ในยามที่เราต้องกลับมาอยู่บ้านกันเป็นหลัก หลายคนเริ่มมองหาต้นไม้มาเพิ่มความเขียวให้กับห้องอีกครั้ง แต่อยากหาต้นไม้ใหม่ๆ ที่ต่างไปจากไม้ใบฮิตๆ ที่ใครๆ ก็ปลูกกัน

ขอแนะนำว่า ยังมีต้นไม้อีกหลายประเภทที่นำมาปลูกในอาคารได้ แต่ละชนิดก็มีรูปทรงและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ภายในอาคารของเรามีบรรยากาศที่สวยแตกต่างจากไม้ใบทั่วไป

12 ต้นไม้ทรงสวย ไม่ใช่ไม้ใบ ปลูกแล้วเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้

แต่ก่อนอื่น ควรมั่นใจว่า อาคารที่เราจะนำต้นไม้เข้ามาปลูกมีแสงธรรมชาติเข้ามาพอสมควร และมีอากาศถ่ายเท

เงื่อนไขถัดมาก็คือ พอนำต้นไม้เข้ามาปลูกในอาคาร เราต้องลดการให้น้ำลง เพราะอัตราการระเหยของน้ำไม่ดีเหมือนกลางแจ้ง ดังนั้นถ้าเราให้น้ำในปริมาณเดิม อาจเน่าได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือ รดเมื่อแห้ง

ข้อมูลสุดท้ายที่ควรทราบคือ การย้ายต้นไม้จากกลางแจ้งมาปลูกในที่รำไร ถึงแม้ว่าหลายชนิดจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่ก็อาจจะไม่สวยสมบูรณ์เหมือนอยู่กลางแจ้ง ดังนั้นจึงต้องทำใจล่วงหน้าว่า ต้นไม้ของเราอาจจะมีทรงที่ชะลูดกว่าปกติ มีสีที่จางลง ไม่พุ่มใบที่ไม่แน่น และอยากจะที่ออกดอกออกผลได้

ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราสดชื่นตลอดเวลา ก็ต้องย้ายออกไปรับแสงนอกห้องบ้าง

01

สลัดได

Euphorbia antiquorum L.

สลัดได
สลัดได

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียที่มีขนาดใหญ่ จุดเด่นคือ แต่ละต้นมีลีลาของกิ่งก้านที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งสีขาว สีเขียว และสีหยกแบบเป็นก้อน มีความหลากหลายมาก ถึงจะเป็นไม้ที่โดยธรรมชาติชอบแดดจัดแต่ก็ปลูกในอาคารได้ แต่ต้องลดการให้น้ำลง ใช้วัสดุปลูกที่ไม่อุุ้มน้ำ ไม่อย่างนั้นจะเน่า อีกอย่างที่ต้องทราบคือ การนำไม้แดดมาปลูกในแสงรำไร ไม้จะยืดต้นและกิ่งก้าน ทรงจึงไม่สวยเหมือนอยู่กลางแดด

02

พญาไร้ใบ

Euphorbia tirucalli L.

พญาไร้ใบ

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียอีกต้นที่เราคุ้นเคยกันดี เรานำพญาไร้ใบเข้ามาปลูกในอาคารได้ ทั้งการปลูกเป็นต้น และตัดเป็นกิ่งมาแช่น้ำ วิธีดูแลเหมือนสลัดได จุดเด่นของพญาไร้ใบคือเส้นสายที่สวยงาม แต่ต้องระวังยาง ถ้าบ้านไหนมีเด็ก อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ

03

อะกาเว

Agave

อะกาเว
อะกาเว

อะกาเวเป็นพืชกลางแดดอีกชนิดที่เอาเข้ามาปลูกในอาคารได้ ข้อดีของอะกาเวคือฟอร์มที่มีคาแรกเตอร์ แต่ข้อเสียคือมีหนาม สกุลนี้มีหลายชนิด ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ Agave americana หรือป่านศรนารายณ์ที่มีหลายสี กับอะกาเวปากนกแก้ว Agave attenuata Salm-Dyck สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ เมื่อนำเข้ามาในอาคารต้องลดการให้น้ำลง และฟอร์มของต้นไม้อาจจะยืดขึ้นต่างจากตอนที่อยู่กลางแดด

