ถ้าคุณพ่ายแพ้ทุกครั้งที่เห็นผ้าพิมพ์ลายสีสวย… พวกเราคือเพื่อนกัน

นอกจาก Marimekko ของฟินแลนด์ SOU SOU ของญี่ปุ่น Kitty Bunny Pony ของเกาหลี และ โขมพัสตร์ ของไทย

เราขอแนะนำให้คุณรู้จัก ‘in Blooom’ แบรนด์ผ้าพิมพ์ลายจากไต้หวัน

ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากความฝันที่อยากทำแบรนด์ผ้าพิมพ์ลายด้วยสีสันและลวดลายที่สะท้อนความเป็นไต้หวัน เหมือนแบรนด์รุ่นพี่อย่าง Marimekko

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา in Blooom ใช้ลายผ้าสื่อสารประเด็นในสังคม ตั้งแต่สร้างการรับรู้เรื่องนกท้องถิ่นที่ใกล้สูญพันธุ์ จนกลายเป็นลายผ้าประจำแบรนด์ วัฒนธรรมความเป็นไต้หวันผ่านกราฟิกสถาปัตยกรรม ลายลวดดัด กระเบื้อง แก้ว ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมใช้ชีวิตรื่นรมย์นอกบ้าน ด้วยลายผ้าและสินค้าที่เหมาะกับการใช้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง และปัญหาขยะพลาสติกในทะเลที่ส่งแรงกระเพื้อมจนรัฐบาลออกมาตรการลดพลาสติกผ่านเครื่องดื่มประจำชาติอย่างชานมไข่มุก

สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่าทีของ in Blooom ที่หยิบเรื่องเหล่านี้มาเล่าด้วยท่าทีเป็นมิตรและร่วมสมัยจนดังไกลไปทั่วประเทศ เปิดร้านที่ญี่ปุ่นประเทศต้นตำรับผ้ากุ๊กกิ๊ก และมีแฟนๆ อยู่ทั่วเอเชีย จนแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง McDonald’s และร้านสะดวกซื้อ FamilyMart อยากร่วมงานด้วย

The Cloud มีนัดพิเศษกับ ชิว ฉงยู่ (Chiu Chiung-Yu) หรือเพนกวิน หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ in Blooom เพื่อพูดคุยเรื่องราวการสร้างแบรนด์ วิธีคิดเบื้องหลังการสร้างลายผ้าที่สาวๆ ทั่วเอเชียรัก

นอกจากเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ตั้งใจดี บทสนทนานี้ยังชวนให้เห็นบรรยากาศการส่งเสริมธุรกิจขนาดย่อมของรัฐบาลไต้หวันจนอิจฉาคนที่นั่น ไม่แปลกใจแม้แต่น้อยว่าทำไม 2 – 3 ปีหลังมานี้ไต้หวันกลายเป็นเมืองกุ๊กกิ๊กเทียบชั้นโซลและโตเกียว

รู้ตัวอีกทีก็กดสั่งกระเป๋าลายใหม่ที่ Emiumigumi แบรนด์รักจากเกียวโต Collaborate พิเศษกับ in Blooom

คบคนให้ดูหน้า ออกแบบลายผ้าให้ดูเนื้อ

“ที่ไต้หวัน รัฐบาลมีเงินทุนสนับสนุนผู้ประกอบการและกิจการขนาดเล็ก โดยกำหนดให้จดบริษัทก่อนยื่นเสนอขอรับทุน” เพนกวินเล่าจุดเริ่มต้นของแบรนด์ in Blooom เมื่อปี 2008 ที่ก่อตั้งพร้อมเพื่อนสนิทสมัยมัธยมอีก 2 คนทันทีที่เรียนจบมหาวิทยาลัยไปพร้อมๆ กับที่เพนกวินทำงานเป็นอาจารย์ เพื่อนคนหนึ่งเรียนต่อปริญญาโท และอีกคนทำงานเป็นนักออกแบบเทรนด์ให้บริษัทเอกชน

3 ปีแรกของการเริ่มต้นธุรกิจ ทั้งสามใช้ช่วงเวลาว่างจากงานประจำทุกวันพุธและวันเสาร์สำหรับการประชุม ออกแบบลายพิมพ์ และลงมือพิมพ์ผ้ากันเองด้วยมือ จนกระทั่งเปิดร้านสาขาแรกที่ Dadaocheng (ต้าเต้าเฉิง) ย่านท่าเรือเก่าของไทเป ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างเยาวราชและพาหุรัด ในปี 2011

ทำไมต้องเป็นงานผ้าพิมพ์ลาย พวกเธอสนใจอะไร เราสงสัย

เพนกวินเล่าว่า งานออกแบบของ in Blooom มาจากการตั้งคำถาม

คำถามที่ว่า ถ้าพูดถึงฟินแลนด์คนจะคิดถึงแพตเทิร์นลายดอกไม้สีสันสดใสของ Marimekko ถ้าพูดถึงญี่ปุ่นคนจะคิดถึงสีคลาสสิก แต่เมื่อพูดถึงไต้หวันคนจะคิดถึงสีสันและลวดลายของอะไร

