01

ปฐมบท

ด้วยความสนใจในสิ่งพิมพ์ทุกแขนงเป็นทุนเดิม เมื่อรู้ว่าจะได้สัมภาษณ์ ศุภชัย ราชพิตร คุณตาวัยเกษียณผู้มอบของสะสมส่วนตัว คือนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์จำนวน 7,000 กว่าเล่ม ตั้งแต่ชนิดที่เก่าสมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงนิตยสารภาษาทมิฬ ให้แก่หอสมุดแห่งชาติ ก็แทบจะอดรนทนรอไม่ไหว อยากให้ถึงเวลานัดหมายเร็วๆ

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

เราเดินทางไปพบนักสะสมรุ่นใหญ่ที่บ้านพักของท่านย่านรามคำแหง พร้อมพกความคาดหวังว่าจะได้สนทนากับคนผู้สนใจเรื่องเดียวกันอย่างถูกคอใส่ไปเต็มกระเป๋า

ทันทีที่พบคุณตา ความกระฉับกระเฉงแข็งแรงซึ่งสวนทางกับอายุของเขา ทลายกรอบภาพจำที่เราเคยมีต่อคนในช่วงวัยนี้ไปโดยราบคาบ เรานั่งลงสนทนากันในห้องทำงานส่วนตัวของศุภชัย ที่เพียงปราดตามองก็รู้ว่าเดิมน่าจะเต็มไปด้วยสิ่งของเป็นพะเรอเกวียน

ก่อนจะทันเอ่ยปากถาม ชายสูงอายุตรงหน้าผู้อ่านสายตาของเราออก ก็ชิงอธิบายว่านิตยสารซึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่เพิ่งได้รับมาใหม่ และยังไม่ได้นำไปบริจาคให้แก่หอสมุดแห่งชาติเท่านั้น

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

แปลว่ายังไม่หยุดสะสม

“ตาจะหยุดได้ยังไงล่ะ” ศุภชัยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงถ้อยที “มันมีมาใหม่เรื่อยๆ ก็ต้องเก็บไว้ แต่เก็บไว้เพื่อส่งต่อนะ”

หลังอาศัยความซุกซนสำรวจห้องนี้ในระยะเวลาอันสั้น เราพบว่าศุภชัยคือนักสะสมขนานแท้ เพราะยังมีสิ่งละอันพันละน้อยที่เขาสนใจเก็บเอาไว้อีกมากจนเกินนับนิ้ว ทั้งหนังสืออัตชีวประวัติ ป้าย Do Not Disturb’ ป้าย Make Up Room คีย์การ์ดโรงแรม ไปจนถึงฉลากขวดน้ำพลาสติก

ต่อไปนี้คือบทสนทนาซักถามอันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและความหลงใหลเกี่ยวกับการสะสม ‘ฉบับปฐมฤกษ์’ ของคุณตาศุภชัย ขออภัยล่วงหน้าถ้าหากว่ามีอะไร ‘อินเกิน’ เล็ดรอดไปในบทความ

02

ปฐมกาล

“ตาชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วตั้งแต่เด็ก และเก็บหนังสือที่เคยอ่านอยู่เรื่อยมา” คุณตานักสะสมเริ่มเท้าถึงความหลังในอดีต

“สมัยอยู่มอเจ็ด มอแปด ชอบนิตยสาร สตรีสาร ที่คุณหญิงนิลวรรณ ปิ่นทอง เป็นบรรณาธิการ ต่อมาเขาทำแผนกหนังสือเยาวชนแยกออกมาชื่อ ดรุณสาร ตาก็ติดตาม

“ตอนนั้นสำนักพิมพ์ตั้งชมรมขึ้นเพื่อพาผู้อ่าน ดรุณสาร มาพบปะชุมนุมกัน มีกลุ่มต่างๆ แยกไปตามความสนใจ เช่น ชมรมภาษาอังกฤษ ชมรมนักสะสม ชมรมบำเพ็ญประโยชน์ ตาก็ไปสมัครสมาชิกอยู่บางชมรม มีจัดงานทุกสองสามเดือน หาองค์ปาฐกมาบรรยาย เสียดายที่ต่อมาทั้ง สตรีสาร และ ดรุณสาร ต้องยุติไป” คุณตาศุภชัยขยับปากมุ่ยม่ายเอื้อนเอ่ยเรื่องราวออกมาโดยไม่ต้องรีดเค้น ราวกับในห้วงคำนึงของเขา เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

งานอดิเรกข้อนี้ทำให้เขามีโอกาสก้าวเข้ามาสัมผัสแวดวงนิตยสาร ซึ่งมีส่วนปลูกฝังและเร่งเร้าความสนใจในสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่วัยรุ่น

“ตาคลุกคลีอยู่ในวงการ จนตอนหลังอาจารย์นิลวรรณท่านก็เลือกตากับเพื่อนๆ เข้าไปทดลองช่วยงานในกองบรรณาธิการ ตอบจดหมายบ้าง ช่วยงานด้านอื่นบ้าง เลยพอมีโอกาสได้ร่วมจัดทำนิตยสาร”

หลังเรียนจบ ศุภชัยเข้ารับราชการในองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจนเกษียณ แม้ได้ย้ายถิ่นฐานไปประจำที่ต่างประเทศ ทั้งสำนักงานแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และสำนักงานกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แต่คุณตาก็สมาทานนิสัยรักการอ่านเอาไว้อยู่ไม่ขาด

03

ปฐมเหตุ

มูลเหตุแห่งการเริ่มไล่ล่าตามหาวารสารและนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์ของนักสะสมท่านนี้ คือ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับฉลองครบรอบ 40 ปีที่หนาถึง 108 หน้า (ใช่ หนังสือพิมพ์หนาถึง 108 หน้า)

