คนใช้รถเป็นประจำย่อมรู้ดีกว่าการทำความสะอาดรถนั้นสำคัญขนาดไหน ไม่ใช่แค่ให้รถดูสะอาด แต่หมายรวมถึงการบำรุงรักษา การดูแลรถให้ยังคงสภาพดีเพื่อที่จะขับขี่ไปได้อีกนานแสนนาน

ไม่นานมานี้ เราได้รู้จักผู้ให้บริการล้างรถเดลิเวอรี่ที่มีชื่อว่า ‘Instawash’ บริการล้างรถรูปแบบใหม่ที่เราเชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์ปัญหาการล้างรถของใครหลายๆ คนได้

ความน่าสนใจประการแรกของ Instawash คือ บริการการล้างรถที่ไม่ต้องขับรถไปล้างที่คาร์แคร์ ไม่ต้องเสียเวลารอคิวและฝ่ารถติด ช่วยประหยัดเวลาชีวิตที่ปกติก็แสนจะยุ่งวุ่นวายไปได้เยอะ

และตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่านี่คือบริการล้างรถที่ไม่ใช้สายยางฉีดน้ำ จึงทำให้ประหยัดน้ำล้างรถได้หลายเท่า แถมยังใช้เวลาล้างล้อ (ซึ่งปกติแล้วใช้เวลาล้างนานที่สุด) เพียงไม่กี่นาทีด้วยน้ำยาสูตรพิเศษที่แค่ฉีดแล้วเช็ดก็สะอาดหมดจด

ทำความเข้าใจอย่างง่ายก่อนลงรายละเอียดไปมากกว่านี้

Instawash คือการโคจรมาเจอกันระหว่าง 3 สิ่ง ได้แก่ การล้างรถ แอพพลิเคชัน และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนเกิดเป็นบริการล้างรถเดลิเวอรี่ที่ทันสมัย ประหยัดน้ำ ประหยัดเวลา และมีคุณภาพระดับพรีเมียมตั้งแต่น้ำยาที่เลือกใช้ล้างจนถึงคุณภาพการบริการของพนักงาน

เป็นเหตุผลให้ The Cloud มีนัดหมายพบกับ เอ็ม-เมหราน ซาห์รออี และ เจ-จักษวัชร์ อรรถสกุลชัย สองผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ปลูกปั้น Instawash Thailand ให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ นับจนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วที่ Instawash ให้บริการล้างรถไปแล้วเกือบหมื่นคัน ซึ่งมาจากความเชื่อของพวกเขาที่กำลังบอกเราว่า จริงๆ แล้วการล้างรถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้และง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

จุดเริ่มต้นของการทำ Instawash เกิดขึ้นได้อย่างไร

เอ็ม : เริ่มมาจาก Pain Point ของพวกเราเองครับ เรามีชีวิตประจำวันที่ค่อนข้างยุ่ง ถ้าวันไหนเราจะไปล้างรถก็ต้องขับรถไปล้างที่คาร์แคร์ ซึ่งบางทีเราก็ไม่รู้ว่าคิวนานเท่าไหร่ ยิ่งถ้ามีรถมากกว่า 1 คัน ก็ต้องขับรถกลับมาเพื่อสลับรถอีกคันไปล้าง ยิ่งต้องใช้เวลานานขึ้นไปอีก เป็นช่วงเดียวกับเจซึ่งมีเพื่อนชาวเกาหลีที่กำลังคิดแอพพลิเคชันบริการล้างรถนี้ขึ้นมา หลังจากนั้นเราก็คุยกันว่าอยากจะนำธุรกิจนี้เข้ามาในเมืองไทย อยากทำให้ทันสมัยขึ้นและมีระบบชัดเจน เราเห็นโอกาสที่จะเติบโตเพราะเป็นอะไรที่มากกว่าการล้างรถ

อะไรคือสิ่งที่เหมือนกันและแตกต่างกันระหว่าง Instawash ของไทยกับเกาหลี

เอ็ม : ระบบทุกอย่างเหมือนกันครับ มีแค่บางอย่างที่เราปรับปรุงให้เหมาะสมมากขึ้น เช่น ทีมล้างรถที่ไทยทุกคนจะขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมสะพายกระเป๋าเป้ใส่อุปกรณ์ไปบริการถึงที่ ส่วนที่เกาหลีเขาจะขับรถยนต์ไปครับ

