คอลัมน์หมู่บ้านรอบนี้ เดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัย พร้อมกับคำถามว่า “เมืองที่ดี จะสร้างประชากรคุณภาพได้ไหม”

พกความคาดหวังนั่งชินคันเซนจากโตเกียวราว 1 ชั่วโมง 45 นาที และออกจากตัวเมืองเซนไดอีก 50 นาที เพื่อไปหาค้นคำตอบผ่าน ‘IZUMI PARK TOWN’ ต้นแบบเมืองในอุดมคติกับ คาสุยุกิ ฮิกุชิ (Kazuyuki Higuchi) ตัวแทนจาก Mitsubishi Estate Group ผู้มาเล่าเรื่องราวเบื้องหลังการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาเมือง ทั้งในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อม โดยไม่ลืมสร้างความยั่งยืนให้กับประชากรทั้งทางตรงและอ้อม 

ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่ ตัวอาคารบ้านเรือน กฎ-ข้อกำหนดที่ทุกคนสร้างขึ้นเพื่อการอยู่ร่วมกัน ซึ่งที่นี่ยังเป็นเมืองต้นแบบที่ AP Thai บริษัทอสังหาริมทรัพย์ร่วมมือกับ มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (MEC – บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) นำองค์ความรู้มาปรับใช้พัฒนาโครงการแนวราบด้วย

IZUMI PARK TOWN ต้นแบบเมืองอุดมคติ สร้างประชากรคุณภาพคืนสังคมด้วยการออกแบบที่อยู่อาศัย

เปลี่ยนภูเขาเป็นเมือง

IZUMI PARK TOWN อยู่ในเมืองเซนได จังหวัดมิยางิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นโปรเจกต์สร้างเมืองที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีและความยั่งยืนรอบด้านโดย Mitsubishi Estate Group เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1974 หรือราว 50 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นขาดแคลนที่ดินสำหรับอยู่อาศัย ทางรัฐบาลจึงมีนโยบายอยากผลักดันให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์รีบสร้างที่อยู่อาศัยออกมาให้เร็วที่สุด 

เมื่อ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป เล็งเห็นสิ่งนี้ และรับการขอร้องมาจากทางหน่วยงานองค์กรท้องถิ่นของเมืองเซนไดโดยตรง แผนสร้างเมืองในอุดมคติที่การอยู่อาศัยร่วมกันระหว่าง คน สิ่งก่อสร้าง และธรรมชาติ เป็นไปอย่างพึ่งพากัน ทั้งยังตั้งใจให้เป็นเมืองแห่งธุรกิจครบวงจร แผนในมือจึงก่อตัวเป็นรูปร่าง

IZUMI PARK TOWN ต้นแบบเมืองอุดมคติ สร้างประชากรคุณภาพคืนสังคมด้วยการออกแบบที่อยู่อาศัย

เดิมพื้นที่ก่อนเป็นเมืองใหม่คือภูเขา มีแหล่งน้ำธรรมชาติไหลส่งไปยังพื้นที่ทำการเกษตรด้านล่าง หากจะซื้อภูเขาทั้งลูกนี้ ต้องกระทบกับไร่ นา สวน ของชาวบ้านแน่ๆ สิ่งที่มิตซูบิชิทำก่อนลงมือพัฒนาตามแผน คือ สร้างระบบชลประทานและน้ำประปาให้จ่ายไปอย่างทั่วถึง โดยดึงน้ำจากแม่น้ำทางด้านขวาสุดของภูเขามาแทน ซึ่งนอกจากเป็นการคืนแหล่งน้ำให้ธรรมชาติ การทำเช่นนี้ยังช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในบางช่วง เมื่อทุกอย่างลงตัว เกษตรกรผู้เป็นเจ้าของภูเขาแห่งนี้จึงตกลงขายที่ให้

ส่วนบ่อน้ำนั้นก็ยังเก็บไว้เหมือนเดิม แต่ปรับปรุงภูมิทัศน์รอบๆ ให้กลายเป็นสวนสาธารณะแทน

IZUMI PARK TOWN ต้นแบบเมืองอุดมคติ สร้างประชากรคุณภาพคืนสังคมด้วยการออกแบบที่อยู่อาศัย

ตัวเมืองสร้างขึ้นด้วยปรัชญาที่เรียกว่า Park Town Mind ให้ความสำคัญเรื่องชุมชนแห่งการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงสร้างมาเพื่อขายหมดแล้วก็จบกัน แต่มิซูบิชิจะอยู่เพื่อพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ หลังจากนี้อีกอย่างน้อย 40 ปี

