พูดถึงพิซซ่า ใครฤาจะไม่รู้จัก

ครั้งหนึ่งในอิตาลี เคยริอ่านจะทำพิซซ่าให้เพื่อนรุ่นน้องร่วมบ้านกินวันเกิด ก็กุลีกุจอเชียวนะ วิ่งเข้าห้องสมุด หาตำราทำ ก็ให้มาสะดุดที่ตำราอาหารเล่มหนึ่ง เขียนโดย โซเฟีย ลอเรน (Sophia Loren) ดาราฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ที่มีเชื้อสายอิตาเลียน ไม่สิ นโปลีเลยล่ะ แหม อะไรจะเหมาะเหม็งเช่นนั้น เจ้าถิ่นแท้ๆ เหมือนป้าย่นมาสอนทำแหนมยังไงยังงั้น

หยิบหนังสือมาพลิกไปยังหน้าที่ว่าด้วยพิซซ่า ป้าโซเฟียบอกว่า

“พิซซ่า ถ้าอยากกินให้อร่อย… ไปกินที่ร้าน”

ตึง!

นี่มันจังหวะซิตคอมชัดๆ!

ว่าแล้วป้าก็สอนอย่างอื่นต่อไป

Pizza นั้นคนอิตาเลียนออกเสียงว่า ปิ๊ต-ส่ะ การออกเสียงที่ผิดเพี้ยนไปจากนี้อาจทำให้เขารู้สึกว่าคุณอยากไปหย่อนลูกตุ้มจากหอเอนของกาลิเลโอก็ได้ แต่ในที่นี้จะขอสะกดแบบที่ทุกคนคุ้นเคยว่า พิซซ่า แล้วกัน

 Antica Pizzeria Port’Alba ร้านพิซซ่าร้านแรกของอิตาลี
ร้านพิซซ่าร้านแรกของอิตาลี
ภาพ : www.genteditalia.org

เชื่อกันจริงจังว่าพิซซ่ากำเนิดที่นโปลี (Napoli ภาษาอังกฤษคือ Naples) ในราวศตวรรษที่ 16 ร้านพิซซ่าร้านแรกก็เกิดที่นั่น ชื่อ Antica Pizzeria Port’Alba ส่วน ‘คำ’ ว่าพิซซ่านั้นปรากฏมาก่อนหน้านั้นแล้ว ตั้งแต่ ค.ศ. 997 แต่ที่คนไม่นับว่าพิซซ่าเกิดขึ้นตอนนั้น อาจเป็นเพราะเราไม่รู้ว่า Pizza ในเอกสาร (ที่เขียนด้วยภาษาละติน) หมายถึงสิ่งเดียวกันนี้หรือไม่

ปัจจุบัน พิซซ่าแพร่หลายไปทั่วโลก ลักษณะหน้าตาแปลกไปจนต้นตำรับเกิดอาการวิตก ที่นโปลีจึงได้เกิดสมาคมพิซซ่านโปลีที่แท้จริง (Associazione Verace Pizza Napoletana) และได้กำหนดลักษณะพิซซ่าต้นตำรับของเมืองตนเอาไว้ เช่น ต้องแผ่แป้งด้วยมือเท่านั้น ต้องอบในเตาฟืน พิซซ่าต้องหนาไม่เกิน 4 มิลลิเมตร ขอบสูง 1 – 2 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 35 เซนติเมตร มอซซาเรลล่าต้องกระจายให้ทั่ว น้ำมันมะกอกต้องโรยเป็นเกลียว ฯลฯ

จริงจังกันถึงขนาดนี้

พิซซ่าต้องอบในเตาฟืน และต้องวางบนพื้นเตาโดยตรง
พิซซ่าต้องอบในเตาฟืน และต้องวางบนพื้นเตาโดยตรง
ภาพ : www.meteoweb.eu

