15 มิถุนายน 2563
35 K

เราเชื่อว่า คุณต้องเคยเห็น และต้องเคยสงสัยในป้ายโฆษณาพวกนี้อยู่บ้าง

มันคือป้ายอะไร ใครเป็นคนทำ และทำไปทำไม

ขอให้ข้อมูลเรื่องสื่อโฆษณานอกบ้านก่อนสักนิด ทุกวันนี้สื่อโฆษณานอกบ้านโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครมีจำนวนมากขึ้น ค่าลงสื่อก็ไม่ถูก แถมยังจองยากเพราะมีจำนวนจำกัด (แม้จะมากขึ้นแล้ว) สื่อนอกบ้านจึงเป็นของหรูหราสำหรับนักการตลาด ต้องมีทั้งเงินและบุญบารมีถึงจะจองพื้นที่ที่ต้องการในเวลาที่ต้องการสำหรับลงสื่อโฆษณาสินค้าได้

แต่ถึงจะแพงแค่ไหน จองยากเท่าไหร่ เมื่อสังเกตดีๆ เราจะเห็นพลังเล็กๆ ที่มาลงสื่อกันเป็นครั้งเป็นคราว มีอาร์ตเวิร์กหน้าตาไม่คุ้น แถมมีข้อความที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว อย่างการอวยพรวันเกิดมาปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

เชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและลอยฟ้าต้องเคยงุนงงกับป้ายแบบนี้มาแล้วแน่ๆ 

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก

ป้ายเหล่านี้เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของกลุ่มแฟนคลับที่มีชื่อเรียกน่ารักๆ ว่า ‘ชาวติ่ง’ 

แฟนคลับแต่ละคนมีไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบและคอยให้การสนับสนุน การซื้อป้ายโฆษณาเพื่ออวยพรวันเกิดเช่นนี้เป็นหนึ่งในการแสดงออกว่าสนับสนุนศิลปินคนนั้นๆ 

ป้ายเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากป้ายโฆษณา ที่ต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างให้คนรับรู้ในวงกว้าง แต่ข้อความลับๆ ที่แฝงไว้ในป้ายเหล่านี้คืออะไร ต้องการสื่อสารกับใคร และแฟนคลับเอาเงินมากมายจากไหนถึงซื้อป้ายโฆษณาแบบนี้ได้

เรารู้ว่าคุณก็อยากรู้ เราเลยไปสืบมาให้ 

ชาวติ่งมีคำเรียกคนที่ไม่อินกับวัฒนธรรมแฟนคลับว่า ‘มักเกิ้ล’

และนี่คือ 10 เรื่องที่จะทำให้เหล่ามักเกิ้ลมองป้ายโฆษณาเหล่านี้เปลี่ยนไป

1. กลุ่มแฟนคลับไม่ได้ทำ ‘โปรเจกต์’ ซื้อป้ายโฆษณา แค่วาระวันเกิดของศิลปินเท่านั้น

ป้ายโฆษณาที่เหล่าแฟนคลับจัดหามาเป็นของขวัญพิเศษสำหรับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ เป็นหนึ่งในหลายๆ กิจกรรมที่เรียกว่า ‘โปรเจกต์’ สำหรับหลายโอกาส ทั้งหมุดหมายสำคัญอย่างวันเปิดตัว (เดบิวต์) วันปล่อยผลงานใหม่ (คัมแบ็ก) หรือวันที่มียอดเข้าชมผลงานของศิลปินเป็นจำนวนที่สมควรแก่การเฉลิมฉลอง รวมไปถึงการสื่อสารกิจกรรมของแฟนคลับที่ร่วมกันทำเพื่อศิลปินในโอกาสต่างๆ ด้วย

โปรเจกต์แบบนี้ฮอตฮิตในหมู่แฟนคลับศิลปินเอเชีย รวมทั้งศิลปินไทย แต่ไม่ค่อยมีให้เห็นในหมู่ศิลปินชาวตะวันตก 

จุดกำเนิดของการซื้อป้ายโฆษณานี้มาจากประเทศเกาหลี แฟนคลับชาวเกาหลีอยากทำอะไรบางอย่างให้ศิลปินที่ตนชื่นชอบได้รับกำลังใจและพลังบวกนี้ไป แต่จะส่งไปถึงตรงๆ ก็ทำไม่ได้ เลยเลือกแสดงออกในที่สาธารณะแทน อย่างการขึ้นป้ายโฆษณาในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะได้รู้จักศิลปินผู้เป็นที่รักนี้ด้วย

ในประเทศไทย กลุ่มแฟนคลับมีการเชิญชวนแฟนคลับด้วยกันมาระดมทุนสำหรับแต่ละโปรเจกต์ โดยอาจจะมีของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ มอบให้เป็นการตอบแทน

