ตอนนี้ Hydrosol คือสิ่งที่น่ารู้จักเป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณคือคนที่สนใจการนำสรรพคุณของพืชผักและดอกไม้มาช่วยให้เราสุขกายสบายใจยิ่งขึ้น

Hydrosol เป็นชื่อเรียกหลัก แต่หลายคนก็เรียกเจ้าสิ่งนี้ด้วยชื่อที่ต่างออกไป เช่น Hydrolat, Floral Water บ้างก็เรียกด้วยการใส่ชื่อดอกไม้นำแล้วตามด้วย Water อย่างเช่น Rose Water หรือ Rosemarry Water ส่วนในภาษาไทยก็เรียกด้วยคำที่หลากหลายเช่นกัน มีทั้งน้ำตบ น้ำสกัด น้ำกลั่น และน้ำดอกไม้ แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ในบทความนี้เราขอเรียกว่า Hydrosol

ถ้าว่ากันตามนิยาม Hydrosol คือของเหลวที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก ได้มาจากการนำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชสด เช่น ดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ เปลือกไม้ ราก หรือส่วนอื่น ๆ ไปสกัดด้วยความร้อนและแรงดันไอน้ำ จะได้เป็นน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) และ Hydrosol ซึ่งเป็นของเหลวที่มีอนุภาคจิ๋วของน้ำมันหอมระเหยผสมอยู่ มีกลิ่น และมีสรรพคุณของพืชนั้นเช่นเดียวกับน้ำมันหอมระเหย แต่ไม่เข้มข้นเท่า กลิ่นจึงไม่ฉุน มีฤทธิ์ที่อ่อนละมุนกว่า หมายความว่าเรานำมาใช้งานได้ง่ายขึ้น สัมผัสกับร่างกายได้โดยตรง ใช้กับเด็กหรือบริโภคได้อย่างปลอดภัยกว่า

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

Hydrosol ไม่ใช่ของใหม่ มนุษย์รู้จักสิ่งนี้มาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณเมื่อพันกว่าปีก่อน จากกระบวนการสกัดน้ำมันหอมระเหย แล้วได้ของเหลวชนิดนี้เป็นผลพลอยได้ แต่ในยุคนั้นเป็นเพียงต้นแบบที่ยังไม่ได้ตั้งใจพัฒนาและนำไปใช้งานจริงจัง

ชาวยุโรปเข้าไปศึกษาการสกัดน้ำมันหอมระเหยและ Hydrosol จากอียิปต์ในช่วงศตวรรษที่ 13 จนถึงช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 ก็นำมาพัฒนาเป็นน้ำมันหอมระเหยยุคใหม่ที่เราใช้ในปัจจุบัน นับได้ว่า Hydrosol ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงนี้เอง

ในช่วงปี 1920 และ 1930 นายแพทย์ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุไฟลวกมือจากการระเบิดในห้องทดลอง เขารีบจุ่มมือลงในอ่างของเหลวใกล้ตัว ปรากฏว่ามันช่วยทุเลาความเจ็บปวดลง และบรรเทาอาการของบาดแผลได้เยอะมาก จากนั้นจึงมีการศึกษาว่า ที่ผิวหนังหายเร็วขึ้นหลายเท่าโดยไม่มีแผลเป็นนั้น เป็นเพราะสรรพคุณของของเหลวในโถ ซึ่งก็คือน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง และเกิดคำว่า Natural Aromatic Oils ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก

ปัจจุบันมีการนำ Hydrosol ไปใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โทนเนอร์ เครื่องสำอาง น้ำหอม สมุนไพร ครีมรักษาแผล เรียกว่าใช้ได้ทั้งกิน ดม และทาเข้าสู่ผิวหนัง

Hydrosol ที่วางขายมีทั้งที่สกัดจากกุหลาบ โรสแมรี่ เปปเปอร์มินต์ ลาเวนเดอร์ เลมอน คาโมมายล์ มานูก้า และอีกมากมาย

