที่ว่า มันบาลานซ์ได้ดีระหว่างความเป็น Fine Art (วิจิตรศิลป์เน้นความสวยงาม) และ Commercial Art (พาณิชยศิลป์เน้นการต่อยอดด้านมูลค่าของผลงาน) ทั้งความงามและคุณประโยชน์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอย่างมาก

ด้วยสไตล์งานที่สนุกและเข้าใจง่าย ทำให้คนเสพก็สุข คนสร้างจึงไม่เคยหยุดเสาะแสวงหาไอเดียมาวาดชิ้นงานใหม่ ๆ ชีวิตที่เติบโตมากับศิลปะประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ทำให้เขาเข้าใจงาน เข้าใจตัวเอง และเข้าใจสิ่งที่สังคมต้องการได้เป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังกว่าจะได้มายังสิ่งนี้ คงไม่ง่ายเสมือนดีดนิ้วแค่เป๊าะเดียวเป็นแน่

งานของเขามีชื่อเสียงในแวดวงนักสะสมผู้ชื่นชอบศิลปะคาแรกเตอร์ชัด ขนาดมีคนยอมรอภาพวาดในเวลาหลักปี ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ เขายังได้ไปจัดแสดงงานที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ล่าสุด เขาได้ออกแบบลวดลายบนเสื้อลิมิเต็ดอิดิชันให้กับ Garena Free Fire เกมมือถือออนไลน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าท้าย การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอด คว้ารางวัล ‘เกมมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี’ จากงาน Esports Awards 2021 ถึง 2 ปีซ้อน คล้ายจะเป็นเรื่องเดียวกับรางวัลชีวิตราว 20 ปีที่ได้มาจากการฝ่าฟันของเขา เราจึงอยากชวนทุกคนทำความรู้จัก ‘งานช้าง’ ในแบบของ Chang of Art ไปพร้อมกัน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Unique-Useful-Universal 

ภายในสตูดิโอส่วนตัวที่ปลุกพลังด้วยผนังสีแดง แสงไฟปรับระดับเข้ม กลาง อ่อน ไปตามฟีลลิ่งของการสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยผลงานหลายชิ้น หลากสไตล์

“เราใช้สัตว์และคนมาเป็นตัวแทนในการนำเสนอความคิดและความรู้สึก” เจ้าของผลงานกล่าว เมื่อเราเห็นว่าทุกภาพมีสัตว์เป็นพระเอกของงาน

หากใครเป็นแฟนผลงาน Chang of Art ก็ดี หรือใครกำลังทำความรู้จักกับผลงานของเขาจากเรื่องราวนี้ก็ตามแต่ จะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังโลดแล่นลีลาอยู่บนพื้นผ้าใบ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนเข้าใจง่ายในพริบตาเดียว ดังเช่นที่อยู่ตรงหน้าเรา ภาพสิงโตกำลังหัวเราะร่า ใส่หมวกกันน็อกเตรียมพร้อมออกซ่าผจญภัยบนท้องถนน แฝงไปด้วยอารมณ์ บริบท และไลฟ์สไตล์ จนใครเห็นก็คงต้องพูดออกมาเลยว่า ‘นี่แหละ ผลงานของ Chang of Art’

แต่ก่อนจะมาเป็นสัตว์นานาชนิด ศิลปินต้องทำความเข้าใจกับความหมายและความเชื่อของตัวละครที่จะปรากฏในผลงานเสียก่อน

“ถ้าเราเข้าใจ เราจะมักง่ายเวลาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะต้องสื่อสารและนำเสนอ Definition ให้ได้ ว่าทำไมต้องเป็นเสือสิงโต มังกร หมาป่า หรือทำไมต้องเป็นขวดเหล้า ขวดเบียร์ ทำไมต้องเป็นรถยนต์ ทำไมต้องเร็ว พวกนี้มันมีคำตอบที่ชัดเจน และเป็นคำตอบแบบ High Art ไม่ใช่ Design มันมีมิติลึกกว่า อย่างสัตว์นี่มีความเชื่อ เรื่องสถานะต่าง ๆ มีความหมายแฝงอยู่ เช่น เสือ สื่อถึงบุคลิกสุขุม นุ่มลึก ใจใหญ่”

นิยามของ ‘งานช้าง’ จึงมีด้วยกัน 3 อย่างใหญ่ ๆ คือ Unique, Useful, Universal 

Unique ยูนีกทันทีที่มอง รู้เลยว่าเส้นเยอะ ๆ หนวดเยอะ ๆ มีแพตเทิร์น มีไอคอน มีไอเดียแฝงอยู่ในทุกคาแรกเตอร์