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก

2. ศิลปินที่มีแฟนคลับทำป้ายโฆษณาให้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปินเกาหลี ต้นตำรับวัฒนธรรมนี้ ตามมาด้วยศิลปินไทยเครือ GMM Grammy ส่วนผู้ซื้อก็มีทั้งแฟนคลับไทยและแฟนคลับจากต่างประเทศ ซึ่งสายเปย์ยืนหนึ่งคือเหล่า ‘แม่จีน’

ศิลปินหนึ่งคนอาจมีแฟนคลับหลายบ้าน (ชื่อในวงการที่มีความหมายว่ากลุ่ม) แต่ละบ้านเขาจะเรียกกันว่า ‘แม่’ (คาดว่าย่อมาจากแม่ยก) แม่ๆ เหล่านี้จะเป็นตัวตั้งตัวตีจัดทำป้ายให้ศิลปินในวาระโอกาสต่างๆ ความหลากหลายของศิลปินที่ได้ขึ้นป้ายโฆษณาในกรุงเทพฯ ต้องยกให้ศิลปินเกาหลี ป้ายศิลปินไทยที่มีอยู่ทั่วเมืองก็ไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นคนเดิมๆ

มาว่ากันในฝั่งผู้ซื้อ กลุ่มที่ซื้อเยอะที่สุดคือแม่จีน เราจึงเห็นป้ายที่มีภาพศิลปินไทยมากกว่าศิลปินเกาหลี เพราะแฟนคลับชาวจีนเป็นฝ่ายมาซื้อให้ศิลปินไทยบ่อยมาก และเยอะมาก

 ที่ชาวจีนอยากจะสื่อสารกับศิลปินไทยบ่อยๆ นั้น อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมจีนมีเทศกาล และวาระโอกาสที่มีความหมายอยู่บ่อยๆ เช่น วันบอกรัก วันให้ดอกไม้ แฟนคลับจึงอยากให้ความหมายกับวันสำคัญเหล่านั้นแด่ศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบด้วย แต่พอตัวอยู่ไกล รูปแบบการส่งความรักความห่วงใยอาจมีไม่มากนัก ป้ายโฆษณาเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก

3. สำหรับติ่งเกาหลีในประเทศไทย ป้ายเหล่านี้คือความปรารถนาดีที่อยากให้ศิลปินเป็นที่รู้จักมากขึ้น เป็นความตั้งใจเดียวกับการคอยสนับสนุนและติดตามผลงาน

ในกรณีแฟนคลับไทยที่ลงป้ายศิลปินเกาหลีในกรุงเทพฯ อาจฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล เพราะศิลปินคงไม่มีโอกาสมาเห็น (ถ้าไม่ใช่ตอนที่เขามาเมืองไทยพอดี) แต่ป้ายเหล่านั้นก็มีความหมายกับแฟนคลับไม่น้อย

“เราไม่ได้ทำเพื่อให้เขาหันมาเห็นเรา แต่เราทำเพื่อให้เรายังเห็นเขา”

เป็นข้อความจากกลุ่มแฟนคลับสายเกาหลีที่มียอด Retweet มากที่สุดข้อความหนึ่ง ซึ่งเป็นบทสรุปของความหมายในการทำโปรเจกต์แบบนี้ได้ดี

เหล่าแฟนคลับรู้ว่าศิลปินเหล่านี้อยู่ได้ด้วยแรงสนับสนุนจากสังคม แฟนคลับจึงถือว่าเป็นภารกิจที่จะทำให้ศิลปินเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีผลงานมากขึ้น มีผู้สนับสนุนมากขึ้น แล้วก็อยู่ในวงการให้แฟนคลับ ‘เห็น’ ไปได้อีกนานๆ

4. ไม่สำคัญว่าคนจะเห็นป้ายจริงๆ เยอะแค่ไหน ประเด็นคือ ‘ภาพของป้าย’ นี้ จะสร้างกระแสบนออนไลน์ได้มากเท่าไหร่

หลายครั้งที่เราเห็นว่าป้ายโฆษณาที่มีภาพของศิลปินเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่มีคนผ่านเยอะที่สุด บางทีก็ใช้ภาษาที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจอย่างจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น และเกือบทุกป้ายก็ไม่ได้อยู่นานจนทำให้คนจำได้ ตามหลักการวางแผนสื่อที่เคยรู้มา 

ถามไปถามมาถึงได้รู้ว่าป้ายนี้ไม่ได้ใช้สื่อสารกับคนที่เดินผ่านไปมา แต่ทำขึ้นเพื่อสื่อสารผ่านโลกออนไลน์แบบไร้พรมแดน 