แล้วการกินพิซซ่าในอิตาลีล่ะ ต้องกำหนดวิธีกินด้วยหรือเปล่า

ก็ไม่ถึงขนาดนั้น งั้นลองตอบตามที่มักได้ยินคนถามมาแล้วกัน

พิซซ่าอิตาเลียนต้องกินทั้งถาดใช่หรือไม่

พิซซ่ามีด้วยกันหลายแบบ ถ้าไปกินที่ร้าน ก็จะเป็นกลมๆ แบนๆ ถ้าอย่างนั้นน่ะใช่ ควรจะกินให้หมดถาด ไป 4 สั่ง 2 ร้านก็เสียที่นั่งไป อันที่จริงก็ไม่มีใครบังคับให้กินหมดถาดหรอกนะ ไม่หมดก็ปล่อย แต่ก่อนจะทึกทักไปขอแบ่งกับเพื่อนคนละครึ่งน่ะ ถามเพื่อนให้แน่ใจก่อนนะว่าเพื่อนอยากแบ่งด้วยหรือไม่ เขาอาจจะอยากกินทั้งถาดก็ได้ เพราะเอาจริงมันก็ไม่ได้เยอะมากนะ มันบาง

แต่ถ้าเราไม่อยากกินทั้งถาดจริงๆ ในอิตาลีก็มีพิซซ่าแบบแบ่งขาย ก็กินอย่างนั้นไปสิ แต่มันก็มีหน้าไม่กี่หน้าให้เลือกหรอกนะ แล้วมักจะหนากว่าพิซซ่ากลมด้วย

พิซซ่าอิตาเลียนไม่มีหนานุ่มใช่ไหม

ถ้าเป็นพิซซ่ากลมก็ไม่มีหนานุ่ม อย่าว่าแต่หนานุ่มเลย ขนาดก็มีขนาดเดียว ส่วนพิซซ่าหนานุ่มนั้น ก็เห็นมีอยู่นะแต่เป็นแบบแบ่งตัดขายไว้เดินกิน จริงๆ มันเป็นแป้งอีกแบบด้วยล่ะ มันชื่อ โฟกัชช่า (Focaccia) มันหนากว่าและทรงตัวได้ดีกว่าแป้งบาง เหมาะสำหรับการแบ่งเป็นชิ้นๆ ขาย

พิซซ่าอิตาเลียนไม่ใส่สับปะรดใช่ไหม

สับปะรดเป็นผลไม้ ใส่ผลไม้อะไรลงไปก็ไม่ได้ทั้งนั้นล่ะ อันที่จริงไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นผลไม้หรือความรู้สึกผิดขนบหรอก อาหารอิตาเลียนไม่มีรสหวานเลย ของหวานก็ส่วนของหวาน ไม่ปะปนกัน

พิซซ่าอิตาเลียนไม่ใส่ Ketchup จริงหรือไม่

จริง เหตุผลน่าจะเป็นเพราะมันหวาน แต่ถ้าคุณจะใส่กับพิซซ่าอเมริกันก็ไม่ว่านะ แต่ในร้านอาหารอิตาเลียนจะไม่มี Ketchup เลย คงไม่ได้ห้ามกับพิซซ่าอย่างเดียวหรอก คำศัพท์ภาษาอิตาเลียนคำนี้ยังไม่มีด้วยซ้ำ

สิ่งอื่นๆ ที่คุณอาจจะอยากรู้เกี่ยวกับพิซซ่า

  • คุณควรกินพิซซ่าด้วยมือ อย่าห่วงสวย อย่าไฮโซ อย่ามาดามทูต มันเป็นอาหารที่เป็นกันเอง เด็กวัยรุ่นอิตาเลียนเวลานัดกินข้าวกันไม่นัดที่ร้านอาหารนะ นัดที่ร้านพิซซ่า
  • ร้านพิซซ่าไม่ได้ออกเสียงว่า พิซซ่าเรีย แต่ออกเสียงว่า พิซเซเรีย มันสะกดอย่างนี้ PIZZERIA อยากเอาให้ชัดๆ ใช่มั้ย “ปิต-เส่-รี่-หย่ะ” ลงน้ำหนักเสียงตรง ‘รี่’
  • รีบ (รุม) กินพิซซ่าตอนที่มันยังร้อน พิซซ่าร้อนๆ กับพิซซ่าที่เย็นชืดรสชาติและสัมผัสแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ
  • ในกรณีที่สั่งพิซซ่ามากินที่บ้านแล้วกินไม่หมด วิธีอุ่นง่ายๆ คือวางด้านแป้งลงบนกระทะร้อนๆ สิทธิการิยะ ท่านว่าชะงัดนักแล

