18 พฤศจิกายน 2562
4 PAGES

กรุงเทพฯ ปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายคงไม่พ้นวัดวาอาราม ตลาด ห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่เพียงแค่ชาวต่างชาติ แต่สำหรับคนไทยที่กำลังเสาะหาพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองก็ยังสงสัยว่า กรุงเทพฯ ไม่มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่หลุดกรอบไปบ้างเหรอ

นอกจากแหล่งสร้างความบันเทิงแล้ว กรุงเทพฯ จะเป็นได้มากกว่าแค่เมืองแห่งแสงสีไหม

ไม่ใช่แค่พวกเราที่ตั้งคำถาม และรอคอยความหวังที่จะเห็นกรุงเทพฯ เป็นมากกว่าชื่อเมือง ยังมีกลุ่มคนอีกหลายกลุ่มที่พยายามเปิดมุมมองเมืองกรุงในมุมที่คนไม่ค่อยเห็น ที่สำคัญคือพวกเขาเชื่อในศักยภาพด้านศิลปะที่ซุกซ่อนอยู่ในความเป็นกรุงเทพฯ และตั้งใจจะผลักดันให้กรุงเทพฯ กลายเป็น Art Destination แห่งหนึ่งในโลก และที่หนึ่งในเอเชีย 

ใช่ กลุ่มคนที่เรากำลังพูดถึงคือผู้ริเริ่มโครงการ DesignNation 2019 และศิลปิน IWANNABANGKOK©

บีม-อดิศักดิ์ จิราศักดิ์เกษม และ กอล์ฟ-ศุภกร บัวเรือน

DesignNation คือพื้นที่ศูนย์กลางจัดงานแสดงสินค้าศิลปะ งานดีไซน์ ในรูปแบบ E-Commerce เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างโลกธุรกิจออนไลน์กับออฟไลน์ จัดโดยนิตยสาร art4d ด้วยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ กว้างไกลเช่นนี้ จำต้องมีผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งจะเป็นใครที่ไหนไม่ได้นอกจากสองศิลปินผู้เชื่อและยึดมั่นที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่เมื่อพูดถึงแล้วหูผึ่ง ตาวาว เหมือนได้ยินคำว่า นิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส อย่าง บีม-อดิศักดิ์ จิราศักดิ์เกษม และ กอล์ฟ-ศุภกร บัวเรือน ด้วยการนำเสนอความเป็นกรุงเทพฯ ผ่านคน ผ่านศิลปะ ในชื่อ ‘IWANNABANGKOK©’ แคมเปญโปรโมตกรุงเทพฯ จากความคิดสนุกสนานที่ต้องการให้ทุกครั้งที่คนไทยเองหรือคนต่างชาติได้ยินชื่อ ‘กรุงเทพฯ’ แล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจเสมอ

I wanna Bangkok กลุ่มคนที่เชื่อว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้

จุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่เกิดจากความตั้งใจในจิตวิญญาณ

ทำความรู้จัก IWANNABANGKOK© กันสักนิด พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการแสดงผลงานสุดเตะตาผ่านภาพกราฟฟิตี้ โปรโมตความเป็นแบรนด์ด้วยการสกรีนโลโก้บนเสื้อมือสอง โดยได้แนวคิดมาจาก I Love New York จนเมื่อจับพลัดจับผลูได้มาจัดนิทรรศการ เพื่อช่วยต่อเวลาให้กิจการแกลเลอรี่เล็กๆ ที่ชื่อว่า ‘อยู่บ้าน’ ดำเนินไปอีก 2 – 3 เดือน พวกเขาก็ค้นพบจุดยืนของตัวเอง

“หลังจากที่ขายของที่ระลึก เราก็ร่วมมือกับแกลเลอรี่ของรุ่นพี่ คือจริงๆ แล้วเขาจะปิดแกลเลอรี่ของตัวเอง แต่ถามเราว่าอยากจะทำอะไรสนุกๆ ไหมก่อนปิด เราก็มีไอเดียว่าอยากจะทำ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ ORGY แล้วก็คอนเซปต์ไอจีเราตอนนี้”

อย่าเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า ORGY ผิด

I wanna Bangkok กลุ่มคนที่เชื่อว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้
I wanna Bangkok กลุ่มคนที่เชื่อว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้

