ภาพที่เห็นนี้ คือภาพของทหารนาวิกโยธินสหรัฐกับเชลยทหารอิรัก ทางตอนใต้ของประเทศอิรักในสงครามอิรัก

สงครามอิรักหรือสงครามอ่าวครั้งที่ 2 (ค.ศ. 2003 – 2011) เกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) ว่า อิรักภายใต้การนำของประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน (Saddam Hussein) ได้ครอบครองอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง คืออาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมีชีวภาพ คุกคามความมั่นคงในภูมิภาค จนได้เกิดสงครามขึ้น นำโดยกองทัพสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ และสุดท้ายกองทัพอิรักแพ้สงคราม ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ถูกประหารชีวิต สงครามครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และเด็กกำพร้าหลายล้านคน

พลังของภาพข่าวสงครามใบเดียวที่กลายมาเป็นบทเรียนให้คนวงการสื่อทั่วโลก, photojournalism, สงครามอิรัก

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2003 เป็นวันเดียวกับที่กรมทหารนาวิกโยธินที่ 15 ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ได้ยกพลข้ามพรมแดนประเทศคูเวตเข้ามาในดินแดนประเทศอิรักเพื่อเปิดฉากสงครามกับกองทหารอิรัก การสู้รบดำเนินไปไม่ถึงชั่วโมง ทหารอิรักสองร้อยกว่าคนได้ยอมจำนน ถูกจับเป็นเชลย และเป็นที่มาของภาพนี้

ช่างภาพได้เข้าไปบันทึกภาพนี้ เป็นภาพเชลยทหารอิรักผู้หนึ่ง และทหารอเมริกัน 2 คน คนหนึ่งดูเหมือนกำลังเอาปืนจ่อไปที่หัวของเชลยทหารอิรัก ขณะที่ทหารอเมริกันอีกคนหนึ่งกำลังให้เชลยดื่มน้ำจากกระติก

อันที่จริงทหารนาวิกโยธินทางซ้ายไม่ได้จ่อปืนไปที่หัวของเชลยศึก แต่เป็นปืนของทหารอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในภาพกำลังถือปืนเฉยๆ แต่มุมกล้องทำให้ดูเหมือนว่าเอาปืนจ่อไปที่หัวของเชลยอิรัก

เป็นภาพข่าวสงครามอันทรงพลังมากภาพหนึ่ง หรือเรียกว่าเป็นภาพที่ดราม่าสุดๆ เพราะมีความรู้สึก 2 อารมณ์แตกต่างกันในภาพเดียวกัน

เพียงภาพเดียวก็บอกอารมณ์ด้านบวกและด้านลบของทหารสหรัฐอเมริกันที่มีต่อเชลยศึกชาวอิรักได้สมบูรณ์แบบ

ภาพนี้ถูกเผยแผ่ในสื่อตะวันตกและสื่ออาหรับ แต่เป้าหมายแตกต่างกันมาก

สำนักข่าวตะวันออกกลางได้ทำการคร็อปภาพหรือตัดเอาเฉพาะด้านซ้ายออกไปตีพิมพ์ หรือเผยแผ่ทางสื่อ ทำให้คนดูเห็นความโหดร้ายของทหารอเมริกันในสงครามอ่าว ที่เอาปืนจ่อหัวเชลยศึกผู้อ่อนล้า

พลังของภาพข่าวสงครามใบเดียวที่กลายมาเป็นบทเรียนให้คนวงการสื่อทั่วโลก, photojournalism, สงครามอิรัก
ภาพ : www.naveenroy.com

หากมีการเผยแผ่ในสื่อออนไลน์แบบในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊ก ปฏิกิริยาในทางลบหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้รับสารก็อาจจะรุนแรง แสดงความไม่พอใจมาก

หรือที่เรียกเป็นสำนวนว่า ‘ทัวร์ลง’

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวอเมริกันชื่อดังอีกแห่งได้ตัดต่อเฉพาะภาพด้านขวาออกไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่ เพื่อทำให้ผู้รับสารเห็นความมีมนุษยธรรมของทหารอเมริกัน

