จะว่าไปโตเกียวนั้นเป็นแหล่งเครื่องดื่มสายคราฟต์ชั้นดี มีทั้งร้านกาแฟ Specialty Coffee ร้านชาเขียวกรุบกริบ คราฟต์เบียร์และสาเกอยู่ทั่วทุกมุมเมือง 

ว่าแต่เคยลอง IYOSHI COLA คราฟต์โคล่าเจ้าแรกของญี่ปุ่นแล้วรึยัง

ถ้าเคยไปเดิน Aoyama Farmer’s Market น่าจะเคยเห็นฟู้ดทรักสีน้ำเงินเข้มสุดเท่ที่มีโลโก้นก Kawasemi (Kingfisher) สุดน่ารักและป้าย The Dreamy Flavour ที่แค่อ่านก็ทำให้รู้สึกชวนฝัน หรืออาจจะเคยเห็นตามร้าน DEAN & DELUCA สาขาต่างๆ Tsutaya ที่ Daikanyama ห้าง ISETAN สาขาชินจุกุ ร้านอาหารและบาร์ต่างๆ ในหลายจังหวัด หรือบางคนอาจจะเคยเห็น IYOSHI COLA เวอร์ชันตู้กดอัตโนมัติที่สถานีโตเกียว

IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา

แต่จะไม่เคยเห็นก็ไม่แปลก เพราะเขาเพิ่งเริ่มขายที่ Aoyama Farmer’s Market เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. ก.ค. 2018 ตั้งบริษัทต้น ค.ศ. 2019 เปิดร้านสาขาแรกเมื่อปลายเดือนกุมภาพัันธ์ ค.ศ. 2020 และเปิดสาขาสองที่ฮาราจุกุเมื่อปลายเดือนเมษาที่ผ่านมา ภายในเวลาแค่ 3 ปี เจ้านกคิงฟิชเชอร์พา IYOSHI COLA บินไปทั่วญี่ปุ่นอย่างสนุกสนานและไม่หวั่นแม้มี COVID-19 มาขัดขวาง 

วันนี้เราได้ ทะคะฮิเดะ โคบายาชิ​ (Takahide Kobayashi) (aka Kola Kobayashi) หนุ่มญี่ปุ่นวัย 31 ปีผู้ก่อตั้งแบรนด์ด้วยตัวคนเดียวมาเล่าถึงความคราฟต์ ความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ แบบเวรี่เจแปนนีสที่ทำให้ IYOSHI COLA ที่เริ่มจากการขายวันแรก 150 ถุง กลายเป็นแบรนด์ฮอตที่มียอดพรีออเดอร์ 20,000 ขวด และมีความฝันอันยิ่งใหญ่คือ การเป็น 1 ใน 3 แบรนด์โคล่าระดับโลกเคียงข้างกับรุ่นพี่อย่างเป๊ปซี่และโคคา-โคล่า

IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา

คุณตา ยาจีน และการเป็น Kola Kobayashi

กว่าจะเป็น Kola Kobayashi ทะคะฮิเดะมีประสบการณ์ที่แสนหลากหลาย จนเดาไม่ออกว่ามาจบที่การทำโคล่าได้ยังไง เขาเกิดและเติบโตที่เมือง Shimo-ochiai ในโตเกียว เรียนคณะเกษตรที่ ม.ฮอกไกโด จากนั้นลาเรียนไปทำ Internship กับ NGO ที่ฟิลิปปินส์ หลังเรียนจบต่อปริญญาโทคณะ Agricultural and Life Sciences ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว แล้วไปทำงานที่เอเจนซี่โฆษณาเจ้าใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งต้องไปต่างประเทศเพื่อจัดอีเวนต์หลายครั้ง และเคยต้องไปทำงานอยู่ยาวที่ประเทศคาซัคสถานด้วย ส่วนงานอดิเรกคือการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อตกปลา เรียกได้ว่าไปมาทั่ว แม้แต่แอฟริกาใต้ แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ไปตกมาหมดแล้ว 

แต่เขาไม่ได้บังเอิญได้สูตรเด็ดระหว่างการเดินทางในต่างแดน

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาอยากลองโคล่าเอง เกิดขึ้นเพราะอินเทอร์เน็ตต่างหาก

