19 เมษายน 2564
21.00 K

ในยามที่เราต้องกลับมาอยู่บ้านกันเป็นหลัก หลายคนเริ่มมองหาต้นไม้มาเพิ่มความเขียวให้กับห้องอีกครั้ง แต่อยากหาต้นไม้ใหม่ๆ ที่ต่างไปจากไม้ใบฮิตๆ ที่ใครๆ ก็ปลูกกัน

ขอแนะนำว่า ยังมีต้นไม้อีกหลายประเภทที่นำมาปลูกในอาคารได้ แต่ละชนิดก็มีรูปทรงและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ภายในอาคารของเรามีบรรยากาศที่สวยแตกต่างจากไม้ใบทั่วไป

12 ต้นไม้ทรงสวย ไม่ใช่ไม้ใบ ปลูกแล้วเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้

แต่ก่อนอื่น ควรมั่นใจว่า อาคารที่เราจะนำต้นไม้เข้ามาปลูกมีแสงธรรมชาติเข้ามาพอสมควร และมีอากาศถ่ายเท

เงื่อนไขถัดมาก็คือ พอนำต้นไม้เข้ามาปลูกในอาคาร เราต้องลดการให้น้ำลง เพราะอัตราการระเหยของน้ำไม่ดีเหมือนกลางแจ้ง ดังนั้นถ้าเราให้น้ำในปริมาณเดิม อาจเน่าได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือ รดเมื่อแห้ง

ข้อมูลสุดท้ายที่ควรทราบคือ การย้ายต้นไม้จากกลางแจ้งมาปลูกในที่รำไร ถึงแม้ว่าหลายชนิดจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่ก็อาจจะไม่สวยสมบูรณ์เหมือนอยู่กลางแจ้ง ดังนั้นจึงต้องทำใจล่วงหน้าว่า ต้นไม้ของเราอาจจะมีทรงที่ชะลูดกว่าปกติ มีสีที่จางลง ไม่พุ่มใบที่ไม่แน่น และอยากจะที่ออกดอกออกผลได้

ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราสดชื่นตลอดเวลา ก็ต้องย้ายออกไปรับแสงนอกห้องบ้าง

01

สลัดได

Euphorbia antiquorum L.

สลัดได
สลัดได

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียที่มีขนาดใหญ่ จุดเด่นคือ แต่ละต้นมีลีลาของกิ่งก้านที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งสีขาว สีเขียว และสีหยกแบบเป็นก้อน มีความหลากหลายมาก ถึงจะเป็นไม้ที่โดยธรรมชาติชอบแดดจัดแต่ก็ปลูกในอาคารได้ แต่ต้องลดการให้น้ำลง ใช้วัสดุปลูกที่ไม่อุุ้มน้ำ ไม่อย่างนั้นจะเน่า อีกอย่างที่ต้องทราบคือ การนำไม้แดดมาปลูกในแสงรำไร ไม้จะยืดต้นและกิ่งก้าน ทรงจึงไม่สวยเหมือนอยู่กลางแดด

02

พญาไร้ใบ

Euphorbia tirucalli L.

พญาไร้ใบ

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียอีกต้นที่เราคุ้นเคยกันดี เรานำพญาไร้ใบเข้ามาปลูกในอาคารได้ ทั้งการปลูกเป็นต้น และตัดเป็นกิ่งมาแช่น้ำ วิธีดูแลเหมือนสลัดได จุดเด่นของพญาไร้ใบคือเส้นสายที่สวยงาม แต่ต้องระวังยาง ถ้าบ้านไหนมีเด็ก อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ

03

อะกาเว

Agave

อะกาเว
อะกาเว

อะกาเวเป็นพืชกลางแดดอีกชนิดที่เอาเข้ามาปลูกในอาคารได้ ข้อดีของอะกาเวคือฟอร์มที่มีคาแรกเตอร์ แต่ข้อเสียคือมีหนาม สกุลนี้มีหลายชนิด ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ Agave americana หรือป่านศรนารายณ์ที่มีหลายสี กับอะกาเวปากนกแก้ว Agave attenuata Salm-Dyck สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ เมื่อนำเข้ามาในอาคารต้องลดการให้น้ำลง และฟอร์มของต้นไม้อาจจะยืดขึ้นต่างจากตอนที่อยู่กลางแดด

