ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่องพิซซ่า แต่การเขียนเรื่องอาหารติดกัน 3 ตอนนี่ เสี่ยงต่อการเกิดความเข้าใจผิดอย่างน้อย 2 ประการ คือ นี่คือคอลัมน์อาหารหรือไร หรือคนเขียนวันๆ ไม่คิดอะไรบ้างหรือนอกจากเรื่องกิน
เอาเถอะ ถึงประการหลังจะใกล้เคียงความเป็นจริงอยู่มาก แต่ก็ควรเปลี่ยนแนวบ้าง
วันนี้จะมาในแนวสายมู นั่นคือเรื่องความเชื่อถือโชคลางของคนอิตาเลียน
ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนว่า เรื่องความถือโชคลางนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมาก เรามิอาจเหมาได้ทั้งชนชาติได้ คนเชื่อก็เชื่อเลย คนไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มีคติพจน์ประจำใจว่า “ไม่เชื่อ แต่ไม่ลบหลู่”
ในบทความก่อนว่าด้วยเรื่องความเชื่อบางประการบนโต๊ะอาหาร คราวนี้ออกนอกโต๊ะอาหารกันบ้าง

เลขไม่ดี

13 เหรอ ไม่ นั่นมันไม่ดีเฉพาะตอนนั่งโต๊ะอาหาร เลขไม่ดีของอิตาเลียนคือเลข 17 ต่างหาก ไม่ดีแค่ไหน ก็แค่ในหลายๆ ตึกไม่มีชั้น 17 โรงแรมหลายแห่งไม่มีห้องเบอร์ 17 สายการบินประจำชาติอิตาลีไม่มีที่นั่งเลขที่ 17 ฯลฯ ก็แล้วกัน

เหตุใดเลข 17 ถึงเป็นเลขน่ากลัวไปเสียได้ นั่นเป็นเพราะเลข 17 เวลาเขียนด้วยตัวอักษรแบบโรมันก็จะออกมาเป็น XVII ซึ่งถ้าเอาไปสลับกันไปมาก็จะได้คำว่า VIXI ซึ่งเท่ากับคำว่า VISSI อันแปลว่า ฉันเคยมีชีวิตอยู่ หรือแปลว่า ฉันตายไปแล้วนั่นเอง ส่วนที่ว่าทำไมไม่อยู่เฉยๆ เอามันไปสลับเล่นทำไมนั้น ก็เพราะว่าคำนั้นมักพบอยู่บนหินหลุมศพชาวโรมันนั่นเอง

สิ่งที่ไม่ควรทำในบ้าน

‘กางร่ม’ ว่ากันว่า เพราะในสมัยก่อนนั้น การ (ต้อง) กางร่มในบ้านนั้นเป็นเพราะบ้านนั้นยากจนจนหลังคารั่วก็ไม่มีปัญญาซ่อม การกางร่มในที่ร่มจึงอาจนำความจนมาสู่บ้านหลังนั้นก็ได้

ตรงนี้มีเกร็ดเรื่องเล่า ครั้งหนึ่งอาจารย์อิตาเลียนคนใหม่มาสอนที่คณะฯ วันนั้นฝนตก พออาจารย์ลงมาจากห้องสอนตั้งท่าจะกลับบ้าน เจอนิสิตกางร่มบานเป็นเห็ดหลากสีสันอยู่เต็มล็อบบี้ อาจารย์ตาเหลือก ถามว่า ทะ..ทะ.. ทำไมเขาทำกันอย่างนี้ บอกเขาไปว่า ก็แค่ให้ร่มแห้งแหละ สำหรับบ้านเขามันมีกระป๋องใส่ร่มเปียกไง

ชนแก้วต้องมองตา วันเกิดต้องดึงหู แตะเกือกม้าล้างซวย และสารพัดความเชื่อโชคลางของอิตาลี
หมวกบนเตียง
ภาพ : www.corriere.it/tecnologia/cards

