01

ปฐมบท

ด้วยความสนใจในสิ่งพิมพ์ทุกแขนงเป็นทุนเดิม เมื่อรู้ว่าจะได้สัมภาษณ์ ศุภชัย ราชพิตร คุณตาวัยเกษียณผู้มอบของสะสมส่วนตัว คือนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์จำนวน 7,000 กว่าเล่ม ตั้งแต่ชนิดที่เก่าสมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงนิตยสารภาษาทมิฬ ให้แก่หอสมุดแห่งชาติ ก็แทบจะอดรนทนรอไม่ไหว อยากให้ถึงเวลานัดหมายเร็วๆ

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

เราเดินทางไปพบนักสะสมรุ่นใหญ่ที่บ้านพักของท่านย่านรามคำแหง พร้อมพกความคาดหวังว่าจะได้สนทนากับคนผู้สนใจเรื่องเดียวกันอย่างถูกคอใส่ไปเต็มกระเป๋า

ทันทีที่พบคุณตา ความกระฉับกระเฉงแข็งแรงซึ่งสวนทางกับอายุของเขา ทลายกรอบภาพจำที่เราเคยมีต่อคนในช่วงวัยนี้ไปโดยราบคาบ เรานั่งลงสนทนากันในห้องทำงานส่วนตัวของศุภชัย ที่เพียงปราดตามองก็รู้ว่าเดิมน่าจะเต็มไปด้วยสิ่งของเป็นพะเรอเกวียน

ก่อนจะทันเอ่ยปากถาม ชายสูงอายุตรงหน้าผู้อ่านสายตาของเราออก ก็ชิงอธิบายว่านิตยสารซึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่เพิ่งได้รับมาใหม่ และยังไม่ได้นำไปบริจาคให้แก่หอสมุดแห่งชาติเท่านั้น

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

แปลว่ายังไม่หยุดสะสม

“ตาจะหยุดได้ยังไงล่ะ” ศุภชัยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงถ้อยที “มันมีมาใหม่เรื่อยๆ ก็ต้องเก็บไว้ แต่เก็บไว้เพื่อส่งต่อนะ”

หลังอาศัยความซุกซนสำรวจห้องนี้ในระยะเวลาอันสั้น เราพบว่าศุภชัยคือนักสะสมขนานแท้ เพราะยังมีสิ่งละอันพันละน้อยที่เขาสนใจเก็บเอาไว้อีกมากจนเกินนับนิ้ว ทั้งหนังสืออัตชีวประวัติ ป้าย Do Not Disturb’ ป้าย Make Up Room คีย์การ์ดโรงแรม ไปจนถึงฉลากขวดน้ำพลาสติก

ต่อไปนี้คือบทสนทนาซักถามอันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและความหลงใหลเกี่ยวกับการสะสม ‘ฉบับปฐมฤกษ์’ ของคุณตาศุภชัย ขออภัยล่วงหน้าถ้าหากว่ามีอะไร ‘อินเกิน’ เล็ดรอดไปในบทความ

02

ปฐมกาล

“ตาชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วตั้งแต่เด็ก และเก็บหนังสือที่เคยอ่านอยู่เรื่อยมา” คุณตานักสะสมเริ่มเท้าถึงความหลังในอดีต

“สมัยอยู่มอเจ็ด มอแปด ชอบนิตยสาร สตรีสาร ที่คุณหญิงนิลวรรณ ปิ่นทอง เป็นบรรณาธิการ ต่อมาเขาทำแผนกหนังสือเยาวชนแยกออกมาชื่อ ดรุณสาร ตาก็ติดตาม

“ตอนนั้นสำนักพิมพ์ตั้งชมรมขึ้นเพื่อพาผู้อ่าน ดรุณสาร มาพบปะชุมนุมกัน มีกลุ่มต่างๆ แยกไปตามความสนใจ เช่น ชมรมภาษาอังกฤษ ชมรมนักสะสม ชมรมบำเพ็ญประโยชน์ ตาก็ไปสมัครสมาชิกอยู่บางชมรม มีจัดงานทุกสองสามเดือน หาองค์ปาฐกมาบรรยาย เสียดายที่ต่อมาทั้ง สตรีสาร และ ดรุณสาร ต้องยุติไป” คุณตาศุภชัยขยับปากมุ่ยม่ายเอื้อนเอ่ยเรื่องราวออกมาโดยไม่ต้องรีดเค้น ราวกับในห้วงคำนึงของเขา เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

