SAMMANKOPPLA เป็นภาษาสวีดิช อ่านว่า ซัม-มัน-คอป-ล่า

แปลว่า เชื่อมต่อ หรือรวมกัน ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจที่ทำให้คำนี้ฟังดูคล้ายคำว่า สมัครสมานสามัคคี สมกับเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของคอลเลกชันพิเศษ IKEA x Greyhound Original การทำงานร่วมกันครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกอย่าง IKEA กับ Greyhound Original แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย

ถุงอิเกียลายผ้าขาวม้า ชั้นวางของที่หน้าตาเหมือนนั่งร้านขนาดย่อ ที่กั้นฉากจากบานเฟี้ยมห้องแถว หมอนสามเหลี่ยม เสื่อไทยกับลายกราฟิกเท่ๆ คือตัวอย่างของสินค้าในคอลเลกชันที่จะวางขายในร้านอิเกียทั่วโลกในเดือนสิงหาคมปีหน้า ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่า เรารู้สึกตื่นเต้นกับคอลเลกชันนี้มากกว่าทุกงานที่ผ่านมาของอิเกีย

IKEA x Greyhound Original

ความสวยงามคลาสสิกแบบสแกนดิเนเวียของอิเกีย เมื่อรวมกับความสนุกและซนเพราะรู้จักพลิกแพลงของที่ดูธรรมดาให้ไม่ธรรมดาของเกรฮาวด์ ซึ่งถ่ายทอดความเป็นไทยออกมาได้อย่างลงตัวไม่ขัดเขิน ทำให้การพบกันครั้งนี้น่าสนใจ

ทำไมต้องประเทศไทย และทำไมต้องเกรฮาวด์ คนยุโรปจะเข้าใจความเป็นเอเชียแค่ไหน คนเอเชียจะคิดถึงสิ่งเหล่านี้เหมือนกันหรือเปล่า

IKEA x Greyhound Original

The Cloud มีนัดหมายพิเศษกับ ไมเคิล นิโคลิก Creative Leader จาก IKEA of Sweden ภาณุ อิงคะวัต Executive Creative Director กลุ่มบริษัทเกรฮาวด์ และ วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ Assistant Creative Director จาก Greyhound Original เพื่อพูดคุยถึงการทำงานเบื้องหลังคอลเลกชันซัมมันคอปล่าที่เชื่อมต่อและหลอมรวมสองวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ได้อย่างสนุก จนเราอยากยื่นเรื่องต่ออิเกียสวีเดน ขอเปลี่ยนวันวางจำหน่ายสินค้าให้เร็วขึ้น

Basic with a Twist

Greyhound Original คือแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่เชื่อในความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาหรือ Basic with a Twist แม้จะเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งมาเกือบ 40 ปีแล้ว ก็ยังคงนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการอยู่เสมอตามตัวตนที่ทั้งซนและสุขุม ชอบหยิบของที่มีอยู่มาพลิกแพลงใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปจนเกิดความร่วมสมัยเหนือการเวลา ขณะเดียวกันก็มีความเป็นศิลปินที่มีความกบฏในตัว

เกรฮาวด์เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 1980 จากแบรนด์เสื้อผู้ชาย ตามด้วยแฟชั่นเสื้อผู้หญิงและเครื่องประดับ ก่อนเปลี่ยนเป็นไลฟ์สไตล์ด้วยการเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารในปี 1988 ปัจจุบันมีร้านเกรฮาวด์คาเฟ่ในต่างประเทศถึง 18 สาขา ตามเมืองใหญ่ในเอเชียอย่าง ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ จาร์กาต้า และยังข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ยุโรป โดยเปิดสาขาแรกที่ลอนดอน

ครั้งแรกที่ได้รับอีเมลจากคนของอีเกียที่สวีเดนเพื่อชวนมาทำงานร่วมกัน ภาณุบอกว่า เขาไม่คิดว่านั่นจะเป็นอีเมลของจริง จนกระทั่งได้รับอีเมลฉบับที่ 2 จึงสอบถามไปทางอิเกียประเทศไทย ปรากฏว่ามีคนชื่อนี้ตำแหน่งนี้อยู่จริงที่สวีเดนและเขาอยากทำงานร่วมกัน

To create a better everyday life for the many people

อิเกียไม่ได้เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านราคาถูก แต่เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ราคาประหยัดที่ให้ความสำคัญกับทุกแง่มุมของชีวิตที่ดีขึ้น ภาณุเริ่มเล่าให้เราฟัง

อิเกียยึดมั่นในเรื่อง Democratic Design พวกเขาเชื่อว่าคนเรามีสิทธิ์เข้าถึงสินค้าสวยงามและคุณภาพดีอย่างเท่าเทียมกัน นั่นทำให้งานออกแบบทุกชิ้นของอิเกียจะคำนึงถึง 5 มิติที่สำคัญ ได้แก่ รูปทรงที่สวยงามน่ารื่นรมย์ ประโยชน์ใช้สอยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต คุณภาพที่คงทน การแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สำคัญที่สุดคือในราคาที่ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงได้  

แม้จะมีภาพจำเป็นแบรนด์ของแต่งบ้านจากสแกนดิเนเวียที่เป็นที่รักของคนทั้งโลก แต่น้อยคนจะรู้ว่าอิเกียวันนี้ก็มีโจทย์ยากเป็นของตัวเอง

ความเป็นบริษัทใหญ่ที่มีสินค้าครอบคลุมทุกการใช้ชีวิต ทำให้การปรับปรุงหรือออกสินค้าใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ยากเพราะเต็มไปด้วยข้อระวัง ผู้บริโภคเริ่มคาดหวังกับสินค้าและราคาของอิเกีย และเริ่มคาดเดาได้ อิเกียซึ่งก็รู้ปัญหานี้ดีจึงมีโครงการที่ชื่อว่า Speed Boat Project หรือโครงการพัฒนาสินค้าคอลเลกชันพิเศษร่วมกับนักออกแบบและแบรนด์ที่น่าสนใจ เพื่อเสริมทัพให้คอลเลกชันหลักสนุกและตื่นเต้นขึ้น