ช่วงที่ทำงานเอเจนซี่ โคล่าโคบายาชิบังเอิญเจอบทความที่เขียนสูตรโคล่าเก่าแก่กว่า 100 ปี ด้วยความที่ดื่มโคล่าบ่อยอยู่แล้ว แถมยังสนุกกับการชิมโคล่าของแต่ละประเทศเวลาไปเที่ยวที่ต่างๆ การลองทำโคล่าเองเลยกลายเป็นงานอดิเรกอันแสนสนุก ซึ่งช่วยให้เขาผ่อนคลายจากงานหลักที่แสนหนักหนาในแต่ละวัน

แน่นอนว่าการลองทำตามสูตรในเน็ตเป๊ะๆ ยังไม่ได้รสชาติที่ถูกใจ เขาเลยใช้เวลาว่างพัฒนาสูตรที่ตัวเองชอบ 

“ในช่วงสองปีที่พัฒนาสูตร ถ้าจะให้นับ ผมลองผิดลองถูกอยู่หลายพันครั้งครับ แต่ก็ยังไม่ได้ความเข้มข้น ความหอมอย่างที่ต้องการสักที จนกระทั่งได้ไอเดียจากคุณตาครับ”

IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา

เรียวทาโร อิโต (Ryotaro Ito) คุณตาของทะคะฮิเดะเป็นคราฟต์แมนผู้ทำยาจีนมาก่อน เขาเปิดโรงงานผลิตยาจีนชื่อ Iyoshi-yakko เขาเลยมักไปเที่ยวเล่นและช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่เด็ก แต่พอเข้าสู่วัยรุ่น เริ่มแคร์สายตาเพื่อนที่มองเวลาได้กลิ่นยาจีนจากเสื้อผ้าเขาเลยห่างออกมา สาเหตุที่เขาเลือกเรียนเกษตรที่ฮอกไกโดก็เพราะรู้สึกว่า ตอน ม.ต้น-ม.ปลาย ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบที่เป็นตัวของตัวเอง เลยอยากเรียนในสิ่งที่ชอบจริงๆ ซึ่งความผูกพันกับพืชและธรรมชาติส่วนหนึ่งก็มาจากการได้คลุกคลีกับโรงงานทำยาที่วัตถุดิบคือพืชและสมุนไพรต่างๆ 

แต่กระนั้น เมื่อเริ่มทำงานเขาก็ไม่ค่อยได้กลับไปบ้านเกิดที่ Shimo-ochiai สักเท่าไหร่ จนกระทั่งคุณตาเสีย เลยไปเก็บกวาดโรงงาน เจออุปกรณ์เก่าๆ และบันทึกการปรุงยาของคุณตา จึงได้ไอเดียมาปรับใช้จนได้รสที่ชอบ

“แม้จะลองปรับสูตรเป็นพันครั้งก็ยังไม่ได้ดั่งใจสักที แต่สิ่งที่ทำให้ผมมุ่งมั่นไปต่อมีหลายอย่างครับ ข้อแรก สมัยเรียนมหาลัยได้ลองทำการทดลองและการวิจัยหลายอย่าง เลยชินกับการลองและเริ่มต้นใหม่ สองคือ ผมทำเป็นงานอดิเรก เป็นสิ่งที่สนุกนอกเหนือจากการทำงาน และสามคือ เพราะผมตั้งใจมากๆ ว่าจะทำให้สำเร็จ”

ดังนั้นเมื่อได้รสที่ใช่ หนึ่งเดือนหลังจากนั้นเขาตัดสินใจควักเงินเก็บ 3 ล้านเยน ลงทุนทำฟู้ดทรักไปเปิดขายที่ Aoyama Farmer’s Market ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2018 ทันที วันจันทร์-วันศุกร์ เป็นทะคะฮิเดะ โคบะยะชิ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ รับบทเป็นโคล่า โคบายาชิ อยู่ครึ่งปี ก่อนจะลาออกมาเป็นโคล่าคราฟต์แมนเต็มตัว

IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา

IYOSHI COLA : The Dreamy Flavour

อิโยชิโคล่าเป็น Energy Drink ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ” โคล่าโคบายาชิบอกเราอย่างนั้นเมื่อถูกขอให้ระบุคำนิยาม

