ในยามที่เราต้องกลับมาอยู่บ้านกันเป็นหลัก หลายคนเริ่มมองหาต้นไม้มาเพิ่มความเขียวให้กับห้องอีกครั้ง แต่อยากหาต้นไม้ใหม่ๆ ที่ต่างไปจากไม้ใบฮิตๆ ที่ใครๆ ก็ปลูกกัน

ขอแนะนำว่า ยังมีต้นไม้อีกหลายประเภทที่นำมาปลูกในอาคารได้ แต่ละชนิดก็มีรูปทรงและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ภายในอาคารของเรามีบรรยากาศที่สวยแตกต่างจากไม้ใบทั่วไป

12 ต้นไม้ทรงสวย ไม่ใช่ไม้ใบ ปลูกแล้วเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้

แต่ก่อนอื่น ควรมั่นใจว่า อาคารที่เราจะนำต้นไม้เข้ามาปลูกมีแสงธรรมชาติเข้ามาพอสมควร และมีอากาศถ่ายเท

เงื่อนไขถัดมาก็คือ พอนำต้นไม้เข้ามาปลูกในอาคาร เราต้องลดการให้น้ำลง เพราะอัตราการระเหยของน้ำไม่ดีเหมือนกลางแจ้ง ดังนั้นถ้าเราให้น้ำในปริมาณเดิม อาจเน่าได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือ รดเมื่อแห้ง

ข้อมูลสุดท้ายที่ควรทราบคือ การย้ายต้นไม้จากกลางแจ้งมาปลูกในที่รำไร ถึงแม้ว่าหลายชนิดจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่ก็อาจจะไม่สวยสมบูรณ์เหมือนอยู่กลางแจ้ง ดังนั้นจึงต้องทำใจล่วงหน้าว่า ต้นไม้ของเราอาจจะมีทรงที่ชะลูดกว่าปกติ มีสีที่จางลง ไม่พุ่มใบที่ไม่แน่น และอยากจะที่ออกดอกออกผลได้

ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราสดชื่นตลอดเวลา ก็ต้องย้ายออกไปรับแสงนอกห้องบ้าง

01

สลัดได

Euphorbia antiquorum L.

สลัดได
สลัดได

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียที่มีขนาดใหญ่ จุดเด่นคือ แต่ละต้นมีลีลาของกิ่งก้านที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งสีขาว สีเขียว และสีหยกแบบเป็นก้อน มีความหลากหลายมาก ถึงจะเป็นไม้ที่โดยธรรมชาติชอบแดดจัดแต่ก็ปลูกในอาคารได้ แต่ต้องลดการให้น้ำลง ใช้วัสดุปลูกที่ไม่อุุ้มน้ำ ไม่อย่างนั้นจะเน่า อีกอย่างที่ต้องทราบคือ การนำไม้แดดมาปลูกในแสงรำไร ไม้จะยืดต้นและกิ่งก้าน ทรงจึงไม่สวยเหมือนอยู่กลางแดด

02

พญาไร้ใบ

Euphorbia tirucalli L.

พญาไร้ใบ

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียอีกต้นที่เราคุ้นเคยกันดี เรานำพญาไร้ใบเข้ามาปลูกในอาคารได้ ทั้งการปลูกเป็นต้น และตัดเป็นกิ่งมาแช่น้ำ วิธีดูแลเหมือนสลัดได จุดเด่นของพญาไร้ใบคือเส้นสายที่สวยงาม แต่ต้องระวังยาง ถ้าบ้านไหนมีเด็ก อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ

03

อะกาเว

Agave

อะกาเว
อะกาเว

อะกาเวเป็นพืชกลางแดดอีกชนิดที่เอาเข้ามาปลูกในอาคารได้ ข้อดีของอะกาเวคือฟอร์มที่มีคาแรกเตอร์ แต่ข้อเสียคือมีหนาม สกุลนี้มีหลายชนิด ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ Agave americana หรือป่านศรนารายณ์ที่มีหลายสี กับอะกาเวปากนกแก้ว Agave attenuata Salm-Dyck สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ เมื่อนำเข้ามาในอาคารต้องลดการให้น้ำลง และฟอร์มของต้นไม้อาจจะยืดขึ้นต่างจากตอนที่อยู่กลางแดด