พิซซ่าหน้าอิตาเลียนแท้ที่ควรรู้จัก

  • พิซซ่ามาร์เกรีต้า (Pizza Margherita) เป็นพิซซ่าประจำชาติของอิตาลีเพราะมี 3 สีของธงชาติ กล่าวคือ สีเขียวจากใบเบซิล สีขาวจากมอซซาเรลล่า สีแดงจากมะเขือเทศ ทำขึ้นครั้งแรกถวายพระนางมาร์เกรีต้า ราชินีของอิตาลีในสมัยนั้นที่เสด็จเยือนนโปลี
พิซซ่ามาร์เกรีต้า (Pizza Margherita)
Pizza Margherita
ภาพ : onlineculinaryschool.net

พระราชินีมาร์เกรีต้า แห่งซาวอย
พระราชินีมาร์เกรีต้า แห่งซาวอย
ภาพ : www.italiareale.it
  • พิซซ่ามารีนารา (Pizza Marinara) ส่วนประกอบหลักคือ มะเขือเทศ โอริกาโน และกระเทียม คนส่วนใหญ่มักจะอกหักเพราะนึกว่าเป็นพิซซ่าหน้าอาหารทะเล อันนั้นเรียกหน้าเปสกาโตรา (Pescatora)
พิซซ่ามารีนารา (Pizza Marinara)
Pizza Marinara
ภาพ : www.buonissimo.it/lericette/
  • พิซซ่า 4 ฤดู (Pizza quattro stagioni) มี 4 หน้าแยกกันชัดเจน อาร์ตีโช้ค = ฤดูใบไม้ผลิ มะเขือเทศและเบซิล = ฤดูร้อน เห็ด = ฤดูใบไม้ร่วง แฮมและมะกอก = ฤดูหนาว ถ้าเอาทุกอย่างมารวมกันไม่แยกหน้า จะเรียกว่าพิซซ่าคาปริชโชซ่า (Pizza capricciosa)
  • แถมท้ายถึงพิซซ่าที่หลายคนคุ้นเคยแต่ไม่มีในอิตาลี นั่นคือ พิซซ่าเปปเปโรนี่ ตกใจไหมล่ะ น่าตกใจไปกว่าคือ คำว่า Peperoni ในภาษาอิตาเลียนคือพริกกระดิ่ง (Bell Peppers) คิดเอาเองแล้วกันว่าถ้าเผลอสั่งไปคุณจะได้อะไรมากิน ถ้าคุณอยากกินพิซซ่าหน้าเนื้อก้อนมีรสเผ็ดอะไรแบบนั้นคุณลองสั่งพิซซ่าดิอาโวลา (Diavola) อันแปลว่า พิซซ่าปิศาจ น่าจะเหมือนกัน

คนอิตาเลียนคิดอย่างไรกับพิซซ่า

เมื่อหลายปีก่อน มีรุ่นน้องขอให้พาท่านผู้มีเกียรติกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวอิตาลี เหมือนเป็นทริปที่จัดให้แก่ผู้มีอุปการคุณ จึงต้องจัดเป็นอย่างดี โรงแรมดีที่สุดของเมือง อาหารอย่างดีมีตรามิชลินเท่านั้น ฉันอ่านรายละเอียดทัวร์อย่างตื่นตะลึง อ่านไปได้สักพักในใจก็คิดว่า ให้เวลา 2 วัน จะต้องมีคนทักอะไรแน่ๆ