ชิ้นงานสำคัญสำหรับภารกิจนี้จึงไม่ใช่ตัวป้าย แต่เป็น ‘ภาพถ่ายของป้าย’ ที่จะต้องขึ้นไปอยู่บนทวิตภพ (ทวิตเตอร์) อันเป็นช่องทางโซเชียลยอดนิยมในหมู่แฟนคลับ วันดีคืนดีเราเลยได้เห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่มาดักถ่ายรูปป้ายโฆษณา ถ้าเป็นป้ายภาพนิ่งก็ง่ายหน่อย แต่ถึงจะเป็นจอ LED ที่มีผู้ลงโฆษณาหลายเจ้า แฟนคลับก็พร้อมจะยืนรออย่างอดทนจนชิ้นงานที่ลงโฆษณาไว้แสดงขึ้นมาบนจอ

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
ภาพ : Twitter @VcWarut

ภาพถ่ายที่ว่า ควรจะเห็นว่ามันคือป้ายโฆษณา โดยการถ่ายให้เห็นแลนด์มาร์กสำคัญๆ ว่านี่ไม่ใช่แค่ไฟล์อาร์ตเวิร์ก ฉะนั้นจึงดีมากๆ ถ้าตรงนั้นเป็นจุดที่ยืนถ่ายรูปได้สะดวก และต้องเป็นจอหรือกล่องไฟที่เมื่อถ่ายรูปด้วยมือถือออกมาแล้วสีไม่เพี้ยน มีภาพที่คมชัดสวยงาม

ถ้าทำได้ดี ภาพของป้ายโฆษณานั้นๆ จะถูกส่งต่อไปในโลกออนไลน์ และผูกติดกับแฮชแท็กหรือเมนชันไปถึงตัวศิลปิน หลายครั้งภาพก็ถูกแชร์ไปถึงประเทศบ้านเกิดของศิลปิน จนมีสื่อหลักนำไปเผยแพร่ว่าบุคคลคนนี้เป็นที่รักของแฟนคลับอย่างไร ซึ่งก็จะสร้างความสุขใจให้แฟนคลับเป็นอย่างมาก

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
จอ LED หน้าห้าง MBK จุดนี้ฮิตเพราะราคาไม่สูง และยืนถ่ายรูปได้จาก Sky Walk
เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
สื่อภาพนิ่งที่ผสมทั้งกล่องไฟและสติกเกอร์บนกำแพง สื่อแบบนี้สะดุดตามาก แต่ค่าผลิตก็แพงมากเช่นกัน

5. จุดลงป้ายยอดฮิตในกรุงเทพฯ คือ จอ LED หน้าห้าง MBK รองลงมาคือสื่อในสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นสถานีเชื่อมต่อ อย่าง BTS สยาม, BTS อโศก, MRT เพชรบุรี และ MRT หัวลำโพง

ป้ายที่เป็นจอ LED เป็นการลงสื่อร่วมกับผู้โฆษณารายอื่นๆ ประมาณ 10 – 12 ราย โดยชิ้นงานของศิลปินจะแสดงบนป้ายนาน 30 วินาทีต่อครั้ง ป้ายแบบนี้ประหยัดค่าผลิตไปได้มาก และจองได้ง่าย จอ LED หน้าห้าง MBK จองได้ในราคา 100,000 บาท 

แต่ป้ายที่เป็นป้ายนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกล่องไฟหรือสติกเกอร์ที่แปะกับผนัง ข้อดีคืออยู่นิ่งๆ ผ่านเมื่อไหร่ก็เห็น แต่แฟนคลับจะต้องเสียค่าผลิตเป็นค่าพิมพ์ราคาตารางเมตรละ 1,000 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ต้องใช้ตามกฎของเจ้าของสื่อ

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
สื่อกล่องไฟในสถานีรถไฟฟ้า MRT ขนาดใหญ่ ต้องพิมพ์ด้วยวัสดุไวนิล

6. โปรเจกต์ที่ใช้เงินมากที่สุดในวงการ รวมๆ แล้วใช้เงินไปกว่า 1 ล้านบาท

โปรเจกต์นี้ซื้อโดยแม่จีนเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นการอวยพรวันเกิดให้กับ สิงโต ปราชญา ที่แฟนคลับซื้อขบวนรถไฟฟ้าทั้งขบวน จ่ายค่าผลิตไป 690,000 บาท เพื่อลงสื่อ 2 สัปดาห์ มีค่าสื่อ 399,500 บาท รวมทั้งหมดและลดราคาแล้ว แฟนคลับได้แสดงความรักครั้งนี้ไปในราคา 1 ล้านบาทถ้วน