04

อะโล

Aloe

อะโล

อะโลเป็นสกุลของไม้อวบน้ำที่มีราว 500 ชนิด พันธุ์ที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ Aloe vera หรือว่านหางจระเข้ เรานำอะโลเข้ามาปลูกในอาคารได้ เพียงแต่ต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม พันธุ์ที่แนะนำคือพวกอะโลประดับซึ่งมีลวดลายและสีสันของใบ แต่เมื่อนำมาปลูกในอาคารแล้ว สีสันอาจจะไม่สดเหมือนอยู่กลางแดด

05

จันผา

Dracaena loureiri Gagnep.

จันผา

จันผา (หรือจันทร์แดง) เป็นไม้ที่ขึ้นตามเขาหินปูน ลำต้นเป็นทรงกลม แตกใบตรงยอด แต่ละต้นมีลีลาของตนเองไม่เหมือนกัน จึงเลือกให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ได้ เป็นต้นที่เหมาะจะวางเป็นไม้ประธานของห้อง เพราะมีขนาดใหญ่ แล้วก็ยังมีต้นจันหนู (Dracaena kaweesakii Wilkin & Suksathan) ที่มีใบเล็กลงให้เลือกด้วย

06

ปรงมาเจ

Dioon mejiae

ปรงมาเจ

ปรงก็เป็นต้นไม้อีกสกุลหนึ่งที่นำมาเลี้ยงในห้องได้ ลักษณะของปรงคือมีลำต้นที่สูงขึ้นไปแล้วแตกยอดด้านบน ด้านล่างเป็นลำต้นเกลี้ยงๆ นานๆ จะแตกใบใหม่สักครั้ง นอกจากปรงมาเจแล้ว อีกพันธุ์ที่คนนิยมกันคือ ปรงญี่ปุุ่น (Cycas revolute Thunb.) ที่เราเห็นขายกันทั่วไปคือ เป็นหัวเล็กๆ สำหรับปลูกบนโต๊ะ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น จะมีขนาดใหญ่มาก และจะไม่ชะลูดขึ้นด้านบนเหมือนจันผา แต่ลำต้นจะอวบขึ้น ถ้าชอบปรงที่มีลักษณะชะลูดขึ้น ต้องเลือกปรงเขาชะเมา (Cycas chamaoensis)

07

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

Cibotium barometz (L.) J.Sm.

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง
เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

เป็นเฟินที่มีเสน่ห์ตรงขนสีทองบริเวณหัว เวลาที่ใบเริ่มแทงยอดออกมาก็สวย พอคลี่ออกมาเต็มใบก็สวยอีกแบบ ทนร่มได้พอสมควร มีตั้งแต่ต้นเล็กๆ ตั้งบนโต๊ะ จนสููงถึง 2 เมตร ด้วยธรรมชาติของเฟินที่ชอบความชื้นจึงควรเลี้ยงแบบมีจานรองที่มีน้ำหล่ออยู่ตลอด

08

Bird of Paradise

Strelitzia nicolai

Bird of Paradise
Bird of Paradise

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้นนี้คือกล้วยพัด (Ravenala madagascariensis) แค่อยู่ในวงศ์เดียวกัน แล้วก็สับสนกับต้นปักษาสวรรค์ (Strelitzia reginae) หรือ Bird of Paradise ที่มีดอกสีส้ม ต้นนี้ถือเป็นต้นที่คล้ายกับปักษาสวรรค์มาก มีดอกสีขาว มีลำต้นสูงและใหญ่กว่า จึงเป็นไม้ใบที่เหมาะจะปลูกประดับในบ้าน เป็นไม้ที่ฝรั่งปลูกไว้ในบ้านกันมานานมากแล้ว เราจะเห็นต้นนี้อยู่ในหนังสือแต่งบ้านของต่างประเทศตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน เคียงคู่มากับไทรใบสัก เป็นต้นไม้ฟอร์มสวยอีกชนิดที่เหมาะกับการปลููกในอาคาร

09

ปาล์มไผ่

Chamaedorea seifrizii Burret

ปาล์มไผ่
ปาล์มไผ่

เป็นไม้ประดับเก่าแก่ที่มีคนเล่นกันมา 30 กว่าปีเช่นกัน ตอนนี้อาจจะหาในท้องตลาดได้ยากขึ้น เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างทน ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ปลูกแล้วให้ความรูุ้สึกแบบย้อนยุคนิดๆ

10

มะกอกโอลีฟ

Olea europaea L.