พลังของภาพข่าวสงครามใบเดียวที่กลายมาเป็นบทเรียนให้คนวงการสื่อทั่วโลก, photojournalism, สงครามอิรัก
ภาพ : www.naveenroy.com

ภาพลักษณ์ของทหารสหรัฐอาจจะดีขึ้นทันตาเห็น ในฐานะผู้เปิดฉากทำสงครามรุกรานประเทศเล็กๆ อย่างอิรัก เพราะในเวลาต่อมา กองทัพสหรัฐอเมริกันก็ค้นหาอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมี หรืออาวุธชีวภาพ ตามที่กล่าวอ้างไม่ได้ จนสุดท้าย เรื่องนี้กลายเป็นแค่ข้ออ้างของสหรัฐเพื่อหาความชอบธรรมในการรุกรานประเทศอิรัก โดยมีเป้าหมายคือการโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง

ภาพนี้ก็จะกลายเป็นภาพโฆษณาชวนเชื่อของกองทัพสหรัฐได้ยอดเยี่ยม

 แต่ในความเป็นจริงภาพเต็มๆ เราอาจจะเห็นทั้งสองด้านของทหารสหรัฐอเมริกัน

การที่สำนักข่าวต่างๆ เลือกนำเสนอส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพออกเผยแพร่ ถือว่าเป็น Fake News ไหม หรือจะเป็นภาพไม่จริงไหม ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นภาพจริงๆ

ถามว่าเป็นภาพตัดต่อไหม ก็ไม่เชิง เพราะเป็นภาพจริง ๆ

เพียงแต่ว่า นำเสนอภาพไม่หมด เพราะมีการตัดทอนภาพบางส่วนออกไป เพื่อเป้าประสงค์บางประการ หรือเพื่อชี้นำบางอย่างให้กับคนรับสาร

อยู่ที่ว่าสำนักข่าวที่เป็นผู้ถ่ายทอดสารเหล่านี้จะเลือกมองมุมใดของภาพ แต่ไม่มองภาพจริงทั้งหมด

ภาพข่าวสงครามภาพนี้จึงเป็นภาพที่ถูกนำมาเป็นบทเรียนให้กับคนทำข่าวทั่วโลกที่โด่งดังมาก

เพื่อสอนคนในวงการสื่อว่า

ภาพที่เราเห็น อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด หากมันถูกตัดทอนความจริงบางส่วนออก เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ความรู้สึก ความรับรู้ที่มีต่อภาพของคนรับสารก็เปลี่ยนไปทันที

ชี้ให้เห็นว่า พลังของภาพภาพเดียวมีอิทธิพลต่อผู้รับสารเพียงใด

และเป็นการเตือนสติคนรับสารว่า ทั้งสื่อใหญ่หรือสื่อเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ อาจมีส่วนในการชี้นำคนอ่านให้รับข้อมูลที่ผิดพลาด หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยไม่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนมืออาชีพ ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือให้กับคนอ่านได้

  เช่นเดียวกับข่าวสารและเนื้อหาทุกวันนี้ที่แพร่หลายในโลกออกไลน์ บางทีเรายังรับข้อมูลไม่ครบถ้วน บางทีเรายังไม่ตรวจสอบข้อมูล บางทีเรายังไม่ทันอ่านให้ครบ เราก็แชร์กระจายกันออกไป หรือไม่เราก็เขียนคำวิจารณ์อย่างรุนแรง เราก็ด่า เราก็ตั้งหน้าตั้งตาเป็นส่วนหนึ่งของการรุมถล่มแบบทัวร์ลง

โดยไม่สนใจแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน

 ภาพเพียงภาพเดียวยังบิดเบือนข้อเท็จจริงได้

ประสาอะไรกับข้อมูลมากมายที่ผลิตกันทุกวินาทีในโลกออนไลน์ ว่าจะน่าเชื่อถือเพียงใด

ใจเย็นๆ ครับ ก่อนจะตัดสินอะไรในโลกออนไลน์ ก่อนจะพิพากษาใครในโลกเสมือนด้วยการแชร์หรือการวิจารณ์