“เรากำลังพูดถึงการเข้าถึงงานออกแบบคุณภาพดีและสวยอย่างเท่าเทียมกันในโลก โดยไม่ได้หมายรวมแค่สแกนดิเนเวียแม้จะเป็นรากเหง้าของเรา เป็นสาเหตุที่เราสนใจเรียนรู้วิถีชีวิตจากที่ต่างๆ ในโลก เราไปที่แอฟริกาเพื่อค้นคว้าถึงสถานที่ที่ยังไม่เป็นที่พูดถึงมากนักเพื่อสื่อสารแอฟริกาในมุมที่ไม่ได้มีเพียงแค่อียิปต์และโมรอกโก ยิ่งอิเกียในตลาดเอเชียกำลังเติบโตได้ดี เราจึงผลักดันงานดีไซน์ที่มาจากเอเชีย ไม่ใช่แค่นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบแล้วเปลี่ยนเพียงสีสัน แต่เราสนใจวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคนี้ วิธีที่เขาใช้แต่งบ้าน มุมมองของงานออกแบบในชีวิตประจำวัน” เป็นเหตุผลให้หัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์จากอิเกียสวีเดนคิดถึงแบรนด์ไทยอย่าง Greyhound Original เป็นชื่อแรก

IKEA x Greyhound Original

Fan Meeting 2016

หนึ่ง ทำไมต้องเป็นนักออกแบบและแบรนด์จากประเทศไทย

และสอง ทำไมต้องเป็นเกรฮาวด์ คือ 2 คำถามหลักที่ภาณุถามไมเคิลและชาวอิเกียสวีเดน

คำตอบจากไมเคิลทำให้รู้ว่าคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาตื่นเต้นกับประเทศไทยมาก ทุกคนชอบความแปลกและคาดเดาอะไรไม่ได้ของเมืองนี้ อยากมีโอกาสเดินทางมาที่นี่สักครั้งในชีวิต นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมชื่อของประเทศไทยเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง

ยังไม่นับเรื่องที่ไมเคิลเองก็เป็นแฟนของเกรฮาวด์มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว

“อิเกียทำงานกับผู้ผลิตในประเทศไทยเยอะ ทำให้ผมใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกับประเทศไทยมานาน จนเมื่อปี 1997 ที่เริ่มรู้จักและติดตามแบรนด์เกรฮาวด์ ทั้งวิธีคิดและงานออกแบบ ซึ่งผมชอบการสื่อความหมายเหล่านั้น เมื่อมีโครงการที่อิเกียตั้งใจจะทำงานกับนักออกแบบทั่วโลก ผมจึงติดต่อพวกเขาไปทันที” ไมเคิลเล่าจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกัน

“ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ไมเคิลเล่าว่า เขาชอบงานไหน ชอบกราฟิกหรือลายแบบไหนของเกรฮาวด์ แล้วเขายังไปถึงร้านอาหารและคาเฟ่ รู้ว่าเก้าอี้ที่ร้านมีเสื้อกระดุมติดอยู่ข้างหลัง หรือรู้รายละเอียดของเข็มขัดที่ติดอยู่บนกำแพง พวกเราก็ยิ่งดีใจ” วิชชุกรเล่า

“สิ่งสำคัญคือสไตล์ที่คล้ายกันระหว่างอิเกียและเกรฮาวด์ โดยเฉพาะเรื่องการหยิบของที่เป็นเบสิกและคลาสสิกมาใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป เช่น การพัฒนาเฟอร์นิเจอร์คลาสสิกของสแกนดิเนเวียให้ออกมาสวยทันสมัย” ภาณุเล่าและทันทีที่เขาตอบตกลง ไมเคิลก็พาชาวเกรฮาวด์ไปรู้จักอิเกียอย่างละเอียดผ่านเมืองเอล์มฮุลท์ (Älmhult) ประเทศสวีเดน

เราเชื่อว่าทุกคนคงคุ้นชินกับร้านอิเกียทรงกล่องสีน้ำเงิน แต่ที่ร้านอิเกียแห่งแรกซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์นี้กลับเป็นตึกโทนสีขาว เทา และดำ เท่มาก

นอกจากเป็นที่ตั้งของร้านอิเกียสาขาแรกในโลกแล้ว ที่เมืองอิเกียแห่งนี้ยังเป็นออฟฟิศกลางที่มีแผนกต่างๆ กระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองในรัศมี 5 กิโลเมตร มีตึกของฝ่ายสื่อสารการตลาดที่เข้าไปแล้วเป็นโรงถ่ายขนาดใหญ่ ทุกมุมจัดเป็นบ้านแบบที่เห็นในแคตตาล็อกของอิเกีย มีตึกที่ดูแลเฉพาะเรื่องการเงินการลงทุนอย่างเดียว มีตึกขนส่งและโลจิสติกส์

IKEA X Greyhound Original

หลังจากทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนมุมมองและฟังความคิดเห็นกันและกัน ไมเคิลมอบบรีฟจากสิ่งที่เขาคิด ซึ่งเขาอยากให้งานออกมาสื่อสารตัวตนของทั้งเกรฮาวด์และอิเกียอย่างเหมาะสม

โจทย์ของอิเกียคือ อยากสื่อสารวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ที่มีแนวโน้มอยู่อาศัยในพื้นที่จำกัด ซึ่งเป็นเทรนด์การใชัชีวิตในอนาคต รวมถึงวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่อยากทำกิจการเล็กๆ ของตัวเอง ไม่ว่าจะขายเสื้อผ้า เปิดร้านอาหารก็สามารถทำได้เลย โดยเฉพาะในบรรยากาศที่ทุกคนมีอิสระสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจภายในข้ามคืน นักเรียนออกแบบสกรีนเสื้อขายตามตลาดนัด อิเกียก็เห็นช่องทางการตลาดว่าคงจะดีถ้ามีสินค้าหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเหล่านี้