มะกอกโอลีฟ
มะกอกโอลีฟ

เป็นต้นไม้ที่อยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในอาคาร มีทรงพุุ่มที่สวยเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้านำมาปลูกในอาคารแบบถาวร ทรงพุ่มก็จะไม่แน่นเหมือนอยู่กลางแจ้ง อ่านเรื่องมะกอกโอลีฟแบบเต็มๆ ได้ที่นี่ 

11

บอระเพ็ดพุงช้าง

Stephania suberosa

บอระเพ็ดพุงช้าง

ไม้โขดหลายชนิดก็นำเข้ามาปลูกในอาคารได้ อย่างเช่น บัวบกโขด (Stephania erecta Craib) แต่ต้นที่มีลูกเล่นกว่านิดหนึ่งคือ บอระเพ็ดพุงช้าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายบัวบก แต่ผิวสัมผัสของหัวมีลายเหมือนหนังช้าง เป็นไม้ที่แตกยอดเร็ว เลื้อยเร็ว

12

สับปะรด

Ananas comosus

สับปะรด, ต้นไม้, ปลูกในห้อง

ต้นสุดท้ายขอแนะนำต้นไม้ที่สวยมีเสน่ห์แบบไม่ซ้ำใคร นั่นก็คือการนำใบด้านบนหัวสับปะรดที่เรากิน มาปลูกต่อด้วยการแช่น้ำ โดยปกติเรานำส่วนนี้ไปปลูกต้นให้เป็นต้นใหม่ได้ด้วยการปักบนทราย หรือดินทรายเพื่อให้แตกรากเป็นต้นใหม่ แต่ถ้าเรานำมาแช่น้ำ ก็จะมีรากเช่นกัน เพียงแต่ต้นจะไม่โต และไม่มีลูก แต่เราก็จะได้ไม้ประดับทรงสวยที่แช่น้ำอยู่ในขวด ซึ่งอยู่ได้เป็นปี

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

มินต์ (Mint) เป็นต้นไม้อีกชนิดที่น่าปลูกติดบ้านไว้เป็นที่สุด แต่ก่อนที่เราจะแนะนำว่ามินต์ทำอะไรได้บ้าง ขอเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจก่อนว่า มินต์เป็นพืชในสกุล Mentha ส่วนสะระแหน่ ที่หลายคนเรียกว่ามินต์ อยู่ในสกุล Melissa ดังนั้นจะนับว่าสะระแหน่เป็นมินต์ก็อาจจะไม่ถูกนัก แต่ก็ไม่ถึงขั้นผิดเสียทีเดียว เพราะทั้งมินต์และสะระแหน่อยู่ในวงศ์ Lamiaceae ซึ่งภาษาไทยเรียกว่าเป็น วงศ์กะเพรา หรือ วงศ์มินต์

มินต์ที่เราจะแนะนำในวันนี้หลายตัวมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย จึงมีชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกัน เพื่อไม่ให้สับสน เราก็เลยขอแนะนำด้วยชื่อทั่วไปที่คนรู้จักและใช้เรียกตอนซื้อขายกัน

เนื่องจากมินต์เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ เดิมจึงมีในเมืองไทยให้เลือกซื้อหาแค่ไม่กี่พันธุ์ และเลี้ยงค่อนข้างยาก แต่ปัจจุบัน มีคนนำมาเข้ามาเยอะมาก และดูเหมือนจะทนกับสภาพอากาศบ้านเราได้ดีขึ้น การปลูกมินต์ในเมืองไทยจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

