ตอนนี้ Hydrosol คือสิ่งที่น่ารู้จักเป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณคือคนที่สนใจการนำสรรพคุณของพืชผักและดอกไม้มาช่วยให้เราสุขกายสบายใจยิ่งขึ้น

Hydrosol เป็นชื่อเรียกหลัก แต่หลายคนก็เรียกเจ้าสิ่งนี้ด้วยชื่อที่ต่างออกไป เช่น Hydrolat, Floral Water บ้างก็เรียกด้วยการใส่ชื่อดอกไม้นำแล้วตามด้วย Water อย่างเช่น Rose Water หรือ Rosemarry Water ส่วนในภาษาไทยก็เรียกด้วยคำที่หลากหลายเช่นกัน มีทั้งน้ำตบ น้ำสกัด น้ำกลั่น และน้ำดอกไม้ แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ในบทความนี้เราขอเรียกว่า Hydrosol

ถ้าว่ากันตามนิยาม Hydrosol คือของเหลวที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก ได้มาจากการนำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชสด เช่น ดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ เปลือกไม้ ราก หรือส่วนอื่น ๆ ไปสกัดด้วยความร้อนและแรงดันไอน้ำ จะได้เป็นน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) และ Hydrosol ซึ่งเป็นของเหลวที่มีอนุภาคจิ๋วของน้ำมันหอมระเหยผสมอยู่ มีกลิ่น และมีสรรพคุณของพืชนั้นเช่นเดียวกับน้ำมันหอมระเหย แต่ไม่เข้มข้นเท่า กลิ่นจึงไม่ฉุน มีฤทธิ์ที่อ่อนละมุนกว่า หมายความว่าเรานำมาใช้งานได้ง่ายขึ้น สัมผัสกับร่างกายได้โดยตรง ใช้กับเด็กหรือบริโภคได้อย่างปลอดภัยกว่า

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

Hydrosol ไม่ใช่ของใหม่ มนุษย์รู้จักสิ่งนี้มาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณเมื่อพันกว่าปีก่อน จากกระบวนการสกัดน้ำมันหอมระเหย แล้วได้ของเหลวชนิดนี้เป็นผลพลอยได้ แต่ในยุคนั้นเป็นเพียงต้นแบบที่ยังไม่ได้ตั้งใจพัฒนาและนำไปใช้งานจริงจัง

ชาวยุโรปเข้าไปศึกษาการสกัดน้ำมันหอมระเหยและ Hydrosol จากอียิปต์ในช่วงศตวรรษที่ 13 จนถึงช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 ก็นำมาพัฒนาเป็นน้ำมันหอมระเหยยุคใหม่ที่เราใช้ในปัจจุบัน นับได้ว่า Hydrosol ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงนี้เอง

ในช่วงปี 1920 และ 1930 นายแพทย์ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุไฟลวกมือจากการระเบิดในห้องทดลอง เขารีบจุ่มมือลงในอ่างของเหลวใกล้ตัว ปรากฏว่ามันช่วยทุเลาความเจ็บปวดลง และบรรเทาอาการของบาดแผลได้เยอะมาก จากนั้นจึงมีการศึกษาว่า ที่ผิวหนังหายเร็วขึ้นหลายเท่าโดยไม่มีแผลเป็นนั้น เป็นเพราะสรรพคุณของของเหลวในโถ ซึ่งก็คือน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง และเกิดคำว่า Natural Aromatic Oils ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก

ปัจจุบันมีการนำ Hydrosol ไปใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โทนเนอร์ เครื่องสำอาง น้ำหอม สมุนไพร ครีมรักษาแผล เรียกว่าใช้ได้ทั้งกิน ดม และทาเข้าสู่ผิวหนัง

Hydrosol ที่วางขายมีทั้งที่สกัดจากกุหลาบ โรสแมรี่ เปปเปอร์มินต์ ลาเวนเดอร์ เลมอน คาโมมายล์ มานูก้า และอีกมากมาย

ส่วนคนตะวันออกกลางก็นำมาผสมน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง เป็นเครื่องดื่มที่ถ้าเรียกให้เข้ากับยุคนี้ก็ต้องบอกว่าเป็น Functional Drink ตอนนี้ในอิหร่านมีน้ำ Hydrosol ให้จิบกันกว่า 50 รสเลยทีเดียว

