21 กุมภาพันธ์ 2562
11 K

การจะสร้างอาคารสักหนึ่งหลัง คุณคิดว่าต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง อิฐหลายร้อยก้อน ปูนซีเมนต์หลายร้อยกิโลกรัม ไปจนถึงเหล็กหลายร้อยเส้น และเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปอาคารหมดอายุขัยการใช้งาน วัสดุมากมายที่ก่อร่างสร้างเป็นอาคารเล่านั้นก็จะถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

ในแต่ละวัน โลกมีสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย วัสดุเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นในอุตสาหกรรมก่อสร้างขนาดยักษ์ใหญ่ที่กำลังและความเร็วในการผลิตไม่ใช่ข้อสงสัยอีกต่อไป การจะทำให้วัสดุที่ถูกผลิตขึ้นใหม่ถูกใช้งานอย่างยั่งยืนที่สุดต่างหาก คือความท้าทายก้าวต่อไป

เราจึงอยากชวนคุณไปเยี่ยมที่ทำการหลังใหม่ของ International Sustainable Development Studies Institte (ISDSI) หรือสถาบันการศึกษาการพัฒนาที่ยั่งยืนนานาชาติ ที่สอนเรื่ององค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

เพราะสอนเรื่องความยั่งยืน ISDSI จึงตั้งใจสร้างอาคารเรียนจากวัสดุเหลือใช้ออกมาเป็นสถาปัตยกรรมหน้าตาเก๋ไก๋จากตู้คอนเทนเนอร์รียูสจำนวน 17 กล่องถ้วน 

ใต้ร่มจามจุรีต้นใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศแสนสบายและลมหนาวที่พัดมาเป็นระลอก เรามีนัดกับ ผศ. ดร.มาร์ค เอ ริชชี่ ผู้อำนวยการบริหารของ ISDSI เพื่อพูดคุยถึงแนวคิด ที่มาที่ไป และขั้นตอนการก่อสร้างอาคารไม่ธรรมดาจากวัสดุเหลือใช้ที่ต้องขนมาไกลจากท่าเรือกรุงเทพฯ หลังนี้

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

มาร์คเล่าว่า แน่นอนล่ะว่าที่นี่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นสำหรับการเรียนการสอนและกิจกรรมของนักศึกษา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็อยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็น Community และ Hub ด้านความยั่งยืนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

โดยที่การก่อสร้างจะต้องรบกวนความสมบูรณ์ของพืชพรรณและต้นไม้เดิมที่แผ่กิ่งก้านสาขาไปรอบรั้วให้น้อยที่สุด มาร์คอธิบายพลางชี้ให้ดูกระรอกที่กำลังไต่ขึ้นลงลำต้นจามจุรีขนาดใหญ่ที่มีอยู่เกือบสิบต้น

เพราะธรรมชาติรอบๆ นั้นสวยงาม ณัฐวิทย์ จงประเสริฐ สถาปนิกจากบริษัท Good Space จำกัด จึงออกแบบ อาคารหลังนี้ให้พื้นที่ภายในและภายนอกเชื่อมต่อถึงกัน ให้ความเย็นของร่มไม้แผ่ขยายเข้ามาถึงผู้ใช้ภายในอาคาร และใช้คอนเซปต์ความยั่งยืนเป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมสุดเท่แห่งนี้

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

มาร์คอธิบายว่า การ Reuse หรือ Up-cycle ตู้คอนเทนเนอร์พวกนี้เป็นอาคารโดยที่ยังคงสภาพความเป็นสสารเดิมอยู่นั้น ถือเป็นการลดพลังงานและ Carbon Footprint ที่จะเกิดจากการหลอมในกระบวนการ Recycle ตู้คอนเทนเนอร์ไปเป็นเหล็กเพื่อขึ้นรูปใหม่

ตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 17 ตู้ที่ถูกนำมาใช้ เป็นแบบ High Cube ยาว 40 ฟุต สูง 9.5 ฟุตหรือเกือบๆ 3 เมตร ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องความโปร่งของระยะจากพื้นถึงเพดานเลย สิ่งที่ต้องห่วงคือความกว้างของตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งมีระยะแค่ 8 ฟุต หรือราวๆ 2.5 เมตร ดังนั้น จึงต้องมีการตัด ผ่าครึ่ง เปิดผนังบางส่วน และประกอบตู้เข้าหากันใหม่ เพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้นเป็นจนกลายเป็นห้องขนาดใหญ่ได้

มาร์คยิ้มก่อนจะเสริมต่อว่า ชิ้นส่วนทุกชิ้นจากการตัดตู้คอนเทนเนอร์ ถูกนำมา Reuse ใช้ต่อเป็นประตู ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ โดยไม่มีส่วนใดเหลือทิ้งเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

นอกจากเชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าหากันแล้ว ทุกห้องในอาคาร 3 ชั้นหลังนี้ตั้งใจเปิดช่องให้ลมและแสงธรรมชาติส่องเข้ามามากที่สุด เพื่อลดการใช้พลังงานจากการเปิดหลอดไฟ LED และเพราะตั้งอยู่ใต้ร่มจามจุรี แถมอากาศก็ดีแสนดี ทำให้แทบไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ โดยไม่ต้องกลัวว่าตู้คอนเทนเนอร์เหล็กดัดแปลงจะกักเก็บความร้อนเลยด้วย เพราะอาคารหลังนี้ติดฉนวนกันความร้อนอย่างดีไม่มีอบอ้าว