เมื่อสรุปโจทย์เป็นคำสามคำอย่าง Small Space, Small Business และ Asian Flavor

เหล่านักออกแบบของเกรฮาวด์ก็แบ่งกันเป็นกลุ่มๆ เตรียมเสนอคอนเซปต์ Pitching กันเอง

“เกรฮาวด์กลับมาพร้อมคอนเซปต์ที่น่าสนใจถึง 5 รูปแบบ โดยเฉพาะคอนเซปต์ที่ชื่อว่า ‘สบายสบาย’ ซึ่งสะท้อนเรื่องราวความเป็นไทยที่ไม่มีในสแกนดิเนเวีย เพราะที่นี่ทุกอย่างเป็นระเบียบแบบแผนมากๆ ขณะที่สิ่งที่เราพบเห็นได้มากในประเทศไทยพัฒนาและสื่อสารออกมาผ่านคอลเลกชันนี้สะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรม” ไมเคิลเล่าผลการตัดสินใจ

แม้จะเป็นแบรนด์แฟชั่น แต่จะให้ทำแค่ออกแบบถุงผ้าก็คงน่าเสียดาย

“จากเดิมที่อยากให้เราทำเพียง 6 ชิ้นสำหรับโครงการ Collaboration Speed Boat หลังจากเห็นคอนเซปต์เขาก็ขอให้เราทำ 25 ชิ้น เราก็รู้สึก เอาวะ ลองดู แม้ไม่เคยทำเฟอร์นิเจอร์มาก่อนเลย โชคดีที่เราได้ทีมออกแบบผลิตภัณฑ์จากบริษัท o-d-a มาช่วยอีกแรง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะมาเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องผ้าเราชำนาญ ก็สามารถขึ้นตัวอย่างได้ทันที แต่กว่าแบบจะลงตัวก็ใช้เวลาปรับแก้เป็นปี” ภาณุเล่า

แม้จะชื่อ ‘สบายสบาย’ แต่ถ้าได้ฟังกระบวนการจะรู้ว่าคอลเลกชันนี้ไม่ได้ทำ ‘ง่ายง่าย’ ‘สบายสบาย’ เลย แต่เรารับรองว่าเรื่องราวระหว่างนั้น ‘สนุกสนุก’ สมเป็นเกรฮาวด์แน่ๆ

สบายสบาย

SABAI SABAI อธิบายเป็นภาษาอังกฤษว่า Truly Thai’s Way of Life

เป็นหนึ่งในคอนเซปต์ที่เกรฮาวด์เสนอ และอิเกียก็ชอบในทันที

สบายสบายที่เป็นคนติดพื้นติดดิน คนไทยเราทำทุกอย่างบนพื้น กิน นอน มีความสุข บนพื้นที่เล็กๆ แต่มีความหมาย

สบายสบายที่เกิดจากการผสมผสานความแตกต่าง

สบายสบายเพราะคนไทยยืดหยุ่น ชอบแก้ปัญหา คิดและพลิกแพลงสถานการณ์เก่ง ตัวอย่าง แม้เก้าอี้จะเก่าจวนพังเราก็ยังจะใช้เชือกผูก หาวัสดุอื่นมาทดแทนแต่งเติมทำให้เกิดใหม่ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมายรอบตัวเรา ขณะที่คนต่างประเทศเปลี่ยนของใหม่ตามซีซั่น คนไทยเราไม่ค่อยทิ้งของแต่รู้จักทำให้ของหมดค่ากลับมามีคุณค่า

สบายสบายเพราะไม่ว่าใครก็เป็นนักออกแบบที่สร้างสรรค์งานตามโจทย์ของตัวเองได้ ตัวอย่างการออกแบบร้านซ่อมกุญแจ แผงขายลอตเตอรี่ แปลงล้อรถเก่าเป็นป้ายห้ามจอดรถ หรือฝาพัดลมเก่าให้กลายเป็นที่ตากเนื้อ

สำหรับคนไทยความสบายสบายอาจจะเป็นเรื่องเฉยเฉย แต่สำหรับชาวต่างชาติ ทุกคนที่ได้เห็นตื่นเต้นกับงานเหล่านี้จนเก็บอาการไม่อยู่

จากคอนเซปต์ กลายมาเป็นเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในคอลเลกชันซัมมันคอปล่า (SAMMANKOPPLA) อย่างไร มาดูกัน

SAMMANKOPPLA

เมื่อวันที่ 4 – 5 มิถุนายนที่ผ่านมา The Cloud มีโอกาสเดินทางตามชาวเกรฮาวด์ไปร่วมงาน Democratic Design Day 2019 ที่เมืองเอล์มฮุลท์ ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นงานสำคัญประจำปีของชาวอิเกียที่เล่าโครงการที่กำลังทำอยู่และจะเปิดตัว Collaboration Project ต่างๆ ในอนาคต รวมถึงหยิบเรื่องเทรนด์สำคัญมาแลกเปลี่ยนมุมมองสอดคล้องกับความเชื่อของแบรนด์ที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงงานออกแบบที่ทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากจะเป็นงานที่รวมนักออกแบบ นักการตลาด และสื่อมวลชน จากทั่วโลกแล้ว ในฐานะทีมไทยตัวเล็กๆ ที่ไปสังเกตการณ์ อดภูมิใจแทนชาวเกรฮาวด์และคนไทยที่อยู่ทางบ้านไม่ได้ ไหนๆ ก็มีโอกาสเป็นคนกลุ่มแรกที่เห็นคอลเลกชันซัมมันคอปล่าก่อนใคร ขอเล่าถึงตัวอย่างงาน 8 ชิ้นจาก 25 ชิ้นที่จะวางขายจริงในเดือนสิงหาคมปีหน้า

เริ่มจากพรมหรือเสื่ออย่างไทยที่ทอจากพลาสติกรีไซเคิลจากหลอดพลาสติก ซึ่งออกแบบให้ใช้ได้ทั้งสองด้าน แค่ได้เห็นก็อยากทิ้งตัวลงไปกับพื้นอย่างที่เคยทำที่บ้าน

หมอนอิงทรงสามเหลี่ยมของไทยเดิม ไอเทมที่ฮือฮาสมเป็นตัวแทนจากประเทศไทย คอนเซปต์น่ารักตรงที่ขายปลอกหมอนไม่ขายไส้หมอน เพราะอยากให้คนหาเสื้อยืดที่ไม่ใช้แล้วหรือหลอดมายัดใส่เป็นไส้หมอนแทน