ธรรมชาติมากจริง ทะคะฮิเดะใช้สมุนไพรและเครื่องเทศมากกว่า 12 ชนิดในการสร้างสรรค์รสชาติออริจินัลของอิโยชิโคล่าที่เขาเรียกมันว่า The Dreamy Flavour และ The Japan Edition ที่มีส่วนผสมของญี่ปุ่นมากมาย เช่น ยุซึ คุโระโมะจิ น้ำผึ้งญี่ปุ่น

IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา
IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา

“เหตุผลที่เรียกว่า The Dreamy Flavour ก็ไม่มีอะไรมากครับ ผมแค่รู้สึกว่ามันน่าจะดีนะ ถ้ากาแฟมันจะมีพวก Single Origin แต่โคล่าทำจากเครื่องเทศหลายชนิด มีที่มาจากยาจีนด้วย รสชาติซับซ้อนแต่กลมกลืน มีความหลากหลายที่น่าสนใจ”

ความน่าสนใจของโคล่าพาเขาไปไกลถึงประเทศกาน่า ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกโกโก้และโคล่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เขาใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อไปดูแหล่งเพาะปลูก แต่กลับได้เรียนรู้เรื่องราวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจ แม้แบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่างเป๊บซี่และโคคา-โคล่า จะไม่ใส่ Cola Nut แต่มันเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ของอิโยชิโคล่า

“กาน่าดังเรื่องโกโก้ คนนิยมปลูกต้นโคล่าคู่กันกับโกโก้ในไร่ เพราะเป็นผลดีต่อต้นโกโก้ คนนิยมปลูกคู่กัน เหล่าแม่บ้านมักหารายได้พิเศษด้วยการเก็บลูกโคล่า คนกาน่าเชื่อว่าโคล่าของขวัญจากพระเจ้า ถ้าลูกหล่นที่พื้น ใครจะมาเก็บก็ได้ เหล่าแม่บ้านมักจะหารายได้พิเศษด้วยการเก็บลูกโคล่า นอกจากนี้ ลูกโคล่ายังมักใช้ในงานแต่งงาน งานมงคลต่างๆ เป็นพืชที่มีความสงบสุขและให้ความรู้สึกในแง่บวก การได้ไปไร่โคล่าและเรียนรู้ความหมายเชิงวัฒนธรรมถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มาก มันทำให้ผมคิดว่า ในฐานะเครื่องดื่ม โคล่าก็เป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยความสงบสุข ผมเลยอิมพอร์ตโคล่าจากกาน่ามาใส่ด้วย เพราะอยากให้อิโยชิโคล่ามีของขวัญจากพระเจ้าผสมอยู่ด้วยครับ”

IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา

The Craftsman in Modern World

แม้จะขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ตลาดนัด แต่ก็ขายดิบขายดีมาก วันไหนที่อากาศแจ่มใส เขาขายได้ถึง 250 ถุง และเริ่มมีสื่อให้ความสนใจ แต่นั่นยังไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจเปิดร้านสาขาแรกที่ Shimo-ochiai เพราะแม้จะลาออกจากงานมาทำโคล่าเต็มตัว แต่การทำคนเดียวทั้งหมดทุกอย่าง ทำให้แค่ใช้เวลาวันธรรมดาเตรียมของก็แทบไม่เหลือเวลาแล้ว

“ที่ตัดสินใจเปิดหน้าร้าน เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าอิโยชิโคล่าไปจ้างโรงงานผลิตอีกที แต่ที่ผมใช้คำว่าคราฟต์เพราะนี่เป็นของแฮนด์เมด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่อยากเน้นเลยต้องสื่อสารให้ชัด ยิ่งหลังๆ มีคนทำคราฟต์โคล่าด้วยการจ้างโรงงานทำเยอะขึ้น เขาต้องเน้นให้ลูกค้ารู้ว่าเราแตกต่าง ที่ร้านเลยมีกระจกให้เห็นเลยว่า กระบวนการผลิตเราทำเองกับมือจริงๆ” ชายผู้เป็นโคล่าคราฟต์แมนคนแรกของญี่ปุ่นเล่า