ตลอดระยะ 50 ปี แผนสร้างเมืองแบ่งออกเป็น 5 เฟส และพัฒนาไปทีละจุด จนกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรราว 25,000 คน

สิ่งที่น่าสนใจตามมาคือ แผนการสร้างเมื่อ 50 ปีก่อนยังทำได้ตามแผนเดิมเกือบหมดทุกอย่าง โดยในแต่ละยุคสมัยมีการประเมินว่า ต้องทำอะไรถึงจะทำให้คุณภาพชีวิตในแต่ละยุคนั้นดีขึ้นได้ และการบริหารจัดการเมืองยังเกิดขึ้นภายใต้ความตกลงร่วมกันของผู้คนในเมืองเอง ที่ตั้งใจการรักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

IZUMI PARK TOWN ต้นแบบเมืองอุดมคติ สร้างประชากรคุณภาพคืนสังคมด้วยการออกแบบที่อยู่อาศัย

ในพื้นที่ 10.74 ตารางกิโลเมตร (6,712.5 ไร่) ครอบคลุมทุกกิจกรรมในชีวิต เพียบพร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่สำหรับการศึกษา การทำอุตสาหกรรม การทำธุรกิจ ไปจนถึงการพักผ่อน ปัจจุบันเริ่มพัฒนามายังเฟสที่ 6 แล้ว โดยภายใน IZUMI PARK TOWN แบ่งเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ได้แก่

พื้นที่สำหรับอยู่อาศัย (Living) มีบ้านในโครงการมากกว่า 10,000 หลัง สำหรับแบบบ้านมีให้เลือกทั้งหมด 21 แบบตามระดับราคา ที่ดิน และทำเล

พื้นที่ในเมือง (Urbanization) เป็นที่ตั้งของโรงเรียน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และเอาต์เล็ตเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

พื้นที่สำหรับการพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ (Recreation) เช่น สนามกอล์ฟซึ่งเป็นโครงการเอกชนไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่มีสนามกอล์ฟในโครงการที่อยู่อาศัย และยังมีสนามเทนนิส สนามขี่ม้าด้วย

และแหล่งธุรกิจสำคัญของเมือง แบ่งเป็นเขตโรงงาน เขตสำนักงานต่างๆ (Working) โดยแยกเขตอุตสาหกรรมหนักและเบาออกจากกันอย่างชัดเจน ส่วนมากเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนไอที ธุรกิจการขนส่ง โกดังเก็บของต่างๆ รวมไปถึงโรงงานผลิตสินค้าหลากหลายและงานบริการ

IZUMI PARK TOWN ต้นแบบเมืองอุดมคติ สร้างประชากรคุณภาพคืนสังคมด้วยการออกแบบที่อยู่อาศัย

 การอยู่อาศัยอย่างรับผิดชอบร่วมกัน

การออกแบบเมืองแห่งนี้เกิดขึ้นอย่างมีแบบแผน ควบคุมเรื่องการดีไซน์อาคารบ้านเรือน ไปจนถึงการแบ่งโซน และการสร้างภูมิทัศน์นั้นก็น่าสนใจมาก เพราะนอกจากกำหนดผลลัพธ์ได้อย่างที่อยากเห็น อีกนัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนวิธีการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนรวม และกฎเกณฑ์ที่ทุกคนสร้างขึ้นมา ทำให้เกิดความเคารพซึ่งกันและกัน โดยปลูกฝังความมีวินัยแก่ชาวเมืองให้เคารพกฎของการอยู่ร่วมกัน จนเกิดเป็นสังคมคุณภาพอันสงบสุข มีความเกรงใจ ขณะเดียวกันก็ถ้อยทีถ้อยอาศัย

ระยะทางตลอดการเดินสำรวจบ้านแต่ละโซน จะเห็นว่าไม่มีหลังไหนโดดเด่นไปกว่ากัน แม้มีหน้าตาคนละรูปแบบ คุณคาสุยุกิเฉลยว่า ที่เป็นอย่างนั้นเพราะการออกแบบบ้าน การเลือกใช้สีทาบ้าน ไปจนถึงหลังคา ต้องคำนึงถึงชุมชนโดยรวมเสมอ