04

อะโล

Aloe

อะโล

อะโลเป็นสกุลของไม้อวบน้ำที่มีราว 500 ชนิด พันธุ์ที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ Aloe vera หรือว่านหางจระเข้ เรานำอะโลเข้ามาปลูกในอาคารได้ เพียงแต่ต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม พันธุ์ที่แนะนำคือพวกอะโลประดับซึ่งมีลวดลายและสีสันของใบ แต่เมื่อนำมาปลูกในอาคารแล้ว สีสันอาจจะไม่สดเหมือนอยู่กลางแดด

05

จันผา

Dracaena loureiri Gagnep.

จันผา

จันผา (หรือจันทร์แดง) เป็นไม้ที่ขึ้นตามเขาหินปูน ลำต้นเป็นทรงกลม แตกใบตรงยอด แต่ละต้นมีลีลาของตนเองไม่เหมือนกัน จึงเลือกให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ได้ เป็นต้นที่เหมาะจะวางเป็นไม้ประธานของห้อง เพราะมีขนาดใหญ่ แล้วก็ยังมีต้นจันหนู (Dracaena kaweesakii Wilkin & Suksathan) ที่มีใบเล็กลงให้เลือกด้วย

06

ปรงมาเจ

Dioon mejiae

ปรงมาเจ

ปรงก็เป็นต้นไม้อีกสกุลหนึ่งที่นำมาเลี้ยงในห้องได้ ลักษณะของปรงคือมีลำต้นที่สูงขึ้นไปแล้วแตกยอดด้านบน ด้านล่างเป็นลำต้นเกลี้ยงๆ นานๆ จะแตกใบใหม่สักครั้ง นอกจากปรงมาเจแล้ว อีกพันธุ์ที่คนนิยมกันคือ ปรงญี่ปุุ่น (Cycas revolute Thunb.) ที่เราเห็นขายกันทั่วไปคือ เป็นหัวเล็กๆ สำหรับปลูกบนโต๊ะ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น จะมีขนาดใหญ่มาก และจะไม่ชะลูดขึ้นด้านบนเหมือนจันผา แต่ลำต้นจะอวบขึ้น ถ้าชอบปรงที่มีลักษณะชะลูดขึ้น ต้องเลือกปรงเขาชะเมา (Cycas chamaoensis)

07

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

Cibotium barometz (L.) J.Sm.

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง
เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

เป็นเฟินที่มีเสน่ห์ตรงขนสีทองบริเวณหัว เวลาที่ใบเริ่มแทงยอดออกมาก็สวย พอคลี่ออกมาเต็มใบก็สวยอีกแบบ ทนร่มได้พอสมควร มีตั้งแต่ต้นเล็กๆ ตั้งบนโต๊ะ จนสููงถึง 2 เมตร ด้วยธรรมชาติของเฟินที่ชอบความชื้นจึงควรเลี้ยงแบบมีจานรองที่มีน้ำหล่ออยู่ตลอด

08

Bird of Paradise

Strelitzia nicolai

Bird of Paradise
Bird of Paradise

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้นนี้คือกล้วยพัด (Ravenala madagascariensis) แค่อยู่ในวงศ์เดียวกัน แล้วก็สับสนกับต้นปักษาสวรรค์ (Strelitzia reginae) หรือ Bird of Paradise ที่มีดอกสีส้ม ต้นนี้ถือเป็นต้นที่คล้ายกับปักษาสวรรค์มาก มีดอกสีขาว มีลำต้นสูงและใหญ่กว่า จึงเป็นไม้ใบที่เหมาะจะปลูกประดับในบ้าน เป็นไม้ที่ฝรั่งปลูกไว้ในบ้านกันมานานมากแล้ว เราจะเห็นต้นนี้อยู่ในหนังสือแต่งบ้านของต่างประเทศตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน เคียงคู่มากับไทรใบสัก เป็นต้นไม้ฟอร์มสวยอีกชนิดที่เหมาะกับการปลููกในอาคาร

09

ปาล์มไผ่

Chamaedorea seifrizii Burret

ปาล์มไผ่
ปาล์มไผ่

เป็นไม้ประดับเก่าแก่ที่มีคนเล่นกันมา 30 กว่าปีเช่นกัน ตอนนี้อาจจะหาในท้องตลาดได้ยากขึ้น เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างทน ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ปลูกแล้วให้ความรูุ้สึกแบบย้อนยุคนิดๆ

10

มะกอกโอลีฟ

Olea europaea L.