‘วางหมวกบนเตียง’ อันนี้บ้างก็ว่าเป็นเพราะตามปกติแล้วเราก็ควรจะแขวนหมวกไว้ในที่แขวนหมวก จะมีเหตุอันใดทำให้เราเร่งรีบจนไม่แขวนหมวกเล่านอกจากเรื่องความเป็นความตาย บ้างก็ว่าเป็นธรรมเนียมทางทหารที่จะวางหมวกของทหารที่เสียชีวิตไว้บนโลงของเขา แต่หากจะอธิบายแนวแม่บ้านสมองไวก็ต้องบอกว่า เป็นการสอนลูกให้วางของให้เป็นที่เป็นทางนั่นเอง

‘เดินลอดใต้บันไดที่พาดอยู่’ อันนี้เหมือนทางไทยจะห้ามหนักแน่นเฉพาะคนท้อง แต่เหตุผลที่มาคงมาจากเรื่องเดียวกันคือเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง ถามว่าแล้วเหตุผลสายอื่นล่ะ ก็มีบ้างที่บอกว่า รูปทรงสามเหลี่ยมนั้นคือพระตรีเอกภาพ การเดินฝ่าไปนั้นคือการไม่แสดงการนับถือ ก็ว่ากันไป

ดอกไม้กับความเชื่อ หรือธรรมเนียมนิยม

ให้ดอกไม้ใคร ควรเป็นเลขคี่ ยกเว้นจำนวน 12

ไม่ให้ดอกคาร์เนชั่นแก่นักแสดง

สำหรับศิลปินที่แสดงงานครั้งแรก นิยมให้ดอกกล้วยไม้

เมื่อยืมหนังสือหรือของใครมา นิยมให้ดอกการ์ดีเนีย 2 ดอกหรือไวโอเล็ต 1 ช่อเล็กแปะคืนไปด้วย

ความเชื่อทั่วๆ ไป

สีม่วง ไม่ดีต่อศิลปินที่แสดงครั้งแรก

ชนแก้วกับใครให้มองตา ถ้าไม่มอง จะมีเซ็กส์อันแสนสลดไปจรด 7 ปี อันที่จริงเขาบอกว่า ที่ให้มองตากันอย่ามองไปทางอื่นเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะใส่ยาพิษให้กัน แต่ดูเหมือนความหวังดีนี้ได้ผลดีไม่เท่าคำขู่ข้างต้น

ชนแก้วต้องมองตา วันเกิดต้องดึงหู แตะเกือกม้าล้างซวย และสารพัดความเชื่อโชคลางของอิตาลี
ชนแก้วต้องมองตา
ภาพ : www.pinterest.com/pin

ห้ามทำกระจกแตก จะซวยไป 7 ปีอีกเช่นกัน แต่หากไม่ได้ทำตก แต่มันตกลงมาเอง เจ้าของบ้านจะสูญเสียเพื่อนรัก หากตกข้างๆ รูปคน คนคนนั้นจะอายุสั้น ความเชื่อนี้แรงไปถึงในวงการละคร บางคณะละครไม่เอากระจกจริงขึ้นเวทีเพราะกลัวจะทำกระจกแตกนี่ล่ะ

ของขวัญที่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงคือ หวี ผ้าเช็ดหน้า กรรไกร เข็มกลัด และของมีคมทุกชนิด ขนนก โคมไฟ

ของขวัญที่นิยมคือ น้ำหอมและกระปุกเกลือ (อย่าลืม เกลือเป็นของมีค่า)

แมวดำเดินตัดหน้า ไม่ดี

หากซวยเสียแล้ว ทำยังไงดี

ชนแก้วต้องมองตา วันเกิดต้องดึงหู แตะเกือกม้าล้างซวย และสารพัดความเชื่อโชคลางของอิตาลี
เขานำโชค
ภาพ : www.casanapoli.net/