ภาพที่เห็นนี้ คือภาพของทหารนาวิกโยธินสหรัฐกับเชลยทหารอิรัก ทางตอนใต้ของประเทศอิรักในสงครามอิรัก

สงครามอิรักหรือสงครามอ่าวครั้งที่ 2 (ค.ศ. 2003 – 2011) เกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) ว่า อิรักภายใต้การนำของประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน (Saddam Hussein) ได้ครอบครองอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง คืออาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมีชีวภาพ คุกคามความมั่นคงในภูมิภาค จนได้เกิดสงครามขึ้น นำโดยกองทัพสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ และสุดท้ายกองทัพอิรักแพ้สงคราม ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ถูกประหารชีวิต สงครามครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และเด็กกำพร้าหลายล้านคน

พลังของภาพข่าวสงครามใบเดียวที่กลายมาเป็นบทเรียนให้คนวงการสื่อทั่วโลก, photojournalism, สงครามอิรัก

ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2003 เป็นวันเดียวกับที่กรมทหารนาวิกโยธินที่ 15 ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ได้ยกพลข้ามพรมแดนประเทศคูเวตเข้ามาในดินแดนประเทศอิรักเพื่อเปิดฉากสงครามกับกองทหารอิรัก การสู้รบดำเนินไปไม่ถึงชั่วโมง ทหารอิรักสองร้อยกว่าคนได้ยอมจำนน ถูกจับเป็นเชลย และเป็นที่มาของภาพนี้

ช่างภาพได้เข้าไปบันทึกภาพนี้ เป็นภาพเชลยทหารอิรักผู้หนึ่ง และทหารอเมริกัน 2 คน คนหนึ่งดูเหมือนกำลังเอาปืนจ่อไปที่หัวของเชลยทหารอิรัก ขณะที่ทหารอเมริกันอีกคนหนึ่งกำลังให้เชลยดื่มน้ำจากกระติก

อันที่จริงทหารนาวิกโยธินทางซ้ายไม่ได้จ่อปืนไปที่หัวของเชลยศึก แต่เป็นปืนของทหารอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในภาพกำลังถือปืนเฉยๆ แต่มุมกล้องทำให้ดูเหมือนว่าเอาปืนจ่อไปที่หัวของเชลยอิรัก

เป็นภาพข่าวสงครามอันทรงพลังมากภาพหนึ่ง หรือเรียกว่าเป็นภาพที่ดราม่าสุดๆ เพราะมีความรู้สึก 2 อารมณ์แตกต่างกันในภาพเดียวกัน

เพียงภาพเดียวก็บอกอารมณ์ด้านบวกและด้านลบของทหารสหรัฐอเมริกันที่มีต่อเชลยศึกชาวอิรักได้สมบูรณ์แบบ

ภาพนี้ถูกเผยแผ่ในสื่อตะวันตกและสื่ออาหรับ แต่เป้าหมายแตกต่างกันมาก

สำนักข่าวตะวันออกกลางได้ทำการคร็อปภาพหรือตัดเอาเฉพาะด้านซ้ายออกไปตีพิมพ์ หรือเผยแผ่ทางสื่อ ทำให้คนดูเห็นความโหดร้ายของทหารอเมริกันในสงครามอ่าว ที่เอาปืนจ่อหัวเชลยศึกผู้อ่อนล้า

พลังของภาพข่าวสงครามใบเดียวที่กลายมาเป็นบทเรียนให้คนวงการสื่อทั่วโลก, photojournalism, สงครามอิรัก
ภาพ : www.naveenroy.com

หากมีการเผยแผ่ในสื่อออนไลน์แบบในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊ก ปฏิกิริยาในทางลบหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้รับสารก็อาจจะรุนแรง แสดงความไม่พอใจมาก

หรือที่เรียกเป็นสำนวนว่า ‘ทัวร์ลง’

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวอเมริกันชื่อดังอีกแห่งได้ตัดต่อเฉพาะภาพด้านขวาออกไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่ เพื่อทำให้ผู้รับสารเห็นความมีมนุษยธรรมของทหารอเมริกัน

