ในยามที่เราต้องกลับมาอยู่บ้านกันเป็นหลัก หลายคนเริ่มมองหาต้นไม้มาเพิ่มความเขียวให้กับห้องอีกครั้ง แต่อยากหาต้นไม้ใหม่ๆ ที่ต่างไปจากไม้ใบฮิตๆ ที่ใครๆ ก็ปลูกกัน

ขอแนะนำว่า ยังมีต้นไม้อีกหลายประเภทที่นำมาปลูกในอาคารได้ แต่ละชนิดก็มีรูปทรงและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ภายในอาคารของเรามีบรรยากาศที่สวยแตกต่างจากไม้ใบทั่วไป

12 ต้นไม้ทรงสวย ไม่ใช่ไม้ใบ ปลูกแล้วเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้

แต่ก่อนอื่น ควรมั่นใจว่า อาคารที่เราจะนำต้นไม้เข้ามาปลูกมีแสงธรรมชาติเข้ามาพอสมควร และมีอากาศถ่ายเท

เงื่อนไขถัดมาก็คือ พอนำต้นไม้เข้ามาปลูกในอาคาร เราต้องลดการให้น้ำลง เพราะอัตราการระเหยของน้ำไม่ดีเหมือนกลางแจ้ง ดังนั้นถ้าเราให้น้ำในปริมาณเดิม อาจเน่าได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือ รดเมื่อแห้ง

ข้อมูลสุดท้ายที่ควรทราบคือ การย้ายต้นไม้จากกลางแจ้งมาปลูกในที่รำไร ถึงแม้ว่าหลายชนิดจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่ก็อาจจะไม่สวยสมบูรณ์เหมือนอยู่กลางแจ้ง ดังนั้นจึงต้องทำใจล่วงหน้าว่า ต้นไม้ของเราอาจจะมีทรงที่ชะลูดกว่าปกติ มีสีที่จางลง ไม่พุ่มใบที่ไม่แน่น และอยากจะที่ออกดอกออกผลได้

ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราสดชื่นตลอดเวลา ก็ต้องย้ายออกไปรับแสงนอกห้องบ้าง

01

สลัดได

Euphorbia antiquorum L.

สลัดได
สลัดได

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียที่มีขนาดใหญ่ จุดเด่นคือ แต่ละต้นมีลีลาของกิ่งก้านที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งสีขาว สีเขียว และสีหยกแบบเป็นก้อน มีความหลากหลายมาก ถึงจะเป็นไม้ที่โดยธรรมชาติชอบแดดจัดแต่ก็ปลูกในอาคารได้ แต่ต้องลดการให้น้ำลง ใช้วัสดุปลูกที่ไม่อุุ้มน้ำ ไม่อย่างนั้นจะเน่า อีกอย่างที่ต้องทราบคือ การนำไม้แดดมาปลูกในแสงรำไร ไม้จะยืดต้นและกิ่งก้าน ทรงจึงไม่สวยเหมือนอยู่กลางแดด

02

พญาไร้ใบ

Euphorbia tirucalli L.

พญาไร้ใบ

เป็นพืชสกุลยูโฟเบียอีกต้นที่เราคุ้นเคยกันดี เรานำพญาไร้ใบเข้ามาปลูกในอาคารได้ ทั้งการปลูกเป็นต้น และตัดเป็นกิ่งมาแช่น้ำ วิธีดูแลเหมือนสลัดได จุดเด่นของพญาไร้ใบคือเส้นสายที่สวยงาม แต่ต้องระวังยาง ถ้าบ้านไหนมีเด็ก อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ

03

อะกาเว

Agave

อะกาเว
อะกาเว

อะกาเวเป็นพืชกลางแดดอีกชนิดที่เอาเข้ามาปลูกในอาคารได้ ข้อดีของอะกาเวคือฟอร์มที่มีคาแรกเตอร์ แต่ข้อเสียคือมีหนาม สกุลนี้มีหลายชนิด ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ Agave americana หรือป่านศรนารายณ์ที่มีหลายสี กับอะกาเวปากนกแก้ว Agave attenuata Salm-Dyck สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ เมื่อนำเข้ามาในอาคารต้องลดการให้น้ำลง และฟอร์มของต้นไม้อาจจะยืดขึ้นต่างจากตอนที่อยู่กลางแดด

04

อะโล

Aloe

อะโล

อะโลเป็นสกุลของไม้อวบน้ำที่มีราว 500 ชนิด พันธุ์ที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ Aloe vera หรือว่านหางจระเข้ เรานำอะโลเข้ามาปลูกในอาคารได้ เพียงแต่ต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม พันธุ์ที่แนะนำคือพวกอะโลประดับซึ่งมีลวดลายและสีสันของใบ แต่เมื่อนำมาปลูกในอาคารแล้ว สีสันอาจจะไม่สดเหมือนอยู่กลางแดด

05

จันผา

Dracaena loureiri Gagnep.