เมื่อมันน่าสนใจขนาดนี้ เราจึงเดินทางไปหา ครูปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง แห่ง Whispering Cafe และ Little Tree นครปฐม ผู้ที่สนุกสนานกับการเล่น Hydrosol เธอบอกว่า ช่วงโควิด-19 ที่ไม่ได้เปิดร้านอาหาร ทำให้มีผักเหลือใช้เป็นจำนวนมาก เธอจึงทำเอาพืชผักเหล่านี้มาแปรรูป

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

“Hydrosol มีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ เราเลยใช้ฉีดกับร่างกายได้ง่าย เราใช้ฉีดเป็นสเปรย์หอมในห้องก็ได้ มินต์ฉีดแล้วก็จะรู้สึกเย็นสดชื่น คาโมมายล์ก็ฉีดที่หมอนก่อนนอน ช่วยให้ผ่อนคลาย แมลงสัตว์กัดต่อยใช้เลมอนฉีดก็ดีขึ้น โรสแมรี่ช่วยบำรุงผมได้ Tea Tree ก็ช่วยแก้สิวได้” ครูปิ๋มหยิบตัวอย่าง Hydrosol จากพืชชนิดต่าง ๆ มาให้ลองฉีดทดสอบ

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

“เราชอบกลิ่นของมัน ถึงไม่มีกลิ่นก็ยังมีสรรพคุณอยู่ในนั้น มันไม่เข้มข้นเท่าน้ำมันหอมระเหย แต่ก็มีคุณสมบัติเข้มข้นกว่าเอาไปชงเป็นชาประมาณ 30 เท่า” ครูปิ๋มเล่าต่อว่า แรก ๆ เราได้ Hydrosol เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันหอมระเหย แต่หลัง ๆ คนตั้งใจผลิตโดยตรง เพื่อที่จะได้ควบคุมเรื่องความสะอาดและปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องสุขลักษณะเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้พืชที่ปลอดสารเคมีด้วย

“ตอนนี้เริ่มมีคนทำ Hydrosol ขายหลายแบรนด์ทั้งต่างประเทศและไทย แต่เราก็ทำใช้เองได้ ถ้าเรามีของ เรารู้ว่าของของเราปลอดภัย และเราอยากสนุก” ครูปิ๋มยิ้มเมื่อพูดถึงกิจกรรมที่ชวนกันทำได้ทั้งครอบครัว ซึ่งทำได้หลายวิธี แต่วันนี้จะสอนวิธีที่ง่ายที่สุด ทำได้ด้วยอุปกรณ์ที่มีที่บ้าน เป็นวิธีเดียวกับที่ใช้สกัดน้ำใบย่านางซึ่งเคยฮิตเมื่อหลายปีก่อน ทำได้ทุกคนแน่นอน

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน
วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

อุปกรณ์

  1. เตาสำหรับต้มน้ำ
  2. หม้อสะอาด ขนาดค่อนข้างใหญ่ 1 ใบ
  3. ชามทนความร้อน 2 ใบ มีขนาดใหญ่และเล็ก
  4. กะละมังก้นสะอาด ขนาดใหญ่กว่าหม้อเล็กน้อย
  5. พืชที่จะนำมาสกัด
  6. น้ำดื่ม
  7. น้ำแข็ง
  8. ขวดสำหรับใส่ Hydrosol

วิธีทำ

1. หาพืชที่จะนำมาสกัด แล้วแต่ว่าจะหาจากไหน ใครปลูกในบ้านก็ไปเดินเก็บมา หลักคือเลือกพืชที่มีสรรพคุณที่เราชอบหรือกลิ่นที่เราชอบ จะเป็นใบหรือดอกก็ได้ ถ้าต้องไปซื้อหามา ก็พยายามเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่อย่างนั้น Hydrosol ของเราอาจเจือปนไปด้วยยาฆ่าแมลง

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน
วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

2. นำมาพืชมาล้างให้สะอาด

3. นำพืชมาวางในหม้อ ไม่มีสูตรและสัดส่วนตายตัว อยากสกัดจากพืชทีละชนิดก็ได้ หรืออยากผสมก็ได้ ถ้าจะผสมก็ลองคิดจากสรรพคุณที่อยากได้ หรือกลิ่นที่อยากดม บางคนรวมพืชกลุ่มซิตรัสเข้าด้วยกัน เช่น เลมอน มะนาว ส้ม ส้มยูสุ กลิ่นก็จะซับซ้อนหน่อย ใส่ได้ทั้งใบและผล

