5 กุมภาพันธ์ 2561
6 K

ถ้าสนใจทำธุรกิจใหม่ แต่สินค้าชนิดนั้นๆ มีคนทำเยอะแล้ว จะทำอย่างไรดี?

ฮิโรมิตสึ คอนโช เจ้าของฟาร์มข้าวเอจิโกะ กล่าวสั้น ๆ ว่า

หากทำเหมือนคนอื่น แถมตัวเองยังมาทีหลัง จะไม่มีทางชนะแน่ เราต้องสร้างคุณค่าใหม่และสร้างความแตกต่าง

 

ฮิโรมิตสึทำงานอยู่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ แต่เมื่อเขาอายุได้ 34 ปี ประธานบริษัทมองเห็นโอกาสของธุรกิจเกษตรกรรม จึงส่งพนักงานหนุ่มอย่างฮิโรมิตสึมาดูแลธุรกิจใหม่ชนิดนี้ ยิ่งฮิโรมิตสึศึกษาและเรียนรู้เรื่องการปลูกข้าว เขาก็ยิ่งหลงรักมากยิ่งขึ้น

8 ปีหลังจากนั้น ฮิโรมิตสึตัดสินใจลาออกจากบริษัท และหันมาทำนาข้าวอย่างจริงจัง

ฮิโรมิตสึ คอนโช

Echigo Farm Echigo Farm

 

แบรนด์ใหม่ที่ ‘จริงจัง’

ระดับความจริงจังของฮิโรมิตสึนั้นเริ่มตั้งแต่วิธีการผลิต

หากขนาดพื้นที่เท่ากัน นาข้าวแปลงอื่นจะมีผลผลิตประมาณ 480 กิโลกรัม แต่แปลงของฮิโรมิตสึนั้น สามารถเกี่ยวข้าวได้เพียง 60 – 120 กิโลกรัมเท่านั้น

Echigo Farm นาข้าว

สาเหตุเพราะฮิโรมิตสึใช้วิธีการปลูกข้าวแบบธรรมชาติ… ไม่ใส่ปุ๋ย เลี้ยงด้วยน้ำที่ละลายจากหิมะบนภูเขาเท่านั้น

หากปลูกข้าวปริมาณมากๆ ข้าวจะแย่งสารอาหารจากกัน ทำให้รสชาติไม่หวานอร่อย

ฮิโรมิตสึเลือกวิธีนี้เพราะต้องการสร้างความแตกต่างจากฟาร์มออร์แกนิกแห่งอื่นนั่นเอง

นอกจากนี้ วิธีการเก็บรักษาและส่งต่อลูกค้าก็แตกต่าง

โดยปกติแล้ว ชาวนาจะสีข้าว บรรจุถุง และส่งขาย

แต่ฮิโรมิตสึต้องการให้ลูกค้าได้ทานข้าวที่สีใหม่ ยังคงความหอม เขาจึงต้องใช้วิธีการที่แตกต่างจากวิธีจำหน่ายปกติทั่วไป

ข้าวของเอจิโกะฟาร์มจะถูกสีด้วยใบมีดแบบโบราณ มิได้ถูกลำเลียงเข้าโรงสีแต่อย่างใด เนื่องจากรสชาติและรูปทรงจะถูกทำลาย

เกษตรกร ชาวนา

ส่วนวิธีการเก็บนั้น ฮิโรมิตสึเก็บข้าวทั้งๆ ที่ยังเป็นข้าวเปลือก โดยหมกไว้ใต้หิมะในโรงเก็บข้าว

หิมะจะช่วยรักษาความชื้นในเมล็ดข้าว ทำให้เมล็ดข้าวไม่แห้งเกินไป

Echigo Farm กองหิมะ ฮิโรมิตสึ คอนโช

เมื่อมีลูกค้าสั่งข้าว ฮิโรมิตสึถึงค่อยนำข้าวเปลือกมาสี ทำให้ลูกค้าได้ทานข้าวที่สดจริงๆ