เจ : นั่นเป็นเพราะที่เกาหลีรถไม่ติดเหมือนที่เมืองไทย และการใช้มอเตอร์ไซค์ก็คล่องตัวมากกว่าเพราะเรามีบริการเรียกด่วน ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที

อะไรคือความพิเศษของการล้างรถในแบบ Instawash

เจ : เราให้บริการล้างรถแบบ Eco-friendly นั่นคือ ใช้น้ำน้อยเป็นพิเศษ แค่ 3 – 5 ลิตร ถ้าเทียบกับล้างรถที่คาร์แคร์ต้องใช้น้ำมากถึง 200 – 300 ลิตร เป็นจุดแข็งสำคัญของเรา ซึ่งเรานำเอาเทคโนโลยีแบบที่ใช้ในการล้างรถ Formular1 มาใช้ คือแทบไม่ต้องใช้น้ำในการล้าง เพราะเทคโนโลยีใหม่ได้รวมทุกอย่างอยู่ในน้ำยา แค่ฉีดน้ำยาของเราลงไป ก็จะดูดซึมสิ่งสกปรกแล้วเช็ดออกได้เลย ซึ่งการเช็ดก็เป็นวิธีเฉพาะของเรา ผ้าที่ใช้เช็ดจะถูกสั่งผลิตขึ้นมาเฉพาะงานเช็ดแบบนี้โดยไม่ทำให้รถเกิดรอย ซึ่งผู้รักรถทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 320 บาท รวมค่าการเดินทางเรียบร้อยแล้ว

ประหยัดเวลาไปพร้อมกับประหยัดทรัพยากร?

เอ็ม : ใช่เลยครับ ผมคิดว่าธุรกิจรูปแบบใหม่หรือสตาร์ทอัพจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า อันนี้คือจุดขายที่จะกลายเป็นจุดแข็งต่อไป ยิ่งปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับการใช้เวลา และ Instawash ไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องนี้ แต่ยังสร้างความไว้วางใจ ถ่ายรูปส่งให้ลูกค้าดูทางแอพพลิเคชันเมื่อทำงานเสร็จ

Instawash สร้างมาตรฐานการบริการและความไว้วางใจนั้นอย่างไร

เจ : เราคิดถึงตั้งแต่การรับพนักงานเข้ามาร่วมกับ Instawash หลังจากตรวจสอบประวัติพนักงานทุกคนอย่างละเอียด ก่อนเริ่มงานล้างรถ พวกเขาจะได้รับการฝึกอบรมราวๆ 50 ขั้นตอนเพื่อสร้างมาตรฐานการบริการ ทำให้รู้ว่ารถแบบไหน ต้องทำความสะอาดยังไง และเมื่อทำงานจริง ทุกคนจะมีกล้อง Go Pro ติดที่ศีรษะเพื่อบันทึกภาพตลอดเวลาการทำงาน นอกจากนี้ยังมี Insurance Cover ให้ด้วย

เอ็ม : เพราะใส่ใจทรัพย์สินและความรู้สึกของลูกค้าเป็นสำคัญจึงสร้างมาตรฐานการบริการ มี Customer Service พร้อมรับสายแก้ไขปัญหาตลอดเวลา ตอนช่วงแรกที่ทำเราคิดว่าลูกค้าจะเป็น Car Lover อย่างเดียว หรือกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่ขับรถเป็นประจำ แต่สุดท้ายเราพบว่าลูกค้าเราคือคนรักความสะดวก ไม่ใช่แค่กลุ่มลูกค้าผู้ชาย ซึ่งตอนนี้กว่า 50 – 55 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเราคือผู้หญิง