Useful ต่อยอดประโยชน์ของชิ้นงานได้มากกว่าแค่บทบาทของภาพวาด เขาคิดต่อยอดไปถึงว่างานชิ้นนี้ให้อะไรกับคนและสังคม การจบกระบวนการของงานจึงไม่ใช่การลงสีในด่านสุดท้าย แต่ต้องคิดเผื่อไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

Universal ต้องเป็นงานสะท้อนตัวตนที่ได้รับการยอมรับในสังคม ซึ่งการเป็นที่ยอมรับในที่นี้ เขาอธิบายว่า ไม่เท่ากับความแมสเพียงอย่างเดียว แม้ศิลปินต้องการให้ผลงานตัวเองเป็นที่รู้จัก แต่งานชิ้นนั้นก็ต้องให้ไอเดียกับคนที่พบเห็น ผู้คนต้องมีการตั้งคำถาม ชื่นชม ไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นย้อนกลับมาสู่การพัฒนางานชิ้นต่อไปของตน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Flashback to The Beginning

กว่าจะออกมาเป็น Chang of Art ในทุกวันนี้ ช้างได้เดินทาง ลองผิดลองถูก มีอุปสรรคแวะทักทายบ้าง จนตกตะกอนกับความรักในศิลปะมากว่า 20 ปี

“ผมไม่ได้คิดว่าเราทำงาน เราคิดว่าเราใช้ชีวิต”

ชีวิตที่มีศิลปะเป็นส่วนประกอบหลัก เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นเด็กชายช้างที่ชอบวาดรูปเหมือนกับเด็กหลาย ๆ คน ศิลปินเยาว์วัยวาดเตาะแตะเรื่อยมาไม่เคยหยุดจนกลายเป็นความชอบ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงเริ่มทำความเข้าใจศิลปะในเรื่องพื้นฐาน ลัทธิต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และพื้นฐานทางด้านทัศนศิลป์ เขาค่อย ๆ มองภาพในสเกลใหญ่ขึ้น นั่นคือ การหาสถานที่สักที่ เพื่อเดินต่อในเส้นทางของการพัฒนาฝีมือ หลังจากเรียนจบระดับอุดมศึกษา เขาจึงคิดถึงการนำศิลปะมาอยู่ในชีวิตประจำวัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งหาลู่ทางนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ ประกอบอาชีพ และเติมเต็มคุณค่าของชีวิต จนถึงทุกวันนี้ เขาเพียงแค่เดินเรื่อย ๆ ไปในทางของตัวเองในทุก ๆ วัน ข้ามผ่านจุดสูงชันและไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร

Learning by Doing

ตลอดชีวิตบนเส้นทางสายศิลปะ เขาผ่านมาทุกยุคทุกวัยของการเรียนรู้ ทั้งยุคลอง ยุคเริ่มต้น ยุคแสวงหา จนอยู่ตัวและให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคของการสร้างทัศนคติ สร้างมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแม้กระทั่งนิยามใหม่ จากองค์ประกอบศิลป์ที่เขาเข้าใจทั้งหมด 

“เราทำงานมาเรื่อย ๆ ปรับตัว ปรับปรุงอยู่ตลอด ให้มันเลี้ยงชีพได้ ทั้งในทาง Commercial และ Fine Art ให้มันมีความบาลานซ์อยู่ตรงกลาง และเราก็สร้างทัศนคติใหม่ ๆ ขึ้นมาระหว่างทาง”

ช้างทำให้งานเขาอยู่ตรงกลาง พอดีในทุกมิติ

“ผมนิยามงานตัวเองว่ามันคือสมดุลระหว่างความเข้าใจ” พอดีทั้งความงาม มูลค่า ประโยชน์ใช้สอย และแนวคิดต่อยอด

กว่าจะมาเป็น 1 ชิ้นงาน ต้องผ่านกระบวนการคิด และนำความคิดมาคิดต่ออีกที เพื่อวิเคราะห์ความหมายขององค์ประกอบทุกส่วนที่จะเกิดขึ้น หลังจากนั้นจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ สเก็ตช์ภาพที่ร่างไว้ในหัวให้คุ้นชิน ลองแล้วลองเล่า ชนิดที่เห็นกระดาษเปล่าแล้วชี้ได้เลยว่าอันนี้อยู่ตรงไหน เชื่อมกับอะไร จึงเริ่มขั้นตอนสำคัญต่อไป คือการร่างความคิดให้เป็นจริงขึ้นมา