“ที่นี่มีข้อกำหนดว่าหลังคาบ้านต้องเป็นสีโทนเย็น และต้องมีความลาดชันเท่าๆ กัน กำหนดสีตัวบ้านว่าให้เป็นสีแนวธรรมชาติที่เข้ากับสีเขียว ห้ามใช้สีฉูดฉาด แล้วก็มีกฎเรื่องระยะห่างจากบ้านกับถนน เพื่อไม่ให้ตัวบ้านเขยิบลึกเข้าไปจากถนนมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ดูไม่สวย ไปจนถึงความสูง คือห้ามสร้างเกินสองชั้น ทำให้ภาพรวมออกบ้านทุกหลังดูไปในทิศทางเดียวกัน”

นับว่าเป็นอีกข้อดีอันดับต้นๆ ของการพัฒนาพื้นที่ใหม่ซึ่งไม่เคยมีคนอาศัยอยู่ก่อนเลย เพราะสร้างหรือกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้ง่าย และที่นี่ยังกำหนดให้มีพื้นที่สำหรับส่วนรวมเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน เมื่อคุ้นเคยกันดี พวกเขาก็จะสอดส่องดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกันเองโดยอัตโนมัติ

ออกแบบเมืองภูเขาที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิต ให้คน สิ่งก่อสร้าง และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาในเซนได ประเทศญี่ปุ่น

ความร่มรื่น สดชื่นสบายตาจากพืชพรรณน้อยใหญ่ตลอดทาง ก็เป็นอย่างแรกๆ ที่ปะทะความรู้สึกทันทีเมื่อมาถึง

สำหรับพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ตามกฎหมายจำเป็นต้องพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากสร้างสวนสาธารณะ ที่นี่ใช้วิธีให้บ้านทุกหลังปลูกต้นไม้กั้นเป็นแนวรั้ว เป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวอีกทาง

“เราก่อตั้งสมาคม จากกลุ่มคนที่อยากดูแลพื้นที่สีเขียวในโครงการ โดยผู้อยู่อาศัยทุกคนช่วยกันออกเงินสร้างองค์กรนี้ขึ้นมาและจ่ายเงินเดือนให้คนทำงาน เพื่อช่วยปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางและต้นไม้รอบๆ เช่น ตัดเล็มต้นไม้ ดูแลกำจัดวัชพืชต่างๆ ถือว่าเป็นระบบที่ค่อนข้างแปลกใหม่ในญี่ปุ่น โดยทั่วไปจะดูแลบ้านใครบ้านมัน ซึ่งการร่วมมือกันแบบนี้ทำให้ควบคุมวิวเมืองให้สวยเหมือนกันได้ด้วย

“ส่วนการปรับปรุงดูแลพื้นที่ในโครงการทั้งหมด ส่วนใหญ่จัดการโดย Mitsubishi ด้วยรายได้จากการปล่อยที่ให้เช่า เช่น ห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต เราไม่ได้ขายหมดทั้งโครงการ เลยทำให้มีเงินมาดูแลโปรเจกต์ต่อไปได้เรื่อยๆ” คุณคาสุยุกิอธิบายแผนการดูแลเมืองอย่างยั่งยืนที่คิดไว้แต่แรกให้ฟัง ก่อนพาเดินสำรวจถนนต่อ

ออกแบบเมืองภูเขาที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิต ให้คน สิ่งก่อสร้าง และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาในเซนได ประเทศญี่ปุ่น

เมืองที่ใส่ใจคนในเมือง

ไม่เพียงพื้นที่สีเขียว สิ่งแวดล้อมในโครงการทั้งสิ่งก่อสร้างก็ดี หรือการคมนาคมก็ได้รับการออกแบบอย่างให้ความสำคัญทุกส่วน ทั้งเรื่องถนนที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของลูกบ้าน ถนนสายหลักไม่มีการเชื่อมต่อเข้าตรงสู่ตัวบ้าน โดยกำหนดให้เป็นถนนเส้นยาวตลอดสาย คดเคี้ยวน้อย และพื้นที่สี่แยกถูกทดแทนด้วยสามแยกรูปตัว T เป็นส่วนใหญ่ เพื่อบังคับให้ต้องหยุดมอง ซึ่งช่วยเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้มาก

ออกแบบเมืองภูเขาที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิต ให้คน สิ่งก่อสร้าง และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาในเซนได ประเทศญี่ปุ่น