“ตอน พ.ศ. 2532 ไทยรัฐทำฉบับพิเศษปีที่สี่สิบ ทันทีที่ได้รับก็มีความคิดขึ้นมาเลยว่าแล้วฉบับแรกๆ จะมีสักกี่หน้า รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง ตอนนั้นก็สี่สิบปีล่วงไปแล้ว คิดว่าตามหาคงยาก แล้วทางไทยรัฐเองเขาก็ยังหาฉบับแรกของเขาไม่เจอเหมือนกัน ตาเลยตัดสินใจเริ่มสะสมฉบับปฐมฤกษ์ตั้งแต่บัดนั้น เผื่อว่าอีกห้าปีสิบปีข้างหน้า เกิดเราหรือใครคิดอยากตามหาย้อนหลัง ก็จะได้มีหลักฐานให้ได้ดู”

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“อีกประเด็นสำคัญ” นักสะสมรุ่นใหญ่หยุดพักครู่สั้นเพียงให้ความสงสัยเราทำงาน ก่อนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงอันสุขุม “ตาคิดว่านิตยสารฉบับปฐมฤกษ์เป็นฉบับหนึ่งซึ่งผู้จัดทำตั้งใจและใส่ใจมากที่สุด เป็นสุดยอดแห่งอะไรทั้งปวง เพราะหากไม่บรรจงพิถีพิถันคัดสรรมา ตีพิมพ์ไปแล้วก็ไม่ติดตลาด ต้องทำออกมาเพื่อให้ขายได้ ฉบับปฐมฤกษ์มีส่วนชี้เป็นชี้ตาย”

นั่นอาจพอนับเป็นหมุดหมายแรกเริ่มแห่งการเป็นนักสะสมนิตยสารฉบับแรกของศุภชัยได้ แต่ใครเลยจะทราบว่า ก่อนหน้านี้ หากเห็นว่าสิ่งพิมพ์ใดมีค่าและน่าจะมีประโยชน์ในภายภาคหน้า ก็เก็บรวบรวมเอาไว้ทั้งสิ้น

04

สนุกกว่าการได้มา คือการตามหา

คุณตาเริ่มสะสมวารสารและนิตยสารฉบับแรก ตีพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง อย่างจริงจัง โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังว่าปกไหนเล่มใดไม่เข้าตาก็คัดทิ้ง

“ในหลักการ ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นฉบับปฐมฤกษ์คือเก็บหมด บางคนเขาคัดเฉพาะที่เขามองว่าสวยว่างามถูกใจ ทีนี้งามแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เราเลยจะเลือกเฉพาะบางเล่มไม่ได้ เล่มไหนออกมาตอนเราเริ่มสะสมแล้วก็ซื้อไว้ เล่มไหนออกมาแล้วก็พยายามตามหา”

เราเชื่อว่าในประสบการณ์การสะสมไม่ว่าสิ่งใด การได้มาครอบครองแล้ว ยังสนุกน้อยกว่าวิธีการตามหาจนได้มา ซึ่งนั่นเป็นเหมือนส่วนไคลแมกซ์ของเรื่องเสียอีก

แล้วคนยุคนั้นตามหาหนังสือเก่ากันอย่างไร-ขวบวัยที่น้อยกว่าคู่สนทนาหลายขุมทำให้คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวเราทันที

“นอกจากการซื้อให้ทันตามแผงหนังสือหรือไปเดินหาตามร้าน ก็ติดต่อไปยังสำนักพิมพ์ แต่ไม่ง่ายนะ เช่น โทรศัพท์ไปสอบถามกับ Operator ซึ่งไม่ได้อยู่คลัง เขามักตอบปัดไปว่าไม่มีแล้ว หรือบางครั้งถ้ามีโอกาสแวะไปถึงสำนักพิมพ์ก็เข้าไปคุยเลย ถ้าเจอบรรณาธิการก็ดีไป บางคนใจดีหาให้ บางคนไม่ว่างก็ไม่หาให้ แต่ถ้าไม่เจอโดยตรง เราต้องไปนั่งอธิบายให้คนอื่นฟังอีกว่าเราสะสมอะไรอยู่ เรื่องราวยังไง มันพูดยาก

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ
ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“วิธีหนึ่งคือเขียนจดหมายไปหากองบรรณาธิการหรือสำนักพิมพ์เลย อันนี้ค่อนข้างจะได้ผลดี พอมาถึงยุคที่มีอินเทอร์เน็ตเลยส่งเป็นอีเมลไปแทน ถ้ามีก็ตอบกลับมา”

แน่นอนว่าไม่มีสิ่งใดดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้ขวากหนาม แต่ด้วยใจรักและความมุ่งมั่น อุปสรรคเพียงเล็กน้อยจึงเป็นเสมือนกรวดในรองเท้าที่ไม่อาจขัดขวางเขาได้

“ตอนหลังพอรู้ว่าเราสะสมอยู่หรือเป็นเล่มปฐมฤกษ์ เขาก็ขึ้นราคา ถ้าไม่แพงมากตาก็ซื้อไว้ บางเล่มไม่ขายแยกเฉพาะเล่มแรก ขายยกชุดสิบเล่ม สิบสองเล่ม ถ้าสู้ไหวก็เอามาหมดเลย”

เหล่านี้คือความท้าทายที่ศุภชัยมองอย่างนักสะสมโดยสายเลือดว่าเป็นเรื่องสนุก หนังสือบางเล่มก็อาศัยมิตรภาพและสายสัมพันธ์กว่าจะได้มาครอบครอง ในขณะที่บางเล่มเดินทางมาพร้อมกับความประทับใจ