มินต์เป็นสมุนไพรฝรั่งที่น่าปลูกที่สุด น่าปลูกมากกว่าต้นไม้ยอดฮิตอย่างโรสแมรี่ด้วย เพราะเอามาใช้งานได้ง่ายกว่า แค่เด็ดใบมาใส่แก้ว แล้วเทน้ำร้อนใส่ เราก็ได้ชามินต์แล้ว จะนำมาผสมในเครื่องดื่มอื่น ๆ ก็ได้ ใช้โรยหน้าและทำอาหารได้หลายประเภท มีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืด ขับลม แล้วก็ยังเอาไปสกัดทำน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำตบได้ด้วย

ส่วนคนที่ไม่ได้ทำอาหาร มินต์ก็ยังใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ เพราะมีดอกเล็ก ๆ ที่สวยน่ารัก ทรงของใบก็สวยมีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละพันธุ์

แนะนำมินต์ 9 พันธุ์ สมุนไพรฝรั่งที่น่าปลูกสุดในบ้าน ได้ทั้งดู ดม และกิน

วิธีปลูกมินต์นั้นง่ายมาก มินต์ชอบแดดและไม่ชอบความแฉะแบบเดียวกับโรสแมรี่ วัสดุปลูกจึงควรใช้ดินผสมวัสดุโปร่งอย่างแกลบดิบ กาบมะพร้าวสับ หรือขุยมะพร้าว เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี ป้องกันน้ำขัง เชื้อรา และอาการเน่าที่จะตามมา แล้วก็ต้องปลูกในที่แดดจัด ๆ ถ้าได้รับแดดร้อยเปอร์เซ็นต์หรือโดนแดดตลอดทั้งวันก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ ก็ควรจะโดนแดดสัก 60 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อย่ารดน้ำมากจนเกินไป รดวันละครั้งในช่วงเช้าก็พอ

มินต์เป็นต้นไม้ที่อยู่ได้หลายปี แต่ต้องหมั่นตัดแต่งให้แตกยอดใหม่ หรือไม่ก็ปักชำขยายพันธุ์ให้เกิดต้นใหม่ไปเรื่อย ๆ วิธีการปักชำที่ง่ายที่สุดก็คือ ชำน้ำ หรือเอาไปแช่น้ำจนรากงอก แล้วค่อยย้ายไปลงดิน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปักชำคือ ตอนที่เราตัดก้านมาใช้ทำอาหาร พอเด็ดใบออกหมด ก็นำก้านนั้นไปแช่น้ำ ตั้งไว้ในที่แดดรำไร อย่าให้โดนแดดตรง ๆ ไม่กี่วันรากก็จะงอก

ส่วนคนที่กำลังเลือกซื้อต้นมินต์ ขอแนะนำว่าให้ซื้อต้นที่มีสภาพดีที่สุด อย่าซื้อต้นที่สลดหรือโทรม เพราะใช้เวลานานมากกว่าจะฟื้นกลับมาสดชื่นได้

แล้วถ้าสงสัยว่าควรจะเลือกพันธุ์ไหนดี ก็ขอแนะนำว่ามินต์ทุกตัวมีกลิ่นที่ต่างกันเล็กน้อย เราเลือกจากกลิ่นที่ชอบได้เลย ถ้าเน้นซื้อไปประดับ ก็เลือกจากทรงและสีของใบที่ชอบ รวมไปถึงลักษณะดอก

มาทำความรู้จักกับมินต์ 9 พันธุ์นี้กันสักนิด แล้วค่อยตัดสินใจว่า คุณอยากได้ต้นไหนมาไว้ในบ้าน

1
คาลามินต์

Calamint

คาลามินต์, Calamint
แนะนำมินต์ 9 พันธุ์ สมุนไพรฝรั่งที่น่าปลูกสุดในบ้าน ได้ทั้งดู ดม และกิน

