สีคราม

ครามได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งสีย้อม

ที่ได้ฉายาเช่นนั้นเพราะนอกจากสีน้ำเงินเข้มเฉดออกม่วงๆ ที่มีมิติเป็นเอกลักษณ์แล้ว สีจากครามก็ยังให้ประโยชน์อีกหลายอย่าง ครามเป็นพืชใบ ชอบขึ้นแทรกตามต้นไม้ใหญ่ มีแหล่งกำเนิดมาจากอินเดีย

สีของครามได้มาจากการเอาใบสดมาหมักแล้วก็คั้นน้ำ ถ้าจะเก็บไว้นานก็สามารถเอาใบมาทับให้แห้งแล้วบดเป็นผงไว้ก็ได้เช่นกัน สีครามเมื่อเอาไปย้อมเสื้อผ้าแล้วใส่สบายตัว ไม่ระคายผิว ป้องกันแมลง ระบายอากาศได้ดี แถมยังป้องกันแสงยูวีได้อีกด้วย การย้อมครามจะเป็นการย้อมแบบเย็น ใช้ได้ดีกับเส้นใยจากธรรมชาติ ถ้าใครเคยใส่เสื้อย้อมครามแล้วละก็ รับรองว่าติดใจทุกคน

การเอาครามมาย้อมผมเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมมาจากชาวอินเดีย พวกเขาและเธอเอาน้ำที่คั้นจากการหมักใบครามมาย้อมเส้นผม ซึ่งก็เป็นเส้นใยธรรมชาติอย่างหนึ่ง ด้วยคุณสมบัติของครามที่เล่าไป มันเลยทำให้ผมชาวอินเดียดูดกดำ แข็งแรง แล้วก็เงางามเป็นธรรมชาติกันทั้งหญิงชาย

แต่จะให้คนยุค 2018 อย่างเราไปคั้นน้ำจากใบครามและนั่งหมักผมไป 6 – 8 ชั่วโมงก็น่าจะเป็นไปได้ยาก Indian Indigo ร้านทำสีผมที่เห็นคุณค่าของความงามจากธรรมชาติจึงได้คิดค้นวิธีนำความดีงามนี้มาสู่โลกยุค 4.0

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

ย้อมผมด้วยคราม

“ไม่ซีเรียสเรื่องสีใช่ไหมคะ” แจมถามเราในวันที่ไปย้อมผมครั้งแรก ในนาทีที่เรานั่งลงหน้ากระจก

เป็นคำถามที่ออกจะแปลกสักหน่อยที่จะเอามาถามคนที่มาทำสีผม เราเลยขอให้แจมอธิบายเพิ่ม แจมบอกว่า “การย้อมด้วยสีจากพืช สีผมที่ได้จะขึ้นกับพื้นฐานผมของลูกค้าที่ทำปฏิกิริยากับพืช ลูกค้าแต่ละคนที่มาทำก็จะได้สีออกไปไม่เหมือนกัน” แน่นอนว่าเราไม่มีปัญหาเลย

สีครามเป็นสีเข้ม มันจึงดีมากสำหรับการปิดผมขาว และข้อดีมากๆ ในเรื่องนี้ก็คือ แจมบอกว่าคนที่ผมขาวยิ่งเยอะจะยิ่งได้ผมสีครามสวยมากกว่าคนที่ผมสีเข้มอยู่แล้ว

เหมือนกับร้านย้อมผมอื่นๆ แจมเริ่มจากการสระผม เป่าผมให้หมาด และใส่เซรั่มบำรุงหนังศีรษะให้เรา แต่ความพิเศษมันอยู่ตรงที่ทุกอย่างมาจากธรรมชาติล้วนๆ และมันไม่ทำให้ฉุนจมูกหรือแสบหนังศีรษะ สีย้อมผมของ Indian Indigo มีส่วนประกอบหลักเป็นครามอินเดีย แต่แจมก็ยังผสมพืชอีกหลากชนิดเข้าไปเพื่อให้การทำสีผมด้วยครามนี้เหมาะกับยุคสมัยมากขึ้น เช่นมะขามป้อม สะเดา เอามาช่วยทำให้ผมนุ่มและสีติดได้ง่ายขึ้น ทำให้การย้อมใช้เวลาเพียง 1 – 2 ชั่วโมง แทนที่จะเป็น 6 – 8 ชั่วโมง ส่วนสมอพิเภกกับเฮนน่า ก็ถูกเลือกมาช่วยให้สีของครามมีประกายแดงเข้ากับยุคสมัย แล้วก็เป็นทรีตเมนต์ดูแลผมและหนังศีรษะไปด้วยในตัว การย้อมเป็นไปอย่างเนิบช้าและใจเย็น บรรยากาศสบายๆ ในร้านไม่มีเสียงรีบร้อนของไดร์เป่าผมหรือผู้คนพลุกพล่าน เป็นความตั้งใจของแจมที่อยากจะให้ร้านเสริมสวยนี้มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