แม้ราคาข้าวของฟาร์มเอจิโกะนี้จะสูงถึงกิโลกรัมละ 5,000 เยน หรือเกือบ 2,000 บาท แต่สินค้าก็หมดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ลูกค้าที่ซื้อไปก็ติดใจและกลับมาซื้ออีกในปีถัดไป เรียกได้ว่านอกจากห้างมิตสึโกชิแล้ว ข้าวของฮิโรมิตสึก็แทบไม่ได้วางจำหน่ายที่อื่นเลย

Echigo Farm ข้าว

ข้าวจากฟาร์มเอจิโกะนั้นรสชาติดีจนถึงระดับที่สายการบิน JAPAN AIRLINES เลือกใช้ข้าวฟาร์มนี้ เสิร์ฟอาหารชั้นธุรกิจและเฟิร์สคลาส

ส่วน ‘ร้านคุโรกิ’ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่าจองยากที่สุดในประเทศ ก็ใช้ข้าวของฮิโรมิตสึเช่นเดียวกัน ฮิโรมิตสึกล่าวว่า ที่ตัดสินใจจำหน่ายข้าวชนิดนี้ให้แก่ร้านคุโรกิ เป็นเพราะทางร้านใส่ใจในทุกรายละเอียดเป็นอย่างยิ่ง

ข้าวญี่ปุ่น ข้าวสวย

ร้านอาหารอื่นอาจเน้นกับข้าวอร่อย แต่ร้านคุโรกิพิถีพิถันตั้งแต่วิธีการเลือกข้าว ตลอดจนวิธีการหุงข้าว

เรียกได้ว่า ทั้งผู้ผลิต กล่าวคือฮิโรมิตสึ กับลูกค้า (ร้านคุโรกิ) มีแนวคิดร่วมกัน นั่นคือ ความใส่ใจในรายละเอียดนั่นเอง

 

ข้าว…น่าจะเป็นสินค้าที่ทำการตลาดยาก เพราะลูกค้าเดารสชาติยาก ตลอดจนมีคู่แข่งเป็นจำนวนมาก

เหตุใดฟาร์มเอจิโกะจึงประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้าตลาดนี้เพียงแค่ 12 ปีกว่าเท่านั้น?

ฮิโรมิตสึพลิกทุกกระบวนการ…

ในขณะที่เกษตรกรท่านอื่นเน้นปลูกข้าวให้ได้ปริมาณมากโดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด เน้นการขนส่งที่สะดวก แต่ฮิโรมิตสึกลับเลือกวิธีการผลิตที่เปลืองค่าแรง เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และยอมได้ผลผลิตข้าวต่อแปลงต่ำ

แต่นั่นก็นำมาสู่ ‘ความแตกต่าง’ ของแบรนด์เอจิโกะ

ทำนา ทำนา

จุดขายไม่ใช่ความอร่อย แต่เป็นการนำเสนอรสชาติธรรมชาติดั้งเดิมของข้าว และความใส่ใจอย่างถึงที่สุด

ด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกข้าวโดยไม่ใช้ปุ๋ย การเก็บข้าวในหิมะ การสีข้าวโดยใช้มือคน ตลอดจนการจัดส่งข้าวที่สีใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า ทำให้ฮิโรมิตสึสามารถสร้างความแตกต่าง และเอาชนะใจทั้งผู้บริโภค และเชฟร้านอาหารชื่อดังได้

แม้ในตลาดที่แข่งขันกันรุนแรง และจะเป็นแบรนด์ที่มาทีหลัง แต่หากสร้างความแตกต่างและคุณค่าที่ยังไม่มีแบรนด์อื่นเคยทำได้มาก่อน ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

นาญี่ปุ่น

ภาพ: www.echigofarm.com

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

เวลาเราซื้อของขวัญให้ใคร เรามักจะซื้อสิ่งที่ตัวเอง (แอบ) อยากได้ให้คนคนนั้น…

เพื่อนคนหนึ่งเคยได้รับกาน้ำชาแก้วใสๆ ยี่ห้อ HARIO จากดิฉัน โดยมีคำอธิบายอันยืดยาวว่ามันใช้ง่าย สวยงาม มินิมอล เทแล้วน้ำชาไม่ค่อยหกเลอะเทอะ ถอดฝาล้างง่าย บลาๆๆ จากผู้ให้อยู่ข้างๆ 