ชนแก้วต้องมองตา วันเกิดต้องดึงหู แตะเกือกม้าล้างซวย และสารพัดความเชื่อโชคลางของอิตาลี
เครื่องรางเป็นรูปการทำมือเป็นสัญลักษณ์เขา
ภาพ : www.casanapoli.net/
  1. เขาแดง เขาที่ว่าคือเขาสัตว์ ไม่ใช่ภูเขา ดูเผินๆ จะนึกว่าพริก ของแท้ควรจะทำด้วยปะการัง แต่สมัยนี้พลาสติกก็ได้ เขาที่ว่านี้ ว่ากันว่าจะให้ขลังต้องไม่ซื้อมาด้วยนะ แต่ควรจะต้องได้รับเป็นของขวัญมาหรือไม่ก็ขโมยมา (แต่ไม่แนะนำอย่างแรง) บางคนไม่มีเขาที่ว่าก็ใช้มือทำแทน กล่าวคือ กำหมัดแล้วปล่อยนิ้วออกมาแค่นิ้วชี้กับนิ้วก้อย แต่อย่าทำท่านี้พร่ำเพรื่อนะ เพราะการทำใส่ท่านี้ใส่คน อาจหมายถึงว่าคนคนนั้นถูกสวมเขาด้วย
  1. เกือกม้า จะเยียวยาได้ทุกสิ่ง ไม่ทราบว่าเป็นด้วยเหตุผลกลใด เกือกม้าเป็นเครื่องรางกันภัยของคนอิตาเลียน คุณจึงจะได้พบแขวนอยู่ตามบ้านทั่วไป รวมทั้งบางคนห้อยกระเป๋าก็มี เวลาไม่อยากให้ความซวยเข้าตัว คนอิตาเลียนก็จะแตะเกือกม้านี้ หากหาไม่เจอก็แตะเหล็ก ซึ่งต่างจากคนอังกฤษที่แตะไม้

แต่หากหาอะไรไม่ได้แล้ว แนวสัปดนก็คือ ผู้ชายก็จะแตะอัณฑะตัวเอง ผู้หญิงก็จะแตะปทุมถันของตัวเอง

ห้ามไปมั่วแตะของคนอื่นแล้วอ้างว่า ช่วยด้วย ฉันกำลังซวย แต่นัยน์ตาอิ่มสุข

เอาความเชื่อที่ดีๆ บ้าง

วันเกิด เด็กๆ หรือคนสนิทกันก็จะดึงหูเป็นจำนวนอายุ อาจมีบวกหนึ่งด้วย

ไหนๆ ก็ใกล้วันปีใหม่แล้ว ในคืนวันสิ้นปีหรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่าวันของนักบุญซิลเวสเตอร์ (San Silvestro) บางคนก็จะเขวี้ยงจานให้แตกตอนเที่ยงคืน อันนี้เคยร่วมประสบการณ์ที่เมืองเนเปิลส์เมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนเช้าตื่นมา เจอเศษจานเกลื่อนกลาดไปหมด บางทีก็เจอของอย่างอื่นโยนออกมาจากหน้าต่างบ้านด้วย

ชนแก้วต้องมองตา วันเกิดต้องดึงหู แตะเกือกม้าล้างซวย และสารพัดความเชื่อโชคลางของอิตาลี
ถั่วที่นิยมกินกันในคืนข้ามปี
ภาพ : www.deabyday.tv/cucina-e-ricette/piatti-unici 

มื้อเย็นวันสิ้นปี กินซุปถั่ว เพราะเชื่อว่าจะร่ำรวยมีเงินมากมายเหมือนจำนวนถั่วในจาน

แนวติดเรตหน่อย ก็ว่ากันว่า นิยมที่จะประกอบการอันสุนทรีในคืนวันนั้น เพราะเชื่อว่าจะได้ทำกิจกรรมนี้ไปตลอดทั้งปี

คืนปีใหม่อีกเช่นกัน บางคนเชื่อว่า ถ้าใส่ชุดชั้นในสีแดงในวันข้ามปี ชีวิตก็จะมีแต่พลังโชติช่วงเหมือนเปลวไฟก็มิปาน

แถม : รวบรวมความเชื่อเกี่ยวกับหญิงโสด

  • ห้ามให้ใครเอาไม้กวาดมากวาดเท้าเป็นอันขาด อันนี้น่าจะเพราะคุณแม่จะกวาดบ้านแล้วต้องการให้ลูกหดเท้าขึ้นนั่นเอง
  • ห้ามนั่งมุมโต๊ะ อันนี้เดาว่า ท่านั่งคร่อมเสาโต๊ะ คงเป็นท่าที่ไม่งามนัก
  • วางไม้กวาดกลับหัวจะได้ผัวแก่