ส่วนคนตะวันออกกลางก็นำมาผสมน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง เป็นเครื่องดื่มที่ถ้าเรียกให้เข้ากับยุคนี้ก็ต้องบอกว่าเป็น Functional Drink ตอนนี้ในอิหร่านมีน้ำ Hydrosol ให้จิบกันกว่า 50 รสเลยทีเดียว

เมื่อมันน่าสนใจขนาดนี้ เราจึงเดินทางไปหา ครูปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง แห่ง Whispering Cafe และ Little Tree นครปฐม ผู้ที่สนุกสนานกับการเล่น Hydrosol เธอบอกว่า ช่วงโควิด-19 ที่ไม่ได้เปิดร้านอาหาร ทำให้มีผักเหลือใช้เป็นจำนวนมาก เธอจึงทำเอาพืชผักเหล่านี้มาแปรรูป

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

“Hydrosol มีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ เราเลยใช้ฉีดกับร่างกายได้ง่าย เราใช้ฉีดเป็นสเปรย์หอมในห้องก็ได้ มินต์ฉีดแล้วก็จะรู้สึกเย็นสดชื่น คาโมมายล์ก็ฉีดที่หมอนก่อนนอน ช่วยให้ผ่อนคลาย แมลงสัตว์กัดต่อยใช้เลมอนฉีดก็ดีขึ้น โรสแมรี่ช่วยบำรุงผมได้ Tea Tree ก็ช่วยแก้สิวได้” ครูปิ๋มหยิบตัวอย่าง Hydrosol จากพืชชนิดต่าง ๆ มาให้ลองฉีดทดสอบ

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

“เราชอบกลิ่นของมัน ถึงไม่มีกลิ่นก็ยังมีสรรพคุณอยู่ในนั้น มันไม่เข้มข้นเท่าน้ำมันหอมระเหย แต่ก็มีคุณสมบัติเข้มข้นกว่าเอาไปชงเป็นชาประมาณ 30 เท่า” ครูปิ๋มเล่าต่อว่า แรก ๆ เราได้ Hydrosol เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันหอมระเหย แต่หลัง ๆ คนตั้งใจผลิตโดยตรง เพื่อที่จะได้ควบคุมเรื่องความสะอาดและปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องสุขลักษณะเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้พืชที่ปลอดสารเคมีด้วย

“ตอนนี้เริ่มมีคนทำ Hydrosol ขายหลายแบรนด์ทั้งต่างประเทศและไทย แต่เราก็ทำใช้เองได้ ถ้าเรามีของ เรารู้ว่าของของเราปลอดภัย และเราอยากสนุก” ครูปิ๋มยิ้มเมื่อพูดถึงกิจกรรมที่ชวนกันทำได้ทั้งครอบครัว ซึ่งทำได้หลายวิธี แต่วันนี้จะสอนวิธีที่ง่ายที่สุด ทำได้ด้วยอุปกรณ์ที่มีที่บ้าน เป็นวิธีเดียวกับที่ใช้สกัดน้ำใบย่านางซึ่งเคยฮิตเมื่อหลายปีก่อน ทำได้ทุกคนแน่นอน

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน
วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

อุปกรณ์

  1. เตาสำหรับต้มน้ำ
  2. หม้อสะอาด ขนาดค่อนข้างใหญ่ 1 ใบ
  3. ชามทนความร้อน 2 ใบ มีขนาดใหญ่และเล็ก
  4. กะละมังก้นสะอาด ขนาดใหญ่กว่าหม้อเล็กน้อย
  5. พืชที่จะนำมาสกัด
  6. น้ำดื่ม
  7. น้ำแข็ง
  8. ขวดสำหรับใส่ Hydrosol

วิธีทำ

1. หาพืชที่จะนำมาสกัด แล้วแต่ว่าจะหาจากไหน ใครปลูกในบ้านก็ไปเดินเก็บมา หลักคือเลือกพืชที่มีสรรพคุณที่เราชอบหรือกลิ่นที่เราชอบ จะเป็นใบหรือดอกก็ได้ ถ้าต้องไปซื้อหามา ก็พยายามเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่อย่างนั้น Hydrosol ของเราอาจเจือปนไปด้วยยาฆ่าแมลง

