ตอนนี้ Hydrosol คือสิ่งที่น่ารู้จักเป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณคือคนที่สนใจการนำสรรพคุณของพืชผักและดอกไม้มาช่วยให้เราสุขกายสบายใจยิ่งขึ้น

Hydrosol เป็นชื่อเรียกหลัก แต่หลายคนก็เรียกเจ้าสิ่งนี้ด้วยชื่อที่ต่างออกไป เช่น Hydrolat, Floral Water บ้างก็เรียกด้วยการใส่ชื่อดอกไม้นำแล้วตามด้วย Water อย่างเช่น Rose Water หรือ Rosemarry Water ส่วนในภาษาไทยก็เรียกด้วยคำที่หลากหลายเช่นกัน มีทั้งน้ำตบ น้ำสกัด น้ำกลั่น และน้ำดอกไม้ แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ในบทความนี้เราขอเรียกว่า Hydrosol

ถ้าว่ากันตามนิยาม Hydrosol คือของเหลวที่มีน้ำเป็นส่วนผสมหลัก ได้มาจากการนำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชสด เช่น ดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ เปลือกไม้ ราก หรือส่วนอื่น ๆ ไปสกัดด้วยความร้อนและแรงดันไอน้ำ จะได้เป็นน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) และ Hydrosol ซึ่งเป็นของเหลวที่มีอนุภาคจิ๋วของน้ำมันหอมระเหยผสมอยู่ มีกลิ่น และมีสรรพคุณของพืชนั้นเช่นเดียวกับน้ำมันหอมระเหย แต่ไม่เข้มข้นเท่า กลิ่นจึงไม่ฉุน มีฤทธิ์ที่อ่อนละมุนกว่า หมายความว่าเรานำมาใช้งานได้ง่ายขึ้น สัมผัสกับร่างกายได้โดยตรง ใช้กับเด็กหรือบริโภคได้อย่างปลอดภัยกว่า

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

Hydrosol ไม่ใช่ของใหม่ มนุษย์รู้จักสิ่งนี้มาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณเมื่อพันกว่าปีก่อน จากกระบวนการสกัดน้ำมันหอมระเหย แล้วได้ของเหลวชนิดนี้เป็นผลพลอยได้ แต่ในยุคนั้นเป็นเพียงต้นแบบที่ยังไม่ได้ตั้งใจพัฒนาและนำไปใช้งานจริงจัง

ชาวยุโรปเข้าไปศึกษาการสกัดน้ำมันหอมระเหยและ Hydrosol จากอียิปต์ในช่วงศตวรรษที่ 13 จนถึงช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 ก็นำมาพัฒนาเป็นน้ำมันหอมระเหยยุคใหม่ที่เราใช้ในปัจจุบัน นับได้ว่า Hydrosol ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงนี้เอง

ในช่วงปี 1920 และ 1930 นายแพทย์ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุไฟลวกมือจากการระเบิดในห้องทดลอง เขารีบจุ่มมือลงในอ่างของเหลวใกล้ตัว ปรากฏว่ามันช่วยทุเลาความเจ็บปวดลง และบรรเทาอาการของบาดแผลได้เยอะมาก จากนั้นจึงมีการศึกษาว่า ที่ผิวหนังหายเร็วขึ้นหลายเท่าโดยไม่มีแผลเป็นนั้น เป็นเพราะสรรพคุณของของเหลวในโถ ซึ่งก็คือน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง และเกิดคำว่า Natural Aromatic Oils ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก

ปัจจุบันมีการนำ Hydrosol ไปใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โทนเนอร์ เครื่องสำอาง น้ำหอม สมุนไพร ครีมรักษาแผล เรียกว่าใช้ได้ทั้งกิน ดม และทาเข้าสู่ผิวหนัง

Hydrosol ที่วางขายมีทั้งที่สกัดจากกุหลาบ โรสแมรี่ เปปเปอร์มินต์ ลาเวนเดอร์ เลมอน คาโมมายล์ มานูก้า และอีกมากมาย

ส่วนคนตะวันออกกลางก็นำมาผสมน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง เป็นเครื่องดื่มที่ถ้าเรียกให้เข้ากับยุคนี้ก็ต้องบอกว่าเป็น Functional Drink ตอนนี้ในอิหร่านมีน้ำ Hydrosol ให้จิบกันกว่า 50 รสเลยทีเดียว

เมื่อมันน่าสนใจขนาดนี้ เราจึงเดินทางไปหา ครูปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง แห่ง Whispering Cafe และ Little Tree นครปฐม ผู้ที่สนุกสนานกับการเล่น Hydrosol เธอบอกว่า ช่วงโควิด-19 ที่ไม่ได้เปิดร้านอาหาร ทำให้มีผักเหลือใช้เป็นจำนวนมาก เธอจึงทำเอาพืชผักเหล่านี้มาแปรรูป