เขานำโรงงานเก่าที่ไม่มีใครใช้หลังคุณตาเสียมารีโนเวตใหม่ ร้านสาขาชิโมะโอะจิไอจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบคราฟต์ๆ ที่คุณหลานตั้งใจตกแต่งให้ออกวินเทจ เพื่อให้ความสำคัญกับ Brand Identity ของกิจการคุณตา ร้านว่าสวยแล้ว ยิ่งอยู่ริมแม่น้ำที่มีต้นซากุระเรียงรายสวยไม่แพ้เมกุโระ จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้จะเพิ่งเปิดร้านช่วงกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 พร้อมๆ กับการเริ่มแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่คนก็ยังมายืนต่อคิวกันอย่างรักษาระยะห่าง ท่ามกลางความชวนฝันของซากุระสีหวาน นอกจากนี้ เมื่อเขาพัฒนาโคล่าแบบขวดได้สำเร็จและเริ่มขายครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2020 ยอดพรีออเดอร์เข้ามาถึง 20,000 ขวด ห้างร้านต่างๆ ในญี่ปุ่นพากันรับไปขายอย่างคึกคัก

IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา
IYOSHI COLA โคล่าคราฟต์เจ้าแรกของญี่ปุ่น ฝีมือหนุ่มโตเกียวที่ผสมเคล็ดลับจากคุณตานักปรุงยา

“สิ่งที่ผมลงทุนไปในอิโยชิโคล่าคือ เงิน เวลา และทักษะ การเรียนด้านเกษตรช่วยเรื่องความรู้เกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร การทำงานเอเจนซี่ช่วยเรื่องการทำร้าน เพราะมันคล้ายกับการจัดอีเวนต์ ส่วนงาน NGO นั้นอาจจะไม่ได้ช่วยโดยตรง แต่ช่วยเรื่องแนวคิด”

ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย แต่อิโยชิโคล่าก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ เมื่อดิสทริบิวเตอร์ปิดกิจการเพราะ COVID-19 ทำให้ไม่ได้รับเงินประมาณ 8 ล้านเยนจากการขายช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม จากที่ตั้งใจจะนำมาใช้ทำร้านสาขาสองที่ฮาราจุกุ จนต้องเปิด Crowdfunding ระดมทุน รสชาติแสนชวนฝัน ใครๆ ก็ยังช่วยทำให้เป็นจริง อิโยชิโคล่าระดมเงินไปได้ 2 เท่าของเป้าหมาย รวมทั้งสิ้นประมาณ 7.5 ล้านเยน

“แม้จะเป็นช่วง COVID-19 แต่ผมตัดสินใจเดินหน้าเปิดร้านที่สองต่อ เพราะว่า หนึ่ง ในทางธุรกิจนี่เป็นโอกาสดีที่จะได้โลเคชันดีๆ ที่ปกติอาจจะหาเช่ายาก สอง โคล่าเป็นสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาหลังสงครามกลางเมืองอเมริกา ตอนนั้นคนกำลังลำบากเหมือนกัน เลยอยากให้อิโยชิโคล่าช่วยสร้างความสดใสให้กับผู้คนครับ”

The Main Ingredient of Success : Element of Surprise

นกคิงฟิชเชอร์เป็นนกที่บินอยู่บนฟ้าแต่ลงมาจับปลาในน้ำ ความแหวกขนบนี้ทำให้โคล่าโคบายาชิเลือกมาใช้เป็นโลโก้ เพราะเขาอยากท้าทายความคิดแบบเดิมๆ ที่ว่าโคล่าเป็นเครื่องดื่มที่ผลิตแบบคราฟต์ไม่ได้ 

ทุกอย่างที่เราเห็นในแบรนด์อิโยชิโคล่าพัฒนามาจากแนวคิดการทำในสิ่งที่คนชื่นชอบและประหลาดใจ ทั้งดีไซน์ เมนู เช่น โคล่าผสมนม ขนมใส่ผงโคล่า และตัวอย่างใหม่ที่เห็นชัดที่สุด ร้านสาขาชิบุยะ

แบรนด์คราฟต์โตเกียวของหนุ่มอดีตเอเจนซี่ไฟแรง ทายาทร้านยาจีนที่เริ่มเปิดร้านท่ามกลางวิกฤต กับความฝันที่จะทำโคล่าให้ไปถึงระดับโลก

ร้านแรกธีมวินเทจ ร้านสองตีมอวกาศ!