พลังของภาพข่าวสงครามใบเดียวที่กลายมาเป็นบทเรียนให้คนวงการสื่อทั่วโลก, photojournalism, สงครามอิรัก
ภาพ : www.naveenroy.com

ภาพลักษณ์ของทหารสหรัฐอาจจะดีขึ้นทันตาเห็น ในฐานะผู้เปิดฉากทำสงครามรุกรานประเทศเล็กๆ อย่างอิรัก เพราะในเวลาต่อมา กองทัพสหรัฐอเมริกันก็ค้นหาอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมี หรืออาวุธชีวภาพ ตามที่กล่าวอ้างไม่ได้ จนสุดท้าย เรื่องนี้กลายเป็นแค่ข้ออ้างของสหรัฐเพื่อหาความชอบธรรมในการรุกรานประเทศอิรัก โดยมีเป้าหมายคือการโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง

ภาพนี้ก็จะกลายเป็นภาพโฆษณาชวนเชื่อของกองทัพสหรัฐได้ยอดเยี่ยม

 แต่ในความเป็นจริงภาพเต็มๆ เราอาจจะเห็นทั้งสองด้านของทหารสหรัฐอเมริกัน

การที่สำนักข่าวต่างๆ เลือกนำเสนอส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพออกเผยแพร่ ถือว่าเป็น Fake News ไหม หรือจะเป็นภาพไม่จริงไหม ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นภาพจริงๆ

ถามว่าเป็นภาพตัดต่อไหม ก็ไม่เชิง เพราะเป็นภาพจริง ๆ

เพียงแต่ว่า นำเสนอภาพไม่หมด เพราะมีการตัดทอนภาพบางส่วนออกไป เพื่อเป้าประสงค์บางประการ หรือเพื่อชี้นำบางอย่างให้กับคนรับสาร

อยู่ที่ว่าสำนักข่าวที่เป็นผู้ถ่ายทอดสารเหล่านี้จะเลือกมองมุมใดของภาพ แต่ไม่มองภาพจริงทั้งหมด

ภาพข่าวสงครามภาพนี้จึงเป็นภาพที่ถูกนำมาเป็นบทเรียนให้กับคนทำข่าวทั่วโลกที่โด่งดังมาก

เพื่อสอนคนในวงการสื่อว่า

ภาพที่เราเห็น อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด หากมันถูกตัดทอนความจริงบางส่วนออก เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ความรู้สึก ความรับรู้ที่มีต่อภาพของคนรับสารก็เปลี่ยนไปทันที

ชี้ให้เห็นว่า พลังของภาพภาพเดียวมีอิทธิพลต่อผู้รับสารเพียงใด

และเป็นการเตือนสติคนรับสารว่า ทั้งสื่อใหญ่หรือสื่อเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ อาจมีส่วนในการชี้นำคนอ่านให้รับข้อมูลที่ผิดพลาด หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยไม่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนมืออาชีพ ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือให้กับคนอ่านได้

  เช่นเดียวกับข่าวสารและเนื้อหาทุกวันนี้ที่แพร่หลายในโลกออกไลน์ บางทีเรายังรับข้อมูลไม่ครบถ้วน บางทีเรายังไม่ตรวจสอบข้อมูล บางทีเรายังไม่ทันอ่านให้ครบ เราก็แชร์กระจายกันออกไป หรือไม่เราก็เขียนคำวิจารณ์อย่างรุนแรง เราก็ด่า เราก็ตั้งหน้าตั้งตาเป็นส่วนหนึ่งของการรุมถล่มแบบทัวร์ลง

โดยไม่สนใจแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน

 ภาพเพียงภาพเดียวยังบิดเบือนข้อเท็จจริงได้

ประสาอะไรกับข้อมูลมากมายที่ผลิตกันทุกวินาทีในโลกออนไลน์ ว่าจะน่าเชื่อถือเพียงใด

ใจเย็นๆ ครับ ก่อนจะตัดสินอะไรในโลกออนไลน์ ก่อนจะพิพากษาใครในโลกเสมือนด้วยการแชร์หรือการวิจารณ์

