22 ธันวาคม 2561
16 K

เนิ่นนานมาแล้ว เมื่อโลกยังบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตนเองไว้บนเปลือกแผ่นของมัน และยังไม่มีมนุษย์คนใดลืมตาขึ้นมาดูโลกและบันทึกเหตุการณ์นี้ ขณะที่ท้องฟ้ากำลังสร้างสรรค์ผืนป่าแห่งหนึ่งขึ้นมาด้วยหยาดฝนและน้ำค้างจากเมฆหมอกทีละหยดลงบนจุดสูงสุดของไทย ที่เรารู้จักกันต่อมาว่าคือ ป่าเมฆแห่งยอดดอยอินทนนท์

เท่าที่มีตำนานเล่าขานต่อกันมาในหมู่คนพื้นถิ่น มนุษย์เก่าแก่ที่สุดที่ได้มาพบเจอป่าเมฆแห่งนี้คือ บรรพบุรุษของชาวปกาเกอะญอ ที่เดินทางมายังพื้นที่ป่าของดอยอินทนนท์เพื่อหาถิ่นอาศัยใหม่ให้กับพี่น้องของตน และทำพิธีปักไม้เท้าลงดิน 7 ครั้ง เพื่อพบว่าดินสามารถท่วมไม้เท้าที่ปักจนเต็มทั้ง 7 ครั้ง เป็นสัญญาณบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินที่นี่ แล้วจึงนำสิ่งที่ตนค้นพบไปบอกกล่าวต่อพี่น้องให้มาตั้งถิ่นฐานอาศัยกัน และเรียกขานที่นี่ในภาษาปกาเกอะญอว่า ‘เกอะเจ่อโดะ’ ที่มีความหมายว่า ภูเขาใหญ่

เวลาเปลี่ยนผ่าน จากคำบอกกล่าวของบรรพบุรุษปกาเกอะญอต่อพี่น้องสู่ลูกหลาน กลายเป็นเรื่องเล่า เป็นตำนาน ที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ผู้คนจำนวนมากที่ได้ทราบเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของป่าแห่งนี้จึงเริ่มต้นเดินทางเข้ามาเพื่อสัมผัสกับมันด้วยตนเอง กระทั่งปัจจุบันเมื่อเหมยขาบเริ่มต้นเกาะบนใบของพันธุ์ไม้บนดอยอินทนนท์ ที่กลายเป็นอีกตัวชี้วัดบอกถึงการมาเยือนของฤดูหนาวในประเทศไทย เมื่อนั้นถนนเกือบทุกสายของนักท่องเที่ยวก็จะหันหน้ามาที่ดอยอินทนนท์ เพื่อที่จะได้ชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้พร้อมกับสัมผัสลมหนาวก่อนใครบนจุดสูงสุดของประเทศ และทำให้ป่าเมฆแห่งนี้ได้ต้อนรับแขกที่สัญจรเข้ามาจำนวนมากทุกปี

ดอยอินทนนท์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อให้คนได้สามารถเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้เรื่องราวธรรมชาติของป่าเมฆอย่างใกล้ชิด โดยไม่ไปรบกวนวิถีทางธรรมชาติของมัน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของดอยอินทนนท์และตัวธรรมชาติเอง

เมื่อถ่ายรูปคู่กับป้ายจุดสูงสุดแดนสยามจนหนำใจแล้ว เราจึงอยากชักชวนให้ทุกคนได้ลองเดินต่อเข้ามาในป่าเมฆบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้

ดอยอินทนนท์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยอินทนนท์ทอดตัวยาวเข้าไปในป่าเมฆเป็นระยะทาง 150 เมตร มีอากาศหนาวทั้งปี และมีหมอกกับฝนตกชุก เป็นคุณลักษณะพิเศษของป่าเมฆที่ทำให้เกิดระบบนิเวศเฉพาะตัวอย่างไม่มีป่าไหนเหมือน ภายในเส้นทางคุณจะได้พบกับพระสถูปของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 ผู้ให้ความสำคัญกับป่าไม้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นรับสั่งให้นำพระอัฐิของพระองค์เมื่อถึงแก่พิราลัยมาประดิษฐานไว้บนยอดดอยหลวง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อตามพระนามของพระองค์เป็น ‘ดอยอินทนนท์’