‘HARIO’ เป็นแบรนด์ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่อายุ 100 ปีหมาดๆ เมื่อ ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ทุกท่านคิดว่าบริษัทที่เคยผลิตอุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ จะเติบโตมาหน้าตาเป็นอย่างไรคะ 

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ HARIO แบรนด์ญี่ปุ่นอีกแบรนด์ที่ดิฉันรักค่ะ 

จากอุปกรณ์ห้องแล็บสู่ห้องครัว 

HARIO ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1921 ในช่วงแรกนั้น บริษัทผลิตอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นบีกเกอร์ หรือหลอดแก้วตวงปริมาตร 

อุปกรณ์ของแบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ทั้งทนความร้อน ทนกรด และสารเคมี รวมถึงใช้งานง่าย

หลังจากทำธุรกิจมาได้ 27 ปี ใน ค.ศ. 1948 แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นก็เริ่มนำความเชี่ยวชาญด้านการหลอมแก้ว มาผลิตอุปกรณ์ในห้องครัว เช่น จานแก้ว ชามแก้ว ที่เข้าเตาอบได้ ขวดใส่เครื่องปรุง แก้วตวงวัด 

สำหรับอุปกรณ์ทำกาแฟ HARIO เริ่มเข้ามาผลิตในช่วง ค.ศ. 1957 โดยเริ่มจากเครื่องทำกาแฟ Syphon ทางบริษัทพยายามปรับความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ มาใช้กับอุปกรณ์ทำกาแฟ และค่อยๆ สร้างชื่อเสียงในญี่ปุ่นทีละนิด

สร้างกระแสในอเมริกา จนถึงระดับโลก

ในช่วง ค.ศ. 2004 ธุรกิจได้พัฒนาตัวดริปเปอร์ใหม่ อุปกรณ์ดริปเปอร์เดิมนั้นตัวกระดาษแผ่นกรองจะแนบไปกับดริปเปอร์ ทำให้อากาศไหลเวียนยาก อุปกรณ์รุ่นใหม่ออกแบบให้มีช่องว่างระหว่างกระดาษเล็กน้อย ทำให้มีอากาศผ่านได้ รสกาแฟจะลุ่มลึกขึ้น และเริ่มวางจำหน่ายใน ค.ศ. 2005 

HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory, hario v60
ภาพ : www.hario.com

ในช่วงแรก สินค้าตัวนี้ยังไม่เป็นที่ฮิตในตลาดสักเท่าไร จนเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี ใน ค.ศ. 2010 ไมเคิล ฟิลลิปส์ (Michael Phillips) บาริสต้าชื่อดัง ได้รับรางวัลแชมเปี้ยนระดับโลก หนึ่งในอุปกรณ์ที่เขาใช้ ก็คือ HARIO V60 ทำให้ชื่อของ HARIO และ V60 เริ่มโด่งดังในอเมริกา และไปถึงในระดับโลกในที่สุด

สินค้าดีอยู่แล้ว แค่รอวันที่ใครสักคนจะเห็นคุณค่าและหยิบยกขึ้นมาเล่าเท่านั้นเอง 

วิกฤตที่นำไปสู่การเห็นโอกาสใหม่

ตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา ตลาดกาแฟดริปเติบโตเรื่อยมา ทำให้ธุรกิจเองก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่อุปกรณ์ชงกาแฟ ทางแบรนด์ยังคงพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ 

ค.ศ. 2014 HARIO เปิดร้าน HARIO Lampwork Factory จำหน่ายเครื่องประดับแฮนด์เมดจากแก้ว เช่น สร้อยคอ ต่างหู เป็นร้านเล็กๆ ที่เราสามารถมองเห็นช่างกำลังเจียแก้วทีละนิดๆ ตรงหน้าร้าน และเข้าไปเลือกซื้อต่างหูน่ารักๆ ได้ 

