The Cloud x Designer of the Year

เหนือ-จักรกฤษณ์ อนันตกุล คือนักวาดภาพประกอบชาวไทยที่มีผลงานออกแบบภาพประกอบสีสันสดใสออกสู่สายตาชาวไทยและชาวโลกอย่างต่อเนื่อง และโดดเด่นมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งบนหน้านิตยสารและบริษัทชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Monocle, FREITAG, BEAMS JAPAN, UNIQLO, Facebook นอกจากจะเป็นนักวาดภาพประกอบแล้ว เหนือยังเป็นทั้งอาจารย์และนักออกแบบงานกราฟิกที่เคยออกแบบงานมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นออกแบบปกซีดี ออกแบบคอนเสิร์ต ออกแบบโมชันกราฟิก ออกแบบฟอนต์ แถมยังเคยเป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอและอีกมากมายหลายต่อหลายอาชีพ

ภาพประกอบชีวิตของ จักรกฤษณ์ อนันตกุล นักวาดภาพประกอบไทยที่แบรนด์ดังทั่วโลกให้การยอมรับ

การยืนระยะผลิตงานออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ว่ายากแล้ว การยังคงพัฒนาทั้งรูปแบบและวิธีทำงานไปอยู่เสมอๆ ด้วยนั้นเป็นสิ่งที่ยากขึ้นไปอีก และนี่คือสิ่งที่เหนือทำมาตลอด ยิ่งในช่วงหลังที่เขาเริ่มผันตัวเองไปเป็นศิลปินผู้ทำงานผ่านการวาดภาพที่อยากให้คนเห็นมีความสุขในสเกลที่ใหญ่ขึ้นด้วยนั้นยิ่งถือเป็นเรื่องท้าทายมาก

ล่าสุดเขาเพิ่งได้รับรางวัลนักออกแบบแห่งปี Designer of the Year สาขา Illustration Design เราจึงขอใช้วาระนี้เดินทางมายังสตูดิโอของเหนือย่านแบริ่ง เพื่อชวนคุยถึงชีวิตการทำงานความคิดสร้างสรรค์ในฐานะนักวาดภาพประกอบที่ยืนระยะอยู่ในวงการมาได้นานคนหนึ่ง และนี่คือหลายสิ่งหลายอย่างที่มาประกอบกันจนเป็นภาพของเขา

ภาพประกอบชีวิตของ จักรกฤษณ์ อนันตกุล นักวาดภาพประกอบไทยที่แบรนด์ดังทั่วโลกให้การยอมรับ

ภาพของนักเรียนออกแบบผู้ไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง

เหนือเล่าให้เราฟังว่า เขาเข้าสู่วงการออกแบบด้วยการเป็นนักเรียนสาขาวิชาออกแบบภายในตามคำแนะนำของญาติ เมื่อเริ่มต้นเรียนวาดภาพประกอบและออกแบบกราฟิกนั้น ตัวเขาไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ หลังจากเรียนไปได้ 2 ปี เหนือก็รู้ตัวว่าไม่ได้ชอบสิ่งที่เรียน จึงตัดสินใจลาออกเพื่อย้ายไปเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์แทน เป็นจังหวะเดียวกับที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แทบทุกคนได้รับผลกระทบ และแน่นอน ครอบครัวของเหนือก็ไม่ถูกยกเว้น

“ตอนนั้นธุรกิจที่บ้านประสบปัญหาหนัก อย่าว่าแต่จะส่งผมไปเรียนเลย ผมต้องไปเดินตามข้างถนนเก็บเศษเหล็กข้างทางเอาไปขาย เพื่อซื้อไข่มาเป็นอาหารสำหรับครอบครัวด้วยซ้ำ” เหนือเล่าถึงอดีต

กว่า 1 เทอม ที่เหนือหยุดเรียนเพื่อช่วยที่บ้านหาเงิน ด้วยการช่วยพ่อทาสีแผ่นไม้แล้วเอาไปขายที่ตลาดนัดจตุจักร 

เทอมถัดมาเหนือสอบติดคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปัญหาข้อเดียวคือ เหนือมีเงินเก็บจากการทำงานอยู่แค่ 6,000 บาทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอ เหนือจึงตัดสินใจขอทุนการศึกษา และเป็นโชคดีที่มหาวิทยาลัยอนุมัติทุน ทำให้รายชื่อนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ปีนั้นมีชื่อของจักรกฤษณ์ อนันตกุล

ภาพประกอบชีวิตของ จักรกฤษณ์ อนันตกุล นักวาดภาพประกอบไทยที่แบรนด์ดังทั่วโลกให้การยอมรับ

“ผมเป็นนักศึกษาคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง (หัวเราะ) เวลาจะทำงานส่งก็ต้องวิ่งไปทำที่ห้องคอมฯ ของคณะอยู่ตลอด” เหนือเล่าชีวิตก้าวแรกของการเป็นนักศึกษาให้เราฟัง ซึ่งข้อดีของเรื่องนี้ก็คือ เหนือได้นอนเร็วกว่าคนอื่นๆ เพราะเหนือต้องรีบทำงานให้เสร็จก่อน 5 โมงเย็น เวลาปิดของห้องคอมฯ เขาจึงใช้เวลาตอนกลางคืนไปกับการอ่านหนังสือที่บ้านแทน ซึ่งคะแนนของเหนือก็ถือว่าค่อนข้างดีแม้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้ก็ตาม