เมื่อเห็นตรงกันว่าอยากลงมือทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น ผู้ก่อตั้งทั้งสามจึงเริ่มจากสิ่งที่พวกเธอทำได้ ความรู้เรื่องผ้าจากงานของนักกำหนดเทรนด์ และศาสตร์การออกแบบที่อยู่ในความสนใจก่อร่างสร้างแบรนด์ in Blooom

เล่าเรื่องไต้หวันผ่านลายพิมพ์

เพราะคุ้นเคยกับย่านต้าเต้าฉิงมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนออกแบบ

เพนกวินและเพื่อนพบว่าตลาดผ้าในไต้หวันแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่มที่เป็นโรงงานรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ต่างประเทศ และกลุ่มที่เป็นโรงงานผลิตลายผ้าเลียนแบบแบรนด์ดัง

เมื่อไม่มีร้านหรือแบรนด์ที่นำเสนอลายผ้าตอบความต้องการของนักออกแบบ เหล่าคุณแม่ และคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบงานฝีมือ in Blooom จึงเป็นแบรนด์แรกในย่านที่นำเสนอสีสันและลวดลายที่แตกต่างในราคาที่เอื้อมถึง เป็นคำตอบว่าชาว in Blooom เอาความมั่นใจมาจากไหน จึงตัดสินใจเปิดร้านสาขาแรกแข่งกับร้านผ้าเจ้าถิ่น

เนื่องจากการสนับสนุนของรัฐบาลทำให้ไต้หวันในยุคนั้นมีแบรนด์ของดีไซเนอร์หน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในความเชื่อและจุดยืนของ in Blooom คือการเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้มีดีแค่ออกแบบสินค้าสวย

นอกจากการวางแผนงานอย่างเป็นระบบ คิดทำสินค้าเป็นคอลเลกชันจริงจังแทนการออกสินค้าเป็นชิ้นตามรายสะดวก in Blooom ยังตั้งใจหยิบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันออกมาสื่อสารผ่านงานออกแบบ อย่างลายนก Formosan Crested Myna ซึ่งมาจากภาษาโปรตุเกส แปลว่า เกาะที่สวยงาม ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องนกพื้นเมืองที่ใกล้จะสูญพันธุ์ให้คนรุ่นใหม่รู้จักก่อนที่จะสายเกินไป หรือการหยิบลวดลายหน้าต่าง เหล็กดัดประตู เครื่องเซรามิกโบราณ ที่คนไต้หวันคุ้นเคย มาลดทอนแบบและจัดวางให้เป็นลายผ้าที่ร่วมสมัยมากขึ้น

โดยกระบวนการทำงานเริ่มจากการกำหนดสิ่งที่แสดงความเป็นไต้หวัน ก่อนหาข้อมูลเชิงลึกว่าทำไมนกชนิดนี้จึงสูญพันธุ์ ไปจนถึงทำไมคนสมัยก่อนออกแบบหน้าต่างหน้าตาแบบนี้ แล้วจึงตีความเข้าสู่กระบวนการออกแบบอีกครั้ง

กระบวนการทำซ้ำที่กลายเป็นข้อดีของแบรนด์

เพนกวินเล่าว่า สิ่งที่น่าสนใจของกระบวนการเปลี่ยนจากดีไซเนอร์มาเป็นผู้ประกอบการเต็มตัวคือ กระบวนการทำงานซ้ำ

“เป็นเรื่องปกติของดีไซเนอร์ที่จะไม่ชอบทำงานซ้ำๆ ในช่วง 3 ปีแรก เราเองก็ยังไม่รู้แนวทางของแบรนด์ เรารู้สึกชอบงานออกแบบของเราแต่ไม่รู้ว่าแบบไหนคือแบบที่ดีที่สุด จึงปรึกษารุ่นพี่ ก็ได้คำตอบว่า เราจำเป็นต้องมีลายเซ็นของแบรนด์ ซึ่งก็คือลายพิมพ์รูปนก Formosan Crested Myna” เพนกวินเล่าสิ่งที่พวกเธอเรียนรู้

เมื่อได้คำตอบแน่ชัดว่าแพตเทิร์นหลักของแบรนด์คือ ลายนก Formosan เราจึงได้เห็นแพตเทิร์นและสีสันของเจ้านกบนผืนผ้า และสินค้าชิ้นน้อย ชิ้นใหญ่ ในทุกๆ คอลเลกชันใหม่ของ in Blooom

จากที่เป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ผู้ก่อตั้งทั้งสามพบว่าเรื่องซ้ำๆ ก็เป็นข้อดีที่ทำให้ของแบรนด์เติบโตมาถึงวันนี้

นอกจากผ้าพิมพ์ลาย in Blooom ยังมีสินค้าที่จับต้องได้อย่างกระเป๋า ผ้าเช็ดหน้า หมวก และของใช้จุกจิกสารพัด ใครมีโอกาสแวะเวียนไปที่ร้านสาขาไต้หวันต้องไม่พลาดเข้าร่วมเวิร์กช็อปออกแบบและพิมพ์ลายด้วยตัวเอง