“เมื่อได้ไอเดียแล้ว เราต้องมาคิดวิเคราะห์ มาทำสเก็ตช์มาเลือกคาแรกเตอร์ที่ชอบที่สุด และวางแผนว่าทำยังไงถึงสำเร็จ” Chang of Art เปรียบงานตัวเองเสมือนงานวิจัยขนาดย่อม

“ถ้าเราอยากได้หมาหัวเราะหรืออยากได้หมาน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งนั่งบนเวสป้าหรือขี่สกู๊ตเตอร์ เราก็วาดไปเลยแล้วค่อยมาดูว่า จะเอามันมาใช้ยังไง ต้องการความ Hamony กลมกลืนไปด้วยกัน ฉะนั้นงานมันต้องวางแผน เพราะทุกเส้นวกไปวนมา”

ทุกผลงาน ช้างเลือกใช้เทคนิค Free Hand หรือการวาดโดยไม่ต้องร่างดินสอก่อนและไม่ต้องพึ่งพายางลบ ลายเส้นทุกเส้นตวัดวาดจากภาพร่างในจินตนาการ ที่ผ่านการวางแผน กลั่นกรอง และสเก็ตช์จนจดจำทุกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

“เราต้องมีภาพในหัวว่าจะวางอะไรบนพื้นที่ตรงนี้ และจัดสรรองค์ประกอบ เว้นสเปซให้พอดี” เขาอธิบายการจัดวางลายเส้นให้เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อและไขว้ไปไขว้มา ชวนค้นหาจุดสิ้นสุด

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

เมื่อภาพเกิดขึ้นตามความตั้งใจสมกับความพยายามแล้ว อาณาจักรของ Chang of Art ไม่หยุดอยู่แค่ในภาพวาด แต่เขายังต่อยอดงานสู่ประติมากรรม ดึงเอาคาแรกเตอร์ของการ์ตูนออกมาเป็นรูปปั้นสามมิติ จับต้องได้ เขาทำมาหมดแล้วทุกไซส์ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ตัวจิ๋วถึงตัวยักษ์ ตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 150 เซนติเมตร

เบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งผลงานทั้งหมด ต้องตกตะกอนกับความคิดจากแพสชันแรกเริ่ม

“มันเริ่มตั้งแต่คิด” ศิลปินชาวนครปฐมเอ่ย

“เราคิดโดยเอาความอยากเป็นตัวตั้ง คิดเสร็จก็ทำ เราต้องสร้างคุณค่าให้กับคาแรกเตอร์เหล่านั้นให้แข็งแรง”
ช้างเผยกลเม็ดที่จะทำให้งานนั้นแข็งแรงขึ้น ด้วยการพาไปออกงานแสดงนิทรรศการ เอาไปให้คนอื่นดู แล้วรับฟีดแบ็กเพื่อนำกลับมาพัฒนา ผลพลอยได้อีกอย่างจากการที่เขาพางานไป Road Show ให้คนรู้จักทั้ง Online และ Onground ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้งานมากขึ้น เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี มีคนชื่นชอบ จึงมีทั้งคำแนะนำ การสนับสนุน และการติชม ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงต่อยอด ดังที่ศิลปินเชื่อมาตลอดว่า ‘Learning by Doing’ ทำให้ผลงานของเขาแอดวานซ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างหาตัวจับได้ยาก

“ถ้าเราอยากเป็นศิลปินระดับโลก เราต้องคิดแบบศิลปินระดับโลก” ช้างกล่าวประโยคเชิญชวนคนฟังเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ก่อนจะขยายความต่อ 

“เราก็เลยคิดว่าเราต้องสร้างแนวทางของเรา จากฝีมือที่เพียรฝึกฝนและประสบการณ์ที่สะสมมา เราต้องชัดเจนตั้งแต่ความหมายของมัน คิดมากกว่าแค่เริ่มต้นจนสิ้นสุด สุดท้ายมันเลยทำให้งานของเรายูนีกและเป็นตัวตนเราจริง ๆ”

ทุกผลงานเห็นประจักษ์ถึงการประสบความสำเร็จขนาดนี้ เพราะช้างไม่เคยขาดไอเดียสร้างสรรค์

“ตอนนี้สื่อมันเยอะ โลกก็มีอะไรให้ทำมาก เพียงแค่เราต้องเปิดใจเรียนรู้และย้ำตัวเองว่าอย่ายึดติด”

เขาเชื่อว่าการจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตัวเอง ก็ต้องเริ่มสร้างแนวคิดจากประสบการณ์ สร้างทัศนคติขึ้นมาใหม่ด้วยปัจจัยทางด้านศิลปะเหมือนเดิม แต่ต้องหลุดจากกรอบเดิมนั้น ด้วยวิธีคิดใหม่ ๆ