งานอดิเรกข้อนี้ทำให้เขามีโอกาสก้าวเข้ามาสัมผัสแวดวงนิตยสาร ซึ่งมีส่วนปลูกฝังและเร่งเร้าความสนใจในสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่วัยรุ่น

“ตาคลุกคลีอยู่ในวงการ จนตอนหลังอาจารย์นิลวรรณท่านก็เลือกตากับเพื่อนๆ เข้าไปทดลองช่วยงานในกองบรรณาธิการ ตอบจดหมายบ้าง ช่วยงานด้านอื่นบ้าง เลยพอมีโอกาสได้ร่วมจัดทำนิตยสาร”

หลังเรียนจบ ศุภชัยเข้ารับราชการในองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจนเกษียณ แม้ได้ย้ายถิ่นฐานไปประจำที่ต่างประเทศ ทั้งสำนักงานแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และสำนักงานกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แต่คุณตาก็สมาทานนิสัยรักการอ่านเอาไว้อยู่ไม่ขาด

03

ปฐมเหตุ

มูลเหตุแห่งการเริ่มไล่ล่าตามหาวารสารและนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์ของนักสะสมท่านนี้ คือ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับฉลองครบรอบ 40 ปีที่หนาถึง 108 หน้า (ใช่ หนังสือพิมพ์หนาถึง 108 หน้า)

“ตอน พ.ศ. 2532 ไทยรัฐทำฉบับพิเศษปีที่สี่สิบ ทันทีที่ได้รับก็มีความคิดขึ้นมาเลยว่าแล้วฉบับแรกๆ จะมีสักกี่หน้า รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง ตอนนั้นก็สี่สิบปีล่วงไปแล้ว คิดว่าตามหาคงยาก แล้วทางไทยรัฐเองเขาก็ยังหาฉบับแรกของเขาไม่เจอเหมือนกัน ตาเลยตัดสินใจเริ่มสะสมฉบับปฐมฤกษ์ตั้งแต่บัดนั้น เผื่อว่าอีกห้าปีสิบปีข้างหน้า เกิดเราหรือใครคิดอยากตามหาย้อนหลัง ก็จะได้มีหลักฐานให้ได้ดู”

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“อีกประเด็นสำคัญ” นักสะสมรุ่นใหญ่หยุดพักครู่สั้นเพียงให้ความสงสัยเราทำงาน ก่อนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงอันสุขุม “ตาคิดว่านิตยสารฉบับปฐมฤกษ์เป็นฉบับหนึ่งซึ่งผู้จัดทำตั้งใจและใส่ใจมากที่สุด เป็นสุดยอดแห่งอะไรทั้งปวง เพราะหากไม่บรรจงพิถีพิถันคัดสรรมา ตีพิมพ์ไปแล้วก็ไม่ติดตลาด ต้องทำออกมาเพื่อให้ขายได้ ฉบับปฐมฤกษ์มีส่วนชี้เป็นชี้ตาย”

นั่นอาจพอนับเป็นหมุดหมายแรกเริ่มแห่งการเป็นนักสะสมนิตยสารฉบับแรกของศุภชัยได้ แต่ใครเลยจะทราบว่า ก่อนหน้านี้ หากเห็นว่าสิ่งพิมพ์ใดมีค่าและน่าจะมีประโยชน์ในภายภาคหน้า ก็เก็บรวบรวมเอาไว้ทั้งสิ้น

04

สนุกกว่าการได้มา คือการตามหา

คุณตาเริ่มสะสมวารสารและนิตยสารฉบับแรก ตีพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง อย่างจริงจัง โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังว่าปกไหนเล่มใดไม่เข้าตาก็คัดทิ้ง