อย่างที่รู้กันดีว่าที่ดินในญี่ปุ่นนั้นราคาแพงแสนแพง และหากคิดจะมีรถสักคัน ต้องมั่นใจว่ามีที่จอดรถแน่ๆ บ้านในเมือง IZUMI จึงได้รับการออกแบบให้มีที่จอดรถเพียงพอ และคิดเผื่อการมีรถเพิ่มในอนาคตไว้ให้ด้วย ฉะนั้นไม่มีทางเห็นบ้านไหนเอารถมาจอดหน้าบ้านให้เป็นปัญหาเลย

แม้คนส่วนใหญ่มีรถส่วนตัว ทั้งจักรยานและรถยนต์ แต่ที่นี่ก็ยังสนับสนุนให้ใช้ Community Bus หรือรถโดยสารชุมชน ซึ่งตั้งใจให้คนได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง จึงทำราคาให้ถูกลง ที่น่าทึ่งคือเรื่องสัดส่วนประชากรในอนาคต พวกเขาคิดล่วงหน้ามาเกิน 10 ปี ว่าวันหนึ่งจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และเห็นว่ามีคนวัยนี้ย้ายเข้ามาอยู่อย่างต่อเนื่อง เลยเพิ่มบริการพิเศษเป็นรถบัสที่ดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะไว้ก่อนแล้ว

ออกแบบเมืองภูเขาที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิต ให้คน สิ่งก่อสร้าง และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาในเซนได ประเทศญี่ปุ่น

ความยั่งยืนต่อทุกสรรพสิ่ง

ในวันนี้ IZUMI PARK TOWN กลายเป็นโมเดลการสร้างเมืองเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในพื้นที่ และเป็นหน่วยเล็กย่อยในการขับเคลื่อนประเทศ พิสูจน์ให้เห็นว่า เมืองที่ดีสร้างประชากรคุณภาพกลับคืนสู่สังคมได้

แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะไม่เคยเกิดปัญหา ทั้งปัญหาดินทรุด หรืออุบัติเหตุจากถนนสี่แยกที่มากเกินไป แต่ก็ได้รับการปรับแก้ไขอย่างรวดเร็ว และด้วยเป็นโครงการที่มีแผนก่อสร้างระยะยาว ความต้องการในแต่ละยุคสมัยของผู้คนก็จะต่างไปเรื่อยๆ พวกเขาจึงไม่หยุดศึกษาและพัฒนาให้เมืองนี้ดีพอสำหรับครอบครัวตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่มสาว วัยกลางคน จนถึงผู้สูงอายุ 

มากไปกว่านั้น ยังเป็นเมืองปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาพักผ่อน และได้กลายเป็นพิมพ์เขียวของเมืองในอุดมคติอย่างแท้จริง จากการออกแบบเมืองที่เป็นระบบ สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมเดิมและสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ ที่หยั่งรากความยั่งยืนต่อไปสู่จิตใจชีวิตคน ทั้งยังคิดถึงชุมชนอื่นนอกเมือง ซึ่งน่านำองค์ความรู้นี้มาปรับใช้ในการพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเรา

เผื่อว่าสักวัน นอกจากที่อยู่อาศัยจะมอบคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ยังช่วยสร้างคนคุณภาพเพิ่มให้กับเมืองได้บ้าง

หวังให้เป็นเช่นนั้น

ออกแบบเมืองภูเขาที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิต ให้คน สิ่งก่อสร้าง และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาในเซนได ประเทศญี่ปุ่น

ภาพ : AP Thai

Writer & Photographer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

รีสอร์ทสู่เรสสิเดนซ์

คอลัมน์หมู่บ้านคราวนี้ พามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เยือน ‘Veranda Pool Villas hua hin – cha am’ โครงการบ้านพักตากอากาศแบบพูลวิลล่าติดกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ ซึ่งตั้งใจทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้น โดย คุณบุ๊ค-คุณวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ และการขยับขยายธุรกิจจากโรงแรม-รีสอร์ทสู่ที่พักอาศัยแบรนด์วีรันดา  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

“ตอนแรกรีสอร์ทของเราเปิดที่หัวหิน-ชะอำมากว่า 18 ปี ไม่มีส่วน Residence เพราะความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นมีไม่มากครับ มาเริ่มทำเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่ สร้างเป็น Residence ติดกับรีสอร์ท 20 ยูนิต”