ORGY ในที่นี้ คือนิทรรศการกลุ่มที่จัดร่วมกับศิลปินคนกรุงรุ่นเยาว์หลายท่าน

“เราถือว่ามันเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่มาปล่อยของ แล้วเขาเป็นคนกรุงเทพฯ การที่เขาเป็นคนกรุงเทพฯ ก็เป็นการโปรโมตกรุงเทพฯ ไปในตัว เราโปรโมตคน โปรโมตสิ่งที่เขาทำ เพราะกรุงเทพฯ ก็มีคนที่น่าสนใจ ไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยว และอาหารที่โดดเด่น มันคือ Youth Expo

“เราอยากจะสร้างซีนให้กรุงเทพฯ เท่ขึ้น อยากให้คนมาเมืองนี้ แล้วรู้สึกว่าเท่ดี นอกจาก ORGY เมื่อต้นปี เราก็มีการทำงานร่วมกับช่างภาพชาวจีนชื่อ Hengyi Liang และเมื่อกลางปีเราก็จัดโชว์ร่วมกับศิลปินคนไทยชื่อ ซากุยะ อาโอยากิ ที่ช่างชุ่ยครับ”

แม้ผลงานส่วนใหญ่จะออกแนวฉูดฉาดด้วยภาพไร้อาภรณ์ แต่เขาก็อยากให้คนจดจำแบรนด์ด้วยความน่ารักเฉพาะตัว

“มุมของเราไม่ได้สนใจงานศิลปะในรูปแบบโป๊เปลือยเลยสักนิด มันแค่เกิดขึ้นตามสถานการณ์นั้นๆ แต่บางทีความโป๊เปลือยก็ตอบสนองคอนเซปต์ได้ดีที่สุด

“เราชอบทุกอย่างของศิลปะ ความโป๊เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะที่เราจะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ แต่อาจจะเพราะคนไม่ค่อยทำ พอเขาเห็นเราทำก็อาจจะติดตา แล้วแต่ละคนก็ตีความไป จริงๆ เราไม่ใช่แบรนด์ทะลึ่ง เราเป็นแบรนด์น่ารักมากกว่า ถ้าดูดีๆ ทุกอย่างที่เราทำมันน่ารักนะ (หัวเราะ) เราไม่ได้ตั้งใจเรียกร้องสิทธิอะไรทั้งสิ้น แค่การกระทำของพวกเรามันโชว์ว่าสังคมรุ่นใหม่ต้องการอะไร”

ขอบเขตการทำงานที่ไร้ขีดจำกัด

โลกของศิลปะ คือพื้นที่ที่ปราศจากขีดจำกัดในการทำงาน รูปแบบผลงานของพวกเขาเองก็เช่นกัน 

“เราไม่มีลิมิต ลิมิตของเราอย่างเดียวคือเราไม่เล่นเรื่องการเมือง เพราะว่าเราอยากเป็นกลาง IWANNABANGKOK© ไม่ใช่แบรนด์ขี้บ่น เราพยายามแก้ปัญหาโดยการลงมือทำ ลงมือด้วยวิธีที่สันติและครีเอทีฟ

“คนส่วนมากก็เข้าใจนะว่า IWANNABANGKOK© เป็นกลุ่มคนหลากหลาย ซึ่งเราพยายามทำงานให้เป็นอย่างนั้นแหละ แต่เราไม่ได้ประกาศว่าเราหลากหลาย เราไม่ได้เรียกร้องสิทธิอะไรเลย ในการทำงานของเรา เราไม่ได้ตั้งคำถามว่า เขาเป็นเพศอะไร แต่คำถามของเราคือ เขาน่าสนใจตรงไหน”

นิยามที่ไร้นิยาม

ด้วยการทำงานที่หลากหลาย หลายคนจึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่พวกเขาทำคืออะไร สำหรับพวกเขาที่ต้องการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้สร้างผลงานที่หลากหลาย IWANNABANGKOK© จึงเป็นศูนย์กลางสำหรับแสดงศักยภาพของเด็กรุ่นใหม่ เพื่อสนับสนุน รวมถึงส่งต่อพวกเขาให้ได้คลุกคลีและคุ้นเคยกับผู้คนในวงการศิลปะด้วยกัน