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน
วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

2. นำมาพืชมาล้างให้สะอาด

3. นำพืชมาวางในหม้อ ไม่มีสูตรและสัดส่วนตายตัว อยากสกัดจากพืชทีละชนิดก็ได้ หรืออยากผสมก็ได้ ถ้าจะผสมก็ลองคิดจากสรรพคุณที่อยากได้ หรือกลิ่นที่อยากดม บางคนรวมพืชกลุ่มซิตรัสเข้าด้วยกัน เช่น เลมอน มะนาว ส้ม ส้มยูสุ กลิ่นก็จะซับซ้อนหน่อย ใส่ได้ทั้งใบและผล

4. วางชามใบใหญ่คว่ำลงกับก้นหม้อเพื่อเป็นฐาน ถ้าเป็นชามที่มีรู เวลาไอน้ำดันขึ้นมาก็จะมีที่ระบาย แต่ถ้าเป็นชามทึบก็ต้องเลือกใบที่หนาและหนักหน่อย ไอน้ำจะได้ไม่ดันจนชามคว่ำ แล้วหงายชามเล็กวางทับด้านบน

5. รินน้ำดื่มใส่หม้อให้ท่วมพืชที่เราใส่ไว้ ถ้าใส่น้ำเยอะไปจะไม่เข้มข้น และช่วงน้ำเดือดอาจล้นเข้าไปในชามเล็กปนกับ Hydrosol

6. ปิดฝาหม้อ ตั้งไฟให้เดือด พอเดือดก็ลดไฟลงเพื่อให้ไอน้ำทำงานในหม้อได้อย่างเต็มที่

7. เมื่อเดือดให้นำกะละมังใส่น้ำแข็งมาวางแทนฝาหม้อ

8. เมื่อไอน้ำในหม้อลอยมาโดนก้นกะละมังที่เย็นจัด จะควบแน่นเป็นหยดน้ำ แล้วหล่นลงในชามเล็กที่หงายไว้ในหม้อ สิ่งที่หยดลงมาคือ Hydrosol ที่เราต้องการ

9. ถ้าน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ให้เติมน้ำแข็งลงไปใหม่เพื่อรักษาความเย็นจัดของกะละมัง

10. ต้มจนน้ำระเหยเกือบหมด แต่อย่าให้หมด เพราะหม้อจะไหม้ และน้ำสกัดที่ได้ช่วงท้ายถือว่าไม่เข้มข้นแล้วทั้งสรรพคุณและกลิ่น

11. พอสิ้นสุดกระบวนการก็ปิดเตาแล้วเปิดฝาหม้อ เราจะได้ Hydrosol ในชามเล็ก ซึ่งอาจจะมีน้ำมันหอมระเหยเป็นชั้นบาง ๆ อยู่ด้านบน

12. รอให้เย็นแล้วบรรจุใส่ขวด ถ้าเป็นขวดสีทึบป้องกันแสงได้จะดีมาก แล้วเก็บไว้ในที่เย็น เพียงเท่านี้เราก็ได้ Hydrosol ไว้ใช้เองในบ้านแล้ว

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

นมข้นหวาน รสชาติที่เด็ก ๆ ชอบ ผู้ใหญ่คุ้นเคย เป็นวัตถุดิบที่อยู่คู่กับคนไทยมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเอาไว้ทากับขนมปังปิ้ง ราดบนน้ำแข็งไส หรือใส่ในเครื่องดื่มประจำชาติอย่างเอสเย็น (EsYenn)

แต่ด้วยเทรนด์รักสุขภาพในปัจุบันทำให้หลายคนเลิกหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคนมข้นเพียงเพราะความหวานที่มากเกินไป หรือไม่แน่ใจในส่วนผสมบางอย่าง