“ในหลักการ ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นฉบับปฐมฤกษ์คือเก็บหมด บางคนเขาคัดเฉพาะที่เขามองว่าสวยว่างามถูกใจ ทีนี้งามแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เราเลยจะเลือกเฉพาะบางเล่มไม่ได้ เล่มไหนออกมาตอนเราเริ่มสะสมแล้วก็ซื้อไว้ เล่มไหนออกมาแล้วก็พยายามตามหา”

เราเชื่อว่าในประสบการณ์การสะสมไม่ว่าสิ่งใด การได้มาครอบครองแล้ว ยังสนุกน้อยกว่าวิธีการตามหาจนได้มา ซึ่งนั่นเป็นเหมือนส่วนไคลแมกซ์ของเรื่องเสียอีก

แล้วคนยุคนั้นตามหาหนังสือเก่ากันอย่างไร-ขวบวัยที่น้อยกว่าคู่สนทนาหลายขุมทำให้คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวเราทันที

“นอกจากการซื้อให้ทันตามแผงหนังสือหรือไปเดินหาตามร้าน ก็ติดต่อไปยังสำนักพิมพ์ แต่ไม่ง่ายนะ เช่น โทรศัพท์ไปสอบถามกับ Operator ซึ่งไม่ได้อยู่คลัง เขามักตอบปัดไปว่าไม่มีแล้ว หรือบางครั้งถ้ามีโอกาสแวะไปถึงสำนักพิมพ์ก็เข้าไปคุยเลย ถ้าเจอบรรณาธิการก็ดีไป บางคนใจดีหาให้ บางคนไม่ว่างก็ไม่หาให้ แต่ถ้าไม่เจอโดยตรง เราต้องไปนั่งอธิบายให้คนอื่นฟังอีกว่าเราสะสมอะไรอยู่ เรื่องราวยังไง มันพูดยาก

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ
ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“วิธีหนึ่งคือเขียนจดหมายไปหากองบรรณาธิการหรือสำนักพิมพ์เลย อันนี้ค่อนข้างจะได้ผลดี พอมาถึงยุคที่มีอินเทอร์เน็ตเลยส่งเป็นอีเมลไปแทน ถ้ามีก็ตอบกลับมา”

แน่นอนว่าไม่มีสิ่งใดดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้ขวากหนาม แต่ด้วยใจรักและความมุ่งมั่น อุปสรรคเพียงเล็กน้อยจึงเป็นเสมือนกรวดในรองเท้าที่ไม่อาจขัดขวางเขาได้

“ตอนหลังพอรู้ว่าเราสะสมอยู่หรือเป็นเล่มปฐมฤกษ์ เขาก็ขึ้นราคา ถ้าไม่แพงมากตาก็ซื้อไว้ บางเล่มไม่ขายแยกเฉพาะเล่มแรก ขายยกชุดสิบเล่ม สิบสองเล่ม ถ้าสู้ไหวก็เอามาหมดเลย”

เหล่านี้คือความท้าทายที่ศุภชัยมองอย่างนักสะสมโดยสายเลือดว่าเป็นเรื่องสนุก หนังสือบางเล่มก็อาศัยมิตรภาพและสายสัมพันธ์กว่าจะได้มาครอบครอง ในขณะที่บางเล่มเดินทางมาพร้อมกับความประทับใจ

“ตาไม่ได้เก็บเฉพาะภาษาไทยหรือเฉพาะสำนักพิมพ์ไทย ถ้าเป็นนิตยสารต่างประเทศที่พิมพ์ในไทย ไม่ว่าจะภาษาไหนก็เก็บหมด ขอแค่เป็นปฐมฤกษ์ บางทีก็ไปไล่ตามหาของภาษาอื่นจากเมืองนอกมาด้วย หรือถ้ารู้ข่าวว่ามีหนังสือออกใหม่ เราก็ไหว้วานให้เพื่อนฝูงที่อยู่ที่นั่นซื้อเก็บไว้ให้