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

“Hydrosol มีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ เราเลยใช้ฉีดกับร่างกายได้ง่าย เราใช้ฉีดเป็นสเปรย์หอมในห้องก็ได้ มินต์ฉีดแล้วก็จะรู้สึกเย็นสดชื่น คาโมมายล์ก็ฉีดที่หมอนก่อนนอน ช่วยให้ผ่อนคลาย แมลงสัตว์กัดต่อยใช้เลมอนฉีดก็ดีขึ้น โรสแมรี่ช่วยบำรุงผมได้ Tea Tree ก็ช่วยแก้สิวได้” ครูปิ๋มหยิบตัวอย่าง Hydrosol จากพืชชนิดต่าง ๆ มาให้ลองฉีดทดสอบ

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

“เราชอบกลิ่นของมัน ถึงไม่มีกลิ่นก็ยังมีสรรพคุณอยู่ในนั้น มันไม่เข้มข้นเท่าน้ำมันหอมระเหย แต่ก็มีคุณสมบัติเข้มข้นกว่าเอาไปชงเป็นชาประมาณ 30 เท่า” ครูปิ๋มเล่าต่อว่า แรก ๆ เราได้ Hydrosol เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันหอมระเหย แต่หลัง ๆ คนตั้งใจผลิตโดยตรง เพื่อที่จะได้ควบคุมเรื่องความสะอาดและปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องสุขลักษณะเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้พืชที่ปลอดสารเคมีด้วย

“ตอนนี้เริ่มมีคนทำ Hydrosol ขายหลายแบรนด์ทั้งต่างประเทศและไทย แต่เราก็ทำใช้เองได้ ถ้าเรามีของ เรารู้ว่าของของเราปลอดภัย และเราอยากสนุก” ครูปิ๋มยิ้มเมื่อพูดถึงกิจกรรมที่ชวนกันทำได้ทั้งครอบครัว ซึ่งทำได้หลายวิธี แต่วันนี้จะสอนวิธีที่ง่ายที่สุด ทำได้ด้วยอุปกรณ์ที่มีที่บ้าน เป็นวิธีเดียวกับที่ใช้สกัดน้ำใบย่านางซึ่งเคยฮิตเมื่อหลายปีก่อน ทำได้ทุกคนแน่นอน

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน
วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

อุปกรณ์

  1. เตาสำหรับต้มน้ำ
  2. หม้อสะอาด ขนาดค่อนข้างใหญ่ 1 ใบ
  3. ชามทนความร้อน 2 ใบ มีขนาดใหญ่และเล็ก
  4. กะละมังก้นสะอาด ขนาดใหญ่กว่าหม้อเล็กน้อย
  5. พืชที่จะนำมาสกัด
  6. น้ำดื่ม
  7. น้ำแข็ง
  8. ขวดสำหรับใส่ Hydrosol

วิธีทำ

1. หาพืชที่จะนำมาสกัด แล้วแต่ว่าจะหาจากไหน ใครปลูกในบ้านก็ไปเดินเก็บมา หลักคือเลือกพืชที่มีสรรพคุณที่เราชอบหรือกลิ่นที่เราชอบ จะเป็นใบหรือดอกก็ได้ ถ้าต้องไปซื้อหามา ก็พยายามเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่อย่างนั้น Hydrosol ของเราอาจเจือปนไปด้วยยาฆ่าแมลง

วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน
วิธีทำน้ำตบ Hydrosol ที่กำลังมาแบบสุดง่ายจากดอกไม้และใบไม้ที่มีในบ้าน

2. นำมาพืชมาล้างให้สะอาด

3. นำพืชมาวางในหม้อ ไม่มีสูตรและสัดส่วนตายตัว อยากสกัดจากพืชทีละชนิดก็ได้ หรืออยากผสมก็ได้ ถ้าจะผสมก็ลองคิดจากสรรพคุณที่อยากได้ หรือกลิ่นที่อยากดม บางคนรวมพืชกลุ่มซิตรัสเข้าด้วยกัน เช่น เลมอน มะนาว ส้ม ส้มยูสุ กลิ่นก็จะซับซ้อนหน่อย ใส่ได้ทั้งใบและผล

4. วางชามใบใหญ่คว่ำลงกับก้นหม้อเพื่อเป็นฐาน ถ้าเป็นชามที่มีรู เวลาไอน้ำดันขึ้นมาก็จะมีที่ระบาย แต่ถ้าเป็นชามทึบก็ต้องเลือกใบที่หนาและหนักหน่อย ไอน้ำจะได้ไม่ดันจนชามคว่ำ แล้วหงายชามเล็กวางทับด้านบน