กระเป๋า frakta ของอิเกียกับลายผ้าขาวม้าแบบเกรฮาวด์ ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งทำให้เราอยากซื้อและใช้อวดเพื่อนเดี๋ยวนั้นเลย

ตามด้วยโคมไฟ และขาตั้งโคม ที่ได้แรงบันดาลใจจากสายไฟที่ยุ่งเหยิงบนเสาไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ซึ่งออกแบบเป็นสายไฟยาวเหยียดคล้องกันไปมา ซึ่งมาพร้อมโคมไฟจากขวดพลาสติกแรงบันดาลใจจากการดัดแปลงขวดน้ำยาล้างจาน

โต๊ะและชั้นวางของที่ได้แรงบันดาลใจจากนั่งร้านในเขตพื้นที่ก่อสร้าง มาพร้อมล้อลากให้เคลื่อนย้ายสะดวกตอบโจทย์สาวโสดอย่างเรา หรือใครจะใช้ไปเป็นชั้นวางของที่ร้านขายของก็เข้ากันเหมาะสมเป็นที่สุด

เสื้อสำหรับเก้าอี้ ไอเทมที่แฟนเกรฮาวด์จะต้องเสียใจหากไม่มีไว้ติดบ้าน นอกจาก Typography คำว่า Original บนอกเสื้อแล้ว ยังมีรายละเอียดที่ใส่ของมากมายจนงงว่าสรุปเป็นเสื้อ เป็นกระเป๋า เป็นชั้นใส่ของ หรือเป็นเก้าอี้กันแน่

ปิดท้ายด้วยแผงกั้นห้องที่ได้แรงบันดาลใจจากบานพับของประตูบ้านห้องแถว ซึ่งออกแบบสำหรับกั้นและปรับห้องขนาดสตูดิโอให้เป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ตามการใช้งานซึ่งปรับให้ข้างหลังกลายเป็นที่เก็บของได้ด้วย เห็นแล้วคิดถึงประตูบ้านเก่าที่ต่างจังหวัด

Scandinavia – Asian Style

อิเกียจริงจังกับการเลือกโรงงานผลิตสินค้ามากๆ ทั้งดูมาตรฐานการผลิตและคุณภาพชีวิตของคนในโรงงานเป็นสำคัญ สมมติอยากทำเสื่อต่อให้มีโรงงานที่ใช้ประจำและไว้ใจได้ พวกเขาก็จะถามข้อมูลและมาตรฐานการผลิตเบื้องต้นและถ้าหากผิดไปเพียงข้อเดียวก็ลืมไปได้เลย นั่นเป็นเพราะจำนวนที่ผลิตขายต่อแบบคือ 5 – 7 แสนชิ้น ทำให้ชิ้นที่ต้องใช้ฝีมือในการผลิตถูกปัดตกหรือแก้แบบกันพัลวัน

“หนึ่งในนั้นคือศิลปะการตัดเย็บของหมอนอิงสามเหลี่ยมโบราณ สำหรับเรามันสวยที่ฝีมือการจัดวางชิ้นสามเหลี่ยมเล็กๆ ให้ซ้อนกันพอดีเพื่อรวมกันเป็นสันด้านข้างแบบหมอนอิงของไทย นั่นทำให้มีรายละเอียดที่ยากเกินกว่าจะควบคุมคุณภาพและราคาต้นทุนที่เหมาะสม หากยังยืนยันที่จะทำเราก็ต้องปรับแบบใหม่ให้เรียบง่ายขึ้น ทุกอย่างต้องรัดกุมที่สุด นี่แหละครับ ปัญหามักนำไปสู่ทางออกใหม่ๆ เราเลยจบลงโดยใช้เป็นลายพิมพ์สามเหลี่ยมขาวสลับดำแทน ทำให้หมอนอิงของไทยดูทันสมัยขึ้น ดูกราฟฟิกกว่าสไตล์โบราณที่มักทำจากผ้าทอลายไทยๆ” ภาณุเล่า

“กว่าจะสรุปเป็นสินค้าทั้ง 25 ชิ้นในคอลเลกชัน ทีมงานคิดไปเสนอทั้งหมด 50 แบบ เป็นงานที่สนุกมากแต่ก็ยอมรับว่าหลายอย่างมีข้อจำกัดด้านการผลิต เช่น เก้าอี้พลาสติกที่เราเห็นเกลื่อนกลาดตามแผงลอยขายอาหารข้างทาง สีแดง สีน้ำเงิน เราออกแบบโดยเอาเก้าอี้พลาสติกนี้มาตัดขา เปลี่ยนจากขาพลาสติกเป็นขาไม้ ตั้งใจให้ดูไม่เข้ากัน จับความคลาสสิกมาเจอกับโมเดิร์น แต่เมื่อทำตัวอย่างขึ้นมาเราก็พบความจริงว่า เก้าอี้พลาสติกข้างทางแบบไทยๆ นี้ ถ้ามีฝรั่งที่ตัวใหญ่มากมานั่งเก้าอี้คงหัก ทางอิเกียถือว่าไม่ปลอดภัยตามมาตรฐานของอิเกียในสุดก็ต้องเปลี่ยนแบบใหม่ เสียดายเหมือนกันแต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และเรานับถือการทำงานของเขามากๆ ที่คิดถึงผู้บริโภคก่อนตลอดเวลา” วิชชุกรเล่ากระบวนการทำงาน

“ตอนที่ออกแบบแผงกั้นห้องเดิมเราตั้งใจทำเป็นประตูพับแบบบานเฟี้ยม ซึ่งวันที่ไปตรวจงานต้นแบบก่อนผลิตจริงทีมกฎหมายมีความเห็นถึงความปลอดภัย คิดเผื่อเพราะกลัวว่าหัวเด็กจะติดในนั้น เราจึงต้องรีบเปลี่ยนแบบทันที” ภาณุเล่าความยากระหว่างการทำงานร่วมกันก่อนจะเล่าเสริมเรื่องลายเสื่อ