สิ่งที่ทำให้ HARIO ตัดสินใจกระโดดเข้ามาในวงการนี้คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โทโฮขุเมื่อ ค.ศ. 2011 ในตอนนั้น ทุกโรงงานต้องประหยัดไฟฟ้า ทำให้ HARIO ไม่สามารถหลอมแก้วในโรงงาน ทางผู้บริหารจึงพยายามคิดว่า มีสินค้าอะไรที่บริษัทผลิตได้ โดยไม่ต้องใช้พลังไฟฟ้าปริมาณมาก

คำตอบจึงนำมาสู่การทำเครื่องประดับ ซึ่งใช้ที่เผาแก้วขนาดเล็ก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้ามาก 

เหตุผลหลักอีกประการคือ HARIO Lampwork Factory จะเป็นสถานที่บ่มเพาะฝีมือช่างทำแก้วไปในตัวด้วย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือในวงการได้เป็นอย่างดี 

ปัจจุบัน มีร้าน HARIO Lampwork Factory ทั้งหมด 4 สาขา ในโตเกียว 3 แห่ง และนาโกย่าอีก 1 แห่ง 

หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นอีก HARIO ก็จะได้อุ่นใจว่ามีธุรกิจบางธุรกิจที่ยังดำเนินต่อไปได้ แม้จะขาดกระแสไฟก็ตาม 

 จากกลิ่นหอมกาแฟ สู่กลิ่นหอมอโรม่า

ใน ค.ศ. 2018 HARIO ออก Product Line ใหม่ ชื่อ HARIO Relaxing เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยด้านการผ่อนคลาย

แล้ว HARIO โยงเข้ากับเครื่องแก้วอย่างไรล่ะ 

อย่างต่างหูแก้วเล็กๆ คู่นี้ ด้านในจะมีช่องเล็กให้หยอดน้ำมันอโรม่าหรือน้ำหอมได้ แค่หันหน้าไปมา ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ผ่อนคลาย 

ความแข็งแกร่งของ Hario(ฮาริโอะ) แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ภาพ : hariosci.thebase.in

หรือแจกันดอกไม้อันนี้ ดูเผินๆ ก็เป็นแค่แจกันแก้วใสธรรมดาๆ แต่บริเวณหลอดแก้วตรงกลาง สามารถถอดมาใส่น้ำมันอโรม่า และแปลงร่างแจกันเป็น Diffuser  

ความแข็งแกร่งของ ฮาริโอะ แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ความแข็งแกร่งของ ฮาริโอะ แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ความแข็งแกร่งของ ฮาริโอะ แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ปรับตัวจากผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ สู่อุปกรณ์กาแฟ และจิวเวลรี่ที่สาวๆ คลั่งไคล้
ภาพ : hariosci.thebase.in

สร้อยคอของซีรีส์ Relaxing นี้ ก็มีช่องให้ใส่น้ำมันอโรม่าได้เช่นเดียวกัน

HARIO เริ่มจับเทรนด์ Relaxing นี้ จากการสังเกตเห็นว่า ผู้หญิงทำงานยุคใหม่มีความเครียดสูง และต้องการสินค้าที่เยียวยาหัวใจพวกเธอ เมื่อลองนำ ‘ความผ่อนคลาย’ มาเชื่อมโยงกับ ‘เครื่องแก้ว’ จึงได้ไอเดียผลิตภัณฑ์เก๋ๆ ที่ทั้งสวยงามและมีกลิ่นหอมสดชื่นนั่นเอง  

เปิด HARIO Café 

ใน ค.ศ. 2018 HARIO ตัดสินใจเปิดร้าน HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory อยู่ตรง Nihonbashi แล้ว ทีมงานจึงเสนอว่าควรสร้างคาเฟ่ควบคู่ไปด้วย เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของการชงกาแฟให้ผู้คนได้เข้าใจยิ่งขึ้น 

hario v60
HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory, hario v60
ภาพ : hariocafe-lwf.com/en/ 

ในร้านคาเฟ่นี้ ลูกค้าเข้ามาสั่งชากาแฟขนมทานได้ หรือเข้าเรียนในเวิร์กช็อป เช่น วิธีดริปกาแฟแบบต่างๆ เรียนรู้กลิ่นหอมของใบชา หรือเข้าร่วมอีเวนต์ทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ของ HARIO 