Writer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

ตั้งแต่เป็นเด็ก แม่มักไปซื้อน้ำเต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลืองมาให้กินเสมอๆ เช่นเดียวกับอาหารจานโปรดคือเต้าหู้ผัดถั่วงอก พอเข้าครัวทีไรก็เห็นขวดซีอิ๊ว ขวดเต้าเจี้ยววางอยู่ แต่ไม่เคยเอะใจว่ามีที่มาจากถั่วชนิดเดียวกันคือถั่วเหลือง 

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่มนุษย์ปลูกกินกันมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว โดยสันนิษฐานว่าเริ่มปลูกในประเทศจีน ถั่วเหลืองได้รับฉายาว่าเป็น ‘ราชาแห่งถั่ว’ จากคุณประโยชน์มากมายทางโภชนาการ ทำอาหารนานาชนิด และนำไปแปรรูป ผลิตน้ำมันพืช อาหารสัตว์ ฯลฯ

วัยเด็กก็ไม่เคยเห็นถั่วเม็ดเหลือง ยังแปลกใจว่า ทำไมไม่เอาถั่วเหลืองมาต้มน้ำตาลกินเป็นของหวานเหมือนถั่วเขียว พอโตขึ้นมา เราก็คุ้นเคยกับอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหลากหลายชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาช่วงกินเจ ถั่วเหลืองเอามาทำโปรตีนเกษตร ทำเนื้อเทียมได้อร่อยมากจริงๆ แถมยังเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงรองจากเนื้อสัตว์ทีเดียว

แต่ก็ไม่เคยเห็นถั่วเหลืองเป็นเม็ดๆ ในเมนูอาหารเลย จนโตขึ้นมามีโอกาสปลูกข้าวอินทรีย์ และพอช่วงเก็บเกี่ยวข้าวผ่านไป เราปลูกถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO บนผืนนาเพิ่มแร่ธาตุไนโตรเจนในดินด้วยถั่วเหลือง เราปลูกตามธรรมชาติ ไม่ใส่ยาฆ่าวัชพืชใดๆ และจ้างชาวบ้านเก็บเมล็ดถั่วเหลือง เพื่อกระจายรายได้สู่คนท้องถิ่น ปลูกถั่วเหลืองจึงช่วยฟื้นฟูดินและได้อาหาร 

ชีวิตในต่างจังหวัด การทำอาหารพึ่งตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น เราจึงเริ่มทดลองหัดทำน้ำนมถั่วเหลืองและเต้าหู้จากวัตถุดิบอยู่หลายครั้ง จนอยากแบ่งปันว่าไม่ยากอย่างที่คิด และเหมาะกับช่วงเวลา COVID-19 ที่ต้องสรรหาเมนูทำกินเอง

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

มาเริ่มกันเลยครับ

นอกจากถั่วเหลืองแล้ว อุปกรณ์คือ เครื่องปั่น ดีเกลือ พิมพ์เต้าหู้

1. นำถั่วเหลืองประมาณ 300 กรัมมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำข้ามคืนทิ้งไว้ ประมาณ 8 ชั่วโมง ถั่วเหลืองจะบานขึ้นมาเกือบเท่าตัว

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

2. ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด แล้วตักถั่วใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ อัตราส่วน ถั่ว 1 ส่วน ต่อน้ำ 2.5 ส่วน ปั่นจนเหลวละเอียด เทใส่ผ้าขาวบางที่วางไว้เหนือกะละมังหรือหม้อ ให้น้ำถั่วเหลืองไหลออกมาจนหมด

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

3. รวบผ้าขาวบางขึ้นเป็นถุง (หรืออาจใช้แบบที่เย็บเป็นถุงสำเร็จก็ได้) แล้วบิดเกลียวเหมือนขันชะเนาะแน่นๆ เพื่อคั้นน้ำนมถั่วเหลืองออกมาให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วแยกกากออกไป เราเก็บกากถั่วเหลืองนี้ไว้ทำอาหารและขนมได้มากมายหลายสูตร