4. วางชามใบใหญ่คว่ำลงกับก้นหม้อเพื่อเป็นฐาน ถ้าเป็นชามที่มีรู เวลาไอน้ำดันขึ้นมาก็จะมีที่ระบาย แต่ถ้าเป็นชามทึบก็ต้องเลือกใบที่หนาและหนักหน่อย ไอน้ำจะได้ไม่ดันจนชามคว่ำ แล้วหงายชามเล็กวางทับด้านบน

5. รินน้ำดื่มใส่หม้อให้ท่วมพืชที่เราใส่ไว้ ถ้าใส่น้ำเยอะไปจะไม่เข้มข้น และช่วงน้ำเดือดอาจล้นเข้าไปในชามเล็กปนกับ Hydrosol

6. ปิดฝาหม้อ ตั้งไฟให้เดือด พอเดือดก็ลดไฟลงเพื่อให้ไอน้ำทำงานในหม้อได้อย่างเต็มที่

7. เมื่อเดือดให้นำกะละมังใส่น้ำแข็งมาวางแทนฝาหม้อ

8. เมื่อไอน้ำในหม้อลอยมาโดนก้นกะละมังที่เย็นจัด จะควบแน่นเป็นหยดน้ำ แล้วหล่นลงในชามเล็กที่หงายไว้ในหม้อ สิ่งที่หยดลงมาคือ Hydrosol ที่เราต้องการ

9. ถ้าน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ให้เติมน้ำแข็งลงไปใหม่เพื่อรักษาความเย็นจัดของกะละมัง

10. ต้มจนน้ำระเหยเกือบหมด แต่อย่าให้หมด เพราะหม้อจะไหม้ และน้ำสกัดที่ได้ช่วงท้ายถือว่าไม่เข้มข้นแล้วทั้งสรรพคุณและกลิ่น

11. พอสิ้นสุดกระบวนการก็ปิดเตาแล้วเปิดฝาหม้อ เราจะได้ Hydrosol ในชามเล็ก ซึ่งอาจจะมีน้ำมันหอมระเหยเป็นชั้นบาง ๆ อยู่ด้านบน

12. รอให้เย็นแล้วบรรจุใส่ขวด ถ้าเป็นขวดสีทึบป้องกันแสงได้จะดีมาก แล้วเก็บไว้ในที่เย็น เพียงเท่านี้เราก็ได้ Hydrosol ไว้ใช้เองในบ้านแล้ว

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

25 สิงหาคม 2560
15 K
The Cloud X Maru

วันหยุดนี้ไปไหน?

นี่คือสิ่งที่เรามักถามกันเมื่อใกล้วันหยุด และถ้าลองดูในโลกออนไลน์ คุณคงเห็นว่าคนต่างออกจากบ้านไปทำกิจกรรมหลากหลาย

วันหยุดนี้อยู่บ้านทำอะไร?

นี่อาจเป็นคำถามที่เราไม่ค่อยได้ถาม หรือถ้าต้องอยู่บ้าน มันก็ดูจะหมายถึงสิ่งตรงข้ามกับกิจกรรมข้างนอก (เช่น ซักผ้า…) แต่ที่จริง การอยู่บ้านมีเรื่องน่าสนใจให้ทำมากมาย และขณะที่นอกบ้านอาจมีปัจจัยควบคุมไม่ได้ (ฝนตก รถติด ฯลฯ) การอยู่บ้านคือสิ่งที่เราออกแบบได้ตามต้องการที่สุด

แล้วทำอะไรดีล่ะ-คุณถาม

คำตอบมีมากมาย และมันก็กลายเป็นคอลัมน์ Staycation นี้ ฉันไม่ได้เลือกกิจกรรมฮอตที่สุด แต่เล่าสิ่งที่อยากชวนคุณทำที่บ้านวันหยุด (ไม่ว่าคุณอยู่บ้านเดี่ยวหรือคอนโด) เพราะดีและน่าสนใจจริงๆ

สำหรับ Staycation ตอนแรกสุด ฉันอยากเริ่มจากชวนคุณหันกลับไปมองพื้นที่ในบ้าน

ถ้าคุณพบว่าบ้านที่อยู่ไม่มีสีเขียวของต้นไม้เป็นส่วนประกอบ ก็ไม่น่าแปลก มันอาจไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจ หรือไม่ก็คุณอาจเจอปัญหาเดียวกับฉัน นั่นคือต้นไม้เป็นสิ่งดูแลยาก (ใครเคยปลูกต้นที่เขาว่าปลูกง่ายแล้วตาย เราคือเพื่อนกัน) แถมเรียกร้องเวลาและพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราคนเมืองไม่ค่อยมีกัน