ครามไม่ธรรมดา

Indian Indigo ยังมีความพิเศษอีกเรื่องตรงที่ผลิตภัณฑ์ในร้านไม่เหมือนกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในตลาดทั่วไป

ใบของครามและพืชต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นระดับพรีเมียมระดับยอดอ่อนสามใบ ไม่ต่างจากการเลือกชาดีๆ แถมพืชต่างๆ ที่สั่งเข้ามาจากอินเดียยังเก็บได้ไม่นานเพราะว่าเป็นของสดและไม่ได้มีตลอด จนบางครั้งทางร้านต้องประกาศหยุดขายชั่วคราวเพราะไม่มีของ เหตุผลทางธรรมชาติเหล่านี้เลยทำให้ Indian Indigo มีต้นทุนแพงกว่าการใช้เคมีมาก แต่การที่ร้านเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติทั้งหมดมันก็มีเหตุผลที่เป็นมิตรในระดับพรีเมียมด้วยเหมือนกัน

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

“เราอยู่ในวงการร้านทำผมมาหลายปี ก็เห็นว่าคนที่อยู่ในร้านทำผมนานๆ จะมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ ทั้งแสบจมูกง่ายแล้วก็เป็นภูมิแพ้ อาจารย์ที่เป็นช่างเก่งๆ หลายท่านก็ยังเลี่ยงที่จะใช้สารเคมีกับตัวเองเลย เราเลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเรามาทำร้านทำผมแบบที่ไม่ใช้สารเคมีเลยดีกว่า”

นอกจากจะไม่ใช่สารเคมีแล้ว ขั้นตอนการดูแลเส้นผมที่ Indian Indigo ก็ยังเป็นมิตรต่อเส้นผมแบบองค์รวมด้วย อย่างการใช้ปลายนิ้วแทนที่จะใช้เล็บเกาศีรษะให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ายังได้ความรู้สึกสะอาดแต่ไม่ระคายหนังศีรษะ หรือการใช้ไดร์เป่าผมความร้อนพอดีๆ ที่เมื่อรวมกับพืชที่ใช้ย้อมผมแล้ว ผมลูกค้าก็จะสวยเงาออกจากร้านได้ไม่ต่างจากร้านทำผมทั่วไป แถมไม่ร้อนหูด้วย เรื่องแบบนี้ทางร้านต้องใช้ช่างที่มากประสบการณ์และเต็มไปด้วยความเชี่ยวชาญ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างน่าประทับใจที่สุด

ช่างประจำร้านท่านหนึ่งบอกเราอย่างน่าประทับใจว่า “เวลาที่ลูกค้ามาที่ร้าน เราก็จะแนะนำเรื่องการดูแลผมไปด้วย เรื่องที่แนะนำมันก็ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อะไร เป็นเรื่องที่คนทั่วไปจริงๆ รู้อยู่แล้วแต่อาจจะลืมนึกถึง พอเราแนะนำไปให้เขาค่อยๆ ปรับพฤติกรรม สุขภาพผมของเขาก็จะดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการแก้ปัญหาอะไรเลย”

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

เคล็ดลับครามงามอย่างเป็นธรรมชาติ

มีงานวิจัยบอกว่า ผู้หญิงจะแต่งหน้าเฉลี่ยแล้ว 16 ขั้นตอนเพื่อให้หน้าออกมาดูเหมือนไม่ได้แต่ง พอเรามีเทคโนโลยีเครื่องสำอางที่สามารถกลบทุกอย่างบนผิวแล้ว เราจะแต่งแต้มอะไรขึ้นมาใหม่ก็ได้ รวมทั้งจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติก็ทำได้