นั่นทำให้การรับมือกับลูกค้าหรือเปลี่ยนแผนธุรกิจอย่างไรบ้าง

เอ็ม : เมื่อก่อนผู้หญิงต้องพึ่งพาแฟน เพื่อน หรือคนในครอบครัว เพื่อที่จะพารถไปล้าง แต่ว่า Instawash ช่วยให้กลุ่มคนขับรถที่เป็นผู้หญิงได้รับบริการล้างรถที่ง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น บางคนก็ชอบที่เราประหยัดน้ำมาก เราแคร์สิ่งแวดล้อม ส่วนกลุ่ม Car Lover เขาก็จะชอบที่เราใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างรถที่เป็นระดับพรีเมียมถึง 10 สูตรที่แตกต่างกัน

อะไรคือเหตุที่แท้จริงของน้ำยาล้างรถนับสิบสูตร

เอ็ม : การล้างรถมีขั้นตอนและความซับซ้อนในตัวเอง เราจะเป็นต้องทำความสะอาดด้านนอกด้วยน้ำยาชนิดหนึ่ง และทำความสะอาดด้านในด้วยน้ำยาอีกชนิดหนึ่ง ผ้าที่ใช้ทำความสะอาดด้านนอกและด้านในก็เป็นผ้าแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีน้ำยาและผ้าสำหรับใช้ทำความสะอาดล้อเดียวด้วยครับ

ในงานล้างรถที่พิถีพิถันขนาดนี้ อะไรคือสิ่งที่ทำให้พนักงานรักษามาตรฐานการบริการที่ดี ตามที่พวกคุณตั้งใจ

เอ็ม : สิ่งสำคัญคือทัศนคติของพวกเขาครับ เมื่อใดก็ตามที่เรามองว่าพวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญการดูแลรถ ไม่ใช่แค่เด็กล้างรถ

อะไรคือความท้าทายที่ Instawash ต้องเจอและพวกคุณรับมือกับเรื่องเหล่านั้นอย่างไร

เอ็ม : อย่างแรกคือ การทำให้คนเข้าใจว่าการล้างรถไม่จำเป็นต้องล้างกับน้ำก็ได้ ล้างกับน้ำยาพิเศษหรือเทคโนโลยีใหม่ก็ให้ผลที่ดีเหมือนกัน หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ สองคือ คนยังไม่เข้าใจว่าแอพพลิเคชันใช้งานยังไง บ้างก็ยังไม่มั่นใจในชื่อเสียง ไม่แน่ใจว่าเป็นบริษัทรูปแบบไหน ไว้ใจได้หรือเปล่า ในระยะเวลาปีกว่าๆ ของ Instawash เราใช้มันไปกับการสร้างความไว้วางใจด้วยมาตรฐานการบริการระดับสูง จึงมั่นใจได้ว่ารถจะไม่เกิดริ้วรอย

สิ่งที่ได้เรียนรู้อะไรจากการทำสตาร์ทอัพ Instawash Thailand

เจ : ผมเรียนรู้ว่าบางทีสิ่งที่เราคิดอาจไม่ได้เป็นไปตามจริงเสมอไป แม้จะมีขวากหนามตลอดทาง แต่ว่าในที่สุดแล้วแค้เรามีความเชื่อมั่นในทีมเราก็ไปถึงจุดหมายได้

เอ็ม : ผมเชื่อเสมอว่าไม่มีอะไรเหนือความพยายาม การลุกขึ้นมาทำสตาร์ทอัพของเราคือการพาตัวเองไปเสี่ยงในจุดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทั้งสิ่งที่ทำนั้นแปลกใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าคุณคือใคร ไม่มีใครรู้ว่าธุรกิจที่ทำจะตลอดรอดฝั่งหรือไม่ หลายครั้งที่เราต้องสู้กับตัวเอง เถียงกับตัวเองว่าเราทำสิ่งนี้เพื่ออะไรหรือจะไปยังไงต่อ จะทำยังไงให้ลูกค้าใช้บริการของเราซ้ำอีก

ถ้ามีคนรุ่นใหม่อยากทำสตาร์ทอัพของตัวเอง คุณจะแนะนำเขาว่าอย่างไร

เอ็ม : หลายคนคิดว่าทำสตาร์ทอัพแล้วเท่ จริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ คุณต้องทำสิ่งที่คุณรักจริงๆ ไม่ใช่เพราะเห็นว่ามีโอกาสที่จะทำเงินเป็นกอบเป็นกำ และผมกับเจทำ Instawash เพราะเป็นสิ่งที่พวกเราชอบจริงๆ