“ตาไม่ได้เก็บเฉพาะภาษาไทยหรือเฉพาะสำนักพิมพ์ไทย ถ้าเป็นนิตยสารต่างประเทศที่พิมพ์ในไทย ไม่ว่าจะภาษาไหนก็เก็บหมด ขอแค่เป็นปฐมฤกษ์ บางทีก็ไปไล่ตามหาของภาษาอื่นจากเมืองนอกมาด้วย หรือถ้ารู้ข่าวว่ามีหนังสือออกใหม่ เราก็ไหว้วานให้เพื่อนฝูงที่อยู่ที่นั่นซื้อเก็บไว้ให้

“มีครั้งหนึ่งติดต่อไปฮ่องกง ขอหนังสือ Children’s Digest ฉบับปฐมฤกษ์ เขาบอกว่าไม่มี แต่ส่งฉบับพิเศษซึ่งพิมพ์ด้วยอักษรเบรลล์ทั้งเล่มมาให้เราแทน คล้ายๆ รางวัลปลอบใจ อันนี้แม้ไม่นับรวมในลิสต์ที่ต้องการแต่เป็นความประทับใจ ทำให้เรายิ่งอยากตามหามากขึ้นไปอีก”

ถ้อยคำเดินทางออกมาจากความทรงจำของเขาโดยไม่ตกหล่นไประหว่างทางแม้แต่น้อย

05

ปฐมฤกษ์

30 ปี ดูเหมือนเป็นช่วงเวลาอันแสนยาวนานสำหรับหนึ่งชีวิตมนุษย์ที่จะสรรหาสิ่งใดๆ มาเก็บเอาไว้เป็นของส่วนตัว แต่สำหรับศุภชัย อายุอานามอันล่วงไปไม่อาจลดทอนความมุ่งมั่นที่มีต่อการสะสมได้เลย เราสัมผัสได้ถึงแรงไฟแห่งความคลั่งไคล้ ซึ่งไหลเวียนอยู่ในสุภาพชนท่านนี้ได้มากในระดับที่ไม่แพ้วัยรุ่น

‘Young at heart’ น่าจะเป็นหนึ่งประโยคที่ใช้กล่าวถึงชายรุ่นใหญ่ผู้นั่งสนทนาตอบโต้กับเรามาโดยสนุกสนานไม่ขาดจังหวะแม้แต่น้อยท่านนี้ได้

ตลอดระยะเวลาที่สะสมมา คุณตาเห็นเสน่ห์อะไรของนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์-เราถามคำถามซึ่งคิดว่าเขาน่าจะได้ยินบ่อยสุดออกไป

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“นอกเหนือจากความตั้งใจที่คนทำใส่ลงไปมากเป็นพิเศษ ภาพรวมคงเป็นรายละเอียดต่างๆ ในหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นข้อเขียนจากนักเขียน ภาพประกอบทั้งภาพศิลป์หรือภาพถ่าย การจัดองค์ประกอบ โฆษณา แฟชั่น สีสัน รวมทั้งเทคโนโลยีในการผลิตตั้งแต่ประเภทกระดาษ ถึงวิธีการเข้าเล่ม

“ถ้าวิเคราะห์โดยละเอียด ข้อมูลเหล่านี้คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น เราต้องยอมรับว่าองค์ความรู้มันอาจล้าสมัยไปบ้าง แต่ครั้งหนึ่งสิ่งเหล่านี้มันเคยมีและเคยเกิดขึ้นมาไม่ใช่หรือ ถ้าอายุขนาดนี้ไม่ถือว่าแก่เกินเรียนแล้ว ตาก็อยากลองรวบรวมข้อมูลทำวิจัยดูบ้าง”

คำอธิบายซึ่งแล่นออกมาจากปากอย่างพรั่งพรูดุจสายธาร คือเครื่องยืนยันว่าไม่มีใครอายุมากเกินไปสำหรับการลุกขึ้นมาทำอะไรจริงจังสักครั้ง

06

ปัจฉิมบท

“แน่นอนว่ามันคือความชื่นชมยินดีส่วนตัวของเราที่ได้ครอบครองหรือประสบความสำเร็จในการตามหาสิ่งที่เรียกว่าหาได้ยาก ทำให้ชีวิตเรามีจุดมุ่งหมายว่าจะทำอะไร

“แต่อีกด้านหนึ่ง การสะสมปฐมฤกษ์บังคับให้ตาต้องหมั่นติดตามวงการหนังสืออยู่เสมอๆ นั่นทำให้เห็นว่ารายละเอียดทั้งหลายที่ปรากฏบนนิตยสาร รวมทั้งความเป็นไปของนิตยสารและสำนักพิมพ์นั้น ล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พอได้รู้ว่าฉบับใดปิดตัวลงไปตอนไหนก็ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น นิตยสารก็เหมือนกับชีวิตคน บางคนอยู่ได้ไม่นาน เสียชีวิตตอนหนุ่มสาว แต่บางคนก็เสียชีวิตตอนแก่ เป็นวัฏจักรของมัน”

นี่คือคำตอบของคำถามสุดแสนธรรมดา ที่ไม่ว่าใครๆ หากได้นั่งลงสนทนากับคนผู้หลงใหลได้ปลื้ม สะสมสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้มาก ต้องคิดฉงนสนเท่ห์ว่าทำไปแล้วได้เรียนรู้อะไร

แต่ถ้อยแถลงนี้ดูจะเหนือความคาดหมายของเราอยู่มากทีเดียว

“บางทีตาว่านะ” เขาเงียบไปเสี้ยววินาที คล้ายครุ่นคิด

“คำว่า ‘สมบัติ’ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเพชรนิลจินดาหรือของที่มีมูลค่ามากมายเสมอไป นิตยสารเหล่านี้ เรียกว่าเป็นสมบัติได้เหมือนกัน เพราะมันมีคุณค่าสำหรับตา”