04

อะโล

Aloe

อะโล

อะโลเป็นสกุลของไม้อวบน้ำที่มีราว 500 ชนิด พันธุ์ที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ Aloe vera หรือว่านหางจระเข้ เรานำอะโลเข้ามาปลูกในอาคารได้ เพียงแต่ต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม พันธุ์ที่แนะนำคือพวกอะโลประดับซึ่งมีลวดลายและสีสันของใบ แต่เมื่อนำมาปลูกในอาคารแล้ว สีสันอาจจะไม่สดเหมือนอยู่กลางแดด

05

จันผา

Dracaena loureiri Gagnep.

จันผา

จันผา (หรือจันทร์แดง) เป็นไม้ที่ขึ้นตามเขาหินปูน ลำต้นเป็นทรงกลม แตกใบตรงยอด แต่ละต้นมีลีลาของตนเองไม่เหมือนกัน จึงเลือกให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ได้ เป็นต้นที่เหมาะจะวางเป็นไม้ประธานของห้อง เพราะมีขนาดใหญ่ แล้วก็ยังมีต้นจันหนู (Dracaena kaweesakii Wilkin & Suksathan) ที่มีใบเล็กลงให้เลือกด้วย

06

ปรงมาเจ

Dioon mejiae

ปรงมาเจ

ปรงก็เป็นต้นไม้อีกสกุลหนึ่งที่นำมาเลี้ยงในห้องได้ ลักษณะของปรงคือมีลำต้นที่สูงขึ้นไปแล้วแตกยอดด้านบน ด้านล่างเป็นลำต้นเกลี้ยงๆ นานๆ จะแตกใบใหม่สักครั้ง นอกจากปรงมาเจแล้ว อีกพันธุ์ที่คนนิยมกันคือ ปรงญี่ปุุ่น (Cycas revolute Thunb.) ที่เราเห็นขายกันทั่วไปคือ เป็นหัวเล็กๆ สำหรับปลูกบนโต๊ะ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น จะมีขนาดใหญ่มาก และจะไม่ชะลูดขึ้นด้านบนเหมือนจันผา แต่ลำต้นจะอวบขึ้น ถ้าชอบปรงที่มีลักษณะชะลูดขึ้น ต้องเลือกปรงเขาชะเมา (Cycas chamaoensis)

07

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

Cibotium barometz (L.) J.Sm.

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง
เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

เป็นเฟินที่มีเสน่ห์ตรงขนสีทองบริเวณหัว เวลาที่ใบเริ่มแทงยอดออกมาก็สวย พอคลี่ออกมาเต็มใบก็สวยอีกแบบ ทนร่มได้พอสมควร มีตั้งแต่ต้นเล็กๆ ตั้งบนโต๊ะ จนสููงถึง 2 เมตร ด้วยธรรมชาติของเฟินที่ชอบความชื้นจึงควรเลี้ยงแบบมีจานรองที่มีน้ำหล่ออยู่ตลอด

08

Bird of Paradise

Strelitzia nicolai

Bird of Paradise
Bird of Paradise

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้นนี้คือกล้วยพัด (Ravenala madagascariensis) แค่อยู่ในวงศ์เดียวกัน แล้วก็สับสนกับต้นปักษาสวรรค์ (Strelitzia reginae) หรือ Bird of Paradise ที่มีดอกสีส้ม ต้นนี้ถือเป็นต้นที่คล้ายกับปักษาสวรรค์มาก มีดอกสีขาว มีลำต้นสูงและใหญ่กว่า จึงเป็นไม้ใบที่เหมาะจะปลูกประดับในบ้าน เป็นไม้ที่ฝรั่งปลูกไว้ในบ้านกันมานานมากแล้ว เราจะเห็นต้นนี้อยู่ในหนังสือแต่งบ้านของต่างประเทศตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน เคียงคู่มากับไทรใบสัก เป็นต้นไม้ฟอร์มสวยอีกชนิดที่เหมาะกับการปลููกในอาคาร

09

ปาล์มไผ่

Chamaedorea seifrizii Burret

ปาล์มไผ่
ปาล์มไผ่

เป็นไม้ประดับเก่าแก่ที่มีคนเล่นกันมา 30 กว่าปีเช่นกัน ตอนนี้อาจจะหาในท้องตลาดได้ยากขึ้น เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างทน ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ปลูกแล้วให้ความรูุ้สึกแบบย้อนยุคนิดๆ

10

มะกอกโอลีฟ

Olea europaea L.