แล้วความสวยแบบธรรมชาติสรุปแล้วเป็นยังไง

ถ้าถามช่างผู้เชี่ยวชาญที่ Indian Indigo เราก็จะได้คำตอบว่า “คนสมัยนี้ชินกับความวุ่นวาย การจะได้มาซึ่งอะไรที่มันง่ายๆ ก็กลายเป็นไปทำให้มันยุ่งยาก” ผลิตภัณฑ์และการดูแลเส้นผมที่ Indian Indigo ใช้จึงเป็นการทำทุกอย่างให้กลับสู่สภาพดั้งเดิมและคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ซึ่งเป็นการดูแลที่ยั่งยืนที่สุด แต่การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน เช่นการสระผม การใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผม มันทำให้สภาพดั้งเดิมของเส้นผมและหนังศีรษะแทบจะไม่หลงเหลือ ในระยะแรกๆเราจึงต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้สภาพเส้นผมและหนังศีรษะกลับไปอยู่อย่างธรรมชาติของมันเหมือนเดิม

เพื่อความงามอย่างเป็นธรรมชาติ เราเลยขอให้ทางร้านแนะนำเราและผู้อ่านของเราให้เอาไปลองทำกันดู ข้อแนะนำสั้นๆ ง่ายๆ แต่ท้าทายมีดังนี้

ข้อแรก จริงๆ คนเราควรจะสระผมเพียงสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งเท่านั้น คำแนะนำนี้ คนที่ไม่ค่อยชอบสระผมน่าจะถูกใจ แต่คนทั่วไปอาจจะรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย

“ชั้นบนสุดของหนังศีรษะคนเราเป็นขี้ผึ้งที่ช่วยกักเก็บน้ำมัน ทุกครั้งที่สระผมน้ำมันก็จะหายไป หนังศีรษะเราก็จะแห้งตึง ทำให้ผมร่วง แล้วหนังศีรษะก็จะสร้างน้ำมันขึ้นมาใหม่ให้มันมากขึ้นไปอีก เราก็ยิ่งสระผมบ่อยขึ้นไปอีก ปัญหามันก็จะวนๆ อยู่อย่างนี้ การปรับตัวให้สระผมน้อยลงช่วงแรกๆ เราจะแนะนำให้ลูกค้าที่มาย้อมผมด้วยครามกับเราไปแล้ว ให้ใช้น้ำเกลือแบบเดียวกับที่ล้างแผลนั่นล่ะค่ะ เช็ดผมวันที่ไม่ได้สระไปสักระยะ ห้ามใช้น้ำอุ่นสระผม แล้วก็ลดการใช้สารเคมี ในระยะยาวพอหนังศีรษะฟื้นฟูได้ ผมก็จะร่วงน้อยลง และผมขาวก็จะน้อยลงด้วย”

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

ข้อเสนอแนะนี้ จริงๆ แล้วมุ่งเป้าไปพูดกับคุณผู้ชายทั้งหลายเป็นหลัก เพราะการสระผมสำหรับผู้หญิงเป็นเรื่องยุ่งยาก กว่าจะสระและรอให้แห้ง ฉะนั้น เชื่อเถิดว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อยจะสระผมเท่าที่จำเป็นอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ชายผมสั้นๆ แห้งง่ายๆ การอาบน้ำแบบราดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเป็นเรื่องที่ทำกันจนเป็นนิสัย และนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งแห่งความผมบาง ที่ทำให้หนุ่มๆ เป็นโรคขี้ใจน้อยกันเป็นแถว

“ผู้ชายหลายคนจำเป็นต้องสระผมเพราะว่าใช้แว็กซ์จัดทรงผม อันนี้เราสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแว็กซ์ออกก็ได้ค่ะ จะได้สบายศีรษะแบบไม่ต้องสระผม” ทางร้านแนะนำทางออกเอาไว้ให้ด้วยเผื่อน้อยใจ