จันผา

จันผา (หรือจันทร์แดง) เป็นไม้ที่ขึ้นตามเขาหินปูน ลำต้นเป็นทรงกลม แตกใบตรงยอด แต่ละต้นมีลีลาของตนเองไม่เหมือนกัน จึงเลือกให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ได้ เป็นต้นที่เหมาะจะวางเป็นไม้ประธานของห้อง เพราะมีขนาดใหญ่ แล้วก็ยังมีต้นจันหนู (Dracaena kaweesakii Wilkin & Suksathan) ที่มีใบเล็กลงให้เลือกด้วย

06

ปรงมาเจ

Dioon mejiae

ปรงมาเจ

ปรงก็เป็นต้นไม้อีกสกุลหนึ่งที่นำมาเลี้ยงในห้องได้ ลักษณะของปรงคือมีลำต้นที่สูงขึ้นไปแล้วแตกยอดด้านบน ด้านล่างเป็นลำต้นเกลี้ยงๆ นานๆ จะแตกใบใหม่สักครั้ง นอกจากปรงมาเจแล้ว อีกพันธุ์ที่คนนิยมกันคือ ปรงญี่ปุุ่น (Cycas revolute Thunb.) ที่เราเห็นขายกันทั่วไปคือ เป็นหัวเล็กๆ สำหรับปลูกบนโต๊ะ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น จะมีขนาดใหญ่มาก และจะไม่ชะลูดขึ้นด้านบนเหมือนจันผา แต่ลำต้นจะอวบขึ้น ถ้าชอบปรงที่มีลักษณะชะลูดขึ้น ต้องเลือกปรงเขาชะเมา (Cycas chamaoensis)

07

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

Cibotium barometz (L.) J.Sm.

เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง
เฟินลูกไก่ทอง หรือ ว่านลูกไก่ทอง

เป็นเฟินที่มีเสน่ห์ตรงขนสีทองบริเวณหัว เวลาที่ใบเริ่มแทงยอดออกมาก็สวย พอคลี่ออกมาเต็มใบก็สวยอีกแบบ ทนร่มได้พอสมควร มีตั้งแต่ต้นเล็กๆ ตั้งบนโต๊ะ จนสููงถึง 2 เมตร ด้วยธรรมชาติของเฟินที่ชอบความชื้นจึงควรเลี้ยงแบบมีจานรองที่มีน้ำหล่ออยู่ตลอด

08

Bird of Paradise

Strelitzia nicolai

Bird of Paradise
Bird of Paradise

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้นนี้คือกล้วยพัด (Ravenala madagascariensis) แค่อยู่ในวงศ์เดียวกัน แล้วก็สับสนกับต้นปักษาสวรรค์ (Strelitzia reginae) หรือ Bird of Paradise ที่มีดอกสีส้ม ต้นนี้ถือเป็นต้นที่คล้ายกับปักษาสวรรค์มาก มีดอกสีขาว มีลำต้นสูงและใหญ่กว่า จึงเป็นไม้ใบที่เหมาะจะปลูกประดับในบ้าน เป็นไม้ที่ฝรั่งปลูกไว้ในบ้านกันมานานมากแล้ว เราจะเห็นต้นนี้อยู่ในหนังสือแต่งบ้านของต่างประเทศตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน เคียงคู่มากับไทรใบสัก เป็นต้นไม้ฟอร์มสวยอีกชนิดที่เหมาะกับการปลููกในอาคาร

09

ปาล์มไผ่

Chamaedorea seifrizii Burret

ปาล์มไผ่
ปาล์มไผ่

เป็นไม้ประดับเก่าแก่ที่มีคนเล่นกันมา 30 กว่าปีเช่นกัน ตอนนี้อาจจะหาในท้องตลาดได้ยากขึ้น เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างทน ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ปลูกแล้วให้ความรูุ้สึกแบบย้อนยุคนิดๆ

10

มะกอกโอลีฟ

Olea europaea L.