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

5 ที่สุดแห่งปฐมฤกษ์

ในฐานะน้องใหม่ผู้เพิ่งตกหลุมรักหนังสือเก่าได้ไม่กี่ขวบปี เราจึงขอให้คุณตาศุภชัยยกตัวอย่างนิตยสารที่เป็นที่สุดสำหรับเขามา 5 เล่ม 

ต่อไปนี้คือลิสต์สิ่งพิมพ์รุ่นพ่อแม่ (หรืออาจจะตายาย) ซึ่งเราเชื่อว่ามีชื่อคุ้นหู แต่รูปร่างไม่คุ้นตาแน่ๆ

เก่าที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“ถ้าเอาเก่าที่สุดที่ได้สะสมมาคือ สมุทสาร เป็นนิตยสารของราชนาวีสมาคมซึ่งรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับทหารเรือในยุคนั้น เล่มนี้พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2457 ในรัชสมัยรัชกาลที่หก นับถึงปีนี้มีอายุได้ร้อยเจ็ดปีแล้ว”

ผูกพันที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

อนุสาร อ.ส.ท. เป็นนิตยสารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตั้งแต่สมัยยังเป็นองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) พิมพ์เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางการท่องเที่ยวของไทย ฉบับปฐมฤกษ์นี้เผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2503 ราคาหนึ่งบาทห้าสิบสตางค์ เล่มนี้คือหนังสือของหน่วยงานที่เราทำงานมา เลยผูกพันมากเป็นพิเศษ”

อ่านสนุกที่สุด

“ตาประทับใจ วรรณคดีสาร เพราะเป็นนิตยสารที่ออกเมื่อ พ.ศ. 2485 ในช่วงเวลาภาษาวิบัติ เพราะรัฐบาลสมัยนั้นได้ปรับปรุงให้พยัญชนะไทยเหลือเพียงสามสิบเอ็ดตัว (จากของเดิมซึ่งมี 44 ตัว) ตัวสะกดหรืออักขรวิธีเปลี่ยนไป อ่านสนุกดี”

เคยฮิตที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

“ในยุคนั้นต้องเล่มนี้เลย คู่สร้าง คู่สม เล่มนี้ผลิตเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2523 ราคาแปดบาท ปัจจุบันได้ยุติการผลิตไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง”

แปลกใหม่ที่สุด

ศุภชัย คุณตาวัยเก๋านักสะสมนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์กว่า 7,000 เล่ม จาก 18 ภาษา 35 ประเทศ

นะยะ (N’YAH!) นี่ถือได้ว่าแปลกใหม่มากสำหรับยุคนั้น เพราะแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยพูดถึงความหลากหลายทางเพศมานานแล้ว เล่มนี้ผลิตเมื่อ พ.ศ. 2539 ตอนนั้นราคาฉบับละเก้าสิบบาท ปัจจุบันเหลือแต่ชื่อไม่ได้ผลิตแล้ว”

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ แจ้งเกิดในวงการหนังสือของไทยเมื่อ พ.ศ. 2539 หรือ 26 ปีมาแล้ว ด้วยผลงานเล่มแรกชื่อ ความรักที่มาทางไปรษณีย์ จากนั้นวินนี่ เดอะปุ๊ หรือลุงหมีปุ๊ของแฟนหนังสือและหลาน ๆ ก็สร้างผลงานเขียนเผยแพร่แก่ผู้อ่านอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยให้เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลนราธิปประจำปี 2564 ซึ่งมอบให้แก่นักเขียนอาวุโสที่อายุถึง 75 ปี

ลุงหมีปุ๊ทำงานหลักทางด้านเศรษฐกิจการเงินของประเทศ เมื่อตอนที่เปิดเผยตัวตนว่าคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติวัย 50 ปี (และปีถัดมาก็ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติ) สร้างความแปลกใจให้คนที่รับรู้กันมาก เพราะ ดร.ชัยวัฒน์ มีชื่อเสียงว่าเป็นคนทำงานจริงจังและค่อนข้างดุ แต่นักเขียนวินนี่ เดอะ ปุ๊ กลับชอบเขียนเรื่องเล่าแบบเบา ๆ อ่านง่าย สอดแทรกทั้งความรู้และอารมณ์ขัน

ลุงหมีชี้แจงว่า ใช้นามปากกา วินนี่ เดอะ ปุ๊ เพื่อเขียนหนังสือเพราะชื่นชอบหนังสือเรื่อง Winnie the Pooh เป็นพิเศษ จึงนำชื่อเจ้าหมีผู้มีจิตใจดี แต่มักทำเรื่องเปิ่น ๆ ขำขันอยู่เสมอตัวนี้มาผสมกับชื่อเล่นปุ๊ของตัวเอง ทำให้หมีปุ๊เกี่ยวดองกับหมีพูห์ไปในตัว

Winnie the Pooh จัดเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กระดับคลาสสิก แต่งโดยนักเขียนอังกฤษชื่อ เอ. เอ. มิลน์ (A. A. Milne) เมื่อ ค.ศ. 1926 หรือ 96 ปีมาแล้ว เป็นหนังสือที่อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็ก ๆ อ่านเหตุการณ์เล่นสนุกหรือการผจญภัยของหมีพูห์กับผองเพื่อนตุ๊กตาหมีอย่างเพลิดเพลิน แต่ผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่จะพบว่าผู้เขียนได้ซ่อนนัยยะไว้ในเรื่องให้ผู้อ่านค้นพบมุมมองและความขำขันแบบลึก ๆ ไว้มากมาย จึงมีนักเขียนและนักวิชาการนำเรื่องราวของหมีพูห์มาเขียนตีความ หรือเขียนแต่งต่อให้ผู้อ่านผู้ใหญ่ได้ความสนุกสนานในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น เรื่องของหมีพูห์จึงเป็นนิยายอมตะ ส่งต่อความชื่นชอบจากคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นถัดไปได้ตลอดมา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของหมีพูห์คนหนึ่ง ลุงหมีจึงจัดทำมุมหนังสือเล็ก ๆ สะสมหนังสือหมีพูห์ในเวอร์ชันต่าง ๆ รวมทั้งหนังสือที่นักเขียนคนอื่นแต่งหนังสือเพื่อเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย อาทิ อาจารย์ด้านวรรณกรรมแต่งหนังสือเพื่อล้อเลียนนักวิจารณหนังสือ ที่มักจะตีความหนังสือให้ลึกลงไปเกินความตั้งใจของผู้เขียน คือ หนังสือชื่อ The Pooh Perplex กับ Postmodern Pooh