ข้อสอง นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็สามารถช่วยลดวังวนของการสระผมบ่อยๆ นี้ได้เช่นกัน ทางร้านแนะนำให้ใช้แชมพูจากสมุนไพร เพราะว่ามีสารตกค้างน้อย เวลาเหงื่อออกหรือโดนความสกปรก มันก็จะไม่เกาะแน่นอยู่บนศรีษะ ซึ่งก็จะทำให้เราไม่ต้องสระผมบ่อยๆ ครีมนวดผมก็แนะนำให้ใช้แค่บริเวณปลายผมและปล่อยให้แรงโน้มถ่วงช่วยให้ผมเราไม่ชี้ฟู เท่านั้นก็พอแล้ว

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมต้องไม่สกปรกนะคะ” ช่างทำผมผู้รักผมเป็นชีวิตจิตใจกล่าวย้ำแล้วย้ำอีก

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

ครามสวยเลือกได้

เราได้ผมสีเข้มออกมาจากร้าน เป็นสีที่ต้องมองดีๆ แบบดีมากๆ ถึงจะเห็นว่ามันมีความน้ำเงินเข้มอยู่ในนั้น แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือ ผมขาวหายไป และผมเรานุ่มมากแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน  

นี่เป็นการเอาธรรมชาติมาต่อกรกับธรรมชาติ เพราะถึงแม้ธรรมชาติจะคือความจริง ผมขาวก็เป็นความจริงที่เรายังรับไม่ได้ในเวลานี้

Indian Indigo อยากให้การย้อมผมด้วยครามนี้เป็นทางเลือกให้กับทุกคน ไม่อยากให้ลูกค้ารอให้มีปัญหาแล้วถึงมาใช้ธรรมชาติในการแก้ไข

“ทุกวันนี้กลายเป็นว่าลูกค้าบางคนไม่คุ้นกับผมสีเข้มและคิดไปว่ามันทำให้หน้าดูดุ แต่ดูอย่างใบไม้สิคะ ใบที่แห้งกรอบสีอ่อนกับใบที่สีเขียวเข้ม อันไหนดูอ่อนโยนกว่ากัน” Indian Indigo ฝากเอาไว้ให้คิด

สัมผัสการทำผมด้วยครามงามจากธรรมชาติที่ทั้งดีต่อผมและดีต่อใจ ณ Indian Indigo

The Rules

1 การออกแบบบริการอย่างองค์รวม

Indian Indigo ไม่ได้แค่สนใจการปิดผมขาว แต่ยังใส่ใจในทุกขั้นตอนของการให้บริการ ทั้งบรรยากาศ ขั้นตอนการให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดให้กับลูกค้า

 

2 ยึดมั่นความจริงใจ

Indian Indigo ไม่ฟันธงว่าใช้ผลิตภัณฑ์ของเราแล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างสำเร็จรูป หากแต่จริงใจในการแนะนำที่มาที่ไปของปัญหาให้กับลูกค้ารวมทั้งแนะนำทางออกอย่างระมัดระวังไม่ใช้ลูกค้าคาดหวังมากจนเกินไป

 

3 มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญและไม่หยุดเรียนรู้

ลูกค้าที่ใช้บริการของ Indian Indigo ไม่ได้เพียงผมสีสวยกลับไป แต่ยังจะได้ความรู้ในการดูแลเส้นผมไปเป็นของแถมด้วย ในทางกลับกัน Indian Indigo ก็ได้เอาสิ่งที่ได้เรียนรู้จากปัญหาต่างๆของลูกค้ามาพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ด้วยเหมือนกัน

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้งผลาญทรัพยากรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลระหว่างการผลิต 

ปัจจุบันสังคมที่เปลี่ยนไป คนนิยมเลี้ยงสัตว์อย่างน้องหมาหรือแมวเพิ่มขึ้น หลายคนทุ่มเทแรงกายและใจประคบประหงมไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว

สิ่งสำคัญประการแรกในการดูแลสัตว์เลี้ยง คือ การทำให้เขามีสุขภาพดี ให้อาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ แต่อาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไปมักมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรคผิวหนัง ขนร่วง ปัญหากลิ่นตัว หรือระบบขับถ่าย ยังไม่นับเรื่องผลกระทบต่อโลกในย่อหน้าแรก 