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก

7. อีกโปรเจกต์ที่อลังการมาก คือการลงสื่อในเครือข่ายระบบรถไฟฟ้า BTS เพื่ออวยพรวันเกิด จองกุก BTS โดยแสดงภาพพร้อมกันทั้งหมด 417 จอ

การลงสื่อครั้งนั้นเจ้าภาพคือแฟนคลับชาวจีนร่วมมือกับแฟนคลับชาวไทย พวกเขาตั้งใจลงสื่ออวยพรวันเกิดศิลปินในสถานีรถไฟฟ้า BTS เพื่อให้คล้องกับชื่อวง BTS

สื่อชุดนี้มีราคาอยู่ที่ 700,000 บาทต่อเดือน และมีค่าผลิตเป็นค่าออกอาร์ตเวิร์กอีกเล็กน้อย

8. จุดยุทธศาสตร์อีกรูปแบบหนึ่ง คือพื้นที่ที่ศิลปินและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้พบเห็น 

ที่หน้าตึกของบริษัทผลิตไอดอลยอดนิยมของไทยอย่าง GMM Grammy ก็มีผู้มาติดต่อขอเช่าพื้นที่เพื่อขึ้นป้ายให้ศิลปินอย่างสม่ำเสมอ และเกือบทุกครั้งที่ฝ่ายดูแลศิลปินของบริษัทยังได้ข่าวไม่เร็วเท่าฝ่ายอาคาร 

ตามสถานที่จัดงานอีเวนต์ใหญ่ๆ ก็มักจะมีแฟนคลับซื้อป้ายโฆษณาเพื่อให้กำลังใจศิลปินในช่วงที่ศิลปินจะมีงานที่นั่นด้วย

รู้มาว่าบางทีแฟนคลับที่ใช้กลยุทธ์นี้คือแฟนคลับที่อยู่ต่างประเทศ ในเมื่อมาแสดงการสนับสนุนด้วยตัวเองไม่ได้ ก็เลยส่งสื่อแทนใจมาแทน และบางทีก็ให้กำลังใจไปถึงทีมงานของศิลปินด้วยนะ น่ารักมาก

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
ภาพบริเวณหน้าตึก GMM Grammy
ภาพ : Twitter @ChampxThailand

9. ป้ายโฆษณาเหล่านี้เกิดจากฝีมือและน้ำใจของแฟนคลับล้วนๆ ไม่มีต้นสังกัดของศิลปินมาขอให้ทำ หรือมีวาระแฝงทางด้านธุรกิจแต่อย่างใด

ภาพสวยๆ ความละเอียดสูงของศิลปิน มีทั้งรูปที่แฟนคลับถ่ายเองและรูปที่ทางต้นสังกัดปล่อยออกมาให้ดาวน์โหลดไปใช้แบบไม่มีผลประโยชน์ทางการค้า

การออกแบบก็ทำกันเองโดยแฟนคลับ ก่อนจะให้เจ้าของสื่อช่วยปรับแต่งให้เข้ากับพื้นที่ก็เป็นอันเรียบร้อย 

เช่า ป้ายโฆษณา, เรื่องไม่ลับหลังป้ายอวยพรวันเกิดตามสี่แยก วัฒนธรรมของแฟนด้อมเพื่อศิลปินที่เขารัก
สื่อสติกเกอร์ในสถานีรถไฟใต้ดินขนาด 9 เมตร

10. แม้จะไม่ใช่แหล่งรายได้ที่มากพอจะเรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายทางธุรกิจ แต่เจ้าของสื่อก็ดูแลลูกค้าแฟนคลับเหล่านี้บนมาตรฐานเดียวกับลูกค้าเจ้าใหญ่ รวมถึงยืดหยุ่นในแง่สัญญาการเช่าสื่อด้วย

เนื่องจากแฟนคลับไม่ได้คาดหวังอิมแพ็กจากคนเดินไปมามากเท่าผลจากโลกออนไลน์ การซื้อสื่อเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อให้คุ้มค่าผลิต และให้มีผู้คนมาเห็นสื่อบ่อยมากพอจนจำได้ (ตามตำราซื้อสื่อปกติ) จึงไม่ใช่เรื่องจำเป็น และเจ้าของสื่อนอกบ้านทั้งหลายก็ยินดีผ่อนปรนระยะเวลาสัญญาเช่าให้ 

จอหรือป้ายที่ไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์สำคัญของผู้โฆษณารายใหญ่ๆ เจ้าของสื่อก็ได้ลูกค้าแฟนคลับกลุ่มนี้เข้ามาช่วยสนับสนุน และแม้จะอยู่ในช่วงที่มีการสนับสนุนให้คนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติที่ผ่านมา การลงสื่อของลูกค้ากลุ่มนี้ก็ไม่ได้หยุดเหมือนสินค้าทั่วไป 