“IWANNABANGKOK© คือคอมมูนิตี้ เราอยากเป็นศูนย์กลางให้คนมาเจอกัน เป็นที่โชว์ศักยภาพของเด็กรุ่นใหม่ และเป็นที่สร้างคอนเนกชัน ส่วนของที่ขายก็เป็นตัวช่วยสนับสนุนโปรเจกต์ เพราะเราไม่ใช่โปรเจกต์ทำเงิน เราทำเพราะความเชื่อมั่นในกรุงเทพฯ ล้วนๆ

I wanna Bangkok กลุ่มคนที่เชื่อว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้

“เราพยายามทำอะไรใหม่ๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่คิดว่าความเป็นกรุงเทพฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นลายไทย คือเป็นก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นก็ได้ อย่าไปตีกรอบตัวเองว่าคนไทยต้องเป็นอย่างนี้ คนกรุงเทพฯ ต้องเป็นอย่างนี้ คือเราจะทำอะไรก็ทำ เพราะเราเป็นคนไทย เป็นคนกรุงเทพฯ ทุกอย่างที่เราทำในฐานะคนกรุงเทพฯ ก็จะสื่อออกมาเองว่ามันมาจากกรุงเทพฯ”

เนื่องจากวัยเด็กคือวัยของการลองผิดลองถูก วัยของการเรียนรู้ และวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด การที่เด็กมีพื้นที่ที่พร้อมสนับสนุน รองรับ ร่วมกันหาทางออกเมื่อเกิดความผิดพลาด ยิ่งเสริมสร้างให้เขาค้นพบการรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น ซึ่ง IWANNABANGKOK© คือพื้นที่ที่ให้โอกาสนั้น 

“เราอยากให้เขากล้า ถ้าทำผิดพลาด ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ยังเด็กอยู่ (หัวเราะ) ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วแค่ไม่เดือดร้อนคนอื่น

บีม-อดิศักดิ์ จิราศักดิ์เกษม และ กอล์ฟ-ศุภกร บัวเรือน

“เราอยากเปลี่ยนความรู้สึกของคำว่าเด็กรุ่นใหม่ คือสังคมพูดถึงเด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยดี ไม่ค่อยมีความอดทนแต่เรามองว่าเด็กรุ่นใหม่มีทั้งมุมมอง ทั้งความคิด ทุกอย่างมีความสด แต่เราไม่มีพื้นที่สำหรับคนคิดนอกกรอบ วงการศิลปะก็เลยอยู่ในวงการแคบๆ อย่างน้อยสิ่งที่เราทำจึงเป็นการช่วยน้องเขาให้ไปอยู่ในแกลเลอรี่ที่ดีได้ เผื่อในอนาคตน้องเขาเอาไปใส่ในพอร์ต เอาไปโชว์ที่อื่นต่อ”

แก่นของความเป็นกรุงเทพฯ ในมุมมองของ IWANNABANGKOK©

ใครว่าอยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อปอย่างเดียว

สำหรับ IWANNABANGKOK© เขามองว่าความเป็นกรุงเทพฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ที่คนนิยม อาจจะเป็นในหลืบที่ผู้คนยังไม่รู้จัก คนไม่ค่อยเดิน พอเห็นแล้วอยากจะไป ใครได้ไปที่ไหนแล้วอยากบอกต่อก็ติด #IWANNABANGKOK ให้เหล่าผู้ที่ตามล่าหาลายแทงไปตามรอยก็ได้

IWANNABANGKOK

“เราอยากให้ #IWANNABANGKOK เป็นเหมือน #iloveny #iamsterdam หรือ #iseoulu จะเป็นรูปอะไรก็ได้ในกรุงเทพฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ เสมอไป อาจจะเป็นรูปตลาดที่เรายังไม่รู้จัก ก็น่าสนใจดี เหมือนร่วมแชร์กันว่าใน Bangkok มีอะไรบ้าง หรือแค่คิดถึงกรุงเทพฯ ก็ #IWANNABANGKOK ได้แล้ว

“ตอนนี้เราก็มีโปรเจกต์ IWANNABANGKOK© LANDMARK & GIFTSHOP ที่ CAZH และ ICONSIAM เป็น Installation และป๊อปอัพขายของสไตล์ ‘Souvenir Pop’ ซึ่งตัว Landmark Installation เพิ่งยกมาโชว์ที่ Siam Paragon สำหรับงาน DesignNation ปีนี้”