Print of Taiwan

McDonald’s, SHISEIDO และ FamilyMart คือตัวอย่างแบรนด์ที่ทำงาน Collaborate ร่วมกับแบรนด์ลายผ้าสัญชาติไต้หวันแบรนด์นี้

เพนกวินเล่าเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ดังทั้งหลายอยากทำงานร่วมกับ in Blooom ว่า นอกจากเป็นการสนับสนุนแบรนด์ของดีไซเนอร์ท้องถิ่นแล้ว การร่วมงานกับ in Blooom ยังทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ เพราะ in Blooom รู้ความต้องการของตลาด รู้ว่าสินค้าชนิดใด ประเภทไหน ดีไซน์อย่างไร จึงจะเข้าไปถึงหัวใจ เช่น ในคอลเลกชันที่ 2 ของ McDonald’s x in Blooom นั้นนอกจากสนับสนุนงานออกแบบแล้ว McDonald’s ยังช่วยเหลือโรงงานทอผ้าเจ้าใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น

สิ่งที่ in Blooom ตั้งใจจะทำต่อไปคือ นอกจากร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ ออกแบบลายผ้าและผลิตสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องเขียน พวกเธออยากให้ลายพิมพ์ของแบรนด์อยู่ตามอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่และการตกแต่งภายใน หรือมีโอกาสทำงานร่วมกับผู้ผลิตท้องถิ่นมากขึ้น เช่น ตอนนี้กำลังทำงานร่วมกับโรงงานทอผ้าในเกียวโต หรือโรงงานทำหนังของญี่ปุ่น ซึ่งการที่ in Blooom มีหน้าร้านและตัวแทนจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วยเปิดโอกาสให้พวกเธอเจอวัสดุหรือโรงงานผู้ผลิตที่น่าสนใจมากมาย

Screen Saver

เวลาผ่านไป หลังจากพาแบรนด์ in Blooom ไปถึงจุดที่สื่อสารความเป็นไต้หวันผ่านลายผ้า

in Blooom กำลังพูดถึงเรื่องที่ไกลกว่านั้น อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อม เพนกวินเล่าว่า ในเมื่อสิ่งที่พวกเธอทำได้ดีคือการออกแบบ คงจะดีถ้างานออกแบบนั้นช่วยสื่อสารให้ประเด็นยากๆ ในท่าทีที่ไม่เครียดและจริงจังเหมือนที่ผ่านมา

“ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดภายในประเทศไต้หวันเล็กมาก ในวันที่เราอยากเติบโต เราจำเป็นต้องสื่อสารกับตลาดต่างประเทศ เราอยากทำให้คนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมรับรู้ถึงสิ่งที่ควรสนใจ โดยจะไม่ได้ทำด้วยวิธีการบีบบังคับเช่น คุณต้องซื้อนะ ถ้าคุณไม่ซื้อถุงผ้าเราแปลว่า คุณไม่ได้รักโลก กลับกันเราอยากให้คนซื้อสินค้าเราไปใช้เพราะชอบมันจริงๆ” เพนกวินเล่า

ทุกครั้งที่พูดถึงปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม วิธีอันดับต้นๆ ที่คนทั่วไปนึกออกคือรณรงค์ลดการใช้พลาสติก แล้วเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทน ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่คนถกเถียงกันอยู่ว่า การผลิตถุงผ้าจำนวนมหาศาลก็ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากก็น้อย เพราะย่อยสลายช้ากว่าพลาสติกบางชนิด และขณะที่ชาวสแกนดิเนเวียใช้ถุงผ้าในชีวิตปกติจริงๆ คนเอเชียอย่างเราใช้ถุงผ้าเพราะหน้าตาสวยเก๋ดี เราสงสัยว่าที่ไต้หวันประสบปัญหาเรื่องนี้เหมือนกันหรือไม่

เพนกวินตอบว่า สิ่งที่ in Blooom ทำได้คือการทำให้คนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอนนี้ที่ไต้หวันกำลังรณรงค์ลดการใช้แก้วและหลอดพลาสติกในเครื่องดื่มชานมไข่มุก ด้วยการสนับสนุนหลอดแก้วจากการรีไซเคิลขวดเบียร์เพื่อใช้สำหรับกินชานมไข่มุก

“ยิ่งมีคนตั้งคำถามกับเรื่องเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้โรงงานผู้ผลิตกลับมาคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำอีกครั้ง ในมุมของ in Blooom ไม่ว่าปลายทางของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เกิดการแก้ไขปัญหาหรือไม่ ด้วยวิธีการแบบไหน เป็นเรื่องที่เราไม่อาจควบคุม เพียงแต่ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรเลย ก็คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร” เพนกวินเล่าเสริม