แม้จะมาซื้อสื่อแค่เพียงครั้งคราว เจ้าของสื่อที่เราได้พูดคุยด้วยก็เล่าว่า การทำงานกับแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างชาตินั้นมืออาชีพมาก แฟนคลับส่วนใหญ่ยอมทำตามกฎทุกอย่างอย่างว่าง่าย ให้ความร่วมมือดีเยี่ยมทั้งเรื่องการออกแบบ รายละเอียดเพื่อจัดพิมพ์และขึ้นงาน รวมไปถึงเรื่องความถูกต้องด้านลิขสิทธิ์ที่ต้องตรวจสอบกันอย่างเข้มงวดด้วย

ขอบคุณภาพจาก บริษัท บางกอก เมโทรเน็ทเวิร์ค จำกัด และ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน)

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

คนกรุงเทพฯ ที่มีความสนใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องมนุษย์ไปจนถึงเรื่องนอกโลก ทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ แต่ก็ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง ชอบบทสนทนาดีๆ ที่มากับกาแฟอุ่นๆ เป็นที่สุด

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

“หมาน้อยมี 2 ความหมายครับ ความหมายแรกคือใบหมาน้อย เป็นใบไม้ที่ภาคกลางเรียกว่า ใบเขมา ภูมิปัญญาอีสานใช้คั้นกับน้ำทำเป็นวุ้น กินเป็นยาเย็น ส่วนอีกความหมายหนึ่ง หมาน้อยเป็นสมญานามเรียกลูกชายผม” น้ำเสียงของ เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ เจือรอยยิ้ม ขณะอธิบายความลึกซึ้งเบื้องหลังผลงานล่าสุดในนาม ‘หมาน้อยฟู้ดแล็บ’ ที่ร่วมมือกับเชฟชาวแคนาดา Kurtis Hetland เชฟหนุ่มยืนยันว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้เดินรอยตามซาหมวยแอนด์ซันส์ เป็นธุรกิจอาหารที่ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่ทำอย่างอื่นที่แตกต่าง

“มันคือ Food Lab ที่ทำ Research and Development โดยเฉพาะเลย หมาน้อยเกิดจากเราอยากนำเสนอรสชาติที่แตกต่างของวัตถุดิบท้องถิ่นอีสาน อย่างอาหารหมักดองในวันนี้ ซึ่งถ้าทำให้คนเข้าใจในวงกว้างได้ ถ้ามีผลตอบรับด้านธุรกิจ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราทำโปรดักต์ต่าง ๆ ได้หลากหลาย พวกองค์ความรู้ก็ส่งต่อให้ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งเอย โรงเรียนสอนทำอาหารเอย หรืออยู่ในชุมชนก็ได้เช่นกัน วันหนึ่งถ้าเราคิดค้นอะไรที่ปุถุชนเข้าใจง่าย เอาไปหยอดใส่อะไรก็อร่อย แบบนี้ก็เป็นโปรดักต์เช่นกัน” 

เชฟอธิบายโมเดลธุรกิจจากวัตถุดิบอีสานให้เข้าใจง่าย ตามเป้าหมายเพื่อให้วัตถุดิบอีสานละแวกบ้านมีมูลค่ามากขึ้น และเก็บรักษาภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันปากต่อปาก ซึ่งนับวันจะจางหายไกลตัวไปเรื่อย ๆ 

“ถ้าคนเรายังกังวลปัญหาปากท้องอยู่ การตระหนักเรื่องพวกนี้ค่อนข้างยากครับ ถ้ามันย้อนกลับไปสร้างรายได้ให้คนได้เลย การอนุรักษ์ทางอ้อมจะเกิดขึ้นเอง” ผู้ประกอบการชาวอีสานเล่าวิธีแก้ปัญหาด้วยระบบธุรกิจ ซึ่งเขาออกแบบให้ไม่สร้างสูตรอาหาร เพราะเชื่อว่าน่าจะทวีความซับซ้อนต่อการเข้าใจวัตถุดิบ แต่เน้นสร้างรสชาติใหม่ด้วยเครื่องปรุงท้องถิ่นสารพัด

รสชาติใหม่ของอีสาน

เมื่อตกลงปลงใจสร้างฟู้ดแล็บด้วยกัน เชฟหนุ่มและเชฟหนุ่มกว่าอย่างเชฟเคอร์ติส มีข้อตกลงร่วมกันว่า 