มะกอกโอลีฟ
มะกอกโอลีฟ

เป็นต้นไม้ที่อยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในอาคาร มีทรงพุุ่มที่สวยเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้านำมาปลูกในอาคารแบบถาวร ทรงพุ่มก็จะไม่แน่นเหมือนอยู่กลางแจ้ง อ่านเรื่องมะกอกโอลีฟแบบเต็มๆ ได้ที่นี่ 

11

บอระเพ็ดพุงช้าง

Stephania suberosa

บอระเพ็ดพุงช้าง

ไม้โขดหลายชนิดก็นำเข้ามาปลูกในอาคารได้ อย่างเช่น บัวบกโขด (Stephania erecta Craib) แต่ต้นที่มีลูกเล่นกว่านิดหนึ่งคือ บอระเพ็ดพุงช้าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายบัวบก แต่ผิวสัมผัสของหัวมีลายเหมือนหนังช้าง เป็นไม้ที่แตกยอดเร็ว เลื้อยเร็ว

12

สับปะรด

Ananas comosus

สับปะรด, ต้นไม้, ปลูกในห้อง

ต้นสุดท้ายขอแนะนำต้นไม้ที่สวยมีเสน่ห์แบบไม่ซ้ำใคร นั่นก็คือการนำใบด้านบนหัวสับปะรดที่เรากิน มาปลูกต่อด้วยการแช่น้ำ โดยปกติเรานำส่วนนี้ไปปลูกต้นให้เป็นต้นใหม่ได้ด้วยการปักบนทราย หรือดินทรายเพื่อให้แตกรากเป็นต้นใหม่ แต่ถ้าเรานำมาแช่น้ำ ก็จะมีรากเช่นกัน เพียงแต่ต้นจะไม่โต และไม่มีลูก แต่เราก็จะได้ไม้ประดับทรงสวยที่แช่น้ำอยู่ในขวด ซึ่งอยู่ได้เป็นปี

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

กิ่งหมากผู้หมากเมีย (Cordyline) ใบยาวมีริ้วสีชมพูอ่อนแก่สลับกันเป็นลวดลายแปลกตาในขวดแก้วที่ตั้งเป็นประจำอยู่บนโต๊ะไม้มะค่าตัวใหญ่ของบ้าน ยังคงเป็นภาพที่พวกเราทุกคนในบ้านจดจำได้แม่นยำ

เมื่อมีโอกาสมานั่งล้อมวงคุยกันวันหนึ่ง พวกเราต่างเผยความสงสัยเรื่องจุกสำลีที่อุดปากขวดหมากผู้หมากเมียที่มีรากงอกอยู่ในขวดเต็มไปหมดนั้นออกมา ผมตั้งสมมติฐานเล่นๆ ในใจแล้วบอกทุกคนว่าน่าจะปิดไม่ให้อากาศเข้า ทำให้รากงอกเร็วขึ้น และอาจช่วยป้องกันไม่ให้ยุงลงไปไข่ พ่อผมเสริมอีกเหตุผลว่า น่าจะเป็นเรื่องการพยุงกิ่งในน้ำไม่ให้ขยับไปขยับมาทำให้รากเกิดการสะเทือน

เราไม่ได้สรุปเรื่องนี้กัน เพราะบทสนทนาของเราเปลี่ยนไปหลายเรื่องและไม่ได้วกกลับมาที่เรื่องนี้อีก แต่ผมคิดว่าก้อนสำลีที่อุดปากขวดเหล่านั้นทำหน้าที่ทั้งสามอย่างได้ดีไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าเหตุผลไหนจะเป็นเหตุผลเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด

ไม้ปักน้ำ ไม้ปักน้ำ

นอกจากต้นหมากผู้หมากเมียแล้ว ต้นไม้ปักน้ำในบ้านที่ผมจำความได้ก็มีกิ่งโกสน ตอนนั้นผมอายุราว 7 – 8 ขวบ จำได้ว่าพ่อสะสมต้นไม้ไว้หลายชนิดในโรงเรือนเล็กๆ ข้างบ้าน บางช่วงพ่อก็มีบอนสีเต็มโรงเรือนง่ายๆ ของพ่อ บางช่วงก็เป็นต้นโกสนหลากสีสัน บางช่วงก็เป็นหมากผู้หมากเมีย ขวดแก้วที่มีกิ่งไม้ซึ่งเต็มไปด้วยรากขาวๆ ปักอยู่บนโต๊ะไม้มะค่าอาจเป็นการขยายพันธุ์ไม้สะสมของพ่อผม หรืออาจจะเป็นแจกันประดับโต๊ะฝีมือแม่ผม ซึ่งผมไม่ค่อยแน่ใจนัก

หลังยุคโกสนและหมากพู่หมากเมียปักน้ำ ผมแทบไม่เห็นไม้ปักน้ำเท่าไหร่ ที่เห็นบ้างก็เป็นพวกพลูด่าง พลูเขียว จนมาถึงยุคกวนอิมปักน้ำ ไม้โชคลาภที่คนซื้อมาประดับไว้ในบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกเหนือจากต้นไม้ที่ว่ามา ผมสงสัยว่ามีกิ่งไม้อื่นๆ อีกไหมที่เราสามารถนำมาปักน้ำเพื่อขยายพันธ์ุและตกแต่งบ้าน เรื่องนี้น่าสนุก ผมทดลองปักกิ่งพุด ลิปสลิด พญาไร้ใบ โรสแมรี่ บอนสี โกฐจุฬาลัมพา กระชาย บีโกเนีย ก้ามปูหลุด เงินไหล เฟินน้ำ เล็บครุฑ สะระแหน่ฟิลิปปินส์ สมุนไพรต่างๆ เช่น ก้านโหระพา ใบมินต์ที่เด็ดใบไปใช้ในครัวแล้ว แม้แต่แคคตัส หรือไม้อวบน้ำ (Succulent) ในแจกันใส

ทุกตัวแตกรากงอกออกมาในน้ำ เป็นการทดลองที่ไม่ได้ยุ่งยากและฝึกการสังเกตและการรอคอยได้เป็นอย่างดี จะน่าสนุกและตื่นเต้นแค่ไหนถ้าหากกิ่งไม้ที่เราเฝ้าสังเกตทุกวันเริ่มมีรากงอกออกมา

ไม้ปักน้ำ

ไม้ปักน้ำ

สำหรับเด็กน้อยวัยช่างสังเกตก็น่าจะเป็นกิจกรรมสนุกสนุกที่คุณพ่อคุณแม่ชวนพวกเขาตัดกิ่งไม้หลากชนิดมาปักน้ำในขวดแก้ว วางเรียงไว้บนโต๊ะหรือตามขอบหน้าต่าง แล้วให้เด็กเด็กเฝ้ารอวันที่กิ่งไม้มีรากงอกออกมา และจดบันทึกแยกชนิดต้นไม้ที่ปลูกในน้ำได้ กับปลูกไม่ได้ เป็นทั้งเรื่องการเรียนรู้ของลูกและเรื่องการตกแต่งบ้านของคุณพ่อคุณแม่

ข้อดีที่ชัดเจนมากของการนำไม้ปักน้ำมาประดับมุมต่างๆ ของบ้าน คือการกำจัดปัญหาเรื่องโรคแมลงและเชื้อโรคในดิน ไม่ต้องกังวลเรื่องการรดน้ำ วางบนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้ไม่เลอะเทอะ ปรับเปลี่ยนได้ง่าย เป็นเหมือนการจัดดอกไม้ แต่ได้อารมณ์แบบเขียวๆ ของต้นไม้ เหมาะกับคนหลงใหลความชอุ่มของใบไม้และอยากให้บ้านเต็มไปด้วยสีเขียว และที่สำคัญแจกันกิ่งไม้ของเราจะอยู่กับเรานานกว่าแจกันดอกไม้มาก แม้กิ่งบางกิ่งเมื่อเราเอามาปักแล้วไม่ยอมออกรากสักที ก็สามารถปักอยู่ในน้ำได้แรมเดือน เช่น กิ่งทีทรี (Tea Tree)