Blooom-erang

ในวันที่แบรนด์เติบโตไประดับนานาชาติ เพนกวินเล่าว่า แต่ละการตัดสินใจในธุรกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะพวกเธอทั้งสามคนเป็นดีไซเนอร์ ไม่มีใครรู้เรื่องการเงินหรือบริหารมาก่อน คำแนะนำจากพวกเธอคือ จงหาเครือข่ายที่เชี่ยวชาญในเรื่องที่แบรนด์ขาด และศึกษาความสำเร็จของแบรนด์ใหญ่ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งดูว่าเขาทำสาขา จัดการหน้าร้าน ออกแบบสินค้า และออกแบบคอลเลกชันใหม่อย่างไร

“อะไรคือสิ่งสำคัญที่คุณเรียนรู้จากการทำ in Blooom ตลอด 10 ปี” เราถาม

“ความสามารถในการแก้ปัญหา” เพนกวินตอบ

“ทุกครั้งที่ทำงาน นักออกแบบอย่างเราไม่รู้หรอกว่าเราชอบคนเดียวหรือเปล่า พอมีลูกค้าเดินเข้ามาบอกว่าชอบเหมือนกันก็ทำให้รู้สึกประทับใจมากๆ จากวันที่เริ่มต้นบริษัทเรามีกันอยู่แค่ 3 คน จนวันนี้มีคนที่รัก in Blooom มากๆ เหมือนกันกับเราตั้ง 30 คน พวกเขาเชื่อและทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจไม่ต่างจากเรา” เพนกวินทิ้งท้าย สิ่งที่ in Blooom ทำให้เขาพบความหมายของชีวิต

ขอบคุณรูปจาก : in Blooom และ Pinkoi

Lesson Learn

เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะมีความลังเลในเรื่องต่างๆ เพนกวินบอกว่า ดีไซเนอร์อย่างพวกเธอก็เป็น “เราจะทำแบรนด์ดีไหม ทำสินค้าของตัวเองดีหรือเปล่า” เป็นคำถามที่ต้องพบเจอเสมอ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ in Blooom มี 10 ปีแรกอย่างทุกวันนี้ได้คือ พวกเขาไม่เคยลังเลเลย

“ถ้าเราตั้งคำถามขึ้นมา ก็มีแต่การลงมือทำเท่านั้นที่จะทำให้เราได้คำตอบ ไม่งั้นเราจะได้แต่ตั้งคำถาม” ชิว ฉงยู่ (เพนกวิน) หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ in Blooom

 

 

in Blooom 印花樂

Facebook : in Blooom 印花樂

Pinkoi : in Blooom 印花樂

www.inblooom.com

 

 

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธิรารัตน์ พุทธวงศ์

มีเชียงใหม่เป็นบ้านเกิด หลงใหลธรรมชาติ รักสีบลู แมวดำ และชอบกินผลไม้สีเหลือง Facebook | Out of Tune

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

28 มิถุนายน 2565
2.34 K

15 ปีที่แล้ว ก่อนเป็น ‘Peaberry Thai’ ที่จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ ในยุคสมัยที่กาแฟ Specialty ยังมีคนรู้จักไม่มากนัก Peaberry เป็นบริษัทแรก ๆ ในไทยที่มองเห็นความพิเศษของกาแฟ จึงเริ่มเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กที่คอกาแฟหลายคนรู้จักในชื่อ ‘Pacamara Coffee Roasters’ ก่อนจะเห็นโอกาสของตลาดกาแฟที่พร้อมโตได้อีกมาก

จากร้านกาแฟ 1 ร้าน เติบโตเป็นธุรกิจครบวงจรที่นำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟสารพัดอย่างจากทั่วโลก ทั้งเยอรมนี อิตาลี ไอร์แลนด์ อเมริกา และญี่ปุ่น นำเสนอหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Giesen, Slayer, Mahlkönig, Compak, Marco, Astoria, Kalita, Urnex และอีกมากมาย

ด้วยความตั้งใจคัดสรรคุณภาพทุกขั้นตอนให้พิเศษที่สุดสมกับความเชื่อ ‘Selected Toward Specialty’ พระเอกในวันนี้จึงไม่ใช่แค่กาแฟในแก้ว แต่เป็นเรื่องราวความไม่ธรรมดาของกระบวนการและอุปกรณ์ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟทุกแก้ว

The Cloud ชวนฟังเรื่องราวสุดพิเศษเหล่านี้กับ คุณเด็บ-วิภา บุญปาลิต Managing Director และ คุณป่าน-ธงธรรม เวชยชัย Deputy Managing Director, Commercial บริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จํากัด ที่นำประสบการณ์การทำธุรกิจมานาน ผสานกับความหลงใหลในกาแฟ สกัดออกมาเป็นความใส่ใจที่อยากเล่าให้ Coffee Lovers ฟัง

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Specialty in Coffee Consult

ก่อนฟังเรื่องราวการทำธุรกิจสุดสเปเชียล ขอเสิร์ฟกาแฟของ Peaberry Thai ให้ชิมก่อนอ่านสักแก้ว

คุณเด็บบอกว่า “กาแฟที่เราทำเป็นกาแฟหวาน เวลาชิมกาแฟ จะชิมว่ารสหวานไหม ไม่ใช่ขมไหม มีความหวานอยู่ในปาก” เป็นความหวานจากรสผลไม้ที่ไม่เหมือนหวานจากน้ำตาล มี After Taste แตะที่ลิ้น ซึ่งต้องใช้ความละเมียดละไมในการลิ้มรสชาติ