เอิ่ม คุณแม่คะ จะเอาอะไรกับหนูมากมาย

สรุปว่า ความเชื่อก็คือความเชื่อ คนจะเชื่อมันก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ แล้วความเชื่อนั้นบางทีก็แย้งกันเอง เช่น ในเช้าวันปีใหม่นั้น บางคนเชื่อว่า ตื่นมาหากเจอเพศตรงกันข้ามเป็นคนแรกของปีก็จะโชคดี ในขณะที่บางแคว้นนั้น ห้ามผู้หญิงออกจากบ้านในตอนเช้าวันปีใหม่

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนโชคดี

// ชนแก้ว…จ้องตาเขม็ง

ข้อมูลอ้างอิง 

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

เขียนเรื่องนี้ด้วยได้รับแรงบันดาลใจจากไอร้อนของประเทศเรา ในอิตาลีตอนนี้ยังไม่ร้อนหรอก อากาศดีด้วยซ้ำ จะร้อนเอาจริงจัง สิงหาฯ โน่น แล้ว เมื่อเอย เมื่อนั้น เราก็จะได้เจออิตาเลียนเต็มเมืองไทย ส่วนจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า หนีร้อนมาพึ่งเย็น หรือหนีเสือปะจระเข้นั้น ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

หน้าร้อนในอิตาลีนั้น นับคร่าว ๆ เอาช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม อย่าลืมว่าอิตาลีมี 4 ฤดู ฤดูละ 3 เดือน คูณ 4 ก็ 12 เดือน พอดิบพอดี

พอย่างเข้าหน้าร้อน อิตาเลียนก็จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งท่าจะเตรียมเที่ยวกันท่าเดียว เรื่องวางแผนเที่ยวน่ะเหรอ บางบ้านวางกันเป็นปี หาไม่แล้วที่พักหรืออะไรต่ออะไรก็จะเต็มเอา

ในช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม อย่าได้ติดต่อธุรกิจ เพราะมักจะไม่ได้รับการตอบรับ จะทำอะไรให้รีบทำเสียตอนนี้ หรือไม่อีกทีก็เริ่มชีวิตกันใหม่ต้นเดือนกันยายน… ไม่ได้ฟังดูเหมือนโหราพยากรณ์เกินไปใช่ไหม

จะดึงดันไปเที่ยวอิตาลีช่วงนั้นเหรอ เอาซี่… (เสียงสูงมาก) ถ้าคิดว่ายังร้อนในไทยไม่พอ แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะของ Sales ช่วงกรกฎาฯ ก็ล่อตาล่อใจอยู่ใช่หยอกเสียเมื่อไหร่ แต่ถ้าไปช่วงเดือนสิงหาคมนั้น มีแนวโน้มสูงว่าจะได้พบเมืองร้าง หากคิดว่า ดีสิ เมืองจะได้สงบ ๆ ก็ให้นึกด้วยว่า ร้านอาหารใด ๆ ก็อาจจะปิดด้วย เราก็อาจจะต้องต้มมาม่ากินอย่างสงบ ในโรงแรมอันแสนสงบไปด้วยเช่นกัน

สรุปว่า คนทั้งประเทศพร้อมใจกันเที่ยวโดยไม่ได้นัดหมายนั่นเอง (โถ พระหมายของโยม โดนอีกแล้ว) เมื่อคนไม่อยู่ จะเปิดร้านไว้ทำไม ก็ถือโอกาสนี้ไปเที่ยวด้วยสิ

หยิบยืมเงินเที่ยว

การเที่ยวแต่ละครั้งใช้เงินจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวเยอะ อาจารย์ชาวอิตาเลียนเคยบอกว่า บางคนถึงกับหยิบยืมเงินคนใกล้ตัวเพื่อไปเที่ยว ร้อนถึงนักเรียนไทยผู้ไม่เข้าใจความคิดนี้เลย ถามว่า ทำไมไม่รอให้มีเงินแล้วค่อยไปเที่ยวละ อาจารย์บอกว่า “เพราะหน้าร้อนไม่เคยคอยใคร”