นอกจากนี้ สตาฟของ HARIO ยังคิดอีเวนต์ตามฤดูกาลอีกด้วย เช่น หน้าร้อนก็จะสอนวิธีชงชาแบบเย็น หรือหน้าหนาวก็สอนวิธีทำคาเฟ่ลาเต้อุ่นๆ ละมุนๆ 

ข้อดีสำหรับลูกค้าคือ สามารถทดลองอุปกรณ์ เช่น ดริปเปอร์ กระดาษกรองแบบต่างๆ ได้ แค่มาเข้าเวิร์กช็อป พนักงาน HARIO ก็จะอธิบายและลองชงกาแฟด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน ทำให้ลูกค้าค้นพบอุปกรณ์ที่เหมาะกับรสนิยมของตนเอง โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อสินค้าจริงมาลอง 

สำหรับ HARIO เองนั้น ตัวบริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องแก้วมาตลอด แต่การเปิดร้านกาแฟนี้ จะทำให้แบรนด์ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เก็บข้อมูลหรือสัมภาษณ์ลูกค้าง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ถ่ายทอดจุดเด่นของสินค้าแต่ละชิ้นอย่างถูกต้องได้สะดวกขึ้นนั่นเอง

กล้าลองอะไรใหม่ๆ 

แม้ HARIO จะเป็นบริษัทที่เก่าแก่ แต่ไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จในอดีต ผู้บริหารเปิดรับไอเดียพนักงานเสมอ จริงๆ แล้ว ไอเดียร้านกาแฟเกิดจากการที่พนักงานเห็นว่า บริษัทย้ายมาอยู่อาคารอิฐโบราณสวยๆ ในนิฮงบาชิ น่าจะมีร้านกาแฟเก๋ๆ บ้าง ท่านประธานเห็นว่าน่าสนใจก็เลยลองดู 

ส่วนไอเดียธุรกิจใหม่นั้น บริษัทมีระบบรับฟังความเห็นพนักงานเสมอ ทุกปี HARIO จะจัดประกวดไอเดียธุรกิจใหม่ พนักงานคนใด ระดับใด ก็เสนอไอเดียได้ โดยไอเดียที่ชนะเลิศ​ จะได้รับการนำไปพัฒนาเป็นสินค้าออกมาจำหน่ายจริง 

หนึ่งในสินค้าที่ชนะเลิศการประกวดคือ หม้อดินฝาแก้ว มีพนักงานคนหนึ่งเห็นว่า ปกติตัวหม้อนาเบะจะทำจากดินเผา เวลาปิดฝา มักมองไม่เห็นว่ากำลังต้มอะไรอยู่ แต่หากเปลี่ยนมาใช้เป็นฝาแก้ว ลูกค้าก็น่าจะเห็นตอนที่ข้าวกำลังสุก หรือเห็นว่าอะไรในหม้อกำลังเดือดปุดๆ แล้วหรือยัง เป็นไอเดียที่น่ารักมาก 

HARIO Café เผอิญตอนนั้นมีร้าน HARIO Lampwork Factory
ภาพ : www.bridgine.com

สำหรับบริษัทที่ 100 ปีก่อน เอาแต่ผลิตบีเกอร์วิทยาศาสตร์ ถือว่า HARIO ก็มาไกลทีเดียว 

Lesson Learned

  1. ทำสิ่งที่ถนัด สำหรับ HARIO คือการผลิตเครื่องแก้วเป็นหลักตลอด 100 ปี 
  2. แต่ไม่ทำสินค้าเดิมๆ HARIO มีการออกสินค้าใหม่หลายประเภทเสมอ เช่น เครื่องประดับ แก้วกาแฟ 
  3. เวลาหาไอเดียธุรกิจใหม่ เริ่มจากการสังเกตเทรนด์ แล้วเอาความถนัดตนเองเข้าไปจับ ดังเช่น ธุรกิจ HARIO Relaxing 
  4. หรือเปิดโอกาสให้พนักงานกล้าเสนอไอเดียใหม่ๆ ให้เวทีเขาประกวด ให้เขาได้ฉายแสง 
  5. สร้างวัฒนธรรมของการกล้าออกไอเดีย กล้าพูด กล้าทำ

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load