ไม้ปักน้ำ ต้นไม้แช่น้ำ ทางเลือกใหม่ในการปลูกต้นไม้ในห้อง

ภาชนะที่ใช้ควรเป็นภาชนะใส รูปทรงต่างๆ ตามชอบ หรือตามที่หาได้ในบ้าน เหลี่ยม กลม โค้งมน สั้น สูง หรือเป็นขวดเหลือใช้ ขวดรีไซเคิล ก็เป็นเรื่องที่ดีงาม เพื่อความสวยงามแนะนำให้เป็นขวดแก้วใสมากกว่าขวดพลาสติก ความใสของขวดจะช่วยให้เราเห็นรากสวยๆ ของต้นไม้ และเราก็ได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของรากและกิ่งไปพร้อมๆ กัน

วิธีตัดกิ่ง เลือกตัดบริเวณโคนใบเฉียง 45 องศาบริเวณที่เรียกว่า Leaf Node ถ้าเราตัดบริเวณนี้จะช่วยให้รากงอกเร็วเพราะบริเวณนี้มีฮอร์โมนอยู่ หลังจากนั้นให้รูดใบด้านล่างออก บางคนอาจจุ่มฮอร์โมนเร่งราก (Hormone Powder) เพื่อให้รากงอกเร็ว แต่เรามีวิธีให้ฮอร์โมนรากแบบง่ายๆ ด้วยการจุ่มกิ่งลงไปในน้ำผึ้ง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อ ทำให้กิ่งของเราไม่ติดเชื้อ และน้ำผึ้งยังมีแร่ธาตุและสารอาหารช่วยกระตุ้นให้รากงอกเร็วขึ้นด้วย

น้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงพืชปักน้ำ แม้ว่าเราจะใช้น้ำก๊อกได้ แต่ถ้าเราเลือกใช้น้ำแร่ในการปลูกก็จะช่วยให้พืชได้รับสารอาหารจากน้ำได้มากขึ้น ปริมาณน้ำที่ใช้ไม่ควรสูงกว่าปลายกิ่ง 1 – 2 นิ้ว ขึ้นกับชนิดของต้นไม้ และควรดูแลให้น้ำในขวดใสสะอาดอยู่เสมอ เพื่อความสวยงามและป้องกันเรื่องการเพาะพันธุ์ของยุง

ไม้ปักน้ำ ไม้ปักน้ำ

สำหรับแคคตัสและไม้อวบน้ำชนิดต่างๆ เราต้องนำมาตัดรากเก่า (รากดิน) ทิ้งแล้ววางไว้ปากขวด เพื่อรอรากขาวๆ ใหม่ๆ (รากน้ำ) งอกออกมาหาน้ำเอง แต่ถ้าไม่ตัดรากดินทิ้ง มันจะเน่า

ขวดไม้ปักน้ำเหล่านี้เราสามารถนำไปตกแต่งโต๊ะอาหาร ผนังบ้าน ขอบหน้าต่าง โต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือ โต๊ะหัวเตียง มุมต่างๆ ของบ้านโดยเลือกขนาดและชนิดของกิ่งของต้นไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่นำไปจัดวาง

ถึงตรงนี้ถ้าหลายคนนึกสนุกอยากทำการทดลองไปด้วยกัน ลองหากรรไกรตัดกิ่งไม้สักอัน แล้วเดินออกไปในสวนดูสิว่ามีกิ่งไม้อะไรบ้างที่ถึงเวลาต้องเล็มทิ้งเพราะยื่นออกมาบังทางเดิน หรือมีต้นไม้ใบสวยๆ ที่อยากได้ไปวางบนโต๊ะอาหาร ห้องนอน ชั้นหนังสือ บ้างไหม แนะนำว่าเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นดีที่สุดครับ ขอให้ทุกคนเพลิดเพลินกับการทดลองสนุกๆ ครั้งนี้นะครับ

Writer & Photographer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load