คำกล่าวสั้น ๆ ถึงแม้จะไม่สามารถอ้างถึงอิตาเลียนในภาพรวมได้ แต่สะท้อนให้ตระหนักได้ว่า ความแตกต่างระหว่างเรากับเขาอย่างหนึ่งคือ ฤดูกาลที่ชัดเจน สำหรับเรา ไปหน้าไหนก็คงไม่ต่างกันเท่าใดนัก ไม่สิ พอถึงหน้าหนาวเราก็เต้นหรับ ๆ ขยับเตรียมขึ้นเหนือเหมือนกันละ

กลับมามองเขาบ้าง ถ้าเขามีเงินในช่วงที่อากาศไม่ดีล่ะ ถ้ามีเงินในช่วงที่ลูก ๆ เปิดเทอมล่ะ ฯลฯ การไม่ไปเที่ยวหน้าร้อนก็คือ สูญเสียวันเวลาพักผ่อนไป 1 ปีนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อตอนอิตาลีคิดจะปิดประเทศช่วงโควิดนั้น ไม่มีช่วงไหนเลยที่คนอิตาเลียนจะเดือดเนื้อร้อนใจได้มากเท่ากับตอนที่กลัวว่า หน้าร้อนจะไม่ได้เที่ยว

ความร้อนแบบอิตาเลียน

ความร้อนของฤดูร้อนในอิตาลีหรือในยุโรปนั้น ยากแท้หยั่งถึง เรา ซึ่งถึงไม่ชอบแต่ก็แอบขิงคนทั้งโลกว่า เรามีหน้าร้อนที่ร้อนที่สุด ร้อนราวกับซ้อมตกนรกก็มิปานนั้น เมื่อเปรียบกับร้อนแบบอิตาลี เป็นความร้อนกันคนละแบบ

อิตาลีเวลาร้อนจัด ๆ จะร้อนแบบซาวน่า คือ แห้ง ๆ แผดเผา ในขณะที่ของไทยร้อนแบบห้องอบไอน้ำ เหงื่อตกเผาะ ๆ ๆ ตัวเหนียวหนุบหนับตลอดเวลา แต่ที่ทำให้หน้าร้อนในอิตาลีดูสิ้นหวังไปกว่า คือ เราโผไปหาความเย็นที่ไหนไม่ได้เลย ห้างก็ไม่ได้ใหญ่โตให้เราเดินแช่แอร์ได้ (อิตาเลียนเองก็ไม่ค่อยมีนิสัยชอบเดินห้าง) ร้านต่าง ๆ ถ้าไม่ใหญ่จริงก็ไม่มีแอร์

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
ภาพ : www.italymagazine.com

แล้วคลายร้อนกันอย่างไร

สมัยนี้ที่ไหนก็คงมีแอร์ แต่โดยทั่วไปสิ่งแรกที่ทำคือ เปิดประตู เปิดหน้าต่าง ให้ลมเข้า สมัยที่เรียนอยู่ในยุคต้น 90 ก็เป็นอย่างนั้น พอถึงหน้าร้อน โรงเรียนก็เปิดหน้าต่าง วันดีคืนดีคงเห็นว่าทั้งเด็กทั้งครูหน้าโรยกันไปตาม ๆ กัน ก็ซื้อพัดลมมาให้ตัวนึง นับว่าน่ารักมาก ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยสำหรับชาวต่างชาติแห่งเมืองเซียน่ามา ณ ที่นี้ด้วย

ในยุคเดียวกัน บนรถก็เปิดหน้าต่าง ทั้งรถเมล์ รถไฟ โรงภาพยนตร์หลายแห่งปิดหน้าร้อน แต่ก็ทำให้เกิดความโรแมนติกในหลาย ๆ ที่ กล่าวคือ มีการจัดหนังกลางแปลง อย่างเช่นที่เมืองเซียน่า จัดฉายหนังกลางแปลงกันบนโรงละครโบราณ ที่ป้อมปราการของเมืองกันเลยทีเดียว

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
หนังกลางแปลงที่เซียนา
ภาพ : www.radiosienatv.it
คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
สถานที่ฉายหนังยามที่ไม่มีหนัง มันคือโรงละครโบราณ
ภาพ : www.gazzettadisiena.it

พัดลมของพี่ ส.ว.