ประหลาดใจมั้ย

“ของที่ขายเป็นงานคราฟต์ก็จริง แต่การตกแต่งเน้นโมเดิร์น เพราะคอนเซปต์ร้านคือ ลูกหลานชาวโลกที่สูญเสียดวงดาวไปแล้ว แต่คิดถึงโลกเลยสร้างร้านนี้ขึ้นมา ผมมองว่าชิบุย่าเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลาย มีความแตกต่างมากมายเหมือนจักรวาลและอวกาศ”

โคล่าโคบายาชิอธิบายพลางชี้ให้ดูลำโพงตามจุดต่างๆ ในร้านขนาด 40 ตร.ม. ที่เปิดเสียงแตกต่างกัน มีทั้งเสียงน้ำ เสียงนก เสียงดนตรี ผสานกันอยู่อย่างลงตัว ให้บรรยากาศแบบไซไฟหน่อยๆ แต่ไม่ลืมความคราฟต์ด้วยการเปิดช่องให้ส่องการผลิตและการเรียงเครื่องเทศต่างๆ ที่ใช้ในการทำโคล่าไว้บนเชลฟ์ เพราะคนมักสงสัยว่าโคล่าทำมาจากอะไร ถังขยะที่อยู่หน้าร้านก็น่ารักเก๋ไก๋ เขานำตู้ไปรษณีย์มาดัดแปลง เพราะย่านนี้มีปัญหาเรื่องขยะ เลยอยากทำถังขยะสนุกๆ ไว้ให้คนอยากทิ้ง นอกจากนี้ยังมีตู้กดเก๋ๆ หน้าร้านและอีกหลายจุดในโตเกียว

เขายังบอกอีกว่า ถ้าทำร้านสาขา 3 ก็จะใช้คอนเซปต์อื่นอีกไม่ให้ซ้ำ และมีแผนจะขยายกิจการไปต่างประเทศด้วย อาจเป็นอเมริกาหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ที่แน่ๆ เป้าหมายสูงสุดคือการเป็นแบรนด์ระดับโลกที่อิโยชิโคล่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเวลาเราสั่งน้ำในร้านอาหาร แต่ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ประหลาดใจรูปแบบไหน หัวใจสำคัญของการทำโคล่านั้นไม่สั่นคลอน

“โคล่าที่ดีคือโคล่าที่คนทำได้ใส่จิตวิญญาณของผู้ทำลงไปด้วยครับ แนวคิดนี้อาจจะไม่ใช่แค่กับโคล่าอย่างเดียว ผมคิดว่าไอโฟนหรือแอปฯ ต่างๆ น่าจะมีจิตวิญญาณของ สตีเวน จอบส์ (Steven Jobs) อยู่ในนั้นด้วย”

นอกจากจะได้สนุกไปกับรสชาติที่ซับซ้อนของอิโยชิโคล่า การได้ติดตามว่าเขาจะทำอะไรให้เราประหลาดใจอีก ก็เป็นอีกหนึ่งความเพลิดเพลินที่นกคิงฟิชเชอร์สีสันสดใสตัวนี้มอบให้

แบรนด์คราฟต์โตเกียวของหนุ่มอดีตเอเจนซี่ไฟแรง ทายาทร้านยาจีนที่เริ่มเปิดร้านท่ามกลางวิกฤต กับความฝันที่จะทำโคล่าให้ไปถึงระดับโลก
แบรนด์คราฟต์โตเกียวของหนุ่มอดีตเอเจนซี่ไฟแรง ทายาทร้านยาจีนที่เริ่มเปิดร้านท่ามกลางวิกฤต กับความฝันที่จะทำโคล่าให้ไปถึงระดับโลก

Lesson Learned

โคล่าโคบายาชิบอกว่า สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการทำอิโยชิโคล่า คือความสำคัญของทีมงานและการรับมือกับความเสี่ยง

ภาพ :  IYOSHI COLA

Writer & Photographer

Avatar

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
2 K

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

ภาพ : TADA Entertainment

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load