“ตอนที่ออกแบบลายเสื่อ มีกราฟิกที่เราลดทอนจากลายดอกจันของไทยให้กลายเป็นเส้นตัดกันง่ายๆ ทีมกฎหมายก็ให้ความเห็นว่าลายแบบนี้ละเอียดอ่อน อาจสร้างความเข้าใจผิดเพราะคล้ายกับสัญลักษณ์ทางศาสนาคริสต์บางนิกาย โชคดีที่ทีมโปรดักชันและครีเอทีฟที่สวีเดนช่วยต่อสู้มาให้ เพราะหากต้องเปลี่ยนแบบจะมีผลต่องานชิ้นอื่นด้วย เพราะเป็นลายเดียวกับที่อยู่บนจาน ชาม และแก้ว ในคอลเลกชัน”

หากว่าเรากำลังสบาย จงปรบมือพลัน

มีงานชิ้นไหนบ้าง ที่แม้จะถูกปรับเปลี่ยนงานออกแบบแต่ก็ต่อสู้เพื่อให้คงตัวตนของเกรฮาวด์ครบถ้วน เราถาม

“เดิมเสื่อของไทยจะออกแบบเป็นลายเดียวเหมือนกันทั้งผืน แต่พอเป็นเกรฮาวด์ที่เป็นคนยึกยักชอบทวิสต์ ชอบแก้โครงสร้างเดิม เราก็ทำให้หนึ่งผืนหลายลายมาชนกัน ซึ่งสร้างปัญหาให้โรงงานทอเสื่อมาก พอดีก่อนไปสวีเดนรอบนั้นดูหนังเรื่อง Bohemian Rhapsody พอดี ฉากที่โปรดิวเซอร์ไม่ยอมให้ทำเพลง 6 นาทีเพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อนแต่วง Queen ยังคงอยากจะทำออกมาให้ได้

IKEA x Greyhound Original

เราก็บอกทีมสวีเดนเลยว่าถ้าลายของเสื่อเรียบง่ายเป็นลายเดียวในหนึ่งผืนมันก็จะออกมาเป็นแค่เสื่อสวยผืนหนึ่ง เราขอให้เขาลองให้โรงงานขึ้นตัวอย่างมาก่อน ถ้าโรงงานทำไม่ได้จริงๆ ค่อยหาทางแก้ไขกันอีกที และในที่สุดโรงงานก็ทำออกมาได้ และพวกเขาก็ชอบมันมากๆ จนต่อยอดเป็นลายบนจาน ชาม และแก้ว” ภาณุเล่าติดตลกว่าโชคดีที่เขาไม่ต้องเผลอทุบโต๊ะแบบในหนัง เพราะทีมอิเกียพร้อมรับฟังเสมอหากพวกเขายืนยันในตัวตนของแบรนด์

“ทำงานกับเกรฮาวด์แล้วไม่มีอะไรยาก คนที่ทำให้เรื่องนี้ยากคือพวกเราเอง เรามีข้อกำหนด มีกฎระเบียบและมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยเยอะ” ตัวแทนฝั่งอิเกียสวีเดนตอบคำถามบ้าง

เขาบอกว่า ที่ผ่านมา ความเป็นบริษัทใหญ่ทำให้อิเกียขยับตัวช้า นั่นคือขณะที่แบรนด์อื่นเคยชินกับการออกคอลเลกชันใหม่ 2 ครั้งต่อปี อีเกียใช้เวลา 2 – 3 ปีต่อการพัฒนาคอลเลกชันใหม่ 1 ครั้ง ไมเคิลเล่าสิ่งที่เรียนรู้จากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ให้ฟังว่า เขาเรียนรู้วิธีที่ทำบางสิ่งให้เร็วกว่า เรียบง่ายกว่า โดยไม่จำเป็นต้องซับซ้อนและใช้ทรัพยากรมากมาย

ขณะที่ทีมเกรฮาวด์ได้เรียนรู้วิธีฝึกแก้ปัญหาทำให้พวกเขาเจอทางออกใหม่ๆ ที่ดีและตอบโจทย์มากกว่าวิธีการเดิม ไปจนเปลี่ยนความคิดบางเรื่องไปตลอดกาล “โดยเฉพาะเรื่องการทำของคุณภาพดีไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป เราจะภูมิใจมากกว่าถ้าหาวิธีที่ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกทำให้ได้ของคุณภาพดีในราคาถูกลง” ภาณุเล่าสิ่งที่เกรฮาวด์เรียนรู้ ก่อนทิ้งท้ายความประทับใจในการทำงานร่วมกัน

“อิเกียจะเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เจ้าใหญ่ในโลก ซึ่งเขาจะเป็นแค่นั้นต่อไปก็ได้ แต่เขาพยายามเปลี่ยนให้แบรนด์ทำสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตผู้คนจริงๆ เขาไม่ได้แค่ขายของ แต่สร้างคุณค่าของชีวิต เรื่องของอิเกียทำให้เห็นว่าการสร้างแบรนด์ทำได้หลายอย่าง เพียงนิยามให้ถูกว่าเราคือใคร มีความเชื่ออะไร และยืนหยัด มุ่งมั่นทำให้ฝันไปถึงฝันได้จริงแค่ไหน

“ในขณะเดียวกันอิเกียไม่เคยปฏิเสธว่าเขาคือธุรกิจที่ต้องสร้างผลกำไรเสมอ ตอนที่ผมเห็นป้ายราคาที่ติดบนสินค้าต้นแบบของคอลเลกชันซัมมันคอปล่าที่วางโชว์อยู่ ผมถามไมเคิลว่า โอโห้มีราคาแล้วด้วยเหรอ เพราะกว่าจะวางขายก็อีกตั้งปีกว่า เขาตอบว่า ทุกอย่างที่อิเกียจะวางโชว์ได้ต้องมีราคา เพราะถ้าไม่มีราคาแปลว่าของที่เห็นไม่สมบูรณ์แบบ การไม่มีราคาแปลว่าของชิ้นนั้นไม่มีชีวิต และคงไม่มีประโยชน์หากจะทำของที่คนเข้าถึงมูลค่าที่แท้จริงนั้นไม่ได้”