อาจารย์ด้านศาสนาเขียนหนังสือเปรียบเทียบพฤติกรรมของหมีพูห์และเพื่อน ๆ ว่าสอดคล้องกับลัทธิเต๋า ได้แก่ หนังสือ The Tao of Pooh และยังมีมุมมองในแง่ของความลี้ลับของจักรวาล (Pooh and the Millennium) หมีพูห์ในมุมมองการบริหารจัดการ (Winnie-The-Pooh on Management and Problem Solving) นอกจากนั้นยังมีผู้พยายามเขียนเรื่องราวของหมีพูห์ภาคต่อจากต้นฉบับด้วย (Sequel) ได้แก่เรื่อง Return to the Hundred Acre Wood

เวลาเราสะสมอะไร ควรหาความรู้เกี่ยวกับของสะสมเหล่านั้นด้วย เพราะจะทำให้ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ความรู้ และวิธีการคิด มากกว่าเพียงสะสมเป็นของสวยงาม

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ลุงหมีเองก็ร่วมวงเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย โดยเขียนหนังสือชื่อ ‘เรื่องหมีหมี’ ออกมาใน พ.ศ. 2544 โดยทำเป็นหนังสือ Two-in-One คือมี 2 เรื่องในเล่มเดียวกัน เรื่องหนึ่งคือ เพื่อนผองของหมีพูห์ เป็นการแนะนำหนังสือเรื่องหมีพูห์ผ่านจดหมายที่หมีปุ๊เขียนไปคุยกับหมีพูห์ ส่วนเรื่องที่สอง คือ เรื่องเล่าจากคนรักหมี เป็นการแนะนำตัวละครหมีในวรรณกรรมเล่มอื่น ๆ 

เล่มนี้เป็นความภูมิใจของลุงหมี เพราะเป็นเล่มที่เขียนเอง และรูปเล่มก็ออกแบบอย่างลงตัว เป็นหนังสือที่ระลึกสำหรับคนรักหมีได้

ภาพประกอบในหนังสือเล่มนี้ใช้ตุ๊กตาหมีต่าง ๆ ที่ลุงหมีสะสมไว้มาเป็นตัวแสดง การที่ทำหนังสือให้อ่านได้ทั้งจากข้างหน้าและข้างหลัง (เพราะเป็นคนละเรื่อง) ทำให้มีเรื่องขำขันเกิดขึ้นตอนเปิดตัวหนังสือโดยลุงหมีไปนั่งแจกลายเซ็น มีแฟนคลับคนหนึ่งถือหนังสือมาขอลายเซ็น 2 เล่ม บอกว่าพลิกดูแล้วน่าอ่านทั้ง 2 เรื่อง เมื่อลุงหมีบอกว่าความจริงเป็นเล่มเดียวกันแต่มี 2 ปก เขาหัวเราะชอบใจ บอกว่ายังไงก็ขอลายเซ็นทั้ง 2 เล่ม และจะเอาไปฝากเพื่อนเล่มหนึ่ง

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมี Winnie the Pooh เป็นตัวละครจากหนังสือที่ชาวอังกฤษภาคภูมิใจ จึงได้ขึ้นไปอยู่บนแสตมป์ของประเทศอังกฤษมาแล้ว แต่เมื่อปีที่แล้วนี้เองเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหมีพูห์มีอายุครบ 95 ปี ทางการอังกฤษได้จัดทำเหรียญที่ระลึกหมีพูห์ออกเผยแพร่ โดยมีแผ่น Pop-up ให้แฟน ๆ ได้เก็บรูปและเรื่องราวไว้เป็นของสะสมเพิ่มเติม อีกทั้งมีนักเขียนคนหนึ่งแต่งหนังสือเล่าประวัติหมีพูห์ย้อนหลังไปถึงช่วงเวลาก่อนที่จะมาเป็นตัวละครเอกในหนังสือคลาสสิกของ เอ. เอ. มิลน์ ตั้งชื่อเรื่องว่า Winnie-the-Pooh: Once There Was a Bear (เรื่องลักษณะนี้เรียกว่า Prequel ลุงหมีขอแอบวิจารณ์ว่า อ่านยังไงก็ไม่สนุกแบบเรื่องต้นแบบของมิลน์)

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในหนังสือ เรื่องหมีหมี ซึ่งลุงหมีเขียนไว้นั้น ได้แนะนำตัวละครหมีมีชื่อจากวรรณกรรมเด็กของอังกฤษอีกตัวหนึ่ง คือ หมีแพดดิงตัน (Paddington Bear แต่งโดย ไมเคิล บอนด์ เมื่อ ค.ศ. 1958 หรือ 64 ปีมาแล้ว) หมีแพดดิงตันเกิดที่ประเทศเปรู แต่อยากออกมาผจญภัยในโลกกว้าง จึงเดินทางมากับเรือเดินทะเล ขึ้นบกที่นครลอนดอน แล้วหลงทางไปไหนไม่ถูกอยู่หน้าสถานีรถใต้ดินแพดดิงตัน จนมีครอบครัวอังกฤษใจดีรับไปอุปถัมภ์ไว้ ด้วยความที่ไม่ได้เกิดในอังกฤษ หมีแพดดิงตันจึงไม่เข้าใจวิถีชีวิตและประเพณีของชาวอังกฤษ จึงทำเรื่องวุ่นวายแบบขำขันอยู่เสมอ หนังสือชุดหมีแพดดิงตันได้รับความนิยมจากชาวอังกฤษระดับน้องของหนังสือหมีพูห์