เจ : คุณต้องทำการบ้านให้ดี แต่บอกได้เลยนะว่าต่อให้ทำมาดีแค่ไหนก็อาจจะพลาด นอกจากนั้น ต้องหน้าทนนิดหนึ่ง หนังต้องหนา อีโก้ต้องต่ำ เพราะว่าคุณอาจจะถูกคนอื่นตำหนิติเตียนทุกวัน ซึ่งอยู่ที่ว่าคุณจะยอมแพ้หรือสู้ต่อเพื่อก้าวขึ้นไปอีกขั้นมั้ย ถ้า 3 ข้อนี้ไม่ผ่านผมว่าประสบความสำเร็จยาก สำคัญเลยคือ Vision ถ้าไม่เชื่อมั่นในจุดหมายปลายทางจริงๆ ผมว่าไปลำบาก

อะไรจุดหมายปลายทางต่อไปของ Instawash

เจ : นอกจากเกาหลีและไทยแล้ว เราอยากเห็น Instawash เกิดขึ้นในอินเดียและตะวันออกกลางด้วยครับ

เอ็ม : เราอยากเป็นสตาร์ทอัพไทยที่เติบโตได้โลดแล่นอยู่บนเวทีโลก อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยก็ทำได้ ไปจนถึงพวกเราอยากไปสู่จุดยูนิคอร์นสักวันหนึ่ง

Writer

Avatar

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

The Cloud x Startup Thailand

คงเดาไม่ยากว่า หลายๆ คนน่าจะเคยเจอกับประสบการณ์เหล่านี้สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นน้ำแอร์หยด ท่อน้ำแตก ต้องหากะละมังมารองแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว หรืองานยุ่งจนบ้านรกไม่มีเวลามาปัดกวาดเช็ดถู จนต้องปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมองข้ามความไม่เป็นระเบียบเหล่านั้นไป ครั้นจะหาผู้ช่วยตรงใจที่มาจัดการดูแลเรื่องจุกจิกเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ครั้งหนึ่ง ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Seekster ก็เคยประสบปัญหาทำนองนี้ที่เข้าขั้นเร่งด่วน เมื่อแอร์ในโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวของเขาดันมีปัญหา ช่างประจำที่ใช้บริการสม่ำเสมอก็ไม่ว่างที่จะเข้ามาทันที ในขณะที่แขกก็กำลังจะมาเช็คอินเข้าพัก ในฐานะคนดูแลโรงแรม ซาฮิบจำเป็นต้องค้นหาช่างรายอื่นผ่านช่องทางต่างๆ ที่พอจะนึกได้ ท้ายที่สุดเขาก็เจอช่างที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ทันเวลา แม้จะรู้สึกว่าค่าบริการสูงหน่อย แต่ด้วยความจำเป็นอย่างไม่ค่อยมีทางเลือกทำให้เขาต้องยอมจ่ายเงินตรงนั้นไป

แต่ซาฮิบไม่จบแค่ตรงนั้น ในเมื่อเราอยู่ในยุคที่อาหารจานร้อนจากร้านโปรดมาเสิร์ฟถึงรั้วบ้าน รถแท็กซี่มารับถึงปากประตูคอนโดได้โดยไม่ต้องเดินออกไปคอยเก้อ เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้แทบทุกความเป็นไปได้เกิดขึ้นจริงเพื่อจะทำให้ความเป็นอยู่สะดวกสบายและง่ายขึ้นได้เพียงแค่ปลายนิ้ว Seekster แพลตฟอร์มสำหรับงานบริการเรื่องบ้านๆ จึงค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้น

“ที่ผ่านมาผมเห็นช่องว่างของอุตสาหกรรม คือเราไม่ไว้ใจช่าง พอมีปัญหาแอร์ ปัญหาไฟฟ้า เราอยากให้ช่างประจำมาดูให้ แต่บางครั้งช่างไม่ว่างมาตอนนี้” ซาฮิบเล่าต่อว่าที่จริงช่างและผู้ให้บริการมีอยู่มากมาย เห็นได้จากป้ายประกาศตามต้นไม้และเสาไฟฟ้าที่มีอยู่ทั่วไป แต่คุณภาพและความน่าเชื่อถือคือความท้าทายสำคัญ