นักออกแบบที่ไม่กลัวงานที่ทำไม่เป็น

ระหว่างที่เรียน เหนือสนใจงานด้านภาพประกอบ เพราะโตมากับการเห็นภาพประกอบในนิตยสารของแม่ และยังสนใจงานด้านโมชันกราฟิกและงานออกแบบกราฟิกด้วย เมื่อเรียนจบก็รวบรวมงานภาพประกอบที่มีกับงานที่วาดใหม่เป็นพอร์ตฟอลิโอยื่นสมัครงาน ทำให้ได้ทำงานประจำที่บริษัทออกแบบชื่อดังอย่าง Ductstore The Design Guru โดยรับหน้าที่ออกแบบกราฟิกปกเทปและซีดีให้ศิลปินหลายคน ทำงานอยู่ประมาณ 1 ปี ก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัว เหนือจึงลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ระหว่างนั้นก็วาดภาพประกอบให้นิตยสารอีก 2 หัวด้วย แต่ก็ตัดสินใจเลิกวาดไปเพราะยังค้นหารูปแบบที่ตัวเองอยากวาดไปตลอดไม่ได้

Monocle
Monocle

หลังจากนั้นไม่นาน อาจจะเพราะความสนใจเรื่องเสียงดนตรีที่สะท้อนชัดเจนอยู่ในงานออกแบบของเหนือ ส่งผลให้ผลงานของเขาไปเตะตาใครบางคนเข้า จนวันหนึ่งได้รับการติดต่อจาก คุณเพชร โอสถานุเคราะห์ ให้เหนือมาทำคอนเสิร์ตให้

“ตอนนั้นก็ทำไม่เป็นหรอก ไม่รู้ด้วยว่าเขาทำกันยังไง แต่ก็สนใจอยากจะทำดู เราก็ทำสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ เวทียาวสิบห้าเมตรไปเลย ซึ่งไม่มีคนเขาทำกัน (หัวเราะ) โปรแกรมสามมิติก็ทำไม่เป็น เราเลยตัดโมเดลกระดาษมาวางไว้ที่หน้าจอแล็ปท็อปเพื่อเปิดภาพกราฟิกแทน ไอเดียของคอนเสิร์ตนั้นคือให้เวทีเปลี่ยนไปตามสภาพแสง ตอนพรีเซนต์กลายเป็นว่าทุกคนชอบและยอมเลื่อนวันจัดออกไปเพื่อให้ทีมงานทำเวทีตามที่เราออกแบบได้ทัน

“มองย้อนกลับไปก็ตลกดี เราทำงานไม่เป็น แต่ก็เอาตัวรอดด้วยการนำเสนอสิ่งที่เราทำได้ เราจึงมีมุมมองต่องานที่เราทำว่ามันไม่ใช่อุปสรรค และสิ่งสำคัญคือความคิดและความตั้งใจจริงที่ใส่ลงไปในงาน” เหนือเล่าย้อนไปถึงวันที่ทำให้ชีวิตของเขาพลิกผันไปไกล

“อย่างในคอนเสิร์ตพี่เพชรนั้นผมก็ไปเปิดโมชันกราฟิกประกอบคอนเสิร์ต ซึ่งเราก็ทำมาเป็นรูปภาพปกติ เปิดโปรแกรมดูรูปในโน้ตบุ๊ก แล้วกดเลื่อนซ้ายเลื่อนขวาเอาเองตามจังหวะดนตรี หรือถ้าเป็นภาพเคลื่อนไหว ตอนจังหวะที่เพลงมันพีกผมก็เลื่อนแถบบาร์ข้างล่างให้มันเดินหน้าถอยหลังแบบเร็วๆ เอา 

“ปกติคนอื่นๆ เขาจะมีโปรแกรมสำหรับเปิดโมชันกราฟิกในคอนเสิร์ตโดยเฉพาะนะ แต่ผมไม่รู้จัก (หัวเราะ) แต่มันก็ให้ผลที่แตกต่างจากงานของคนอื่นจริงๆ” เหนืออธิบายกลั้วเสียงหัวเราะ

ความแตกต่างของผลงานที่ทำไม่เป็นนี้ผลิดอกออกผล เพราะหลังจากนั้นมีคนติดต่อให้เหนือไปทำงานในวงการดนตรีและคอนเสิร์ต ซึ่งทั้งหมดเป็นงานที่เหนือล้วนแล้วแต่ไม่เคยทำและทำไม่เป็นทั้งสิ้น ตั้งแต่ออกแบบคอนเสิร์ต ดูแลโมชันกราฟิกในคอนเสิร์ตของ MTV หาศิลปินมาทำงานประกอบเพลงในคอนเสิร์ต และกำกับมิวสิกวิดีโอ