นี่คือปัญหาร้ายแรงที่รอใครสักคนมาแก้ไข

วันนี้เราอยากชวนมาทำความรู้จักนวัตกรรมทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสัตว์และรักโลก ผ่านการพูดคุยกับ มารีญา พูลเลิศลาภ และ เจส-กมลชนก แดงบุญเรือง ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท พอว์ดักส์ จำกัด (PAWDUCTS CO., LTD.) บริษัทนำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน

ซึ่งมีผลิตภัณฑ์คือ โยรา (YORA) อาหารสัตว์ที่รักทั้งโลกและสุนัข ใช้วัตถุดิบหลักจากโปรตีนแมลง มุ่งมั่นสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้คนในสังคม

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สิ่งเล็ก ๆ ที่คนรักสัตว์อาจมองข้าม

บนโลกใบนี้มีสุนัขที่ได้รับการดูแลแบบสัตว์เลี้ยงมากกว่า 470 ล้านตัว และแมวราว 370 ล้านตัว เป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรของสหรัฐอเมริกาถึง 2 เท่า

เมื่อคนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจสขยายความว่า “โดยทั่วไปอาหารสุนัขมาจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เช่น ไก่ วัว หมู เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารสุนัขโดยตรง หรือหลายแห่งอาจนำเอาเศษเนื้อมาแปรรูป แต่ไม่ว่าอย่างไร อุตสาหกรรมปศุสัตว์ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเป็นอันดับต้น ๆ “

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“ถ้าเราต้องการโปรตีนจากเนื้อวัว ต้องใช้ทรัพยากรที่ดิน น้ำ และอาหารจำนวนมาก หากเรามีสุนัขกว่าล้านตัวบนโลกที่ต้องกินเนื้อวัว จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับค่อนข้างมหาศาล ถ้าเราหาแหล่งโปรตีนอื่นที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แต่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า ก็จะเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนต่อโลกมากกว่า”

สุนัขเปลี่ยนชีวิต

ก่อนการนำเข้าอาหารสุนัข โยรา มารีญาและเจสเป็นเพื่อนกัน โดยมารีญามีความสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพและความสุขในชีวิต ส่วนเจสเรียนจบแพทย์และทำธุรกิจส่วนตัวในต่างประเทศ จากนั้นเรียนต่อปริญญาโทด้านกลยุทธศาสตร์ โดยช่วงเวลานี้เอง เขาจุดประกายความคิดเรื่องการทำธุรกิจอย่างไรให้มั่งคั่ง พร้อม ๆ กับการสร้างความยั่งยืนให้โลก

เมื่อทั้งสองมีเป้าหมายคล้ายกัน จึงร่วมกันจัดโครงการ SOS EARTH เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และจัดกิจกรรมที่สามารถช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

SOS EARTH ทำกิจกรรมแรกราวปลายปี 2019 มารีญาและเจสพาเด็ก ๆ ไปพื้นที่ที่เรียกว่า ‘Our Land’ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า การปลูกป่า และการใช้ชีวิตร่วมกับช้าง 

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือพรหมลิขิต เพราะการไปทำกิจกรรมครั้งนั้น ทำให้มารีญาได้เจอกับ ‘ซาชิ’ สุนัขข้างร้านก๋วยเตี๋ยวผู้น่าสงสาร ซึ่งเป็นตัวแรกที่เธอรับมาเลี้ยง

“การที่เราได้เลี้ยงสุนัข เหมือนเชื่อมโยงกับการที่เราสนใจสนใจเรื่องสัตว์และธรรมชาติ กลายเป็นความผูกพันที่เราไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นมาได้ 

“เราว่าการได้รับการยอมรับจากสุนัขหรือสัตว์อื่น ๆ เป็นอะไรที่พิเศษมาก เพราะเราต้องเข้าใจกันและกัน ต้องสื่อสารกันโดยไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน ต้องอ่านภาษากาย และต้องใช้เวลาเรียนรู้” มารีญากล่าว

หลังจากที่ทั้งสองได้ทำกิจกรรมร่วมกัน พวกเขามองเห็นปัญหาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้รู้ว่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาส่งผลกระทบต่อโลก จึงมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ที่ช่วยเรื่องความมั่นคงทางธุรกิจและความยั่งยืนของโลก

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ก้าวแรกสู่โปรตีนทางเลือกใหม่