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

4. ปั่นเมล็ดและคั้นน้ำถั่วเหลืองเช่นนี้หลายๆ รอบจนถั่วหมด เสร็จแล้วนำเอาน้ำถั่วเหลืองที่คั้นมาต้มให้เดือด ควรใช้หม้อใบใหญ่ๆ เพราะฟองจะเดือดฟอดขึ้นมาล้นหม้อ ที่สำคัญ อย่าลืมหมั่นคนน้ำถั่วเหลืองขณะตั้งไฟ เพราะจะไหม้ก้นหม้อง่ายมาก 

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

พอเดือดก็ปิดไฟ แล้วช้อนฟองฟอดๆ ออกทิ้ง เราจะได้นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มได้เลย หรือนำมากรอกใส่ขวด ขวดควรฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำเดือดจัดก่อน และใส่ตู้เย็นดื่มได้หลายวัน

5. แต่สำหรับคนที่ต้องการทำเต้าหู้ ก่อนตั้งไฟเราก็เตรียมสารจับก้อนไว้ อันนี้เราใช้ดีเกลือ (Magnesium Sulphate) ซึ่งเป็น By Product จากการทำนาเกลือทะเล ละลายน้ำเตรียมไว้ สัดส่วนประมาณดีเกลือ 1 ช้อนชาต่อถั่วเหลือง 100 กรัม (สารจับก้อนอื่นๆ ที่นิยมใช้กันก็มีเจี๊ยะกอ (Magnesium Chloride) หรือกรดผลไม้ อาทิ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก พอได้น้ำถั่วเหลืองร้อนๆ ก็เทน้ำดีเหลือคนให้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว เนื้อนมจะค่อยๆ จับตัวกัน แยกออกจากน้ำ

ข้อสังเกต : เมื่อมันจับก้อนแล้ว (Curdle) น้ำควรจะค่อนข้างใส ถ้ายังข้นขาวเป็นนมอยู่ แสดงว่าใส่ดีเกลือ / สารจับก้อนไม่พอ ใส่เพิ่มได้

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
  1. เตรียมพิมพ์เต้าหู้ วางไว้บนถาด นำผ้าขาวบางมารองพิมพ์ ถ้าให้ดีผ้าควรจะเปียกหมาดๆ เพราะจะช่วยลอกออกมาได้ง่ายขึ้นทีหลัง แล้วก็เทเต้าหู้ที่จับตัวเป็นก้อนลงใส่พิมพ์ น้ำจะไหลซึมออกด้านล่าง นองอยู่บนถาด พับผ้าปิดเต้าหู้ ปิดฝาพิมพ์บนผ้า นำของหนักๆ มากดทับลงบนฝา ความหนักขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้เต้าหู้เนื้อแน่นแค่ไหน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ลอกผ้าออกมา
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

แค่นี้ก็ได้เต้าหู้กินแล้ว

เพียงซอยขิง ซอยหอม เหยาะซีอิ๊วญี่ปุ่น เราจะได้อาหารโปรตีนแสนอร่อย หรือจะนำมาทอดไฟอ่อนๆ ก็จะได้เต้าหู้ผิวกรอบเนื้อในอ่อนนุ่ม

การทำเต้าหู้ ควรเลือกซื้อถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO ถั่วเหลือง GMO เป็นพืชที่ไม่มีอันตราย แต่เป็นพืชที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ทนต่อสารไกลโฟเสต ยาปราบวัชพืช แต่มันจะดูดซึมสารนี้เข้าไปในเนื้อของถั่วเหลืองเอง ทำให้สารพิษนี้ปนเปื้อนในอาหารของมนุษย์ และเกิดโรคต่างๆ ตามมา 

ถั่วเหลือง นอกจากมีโปรตีนแล้ว ยังอุดมด้วยเลซิทินและกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี 1 และบี 2 วิตามินเอและอี ซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ 

จึงไม่แปลกใจที่ถั่วเหลืองได้รับการขนานนามว่า ‘ราชาแห่งถั่ว’