มะกอกโอลีฟ
มะกอกโอลีฟ

เป็นต้นไม้ที่อยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในอาคาร มีทรงพุุ่มที่สวยเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้านำมาปลูกในอาคารแบบถาวร ทรงพุ่มก็จะไม่แน่นเหมือนอยู่กลางแจ้ง อ่านเรื่องมะกอกโอลีฟแบบเต็มๆ ได้ที่นี่ 

11

บอระเพ็ดพุงช้าง

Stephania suberosa

บอระเพ็ดพุงช้าง

ไม้โขดหลายชนิดก็นำเข้ามาปลูกในอาคารได้ อย่างเช่น บัวบกโขด (Stephania erecta Craib) แต่ต้นที่มีลูกเล่นกว่านิดหนึ่งคือ บอระเพ็ดพุงช้าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายบัวบก แต่ผิวสัมผัสของหัวมีลายเหมือนหนังช้าง เป็นไม้ที่แตกยอดเร็ว เลื้อยเร็ว

12

สับปะรด

Ananas comosus

สับปะรด, ต้นไม้, ปลูกในห้อง

ต้นสุดท้ายขอแนะนำต้นไม้ที่สวยมีเสน่ห์แบบไม่ซ้ำใคร นั่นก็คือการนำใบด้านบนหัวสับปะรดที่เรากิน มาปลูกต่อด้วยการแช่น้ำ โดยปกติเรานำส่วนนี้ไปปลูกต้นให้เป็นต้นใหม่ได้ด้วยการปักบนทราย หรือดินทรายเพื่อให้แตกรากเป็นต้นใหม่ แต่ถ้าเรานำมาแช่น้ำ ก็จะมีรากเช่นกัน เพียงแต่ต้นจะไม่โต และไม่มีลูก แต่เราก็จะได้ไม้ประดับทรงสวยที่แช่น้ำอยู่ในขวด ซึ่งอยู่ได้เป็นปี

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

16 มิถุนายน 2560
32.77 K

เวลาที่เรานึกถึงเรื่องราวในอดีต หลายครั้งเราก็เห็นต้นไม้ต้นนั้นต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนั้นด้วย บางทีก็เด่นชัดทั้งชนิด รูปทรง ตำแหน่งที่ปลูก กลิ่น สี หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณนั้น เลยไปถึงภาพความผูกพันระหว่างเรากับต้นไม้ในวัยเด็ก

บางครั้งกลิ่นดอกการเวกก็พาเรากลับไปบ้านคุณย่า เห็นภาพคุณย่านั่งตำหมากอยู่บนตั่งตัวใหญ่ กลัดกรวยใบตองหลวมๆ ใส่ดอกการเวกหอมๆ แจกหลานๆ ดอกกระจุ๋มกระจิ๋มของโฮย่าก็พาให้นึกถึงคุณย่าอีกเช่นกัน นึกถึงวันที่เราเล่นเอาดอกอ้อยควั่น (ตอนนั้นเราเรียกกันเช่นนั้น) เสียบเป็นตุ้มหูให้คุณย่า ต้นมะม่วงโบราณริมลำประโดง ต้นลิ้นจี่หลังบ้าน ต้นโกสนริมคลอง ล้วนมีเรื่องราว มีตัวละคร ให้นึกถึง จากวัยเด็กจนปัจจุบัน ความทรงจำของผมเต็มไปด้วยต้นไม้ แต่ละต้นล้วนมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับบุคคลที่เดินเข้ามาในเส้นทางชีวิต