หนึ่ง หมาน้อยจะทำงานกับวัตถุดิบอีสานและสร้างรสชาติใหม่

สอง เทคนิคที่ใช้เป็นหมักดอง แบบใหม่ก็ดี แบบเก่าก็ดี แต่ไม่เก่าซะทีเดียว 

ตรงนี้เชฟหนุ่มอธิบายเพิ่มเติมว่าของเก่าที่ดีมีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำเดิม แต่จะพลิกแพลงหาความเป็นไปได้ใหม่ สมมติทำปลาร้า ของดั้งเดิมอร่อยอยู่แล้วก็ไม่ไปทำแข่ง แต่อาจจะเอาปลาไป Cold Smoke ก่อนหมัก เป็นต้น 

สาม หมาน้อยจะทดลองค้นคว้าอาหารสุดโต่งอย่างไรก็ได้ แต่ต้องมีรากเหง้า เพื่อให้คนกินเชื่อมโยงเข้าใจที่มาอาหารได้ง่าย 

“สมมติเราสร้างรสชาติใหม่ได้แล้ว คำถามถัดไปคือ แล้วเราจะเอาไปทำอะไรวะ อร่อยเราจะเท่ากับอร่อยเขาไหม อยากจะหาความเป็นไปได้จากรสชาติที่เราสร้างขึ้น ดังนั้น เราจึงค้นคว้าทดลองเยอะมากเพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจงานที่ออกมา” 

ไอเดียหลัก ๆ สร้างสรรค์เก๋ไก๋ทั้งหลายมาจากเชฟเคอร์ติส ส่วนตัวเชฟหนุ่มเองเป็นคนคอยตบภาพรวมให้เข้าที่ และแนะนำรสชาติที่ถูกปากคนไทยให้แก่เชฟชาวแคนาดา

“ความแตกต่างของเราคือความหนุ่มและความแก่ครับ” เชฟหนุ่มผู้สูงวัยกว่าเอ่ยพลางหัวเราะลั่น “เขาเป็นเชฟรุ่นใหม่ไฟแรง ความคิดอ่านสดใหม่ และจัดได้ว่าเป็นเนิร์ดที่ลุ่มหลงเสพติดอาหารคนหนึ่งเลย”

เชฟเคอร์ติสเคยทำงานที่ Inua ร้านอาหารของอดีตเชฟร้าน Noma ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งอันดับหนึ่งของโลก เคอร์ติสเป็นเชฟสายหมักดอง อาหารของเขารสชาติเรียบง่าย ต่างจากรสอาหารไทยที่ต้องกลมกล่อมครบรส การร่วมมือกันระหว่างเชฟต่างเชื้อชาติ วัฒนธรรม วัย และประสบการณ์ จึงทำให้เกิดการต่อยอดใหม่ให้วงการอาหารอีสานไทย

'หมาน้อยฟู้ดแล็บ' การตามหารสใหม่ของอีสาน โดยเชฟลูกอีสานกับเชฟฝรั่งนักหมักระดับโลก

Exploring Isaan Flavor

เชฟหนุ่มและเชฟเคอร์ติส ลองใช้ผลลัพธ์ที่ได้จากฟู้ดแล็บแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องปรุงกับส่วนผสมในกระบวนการปรุง จัดเป็นมื้ออาหารที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารอีสานและอาหารหลากหลายสัญชาติ 

อาหารมื้อนี้ราวกับจัดขึ้นเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า รสวัตถุดิบของอีสานอยู่กับอาหารได้หลากหลายชนิด และกลายเป็นรสอร่อยแบบสากลได้ และต้องการทำให้รสใหม่ ๆ ที่ค้นพบกลายเป็นรสใหม่ที่คนกินชื่นชอบ และเข้าใจ

เต้าหู้ถั่วดินกับซุปใส

ซุปมิโสะที่หมาน้อยฟู้ดแล็บใช้เวลาทำ 2 เดือน นำมาทำเป็นซุปใส กินคู่กับถั่วดินต้ม ให้ความสดชื่นจากก้านผักชี กินกับเต้าหู้นิ่ม

'หมาน้อยฟู้ดแล็บ' การตามหารสใหม่ของอีสาน โดยเชฟลูกอีสานกับเชฟฝรั่งนักหมักระดับโลก

ทาโก้บักมี่

อีสานผสมเม็กซิกัน ใช้เทคนิคเดียวกันกับที่เม็กซิกันทำแป้งตอติญ่าที่ใช้ด่างในการทำ เชฟนำเม็ดขนุนมาต้มกับน้ำขี้เถ้าจนนุ่ม ล้าง แล้วปอกเปลือก ปั่น ผสมแป้งให้มันเกาะตัวกัน จะได้เป็นแผ่นแป้งตอติญ่าเม็ดขนุน 

โมเล่หรือแกง ใช้ขนุนสุก ขนุนอ่อนย่างไฟเบา ๆ ไปเรื่อย ๆ ผสมกับซีอิ๊วที่ทำจากเห็ด ทำให้ซีอิ๊วได้ความเค็มความนัวและความเปรี้ยว ทานคู่กับหอมเจียวและพริกดอง