“มีครั้งหนึ่งติดต่อไปฮ่องกง ขอหนังสือ Children’s Digest ฉบับปฐมฤกษ์ เขาบอกว่าไม่มี แต่ส่งฉบับพิเศษซึ่งพิมพ์ด้วยอักษรเบรลล์ทั้งเล่มมาให้เราแทน คล้ายๆ รางวัลปลอบใจ อันนี้แม้ไม่นับรวมในลิสต์ที่ต้องการแต่เป็นความประทับใจ ทำให้เรายิ่งอยากตามหามากขึ้นไปอีก”

ถ้อยคำเดินทางออกมาจากความทรงจำของเขาโดยไม่ตกหล่นไประหว่างทางแม้แต่น้อย

05

ปฐมฤกษ์

30 ปี ดูเหมือนเป็นช่วงเวลาอันแสนยาวนานสำหรับหนึ่งชีวิตมนุษย์ที่จะสรรหาสิ่งใดๆ มาเก็บเอาไว้เป็นของส่วนตัว แต่สำหรับศุภชัย อายุอานามอันล่วงไปไม่อาจลดทอนความมุ่งมั่นที่มีต่อการสะสมได้เลย เราสัมผัสได้ถึงแรงไฟแห่งความคลั่งไคล้ ซึ่งไหลเวียนอยู่ในสุภาพชนท่านนี้ได้มากในระดับที่ไม่แพ้วัยรุ่น

‘Young at heart’ น่าจะเป็นหนึ่งประโยคที่ใช้กล่าวถึงชายรุ่นใหญ่ผู้นั่งสนทนาตอบโต้กับเรามาโดยสนุกสนานไม่ขาดจังหวะแม้แต่น้อยท่านนี้ได้

ตลอดระยะเวลาที่สะสมมา คุณตาเห็นเสน่ห์อะไรของนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์-เราถามคำถามซึ่งคิดว่าเขาน่าจะได้ยินบ่อยสุดออกไป

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“นอกเหนือจากความตั้งใจที่คนทำใส่ลงไปมากเป็นพิเศษ ภาพรวมคงเป็นรายละเอียดต่างๆ ในหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นข้อเขียนจากนักเขียน ภาพประกอบทั้งภาพศิลป์หรือภาพถ่าย การจัดองค์ประกอบ โฆษณา แฟชั่น สีสัน รวมทั้งเทคโนโลยีในการผลิตตั้งแต่ประเภทกระดาษ ถึงวิธีการเข้าเล่ม

“ถ้าวิเคราะห์โดยละเอียด ข้อมูลเหล่านี้คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น เราต้องยอมรับว่าองค์ความรู้มันอาจล้าสมัยไปบ้าง แต่ครั้งหนึ่งสิ่งเหล่านี้มันเคยมีและเคยเกิดขึ้นมาไม่ใช่หรือ ถ้าอายุขนาดนี้ไม่ถือว่าแก่เกินเรียนแล้ว ตาก็อยากลองรวบรวมข้อมูลทำวิจัยดูบ้าง”

คำอธิบายซึ่งแล่นออกมาจากปากอย่างพรั่งพรูดุจสายธาร คือเครื่องยืนยันว่าไม่มีใครอายุมากเกินไปสำหรับการลุกขึ้นมาทำอะไรจริงจังสักครั้ง

06

ปัจฉิมบท

“แน่นอนว่ามันคือความชื่นชมยินดีส่วนตัวของเราที่ได้ครอบครองหรือประสบความสำเร็จในการตามหาสิ่งที่เรียกว่าหาได้ยาก ทำให้ชีวิตเรามีจุดมุ่งหมายว่าจะทำอะไร