มะกอกโอลีฟ
มะกอกโอลีฟ

เป็นต้นไม้ที่อยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในอาคาร มีทรงพุุ่มที่สวยเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้านำมาปลูกในอาคารแบบถาวร ทรงพุ่มก็จะไม่แน่นเหมือนอยู่กลางแจ้ง อ่านเรื่องมะกอกโอลีฟแบบเต็มๆ ได้ที่นี่ 

11

บอระเพ็ดพุงช้าง

Stephania suberosa

บอระเพ็ดพุงช้าง

ไม้โขดหลายชนิดก็นำเข้ามาปลูกในอาคารได้ อย่างเช่น บัวบกโขด (Stephania erecta Craib) แต่ต้นที่มีลูกเล่นกว่านิดหนึ่งคือ บอระเพ็ดพุงช้าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายบัวบก แต่ผิวสัมผัสของหัวมีลายเหมือนหนังช้าง เป็นไม้ที่แตกยอดเร็ว เลื้อยเร็ว

12

สับปะรด

Ananas comosus

สับปะรด, ต้นไม้, ปลูกในห้อง

ต้นสุดท้ายขอแนะนำต้นไม้ที่สวยมีเสน่ห์แบบไม่ซ้ำใคร นั่นก็คือการนำใบด้านบนหัวสับปะรดที่เรากิน มาปลูกต่อด้วยการแช่น้ำ โดยปกติเรานำส่วนนี้ไปปลูกต้นให้เป็นต้นใหม่ได้ด้วยการปักบนทราย หรือดินทรายเพื่อให้แตกรากเป็นต้นใหม่ แต่ถ้าเรานำมาแช่น้ำ ก็จะมีรากเช่นกัน เพียงแต่ต้นจะไม่โต และไม่มีลูก แต่เราก็จะได้ไม้ประดับทรงสวยที่แช่น้ำอยู่ในขวด ซึ่งอยู่ได้เป็นปี

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ต้นไม้ที่น่ารู้จักที่สุดในปี 2023 คือ ‘Grevillea’ หรือ ที่เรียกกันในบ้านเราว่า สนเกรวิลเลีย

สนเกรวิลเลีย เป็นพืชในสกุลเกรวิลเลีย เป็นไม้ยืนต้นมีที่ทรงพุ่มหนา มีดอกหลายสี มีประมาณ 360 สายพันธุ์ ถิ่นกำเนินอยู่ที่ออสเตรเลีย นำเข้ามาในไทยน่าจะเกิน 40 ปีแล้ว แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก เพราะจัดอยู่ในหมวดไม้สะสม พันธุ์ที่อยู่ในบ้านเรามานาน ๆ ก็มีพันธุ์ดอกสีชมพู ลองจอห์น (Grevillea ‘Long John’) พันธุ์ดอกสีเหลือง ฮันนีเจม (Grevillea ‘Honey Gem’) และพันธุ์ดอกสีขาว มูนไลต์ (Grevillea ‘Moonlight’)

ด้วยความที่เป็นไม้จากออสเตรเลียที่มีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบ้านเรา ทำให้สนเกรวิลเลียแทบไม่ต้องปรับตัว ยิ่งเป็นไม้ที่โตเร็วอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในไทยจึงเจริญเติบโตงอกงามเป็นอย่างดี

ในยุคที่สนเกรวิลเลียเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้จัดสวนมักเป็นพวก ปีบ ล่ำซำ ซิลเวอร์โอ๊ก จนกระทั่งไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำเกรวิลเลียมาใช้จัดสวนมากขึ้น จึงถูกพูดถึงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการนำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกสีแปลก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยมีแค่ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้เราหาซื้อได้ถึง 10 กว่าสายพันธุ์

จุดเด่นของเกรวิลเลีย คือความหลากหลายของสายพันธุ์ ทำให้มีขนาดของลำต้นและทรงพุ่มต่างกัน มีทั้งลำต้นทรงสูงและลำต้นทรงพุ่มที่ใบมีลักษณะเป็นริ้ว ทำให้สนเกรวิลเลียดูพลิ้วไหว ไม่แข็งเหมือนต้นไม้ใหญ่อื่น ๆ ซึ่งใบของแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งฟอร์มและสี บางพันธุ์ก็มีใบเป็นสีเงิน ไปจนถึงเกือบขาว

ดอกของสนเกรวิลเลียถือเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ สนเกรวิลเลียออกดอกทั้งปี เป็นช่อ ครั้งละหลายช่อกระจายทั่วต้น แต่ละช่ออยู่ได้นานหลายเดือน ฟอร์มของช่อดอกและสีสันของดอกก็มีให้เลือกมากมาย

ในมุมของการดูแลรักษาถือว่าเลี้ยงง่ายมาก สนเกรวิลเลียควรปลูกกลางแจ้ง ต้องการแดดจัดเต็มวัน ชอบแห้ง ๆ แทบไม่ต้องการการดูแลรักษาอะไรมากมาย จึงเป็นไม้ที่เรียกได้ว่าปลูกทิ้ง ๆ ได้เลย แล้วก็ยังไม่ต้องการพื้นที่มากนัก

จากจุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เราใช้งานสนเกรวิลเลียได้หลากหลาย ทั้งปลูกเพื่อจัดสวนในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นไม้ประธานในบ้านที่มีที่จำกัด ด้วยความพลิ้วไหวที่ดูสบายตาของใบ แถมยังมีช่อดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสตลอดทั้งปี ทำให้พืชชนิดนี้ช่วยปรับให้พื้นที่เล็ก ๆ ในบ้านดูโปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายต่างจากไม้ใหญ่อื่น ๆ

ใครอยากหาซื้อสนเกรวิลเลียไปปลูกก็ไม่ยากเลย ถ้าเป็นสนเกรวิลเลียยุคเก่า ในเมืองไทยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ 2 เจ้า แล้วส่งขายไปตามร้านต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยความที่อยู่มานานจึงมีต้นที่ใหญ่ขนาดหน้ากว้าง 4 หรือ 5 นิ้ว ความสูง 6 – 7 เมตรก็มี แต่อาจไม่ได้มีจำนวนมากขนาดเอาไปใช้จัดสวนเป็นปริมาณมากได้

สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อต้องระวังมาก ๆ คือเป็นต้นไม้ที่อ่อนไหวกับการโดนตัดรากและขุดย้ายมาก ๆ สนเกรวิลเลียขนาดใหญ่ผู้ผลิตปลูกลงดิน แล้วใช้วิธีล้อมขึ้นมาขาย ซึ่งอัตราการรอดอาจแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะซื้อขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาจากดิน ต้องมั่นใจว่าคนทำมีความชำนาญจริง ๆ เท่านั้น

วิธีการที่ขอแนะนำคือ ให้ปลูกสนเกรวิลเลียต้นเล็กที่ขายมาในกระถาง ความสูงตั้งแต่ 1 ฟุต ถึง 1 เมตร ถ้าเราเลือกขนาดเท่านี้ จะมีตัวเลือกเป็นต้นไม้นำเข้าพันธุ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่ชุดล่าสุดที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งสวยแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อยู่พอสมควร

ด้วยความที่สนเกรวิลเลียโตเร็วมาก ลงดินไปสัก 2 – 3 ปีก็จะสูงท่วมหัว แถมยังมีระบบรากที่แข็งแรงด้วย

ช่วงนี้สนเกรวิลเลียกำลังเป็นที่นิยม จำนวนยังมีไม่มาก โดยเฉพาะพันธุ์ใหม่ ๆ ที่นำเข้ามา บางพันธุ์ที่หายาก ๆ ความสูงสัก 1 ฟุต ก็มีราคาแตะหมื่นบาทไปแล้ว แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่อยู่มานานๆ แล้วขยายพันธุ์ในบ้านเรา ขายกิ่งตอนกันในราคาหลักร้อยเท่านั้น

ถ้าใครสนใจก็ลองไปตามหากันดู แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เรามีเกรวิลเลีย 8 พันธุ์ที่หาซื้อได้ในไทยมาให้ทำความรู้จักกัน

เป็นพันธุ์ยอดนิยมดั้งเดิมที่อยู่ในไทยมานาน มีดอกสีชมพู

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานานอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีดอกสีเหลืองสดใส

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

อีกพันธุ์ที่คุ้นเคยกันดีในเมืองไทย จุดเด่นคือมีช่อดอกสีขาว

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ในเมืองไทยเรียกพันธุ์นี้ว่าส้มเม่น เป็นต้นที่มีจุดเด่นคือช่อดอกสีส้มสดและมีทรงพุ่มค่อนข้างหนา

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยจุดเด่นคือช่อดอกสีชมพูสด ช่วยสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้สวนได้

รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
รู้จัก Grevillea หรือ สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้น่าปลูกที่กำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ คือขนาดของลำต้นที่เป็นไม้พุ่มลักษณะพืชคลุมดิน สูงราว 30 – 120 เซนติเมตร ลักษณะของใบและช่อดอกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงสีสันอันสดใสของดอกด้วย

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นพันธุ์ใหม่เอี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือช่อดอกสีม่วงละมุน

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

เป็นเกรวิลเลียตัวใหม่อีกตัวที่เพิ่งเข้ามาในไทย จุดเด่นของพันธุ์นี้คือช่อดอกสีขาวอมชมพู

Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023
Grevillea สนเกรวิลเลีย 8 สายพันธุ์ ต้นไม้ที่มาแรงและกำลังจะเป็นเทรนด์ของปี 2023

ภาพ : commons.wikimedia.org

Writer

Avatar

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load