ดอยอินทนนท์

คุณจะได้พบกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างหมุดระบุพิกัดความสูงของดอยอินทนนท์ ซึ่งเกิดขึ้นจากพระประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่โปรดฯ ให้ตั้งกรมแผนที่ทหารขึ้นมาเพื่อสำรวจพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทำให้ทราบความสูงของดอยอินทนนท์จนปรากฏเป็นหลักฐานหมุดฝังที่คุณจะได้เข้าไปสัมผัสใกล้ๆ

ดอยอินทนนท์

ด้วยสภาพอากาศที่หนาวตลอดปีและยังมีฝนกับหมอกจัด ทำให้ป่าแห่งนี้ไม่ค่อยได้รับแสงแดด ดินจึงมีความเป็นกรดสูง พันธุ์ไม้ภายในป่าแห่งนี้จึงมีเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถอยู่ในสภาพดินฟ้าแบบนี้ได้ ต้นไม้ในป่าเมฆจะแตกกิ่งมากและคดหยักกว่าปกติ มีก้านใบสั้น แตกใบเป็นกระจุก และตัวใบมีขี้ผึ้งเคลือบกันน้ำระเหย อย่างไรก็ตาม หากแหงนหน้าขึ้นมองจะพบว่าการแตกกิ่งของแต่ละต้นนั้นแม้จะมีมากก็จริง ทว่าไม่ได้รบกวนกัน และมีการเว้นระยะต่อกันอย่างเอื้ออาศัย

ดอยอินทนนท์

อีกสิ่งที่คุณจะสังเกตได้ก็คือต้นไม้ภายในป่าเมฆเป็น ‘ต้นไม้ห่มผ้า’ ไม่ใช่ว่าเพราะต้นไม้หนาวแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะสภาพอากาศที่ชื้นและเย็นซึ่งเหมาะกับการเติบโตของมอสและไลเคนจำนวนมาก จึงทำให้บนลำต้นและกิ่งก้านของไม้ใหญ่อย่างต้นทะโล้เต็มไปด้วยเจ้าพืช 2 ชนิดนี้ ที่มีการปรับตัวให้มีลำต้นยาวเป็นสายห้อยลงมาจากกิ่งของต้นไม้ต่างๆ เพื่อดักจับความชื้นในหมอกและสังเคราะห์แสง และหากคุณพบเห็นต้นที่มีลักษณะเป็นเส้นๆ สีเหลืองอ่อนรวมเป็นกลุ่มห้อยรับลมอยู่บนกิ่งไม้ ยินดีด้วย เพราะว่านั่นคือ ‘ต้นฝอยลม’ ไลเคนชนิดหนึ่งที่สามารถทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้วัดว่าอากาศบริเวณที่มันเติบโตได้นั้น มีความบริสุทธิ์ให้คุณได้สูดหายใจรับเข้าไปเต็มปอด

ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์

ต้นเฟิร์นในบริเวณป่าเมฆเองก็มีการปรับตัวให้อยู่รอดได้ในสภาพอากาศเช่นนี้ เราจะเห็นว่ามีเฟิร์นกระจายเกาะอยู่ตามลำต้นของต้นไม้ภายในป่าเมฆจำนวนมาก แทนที่จะเติบโตบนดินเช่นปกติ อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีพืชเติบโตบนดินเลย ในป่าเมฆมีพืชอยู่ 2 ชนิดที่สามารถเติบโตได้บนดินเป็นอย่างดี นั่นคือต้นผักปราบเครือ ที่มีใบเป็นรูปหัวใจ ซึ่งระยะแรกสร้างตัวเป็นลำต้นตรงก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม้เลื้อยไปตามลำต้นไม้ใหญ่อื่นๆ และต้นแข้งไก่ ซึ่งปรับตัวด้วยการสร้างสีเขียวเข้มที่ใบด้านบนเพื่อจะสามารถสังเคราะห์แสงได้แม้ในแสงรำไร ขณะที่ใต้ใบเป็นสีเขียวนวลเพื่อช่วยสะท้อนแสงแดดให้กับใบข้างเคียง แม้แต่ลำต้นก็ยังเป็นสีเขียว เราจึงพบเห็นพืชชนิดนี้เยอะจนเป็นพรมของป่าเมฆ ไม่ว่าจะหันไปทางใดจึงมีแต่ความเขียวขจีให้สดชื่นตลอดเส้นทางเดิน

ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์

ด้วยสภาพอากาศที่หนาวและชื้นตลอดทั้งปีทำให้เส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้มีความทรุดโทรมและผุพังไปไม่น้อย มูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดยบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศให้เกิดความยั่งยืน จึงเข้ามาร่วมมือกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอย โดยเริ่มต้นปิดเส้นทางเพื่อปรับปรุงตั้งแต่ปี 2559 โดยเชิญ อาจารย์จุลพร นันทพานิช สถาปนิกจากป่าเหนือ สตูดิโอ มาเป็นผู้ออกแบบเส้นทาง บนแนวคิดที่ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันว่าให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุดและรบกวนระบบนิเวศน้อยที่สุด

ดอยอินทนนท์

การออกแบบเส้นทางมีการคำนึงถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นตอนการวางรากฐานของเส้นทางใหม่ แทนที่จะใช้การถาง จึงใช้วิธีการแหวก โดยใช้เท้าเหยียบต้นไม้ให้แหวกออกจากเส้นทาง ซึ่งต้นไม้จะสามารถฟื้นและโน้มกลับมา

ด้านวัสดุ เส้นทางฯ นี้ใช้ไม้สักถูกกฎหมายจากแปลงปลูกขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ด้วยคุณลักษณะที่แข็งแรงและนำมาเคลือบเพื่อป้องกันความชื้น

ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์

ขณะเดียวกันแทนที่จะใช้เครื่องมือไฟฟ้าในการทำงาน กลับเลือกที่จะไปตามหาช่างผู้เชี่ยวชาญหรือที่ชาวเหนือเรียกว่า ‘สล่า’ มาเพื่อที่จะให้เขาใช้มีดและขวานถากไม้ที่เลือกมา ปรากฏเป็นริ้วรอยบนเนื้อไม้ที่สามารถนำเสนอความเป็นท้องถิ่น อีกทั้งยังให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติมากกว่าการใช้เครื่องจักรไฟฟ้า

ดอยอินทนนท์

ด้านการออกแบบราวกันตก มีการถอดภูมิปัญญาการเข้าลิ่มไม้ในการสร้างเรือนแบบไทลื้อโบราณมาใช้ นอกจากรักษาความเป็นท้องถิ่น การเข้าลิ่มยังช่วยให้การซ่อมแซมสามารถทำได้ง่าย เพียงถอดลิ่มแล้วนำไม้สำรองมาประกอบเข้าไปใหม่ ส่วนของทางเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยนั้นมีความลาดชันพอสมควร จึงออกแบบใหม่ให้เป็นขั้นง่ายๆ และแทบไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยขณะเดินบนเส้นทางที่มีความชันแตกต่างกันถึง 6 เมตร

ดอยอินทนนท์ดอยอินทนนท์

ส่วนของป้ายสื่อความหมายตามจุดต่างๆ ระหว่างทางเดินก็ได้ อาจารย์นพรัตน์ นาคสถิตย์ นักสื่อความหมายธรรมชาติและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศ มาเป็นผู้ช่วยถ่ายทอดให้เข้าใจได้อย่างง่ายดายและน่าสนใจ เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยอันใหม่จึงเสร็จสมบูรณ์ และส่งมอบให้กับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยอีกครั้งให้คนทั่วไปได้เข้ามาเดินในป่าเมฆ และรอให้คุณได้เข้าไปสัมผัสด้วยตนเอง พร้อมเรียนรู้แหล่งธรรมชาติต้นน้ำสำคัญแห่งหนึ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดเสียดฟ้าของประเทศ

“การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติคือการนำคนเข้ามาอยู่ในธรรมชาติ ให้ได้สัมผัส และเกิดความตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่มีมากกว่าที่ตามองเห็น เพื่อจะรู้และร่วมกันรักษาธรรมชาติ โดยเฉพาะป่า        ต้นน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของทุกชีวิต อย่างเข้าใจ” คุณมานนีย์ พาทยาชีวะ เลขาธิการมูลนิธิไทยรักษ์ป่ากล่าวทิ้งท้าย

ดอยอินทนนท์

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
2 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load