อาจเป็นเพราะโชคชะตาหรือชีวิตที่เติบโตมากับต้นไม้ ทำให้วันหนึ่งต้องกลายมาเป็นนักจัดสวนที่มีต้นไม้กลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของชีวิต เมื่อได้รับเกียรติจาก The Cloud ให้มาเล่าเรื่องต้นไม้ และถูกตั้งคำถามว่า พี่วิทย์อยากเล่าเรื่องไหนก่อน ผมจึงตอบไปว่า “ปลูกต้นไม้ในห้องทำงาน” เพราะผมกำลังสนุกกับการเล่นปลูกต้นไม้ในบ้าน ในห้องนอน ในห้องทำงาน และได้ทดลองกับห้องต่างๆ ของตนเองมาระยะหนึ่ง

ต้นไม้ โต๊ะทำงาน

ห้องทำงาน

สำหรับผม บ้านที่ไม่มีต้นไม้คือบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ เป็นบ้านที่ไม่มีชีวิต และก็รู้สึกเช่นนั้นกับห้องต่างๆ ภายในบ้าน รวมทั้งห้องทำงาน ต้นไม้ในบ้านช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของวัสดุต่างๆ ในห้อง และช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้ห้องของเรา เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมอยากพูดถึงต้นไม้ในที่ทำงานหรือในห้องทำงาน เพราะผมรู้สึกว่า บรรยากาศในห้องทำงานบางครั้งก็เต็มไปด้วยความเร่งรีบและเคร่งเครียด ต้นไม้น่าจะมีส่วนลดบรรยากาศเเบบนั้นลง อีกนัยหนึ่งก็อาจช่วยบำบัดอาการเครียดอันเกิดจากการทำงานได้ และการสร้างบรรยากาศอันรื่นรมย์ให้เกิดขึ้นด้วยสีเขียวๆ ของต้นไม้ น่าจะช่วยส่งผลกับความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพในการทำงาน

ทีนี้เราคงต้องมาพูดกันเรื่องการเลือกต้นไม้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและมีหลายองค์ประกอบที่ต้องคำนึงถึง ชนิดของต้นไม้ ขนาด รูปทรง ภาชนะที่ใช้ เลยไปถึงการเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้แต่ละต้น เพื่อให้การปลูกต้นไม้ของเราไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และเป็นภาระในเวลาต่อมา ต้นไม้แต่ละต้นมีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน บางต้นก็เป็นต้นไม้เท่ๆ บางต้นก็อ่อนหวาน บางต้นก็ดูแมนๆ บางต้นก็ให้อารมณ์ไทยๆ ฉะนั้น การเลือกชนิดของต้นไม้จึงมีความสำคัญพอๆ กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งห้องให้ลงตัวกับสไตล์ที่เลือก

ต้นไม้มีให้เลือกหลากหลายชนิด ขนาด รูปทรง และสีสัน รวมทั้งภาชนะที่ใส่ เราต้องพิถีพิถันกับทุกรายละเอียดเพื่อให้เข้ากับห้องและเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างดีแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างระหว่างการเลือกต้นไม้กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์คือ ต้นไม้ต้องการความเข้าใจ เราต้องเรียนรู้ ทำความรู้จักต้นไม้ของเราให้ดี และเมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของเขา ต้นไม้ก็จะเติบโต สวยงาม และให้ความรู้สึกดีๆ กับเรา

ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงคือ Fiddle-leaf Fig หรือที่คนไทยเรียก ไทรใบซอ ไทรใบยอ หรือ ไทยใบสัก เป็นพืชตระกูล Ficus (ไทร) เป็นต้นไม้เท่ๆ ที่เหมาะกับการนำมาจัดวางในห้องทำงาน ไทรใบซอดูแลไม่ยาก ไม่ต้องการแสงแดดจัด มีใบใหญ่สวยงาม ทำความสะอาดง่าย (ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดฝุ่นออกเพื่อให้ใบรับแสงแดดได้เต็มที่) บวกกับคุณสมบัติเรื่องการดูดสารพิษ จึงเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่คนเลือกหามาไว้ในบ้านหรือในที่ทำงาน