แต่จะว่าไป ฉันเชื่อว่ามนุษย์มักถูกดึงดูดด้วยพลังสีเขียวของต้นไม้ ความเขียวสบายตา ความร่มรื่นนั้นมีมนต์วิเศษต่อใจเสมอ ถ้าคุณลองสังเกตจะพบว่า โดยทั้งรู้และไม่รู้ตัว, เรามักตกหลุมรักพื้นที่นอกบ้านที่อุดมความเขียวชอุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ร่มรื่น สวนสาธารณะ หรือตลาดนัดเล็กๆ ในสวน

วันหยุดนี้ ฉันเลยอยากลองชวนคุณมาอยู่บ้านปลูกต้นไม้

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

(คุณเหลือบสายตากลับไปอ่านปัญหาด้านบน)

เอาใหม่ เล่าอย่างนี้ดีกว่า ไม่นานนี้ ฉันได้รู้จักสิ่งมีชีวิตสีเขียวที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ชื่อของมันคือ Kokedama ซึ่งเป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่แปลตรงตัวได้ว่า ‘มอสบอล’ สมกับรูปลักษณ์กลมและมอสสีเขียวที่ปกคลุมอยู่ เจ้าลูกกลมๆ นี้เป็นศาสตร์การจัดสวนของชาวอาทิตย์อุทัยที่สืบทอดมานานนับพันปี โดยเกิดขึ้นจากกลุ่มคนรักบอนไซที่พยายามก้าวข้ามกฎเกณฑ์การปลูกแบบเดิมๆ นำไปสู่การทำมอสบอลลูกกลมที่มีต้นไม้งอกงามอยู่ด้านบน

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

นอกจากสวยแปลกตา โคะเคะดามะยังเป็นต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนความง่าย ทั้งทำง่ายมาก เรียกว่าทำได้ชิลล์ๆ ในวันหยุด (ลืมภาพการขุดหลุมเหงื่อโชกเพื่อยกต้นไม้ลงดิน หรือนั่งทยอยย้ายต้นกล้าได้เลย) ทั้งยังดูแลง่าย และอยู่ง่ายไม่ใช่พื้นที่เยอะด้วย   

คนที่แนะนำให้ฉันกับโคเคะดามะได้พบกันคือ วิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนผู้เก่งกาจและเจ้าของร้าน Little Tree แสนร่มรื่นริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อพิสูจน์ความง่ายของโคเคะดามะ วิทย์หยิบต้นไม้ออกจากกระถาง แล้วพรมน้ำลงบนพีทมอส วัสดุปลูกเนื้อนุ่มที่ร่วนซุย น้ำระบายออกได้ง่าย เมื่อพีทมอสเริ่มชุ่มน้ำ จับตัวเป็นก้อนได้ดี เขาก็เริ่มต้นปั้น ขณะเอ่ยเล่าว่า ใครๆ มักสงสัยว่าเจ้ามอสก้อนกลมนี้จะอยู่รอดได้นานหรือไม่ แต่เขาทดลองทำ และมันก็อยู่ยาวนานมาได้กว่าสองปีแล้ว

ฟังแล้วชวนอุ่นใจมากสำหรับคนเมืองมือร้อนอย่างฉัน

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

พีทมอสถูกปั้นเป็นก้อนกลม วิทย์กดให้มันเกิดรูบุ๋มตรงกลาง ใส่ต้นไม้ หุ้มด้วยสแฟ็กนั่มมอส (มอสแห้งที่เป็นวัสดุปลูกเช่นกัน) ตามด้วยมอสน้ำเขียวชุ่มชื้น จากนั้นก็นำเอ็นใสมาพันให้คงรูป

เท่านี้ก็เรียบร้อย

ไม่ได้ล้อเล่น ขั้นตอนมีเท่านี้จริงๆ (ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถ้วน) ที่เหลือก็แค่หยิบมันไปวางบนกระถางหรือจานรองที่ถูกใจ ส่วนใครอยู่คอนโดต้องประหยัดพื้นที่ แค่เสียบลวดเหล็กอันนึงกับเจ้ามอสบอลแล้วดัดเป็นตะขอ ก็จะต้นไม้แสนน่ารักที่แขวนเป็นเครื่องประดับได้แถมยังใช้ที่ไม่เปลือง