ในปีนี้เองหมีแพดดิงตันได้สร้างวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ชนิดเรียกว่าจารึกประวัติศาสตร์ทีเดียว คือได้รับเลือกให้เป็นตัวละครในคลิปพิเศษจัดทำโดยพระราชวังบักกิงแฮม ในโอกาสเฉลิมฉลอง 70 ปีการครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในคลิปที่สนุกสนานและสร้างความแปลกใจให้คนดูชิ้นนี้ หมีแพดดิงตันได้รับเชิญเป็นแขกมาร่วมดื่มน้ำชากับพระราชินีเป็นการส่วนพระองค์ แน่นอนว่าเจ้าหมีโชคดีตัวนี้ก็ทำอะไรเปิ่น ๆ ออกมาตามเคย แต่จบท้ายด้วยการใช้ช้อนเคาะจังหวะกับถ้วยน้ำชาในเพลง We Will Rock You ของวง Queen ให้เข้ากับการรัวกลองของวงดุริยางค์กองรักษาพระองค์ที่หน้าพระราชวังนี่เอง

ก่อนหน้านี้เมื่อ ค.ศ. 2012 ในโอกาสพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน สมเด็จพระราชินีฯ ทรงเล่นสนุกให้ชาวโลกชื่นชมด้วยการเผยแพร่คลิปทรงเดินทางไปทำพิธีเปิดงานที่สนามกีฬา โดยมี เจมส์ บอนด์ 007 มาที่วัง เพื่อรับพระองค์เสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปสนามกีฬา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
อุ้มหมีมหาวิทยาลัย Williams และ MIT ที่รุ่นน้องเอามาฝาก

ตุ๊กตาหมีของอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากพอควรอีกตัวหนึ่งคือ Me to You Bear ซึ่งลุงหมีชอบเรียกว่าหมีปุปะ รูปวาดของหมีตัวนี้เริ่มปรากฏให้เห็นในการ์ดอวยพรของบริษัท Carte Blanche เมื่อ ค.ศ. 1987 และปรับปรุงรูปแบบอยู่เรื่อย ๆ จนใน ค.ศ. 1995 บริษัทได้ปรับแต่งภาพลักษณ์หมีตัวนี้ให้เป็นแบบที่คนสะสมกันในปัจจุบัน คือเป็นตุ๊กตาหมีที่มีรอยปุปะหลายแห่ง ขนสีเทา จมูกสีฟ้า และสลักคำว่า Me to You ที่ฝ่าเท้า โดยมีการแต่งเรื่องเล่าที่มาของหมีตัวนี้ว่า เดิมเป็นตุ๊กตาหมีที่ถูกเจ้าของโยนทิ้งกองขยะในช่วงที่หิมะกำลังตก ต่อมามีเด็กหญิงใจดีไปพบเข้า จึงเก็บมาเลี้ยงที่บ้านโดยให้คุณแม่ช่วยเย็บซ่อมแซมจุดที่ขาดวิ่นบนลำตัว แต่ด้วยหมีตัวนี้ถูกทิ้งอยู่กับความหนาวเหน็บของหิมะ จึงทำให้ขนบนตัวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีเทา และจมูกเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีฟ้า นับว่าน่ารักไปอีกแบบหนึ่ง ลุงหมีมีรูปหมีตัวนี้ให้ดูพร้อมทั้งหนังสือเล่มจิ๋วเล่าประวัติของหมีตัวนี้

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมีพูห์ หมีแพดดิงตัน และหมีปุปะ จึงเป็นหมีอังกฤษ 3 เจนเนอเรชันที่เป็นความน่าภาคภูมิใจของหมี ๆ ทั้งหลาย

เมื่อลุงหมีได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับหมีน่ารักทั้งหลายไปหลายเล่ม ก็ขยายความเอ็นดูหมีไปสู่การสะสมตุ๊กตาหมี (ทำให้ลุงหมีเรียกตัวเองว่าคนรักหมีได้) เริ่มต้นด้วยการหาซื้อตุ๊กตาหมีแบบนิ่ม ๆ น่ากอดที่เรียกว่าเทดดี้แบร์ (Teddy Bear) มาให้ลูกสาวเล่นสนุก 

ที่สะสมส่วนหนึ่งเพื่อให้ลูกเล่น แต่อีกส่วนหนึ่งตัวเองชอบเอง ลูกหลานของลุงหมีจึงเติบโตมากับตุ๊กตาหมี

พอมีมากตัวขึ้น ก็จัดเล่นเกมตั้งชื่อและช่วยกันแต่งเรื่องราวครอบครัวหมีกัน การสะสมเริ่มจริงจังขึ้นเมื่อลุงหมีชอบมองหาตุ๊กตาหมีน่ารักจากประเทศต่าง ๆ ที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนจากการทำงาน เรียกว่าหอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาเชียว หลังจากมีตุ๊กตาหมีขนาดกลางและใหญ่นั่ง ๆ นอน ๆ ในมุมต่าง ๆ ของบ้านหลายสิบตัวจนเริ่มหาที่เก็บยากขึ้น ลุงหมีจึงปรับวิธีสะสมตุ๊กตาหมี คือ มองหาตุ๊กตาขนาดเล็กและจิ๋ว รวมทั้งหมีที่ทำจากวัสดุต่าง ๆ มีทั้งขนสัตว์นุ่ม แก้ว ไม้ ยาง ดินเหนียว และพลาสติก มาเก็บสะสม โดยจัดทำตู้โชว์ไว้เก็บตุ๊กตาหมีเล็กไว้ที่เดียวกัน  