'หมาน้อยฟู้ดแล็บ' การตามหารสใหม่ของอีสาน โดยเชฟลูกอีสานกับเชฟฝรั่งนักหมักระดับโลก

ก้อยไข่มดแดง แกล้มคาเวียร์

โคจิเค้กที่ทำจากข้าวบาเล่ย์ มีซอสทาบาง ๆ ย่างไฟเบา ๆ ให้ตัวโคจิสุก กลิ่นผลไม้ฟรุตตี้จะชัดขึ้น ทำให้เค้กนัวขึ้น จับคู่กับไข่มดแดง ลองเปรียบเทียบกับคาเวียร์โดยการเสิร์ฟมาคู่กัน 

'หมาน้อยฟู้ดแล็บ' การตามหารสใหม่ของอีสาน โดยเชฟลูกอีสานกับเชฟฝรั่งนักหมักระดับโลก

กุ้งแม่น้ำแกงข่า

ต้มข่าที่ปรุงเปรี้ยวแบบไม่ใช้มะนาว หมาน้อยฟู้ดแล็บทำโคจิเยอะมาก และเชฟเคอร์ติสก็เอาโคจิบางส่วนไปทำแบบแลคโตเฟอร์เมนต์ ผลลัพธ์ที่ได้คือความเปรี้ยวนัว เชฟเลยทดลองเอาน้ำแลคโตโคจิที่ได้มาปรุงน้ำต้มข่าแทนน้ำมะนาว 

ในซอสมีน้ำแลคโตโคจิผสมกับกะทิ กับน้ำข่าที่เชฟใช้วิธีคั้นน้ำออกมาแทนการต้มข่าแบบเดิม ผลที่ได้คือความเข้มข้นที่มีมากกว่า และได้สารอาหารครบถ้วน 

ส่วนเนื้อกุ้งจะแช่น้ำชิโอะโคจิก่อนให้นุ่ม ผลลัพธ์ที่ได้คือโคจิจะช่วยให้โปรตีนนุ่ม

และเกลือในชิโอะโคจิจะทำให้เนื้อกุ้งเด้งขึ้นด้วยในคราวเดียวกัน ก่อนเสิร์ฟจะนำไปตุ๋นไฟเบา ๆ ในน้ำแลคโตอีกที ให้ความเค็มและความเปรี้ยว ดึงความหวานของกุ้งออกมา กินกับผักดองต่าง ๆ

'หมาน้อยฟู้ดแล็บ' การตามหารสใหม่ของอีสาน โดยเชฟลูกอีสานกับเชฟฝรั่งนักหมักระดับโลก

แกงเนื้อพริกรมควันกับโดนัททอด

ข้างในใส่เนื้อของ ว. ทวีฟาร์ม ทำเป็นแกงเผ็ด ท็อปด้วยผักหวาน คลุกกับน้ำของพริกที่รมควัน 2 อาทิตย์ กินกับชีสฟักทอง 

'หมาน้อยฟู้ดแล็บ' การตามหารสใหม่ของอีสาน โดยเชฟลูกอีสานกับเชฟฝรั่งนักหมักระดับโลก

หมกปลากับแจ่วผักชีลาว

หมกปลากราย ด้านบนเป็นปลาบู่ปรุงรสด้วยผักชีลาว ขูดด้วยมะกรูดดำทำกระบวนการเดียวกับกระเทียมดอง น้ำแกงเป็นซุปไก่เหมือนซุปไพตันของราเมง แต่ต้มกับขมิ้น ปรุงรสด้วยน้ำชิโอะโคจิเพิ่มความนัว ใส่หอมแดงสับ หยดด้วยน้ำมันผักชีลาว

โปรเจกต์ตามหารสใหม่ของวัตถุดิบอีสานด้วยศาสตร์หมักดอง และแปรผลเป็นเครื่องปรุงรสกับมื้ออาหาร

อกเป็ด น้ำลาบ แนมหม่ำเป็ดกับข้าวเหนียวมันเป็ด

อกเป็ดหมักโมโรมิหรือกากถั่วเหลืองจากการหมักซีอิ๊ว เอามาย่างไฟเบา ๆ เสิร์ฟแบบมีเดียมแรร์ ส่วนซอสข้นจะมีความเผ็ดจากพริกป่นและหอมข้าวคั่ว ให้อารมณ์พริกลาบ 

ส่วนข้าวเหนียว เป็นข้าวเหนียวมันเป็ดที่มีสัมผัสหนึบหนับ มีความมันจากธรรมชาติแบบไม่ได้ใส่น้ำมันลงไปเลย ห่อด้วยผักชุนฉ่ายผัดกับน้ำปลาร้ากับน้ำขึ้นฉ่าย โรยด้วยหม่ำเป็ด ตัดเลี่ยนด้วยลูกไหนดอง