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

สำหรับการดูแลหลังจากนี้ ถ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลา นักจัดสวนมือฉมังแนะนำให้แขวนเจ้ามอสบอลไว้ริมหน้าต่าง แดดเช้าจะช่วยให้มอสเขียวสดตลอดทั้งปี แล้วก็นำมันไปจุ่มน้ำสักวันเว้นวัน (ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทต้นไม้ที่เราเลือกใช้) หรือถ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลาและไม่ค่อยอยู่บ้าน เพียงจับโคเคดามะมาวางไว้ในจาน แล้วเทน้ำหล่อเอาไว้ เท่านี้ก็หายห่วง

อืม-ก็ง่ายจริงๆ นั่นแหละ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

“บางคนอาจมองว่าการมีต้นไม้ในบ้านมันเป็นภาระ แต่สำหรับเราไม่เลย เรามองว่าต้นไม้เป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง แต่ละต้นมีคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน มีสีที่ต่างกัน มีรูปทรงที่ต่างกัน แล้วเวลาเราเอามาวางไว้ในบ้าน มันทำให้อารมณ์เราเย็นขึ้นเยอะ” วิทย์ไล่เรียงข้อดีของการมีต้นไม้ในบ้านจากประสบการณ์ส่วนตัว แล้วเสริมว่าสิ่งที่ทำให้ต้นไม้จริงต่างจากการหยิบใบไม้ดอกไม้มาปักแจกัน ก็คือธรรมชาติจะมาอยู่เป็นเพื่อนเยียวยาใจเราได้อย่างยั่งยืน

“เวลาเข้าเมืองเราจะอึดอัดมาก แต่พอกลับมาบ้าน ได้เห็นสีเขียวๆ ดูต้นไม้ออกดอก ต้นไม้เติบโต มันคือความสุขของเราเลยนะ ต้นไม้ช่วยให้ผ่อนคลายได้จริงๆ”

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

จะว่าไป สำหรับคนที่ปลูกต้นไม้มาเยอะทั้งไซส์เล็กและใหญ่อย่างวิทย์ การเลี้ยงมอสบอลก้อนจิ๋วยังทำให้รู้สึกรื่นรมย์ได้ด้วยหรือ—ฉันนึกสงสัย

“จริงๆ การปลูกต้นไม้ต้องเริ่มจากต้นเล็กๆ ก่อนอยู่แล้ว” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มที่แตะไปถึงนัยน์ตา

“มันไม่ใช่ว่าเราทำแล้วจะต้องใหญ่ขึ้นๆ มันก็ต้องหวนกลับมาที่สิ่งเล็กๆ บ้าง จริงๆ ตอนเด็กๆ เรา ก็เริ่มมาจากต้นไม้เล็กๆ ร้านเราถึงชื่อว่า Little Tree และเมื่อเวลาผ่านมา มันจึงเติบโตจนเป็นต้นใหญ่แบบทุกวันนี้”

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

คนเมืองอย่างฉันและคุณอาจไม่มีโอกาสปลูกต้นไม้จนเติบใหญ่อย่างนักจัดสวนมือโปร แต่ถ้าวันหยุดนี้ได้ลองรื่นรมย์ซ้อมมือปั้นโคเคะดามะสีเขียวสดใส ด้วยเวลาที่อาจน้อยกว่าการเดินทางจากบ้านถึงคาเฟ่ร่มรื่น เราก็จะได้บอนไซลูกกลมสวยมาไว้ในครอบครอง

แล้ววันธรรมดาและวันหยุดต่อจากนั้น เราก็จะมีสิ่งมีชีวิตสีเขียวแสนน่ารักมาช่วยให้เย็นตาเย็นใจในบ้านแล้วล่ะ


How to Make Kokedama 

อุปกรณ์

1. ต้นไม้ที่ชอบ

2. พีทมอส ถ้าไม่มีอาจใช้ขุยมะพร้าวหรือดินร่วนก็ได้ ไม่ควรใช้ดินเหนียว เพราะแม้จะปั้นเป็นก้อนได้ง่าย แต่จะระบายน้ำได้ไม่ดีนัก

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

3. สแฟ็กนั่มมอส

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

4. มอสน้ำ เหมาะใช้ปลูกโคเคะดามะมากเพราะมีลักษณะเป็นแผ่น จะใช้มอสอื่นๆ ก็ได้ เช่น มอสขอนไม้ แต่จะยากหน่อยเพราะมันมาเป็นชิ้นเล็กๆ