IKEA x Greyhound Original

ขอบคุณ ภาณุ อิงคะวัต, วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

ถ้าคิดถึง ‘Netflix’ แน่นอนว่าต้องนึกถึงหนังหรือซีรีส์เรื่องโปรดสักเรื่อง

ถ้าพูดถึง ‘สมใจ’ ก็อาจจะนึกถึงปากกาลื่น ๆ สักด้าม กับสมุดโน้ตคู่ใจสักเล่ม พร้อมบรรดาเครื่องเขียนและอุปกรณ์ศิลป์

แล้วถ้าหาก Netflix ทำบางอย่างร่วมกับ สมใจ อยู่ล่ะ ก็คงต้องนึกถึง…

ครั้งแรกที่เราได้ยินว่าค่ายสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่กำลังจะมีการ ‘Collaborate’ กับร้านเครื่องเขียนในตำนาน ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า การโคจรมาเจอกันระหว่างซีรีส์กับเครื่องเขียนจะออกมาในทิศทางไหน แต่มันเป็นความนึกไม่ออกที่ว้าวมาก ๆ รู้ตัวอีกที มือก็กดโทรศัพท์พร้อมฟังปลายสายบอกเล่าเรื่องราวโปรเจกต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้แล้ว

“ถ้าคนเห็นสิ่งที่เราจะทำ จะต้องรู้เลยว่า มันเป็นหนังซอมบี้บุกโรงเรียนหรือว่านักเรียนซอมบี้” เอย-ภัทศา อัตตนนท์ เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และพร้อมสำหรับการเกิดขึ้นของแคมเปญในครั้งนี้มาก ๆ 

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

All of Us Are Dead หรือ มัธยมซอมบี้ เป็นซีรีส์รื่องใหม่ที่กำลังฉายผ่านทางเน็ตฟลิกซ์และเป็นที่พูดถึงจนติดแฮชแท็ก #มัธยมซอมบี้ ในทวิตเตอร์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งแคมเปญการโปรโมตครั้งนี้ Netflix ได้ร่วมงานกับ Creative Agency and Production Design Lab ระดับคุณภาพของเมืองไทยอย่าง Jongluckdee ซึ่งเป็นผู้รังสรรค์ให้เกิดการ Collaboration กับสมใจขึ้นในที่สุด

ซีรีส์เกิดขึ้นในโรงเรียน เป็นเรื่องการดิ้นรนเอาชีวิตรอดพร้อมต่อสู้กับบรรดาเพื่อน ๆ ที่ทยอยกลายร่างเป็นซอมบี้ทีละคน จึงจำเป็นต้องมีตำราวิชาเอาตัวรอด Jongluckdee จึงไม่ลังเลที่จะเลือกทำงานร่วมกับร้านเครื่องเขียนระดับตำนานภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นสาม อย่าง ตาล-นพนารี พัวรัตนอรุณกร ซึ่งเธอก็ตอบตกลงในวินาทีแรก

Stationary Set นี้จึงเกิดขึ้น ประกอบไปด้วยชุดเครื่องเขียนเปื้อนเลือดตรงตามธีมซอมบี้ ไม่ว่าจะเป็นสมุด ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด ฉีกทุกกฎของเครื่องเขียนในร้านแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และโจทย์ในครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การมาเจอกันเพื่อทำให้เกิดสินค้าชิ้นหนึ่งแล้วจบไป แต่เป็นการสร้างสตอรี่ให้คนสัมผัสได้ที่ร้านสมใจทุกสาขา สตอรี่ที่ว่านั่นคืออะไร เอยและตาลพร้อมที่จะเปิดไมค์เล่าให้เราฟังแล้ว

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ
การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

บรีฟที่ 1 : Netflix x สมใจ = 

“โจทย์แรกมาด้วยการบอกว่า จะมีซีรีส์เกาหลีเกี่ยวกับซอมบี้” 

เมื่อทางทีม Jongluckdee ได้รับโจทย์นี้ แม้ในตอนแรกที่ยังไม่ทราบชื่อเรื่องภาษาไทย ทางทีมก็คิดไว้ก่อนเลยว่า ต้องทำให้คนรู้สึกใหม่ ไม่ใช่ซอมบี้ที่เขาคุ้นเคย

ต้องทำให้คนเชื่อได้ว่าซอมบี้กับโรงเรียนเป็นเรื่องเดียวกัน ต้องส่งเมสเสจให้ได้ว่าซอมบี้บุกโรงเรียน หรือนักเรียนซอมบี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นมิติที่ใหม่ด้วย

หลังจากได้รับโจทย์ ทีมงานมีเวลาอีกเพียง 1 เดือนที่จะทำให้โปรเจกต์นี้สำเร็จ (ขนาดเราเองยังลุ้นไปด้วยว่า 1 เดือนท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งติดเทศกาลปีใหม่พ่วงมาถึงตรุษจีน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เต็มร้อย งานนี้คงจะเป็นไปได้ยากแน่)

ความท้าทายแรกและความท้าทายเดียวที่มีคือ “จะทำยังไงให้ที่เราตั้งใจไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันออกมาเป็นแบบ 300 เปอร์เซ็นต์” 

เราเห็นคำว่าโรงเรียน เรารู้เลยว่าสมการนี้ถูกต้อง

พอเป็นคำว่าโรงเรียน แน่นอนว่าเครื่องเขียนเป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ 

แต่ร้านเครื่องเขียนก็มีเป็นร้อย คงไม่ใช่เหตุผลนี้อย่างเดียวแน่ ๆ

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ติดตามทุกแคมเปญของ Netflix จะสัมผัสได้เลยว่า แคมเปญทั้งหมดเน้นการสื่อสารกับผู้คน ให้เข้าถึงได้ง่ายกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคม 

ฉะนั้น หนึ่งในเช็กลิสต์ของการเลือกแบรนด์ที่ Netflix จะทำงานด้วยด้วย คือแบรนด์นั้น ๆ ต้องเข้าใจคน เข้าใจสังคม และรู้ว่าจะสื่ออะไรออกไปให้ผู้คน ซึ่งสมใจมีทุกอย่าง แถมยังมีมากกว่านั้น 