“อยู่กับศิลปะมา 20 ปี คำว่าแรงบันดาลใจยังสำคัญอยู่มั้ย” เราถามต่อ

“ผมมองว่าแรงบันดาลใจเป็นขั้นสอง ขั้นแรก คือมองชีวิตเราก่อน มองทัศนคติของตัวเอง บางคนบอกผมทำเหมือนพี่ไม่ได้หรอก ยาก จะหาเงินได้ยังไง เนี่ย มันจึงต้องเริ่มที่ทัศนคติ ถ้าเรารู้สึกว่าเชื่อมั่นในตัวเอง เราค่อยมาหาแรงบันดาลใจ 

“จริง ๆ เราเป็นคนธรรมดา พื้นฐานบ้านไม่ได้มีเงิน ติดลบด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกนี้มันก็คือแรงบันดาลใจให้เราอยากให้กำลังใจหลาย ๆ คนต่อ อย่าไปคิดว่าต้องรอให้มีตังค์ค่อยทำงานศิลปะที่ดีได้ มันเริ่มจากเล็กไปใหญ่ได้ เราต้องเข้าใจพื้นฐานของศิลปะ เส้น สีรูปทรง น้ำหนัก วัสดุ ลัทธิศิลปะ แล้วทำผลงานให้ดี ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ ชื่อเสียง เงินทอง

 “อย่างพวกเสือ สิงโต ก็กลับไปตอบคำถามเรื่องนิยามที่เราแสดงออกมาแทน Chang of Art ที่ฝ่าฝันเอาตัวรอด งานก็เหมือนการดิ้นรน คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด ที่สำคัญคือต้องพยายามเปิดใจเรียนรู้ มีโอกาสก็ไปดูงานดี ๆ”

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
Chang of Art ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

Free up your soul

“มันประเมินมูลค่าไม่ได้เลย” ช้างตอบ หากให้นิยามความสำเร็จของเขา

งานช้าง ไปสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำในต่างแดนมาแล้วมากมาย ทั้ง เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงงานที่เป็น Original Licencing ระดับโลกในฮ่องกง

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขารู้ว่า การมองงานศิลปะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จะนำมาสู่ความคิดที่แหลมคม

“จริง ๆ ความคิดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือวิเคราะห์และการมองให้เหนือไปกว่าตรงนั้น เวลาผมทำงาน ผมจะมองลึกกว่าลึกกว่าลึกเข้าไปอีก เราไม่ได้มองแค่ต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด แต่เรามองเลยไปถึงผลลัพธ์ ว่างานชิ้นนั้นมันให้อะไรได้บ้าง” ศิลปินแนวหน้าเน้นเสียง

อีกหนึ่งสิ่งที่ช้างใช้ขับเคลื่อนศิลปะในชีวิต คือ ‘Free up your soul’ การปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ข้อจำกัด วางกฎเกณฑ์ทั้งหมด แล้วฟังเสียงหัวใจตัวเอง

“คำนี้เป็นคำที่ผมชอบใช้มากเลย คือการที่เราจะมีพลัง มันต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มาเติมเต็ม งานศิลปะฟังก์ชันมันเยอะมาก บางคนที่สะสมจริง ๆ เขาบอกเขาหลับตาไม่ลง เขาละสายตาจากมันไม่ได้ มันสวยมาก เซ็กซี่มาก”

ที่มาของพลัง ของมนต์สะกด ของความเซ็กซี่เหล่านั้น คือ

“เราต้องหาให้เจอว่า Vision คืออะไร Definition คืออะไร ถ้าชัดเจนแล้วมันจะง่ายมากเลย เหมือนกับชีวิตเรา ระหว่างทางเราก็มีปัญหานะ เยอะด้วย ก็แก้ไขไปให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือความรู้ รู้น้อยยิ่งปัญหาเยอะ รู้เยอะปัญหาน้อย เราต้องออกไปค้นหา ไปเจอความผิดพลาดต่าง ๆ พอถึงจุดหนึ่งก็จะง่าย และสิ่งสำคัญคือการพยายามเรียนรู้การเปลี่ยนไปของโลก” ช้างทิ้งท้ายถึงหนึ่งแนวคิดที่เขาเชื่อมาตลอด

หลังจากทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินมาครู่ใหญ่ เราขอพาทุกคนไปรู้จักเรื่องราวในอีกมิติ ผ่าน 4 ผลงานที่มีความหมายของศิลปินบ้าง