การขยับไปทำที่พักอาศัยของวีรันดา จึงไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ซะทีเดียว แต่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมของหนึ่งในโรงแรม-รีสอร์ทดีไซน์ดีมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึง เมื่อมองหาการบริการแบบ 5 ดาว วิวสวย นอนสบาย หาที่พักง่าย เพราะกระจายอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน หรือ So/Bangkok ที่ได้วิวสวนลุมพินีใจกลางเมือง โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ จนอยากเปลี่ยนมาเป็นลูกบ้านก็มีไม่น้อย

บ้านพักตากอากาศที่ดีเป็นอย่างไร 

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ที่วีรันดากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของบ้านพักตากอากาศในย่านหัวหิน-ชะอำ เราเลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงหัวใจของบ้านพักตากอากาศที่ดีผ่านมุมมองเจ้าของโครงการ 

เขาบอกกับเราว่า ‘การทำวันหยุดให้มีคุณค่ามากขึ้น’ เป็นหัวใจสำคัญ

แต่จะทำด้วยวิธีไหน… ไปดูกัน

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญที่วีรันดาคิดว่าจะทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 – 4 ข้อ 

1. Location

โลเคชันสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับเวลา Veranda Pool Villas hua hin – cha am เลยเลือกที่ตั้งที่อยู่บริเวณรอยต่อของชะอำกับหัวหิน บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลักรถวิ่งได้สะดวก ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่นานก็ถึงที่พัก ทำให้วันหยุดเริ่มต้นได้เร็ว เมื่อเทียบกับโลเคชันอื่นที่ต้องขับรถลงใต้ไปจากตัวเมืองหัวหินอีกครึ่งชั่วโมง อย่างเขาเต่าหรือปราณบุรี

2. Early Check-in / Late Check-Out

อีกข้อดีของการมีบ้านพักตากอากาศ นอกจากการมีห้องพักแน่นอน ไม่ต้องจองล่วงหน้า และไม่โดนฟันราคาในช่วงวีกเอนด์แล้ว ยังมีเรื่องความยืดหยุ่นในการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ที่คุณบุ๊คมองว่าสำคัญ และได้เปรียบกว่าการพักโรงแรม รีสอร์ท เพราะเป็นอีกส่วนที่ช่วยยืดเวลาวันหยุดของเราให้ยาวนานขึ้น ออกจากกรุงเทพฯ ได้แต่เช้า เลี่ยงเวลารถติด พอมาถึงแล้วก็เข้าที่พักได้เลย ไม่ต้องรอเช็กอินหลังบ่าย 3 หรือตอนขากลับ ถ้ายังอยากละเลียดใช้เวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งได้อีกหน่อย ไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บข้าวของให้ทันก่อนเที่ยง

3. Service 

เนื่องจาก Pool Villa ใหม่นี้สร้างติดกับวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน-ชะอำ เจ้าของบ้านจะสามารถเข้าถึงการบริการมาตรฐานเดียวกับรีสอร์ท ทั้งบริการจากส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามาเซอร์วิสในที่พัก หรือการเข้าไปใช้บริการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม เช่น สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และเดินผ่านรีสอร์ทไปถึงหน้าหาดได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปนอกโครงการ นอกจากนั้นยังอยู่ในระยะที่สามารถใช้บริการจากภายนอก เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันอีกได้อีกด้วย 

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

4. Design

โครงการนี้เป็นพูลวิลล่า เพราะจากการสังเกตเทรนด์ท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะหลังที่เริ่มเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเลือกที่จะพักในบ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่ามากขึ้น เพราะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ต้องเข้าไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่ส่วนกลาง ที่นี่จึงมีวิลล่าเพียง 13 หลัง เพราะเน้น Optimum Return มากกว่า Maximum Return

โครงการนี้คุณบุ๊คลงไปเลือกที่ดินด้วยตัวเอง และพัฒนาแบบร่วมกับนักออกแบบมือดีที่ร่วมงานกันมาหลายโครงการ อย่างบริษัทสถาปนิกกรุงเทพ (OBA) รับหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรม และบริษัท August Design ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้น่าอยู่

“เขาเข้าใจว่าเราต้องการสร้างโปรดักต์แบบไหน อันที่ดูง่ายไป เขาก็จะทำให้มันดูยากขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ได้โครงการที่แตกต่าง ซึ่งเขาก็ได้เครดิตไปด้วยครับ” หัวเรือใหญ่ของวีรันดาเล่าถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์คู่ใจกลั้วเสียงหัวเราะ