ขอแทรกเรื่องส่วนตัว ย้อนไปเมื่อปี 1992 อันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักความร้อนของอิตาลี บ้านที่ฉันพักอยู่นั้น มีพี่คนไทยอยู่พร้อมกับแฟนอันเป็นหนุ่มหล่อลูกผู้มีอันจะกินจากทางใต้ของอิตาลี ให้ชื่อภาษาไทยยามเม้าต่อหน้าและลับหลังว่า พี่ ส.ว.อันย่อมาจาก Salvatore ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ พูดชื่อนี้ทีไรหันขวับทุกที

พี่ ส.ว. รักแฟนมาก เมื่อสาวเจ้าบ่นว่าร้อน พี่ ส.ว. ได้ซื้อของที่ไม่ได้มีกันทุกบ้านมาให้ตนเองและแฟน นั่นคือ พัดลม

วันที่พี่ ส.ว. ถือพัดลมเข้าบ้านมานั้น คนข้างบ้านและผู้ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยต่างมองตามอย่างตื่นเต้น มองตามตั้งแต่ประตูเข้าบ้านไปจนพี่ ส.ว. เปิดพัดลมให้มันส่ายหน้าไปมา ทุกคนทำหน้าเหมือนกลัวห้องจะพองลม

จะว่าไป พัดลมก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายนัก แต่ถ้าคิดว่าในปีหนึ่งจะได้เปิดแค่ราว 2 เดือน กับอีกอย่าง ลมที่ออกมาก็ไม่ค่อยต่างจากไดร์เป่าผมขนาดใหญ่สักเท่าไหร่ ก็ดูเป็นของฟุ่มเฟือยนิด ๆ สำหรับคนอิตาเลียน ทั้งนี้ไม่นับทางใต้ที่อุณหภูมิสูงกว่าทางเหนือ พัดลมก็อาจะไม่ได้เป็นของหายากเท่า

ของกินหน้าร้อน

ย่อมไม่ใช่ข้าวแช่ที่เอามาเข่นกันว่าของใครของแท้ คนไหนของปลอม คนนี้เจ้า คนนั้นไพร่

แน่นอน ไอศกรีมย่อมมาแรงโดยไม่ต้องเสียเวลาบรรยาย แต่อีกอย่างคือ ‘กรานีตา’ (granita) ต้นตำรับต้องของเกาะซิชีเลีย มันก็คล้าย ๆ น้ำผลไม้แช่เย็นจนขึ้นเกล็ดนั่นล่ะ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
กรานีตามะนาว
ภาพ : calabrianelpiatto.it

ส่วนผลไม้หน้าร้อนของอิตาลี ได้แก่ เชอรี่ สตรอเบอรี่ มะเดื่อ (Fig) แอปริคอต เนสโปลา (Nespola ในภาษาอิตาเลียน ชื่ออังกฤษคือ Medlar) ลูกพลัม พีช แตงโม เบอรี่ต่าง ๆ (อิตาเลียนเรียกรวม ๆ ว่า ผลไม้สีแดง) เมล่อน เป็นอาทิ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
เนสโปลา
ภาพ : www.cedior.com

ส่วนผลไม้อีกอย่างที่จะโผล่มาตอนหน้าร้อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองท่องเที่ยว แต่ไม่ใช่ผลไม้อิตาเลียนหรอกนะ คือ มะพร้าว ขายชิ้นละราว ๆ 1 ยูโร การจัดวางของการขายมะพร้าวนี้เหมือนกันทุกแห่งคือ เรียงรายเป็นชั้นอยู่ในน้ำพุขนาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งอิตาเลียนและไม่อิตาเลียน ชอบซื้อเอามาขบกิน ใช่ ต้องขบ หรือไม่ก็เอากระต่ายมาขูด เพราะหน้าตาดูแก่ห้าวเหลือเกิน เหมาะแก่การนำไปคั้นกะทิต้มสายบัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : www.afar.com