เมื่อเป็นกาแฟแก้วละเมียด อุปกรณ์ที่ใช้จึงต้องใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการคั่ว บด ชง โดยหลักการคัดเลือกสินค้านั้นแสนง่าย คือ ทุกชิ้นและทุกกระบวนการต้องส่งเสริมให้ผลลัพธ์สุดท้าย ออกมาเป็นกาแฟ Specialty แก้วพิเศษสำหรับคนทานตามคอนเซ็ปต์ Selected Toward Specialty นั่นเอง

แบรนด์เครื่องคั่วกาแฟชื่อดังที่ Peaberry Thai เลือกใช้ และเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักเจ้าเดียวในไทย คือ Giesen เครื่องคั่วหน้าตาหล่อเหลาจากยุโรปที่ใช้ในการแข่งขันคั่วกาแฟระดับโลก World Coffee Roasting Championship

คุณป่านเล่าความเป็นมาว่า “เดิม Giesen ทำธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก จึงใช้วัสดุจากเหล็กหล่ออย่างดี ที่ส่งเสริมให้เกิดปัจจัยการทำความร้อนได้ดี ทำให้การคั่วมีคุณภาพ

“จุดเด่นของเครื่อง คือ ปรับแต่งสูตรได้ ปรับความร้อนได้ และสามารถเล่นกับคาแรกเตอร์ของกาแฟได้หลากหลายโปรไฟล์ ทำซ้ำได้ ถ้าชอบโปรไฟล์สูตรนี้ ครั้งต่อไปบันทึกไว้แล้วกลับมาที่โปรไฟล์เดิมได้ แบรนด์พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้ควบคุมได้ตามที่ต้องการ”

การใช้เครื่องคั่วกาแฟที่ดี ช่วยดึงคาแรกเตอร์ของกาแฟให้เฉิดฉายออกมาได้เต็มที่ เหมือนมีเพื่อนดีที่สนับสนุนให้คาแรกเตอร์เราเด่นชัดขึ้นมา

สำหรับเครื่องบด Peaberry Thai มีทั้งเครื่องขนาดใหญ่อย่าง Mahlkönig ที่บดกาแฟได้ทั่วถึงและแม่นยำสม่ำเสมอ เน้นความละเอียดของกาแฟที่สเกลไมครอน ในขณะที่แบรนด์ Compak มีลักษณะของเฟืองแตกต่างออกไป ทำให้รสชาติกาแฟออกมาอีกแบบหนึ่ง เพียงทรงเฟืองของเครื่องบดที่ต่างกัน ก็ทำให้รสชาติกาแฟออกมาไม่เหมือนกันแล้ว การขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟจึงไม่ใช่แค่รู้สเปกเครื่อง แต่ต้องรู้ศาสตร์การทำกาแฟอย่างลึกซึ้งด้วย

คุณป่านบอกว่า “ทุกเครื่องมีความพิเศษในตัวเอง เรานำเข้าของมาหลายแบบ ทั้งรุ่นแพงและถูกต่างมีเอกลักษณ์”

เครื่องชงตัวท็อปของร้านคือ Slayer ที่มีเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ในการสกัดกาแฟด้วยการพรมน้ำ ค่อย ๆ ดึงความหวานและรสชาติที่ถูกบดออกมาอย่างครบถ้วนละมุนละไม ส่วนแบรนด์ Astoria มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปคือ ความทนทาน ความนิ่ง และความแม่นยำ เหมาะสำหรับร้านกาแฟอย่าง Café Amazon ที่แต่ละสาขาขาย 300 – 500 แก้วต่อวัน

นอกจากนี้ Peaberry Thai ยังมี Coffee Supply หลากหลาย ทั้งแก้วทรงกรวย ดริปเปอร์ แอโรเพรส และอุปกรณ์สกัดกาแฟหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำเชื่อมและส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมการทำกาแฟหลากหลายวิธีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ คุณป่านจึงบอกว่า เราเป็นที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่ขายเครื่อง”

หากอยากทำร้านกาแฟ นอกจากอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว ยังให้คำปรึกษาได้ทั้งด้านคุณภาพเครื่องดื่มและการทำร้านกาแฟให้ได้กำไร เพียงรู้ราคาที่อยากขายต่อแก้ว ก็คำนวณได้ว่าผู้ประกอบการเหมาะกับอุปกรณ์รุ่นไหน

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

เลือกแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กาแฟเป็นศิลปะที่พิเศษ ผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ แถมยังต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก การใช้เครื่องชง Slayer ที่มีแรงดันต่างกันแค่บาร์เดียว หรืออุณหภูมิน้ำต่างกันแค่ 1 – 2 องศาเซลเซียส ก็ทำให้ได้กาแฟรสชาติไม่เหมือนกันแล้ว