การที่นักเขียน วินนี่ เดอะ ปุ๊ ชอบเขียนเล่าเรื่องราวหมีจากหนังสือต่าง ๆ และชอบสะสมตุ๊กตาหมีด้วย ทำให้คนคุ้นเคยและแฟนคลับทั้งหลายมักหาตุ๊กตาหมีมามอบให้เป็นของที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ จำนวนหมีที่สะสมไว้จึงเพิ่มเป็นหลักร้อย 

จึงขอแนะนำคนที่อยากจะสะสมว่า พยายามเล่าความชอบเกี่ยวกับของที่เราสะสมให้คนฟังเยอะ ๆ เพราะเมื่อเขาเห็นของที่เราสะสมที่ไหนก็จะนึกถึง แล้วนำมาฝากเป็นของขวัญ

แม่บ้านขอร้องว่าอย่าหาตุ๊กตาหมีมาเพิ่มให้มากนักเพราะเริ่มจะล้นบ้านแล้ว ลุงหมีจึงต้องไปเปิดมุมหมีตัวใหม่ ๆ ไว้ที่ห้องทำงาน     

ในช่วงที่ลุงหมีทำหน้าที่เป็นประธานบริหารของธนาคารกรุงไทย 6 ปี และเป็นประธานตลาดหลักทรัพย์ 5 ปี จะมีน้อง ๆ เพื่อนร่วมงานแวะมาเยี่ยมเยือนที่ห้องทำงานบ่อย ๆ เหตุผลหนึ่งคือมาขอดูว่ามีตุ๊กตาหมีตัวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นบ้างไหม (แต่ลับหลังถูกตั้งฉายาว่าเป็นประธานคิกขุ ชอบสะสมตุ๊กตาหมีทั้งที่อยู่วัยสูงอายุแล้ว)

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
“Sometimes the smallest things take up the most room in your heart.” – วินนี่ เดอะ พูห์

เมื่อ 3 ปีก่อน ลุงหมีมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับบรรดาหมีที่สะสมไว้ เนื่องจากตกลงใจจะย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหม่ซึ่งขนาดเล็กกว่าเดิม ให้สอดคล้องกับเป็นบ้านของผู้สูงอายุซึ่งลูก ๆ แยกตัวไปมีบ้านของตัวเองกัน ดังนั้นจึงต้องตัดใจคัดเลือกข้าวของเท่าที่จำเป็นไปไว้ที่บ้านใหม่ ส่วนของที่จะไม่เอาไปแต่ยังอยู่ในสภาพดีก็ใช้วิธีบริจาคให้มูลนิธิ เช่น เสื้อผ้าของใช้ก็ให้มูลนิธิหนึ่ง หนังสือหลายร้อยเล่มก็มอบให้สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยไปช่วยแจกจ่ายให้ห้องสมุดต่างๆ (วิธีการแบบนี้ทำให้ตัวเราเบาลงในวัยชรา และเป็นการเตรียมการจากไปแบบสงบ โดยไม่ต้องทิ้งภาระให้คนที่ยังอยู่ต้องดูแลจัดการ)

สำหรับบรรดาตุ๊กตาหมีที่สะสมไว้นั้น ลุงหมีมีลูกและหลานคัดเลือกตัวที่ชื่นชอบเป็นพิเศษเก็บไว้เองบ้าง ตุ๊กตาที่มุมหมีในห้องทำงานก็แจกจ่ายให้น้อง ๆ เพื่อนร่วมงานช่วยกันรับไปอุปถัมภ์ 

เมื่อก่อนเคยมีหมีพูห์ขนาดยักษ์อยู่ 2 ตัว ตอนที่หลาน 2 คนอายุขวบครึ่งก็ยังมานั่งบนขาหมีคนละตัว เป็นภาพที่น่ารักมาก

แต่ตอนนี้ ตัวหนึ่งอยู่ที่บ้านลูกสาว ส่วนอีกตัวหนึ่งให้แฟนคลับผู้โชคดีที่เอ่ยปากขอเป็นคนแรก 

และต่อมาก็ตกลงใจมอบตุ๊กตาหมีขนาดเล็กและกลางร้อยกว่าตัวให้เด็กนักเรียนชาวเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ 

เพื่อนร่วมงานที่ช่วยลำเลียงตุ๊กตาหมีไปส่งนักเรียนเล่าว่า เด็ก ๆ ตื่นเต้นและมีความสุขกันมากที่ได้ตุ๊กตาหมีไปกอดเป็นของตัวเอง 

ในรูปที่ถ่ายกลับมา ทุกคนยิ้มแย้มเจ่มใส อุ้มตุ๊กตาหมีกันคนละตัว รู้ข่าวแบบนี้ลุงหมีก็ชื่นใจเป็นที่สุดแล้ว     

อย่างไรก็ตาม ลุงหมียังมีตุ๊กตาหมีตัวเล็กบางตัวที่ชอบมากเป็นพิเศษ เก็บไว้เองบ้างเพื่อเป็นที่ระลึกของการสะสมตุ๊กตาหมีมายาวนาน 20 กว่าปี จึงขอฝากรูปมาให้ผู้อ่านได้เห็นความน่ารักของตุ๊กตาหมีเหล่านี้

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

มุมหนังสือสะสม

01 Winnie the Pooh : The Complete Collection of Stories and Poems 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

หนังสือ Winnie the Pooh ที่ชอบมากที่สุดคือหนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่อ่านจุใจ เพราะรวมทั้งภาคหนึ่ง คือ Winnie the Pooh ภาคสอง The House at Pooh’s Corner และบทกวีที่ เอ. เอ. มิลน์ แต่งก่อนมีหมีพูห์ไว้ในเล่มใหญ่เล่มนี้ 