ของกินที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ได้มีเพียงผลไม้เท่านั้น ตามร้านขายเครื่องดื่ม (Bar) เครื่องดื่มบางอย่างก็จะมีขายเฉพาะช่วงหน้าร้อนเช่นกัน เช่น ชาพีชเย็น นมอัลมอนด์เย็น ปัจจุบันทุกอย่างมีขายเป็นกล่องหมดแล้ว แต่ถ้าจะกินแบบสด ๆ กดจ๊อกใส่แก้วแบบน้ำเก๊กฮวยตามตู้แช่หน้าร้านขายยาในเมืองไทย ต้องรอหน้าร้อนเท่านั้น หมดหน้าร้อน เก็บเรียบ อยากกินต้องทำเอง

คนอิตาเลียนไปไหนช่วงหน้าร้อน

โดยทั่วไปแล้ว ยุคก่อนโควิด สถิติบอกว่า คนอิตาเลียนนิยมเที่ยวในประเทศมากกว่านอกประเทศ ในประเทศก็ได้แก่ เกาะซาร์เดนยา (Sardegna) เกาะซิชิเลีย (Sicilia) แคว้นปูลเยีย (Puglia) ที่อยู่ตรงส้นรองเท้าบูต นอกประเทศก็ได้แก่ หมู่เกาะเล็ก ๆ แถวสเปน สรุปว่าโดยส่วนใหญ่ไม่ไปไหนไกล น่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางนั่นเอง เพราะเวลาไปทีก็ยกกันไปทั้งครอบครัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
เกาะซาร์เดนยา
ภาพ : www.worldatlas.com

แต่ในปี 2020 มหาวิทยาลัยคูซาโน (Università Cusano) ได้ทำวิจัยซึ่งก็อิงกับสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (Istat) ออกมาว่า คนอิตาเลียนในท่องเที่ยวน้อยลงมาก และนิยมเที่ยวกันอยู่แต่ในแคว้นที่ตัวเองอยู่ การเที่ยวก็เป็นไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจจริง ๆ การเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ดูโบสถ์ ดูพิพิธภัณฑ์น้อยลงไม่ใช่แค่กว่าเดิม แต่ลดลงอย่างฮวบฮาบ

เหตุผลหลักของการไม่เที่ยว คือเรื่องเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง การกลัวโควิดมาเป็นอันดับสอง ส่วนถ้าจะออกไปเที่ยวนอกแคว้นนั้น แคว้นที่คนอยากไปที่สุดสองแคว้นคือ แคว้นทัสกานีและแคว้นปูลเยีย ที่ได้กล่าวไปแล้ว

แต่มีสถานที่อีกแห่ง ที่เชื่อว่า หากถามวัยรุ่นอิตาเลียนจะต้องติดโผอย่างแน่นอน คือ รีมีนี (Rimini)

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
รีมีนี 
ภาพ : it.hotels.com

รีมีนี เป็นเมืองที่มีชายหาดกว้าง ยาว ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของอิตาลี อยู่ในแคว้นเอมิเลีย-โรมัญญา (Emilia-Romagna) แล้วก็มีเมืองอื่น ๆ ในละแวก เช่น เชเซนาติโค (Cesenatico) อันเป็นฉากของซีรีส์ Netflix เรื่อง ‘Summertime’ ใครอยากพอเห็นภาพวัยรุ่นอิตาเลียนในช่วงหน้าร้อนริมหาด ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ เพลงเพราะ นางเอกหน้าเก๋มาก

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : cdn.shopify.com
วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : movieplayer.it

จริง ๆ แล้ว เคยคิดที่จะพาลูกศิษย์ลูกหาไปเริงร่าอยู่ริมหาดกับคนอิตาเลียน

แต่ไม่กล้าเสี่ยงเลย

โควิดก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่กลัวกว่านั้นคือ

ขากลับ จะไม่ยอมกลับด้วยน่ะสิ

แหล่งข้อมูล 

www.unicusano.it/blog

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load