5. เส้นเอ็นใส เชือก หรือไหมพรม

6. ลวดเหล็กขนาดยาวเท่าใดก็ได้ (ไม่ต้องใช้ถ้าจะวางมอสบอลไว้เฉยๆ โดยไม่แขวน)

7. กรรไกร

8. น้ำ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

วิธีทำ

1. นำต้นไม้ที่เตรียมมาออกจากกระถาง หากเป็นต้นไม้ที่มีรากน้อย หรือมีวัสดุปลูกติดมาน้อย ก็สามารถเคาะดินออกได้ แต่ถ้าเป็นต้นไม้ที่รากยึดติดกับวัสดุปลูกเดิมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเคาะดินออก ใช้ดินเดิมได้เลย

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

2. เตรียมพีทมอส โดยเทน้ำสัดส่วน 1:1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้อาจใส่ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยออสโมโค้ท (ปุ๋ยละลายช้า) เข้าไปด้วยก็ได้

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

3. สำหรับต้นไม้ที่มีรากน้อย ปั้นพีทมอสเป็นก้อนกลม โดยกะขนาดให้พอเหมาะกับเรือนต้น ใช้นิ้วกดตรงกลางให้บุ๋ม แล้วใส่ต้นไม้ลงไป ส่วนต้นไม้ที่มีวัสดุปลูกเดิมติดมา สามารถนำพีทมอสมาห่อได้เลย ปั้นให้เป็นทรงกลมเช่นกัน (หมายเหตุ: หากไม่มีพีทมอส สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไป โดยใช้สแฟ็กนั่มมอสห่อเป็นชั้นแรก)

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

4. เทน้ำใส่สแฟ็กนั่มมอสให้พอชุ่ม แล้วนำไปห่อเป็นชั้นที่สอง ลักษณะที่คล้ายเส้นใยของสแฟ็กนั่มมอสจะช่วยให้ลูกบอลอยู่ทรง

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

5. ห่อชั้นนอกสุดด้วยมอสน้ำ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

6. รัดมอสบอลด้วยเส้นเอ็นใสเพื่อให้อยู่ทรง หรือถ้าชอบสีสันสดใส รัดด้วยเชือกหรือไหมพรมก็ได้ (หมายเหตุ: หากจะวางโคเคดามะไว้เฉยๆ โดยไม่แขวน ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ แต่หลังจากทำเสร็จใหม่ๆ ควรวางทิ้งไว้โดยไม่ขยับเขยื้อนราว 2 สัปดาห์เพื่อให้มอสเกาะตัวกัน)

7. ทิ่มลวดเหล็กเข้าไปตรงกลางมอสบอล งอด้านบนเพื่อเป็นขอเกี่ยว งอด้านล่างเพื่อเป็นตัวหยุด แล้วนำไปแขวนตามต้องการ

Kokedama : หัดทำบอนไซก้อนกลมสุดน่ารักที่ช่วยให้บ้านเย็น อารมณ์เย็น แม้ไม่ใช่เวลาเย็น

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. เลือกต้นไม้จากแสง แสงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงต้นไม้ในบ้าน ควรสังเกตช่องแสง แล้วค่อยเลือกต้นไม้ให้เหมาะ ซึ่งจะเป็นต้นไม้อะไรก็ได้ที่เราชอบ สำหรับคนที่อยู่คอนโดมุมที่ไม่ค่อยมีแสง ให้ใช้ต้นพลู สิปสลิด หน้าวัวใบ หรือโฮย่า ซึ่งทนร่ม (แต่ก็ต้องพาไปรับแดดบ้างนะ มอสจะได้เขียวนานๆ)
  2. โคเคดามะมีทั้งไซส์เล็กและใหญ่ ที่จริงเราจะปลูกโคเคะดามะไซส์ไหนก็ได้ตามต้องการ ขอแค่ต้องกะปริมาณวัสดุปลูกให้พอเหมาะกับขนาดต้นเป็นพอ
  3. อุปกรณ์ทุกอย่างหาซื้อได้ที่สวนจตุจักร ตลาดต้นไม้เริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายเย็นของวันอังคารถึงวันพฤหัสบดี แนะนำให้ไปเย็นวันอังคาร เพราะจะได้เลือกต้นไม้ใหม่ๆ ก่อนใคร

Writer

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ เพิ่งผันตัวมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ กำลังเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่างสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากทำ รักทุกอย่างที่เป็นรสหรือกลิ่นลูกพีช

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load