หากไม่รู้จริงเรื่องกาแฟ อาจมองว่าเครื่องกรองน้ำ หม้อต้มน้ำ ตาชั่ง และถุง เป็นอุปกรณ์ธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ Peaberry Thai ตั้งใจเลือกแบรนด์เหล่านี้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อรสชาติกาแฟ

เครื่องกรองน้ำสำหรับกาแฟแบรนด์ BWT มีเทคโนโลยีพิเศษ นอกจากกรองความสกปรกในน้ำออกแล้ว ยังใส่แมกนีเซียมลงไปในน้ำ ทำให้แร่ธาตุจับกับอโรม่าของกาแฟ จนออกมาเป็นกาแฟรสชาติดี

นอกจากนี้ คอกาแฟจะรู้ว่าอุณหภูมิและสเกลต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ต้องเป๊ะ หม้อต้มน้ำ Marco สำหรับกาแฟ Specialty มีหัวก๊อกที่ตั้งอุณหภูมิน้ำได้เสถียร ไม่คลาดเคลื่อน ได้น้ำร้อนไวตามที่ต้องการ มีทั้งหัวก๊อกน้ำร้อน น้ำเย็น โซดา สะดวกต่อคนใช้งาน ทำให้ขายได้เร็วขึ้นและมีรูปลักษณ์สวยงาม เหมาะกับตั้งประดับที่บาร์กาแฟ

ส่วนตาชั่งสำหรับกาแฟโดยเฉพาะ จะมีสเกลไวและนิ่ง ต่างจากตาชั่งทั่วไปที่คลาดเคลื่อนในหน่วยทศนิยม เหมาะกับการชั่งกาแฟที่ต้องละเอียดในหน่วยกรัม ใส่สูตรการชงเข้าไป แล้วแชร์สูตรกับกลุ่มคนรักกาแฟผ่านแอปพลิเคชัน หรือเข้าไปดูสูตรของแชมป์บาริสต้าได้

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ เพราะกาแฟเก่ามักมีกลิ่นคล้ายกระดาษโรเนียวเก่า หากไม่ใช้น้ำยาพิเศษจะทำให้รสชาติในแก้วเปลี่ยน ส่วนถุงที่เก็บเมล็ดกาแฟก็ต้องสั่งทำพิเศษหนา 4 ชั้น ใช้เวลาทดสอบถุงเป็นปีด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่ารักษาคุณภาพกาแฟให้อยู่ได้นาน

ด้วยศาสตร์ของกาแฟที่ละเมียด ทำให้คนทำธุรกิจต้องละเอียดตามไปด้วย ใส่ใจในสิ่งธรรมดาที่ทำให้ผลลัพธ์ของสินค้าออกมาไม่ธรรมดา

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Coffee Wisdom จากการลงลึกหน้างาน

เมื่อถามว่าทำอย่างไร ถึงสะสมความรู้ด้านกาแฟจนรู้จริงและเชี่ยวชาญในการเลือกอุปกรณ์กาแฟต่าง ๆ ได้ดีขนาดนี้

คำตอบของคุณป่านคือ “ต้องลงลึก ลงพื้นที่จริง ไปขึ้นดอย คุยกับคนที่ทำจริง ทำงานกับเกษตรกร ไปดูสายพันธุ์ เก็บหน้าดินมาทดสอบ” ผนวกด้วยหลงใหลในศาสตร์กาแฟ ทำให้พัฒนาร่วมกับเกษตรกรต่อไปได้เรื่อย ๆ จากกาแฟเชอร์รี่เม็ดแดงสุกก่ำ คัดด้วยมือทีละเม็ดผ่านโรงสีและโรงคั่วของแบรนด์ ออกมาเป็นสารกาแฟตั้งต้นที่คุมคุณภาพในทุกกระบวนการ

Peaberry Thai Estate ยังคิดค้นกาแฟ Thai Single Origin ที่บ่มและหมักด้วยเมล็ดกาแฟไทย มีทั้งไอยรารัญจวนจากดอยช้าง เสน่ห์นางนอนจากดอยผาฮี้ และผกาชมพูจากแม่จันหลวงที่มีต้นผกาชมพูปลูกอยู่ มีกาแฟเบลนด์จากทั้งไทยและต่างประเทศ

คุณเด็บบอกว่า “การที่เรามีอุปกรณ์และเครื่องของตัวเอง มีผู้เชี่ยวชาญดูในแต่ละขั้นตอนทั้งหมด ทำให้คุมคุณภาพได้ครบวงจร มั่นใจคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่ามีของดีทุกขั้นตอน”

สิ่งสำคัญคือ Peaberry Thaiไม่ได้ขายแค่กาแฟแล้วบอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่บอกได้ว่าทำไมและทำอย่างไรกาแฟถึงมีคุณภาพดี ลงมือทำเองหน้างานจริงแล้ว จึงแนะนำลูกค้าต่อได้ว่าควรใช้อุปกรณ์แบบใด ใช้ดริปเปอร์แบบไหน แล้วส่งผลให้กาแฟเป็นอย่างไร แนะนำสูตรเครื่องดื่มให้ผู้ประกอบการได้ เซลล์ขายเครื่องมีประสบการณ์และความรู้ด้านกาแฟ ก็แนะนำการใช้เครื่องได้ ส่วนบริการหลังการขายนั้นยังรับซ่อมและแนะนำลูกค้าถึงที่ได้อีกด้วย โดยมีศูนย์บริการถึง 16 สาขาทั่วประเทศ