ช่วงเวลาหลังจากนั้นเป็นช่วงที่วงการดนตรีเริ่มซบเซา ก็ประะจวบเหมาะที่มีคนมาชวนเหนือไปทำงานในบริษัท YouWorkForThem บริษัทต่างประเทศที่มีลูกค้าใหญ่ๆ อย่าง Apple, Starbucks, Nike, Coca-Cola โดยในตอนนั้น YouWorkForThem เป็นบริษัทที่รับผิดชอบงานโมชันกราฟิกในคอนเสิร์ตทัวร์รอบโลกของวงดนตรีร็อกอย่าง U2 และยังเป็นบริษัทออกแบบฟอนต์ ภาพประกอบ และกราฟิกเวกเตอร์ ขายนักออกแบบคนอื่นๆ บนโลกอีกด้วย

“เราทำฟอนต์ไม่เป็นหรอกนะ (หัวเราะ) แต่ก็อยากลองทำดู เราไม่มีเงินไปเรียนต่างประเทศ การได้ทำงานกับเจ้าของบริษัทคนนี้ก็เหมือนได้ไปเรียนกราฟิกที่ต่างประเทศ แล้วเราสนุกกับการทำงานที่นี่มาก จากที่ตั้งใจจะทำสักปีหนึ่งก็อยู่ไปสี่ปี ส่วนหนึ่งเพราะตัวงานเป็นงานกราฟิกเชิงทดลองที่ต้องทำอะไรใหม่ๆ ออกมาขายให้นักออกแบบคนอื่นๆ ซึ่งเจ้านายก็พยายามอธิบายและดึงศักยภาพการทำงานที่เราไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อนออกมา เป็นงานกราฟิกเชิงทดลองแบบที่ต้องขายได้ด้วย ทำให้เรารู้จักการหีบห่องานใหม่ให้สื่อสารง่ายขึ้น เหมือนเราทำขนมหน้าตาเหมือนแอปเปิ้ล แต่มันไม่ใช่แอปเปิ้ล มีรสชาติพิเศษกว่าและไม่มีมีใครเห็นมันมาก่อน

ภาพประกอบชีวิตของ จักรกฤษณ์ อนันตกุล นักวาดภาพประกอบไทยที่แบรนด์ดังทั่วโลกให้การยอมรับ

“การที่เราทำงานแบบนี้ได้ เราต้องหาตัวตนของเราให้เจอและทำงานที่เป็นเรา เราก็ต้องรวบรวมและค้นหาสิ่งที่ชอบในตัวเองออกมาใช้ทำงาน ซึ่งถ้ามองดูรอบๆ บ้านก็จะเห็นว่าของที่เรามีมันเป็นของที่ย้อนยุคนิดๆ เราก็เป็นคนแบบนั้นแหละ แล้วเมื่อมาผสมกับสไตล์งานที่เราชอบทำ ก็เลยออกมาเป็นแบบที่คนเห็นงานเรา คือมีความคลาสสิกโบราณผสมผสานกับงานเส้นเด็กๆ และสีสันสดใส” เหนืออธิบายถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้และกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของงานเขา

ช่วงเวลาเดียวกันนี้เองที่เหนือได้สร้างเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อลงผลงานที่ทำกับ YouWorkForThem ให้เป็นอีกช่องทางในการโปรโมต และเว็บไซต์นี้เองที่ทำให้นิตยสารต่างประเทศได้เห็นงานเขาแล้วเริ่มติดต่อให้เหนือทำภาพประกอบให้ โดยมีมาจากทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง ซึ่งงานที่พีกที่สุดคืองานของนิตยสาร Monocle ไปจนถึงมีคนติดต่อขอซื้องานกราฟิกที่ทำในฐานะงานศิลปะ
หลังจากนั้นเหนือจึงลาออกเพื่อมาเริ่มต้นอาชีพนักวาดภาพประกอบอย่างจริงจังจนถึงปัจจุบัน และยังแสดงงานนิทรรศการ Shape and Form ด้วย ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

ผมถามไปถึงวิธีการคิดงานของเหนือว่า มีวิธีในการคิดภาพประกอบยังไงบ้าง

“วิธีคิดงานของผมคืออ่านโจทย์ที่ได้รับมาให้ดี อ่านให้เข้าใจ อ่านให้ละเอียด หรือถ้าไปรับโจทย์จากลูกค้ามา ผมก็จะได้คีย์เวิร์ดหลายๆ คำมาไว้ใช้คิดสร้างเป็นภาพประกอบ แต่ก่อนหน้านั้นผมก็ต้องคิดว่าจะเล่าเรื่องนั้นออกมายังไง จะเล่าแบบตรงไปตรงมาหรือเล่าอ้อมๆ จากนั้นก็คิดตัวเรื่องราวที่จะถ่ายทอด โดยผมมักจะหยิบเอาคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าให้มา แล้วคิดว่าถ้าเอาคีย์เวิร์ดพวกนี้มารวมกัน จะออกมาเป็นคนแบบไหน คนคนนี้จะมีนิสัยยังไง ไลฟ์สไตล์ทำอะไรบ้าง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร บุคลิกเป็นยังไง แล้วจึงค่อยถ่ายทอดบุคลิกของคนคนนั้นให้ออกมาเป็นภาพประกอบอีกทีหนึ่ง” เหนือเล่าถึงวิธีคิดงานในแบบของเขา