เมืองหลวง ชุมชนแออัดที่คนท้องถิ่นหรือคนมาเยือนยังร้องบ่น สภาพความเป็นอยู่ที่อาจจะไม่ได้สวยงามตามที่ขายฝัน แต่ IWANNABANGKOK© ก็ยังเชื่อมั่นในความดีและความเป็นไปได้ที่มีอยู่ รวมถึงวิธีที่จะต่อยอดความดีงามในรูปแบบสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่การประกาศหรือประท้วง

I wanna Bangkok กลุ่มคนที่เชื่อว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้

“เรารู้สึกว่าจากที่เราเคยไปที่นู่นที่นี่มา เราเรียนรู้ว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เมืองที่แย่ที่สุด คือเป็นเมืองกลางๆ ที่มีศักยภาพที่ดีขึ้นได้ สมมติว่าเรา Give Up ในกรุงเทพฯ แล้วไปอยู่ประเทศอื่น เปอร์เซ็นต์ที่กรุงเทพฯ ดีขึ้นก็จะน้อยลง ถ้าเราเชื่อในกรุงเทพฯ แล้วเราทำงานที่จะช่วยยกระดับ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นที่จะทำอะไรดีๆ กรุงเทพฯ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิด

“จริงๆ ก็ย้อนกลับมาว่าเรานอนที่ไหนก็ไม่สบายใจเท่านอนในบ้านเรา กรุงเทพฯ คือบ้านเรา เป็นที่ที่เราอยู่เรากิน ถึงแย่แค่ไหนแต่เราอยู่ที่นี่แล้วเราอุ่นใจที่สุด เพราะฉะนั้นมันพูดไม่ได้เต็มปากว่าเราจะทิ้งที่นี่ไปได้ แต่ก็แล้วแต่คน บางคนก็ไปได้ (หัวเราะ)

“เราเหมือนเป็นเสาๆ หนึ่ง ถึงไม่ใหญ่มาก แต่เราต้องช่วยกัน เกาะกันไป เหมือนเวลาเรามองไปที่ลอนดอน โตเกียว ปารีส โห ทำไมเท่จัง มันก็ไม่ใช่แค่เมือง มันคือคนด้วย ที่ทำให้เมืองดูดี เราถึงอยากจะโปรโมตคนรุ่นใหม่ด้วย”

I wanna Bangkok กลุ่มคนที่เชื่อว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้

Design Nation Feat. I wanna Bangkok

เมื่อมุมมองที่มีต่อกรุงเทพฯ ของศิลปินทั้งสองไปเตะตาทีมผู้จัด Design Nation จึงได้รับการทาบทามให้มาแสดงผลงานร่วมกัน ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่ IWANNABANGKOK© ดึงมาร่วมงานด้วยคือ อัง-วิพุธ อัศวเวทวุฒิ เพื่อทำโปรเจกต์ที่ต่อยอดจากการจับเอากรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์ก ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว เพราะได้โปรโมตทั้งสถานที่ และตัวศิลปิน

“สิ่งที่ผมชอบคือเขาจะวาดคาแรกเตอร์คนสไตล์ต่างๆ น่ารักดี เราเลยขอให้เขาวาดจากอินสตาแกรม ที่เราเคยถ่ายไป แล้วพรินต์เป็นสแตนดี้ใหญ่ๆ เหมือนท่าโพสต์ที่ยืนอยู่รอบๆ ไฟ เพื่อที่จะให้ตัวไฟดูมีมิติมากขึ้นด้วย ถ้าคนมาถ่ายรูปตรงกลาง ก็จะเห็นงานเขา แล้วก็เห็นความแตกต่าง ไม่ได้เป็นอะไรที่ซับซ้อน เป็นอะไรที่ง่ายๆ โปรโมตกรุงเทพฯ โปรโมตศิลปิน”

การทำงานร่วมกับ Design Nation ที่มีเป้าหมายให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางของงานศิลปะและงานออกแบบทุกแขนง เข้ากันได้ดีกับตัวตนของ IWANNABANGKOK© และสิ่งที่พวกเขากำลังผลักดัน

I wanna Bangkok กลุ่มคนที่เชื่อว่ากรุงเทพจะเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้