มาร์คพาเราเดินไปยัง Common Area เปิดโล่งขนาดใหญ่ตรงกลางอาคารที่นักศึกษาหลายคนกำลังนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ พลางชี้ให้ดูพื้นพร้อมอธิบายว่า อาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยมักสร้างบนพื้นที่เทราดด้วยคอนกรีต ซึ่งเป็นที่มาสำคัญของก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดการใช้คอนกรีตในการก่อสร้าง อาคารหลังนี้จึงเลือกที่จะสร้างบนแผ่นคอนกรีตเชื่อมแผ่นเหล็กที่ฝังลงไปในดิน

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ไม่มีพื้นที่ใดในรั้วของ ISDSI นอกจากความจำเป็นบางส่วนของพื้นอาคารที่เทพื้นคอนกรีตเลย สวนเป็นพื้นหญ้า ในขณะที่ลานจอดรถและทางเดินปูด้วยกรวด เพื่อปล่อยให้น้ำฝนสามารถระบายลงสู่พื้นดินได้ตามธรรมชาติ

นอกจากที่ทำการของ ISDSI ขนาด 3 ชั้น ที่สร้างจาก 17 ตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ใต้ร่มจามจุรีต้นเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของ Rx Cafe ร้านกาแฟโดยลานนา คอฟฟี่ ซึ่งสนับสนุน Shade Grown Coffee หรือกาแฟออร์แกนิกที่ปลูกใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในป่าต้นน้ำตามธรรมชาติ กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายของ Rx Cafe จะถูกนำไปสมทบทุนให้ระบบสาธารณูปโภคในหมู่บ้านบนพื้นที่ห่างไกล

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

มาร์คเล่าว่า Rx Cafe ถูกสร้างขึ้นเป็นสิ่งปลูกสร้างแรกบนที่ดินผืนนี้ โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐานจำนวน 1 ตู้ เป็นการทดลองเทคนิคในการดัดแปลงและทำความเข้าใจโครงสร้างของตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนจะเข้าสู่การออกแบบอาคารหลังใหญ่ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 9 เดือน และขั้นตอนการตัด ประกอบ ทั้งหมดต้องทำที่ไซต์งานเท่านั้น เมื่อโครงสร้างถูกประกอบเข้าหากันเรียบร้อย งานตกแต่งภายในจึงเริ่มขึ้นหลังจากนั้น

ห้องเรียน 6 ห้อง ห้องเตรียมการสอน 1 ห้อง ห้องประชุมใหญ่และเล็ก อย่างละ 1 ห้อง ห้องสมุด สำนักงาน Co-working Space ห้องครัวที่มองผ่านๆ นึกว่าเป็นแค่ผนัง จนกระทั่งมาร์คเดินมาสไลด์ผนังทั้งผนังให้เปิดออก ห้องครัวอย่างเท่ก็เผยโฉมหน้าออกมาให้เห็น และห้องน้ำที่ใช้ชิ้นส่วนที่เหลือจากการตัดตู้คอนเทนเนอร์มาเป็นส่วนประกอบตั้งแต่อ่างหน้าหน้าไปจนถึงผนังกั้นห้องน้ำแต่ละห้อง

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

เราเดินขึ้นมาจนถึงชั้นบนสุด แดดเชียงใหม่ช่วงบ่ายแก่ๆ ส่องรำไรลอดกิ่งก้านต้นจามจุรีลงมาที่ระเบียงซึ่งมีอยู่มากมายรอบอาคาร ตามคอนเซปต์ที่ต้องการดึงความร่มเย็นของธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร

มาร์คเอ่ยทิ้งท้ายว่า ถ้าสังเกตเราคงเห็นว่าฝาด้านนอกของตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ที่ประกอบกันเป็นสถาปัตยกรรมหลังนี้ยังคงรายละเอียดเดิมแบบตอนที่มันยังถูกใช้ขนของข้ามมหาสมุทรเป๊ะ บางตู้ยังมีตัวอักษรจางๆ บอกรายละเอียด โลโก้ และชื่อของบริษัทที่มันเคยทำงานด้วย ก่อนจะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่เชียงใหม่อย่างทุกวันนี้

ตู้คอนเทนเนอร์, ISDSI

ที่ ISDSI เลือกเก็บรายละเอียดเหล่านั้นเอาไว้ไม่ทาสีใหม่ทับลงไป ก็เพื่อแสดงให้เห็นคนที่แวะเวียนผ่านมาสังเกต และรับรู้ถึงความพิเศษในการใช้วัสดุ Reuse ว่าการเพิ่มวงจรการใช้งานและอายุขัย ให้ข้าวของทุกสิ่งในโลกไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สามารถเริ่มทำได้ ตั้งแต่ของชิ้นเล็กในมือ ไปจนถึงของชิ้นใหญ่ที่เราเข้าไปอาศัยอยู่ใต้ชายคาได้เลย

www.isdsi.org
Facebook |  International Sustainable Development Studies Institute (ISDSI)

ภาพ: ISDSI

Writer

Avatar

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load