บ้านพักทั้ง 13 หลังแบ่งเป็น Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 481 ตร.ม. และแบบ 5 ห้องนอน เพียง 1 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 756 ตร.ม. สำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งบริการและพื้นที่แบบพรีเมียม โดยแยกเป็น 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำ ระหว่าง Pool Villa 2 ห้องนอน ชั้นเดียวสูงโปร่ง และ Pool Villa แบบ 3 กับ 5 ห้องนอนซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าอีกด้วย  

“ส่วนของสระว่ายของ 3 ห้องนอน กับ 5 ห้องนอน เรายกขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะเคยเห็นหลายโครงการที่คนเดินผ่านหน้าสระแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัว พอเป็นวิลล่าที่แพงหน่อย เราเลยยกสระไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า นอกจากเพิ่มพื้นที่ด้านล่างแล้ว ด้านบนยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ด้วย ผมมองว่าลูกค้าน่าจะโหยหาพื้นที่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคอนโดมิเนียมปกติ ต่อให้เป็นห้อง Penthouse คุณก็ต้องไปเล่นสระรวมอยู่ดี แต่ที่นี่คุณได้สระส่วนตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา” 

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของวีรันดาหรือ?

“ไม่ถึงกับเคล็ดลับหรอกครับ แต่ผมมองว่าตอนเราตั้งโจทย์ เราต้องตั้งบนความแตกต่างที่เรามีและตอบโจทย์ลูกค้าได้ อย่างตอนนี้ลูกค้าชอบความ Instagramable ชอบมุมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราก็ต้องจัดหาให้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียพื้นที่บางส่วน ทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนต่อตารางเมตรสูงสุด อย่างเช่นการสร้างสระน้ำบนดาดฟ้า แทนที่จะสร้างบนพื้นเพราะค่าโครงสร้างถูกกว่า แต่พอลงทุนสร้างชั้นบนแล้วได้มุมแบบที่ที่อื่นไม่มี มันก็จะเป็นจุดเด่นของเราไปตลอด ซึ่งลูกค้าที่มาหรือใครที่จะลงทุนต่อจากเราก็จะแฮปปี้ นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มดีเทลอื่น เช่น ที่ชาร์จรถ EV ที่พยายามทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ด้วยครับ”

“เวลาพูดถึง 3 ห้องนอน คนอาจจะนึกถึงห้องขนาด 100 – 200 ตร.ม. แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ Pool Villa แบบ 3 ห้องนอน เราให้พื้นที่ 400 กว่าตารางเมตรเลย เพราะเราเน้นเทรนด์ที่มีหมู่เพื่อนหรือญาติเข้ามาใช้งานด้วย เขาอาจจะมาเล่นน้ำทำกิจกรรมในวิลล่าเราก็ได้ ส่วนห้องนอนที่ต้องเพิ่ม สามารถจองห้องพักในโรงแรมได้เลย เจ้าของบ้านประหยัดขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำวิลล่า 7 – 8 ห้องนอนไว้รับแขก มีแค่ 2 – 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวก็เพียงพอ” 

ชั้น 1 มีที่จอดรถได้ 2 คัน มีห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว และห้องนอนที่ตัวห้องน้ำออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ฝั่งข้างบ้านเป็นระเบียงที่นั่งเล่น รับลมแบบ Semi-outdoor ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ที่มองออกไปเป็นวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว และชั้นดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำกับ Pool Deck สำหรับนั่งพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ ซึ่งมองเห็นวิวได้กว้างขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากระดับอาคารที่สูงกว่า Pool Villa แบบ 2 ห้องนอนชั้นเดียว 

ส่วน Pool Villa แบบ 5 ห้องนอน จอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีจุดเด่นเป็นคอร์ตบริเวณกลางบ้าน มีช่องแสงเจาะทะลุลงมาจากสระว่ายน้ำ สร้างมิติแสงเงาน่าสนใจเปลี่ยนไปตลอดวัน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าว ความพิเศษของหลังนี้คือมีครัวไทยและห้องแม่บ้านให้กับลูกค้าด้วย เหมาะกับการยกพลมาพักผ่อนกันทั้งบ้าน และได้ทานอาหารรสมือที่คุ้นเคย ในขณะที่ฝั่งขวาประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน มีห้องน้ำซึ่งออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์