จุดเปลี่ยนของนักวาดภาพประกอบ

หลังจากงาน Shape and Form จบลง ทั้งที่ชีวิตของเหนืออยู่ในจุดที่ถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพ มีทั้งชื่อเสียงและเงินทอง แต่เหนือกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในจิตใจที่รุนแรง และทำให้เขารู้สึกทุกข์ทรมาน นั่นคืออาการของโรคซึมเศร้า

เหนือบอกว่า เขาน่าจะเป็นโรคนี้มานานแล้ว แค่ไม่ได้แสดงอาการออกมามาก แต่หลังจากเสร็จจากนิทรรศการนั้น อาการกลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จุดนี้เองที่ทำให้เหนือหันมาสนใจศาสนามากขึ้น โดยมีจุดเปลี่ยนในชีวิตคือ วันที่เขาได้หยิบคัมภีร์ไบเบิลมาอ่าน และเปิดไปเจอข้อความในหน้าหนึ่งที่ทำให้เหนือรู้สึกถึงความหมายในการมีชีวิตอยู่ นั่นคือ การใช้ชีวิตเพื่อปรนนิบัติคนอื่น

ภาพประกอบชีวิตของ จักรกฤษณ์ อนันตกุล นักวาดภาพประกอบไทยที่แบรนด์ดังทั่วโลกให้การยอมรับ

ด้วยความที่เป็นนักวาดภาพประกอบ เหนือจึงเริ่มแบ่งเวลาที่เหลือจากการทำงานภาพประกอบมาทำงานร่วมกับคริสตจักร ด้วยการลงพื้นที่และสอนศิลปะให้เด็กๆ ในชุมชนลาซาล และเริ่มทำงานร่วมกับโบสถ์ เพนต์รูปให้สถานพินิจเพื่อช่วยเหลือให้เด็กๆ ในสถานพินิจเห็นคุณค่าและมีความหวังในตัวเอง ทุกวันนี้ เหนือจึงเรียกตัวเองว่า Christian Illustrator และรูปแบบงานที่ทำก็เริ่มเปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน

“ผมเปลี่ยนจากนักวาดภาพประกอบมาเริ่มทำงานเป็นศิลปินที่สื่อสารด้วยภาพประกอบแทน ภาพประกอบเป็นแค่สื่อที่เราใช้เท่านั้น มันทำให้เรามีโอกาสใช้ข้อความหรือคำสอนในศาสนามาสะท้อนผ่านมากขึ้น ผมทำงานด้วยแง่มุมของความรักที่อยากให้คนเห็นงานที่ผมวาดหรือข้อความที่ซ่อนอยู่ในนั้นแล้วมีความสุข มีความหวังมากขึ้นในชีวิต” เหนือสรุปถึงความตั้งใจครั้งใหม่ในฐานะนักวาดภาพประกอบคริสเตียน

ภาพประกอบชีวิตของ จักรกฤษณ์ อนันตกุล นักวาดภาพประกอบไทยที่แบรนด์ดังทั่วโลกให้การยอมรับ

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

Jim Thompson, Hotel Kempinski, Louis Vuitton, Fashion Biennale, The Ritz-Carlton, Nespresso, L’OCCITANE

เพียงบอกส่วนหนึ่งของแบรนด์และอีเวนต์ระดับโลกที่เคยร่วมงานกับนักวาดภาพประกอบคนนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลายเส้นของเธอต้องเป็นงานระดับสากลด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงแค่มีผลงานวาดรูปกับแบรนด์ที่โด่งดังเท่านั้น แต่ยังเคยทำงานกับเอเจนซี่จากหลายประเทศ ทั้งสวีเดน อังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส ฯลฯ และล่าสุดเธอเป็นเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Illustration Design ด้วย 

เตย-สุทธิภา คำแย้ม ไม่ได้ร่ำเรียนวาดรูปมาโดยตรง แต่ลายเส้นของศิลปินและนักวาดภาพประกอบคนนี้ เป็นงานคราฟต์แสนละเอียดอย่างมีเอกลักษณ์ วาดภาพที่สัมผัสได้ถึง Mystery of Nature เรื่องเล่าและตำนาน สื่อสารภาพที่เหมือนจริงแต่ผสมผสานจินตนาการเข้าด้วยกัน 

จากจุดเริ่มต้นของการเริ่มค้นหาตัวตนที่สวีเดนราวสิบปีก่อน สู่การค้นพบความชอบในธรรมชาติและการออกเดินทาง คว้าดินสอกดเป็นอาวุธคู่ใจ ตวัดลายเส้นสุดคม วาดรูปด้วยสมาธิ สรรสร้างภาพจากความทรงจำที่ประทับใจในธรรมชาติอย่างไหลลื่น

สำหรับผู้ที่อยากถอดเคล็ดลับนามธรรมของศิลปินในการก้าวเป็น Master หรือใครก็ตามที่กำลังตามหาสไตล์ของตัวเอง บทสนทนานี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับพักสายตา พร้อมละเลียดเรื่องราวประกอบภาพลายเส้นอันประณีตงดงาม 

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

Open for Possibilities

เตยจบด้านกราฟิกดีไซน์ จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน คอร์สที่เลือกเรียนต่อปริญญาโทในสวีเดนก็ไม่ได้สอนวาดรูป แต่เป็นหลักสูตร Individual Specialization ที่เธอบอกว่าเป็นคอร์สเปิดให้คิดเองว่าอยากทำอะไรและทำยังไง ไม่จำกัดประเภทงานว่าต้องเป็นงานดีไซน์หรือศิลปะ 