เจสเล่าว่า สุนัขแสนรักตัวหนึ่งที่เขาเลี้ยงแพ้เนื้อไก่ กินแล้วเป็นเชื้อราตามผิวหนัง ทั้งยังมีอาการขนร่วง เขาเลยจำเป็นต้องหาโปรตีนทางเลือกใหม่ที่ไม่ใช่เนื้อไก่ และเขาได้คำแนะนำจากเพื่อนว่า มีโปรตีนทางเลือกชนิดใหม่ที่ทำจากแมลง เจสจึงเริ่มค้นหา และเจอกับ โยรา อาหารสุนัขโปรตีนแมลงจากประเทศอังกฤษ 

เมื่อเขาลองนำมาให้สุนัขของตัวเองกิน ปรากฏว่าโรคผิวหนังหายขาดและมีสุขภาพขนที่ดีขึ้น เขาจึงศึกษาเพิ่มเติมและพบว่าทางแบรนด์ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่แนวคิด นวัตกรรมทันสมัย ตลอดจนจรรยาบรรณในการผลิต โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาจึงพูดคุยกับมารีญา และตัดสินใจนำเข้ามาสู่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในเมืองไทย

โยรา เป็นอาหารสัตว์เลี้ยงโปรตีนทางเลือกสำหรับสุนัขและแมว ทำจากหนอนแมลงวันลายหรือหนอนแม่โจ้ (Black Soldier Fly) ที่ผ่านการเลี้ยงด้วยเศษผัก ผลไม้ปลอดสารพิษในพื้นที่ปิดขนาดเล็ก มีความสะอาดและปลอดภัยสูง 

กระบวนการทั้งหมดได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ทำให้หนอนมีคุณภาพ เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและไร้สารเคมีปนเปื้อน

เมื่อพูดถึงอาหารสุนัขที่ทำจากหนอนหรือแมลง หลายคนอาจนึกว่าเขาใช้หนอนตัวเป็น ๆ ยัดเข้าไปในเครื่องจักรแล้วอัดออกมาเป็นอาหารเม็ด ภาพนั้นอาจไม่น่าดูสักเท่าไหร่ แต่โยราทำวิจัยศึกษาระบบประสาท วงจรชีวิตของแมลง รวมถึงตัวอ่อนอย่างจริงจังก่อนนำมาทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง

หลังจากเพาะเลี้ยงตัวหนอนมาอย่างดี ขั้นตอนสำคัญต่อไปก่อนแปรรูปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง คือ การน็อกระบบประสาทของตัวหนอนด้วยความเย็นที่หนอนรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด หรือแทบไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป

หลังจากผลิตออกมาเป็นอาหารเม็ดที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าครบโภชนาการแล้ว โยรายังเก็บทุกรายละเอียด แม้แต่บรรจุภัณฑ์ที่ทำด้วยวัสดุชิ้นเดียว (One Material) จึงไม่จำเป็นต้องแยกชิ้นส่วนก่อนทิ้ง ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการกำจัดขยะ

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แน่นอนว่าความละเอียดและความใส่ใจที่มากกว่า ย่อมเพิ่มต้นทุนในการผลิต และนั่นทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์สูงขึ้นตามไปด้วย ทว่าหากผู้คนเปิดใจมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโปรตีนทางเลือก โดยเฉพาะโปรตีนแมลง ราคาของผลิตภัณฑ์ก็อาจถูกลงได้ ตามกลไกของตลาดที่เรียกว่า การประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)

ธุรกิจอาหารสุนัขที่ไม่เน้นการโฆษณา

ในต่างประเทศมีผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงโปรตีนทางเลือกมากมาย แต่สิ่งที่โยราแตกต่าง คือ จรรยาบรรณในการผลิต วัตถุดิบที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ทั้งยังใส่ใจเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์และสิ่งแวดล้อม แต่การนำเข้ามาตีตลาดในเมืองไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นิยมเลี้ยงสุนัขและแมว การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก ผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

การบอกปากต่อปาก การรีวิว และการแนะนำจากกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้โยราไม่ต้องทุ่มทุนทำการตลาดมากนัก ซึ่งถือเป็นข้อดี เนื่องจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริงหรือเหล่าผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อคนได้ลองให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองกินแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี สิ่งนี้จึงเป็นตัวบ่งชี้ว่าควรซื้อซ้ำหรือบอกต่อให้คนอื่น ๆ มาใช้ตามหรือไม่นั่นเอง