ส่วนชั้นสอง ห้อง Master Bedroom อยู่ฝั่งซ้าย มีจากุซซี่ที่ระเบียงไว้สำหรับแช่น้ำและดื่มด่ำกับวิวจากมุมสูง ในขณะที่พื้นที่ดาดฟ้าเข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ เป็นอีกความพิเศษที่โครงการเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อเปิดออกไปจะเห็นวิวกว้างของท้องฟ้าและธรรมชาติรอบ ๆ มีพื้นที่ Pool Deck ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ พร้อมสระน้ำ 2 แบบ คือ Shallow Pool ที่วาง Daybed ไว้สำหรับนอนเล่น อาบแดด รับลม และสระว่ายขนาดประมาณ 5 x 10 ม. ที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริง 

นอกจากความสะดวกในตัวบ้านพักแล้ว เจ้าของบ้านยังเข้าไปใช้พื้นที่ Recreation Space ที่อยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางเข้าของโรงแรมอีกด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fitness พื้นที่ Meeting ที่กั้นเป็นยูนิต เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวนั่งทำงานได้ พื้นที่นั่งเล่น เป็น Lifestyle Area ใช้ร่วมกันระหว่างโรงแรมและส่วน Pool Villa 

Facilities ที่โดดเด่นอันเป็นจุดขายของวีรันดา รีสอร์ท คือเรื่อง Branded Residence ทุกโครงการเรสซิเดนซ์จะเปิดติดกับรีสอร์ทเสมอ จากความตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่ซื้อโครงการได้รับบริการต่าง ๆ เสมือนมาพักรีสอร์ท รวมถึงเข้าถึง Facilities ของรีสอร์ทได้ ตั้งแต่อาหารเช้า รูมเซอร์วิส แม่บ้านทำความสะอาด ร้านอาหารภายในรีสอร์ท สปา ซึ่งการมาใช้เวลาพักผ่อนก็แทบไม่ต้องออกไปไหน จึงใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดได้มากขึ้น 

รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย ที่นี่มีทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการบริหารการปล่อยเช่าโครงการโดย วีรันดา รีสอร์ท ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาในวันที่ไม่ได้เข้าใช้บริการเองอีกด้วย  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต

5. คุณค่าในการส่งต่อ

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am สำหรับวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท 

“ราคาอาจจะดูสูงนะครับ แต่ลูกค้าจะได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าพูลวิลล่าทั่วไป เมื่อหารออกมา ตารางเมตรหนึ่งจะอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท หาได้ยากนะครับ อย่างคอนโดมิเนียมที่ราคาตารางเมตรละ 60,000 ไม่มีหรอกครับที่จะลงทุนตกแต่งและดีไซน์แบบนี้ อันนี้เป็นอีกมุมมองเรื่องความคุ้มค่านะครับ”

คุณบุ๊ครีบเสริมขึ้นมาทันทีที่เราตาโตกับราคาค่างวดของวิลล่าแต่ละแบบ เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเรื่องราคาต่อตารางเมตรแล้ว ยังมีความคุ้มค่าในแง่ที่พูลวิลล่าแห่งนี้ เป็น Property ที่อยู่ใน Branded Residence ตัวอาคารจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เพราะเมื่อที่พักติดกับโรงแรม ก็จะจูงใจให้เจ้าของดูแล เป็นหน้าเป็นตา ทำให้ส่วนกลางหรือตัวบ้านน่าไปอยู่เสมอ เมื่อผ่านเวลาไปราคาขายต่อก็จะมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

ปกติแล้วเจ้าของบ้านพักตากอากาศบางหลัง นอกจากจะใช้เองในวันพักผ่อนแล้ว ก็ยังปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Airbnb ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am มีอีกบริการเสริมเป็น Option สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าแต่ไม่ต้องการบริหารเอง โดยทีมของวีรันดาจะดูแลให้ทั้งหมดทั้งการติดต่อ การจัดการที่พักด้วยการบริการแบบ 5 ดาว เพราะนอกจากการซื้อเก็บเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เจ้าของยังสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการปล่อยเช่า ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ นำมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าบำรุงรักษาบ้านได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำช่วยทำให้วันหยุดของลูกค้ามีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน 

ภาพ : Veranda 

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Website : https://bit.ly/3gVH5aW 

สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร 092 354 5511 

Add LINE : https://line.me/R/ti/p/@024qgfee

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load