“ที่เราเลือกสมใจ อย่างหนึ่งคือ เขามีหน้าร้านที่คนแวะเวียนไปได้หลายสาขา ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ได้เป็นแค่ชุดเครื่องเขียนแล้วก็จบ ให้เขาต่อยอดไปได้”

เจตนารมณ์นั้นสมบูณ์ในที่สุด และไม่ใช่แค่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้คน แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพาร์ตเนอร์อีกด้วย

“พอทีมทำคอนเซ็ปต์ออกมา เราต้องดูก่อนเลยว่า มันจะไม่ไปแตะความเป็นสมใจ มันต้องอยู่ในจุดที่พอดี ไม่มีใครเสียประโยชน์”

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

3 หัวใจ สู่การตัดสินใจของสมใจ

สูตรทั่วไปทางการตลาดที่ว่า การลงทุนคือกำไร พวกเรารู้จักกันและคุ้นเคยกันดี เป้าหมายแรกในการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างของหลายคนก็คงจะเป็นสิ่งนี้

แต่สำหรับสมใจ ยังมี 3 สิ่งที่สำคัญกว่าผลกำไร นั่นคือ ทีม ลูกค้า และพาร์ตเนอร์

พวกเขาให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน ทุกฝ่าย ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันเป็น ‘ทีม’ และมองว่าการร่วมงานในครั้งนี้ จะเพิ่มโอกาสให้ทุกคนในทีมได้ท้าทายด้วยการทำอะไรใหม่ ๆ 

และให้ความสำคัญกับ ‘ลูกค้า’ และอยากเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเด็ก เพราะเด็ก ๆ ส่วนใหญ่รู้จัก มัธยมซอมบี้ ตั้งแต่เป็นการ์ตูน ถ้าพวกเขารู้ว่าจะมีชุดเครื่องเขียนในธีมซอมบี้เกิดขึ้น และมีการจัดหน้าร้านให้เหมือนฉากในซีรีส์ พร้อมทั้งมีพนักงานโรลเพลย์เป็นซอมบี้ น่าจะเป็นที่ฮือฮาในหมู่เด็ก ๆ และบรรยากาศการมาเลือกซื้อเครื่องเขียนที่ร้านคงจะกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง

อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ คือสมใจให้ความสำคัญกับ ‘พาร์ตเนอร์’ การที่ได้มาคอลแลบกับ Netflix เป็นการปลดล็อกแนวคิดบางอย่าง และเป็นการพาแบรนด์เดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งสเต็ป

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

สำคัญกว่าสินค้าคือประสบการณ์ของลูกค้า

“เราก็เลยจะทำให้เป็นซอมบี้จริง ๆ แบบมีคนไปแสดงอยู่หน้าร้านสมใจ และเนรมิตดิสเพลย์กระจกให้เป็นฉากหนึ่งในซีรีส์ เพื่อให้คนได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับซอมบี้เหมือนหลุดเข้าไปในหนัง และชุดเครื่องเขียนนี้ เราไม่ได้ขาย เราทำมาให้เป็นของรางวัลแก่คนที่มาเข้าร่วม ดังนั้นทั้งหมดก็ได้ร้อยเรียงออกมาเป็น Experience เดียวกันหมด” เอยเล่าถึงแผนงานของแคมเปญนี้

“เริ่มต้นด้วยการมี School Bus ใน 7 วัน 7 สถานที่ โดยวันสุดท้ายจะไปจบที่สามย่านมิตรทาวน์ เสมือนว่ารถโรงเรียนได้ส่งซอมบี้ไปอาละวาดที่สามย่านมิตรทาวน์ และด้วยความที่ซอมบี้เป็นนักเรียน ก็เลยเลือกไปอาละวาดที่ร้านเครื่องเขียน อาละวาดไปถึงขั้นแพร่เชื้อซอมบี้ไปที่แคชเชียร์ เพราะเดี๋ยวแคชเชียร์จะแต่งเป็นซอมบี้ทั้ง 5 สาขาเลย” 

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

เอยและตาลเห็นตรงกันว่า อยากส่งต่อสารนี้ให้คนได้เข้าถึงและจับต้องได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่ให้เครื่องเขียนชุด Survival Kit นี้ไปแล้วจบ จึงมีการเนรมิตแปลงโฉมร้านสมใจทั้ง 5 สาขา ให้เข้ากับธีม มัธยมซอมบี้ เลือดสาดขั้นสุด จัดเต็มยิ่งกว่าฮัลโลวีน โดยสมใจซัพพอร์ตถึงขั้นว่าเปลี่ยนป้ายร้านเป็นสีดำ พร้อมด้วยตัวอักษรเปื้อนเลือด ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับแนวคิดของทายาทรุ่นเก่า อีกทั้งยังมีดิสเพลย์หน้าร้าน ที่บังบรรยากาศในร้านแบบที่ทายาทรุ่นเก่าปลูกฝังและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอดว่า หน้าร้านต้องโปร่ง โล่ง ลูกค้ามองเข้ามาต้องชัด และเห็นทุกสรรพสิ่งภายใน แต่ตาลเลือกจะออกจากกรอบเดิมและเพิ่มภาพใหม่ให้กับร้าน 

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

รุ่นสามสื่อสารกับรุ่นเก่าอย่างไร

เราเองเป็นลูกค้าของสมใจมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ภาพจำที่มีต่อที่นี่จึงเป็นร้านเครื่องเขียนสุดคลาสสิกมาโดยตลอด ขนาดเราเองที่เป็นลูกค้ายังคุ้นเคยกับภาพแบบนั้น ทายาทรุ่นเก่าก็คงต้องมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมากกว่าเราเป็นแน่ 

“ตาลโชคดีที่เขาไว้ใจ” ประโยคเดียวสั้น ๆ แต่กลับเป็นคำตอบของทุกอย่าง

ตาลเล่าว่าสมใจเคยมีประสบการณ์การ Collaboration มาก่อนหน้านี้แล้ว 2 – 3 ครั้ง ซึ่งในทุกครั้งจะแจงรายละเอียดของต้นทุนและการประเมินค่าผลกำไร รวมทั้งแผนงานทั้งหมดอย่างชัดเจนให้ที่บ้านฟัง พอเขารับรู้ได้ถึงความตั้งใจและรับรู้รายละเอียดที่ตอบทุกคำถาม จึงมั่นใจให้ทายาทรุ่นสามคนนี้ต่อยอดความคิดและขับเคลื่อนแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ 