“แต่อีกด้านหนึ่ง การสะสมปฐมฤกษ์บังคับให้ตาต้องหมั่นติดตามวงการหนังสืออยู่เสมอๆ นั่นทำให้เห็นว่ารายละเอียดทั้งหลายที่ปรากฏบนนิตยสาร รวมทั้งความเป็นไปของนิตยสารและสำนักพิมพ์นั้น ล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พอได้รู้ว่าฉบับใดปิดตัวลงไปตอนไหนก็ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น นิตยสารก็เหมือนกับชีวิตคน บางคนอยู่ได้ไม่นาน เสียชีวิตตอนหนุ่มสาว แต่บางคนก็เสียชีวิตตอนแก่ เป็นวัฏจักรของมัน”

นี่คือคำตอบของคำถามสุดแสนธรรมดา ที่ไม่ว่าใครๆ หากได้นั่งลงสนทนากับคนผู้หลงใหลได้ปลื้ม สะสมสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้มาก ต้องคิดฉงนสนเท่ห์ว่าทำไปแล้วได้เรียนรู้อะไร

แต่ถ้อยแถลงนี้ดูจะเหนือความคาดหมายของเราอยู่มากทีเดียว

“บางทีตาว่านะ” เขาเงียบไปเสี้ยววินาที คล้ายครุ่นคิด

“คำว่า ‘สมบัติ’ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเพชรนิลจินดาหรือของที่มีมูลค่ามากมายเสมอไป นิตยสารเหล่านี้ เรียกว่าเป็นสมบัติได้เหมือนกัน เพราะมันมีคุณค่าสำหรับตา”

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

5 ที่สุดแห่งปฐมฤกษ์

ในฐานะน้องใหม่ผู้เพิ่งตกหลุมรักหนังสือเก่าได้ไม่กี่ขวบปี เราจึงขอให้คุณตาศุภชัยยกตัวอย่างนิตยสารที่เป็นที่สุดสำหรับเขามา 5 เล่ม 

ต่อไปนี้คือลิสต์สิ่งพิมพ์รุ่นพ่อแม่ (หรืออาจจะตายาย) ซึ่งเราเชื่อว่ามีชื่อคุ้นหู แต่รูปร่างไม่คุ้นตาแน่ๆ

เก่าที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“ถ้าเอาเก่าที่สุดที่ได้สะสมมาคือ สมุทสาร เป็นนิตยสารของราชนาวีสมาคมซึ่งรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับทหารเรือในยุคนั้น เล่มนี้พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2457 ในรัชสมัยรัชกาลที่หก นับถึงปีนี้มีอายุได้ร้อยเจ็ดปีแล้ว”

ผูกพันที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

อนุสาร อ.ส.ท. เป็นนิตยสารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตั้งแต่สมัยยังเป็นองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) พิมพ์เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางการท่องเที่ยวของไทย ฉบับปฐมฤกษ์นี้เผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2503 ราคาหนึ่งบาทห้าสิบสตางค์ เล่มนี้คือหนังสือของหน่วยงานที่เราทำงานมา เลยผูกพันมากเป็นพิเศษ”

อ่านสนุกที่สุด

“ตาประทับใจ วรรณคดีสาร เพราะเป็นนิตยสารที่ออกเมื่อ พ.ศ. 2485 ในช่วงเวลาภาษาวิบัติ เพราะรัฐบาลสมัยนั้นได้ปรับปรุงให้พยัญชนะไทยเหลือเพียงสามสิบเอ็ดตัว (จากของเดิมซึ่งมี 44 ตัว) ตัวสะกดหรืออักขรวิธีเปลี่ยนไป อ่านสนุกดี”

เคยฮิตที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“ในยุคนั้นต้องเล่มนี้เลย คู่สร้าง คู่สม เล่มนี้ผลิตเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2523 ราคาแปดบาท ปัจจุบันได้ยุติการผลิตไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง”

แปลกใหม่ที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

นะยะ (N’YAH!) นี่ถือได้ว่าแปลกใหม่มากสำหรับยุคนั้น เพราะแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยพูดถึงความหลากหลายทางเพศมานานแล้ว เล่มนี้ผลิตเมื่อ พ.ศ. 2539 ตอนนั้นราคาฉบับละเก้าสิบบาท ปัจจุบันเหลือแต่ชื่อไม่ได้ผลิตแล้ว”

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load