“อยากรู้เรื่องอะไรก็นัดคุยกับอาจารย์ ไม่ได้มีหัวข้อเลกเชอร์ตายตัว” ศิลปินเจ้าของลายเส้นระดับโลกว่า

หลักสูตรแบบนี้เปิดโอกาสให้ค้นหาตัวเองและทดลองทำสิ่งที่สนใจ ข้อดีคือมีคนหลากหลายความถนัดอยู่ด้วยกัน ทั้งนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ คนทำเซรามิก และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนบทสนทนาข้ามศาสตร์กันในคอร์ส 

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก
สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

จากนั้น เธอเลือกฝึกงานกับ Cooper & Gorfer ช่างภาพและศิลปินหญิงที่ทำงานหลากหลาย ทั้งรูปถ่ายแบบคอลลาจที่ได้แรงบันดาลใจจากผู้คนและสถานที่ระหว่างการเดินทาง งานศิลปะ ลายผ้า งานสำหรับลูกค้า เตยช่วยทำสารพัดอย่างทั้งถือไฟ ถือกล้อง จัดสถานที่ รวมทั้งวาดรูป

หากดูผิวเผิน งานของ Cooper & Gorfer อาจไม่ใช่การวาดภาพประกอบโดยตรง แต่มีแก่นการคิดงานที่น่าสนใจของศิลปิน คือ การนำเรื่องรอบตัวมาเล่าในงาน ออกเดินทางไปฟังเรื่องเล่าชีวิตผู้คนแล้วนำมาเป็นแรงบันดาลใจในศิลปะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความทรงจำ และสิ่งที่พบเห็น หลากหลายเลเยอร์ในชีวิตมาผสมผสานกัน ออกมาเป็นสไตล์งานที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง 

แม้สุทธิภาจะบอกว่า “ช่วงอยู่ที่สวีเดนไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรพิเศษ อยากไปเห็นอะไรกว้างๆ ได้ลองโดยไม่ผิด” แต่ดูเหมือนว่าการเปิดกว้างกลับเปิดโอกาสให้ค้นพบตัวเองง่ายขึ้น

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

From Roaming on Earth to Paper

ที่สวีเดน การวาดภาพประกอบและทำลายผ้าเป็นที่นิยมและพบเห็นได้ทั่วไป สำหรับเธอ การแวดล้อมด้วยธรรมชาติของที่นั่นทำให้อยากวาดภาพ แค่เห็นมอสและไลเคนเกาะตามต้นไม้ก็อยากจับดินสอแล้ว เธอเล่าอย่างสนุกเมื่อนึกย้อนไป

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

แม้งานอดิเรกของเตย คือ เดินป่า ขึ้นภูเขา ชอบท่องเที่ยว และสนใจประวัติศาสตร์เก่า แต่ทุกครั้งที่ออกเดินทาง หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจมองหาสิ่งใดเพื่อเอามาวาด ไม่ได้บันทึกลายเส้นของธรรมชาติไว้ แต่ตั้งใจออกเดินทางเพื่อเดินทาง ถ่ายรูปเก็บไว้ในฐานะนักท่องเที่ยว แม้ไม่ได้อยู่สวีเดนแล้วก็ยังชอบเดินทาง ซึ่งนั่นทำให้แรงบันดาลใจในการวาดรูปไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก
สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

บทบาท Traveler และ Illustrator ของเธอซ้อนทับกันอย่างกลมกลืน การวาดรูปเปรียบเหมือนการออกเดินทางอีกครั้ง แต่เป็นการเดินทางของลายเส้นบนโลกกระดาษ

เมื่อเดินทางด้วยเท้า เตยบอกว่า “ชอบโมเมนต์ที่ไม่มีอะไรเลยระหว่างอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เห็นวิวทิวทัศน์แล้วซึมซับความรู้สึกบางอย่างมา” ส่วนการเดินทางด้วยดินสอเหมือน Replay ความทรงจำเหล่านั้นอีกครั้ง “ชอบการอยู่ในโมเมนต์นั้นๆ ทำงานช้าๆ แล้วค่อยๆ เติบโต เราเป็นคนนิ่ง ชอบทำงานคนเดียวอยู่แล้ว เวลาทำงานเลยเหมือนนั่งสมาธิ”

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

เทคนิคการวาดรูปที่ไร้กระบวนท่านี้ คือ การประทับความรู้สึกที่สัมผัสได้จากธรรมชาติ แล้วบันทึกไว้ด้วยภาพวาด ออกมาเป็นภาพที่ลึกลับเหมือนป่า สงบเหมือนใบไม้ ดอกไม้ค่อยๆ ผลิบาน เตยนิยามความลึกลับในภาพธรรมชาติของเธอด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษว่า ‘Exotic’

“งานเหมือนเยอะแต่เงียบ พูดเบาๆ มีพื้นที่ให้ตีความ ไม่ได้พูดความหมายของงานชัด เราเล่าเรื่องของเรา คนดูภาพรับสารเป็นเรื่องของเขา” ศิลปินนักเดินทางขยายความแนวทางการสร้างสรรค์งานของตัวเอง