แนวคิดเปิดกว้างแบบนี้ ที่ทำให้ร้านเก่ายังเก๋ามาจนถึงทุกวันนี้

Talk of the Town Overnight

เมื่อเราได้คำตอบจากทุกข้อสงสัย ประการสุดท้าย คือ ผลลัพธ์ของสมการนี้

ความสำเร็จสำหรับแคมเปญนี้คืออะไร-เราถาม

“Talk of the Town ชั่วข้ามคืน” เอยตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้เราอยากทำความเข้าใจกับโจทย์ข้อนี้ต่อ สิ่งนี้นับว่าเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับการทำงานของ Jongluckdee ก็ว่าได้ 

ในทุก ๆ ไอเดียที่ออกมา จะต้องเลือกทางที่มีความใหม่ มีความท้าทาย เหมือนเป็นการได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น อย่างในครั้งนี้ การเลือกเปิดแคมเปญด้วย School Bus ทางทีมต้องคิดหนักมาก เพราะอาจจะสร้างความตกใจให้คนที่พบเห็นได้ ทุกคนทำการบ้านหนักมาก จนสุดท้ายผลตอบรับก็ดีเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ 

“แสดงให้เห็นแล้วว่ามาถูกทาง เพราะทุกอันถ้ามันใช่ มันจะมีความเป็นไปไม่ได้อยู่ในนั้น” นี่แหละหนึ่งในสูตรลับความสำเร็จของเอย

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

ทุก ๆ แคมเปญที่ Netflix ทำ หัวใจสำคัญคือ

หนึ่ง คนดูจะต้องรู้สึกได้ว่าเขาให้เกียรติผู้ชม 

สอง ทีมต้องมีความภูมิใจในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่หรือว่าทีมลูกค้าเอง 

นี่จึงเป็นอีก 2 สิ่งสำคัญที่แสดงถึงความสำเร็จอย่างแท้จริง สื่อต้องไปถึงผู้รับอย่างที่ตั้งใจ และสิ่งนั้นต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงาน 

“ทางทีม Jongluckdee เราเห็นสปิริตของเด็ก ๆ ที่เขามีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทำงานนี้ มันเหมือนเราต่อเติมความฝันให้คนทำงาน ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง แต่วันนี้เราเหมือนมาเติมเชื้อไฟนั้นให้สว่างยิ่งขึ้น มันจึงเป็นมากกว่าการทำงานที่ทำเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ” 

ฟังมาถึงตรงนี้ เราไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมแคมเปญนี้ถึงออกมาดีเหนือจินตนาการ และเป็นที่พูดถึงในวงกว้างเพียงชั่วข้ามคืน

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

สม-ใจ สมใจ

“ถ้าออกไปแล้วมันไม่นิ่ง มันก็คือใช่ แต่มันจะไปไกลขนาดไหน อันนี้ตาลก็ถือว่าเป็นกำไรแล้วกัน”

จากคำตอบนี้ เราเชื่อเลยว่าเอยและตาลมองเห็นภาพเดียวกันจริง ๆ ถึงทำให้ทุกกระบวนการของแคมเปญนี้มีคุณค่าและมีคุณภาพอย่างมาก รวมไปถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด ความคาดหวังให้ผลงานที่ทำออกมาส่งไปถึงผู้คนได้ตามที่ตั้งใจ ก็นับเป็นนิยามของความสำเร็จ

สำหรับตาลการที่ได้มาคอลแลบกับ Netflix ในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นและแสดงให้เห็นว่าสมใจพร้อมปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเป็นไปของสังคม โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวตนและไม่ละเลยคนเบื้องหลังที่สำคัญ นั่นคือทุกคนในทีมที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาเป็นการร่วมงานที่สมบูรณ์ในครั้งนี้ เหมือนที่ตาลเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า 

“ในแง่การบริหาร การที่เราปรับให้ทันสมัยมากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่มีค่ากว่าทุก ๆ อย่าง จากที่สมใจมาจากศูนย์ จนถึงทุกวันนี้ที่ทุกคนในครอบครัวเปิดรับเรื่องใหม่ ๆ รวมไปถึงความภูมิใจของทุกคนในทีม มันมีค่ามากจริง ๆ”

“ไม่รู้ว่าปลายทางจะสำเร็จหรือไม่ แต่ว่าแค่ได้มาถึงจุดนี้ ตาลก็ดีใจแล้ว”

คำกล่าวทิ้งท้ายบทสัมภาษณ์ของตาล ทำให้เราได้คำตอบของแบบฝึกหัดข้อนี้

ตอบ : Netflix x สมใจ = ความสำเร็จของการทำงานกันในรูปแบบชุดเครื่องเขียนเรื่อง มัธยมซอมบี้ ที่เต็มไปด้วยการเป็นที่พูดถึง การถูกจดจำ รวมไปถึงการทำงานร่วมกันของทีมงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่า มากเกินกว่าจะประเมินค่าได้

เสาะหาชุดเครื่องเขียน ‘เปิดตำรา วิชาเอาตัวรอด’ พร้อมคู่มือแนะนำวิธีใช้เครื่องเขียนเหล่านี้เป็นอุปกรณ์ต่อกรกับซอมบี้ ทั้งสมุด ดินสอกด ไม้บรรทัด ยางลบ กระดาษโน้ต และแฟ้มพลาสติก ได้แล้ววันนี้ที่ร้านสมใจทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สามย่านมิตรทาวน์, อาคารสยามกิตติ์, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัล สีลม คอมเพล็กซ์ และมาบุญครอง 

มาสัมผัสและเก็บภาพบรรยากาศห้องเรียนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เชื้อไวรัสซอมบี้แพร่ระบาด พร้อมกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ที่หน้าร้านและออนไลน์ให้ได้ร่วมสนุก ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ ร้านสมใจ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ศิลป์ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load