แน่นอนว่าสตาร์ทอัพที่เป็นผลผลิตจากเขาและทีมจึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างตรงนี้ Seekster คือตัวกลางที่เป็นแหล่งรวมผู้ให้บริการที่จับคู่กับลูกค้า โดยที่ผู้ให้บริการทุกรายจะต้องผ่านการเทรนนิ่ง รวมทั้งตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพและราคา นอกจากนี้ยังมีระบบ rating ให้ผู้รับบริการประเมินผลการใช้งาน เพื่อที่จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ให้บริการทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด

ไม่เพียงแต่ผู้รับบริการเท่านั้นที่เป็นหัวใจสำคัญของ Seekster ซาฮิบบอกว่าเขาตั้งใจจะให้แพลตฟอร์มนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ให้บริการด้วย

“ระบบของเราให้ค่าตอบแทนผู้ให้บริการมากกว่ารายได้ที่เขาได้ปกติถึง 3 เท่า และพวกเขาสามารถทำงานแบบฟรีแลนซ์ เลือกวันหยุดได้ตามต้องการ”  

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

คิดเล็กค่อยคิดใหญ่

พอคิดจะก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นกับมือร่วมกับเพื่อนๆ ซาฮิบวาดฝันไว้ไกลอยากให้ Seekster เป็นศูนย์รวมที่มีครบทุกบริการ

“เราสรุปไอเดียได้ว่าเราจะเป็นตลาดออนไลน์สำหรับทุกบริการ ถ้าจะหาช่างภาพ ช่างแต่งหน้า คนล้างรถ ติวเตอร์ กราฟิกดีไซน์ เราจะเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง” แต่ภาพแห่งความเป็นจริงนั้น ผ่านไปได้เพียง 3 เดือน ซาฮิบและเพื่อนๆ ก็ต้องกลับมาทบทวนจุดยืนกันอีกครั้ง “เรารู้เลยว่าเราไม่มีพลังที่จะกินตลาดทุกอย่างเพราะเราไม่มีทรัพยากรต่างๆ ที่เพียงพอ เราเลยกลับมาดูว่ามีตลาดไหนที่พอทำได้และใหญ่ที่สุดเราก็ควรจะโฟกัส สุดท้ายเราตัดสินใจว่าเป็นตลาด Home Repair Maintenance”

ระหว่างทาง Seekster สำรวจตลาดผ่านการเซอร์เวย์ กว่า 80 เปอร์เซนต์จากกว่า 300 คนบอกว่าสนใจที่จะใช้บริการ Seekster จึงไม่รอช้าเริ่มทดลองแพลทตฟอร์มที่ออกแบบไว้ทันที

เริ่มแรก Seekster ใช้ระบบแมนวล เมื่อมีลูกค้าส่งใบขอรับบริการ Seekster จะโทรติดต่อช่าง และเมื่อช่างรับงาน Seekster ก็จะส่งคำตอบรับกลับไปให้ลูกค้าอีกทีหนึ่ง Seekster ผ่านการลองผิดลองถูกหลายครั้ง เปลี่ยนระบบ ปรับวิธีการคิดค่าบริการมาหลายๆ แบบ สตาร์ทอัพเพื่อบ้านแห่งนี้ค่อยๆ พัฒนาตัวขึ้น จนทุกวันนี้ผู้ใช้ Seekster สามารถจับคู่กับผู้ให้บริการได้ภายใน 2 – 5 นาที และคิดค่าบริการแบบอัตราคงที่เพราะเชื่อว่าลูกค้าต้องการความแน่นอน ต้องการรู้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เขาจะได้รับ

“ผมเชื่อใน A/B testing ไม่ว่าจะทำอะไรเราจะทดลองเลยว่าอันไหนได้รับการตอบรับที่ดีกว่ากัน และเราจะเลือกใช้สิ่งนั้น” ซาฮิบกล่าว