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

รู้ใจลูกค้า ไม่แพ้เข้าใจกาแฟ

ทุกวันนี้ Peaberry Thai มีโชว์รูม 2 สาขา คือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต สำหรับขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ ส่วน Pacamara Coffee Roaster คือ ร้านกาแฟที่เป็นธุรกิจค้าปลีกของบริษัทภายใต้สโลแกน Everyday Specialty กาแฟคุณภาพดีที่ราคาไม่แพง อยากเข้าถึงคนดื่มกาแฟอย่างแพร่หลายและหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจครบวงจรของ Peaberry Thai ทำให้ส่งผลดีต่อร้านกาแฟอีกทอด บาริสต้ารู้เรื่องราวกาแฟตั้งแต่ปลูก สามารถถ่ายทอดเรื่องราวก่อนมาเป็นเครื่องดื่มในแก้วให้ลูกค้าฟังได้ เติมเสน่ห์ที่คุณเด็บบอกว่าเป็นหัวใจของธุรกิจคือการเข้าใจลูกค้า “เรารู้ใจลูกค้า เข้าใจว่าคนดื่มกาแฟกำลังมองหาอะไร เข้าร้านมาแล้วถูกใจไหม เราอธิบายข้อมูล เล่าเรื่อง Behind the Cup ให้คนเข้าใจเรื่องราว ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เสิร์ฟให้ลูกค้า นี่คือสิ่งที่เราทำ”

สำหรับคอกาแฟพิเศษ Pacamara เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ชอบลองกาแฟรสชาติหลากหลาย จึงเสาะหา Cup of Excellence (กาแฟดีจากทั่วโลก ที่ผ่านการให้คะแนนโดยนักชิมรสชาติกาแฟมืออาชีพ) ใน Rank 1 – 22 มากระจายขายใน 20 กว่าสาขาของ Pacamara ทำเป็น Coffee Hunt ให้คอกาแฟไปเสาะหาลองชิม

คุณป่านอธิบายว่า “Coffee Lovers ในไทยแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ทั้งคนดื่มกาแฟวันละหลายแก้วทุกวันที่ต้องการความเข้มและสตรอง หรือคนดื่มกาแฟคั่วอ่อนที่ชอบลิ้มรสชาติกาแฟ” ดังนั้น แม้สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ Specialty เป็นประจำ ก็ต้องการดื่มกาแฟที่ปรับรสชาติได้ในแบบที่แต่ละคนชอบ กาแฟพิเศษจึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะสามารถปรับรสชาติได้อย่างละเอียด เช่น ผสมรส Nutty ของกาแฟบราซิลกับรส Floral จากเอธิโอเปียด้วยกันได้

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์กาแฟของ Peaberry Thai และร้านกาแฟ Pacamara นั้นส่งผลดีต่อกัน เมื่อเกิดเทรนด์ Coffee Culture ที่คนนิยมตามหาคาแรกเตอร์ของกาแฟมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์กาแฟโตตามไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาตลาดกาแฟยังโตขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้หลายคนลงทุนซื้อแอโรเพรส Espresso Machine เครื่องชงกาแฟแบบออโต้ หรืออุปกรณ์ดริปต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละคนมาไว้ที่บ้าน

ทั้งคู่บอกว่า นี่คือโอกาสทางธุรกิจในการส่งต่อความรู้เกี่ยวกับกาแฟแก่ลูกค้า และตอบโจทย์ให้คนรู้จักกาแฟ Specialty มากขึ้น หากคนเข้าใจสุนทรีย์ของกาแฟ ว่าคือการดื่มด่ำความสุขกับกาแฟไม่ใช่คาเฟอีน ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องเลือกอุปกรณ์ทำกาแฟอย่างละเมียดละไม

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Seasonal Problems

“Pacamara ทำให้เข้าใจว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟกำลังเผชิญกับอะไร พอมีร้านกาแฟของเราเอง เรายิ่งเข้าใจปัญหาหน้าบ้านและความซับซ้อนของร้านกาแฟ เพราะเจอสถานการณ์เดียวกัน” คุณป่านเล่า

ความท้าทายของธุรกิจกาแฟ คือ ปัจจัยที่ไม่แน่นอนและควบคุมยากอย่างดินฟ้าอากาศที่ล้วนส่งผลต่อการปลูกกาแฟ เช่น ปีที่ผ่านมาบราซิลหิมะตกหนักมากจึงขาดแคลนกาแฟทั่วโลก เมื่อสภาพแวดล้อมของแต่ละปีไม่เหมือนกัน กาแฟที่ปลูกแต่ละปีจึงไม่เหมือนกันตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการบริหารจัดการกาแฟทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความท้าทายจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนจึงยิ่งทวีคูณมากขึ้นจากหลายทิศทางรอบตัว