แต่เพียงแค่ผ่านไป 2 มื้อ ก็เริ่มมีคนรำพึงรำพันออกมา

“เราจะได้กินพิซซ่ากันเมื่อไหร่คะ”

คำตอบที่ฉันอ้อมแอ้มตอบด้วยความเกรงใจคือ ไม่มีอยู่ในตารางเลย

ผู้คนทั้งคันรถอ้าปากค้างตกตะลึง

คำถามคือ คุณคิดว่าทำไมไม่มีพิซซ่าอยู่ในทัวร์นี้

พิซซ่าอิตาเลียนแท้เป็นยังไง ทำไมไม่ใส่สับปะรดและ Ketchup แถมห้ามพาไปกินในเดทแรก
สัญลักษณ์สมาคมพิซซ่านโปลีที่แท้จริง
ภาพ : https://www.pizzanapoletana.org/it/

คำตอบคือ มันกันเองไป

หากเขาจะปฏิบัติต่อคุณราวกับราชาหรือมหารานีเขาจะไม่มีทางจัดพิซซ่าให้คุณกินแน่ๆ

เอาอย่างนี้ หนังสือที่ใช้สอน มีตอนหนึ่งที่ผู้หญิงเม้ากันรวมความล้มเหลวของการนัดครั้งแรก หนึ่งในนั้นคือ ผู้ชายพาไปกินพิซซ่า

พิซซ่าคือความกันเอง คือความสะดวก คือความประหยัด ความไม่คิดเยอะ ความติดดิน

สำหรับฉัน มันคือส้มตำ

ที่ว่าเหมือนส้มตำ เพราะอีกอย่างคือ มันกินคนเดียวไม่สนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกินในร้าน มันต้องกินไปคุยไป ถ้าจะกินคนเดียวมักจะกินที่บ้าน กินไปดูทีวีไป ฯลฯ การไปนั่งกินคนเดียวในร้านถ้าไม่ดูเหมือนคนอกหักก็จะเหมือนพาแม่ซื้อมานั่งกินด้วย

วันนั้น ลูกทัวร์ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะปลาบปลื้มที่ได้รับเกียรติอันสูงส่ง หรือเสียดายที่ไม่ได้กินพิซซ่าในประเทศต้นกำเนิดดี

ปิดท้ายด้วยความคิดผ่านทางภาษา พิซซ่า เป็นสแลงภาษาอิตาเลียน หากมีคนอิตาเลียนบอกว่า Oggi sei proprio una pizza. ไม่ได้แปลว่าเธอน่ากิน แต่แปลว่า เธอน่าเบื่อมาก

โถ แต่ไม่ว่าอิตาเลียนจะคิดอย่างไร เราก็ชอบกินพิซซ่า เนาะ 🙂 


แหล่งข้อมูล (บางส่วน)

Lo Zanichelli 2019: vocabolario della lingua italiana

www.pizzanapoletana.org/

www.eatthis.com/pizza-facts/

www.galbani.it/ricette/pizza-quattro-stagioni

it.wikipedia.org/wiki/Antica_Pizzeria_Port%27Alba

Writer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

คำเตือนก่อนอ่าน : เรื่องในวันนี้อิงชีวิตส่วนตัวเล็กน้อย ขออภัยล่วงหน้าหากรู้สึกว่ากำลังอ่านอัตชีวประวัติของผู้เขียน แต่จะพยายามแทรกสาระเท่าที่จะทำได้นะ อย่าเพิ่งเกลียดกัน

เรื่องของเรื่องคือ พูดถึงเมืองที่ทุกคนคุ้นชื่อ คุ้นหูกันไปก็คงเยอะพอสมควรแล้ว มีบางท่านทักกันมาว่า อยากให้พูดถึงเมืองแบบ Unseen บ้าง แบบที่ไม่เคยมีใครไปเลย