แม้ที่สุด Seekster ลงเอยด้วยการเป็นผู้ให้บริการที่เจาะจงเรื่อง Home Repair Maintenance โดยมีบริการแม่บ้านและช่างแอร์เป็นบริการหลักตลอดระยะเวลาขวบครึ่งที่เปิดให้บริการ แต่ทุกวันนี้ Seekster ก็ยังไม่หยุดนิ่ง

“บริษัทของเรามีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราปรับปรุงตัวเองตามคำแนะนำจากลูกค้า” ซาฮิบเล่าว่าทุกวันนี้ถ้ามองหาบริการทำความสะอาดโซฟา กำจัดเบดบั๊ก กำจัดแมลง ซ่อมประปา ไฟฟ้า หรือแม้แต่บริการแม่บ้านที่รีดผ้าโดยเฉพาะ ก็สามารถหาได้ครบจบที่ Seekster

“ผมพบว่าลูกค้าที่ใช้บริการกับเราครั้งแรก มักกลับมาใช้บริการเราในครั้งต่อๆ ไป รวมถึงลองใช้บริการอื่นๆ ภายใต้แบรนด์เราด้วย”

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

โลกอนาคตที่กำลังจะเป็นจริง

“ผมเชื่อว่าโลกอนาคตที่คุณตื่นมาพร้อมคำสั่งด้วยเสียง มีหุ่นยนต์มาจัดการเสิร์ฟกาแฟ และแสดงข้อมูลต่างๆ ที่คุณต้องการได้ในทันที เป็นความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น” ซาฮิบฉายภาพอนาคตอันใกล้ให้เราฟัง เขาเชื่อว่าสตาร์ทอัพสาย PropertyTech (เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้จากการที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายๆ แห่งเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มคุณค่าให้แก่บริษัทและบริการของตัวเอง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นของลูกบ้าน เหมือนกับที่ Seekster เองที่กำลังจับมือกับ Property Developer บางเจ้าเพื่อให้บริการกับลูกบ้าน โดยภายในปีหน้า Seekster ตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการอันดับหนึ่งในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ให้บริการมากที่สุด และกำลังหาโอกาสเข้าไปจับกลุ่มลูกค้าที่เป็น B to B มากขึ้น

“การทำงานในสาย PropertyTech เปิดโอกาสให้เราหลายมุม ทำให้เราเรียนรู้ว่าการใช้เทคโนโลยีมาเปลี่ยนแปลงอะไรแค่เล็กๆ น้อยๆ มันสร้างอิมแพ็คได้เยอะมากแค่ไหน”

อย่างไรก็ตามซาฮิบบอกว่าสิ่งที่สตาร์ทอัพสายนี้ โดยเฉพาะอันที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีราคาสูง ควรคำนึงถึงคือเรื่องที่ว่าผู้อยู่อาศัยจะยอมจ่ายเงินเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน และอีกหนึ่งความเสี่ยงก็คือ อาจมีคู่แข่งเข้ามาจับตลาดในรูปแบบธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

“ความท้าทายก็คือเราจะป้องกันตัวเองจากคู่แข่งได้อย่างไรบ้าง จะโดดเด่นทางใดได้บ้าง ซึ่งต้องรับฟีดแบ็กจากลูกค้าและพาร์ตเนอร์มาปรับปรุงและพัฒนา ไม่งั้นก็อาจจะเติบโตยาก” ซาฮิบแนะนำ

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่สตาร์ทอัพสาย PropertyTech ไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือ เรื่องความไว้วางใจ

“ขึ้นชื่อว่า PropertyTech มันคือการอนุญาตให้ผู้ให้บริการต้องเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ เพราะฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น”

Seekster บริษัทที่ให้บริการจัดหาแม่บ้านและสารพัดช่าง

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีเมือง (PropertyTech & UrbanTech)

ซาฮิบ อนันต์ทรงวิทย์, Co-founder of Seekster

Website: seekster.co

Writer

Avatar

ภัทรมน สุขประเสริฐ

เคยทำงานข่าว ยังขีดเขียนบ้างบางคราว ชอบสำรวจบ้านเมืองสังเกตผู้คน กินง่ายมาก อยากเล่นบอร์ดเกมทุกอาทิตย์

Photographer

Avatar

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load