ภาพของเตยจึงเหมือนโลกธรรมชาติใบย่อมอีกใบ เชิญชวนให้ผู้ชมออกเดินทางด้วยกันอีกครั้ง 

Bird by Bird 

เตยฝึกฝนวาดรูปด้วยการหัดเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผลงานช่วงแรก คือ Lunne เป็นภาพลูกนกพัฟฟินรูปร่างกลมในสวีเดนที่ใกล้สูญพันธ์ุ เมื่อเริ่มใช้ดินสอสเก็ตช์ ทดลองขีด ก็พบว่าเกิดลายเส้นที่น่าสนใจ

สุทธิภา คำแย้ม Illustrator ชาวไทยกับการเสกแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นลายเส้นระดับโลก

หนึ่งในผลงานที่ทำให้เตยเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ คือ ภาพประกอบจากการฝึกงานกับ Cooper & Gorfer ชื่อ The Weather Diaries สำหรับ Nordic Fashion Biennale 2014 

งานแฟชั่นโชว์ของประเทศแถบนอร์ดิกที่เยอรมนีครั้งนั้น เตยนำเทกซ์เจอร์ของผ้าในงานแฟชั่นมาสร้างเป็นนก ถักถอลายเส้นของปีกนกด้วยผ้าปักเลื่อม มีเศษผ้า เศษด้ายหลุดรุ่ยออกมา วาดหางเป็นซิป ผลงานนี้เป็นชิ้นปูทางให้เอเจนซี่ยุโรปและต่างประเทศติดต่อเข้ามา

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

อีกความลับในงานวาดของเตย คือเธอได้ซ่อนเรื่องเล่าที่น้อยคนจะสังเกตเห็นเอาไว้ ตัวอย่างเช่น งาน Beneath the Dark Wing รูปนกเงือก เนื่องจากเป็นนกพันธ์ุหายากและใกล้สูญพันธ์ุ จนอาจกลายเป็นตำนานในวันหนึ่ง เตยจึงวาดปากนกให้คล้ายไม้ผุๆ เก่าแก่ มีลูกนกตัวเล็กซ่อนอยู่ เพื่อสื่อถึงการเลี้ยงลูก

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

การฝึกวาดรูปด้วยตัวเองของเตยเหมือนสำนวน Bird By Bird ที่แปลว่า One small step at a time. 

จากนักวาดมือใหม่ที่หัดบินด้วยการฝึกวาดนกตัวแรก นำไปสู่รูปนกรูปแล้วรูปเล่า สยายปีกกว้างสู่รูปอื่นๆ ตามมา ขณะเดียวกัน เธอบินได้ไกลขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะนักวาดภาพผู้สั่งสมประสบการณ์ไปพร้อมกับการพัฒนาฝีมือจนเป็นที่รู้จักไกลถึงอีกซีกโลก

Craft Details of Culture

ลายเส้นของเตยโลดแล่นทั้งในแบรนด์ไทยและแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย แต่ละภาพล้วนถอดจากสิ่งที่พบเห็นมีอยู่จริง หรือมีที่มาที่ไปเสมอ

เธอถ่ายทอดความลึกลับของป่าเขตร้อน กลิ่นอายความเป็นเอเชียผ่านผ้าพันคอผ้าไหมไทย 10 ลายของจิม ทอมป์สัน ประกอบด้วยรูปหลากหลาย ทั้งสัตว์ในตำนานอย่างกิเลน เสือ ปลากัด รวงข้าว ดอกไม้ พืชพรรณนานาชนิดที่เคยพบเห็นมาจากธรรมชาติเขตร้อน เตยเล่าว่าลายเสือที่วาดได้แรงบันดาลใจมาจากเสือในจิตรกรรมของพุทธวัชรยาน

“ไปเที่ยวภูฏานมาแล้วประทับใจภาพเขียนในวัด รู้สึกเชื่อมโยงกับภาพเขียนเหล่านั้น เลยอยากทำภาพวาดที่เป็นตอนกลางคืนของเมือง” นักวาดภาพประกอบเล่าอย่างสนุก

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

หากเป็นงานที่อยากสื่อสารกลิ่นอายของวัฒนธรรม บางครั้งจะมีแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์มาผสมผสานด้วย อย่างลายมังกรสำหรับเทศกาลตรุษจีนของเกษรวิลเลจ เตยลงมือวาดโดยนึกถึงของเก่าจากจีนและผ้าปักจากราชวงศ์เก่า

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

นักวาดเผยเคล็ดลับความคราฟต์ในงานฉบับตัวเองว่า คือการสื่อสารกลิ่นของภูมิภาคและเรื่องราวของแบรนด์นั้นออกมาด้วยลายเส้น ตัวอย่างโจทย์การทำ Corporate Identity ให้ Kempinski อธิบายข้อนี้ได้อย่างเห็นภาพ เพราะต้องวาดดอกไม้จากทุกทวีปที่โรงแรมดำเนินการอยู่ คือ อเมริกาใต้ ยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย พร้อมสื่อสารอารมณ์อ่อนหวานในแบบ Kempinski ไปด้วย