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

หากสนใจรายละเอียด เข้าชมได้ที่นี่

ตั้งแต่เป็นเด็ก แม่มักไปซื้อน้ำเต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลืองมาให้กินเสมอๆ เช่นเดียวกับอาหารจานโปรดคือเต้าหู้ผัดถั่วงอก พอเข้าครัวทีไรก็เห็นขวดซีอิ๊ว ขวดเต้าเจี้ยววางอยู่ แต่ไม่เคยเอะใจว่ามีที่มาจากถั่วชนิดเดียวกันคือถั่วเหลือง 

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่มนุษย์ปลูกกินกันมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว โดยสันนิษฐานว่าเริ่มปลูกในประเทศจีน ถั่วเหลืองได้รับฉายาว่าเป็น ‘ราชาแห่งถั่ว’ จากคุณประโยชน์มากมายทางโภชนาการ ทำอาหารนานาชนิด และนำไปแปรรูป ผลิตน้ำมันพืช อาหารสัตว์ ฯลฯ

วัยเด็กก็ไม่เคยเห็นถั่วเม็ดเหลือง ยังแปลกใจว่า ทำไมไม่เอาถั่วเหลืองมาต้มน้ำตาลกินเป็นของหวานเหมือนถั่วเขียว พอโตขึ้นมา เราก็คุ้นเคยกับอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหลากหลายชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาช่วงกินเจ ถั่วเหลืองเอามาทำโปรตีนเกษตร ทำเนื้อเทียมได้อร่อยมากจริงๆ แถมยังเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงรองจากเนื้อสัตว์ทีเดียว

แต่ก็ไม่เคยเห็นถั่วเหลืองเป็นเม็ดๆ ในเมนูอาหารเลย จนโตขึ้นมามีโอกาสปลูกข้าวอินทรีย์ และพอช่วงเก็บเกี่ยวข้าวผ่านไป เราปลูกถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO บนผืนนาเพิ่มแร่ธาตุไนโตรเจนในดินด้วยถั่วเหลือง เราปลูกตามธรรมชาติ ไม่ใส่ยาฆ่าวัชพืชใดๆ และจ้างชาวบ้านเก็บเมล็ดถั่วเหลือง เพื่อกระจายรายได้สู่คนท้องถิ่น ปลูกถั่วเหลืองจึงช่วยฟื้นฟูดินและได้อาหาร 

ชีวิตในต่างจังหวัด การทำอาหารพึ่งตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น เราจึงเริ่มทดลองหัดทำน้ำนมถั่วเหลืองและเต้าหู้จากวัตถุดิบอยู่หลายครั้ง จนอยากแบ่งปันว่าไม่ยากอย่างที่คิด และเหมาะกับช่วงเวลา COVID-19 ที่ต้องสรรหาเมนูทำกินเอง

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

มาเริ่มกันเลยครับ

นอกจากถั่วเหลืองแล้ว อุปกรณ์คือ เครื่องปั่น ดีเกลือ พิมพ์เต้าหู้

1. นำถั่วเหลืองประมาณ 300 กรัมมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำข้ามคืนทิ้งไว้ ประมาณ 8 ชั่วโมง ถั่วเหลืองจะบานขึ้นมาเกือบเท่าตัว

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

2. ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด แล้วตักถั่วใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ อัตราส่วน ถั่ว 1 ส่วน ต่อน้ำ 2.5 ส่วน ปั่นจนเหลวละเอียด เทใส่ผ้าขาวบางที่วางไว้เหนือกะละมังหรือหม้อ ให้น้ำถั่วเหลืองไหลออกมาจนหมด

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

3. รวบผ้าขาวบางขึ้นเป็นถุง (หรืออาจใช้แบบที่เย็บเป็นถุงสำเร็จก็ได้) แล้วบิดเกลียวเหมือนขันชะเนาะแน่นๆ เพื่อคั้นน้ำนมถั่วเหลืองออกมาให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วแยกกากออกไป เราเก็บกากถั่วเหลืองนี้ไว้ทำอาหารและขนมได้มากมายหลายสูตร