2 ปีที่ผ่านมาในช่วงโรคระบาดโควิด-19 มีบริษัทล้มไปเยอะมาก หน้าร้านหลายสาขาของ Pacamara ต้องปิดตัวลงเช่นกัน

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

เมล็ดกาแฟแพงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวในการบริหารจัดการหาวิธีคั่วกาแฟอย่างไร ไม่ให้สูญเสียต้นทุนกาแฟที่มีค่าดั่งเพชร ปรับสัดส่วนการขายสินค้า ออกสินค้าใหม่ในช่วงโควิดอย่างกาแฟกระป๋อง Unicorn ภายใน 1 สัปดาห์ 

ในการทำธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่เบลนด์กาแฟให้อร่อย แต่ต้องรู้จักเบลนด์ไอเดียของหลายคนเข้าด้วยกันให้เกิดทีมเวิร์ก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไปทุกวัน เหมือนรสชาติกาแฟที่ผันเปลี่ยนตามฤดูกาล

เข้าใจฤดูกาลก่อน แล้วจึงหาวิธีรับมือ เข้าใจปัญหาให้ได้ก่อน แล้วจึงหาวิธีแก้ พร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ทั้งคู่สรุปว่า ทุกธุรกิจมีความท้าทาย ขึ้นอยู่กับว่ามีวิธีรับมืออย่างไร เคล็ดลับของคุณเด็บที่คร่ำหวอดในธุรกิจอาหารมา 30 ปี คือ “ความรู้ในสินค้าของแต่ละธุรกิจเป็นคนละแบบ แต่หลักการการดูแลธุรกิจใกล้เคียงกัน”

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า “หลักการยังไม่เท่ากับความตั้งใจ หลักการเกิดขึ้นในถุงกาแฟใบนี้ที่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับกาแฟที่ดี อยู่ในช่วงเหมาะสมในการทานมากที่สุด ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าคลัง จะนับวันว่าสต็อกมีกาแฟคั่ววันที่เท่าไหร่บ้าง”

ในขณะที่คุณป่านผู้ทำธุรกิจควบรวมกิจการมาก่อน ได้ประยุกต์ใช้หลักการวางแผนหาช่องทางการทำรายได้ใหม่ และวางโครงสร้างธุรกิจมาใช้กับธุรกิจกาแฟ

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

คอเดียวกัน

คุณเด็บและคุณป่านบอกว่า อยากชวนทุกคนมาร่วมสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ Specialty ด้วยกัน อยากเป็นบริษัทที่จริงจังกับการเป็นคนรักกาแฟ และคนรักกาแฟอยากทำงานด้วย โดยตั้งใจเชื่อมต่อองค์ความรู้ของคนรักกาแฟ จากทั้งเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศ เกษตรกร จนถึงลูกค้า สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการร้านกาแฟที่ช่วยเหลือกัน เป็นเพื่อนทำกาแฟด้วยกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน

คุณเด็บบอกว่า “เราคือคนรักกาแฟ ลูกค้าก็เป็นคนรักกาแฟ เราคือผู้ขาย เขาคือผู้ซื้อ แค่มีสถานะที่ต่างกันแต่จริง ๆ เรามีรสนิยมที่เหมือนกัน ทั้งเราและลูกค้าต่างชอบดื่มกาแฟ อยากได้กาแฟที่แปลกใหม่”

เพราะเป็นแบรนด์ไทยที่เปิดร้านกาแฟ ทำให้มีเป้าหมายเหมือนกันกับผู้ประกอบการกาแฟ คือทำอย่างไรให้ส่งต่อคุณค่าของกาแฟได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น และขยายธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้น

ในต่างประเทศตลาดกาแฟ Specialty เริ่มต้นมาก่อนไทย วันนี้ Peaberry Thai อยากทำกาแฟไทยเทียบเท่าต่างประเทศให้ได้ อยากสร้าง Coffee Culture ในไทยที่คนดื่มกาแฟบนรสชาติกาแฟ โดยเชื่อว่าเมื่อกาแฟดี อุปกรณ์ดี มีบุคลากรที่เข้าใจกาแฟอย่างถ่องแท้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ และเมื่อตลาดกาแฟ Specialty เติบโตขึ้น แปลว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟทุกคน รวมทั้ง Peaberry Thai ก็ยิ่งโตไปได้อีกแน่นอน

เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Lessons Learned

  1. หลงใหลและลงลึกจนเชี่ยวชาญ รู้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำจากความชอบและลงมือทำจริงหน้างาน ทำให้คัดเลือกสินค้าและแนะนำลูกค้าได้อย่างช่ำชอง
  2. ไม่ปล่อยผ่านในทุกรายละเอียด ใส่ใจทุกปัจจัยที่ควบคุมได้และไม่ได้ของธุรกิจ ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพอย่างมั่นคง
  3. นำเสนอความพิเศษให้ลูกค้า สินค้าที่พิเศษมาจากทุกกระบวนการที่พิเศษ  พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังให้ลูกค้ารับรู้ถึงความไม่ธรรมดานั้น

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load