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

“พยายามเลือกดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของภูมิภาคนั้นมากที่สุด เช่น ดอกชบา กุหลาบ ถ้าเป็นดอกกุหลาบจากยุโรปจะวาดให้มีเถาสไตล์ยุโรปออกมา ปรับรายละเอียดของภาพไปเรื่อยๆ ให้ดอกไม้ดูนุ่มขึ้นอีกนิด หวานขึ้นอีกหน่อย จนได้ดอกที่พอใจใช่เลย” เธอย้ำถึงความประณีตในการทำงานกับแบรนด์ ซึ่งต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Reality + Imagination Through Her Perspective

สำหรับงานที่ต้องวาดในสิ่งที่ไม่เคยเห็น เตยใช้วิธีท่องโลกอินเทอร์เน็ตแทนเดินป่าก่อนลงมือวาด ดังเช่นผลงานบนแพ็กเกจ Taylor of Harrogate แบรนด์กาแฟ Single Origin จากอังกฤษ ซึ่งอยากสื่อสารเรื่องราวของเมล็ดกาแฟจากแอฟริกาที่มีรสและกลิ่นอายของดอกไม้ มะม่วง เฮเซลนัท ไปจนถึงช็อกโกแลตคาราเมล 

“กาแฟเหล่านี้มีข้อมูลจำเพาะว่ามาจากแถบภูเขาลูกไหน เลยต้องรีเสิร์ชดูรูปว่าที่นั่นเป็นยังไง ดูภาพจากดาวเทียม ดูจากแผนที่ของจริง ให้เห็นภูมิศาสตร์ เห็นภาพรวมทั้งหมด แล้วมาสร้างภาพ” 

และเมื่อซึมซับความรู้สึกจากรูปจริงทั้งหมดแล้ว จึงถ่ายทอดลายเส้นละเมียดละไมที่สื่ออารมณ์ออกมาได้

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

การหาข้อมูลให้เห็นภาพที่สุดยังช่วยพาจินตนาการให้โลดแล่นไร้ขีดจำกัด วาดรูปสิงสาราสัตว์ที่ไม่เคยเห็นตัวจริง วาดรูปในดินแดนที่ไม่เคยไปเหยียบได้ อีกหนึ่งผลงานที่เดินทางด้วยดินสอไปไกลอีกทวีป คือ Wildes Afrika สมุดระบายสี สร้างลายเส้นมีชีวิตทั้งพืชพรรณและสัตว์จากแอฟริกานานาชนิด

อย่างไรก็ตาม ภาพวาดของเตยไม่ใช่ภาพวาดเสมือนจริงที่อยากวาดให้เหมือนเปี๊ยบ แต่เป็นภาพที่เก็บรายละเอียดมากที่สุดจากของจริง แล้วใส่จินตนาการผสมลงไป อย่างงาน Villa la madonna ตึกเก่าที่เจ้าของอยากอนุรักษ์ไว้ เตยวาดภาพจากสถานที่จริงโดยคงจุดเด่นของอาคาร ทั้งประตูสีเขียว ทางเข้าขนาบด้วยไร่องุ่น พร้อมวาดสิ่งที่รู้สึกผสมเข้าไปด้วย

ช่างเหมือนได้ดูรูปจริงผสมเวทมนตร์และจินตนาการที่โลดแล่นอยู่บนหน้ากระดาษ

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

Magic of Pencil

ในฐานะผู้ผันตัวจากกราฟิกดีไซเนอร์มาเป็นนักวาดภาพ เตยบอกว่าชอบความรู้สึกเวลาดินสอชนกระดาษ ซึ่งเวลาทำงานในคอมพิวเตอร์จะไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนี้

สมัยเรียนติวเข้าปริญญาตรี เธอเคยถูกบังคับให้ใช้ EE วาด Drawing แล้วพบว่าไม่ชอบ จนมาถูกใจดินสอกดที่ใช้วาดเป็นหลักในปัจจุบัน สลับกับการใช้ดินสอธรรมดาและปากกา โดยแต่ละงานเลือกใช้ขนาดไส้ดินสอและออกแรงหนักเบาให้เหมาะกับความรู้สึกในภาพ

“ช่วงแรกๆ ชอบดินสอกด เพราะไม่เลอะเทอะ ใช้ง่าย สะดวก พอใช้มาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าเส้นคมดี ควบคุมง่าย สร้างเทกซ์เจอร์ที่เราต้องการได้ เช่น ถ้าเป็นกลีบดอกไม้ต้องผ่อนมือเยอะ เพื่อให้ความรู้สึกเบาบางและอ่อน ส่วนภูเขาวาดให้เส้นหนักแน่น” ศิลปินดินสอกดอธิบายเสริม

Colour & Pattern of Nature

หากเป็นงานลงสี เตยจะวาดด้วยดินสอก่อนแล้วค่อยลงในคอมพิวเตอร์ บางงานใช้หมึกวาดก็มี ตัวอย่างงานที่แต้มสีสันสดใส คือ In and Proud ภาพดอกไม้หลากสีหลายดอกมาเต้นระบำรวมกัน สื่อสารประเด็น LGBTQ ว่าแต่ละดอกต่างมีความสวยงามในแบบของตัวเอง