คุณค่าที่มากกว่าเพียงการโฆษณา ทำให้โยราวางขายตามร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไปกว่า 100 สาขาทั่วประเทศไทย และยังมีช่องทางการติดต่อผ่านไลน์ Official Account เพื่อให้ลูกค้าสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้ รวมถึงพูดคุย ปรึกษาปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงสะดวกขึ้น

หากมองในมุมของการทำธุรกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไปในประเทศไทย การแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ในขณะที่โยราไม่ได้มีเพียงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นในเรื่องการบริการลูกค้า ตั้งแต่ให้คำปรึกษา บริการขนส่ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างฐานความเชื่อมั่นระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์

“เราไม่ได้ขายแค่ผลิตภัณฑ์ แต่เราเน้นประสบการณ์ผู้ใช้จริงและการบริการลูกค้า ผมมั่นใจว่าเราดูแลลูกค้าได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” เจสตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลงนำเข้าเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความอร่อย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ยั่งยืนทั้งคน สัตว์เลี้ยง และโลก

บริษัท พอว์ดักส์ จำกัด เป็นบริษัทนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีแนวคิดในการพัฒนาตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยโยราเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับอุดมการณ์นั้น เพราะทางบริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เริ่มนำเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับคนรักสัตว์และรักษ์โลก อย่างเช่น แบรนด์ Hownd และ McAdams ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงนำเข้าเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งยังมีแผนทำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงจากโปรตีนทางเลือกของตนเอง โดยเน้นคุณภาพของสารอาหารที่ครบโภชนาการและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

“ผมอยากให้คนไทยและสัตว์เลี้ยงของเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี บริโภคแต่สิ่งดี ๆ ผมกับมารีญากำลังจะทำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงของเราเองออกมาเหมือนกัน แน่นอนว่ายังคงใช้โปรตีนทางเลือก และยังต้องรักษ์โลกเหมือนเดิม” เจสกล่าว

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลงนำเข้าเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความอร่อย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

มารีญายังคงสนับสนุนให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยหันมาสนใจผลิตภัณฑ์จากโปรตีนทางเลือกมากขึ้น พร้อมทั้งอยากให้คนเข้าใจสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและจิตของสัตว์เลี้ยง ควบคู่ไปกับการตระหนักรู้เรื่องผลกระทบของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงความเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคมและสิ่งแวดล้อม

เพราะฉะนั้น นี่อาจไม่ใช่เพียงคุณค่าของโยราหรือแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เรากำลังพูดถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ยั่งยืน (Innovative and Sustainable Pet Products) ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อวงการสัตว์เลี้ยงในเมืองไทย

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงเห็นแล้วว่าโปรตีนทางเลือกถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ และไม่เสียหายอะไรหากลองเปิดใจ เพราะอนาคตของโปรตีนทางเลือกยังคงอีกยาวไกล คงไม่ง่ายถ้าจะให้ทุกคนหยุดกินเนื้อในเพียงข้ามวัน แต่ประเด็นที่ต้องการสื่อคือ เรากินเนื้อให้น้อยลงได้ หรืออย่างน้อย ก็ให้สัตว์เลี้ยงของเรากินโปรตีนทางเลือกได้นั่นเอง 

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลงนำเข้าเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความอร่อย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

Lessons Learned

  • คุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นพื้นฐานสำคัญในธุรกิจนำเข้า-ส่งออก โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง หากคุณภาพไม่ดีพอ สัตว์เลี้ยงกินเข้าไป ผลลัพธ์ที่ได้เป็นตัวการันตีทุกอย่างว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะรอดหรือร่วง
  • การให้บริการลูกค้าตั้งแต่ก่อนซื้อไปจนถึงหลังการขาย ถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์และช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค
  • การนำเข้าสินค้าเป็นศาสตร์แบบหนึ่ง ในขณะที่การสร้างแบรนด์ก็เป็นศาสตร์อีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องทักษะและความชำนาญ (Know How) จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ

สัั่งซื้อสินค้าได้ที่ www.yorapetfoods.in.th/shop

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load