01 Free Fire 

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับ Free Fire ที่ร่วมงานกับผู้คนหลายวงการทั้งยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ในครั้งนี้จึงมองหางานศิลปะและการออกแบบ เลยตัดสินใจเลือก Chang of Art อย่างไม่ลังเล ด้วยสไตล์งานที่สนุก เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นรูปสัตว์ที่มีเรื่องราวในตัวงาน

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อความต้องการตรงกัน ช้างจึงตั้งใจให้งานชิ้นนี้เป็น Event Merchandise ที่เน้นความสนุก เขาไม่ได้มองแค่ว่าเป็นสิ่งใช้สอย แต่อยากให้เป็นฟังก์ชัน เป็นการสะสม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ทั้งตัวงานและผู้ครอบครอง จึงออกมาเป็นเสื้อยืดสกรีนลาย Limited Edition มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบพิเศษเช่นกัน และมีซีเรียลนัมเบอร์ทุกกล่อง ภายใต้สโลแกน ‘สัญชาตญาณแรกของชีวิต คือ การเอาตัวรอดอย่างมีเกียรติและเข้มแข็ง’ ให้ Wolf หรือ หมาป่า รับหน้าที่เป็นพระเอกในโปรเจกต์นี้ ถ่ายทอดความเป็นนักล่า ปราดเปรียว เป็นสัตว์ที่ล่ายาก ตายยาก แม้จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ก็มีเกียรติ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของความเป็นเกมแนว Battle Royale

02 Mr. Mee Hey

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เจ้าป่าใส่หมวกกันน๊อกขี่เมฆ คงเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นจากที่ไหน มีทั้งแบบ 2 มิติ (ภาพวาดคุมโทนด้วยสีขาวดำแต่จัดเต็มด้วยแพตเทิร์นอย่างไม่มีที่ว่างเพื่อเพิ่มสีสันให้งาน) และแบบ 3 มิติ (รูปปั้นขนาด 1.50 เมตร เป็นสิงโตใส่หมวกกันน็อกที่หมวกถอดได้) สื่อความหมายถึงคนที่ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เชื่อว่าชีวิตคือการได้ออกเดินทางแสวงหาสิ่งใหม่

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สีขาวดำของผิวเจ้าป่า เป็นอีกหนึ่งไอเดียใหม่คือการปล่อยโล่งโดยไม่ผ่านการเพนต์ ผลงานชิ้นนี้เปลี่ยนชีวิตเขา และมอบทัศนคติใหม่ ๆ จากที่คนเริ่มมองว่างานแปลกดี ซึ่งมันการันตีได้ว่าความความกล้า ความแปลกนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเหมือนกัน 

03 Mr. Mee Har

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

ถ้าไม่ดุ ก็ไม่ใช่เสือ – ช้างว่า

แต่บังเอิญเป็นเสือดุที่มีมุมน่ารัก คาแรกเตอร์ของนักล่าอย่างเสือนี้ สร้างขึ้นมาเหมาะเจาะกับนักษัตรปีขาลพอดิบพอดี

มีฮาเป็นประติมากรรมทองเหลืองชิ้นแรกของ Change of Art ที่ถอดส่วนประกอบได้ทุกอย่าง เขาสนใจเพียงแค่ฟังก์ชันเป็นหลัก มองข้ามเรื่องต้นทุนเป็นรอง งานชิ้นนี้จัดว่าเป็นคู่แฝดของสิงโตเจ้าป่าอย่าง Mr. Mee Hey ซึ่งนำเสนอความคิดแบบเดียวกัน

04 Leopard

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เสือดาวเฝ้ารอโอกาสและเวลา เมื่อถูกที่ ถูกจังหวะ จึงก้าวออกจากป่า แผ่ซ่านความป๊อปบนถนนใจกลางเมืองหลวง

ช้างเลือกใช้สีสันสดสวยตัดกัน โชว์กลิ่นอายความเป็นป๊อปอาร์ตอย่างชัดเจน และทลายกรอบของตัวเองในการใช้สีสัน ต่างจากงานขาวดำชิ้นก่อน ๆ แสดงออกผ่านภาพวาด ภาพพิมพ์ และประติมากรรม ในการสร้างคาแรกเตอร์เสือดาวสวมแว่นตาฉายอดีตที่มีความเท่ มี Third Eye บนหัว แสดงถึง Sixth Sense เช่นเดียวกับที่ศิลปินมีในทุกการสร้างผลงาน 

ผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าเดินออกจากเส้นทางเดิม ๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดติดในสไตล์งานและการใช้ชีวิต

“เราต้องการท้าทายและแสดงความสามารถออกมา ทำให้ดี เป็นที่ยอมรับ เพื่อส่งแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ รวมถึงเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเอง” ศิลปินผู้กล้าย้ำ

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load