“ผมว่ากรุงเทพฯ มีเสน่ห์ของมันเอง เป็นเมืองที่คนมาเยอะเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองของโลกตลอดอยู่แล้ว เราแค่ต้องทำสิ่งที่เราเชื่อ มันก็จะเกิดขึ้น แค่ต้องค่อยๆ ทำแหละ เราอาจจะสู้หลายๆ เมืองในโลกไม่ได้ในตอนนี้ แต่ถ้าทำไปเรื่อยๆ ก็อาจจะสู้ได้

“ผมอยากเห็นงานศิลปะของไทยมีความเสี่ยงกว่านี้ อยากให้มีความ Experimental กว่านี้ มีความพัฒนาที่ไม่ได้เน้นแต่การอนุรักษ์ อย่างไรแล้วงานที่เราทำออกมามันจะจับได้ว่าเรามาจากไหน เพราะพื้นเพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน”

Future of Futurist

กรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงสถานที่ แต่คือผู้คน

แคมเปญการโปรโมตกรุงเทพฯ ของ IWANNABANGKOK© จึงเน้นการโปรโมตผ่านคน และมุมมองของเมืองในสายตาของเด็กยุคใหม่

กาลเวลาไม่อาจเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมใดได้ แต่การตีความของสังคมอาจเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวิถี รูปแบบการใช้ชีวิต

สุดท้ายแล้วสิ่งที่แสดงความเป็นกรุงเทพฯ ก็คือผู้คนที่อาศัย ที่ก่อร่างสร้างตัว เกิดเป็นบ้าน เป็นชุมชน จนออกมามีหน้าตาดังเช่นที่เห็นอยู่ ตราบใดที่ยังมีคน กรุงเทพฯ ก็อยู่ในกำมือของทุกคน ไม่ว่าจะสร้าง ทำลาย หรือทำให้ดีขึ้น จะเริ่มหรือจบก็อยู่ที่ตัวเรา

บีม-อดิศักดิ์ จิราศักดิ์เกษม และ กอล์ฟ-ศุภกร บัวเรือน

“เราเป็นแคมเปญที่โปรโมตกรุงเทพฯ โดยใช้คนรุ่นใหม่หรือเด็กรุ่นใหม่มาโชว์ศักยภาพตัวเอง เราอยากจะอัพเดตหน้าตาของกรุงเทพฯ โดยการใช้ทักษะของคนรุ่นใหม่ IWANNABANGKOK© จึงเป็น Futurist เราคิดอยากทำอะไรใหม่ๆ มากกว่าจะโปรโมตสิ่งที่อาจจะมีอยู่แล้ว หรือเขาโปรโมตกันอยู่แล้ว เราจะโปรโมตอีกด้านหนึ่งที่คนอาจจะไม่พูดถึง หรือไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ อย่างเช่นศิลปะที่มีความอิสระอย่างแท้จริง งานอาร์ตที่ไม่ต้องมีใครมาบอกว่าเราทำได้หรือไม่ได้ มันคือสิทธิส่วนบุคคล เหมือนการพูดในอีกรูปแบบ

“เราเริ่มจากคนกลุ่มเล็ก ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามันสำเร็จไปขนาดไหนแล้ว แต่เรารู้สึกว่าคนกลุ่มหนึ่งที่รักและชอบในสิ่งเหมือนๆ กันมันใหญ่ขึ้น เท่านี้ก็รู้สึกเหมือนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราก้าวต่อแล้ว มันเป็นเสียงเล็กๆ แหละ แต่ถ้ามีคนเริ่ม ไม่ว่ายังไงก็มีคนมาร่วม”

ภาพ : IWANNABANGKOK©

DesignNation 2109 : Futurising the City เทศกาลงานออกแบบ ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน 2562 ณ ย่านสยาม ตั้งแต่ MBK Center, BACC, Lido Connect, Siam Square และพื้นที่ One Siam (Siam Center, Siam Discovery, Siam Paragon)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.designation.net และ เฟซบุ๊ก DesignNation Bangkok

Writer

ชนัญชิดา วัฒนศิลป์

นักศึกษานอกห้องเรียน ผู้ชอบฟัง กับนั่งปั่นความคิด ชอบแลกเปลี่ยนทัศนคติ สนใจใคร่รู้ความรู้สึกนึกคิด กำลังสะกิดโลกคับแคบของตัวเอง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

อดีตนักศึกษาสถาปัตย์ที่หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก และนักหัดเขียน โดยพึ่งมีหนังสือของตัวเองเล่มแรกชื่อ 'ราชาสถาน นิทานตื่นนอน'