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

4. ปั่นเมล็ดและคั้นน้ำถั่วเหลืองเช่นนี้หลายๆ รอบจนถั่วหมด เสร็จแล้วนำเอาน้ำถั่วเหลืองที่คั้นมาต้มให้เดือด ควรใช้หม้อใบใหญ่ๆ เพราะฟองจะเดือดฟอดขึ้นมาล้นหม้อ ที่สำคัญ อย่าลืมหมั่นคนน้ำถั่วเหลืองขณะตั้งไฟ เพราะจะไหม้ก้นหม้อง่ายมาก 

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

พอเดือดก็ปิดไฟ แล้วช้อนฟองฟอดๆ ออกทิ้ง เราจะได้นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มได้เลย หรือนำมากรอกใส่ขวด ขวดควรฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำเดือดจัดก่อน และใส่ตู้เย็นดื่มได้หลายวัน

5. แต่สำหรับคนที่ต้องการทำเต้าหู้ ก่อนตั้งไฟเราก็เตรียมสารจับก้อนไว้ อันนี้เราใช้ดีเกลือ (Magnesium Sulphate) ซึ่งเป็น By Product จากการทำนาเกลือทะเล ละลายน้ำเตรียมไว้ สัดส่วนประมาณดีเกลือ 1 ช้อนชาต่อถั่วเหลือง 100 กรัม (สารจับก้อนอื่นๆ ที่นิยมใช้กันก็มีเจี๊ยะกอ (Magnesium Chloride) หรือกรดผลไม้ อาทิ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก พอได้น้ำถั่วเหลืองร้อนๆ ก็เทน้ำดีเหลือคนให้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว เนื้อนมจะค่อยๆ จับตัวกัน แยกออกจากน้ำ

ข้อสังเกต : เมื่อมันจับก้อนแล้ว (Curdle) น้ำควรจะค่อนข้างใส ถ้ายังข้นขาวเป็นนมอยู่ แสดงว่าใส่ดีเกลือ / สารจับก้อนไม่พอ ใส่เพิ่มได้

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
  1. เตรียมพิมพ์เต้าหู้ วางไว้บนถาด นำผ้าขาวบางมารองพิมพ์ ถ้าให้ดีผ้าควรจะเปียกหมาดๆ เพราะจะช่วยลอกออกมาได้ง่ายขึ้นทีหลัง แล้วก็เทเต้าหู้ที่จับตัวเป็นก้อนลงใส่พิมพ์ น้ำจะไหลซึมออกด้านล่าง นองอยู่บนถาด พับผ้าปิดเต้าหู้ ปิดฝาพิมพ์บนผ้า นำของหนักๆ มากดทับลงบนฝา ความหนักขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้เต้าหู้เนื้อแน่นแค่ไหน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ลอกผ้าออกมา
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

แค่นี้ก็ได้เต้าหู้กินแล้ว

เพียงซอยขิง ซอยหอม เหยาะซีอิ๊วญี่ปุ่น เราจะได้อาหารโปรตีนแสนอร่อย หรือจะนำมาทอดไฟอ่อนๆ ก็จะได้เต้าหู้ผิวกรอบเนื้อในอ่อนนุ่ม

การทำเต้าหู้ ควรเลือกซื้อถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO ถั่วเหลือง GMO เป็นพืชที่ไม่มีอันตราย แต่เป็นพืชที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ทนต่อสารไกลโฟเสต ยาปราบวัชพืช แต่มันจะดูดซึมสารนี้เข้าไปในเนื้อของถั่วเหลืองเอง ทำให้สารพิษนี้ปนเปื้อนในอาหารของมนุษย์ และเกิดโรคต่างๆ ตามมา 

ถั่วเหลือง นอกจากมีโปรตีนแล้ว ยังอุดมด้วยเลซิทินและกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี 1 และบี 2 วิตามินเอและอี ซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ 

จึงไม่แปลกใจที่ถั่วเหลืองได้รับการขนานนามว่า ‘ราชาแห่งถั่ว’

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

หากสนใจรายละเอียด เข้าชมได้ที่นี่

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load