ก็พูดยากนะ การพูดถึงเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก เพราะหนึ่ง จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีใครรู้จักกับ กับสอง เมืองเหล่านั้น ล้วนเป็นเมืองสงบเงียบ ไม่มีอะไรให้พูดถึง ไม่ใช่ไม่มีอะไรดี แต่มันเป็นเมือง ‘ใดๆ’ ในอิตาลี หรืออยากรู้แบบนั้นว่า เมืองใดๆ ในอิตาลีเป็นยังไง

อ้ะ ลองก็ได้ แต่เตือนก่อนนะ ว่าพอพูดถึงเมืองปุ๊บ แทบจะไม่มีอะไรให้พูดถึงจริงๆ

เมืองที่จะพูดถึงในวันนี้ จะขอเลือกเมืองที่เป็นความใฝ่ฝันของตัวเองมาตลอดชีวิตที่จะได้ไป เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้จัก เพราะแม้แต่อิตาเลียนที่รู้จักก็ไม่เคยรู้ว่ามีเมืองนี้อยู่ เมืองที่จะนำเสนอในวันนี้คือเมือง… บุสก้า

ใช่ ชื่อนั้นแหละ หลายคนดูตกใจ แต่ฉันจะไม่ตกใจกว่าอีกหรือ

อันที่จริง ตอนที่ฉันเรียนที่เมืองไทย และตอนไปเรียนที่อิตาลี ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามีเมืองนี้ มารู้โดยบังเอิญตอนสอนภาษาอิตาลีให้แก่บุคคลทั่วไปมาเรียนได้ในตอนเย็น หนึ่งในผู้เรียนมีแฟนเป็นหนุ่มอิตาลี เธอบอกว่า เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วแฟนจะมารับ อยากให้อาจารย์รู้จักค่ะ เอาสิ เอาไงเอากัน

พอเจอหน้า ก็จับมือทักทายกัน เขาก็บอกชื่อเขา ฉันก็บอกว่า

“Sono Busca” (บุสก้าครับ)

เขาอึ้งไปสักพัก แล้วยิ้มกว้างพลางเขย่ามือที่จับอยู่แรงขึ้นอย่างดีใจ

“Ah, sei di Busca? Anch’io sono di Busca.” (อ๋อ คุณเป็นคนบุสก้าหรือครับ ผมก็เป็นคนบุสก้าเหมือนกัน)

ฉันอึ้งบ้าง ไม่ค่อยเข้าใจที่เขาพูดนัก

“Anche tu ti chiami Busca?” (คุณก็ชื่อบุสก้าเหมือนกันเหรอ)

เขาอึ้ง ฉันก็อึ้ง ไม่รู้จะคุยอะไรกันต่อ มันดูงงไปหมด

สักพักเขาเหมือนเขาจะรวบรวมสติได้ก่อนฉัน ก็บอกว่า

“อย่าบอกนะว่าคุณชื่อบุสก้า”

“ใช่ … แล้วคุณ…”

“Nooooo” เขาอุทานดังลั่น “ผมมาจากเมืองบุสก้า”

“หา!”

“ใช่ บ้านเกิดของผมคือเมืองบุสก้า”

คุณคิดว่า คนเราควรจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อรู้ว่าชื่อของคุณเป็นชื่อเมืองในประเทศที่คุณรัก มิหนำซ้ำยังมีประชากรมาทักทายคุณต่อหน้าอีก ฉันอึ้งตาพอง ไม่เชื่อหูตัวเอง มีความรู้สึกเหมือนมีราชรถมาเกย พอรวบรวมสติได้ก็แทบจะโผกอด โถ พสกนิกรของฉัน (นี่คือรวบรวมสติได้แล้ว)

คืนนั้น ฉันเปิดแผนที่หาข้อมูลเมืองบุสก้ามือเป็นระวิง ในยุคสมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตและกูเกิลนั้น บุสก้าเป็นเพียงจุดเล็กๆ อยู่ท่ามกลางเส้นที่ขีดระโยงระยางไปมาอยู่ในแผนที่อิตาลีที่ฉันมีอยู่