โปรเจกต์ตามหารสใหม่ของวัตถุดิบอีสานด้วยศาสตร์หมักดอง และแปรผลเป็นเครื่องปรุงรสกับมื้ออาหาร

สังขยาอบฟาง 

ส่วนผสมคล้ายสังขยา แต่เชฟใช้ฟางข้าวแห้งใส่เข้าไปด้วย รสคล้ายสังขยาใส่ชาเอิร์ลเกรย์ กินคู่กับใบไชยากรอบ ได้รสขม ๆ มีกลิ่นหอม กินกับลูกหม่อนแช่อิ่ม

โปรเจกต์ตามหารสใหม่ของวัตถุดิบอีสานด้วยศาสตร์หมักดอง และแปรผลเป็นเครื่องปรุงรสกับมื้ออาหาร

Future Food

“สิ่งที่ผมต้องศึกษาทั้งที่ไม่เคยรู้มาก่อนคือเรื่องสตาร์ทอัพ ว่าโปรดักต์พวกนี้ต้องไปอยู่ช่องทางไหนถึงดี ซึ่งปรากฏว่าไปตกช่อง Future Food แล้วผลตอบรับดี 

“ตอนมีงานดีไซน์วีกที่ขอนแก่น เป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักคำว่า Future Food จริง ๆ ซึ่งเขาใช้วัตถุดิบแบบหมาน้อยเลยนะ แต่ใช้ในเชิงอุตสาหกรรม เช่น เอาจิ้งหรีด เอาสาหร่ายน้ำจืดไปทำแป้ง ถามว่าอร่อยไหม ก็แล้วแต่คนแน่นอน คือรสชาติเขาไม่ได้มาก่อน เขาเอาเรื่องคุณค่าสารอาหาร เรื่องโจทย์สิ่งแวดล้อมเป็นตัวตั้ง มันเป็นอีกโลกของอาหารที่เราไม่เคยสนใจมาก่อน พอเราทำแล้วคนกินรู้สึกว่า เฮ้ย ทำงี้แล้วอร่อยได้ด้วยเว้ย มันก็เป็นความหวังเล็ก ๆ ว่าหมาน้อยมีช่องทางไปต่อ” เชฟหนุ่มเล่าโครงการอนาคต

โปรเจกต์ตามหารสใหม่ของวัตถุดิบอีสานด้วยศาสตร์หมักดอง และแปรผลเป็นเครื่องปรุงรสกับมื้ออาหาร
โปรเจกต์ตามหารสใหม่ของวัตถุดิบอีสานด้วยศาสตร์หมักดอง และแปรผลเป็นเครื่องปรุงรสกับมื้ออาหาร

เป้าหมายในอนาคตของหมาน้อย คือร่วมมือกับหน่วยงานมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือภาครัฐ เพื่อค้นคว้าต่อยอดงานวิจัย และสร้างโปรดักต์ออกมาให้ได้ 

เขามองว่าปลายทางที่ยั่งยืนมาจากธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองได้ และทำให้ฟู้ดแล็บนี้ได้ตั้งมั่นกับปณิธาน R&D ไปตลอดรอดฝั่ง 

“Future Food เป็นอีกหนึ่งความหวังของเกษตรกรครับ ตลาดในประเทศไทยยังน้อยมาก แต่หลายประเทศสนใจนำเข้า อย่างญี่ปุ่น เม็กซิโก ซึ่งเม็กซิโกเขาก็กินแมลง เห็นแมลงไทยก็กินได้ไม่เคอะเขิน แถมแมลงและสาหร่ายน้ำจืดยังตกอยู่ในกลุ่ม Super Food ซึ่งได้รับความนิยมในโลกตะวันตก หลายคนที่กินเขามองหาสารอาหาร ไฟเบอร์ทางเลือกให้ร่างกาย เขาก็สนใจ เราเลยอยากทำตลาดในเมืองนอกก่อน

“ประเทศไทยคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ เพราะของกินบ้านเราหลากหลายครับ พืชผักและของธรรมชาติมีเยอะ ไม่จำเป็นต้องกินแมลง ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงนะ แต่เรามองว่าถ้ามันอร่อย ให้สารอาหาร ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจให้คนไทย” เชฟหนุ่มตบท้าย จากการชิมอาหารของหมาน้อย ขอยืนยันว่าผลงานรังสรรค์ของทีมงานทั้งสนุกและอร่อย จนน่าจับตามองทั้งอาหารและอนาคตของฟู้ดแล็บมาแรงแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Writers

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load