วิธีปลูก เราเลือกรองก้นกระถางด้วยหินภูเขาไฟหรืออิฐมอญทุบ หนาประมาณ 1 – 2 นิ้ว ซึ่งจะช่วยไม่ให้รากจมน้ำอยู่ตลอดเวลา หากไม่ทำเช่นนั้นเมื่อรดน้ำและเกิดน้ำขังในจานรองกระถางรากจะเน่าและส่งกลิ่นเหม็น และในระยะยาวดินจะแน่น อุดรูกระถาง น้ำไม่ระบายออก ดินจะแฉะเกิน

ห้องทำงาน ห้องทำงาน

ต้นไม้อีกต้นที่ผมอยากแนะนำคือ ต้นยางอินเดีย หรือ Indian Rubber มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เป็นพืชตระกูล Ficus เช่นเดียวกับต้นไทรใบซอ ต้นยางอินเดียเป็นต้นไม้เลี้ยงง่าย โตเร็ว เป็นพืชที่คนนิยมนำมาใช้ตกแต่งภายในห้อง ภายในอาคาร เพราะไม่ต้องการแสงแดดมากนัก ใบหนาสีเข้มเป็นเงา และที่สำคัญ ได้รับการจัดลำดับว่าเป็นไม้ที่ช่วยทำความสะอาดอากาศในห้องได้ในระดับต้นๆ ยางอินเดียที่นิยมนำมาปลูกในบ้านหรือในอาคารมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องสีใบ บางต้นมีใบสีเขียวเข้มจนเกือบดำ บางต้นสีออกเเดงๆ บางต้นก็เป็นพันธ์ุด่าง มีทั้งด่างแดง ด่างเหลือง ด่างขาว

วิธีการดูแลต้นยางอินเดีย ยางอินเดียชอบน้ำ แต่ไม่ชอบแฉะ รดน้ำปริมาณมากและรอจนกว่าดินจะเริ่มแห้ง แล้วค่อยรดน้ำในครั้งต่อไป ระวังอย่าให้น้ำขัง คอยเทน้ำในจานรองทิ้งหลังรดน้ำ ดินที่เลือกใช้ควรเป็นดินร่วนซุย เพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้ดี

ถึงแม้ต้นไทรใบซอและต้นยางอินเดียจะไม่ต้องการแสงแดดจัด ชอบชื้นแต่ไม่แฉะ แต่ธรรมชาติของต้นไม้ทุกต้นต้องการแสงธรรมชาติ เราไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เป็นความเข้าใจธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้ ปริมาณน้ำ ปริมาณแสงแดดที่ต้นไม้แต่ละต้นต้องการไม่มีสูตรตายตัว เพราะมีตัวแปรมากมายที่ทำให้ต้นไม้ของเราไม่เหมือนต้นไม้ของบ้านอื่น การเลือกวางต้นไม้ในส่วนที่ห้องได้รับแสงแดดที่ส่องเข้ามาจากช่องหน้าต่างหรือหลังคา การมีมุมเนอร์สเซอรี่เล็กๆ ไว้ฟื้นฟู และสลับสับเปลี่ยนต้นไม้มาจัดวางในบ้านก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งหากห้องทำงานของเราได้รับแสงน้อยเกินไป

ต้นไม้อื่นๆ ที่เราปลูกเลี้ยงเป็นไม้กระถางในห้องทำงานได้อีก คือลิ้นมังกร แคคตัส ฟิโลเดนดรอน สาวน้อยประแป้ง สับปะรดสี หรือไม้รากอากาศอย่างทิลแลนด์เซีย การเลือกใช้ต้นไม้แต่ละต้น เราควรคำนึงถึงคาแรกเตอร์ของต้นไม้ที่เลือก ที่เข้ากับสไตล์ของห้องทำงานของเรา

การให้เวลาทำความเข้าใจธรรมชาติของพวกเขาจะช่วยให้เราละเอียดลออกับชีวิตเล็กๆ ที่มอบแต่สิ่งดีๆ ให้เราเสมอ

Writer & Photographer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load