อีกอย่างหนึ่งคือ รูปสวยมาก มีภาพวาดสีของหมีพูห์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ชื่อว่าพูห์ประกอบอยู่ด้วย ที่จริงแล้วเล่มโตเล่มนี้มี 2 เล่ม แต่ให้ลูกสาวที่อยู่เมืองนอกไปเล่มหนึ่ง เพราะเขาก็ชอบเหมือนกัน

02 The Brilliant Career of Winnie-the-Pooh

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นอีกเล่มที่ชอบมาก เพราะเป็นการศึกษาประวัติของหมีพูห์อย่างลึกซึ้ง เล่าที่มาในเชิงประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ที่มาของการเขียนเรื่องคืออะไร ต้นแบบหมีพูห์คือหมีชนิดไหน ป่าร้อยเอเคอร์เป็นอย่างไร พร้อมรูปประกอบเรื่องราวที่หาดูได้ยาก

เล่มนี้จึงขึ้นชื่อว่าเป็น ‘Definitive History’ ของ วินนี่ เดอะ พูห์ คือไม่มีเล่มไหนสรุปประวัติของหมีพูห์ได้สมบูรณ์เท่านี้แล้ว

03 The Pooh Perplex 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เล่มนี้เจอตอนเรียนปริญญาตรีที่ร้านหนังสือมหาวิทยาลัย เป็นการตีความหมีพูห์​เชิงวิชาการ ผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์​ วรรณคดี จิตวิทยา และลัทธิ Marxist พออ่านแล้วก็ติดใจว่า ทำไมนักวิจารณ์เขามองหมีพูห์​ลึกขนาดนี้ 

ตอนหลังไปอ่านคำนำ จึงได้รู้ว่าเป็นการล้อเลียนนักวิจารณ์ ที่ชอบวิจารณ์ลึกกว่าความตั้งใจของนักเขียน เขียนได้ตลกมาก อ่านเท่าไหร่ก็หัวเราะ 

04 Postmodern Pooh 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ประมาณ 20 ปีหลังจากที่อ่าน The Pooh Perplex ได้ไปที่ Harvard Bookstore แล้วเจอเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดยผู้เขียนคนเดียวกัน เป็นภาคสองซึ่งนำทฤษฎีวิจารณ์วรรณกรรมใหม่ ๆ มาใช้วิจารณ์หมีพูห์อีกรอบหนึ่ง

มุมสะสมหมีที่ตัดใจให้ใครไม่ได้

05 คลาสสิกพูห์ ตุ๊กตาหมีตัวโปรด

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้เป็นหมีตัวโปรด เคยถ่ายรูปด้วยกันหลายครั้ง รวมทั้งตอนจัดงานวันเกิด 60 ปีด้วย เป็นหมีพูห์แบบคลาสสิกที่กอดกำลังสบาย  

06 กล่องเพลงหมีพูห์

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ชิ้นนี้เป็นของขวัญที่น้อง ๆ แบงก์ชาติทำให้ก่อนออกจากการเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ ความชอบจึงเกิดจากความผูกพันกับคนที่ทำให้ ข้างในมีแสตมป์หมีพูห์ด้วย

07 เซ็ตหมีแพดดิงตัน

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตอนที่หมีแพดดิงตันออกมาใหม่ ๆ มีคนให้มาประมาณสิบตัว แต่ก็แจกคนไปเยอะ 

ตอนนี้ที่เก็บไว้มีหมีแพดดิงตันตัวเล็กในถุงกระดาษ ปฏิทินหมีแพดดิงตัน และหมีแพดดิงตันหมวกดำ 

เดิมทีเคยมีหมีแพดดิงตันหมวกแดงอยู่ที่ออฟฟิศ แต่ตัดสินใจให้เลขาเป็นที่ระลึก เพราะที่บ้านไม่มีที่แล้ว

08 พูห์วิริยะ 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตามเนื้อเรื่อง หมีพูห์เป็นหมีที่ไม่ค่อยฉลาดนัก ตัวละครที่ได้เรียนหนังสือ คือ คริสโตเฟอร์ โรบิน เจ้าของหมี ก็จะมาอวดว่าเขียนหนังสือเป็น หมีพูห์เลยพยายามเขียนบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็มีความรู้เหมือนกัน

09 หมีเหงา 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้ไปเจอที่เมืองนอกในร้านขายของที่ระลึกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เจ้าตัวนี้มีความน่ารักของมันอยู่ รูปทรงสวย ขนาดก็พอดิบพอดีสำหรับการนำมาตั้ง แล้วหน้าตาก็เศร้าเชียว

10 พูห์คริสตัล Swarovski 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นชุดที่พิเศษ เพราะทำจากคริสตัล ราคาแพง และทำหมีพูห์ในท่าทางต่าง ๆ ออกมาได้อย่างสวยงาม ตัวที่เป็นหมีพูห์ถือลูกโป่งมีเรื่องราว คือในตอนหนึ่งของหนังสือ หมีพูห์พยายามลอยตัวขึ้นไปกับลูกโป่งเพื่อกินน้ำผึ้งบนต้นไม้ หลอกผึ้งว่าตนเองเป็นเมฆฝนเพื่อจะกินน้ำผึ้ง สุดท้ายผึ้งไม่เชื่อ ทำท่าจะต่อย หมีพูห์เลยปล่อยมือจากลูกโป่ง ตกลงมาเจ็บตัว

Writer

ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เขียนงานวรรณกรรมโดยใช้นามปากกาว่า วินนี่ เดอะ ปุ๊

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load