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

นอกจากรูปดอกไม้และสิ่งมีชีวิตแล้ว การถ่ายทอดภาพเป็นแพตเทิร์น Land Art ก็ไม่พ้นมือเธอคนนี้ ทั้งลายของแบรนด์เสื้อผ้า Irada มีแรงบันดาลใจจากลายหน้าตัดหินที่ซ้อนทับกันเป็นเวลานาน และลายเปลือกไม้ Rawgenic สำหรับเป็นแพ็กเกจของแบรนด์สบู่ออร์แกนิก

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

ที่งานของเตยมีความหลากหลาย เพราะเธอทดลองเปลี่ยนเทคนิคไปเรื่อยๆ ล่าสุด เตยใช้ปากกาไม้ไผ่ ซึ่งเป็นแท่งไม้ไผ่เหลากับหมึก Indian Ink ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป ทั้งในแง่กระบวนการและภาพที่ออกมา

“ตอนใช้ดินสอเราควบคุมได้ว่าไปทางไหน แต่พอเปลี่ยนไปใช้หมึก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อหมึกตกลงบนกระดาษ มันควบคุมไม่ได้ วาดตรงนี้แล้วหมึกไหลไปต่อจุดนั้นโดยไม่ได้วางแผน”

การควบคุมน้ำหมึกไม่ได้นี้ กลายเป็นข้อดีที่ทำให้เตยได้วาดรูปแบบปล่อยมากขึ้น ออกมาเป็นรูปต้นไม้ที่แตกกิ่งก้าน โดยไม่มีฟอร์มมาก่อน 

Free-Flow Drawing

ในมุมมองของเตยนั้น การวาดรูปมีความอิสระ เป็นส่วนตัว และได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เธอชอบทั้งงานที่มีโจทย์จากลูกค้าและงานไม่มีโจทย์ที่วาดเพื่อให้คนสะสมภาพ 

การทำงานของเตยฟรีสไตล์ทั้งกระบวนการและผลงาน หลายรูปก็ลงมือวาดโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามากนัก ดูหน้างานว่าเหมาะกับการวาดด้วยเทคนิคไหน และเนื่องจากทำงานมาหลายรูปแบบ ทั้งปกหนังสือ บรรจุภัณฑ์ งานกระดาษ ลายผ้า วอลเปเปอร์ เซรามิก เคล็ดลับในการวาดภาพบนทุกวัสดุคือ 

“ต้องรู้ข้อจำกัดและข้อควรระวังของแต่ละวัสดุ เพื่อวาดงานที่พอดีกับสื่อนั้น เช่น เซรามิกไม่ควรวาดเส้นเล็กเกินไป เพราะจะทำให้พิมพ์ไม่ติด”

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

นอกจากทำงานของตัวเอง บางครั้งเส้นสองมิติของเตยก็ได้ร่วมงานกับศิลปินอื่นเพื่อเพิ่มมิติการเล่าเรื่อง ในงานวอลเปเปอร์ของอีเวนต์ Louis Vuitton Exotic ขนนกจากเส้นดินสอของเตยได้ประดับตกแต่งด้วย ทำให้งานประติมากรรมขนนกกระดาษของ Teaspoon Studio กลายเป็นงานสามมิติที่อลังการ

เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก
เบื้องหลังการวาดรูปสุดละเอียดของ เตย-สุทธิภา คำแย้ม ศิลปินและนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นบนแบรนด์ดังระดับโลก

หากไล่ย้อนกลับไปข้างต้น แม้จะมีชิ้นงานตัวอย่างเพียงไม่กี่หยิบมือ แต่ตลอดกว่า 7 ปี ศิลปินหญิงคนนี้สร้างสรรค์ผลงานลายเส้นคมคายมามาก ลองผิดถูกด้วยตัวเอง หลายครั้งเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างคาดไม่ถึง อย่างไรก็ตาม อนาคตเธออยากทำงานที่เปิดกว้างมากขึ้น ลองทำสิ่งใหม่ๆ โดยไม่ได้มีสเปกว่าอยากทำอะไรเป็นพิเศษ

เธอว่าอยากให้ธรรมชาตินำทางไปเหมือนวันที่ป็นนักวาดมือใหม่ ผู้เริ่มจรดปลายดินสอวาดรูปลงบนกระดาษเป็นครั้งแรก

5 แนวคิดจากนักวาดรูประดับสากลที่อยากส่งต่อให้ศิลปินไทยรุ่นน้อง

01 Be Yourself

“ทำงานที่เป็นตัวเอง ทำในสิ่งที่เราชอบและสนใจจริงๆ แล้วจะอยู่กับสิ่งนั้นได้นานและแฮปปี้”

02 Be Consistent 

“ทำงานสม่ำเสมอ ทำไปเรื่อยๆ”

03 Open for Inspiration

“มีแรงบันดาลใจเสมอ เปิดรับความรู้ใหม่ๆ นำสิ่งที่สนใจมาเชื่อมโยงกันได้เป็นเรื่องเดียว” 

04 Trust your Gut Feeling 

“ทำตามความรู้สึกตัวเอง ว่าควรทำยังไง เลือกทางไหน”

05 Just Draw It

“ไม่ต้องคิดว่าสวย หรือมีคำตอบว่าเป็นสไตล์ไหน แค่ลงมือทำ หยิบดินสอมาวาดเลย” 

ภาพผลงาน : สุทธิภา คำแย้ม

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load