มันเป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งอยู่เชิงเขา ที่คนอิตาเลียนหลายคนเองก็ไม่รู้ ไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ ฉันไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับเมืองนี้อีกเลย แต่ได้ปักหมุดในใจแล้วว่า จะต้องไปให้จงได้

ฉันไปอิตาลีบ่อยก็จริง แต่ก็มักมีคนอื่นไปด้วยเสมอ แล้วใครจะกล้าชวนเพื่อนร่วมทางไปเมือง Busca ถ้าเขาถามว่ามีอะไรก็ตอบเขาไม่ได้ เหตุผลที่ไปเพราะมันชื่อเดียวกับฉัน งี้เหรอ

แล้วปีที่แล้ว ฉันก็ได้ไปเสียที

บุสก้า หรือ Busca เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ในเขตจังหวัดคูเนโอ (Cuneo) ใกล้กับเมืองโตรีโน (Torino) แคว้นปิแยมนเต (Piemonte) ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศอิตาลี ค่อนไปทางประเทศฝรั่งเศส มีประชากรหมื่นกว่าคน มีขนาด 65.85 ตารางกิโลเมตร หรือราวเกาะเสม็ด 5 เกาะ ด้วยขนาดเท่านี้ ถ้าเป็นเมืองไทยก็คงนับได้ว่าเป็นอำเภอนั่นละ

Busca เมือง Unseen ที่แม้แต่คนอิตาลีหลายคนยังไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้ว่ามีอยู่ในอิตาลี
Busca เมือง Unseen ที่แม้แต่คนอิตาลีหลายคนยังไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้ว่ามีอยู่ในอิตาลี

ตรงนี้ ฉันขอแทรกสาระนิดหนึ่งว่า สำหรับท่านที่คิดจะไปเที่ยวเมืองเล็กเมืองน้อย Unseen สุดๆ ในอิตาลี ให้มองเมืองบุสก้าเป็นกรณีศึกษาในการเตรียมตัวเดินทางแล้วกัน

การเดินทางไปเมืองบุสก้านั้นต้องวางแผนอย่างรัดกุมที่สุด ต้องเช็กตารางรถไฟ ตารางรถ ทั้งขาไปขากลับให้ชัดเจนเพราะต้องนั่งหลายต่อ ตารางที่น่ากลัวที่สุดคือตารางรถเมล์ ซึ่งหายาก (แต่ตอนนี้ Google Maps ก็ช่วยได้เยอะ) แล้วถ้าพลาดรถ ก็อาจจะต้องนอนค้างอยู่ที่ไหนสักแห่ง ถ้าที่พักเต็ม ก็สถานีรถไฟนั่นล่ะ

การเดินทางของฉันเริ่มจากเมืองหลวงของแคว้น คือตูริน หรือที่อิตาเลียนเรียกโตรีโน นั่งรถไฟไปเมืองคูเนโอซึ่งเป็นเมืองรอง จากนั้นก็นั่งรถบัสไปเมืองบุสก้าที่เปรียบเหมือนอำเภอ ราวๆ นั้น

เมืองคูเนโอเป็นหนึ่งเมืองที่คนไม่รู้จัก จะว่าไปแล้ว ตูรินหรือโตรีโนเองก็เป็นเมืองที่หลายคนได้ยินชื่อแต่น้อยคนจะได้ไป ด้วยความที่มันเป็นเมืองที่ค่อนข้างฉีกขนบการท่องเที่ยวสายหลัก เหมือนว่าเราลงเครื่องที่มิลาน หันหลังให้เทือกเขาแอลป์ หันหน้าให้ท่อนขารองเท้าบูต หากเราไปทางขวาจะเป็นตูริน หากเราไปทางซ้ายก็จะเป็นเวโรนา เวนิส หากเราตรงไปข้างหน้าก็จะไปอิตาลีได้ทั้งประเทศ คนที่ไปแถบตูรินจึงต้องเป็นผู้ที่มีความตั้งใจจะไปจริงๆ ซึ่งดี เพราะทำให้เมืองตูรินและแคว้นปิแยมนเตไม่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวมากจนเกินไปนัก

เมื่อถึงคูเนโอ ซึ่งมีสถานีรถไฟที่สวยงามใหญ่โต ก็ออกมารอรถเพื่อจะไปเมืองบุสก้า อันนี้ก็จะมีความยากอยู่ 2 ประการ คือซื้อตั๋วรถที่ไหน และรถคันไหนไปเมืองบุสก้า

เรื่องรถคันไหนไปนั้น ฉันไม่ค่อยกลัว เพราะหนึ่ง เช็กใน Google Maps มาแล้ว และสอง ถึงจะมีคนบอกว่า คันนั้นคันนี้ แต่ฉันก็มักจะถามคนขับทุกครั้งอยู่แล้วก่อนขึ้น ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจคนอิตาลีบอกทางนะ (แต่ก็…นิดหนึ่ง)

เรื่องถามก่อนขึ้นรถ ฉันทำอย่างนี้กับรถไฟเช่นกัน เพราะไม่ค่อยไว้ใจรถไฟอิตาลี เธอเปลี่ยนชานชาลาบ่อยเหลือเกิน ถ้าคุณเคยขึ้นรถไฟที่อิตาลี คุณจะสังเกตได้ว่าที่ชานชาลารถไฟในอิตาลี มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตะโกนถามคนบนรถไฟก่อนขึ้น นั่นล่ะ ฉันคือหนึ่งในพวกนั้น แต่จริงๆ จะให้แน่ ต้องถามพนักงานรถไฟ อยากทำบ้างแต่พูดอิตาลีไม่ได้เหรอ พูดชื่อเมืองที่จะไปสิ อย่าสร้างประโยคให้ซับซ้อนเพราะพริ้ง ถามชื่อไปเลย เขาจะตอบ Sì หรือ No มาเอง

เรื่องที่ฉันกลัว คือเรื่องตั๋วมากกว่า เพราะในอิตาลี คาดเดายากว่าเราควรจะต้องซื้อตั๋วรถเมล์ที่ไหน บางแห่งก็ที่ร้าน บางเมืองก็ซื้อกับคนขับรถ แล้วถ้ารอจนรถมา แล้วเขาบอกให้ไปซื้อตั๋วที่โน่นนนนน ก็เป็นอันว่าฉันจะพลาดรถคันนั้น และพังไปทั้งทริป ฉันเห็นนักท่องเที่ยวในอิตาลีหลายคนตกม้าตายด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างนี้มานักต่อนักแล้ว

ตามปกติ ตั๋วรถเมล์ก็ต้องซื้อที่ร้านขายบุหรี่หรือแผงขายหนังสือ ต้องเดินถามเอาเอง

สรุปซื้อตั๋วบนรถและฉันขึ้นรถถูกคัน สิ่งที่น่าตื่นเต้นดีใจจนแทบลุกขึ้นกระโดดตบบนรถเมล์ คือบนรถ ไม่มีใครเลย นอกจากฉัน และเป็นอย่างนั้นไปตลอดสาย ราวกับว่าชาวเมืองได้ส่งรถมารับฉันก็มิปาน

Busca เมือง Unseen ที่แม้แต่คนอิตาลีหลายคนยังไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้ว่ามีอยู่ในอิตาลี

เมื่อถึงเมืองบุสก้า ฉันก็มิได้ทรุดกายลงจูบดินแต่อย่างใด แต่ยืนยิ้มอยู่หน้าป้าย “ยินดีต้อนรับ… บุสก้า” อยู่พักใหญ่ ก่อนดึงก้านเซลฟี่ออกมา แล้วลงมือถ่ายรูปอย่างไม่บันยะบันยัง