ส่วนผสมทุกอย่างของร้าน Roots Coffee ที่ผมทำงานอยู่ทำขึ้นเองทั้งหมด เช่น ไซรัปและซอสต่าง ๆ รวมไปถึงนมข้นหวานที่อยู่ในเมนู Caramel Macchiato เพื่อให้คนที่มาดื่มกาแฟที่ร้านมั่นใจในความปลอดภัยจากสารเคมีไม่จำเป็นในชีวิต และยังไม่มีรสหวานเกินความจำเป็น

ผมเลยอยากชวนทุกคนทำนมข้นเองที่บ้านแบบง่าย ๆ จะได้คืนรสชาติที่ใครหลายคนชอบและคุ้นเคย แถมเวลานำมากินหรือดื่มจะได้ไม่รู้สึกผิดมากนัก

สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ

วัตถุดิบ

  1. นมพาสเจอร์ไรส์ 250 กรัม
  2. วิปครีม 100 กรัม
  3. น้ำตาลมะพร้าว 120 กรัม (ใช้น้ำตาลทรายแทนได้)
  4. วานิลลา 1 ฝัก (หรือวัตถุดิบให้กลิ่นจากธรรมชาติที่ชอบ)

วิธีทำ

สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ
สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ

1.ผสมนมกับวิปครีมในภาชนะแล้วตั้งไฟอ่อน ๆ แนะนำให้ไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส เพราะเวย์โปรตีนในนมอาจเสื่อมสภาพ ซึ่งทำให้นมมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

สอนทำนมข้นหวานกลิ่นวานิลาเอง ปรับความหวาน ปรุงความหอมได้ตามใจชอบ

2. ถ้าไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิ จะใช้วิธีตุ๋นแบบตอนละลายช็อกโกแลตก็ได้ไม่ว่ากัน โดยตั้งน้ำในหม้อให้เดือด นำชามผสมมาวางทับด้านบน แล้วค่อยใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้นมร้อนเกินไปด้วย

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

3. พอนมเริ่มร้อน ให้ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไปเคี่ยว

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

4. เคี่ยวประมาณ 30 – 40 นาที เมื่อได้ความเหนียวหนืดที่ต้องการแล้ว ปิดไฟ (เมื่อนมข้นเย็นลงจะเหนียวขึ้น เพราะฉะนั้น แนะนำให้ปิดไฟก่อนจะได้ความข้นที่ต้องการนิดหนึ่ง)

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ
สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

5. หลังปิดไฟให้ใส่วานิลลาลงไป คนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ 5 – 10 นาที วานิลลาเพิ่มความพิเศษให้นมข้นของเรามากขึ้นเป็นสูตรลับที่ไม่มีใครเหมือน ผมแนะนำให้ใส่วานิลลา จะสะดวกแบบฝักหรือแบบ Paste ก็ได้ เพื่อให้นมข้นหวานมีรสชาติซับซ้อนและน่าสนใจ หรือใครมีวัตถุดิบอะไรเป็นทีเด็ดก็ใส่ได้เหมือนกัน ไม่มีผิด ไม่มีถูก มีแต่ความสนุก

6. หลังจากนั้นนำนมข้นมาน็อกน้ำแข็ง เพราะในอุณภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียสลงมานั้น มีโอกาสที่จุลินทรีย์ต่าง ๆ จะเติบโตได้ ทำให้นมข้นมีอายุสั้นกว่าที่ควรจะเป็น

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

เท่านี้เราก็จะได้นมข้นหวานสูตรประจำบ้านที่วิธีทำง่ายแสนง่าย แถมเป็นมิตรกับสุขภาพ ไม่ว่าจะกินเมื่อไหร่ก็มั่นใจได้ว่าปราศจากสารเสริมใด ๆ

Please Enjoy!

สูตรนมข้นหวานทำเอง แบบไม่ใส่สารเสริม และเลือกปรุงรส เลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ

Writer

คมสันต์ แซ่ตั้ง

บาริสต้าผู้หลงใหลในวัฒนธรรมการกินดื่มและหลงรักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load