คาลามินต์เป็นมินต์ที่ถูกหยิบมาใช้จัดสวนบ่อยที่สุด จะถือว่าเป็นไม้จัดสวนก็ยังได้ เพราะมีทรงพุ่มที่สวยและมีดอกสีขาวเล็ก ๆ ใช้เป็นไม้ประดับได้เลย ใบก็มีกลิ่นหอม เอาไปใช้งานในครัวได้สบาย

2
วอเตอร์มินต์

Water Mint

วอเตอร์มินต์, Water Mint

เป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่ายและนำมาใช้ทำเครื่องดื่มใน Little Tree มากที่สุด เพราะมีกลิ่นหอมที่ไม่ฉุนจนเกินไป เด็ดใช้จนใบใหม่แตกไม่ทันเลยทีเดียว

3
ไวต์มินต์

White Mint

ไวต์มินต์, White Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

ไวต์มินต์ มีอีกชื่อว่า มินต์ญี่ปุ่น (Japan Mint) จุดเด่นคือทรงใบค่อนข้างกลม ปลูกประดับก็สวย และมีกลิ่นหอมเย็น จึงเหมาะจะนำมาทำเครื่องดื่ม

4
แบล็กมินต์

Black Mint

Black Mint, แบล็กมินต์
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

จุดเด่นของแบล็กมินต์คือก้านที่เป็นสีดำ และใบที่มีขนาดเล็กกว่าไวต์มินต์ มีกลิ่นที่หอมแรงกว่าไวต์มินต์

5
สเปียร์มินต์

Spearmint

Spearmint, สเปียร์มินต์
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

เป็นมินต์ที่เราค่อนข้างคุ้นชื่อ เพราะมีการสกัดน้ำมันหอมระเหยมาใช้ รวมถึงนำไปทำชา แต่งกลิ่นขนม เครื่องดื่ม และยาสีฟันด้วย วิธีดูจำง่าย ๆ ก็คือ ทรงของใบที่แหลมเหมือนปลายหอก จึงได้ชื่อว่า สเปียร์มินต์

6
เปปเปอร์มินต์

Peppermint

เปปเปอร์มินต์, Peppermint

เปปเปอร์มินต์เป็นมินต์ที่เกิดจากการผสมระหว่างวอเตอร์มินต์กับสเปียร์มินต์ มีส่วนประกอบของเมนทอลเยอะ จึงทำให้นอกจากหอมแล้วยังมีความเย็นซ่าด้วย จึงถูกนำไปใช้กับทั้งลูกอมและยาดมที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

7
ไพน์แอปเปิ้ลมินต์

Pineapple Mint

ไพน์แอปเปิ้ลมินต์, Pineapple Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

บางทีก็เรียกว่า Apple Mint นิยมใช้ปลูกประดับ เลี้ยงง่าย แต่ก็ยังเอาใบไปทำอาหารได้ตามปกติ คนนิยมนำไปทำชา และอาหารหลายประเภท

8
ยูเอสมินต์

U.S. Mint

ยูเอสมินต์, U.S. Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

ยูเอสมินต์ หรือ มินต์อเมริกา มีจุดเด่นตรงก้านสีแดง ต่างจากพันธุ์อื่น ๆ แต่มีกลิ่นหอมเย็นเหมือนมินต์ นำไปใช้ทำอาหารและเครื่องดื่มได้ไม่ต่างกัน

9
ช็อกโกแลตมินต์

Chocolate Mint

ช็อกโกแลตมินต์, Chocolate Mint
รวมสารพัดการปลูกมินต์ที่น่าปลูกในบ้าน ทั้งดอกสวย ใบหอม ก้านดำ ก้านแดง ไปจนถึงใบกลิ่นช็อกโกแลต แต่รสส้ม

ช็อกโกแลตมินต์ เกิดจาการผสมของมินต์สองสายพันธุ์คือ M. Citrata (orange mint) กับ M. piperita สิ่งที่ได้ก็คือมินต์ที่มีกลิ่นแบบช็อกโกแล็ต แต่ยังคงรสส้มจาง ๆ เหมือน Orange Mint ส่วนใบมีสีเขียวเข้มกว่ามินต์ชนิดอื่น ๆ และมีดอกสีม่วงอ่อน จะปลูกประดับก็สวยเช่นกัน

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load