ฉันเริ่มถ่ายตั้งแต่ป้ายยินดีต้อนรับ ป้ายโบสถ์ โรงพยาบาล สถานศึกษา ที่ว่าราชการ ป้ายบอกทาง ยันไปถึงฝาท่อ เอาเป็นว่า อะไรที่มีชื่อ Busca ฉันถ่ายหมด มันจะมีที่ไหนอีกในโลกที่มีโรงละคร ที่ทำการไปรษณีย์ ป้ายประกาศขายบ้าน ฯลฯ เป็นชื่อคุณ แต่ก่อนเหมือนจะมีโรงแรมด้วย แต่คาดว่าคงม้วนเสื่อไปแล้ว ซึ่งดูจากความเงียบของเมืองแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร

Busca เมือง Unseen ที่แม้แต่คนอิตาลีหลายคนยังไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้ว่ามีอยู่ในอิตาลี
Busca เมือง Unseen ที่แม้แต่คนอิตาลีหลายคนยังไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้ว่ามีอยู่ในอิตาลี
Busca เมือง Unseen ที่แม้แต่คนอิตาลีหลายคนยังไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้ว่ามีอยู่ในอิตาลี

เมืองบุสก้าเป็นเมืองที่เรียบง่ายมากกกกกก แต่ก็ครบองค์ประกอบของความเป็นเมืองทั่วๆ ไปในอิตาลี (ตามความรู้สึกของฉัน) ทุกประการ มีเขตเมือง มีซากประตูเมืองเก่า มีที่ว่าการเมือง ไปรษณีย์ ที่ทำการต่างๆ

ในเมืองบุสก้านี้ ฉันได้ทำสิ่งที่ฉันชอบทำเวลาเดินเตร่อิตาลีอยู่คนเดียว นั่นก็คือ คุยกับคนขายของในตลาด เดินจดศัพท์อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต เข้าร้านหนังสือ เดินเลาะซอกซอยดูเล็กร้านน้อย กินกาแฟ ตะโกนคุยกับซินญอร่าที่โผล่หน้ามาทักตรงระเบียง งับพิซซ่าอาบแดดอุ่นอยู่กลางลานเมือง ฯลฯ อันล้วนเป็นสิ่งที่มักไม่ค่อยได้ทำเวลาที่มีคนไปด้วย ขาดอย่างเดียวคือ นั่งนิ่งๆ ฟังเสียงประกาศที่สถานีรถไฟ

Busca เมือง Unseen ที่แม้แต่คนอิตาลีหลายคนยังไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้ว่ามีอยู่ในอิตาลี

ด้วยความเล็กของเมืองนั้น ฉันแอบคิดระหว่างเดินไปว่า ถ้าฉันได้มาอยู่ที่นี่สักเดือนหนึ่ง ฉันน่าจะรู้จักผู้คนทั้งเมืองเป็นแน่แท้ แต่คงสร้างความพิพักพิพ่วนให้แก่ชาวเมืองมิใช่น้อย เหมือนเราต้องเรียกนักท่องเที่ยวต่างชาติ นึกภาพเราต้องเรียกคนต่างชาติที่มาพักอยู่ข้างบ้านเราว่า “สวัสดีบางกรวย จะไปไหนเหรอ” หรือ “วันนี้จะรับคัปปุชชีโนไหมคะคุณสะพานควาย” อะไรทำนองนั้น

ฉันขอปิดท้ายว่า บุสก้าอาจจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่ถ้าคุณอยากจะไปเมืองอิตาลีแท้ๆ ที่ไม่มีคนต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวเลย เมืองอย่างนี้ละใช่เลย ไม่มีแม้กระทั่งป้ายบอกภาษาอังกฤษ

อ่านแล้วอยากไปบ้างไหม ไม่อยากไปก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรนะ 555 แต่ถ้าอยากไปเอง ถามทางมา เดี๋ยวบอกให้ แต่ถ้าอยากให้พาไป อืมม…ก็จะพาไป แต่พอถึงเมืองแล้ว ก็เดินดื่มด่ำเมืองกันเองนะ

เพราะฉันจะไปถ่ายรูปกับป้ายชื่อเมืองต่อ 😊

Writer & Photographer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load