5. รินน้ำดื่มใส่หม้อให้ท่วมพืชที่เราใส่ไว้ ถ้าใส่น้ำเยอะไปจะไม่เข้มข้น และช่วงน้ำเดือดอาจล้นเข้าไปในชามเล็กปนกับ Hydrosol

6. ปิดฝาหม้อ ตั้งไฟให้เดือด พอเดือดก็ลดไฟลงเพื่อให้ไอน้ำทำงานในหม้อได้อย่างเต็มที่

7. เมื่อเดือดให้นำกะละมังใส่น้ำแข็งมาวางแทนฝาหม้อ

8. เมื่อไอน้ำในหม้อลอยมาโดนก้นกะละมังที่เย็นจัด จะควบแน่นเป็นหยดน้ำ แล้วหล่นลงในชามเล็กที่หงายไว้ในหม้อ สิ่งที่หยดลงมาคือ Hydrosol ที่เราต้องการ

9. ถ้าน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ให้เติมน้ำแข็งลงไปใหม่เพื่อรักษาความเย็นจัดของกะละมัง

10. ต้มจนน้ำระเหยเกือบหมด แต่อย่าให้หมด เพราะหม้อจะไหม้ และน้ำสกัดที่ได้ช่วงท้ายถือว่าไม่เข้มข้นแล้วทั้งสรรพคุณและกลิ่น

11. พอสิ้นสุดกระบวนการก็ปิดเตาแล้วเปิดฝาหม้อ เราจะได้ Hydrosol ในชามเล็ก ซึ่งอาจจะมีน้ำมันหอมระเหยเป็นชั้นบาง ๆ อยู่ด้านบน

12. รอให้เย็นแล้วบรรจุใส่ขวด ถ้าเป็นขวดสีทึบป้องกันแสงได้จะดีมาก แล้วเก็บไว้ในที่เย็น เพียงเท่านี้เราก็ได้ Hydrosol ไว้ใช้เองในบ้านแล้ว

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ลองแง้มตู้เย็นให้เราดูสักนิด นั่นแน่ เห็นไอศกรีมแช่ติดตู้เอาไว้เหมือนกันล่ะสิ เพราะไอศกรีมคือของหวานติดบ้านที่กินง่าย ซื้อง่าย ถึงเวลาอยากเติมความหวานเข้าร่างกาย แค่คว้าถ้วยไอติมและช้อน ก็ตักกินได้เพลิน ๆ

แต่ถ้าบางทีก็กินไม่หมด หรืออยากลองพลิกแพลงไอศกรีมที่มีให้กลายเป็นเมนูสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องไปซื้อนม ช็อกโกแลต หรือวัตถุดิบอะไรมากมาย Staycation รอบนี้ ขอเปิดประสบการณ์ขนมหวานสุดหรูในครัวบ้าน อย่างเมนู Melted Ice Cream Cake เคี้ยวหนุบหนับคล้าย Sticky Pudding Cake จากเกาะอังกฤษ 

แต่งานนี้ เชฟพลอย-ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ แห่ง Top Chef Thailand Season 2 หรือ wanjaiploy (หวานใจพลอย) คิดเมนูขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบมาก เพียงแค่มีไอศกรีมเข้มข้น แถมยังใช้ทุกองค์ประกอบจากไอศกรีม CARTE D’OR (คาร์ทิดอร์) จากฝรั่งเศสโดยเฉพาะ ก็ได้เค้กเนื้อเนียนนุ่มน่าทาน 

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ

ความพิเศษของไอศกรีม CARTE D’OR คือการเป็นแบรนด์ต้นตำรับของหวานเย็นที่ครองใจชาวฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1978 ของเชฟชาวฝรั่งเศสอย่าง แพทริก มอร์เลต์ ซึ่งถูกพูดถึงในเรื่องวัตถุดิบคุณภาพ เข้มข้น และหรูหราพรีเมี่ยม ในราคาที่จับต้องได้ หาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อ แถมยังมีให้เลือกถึง 4 รสชาติ อย่าง CARAMEL AU BEURRE ไอศกรีมรสคาราเมล ใส่บัตเตอร์ทาร์ต มิกซ์นัท และอัลมอนด์จากออสเตรเลีย À LA VANILLE ไอศกรีมเฟรนช์วานิลลา ซึ่งใช้วานิลลาบีนจากมาดากัสการ์ รวมถึง À LA FRAISE ไอศกรีมที่ผสมชิ้นสตรอว์เบอร์รีลงไปจริง ๆ 

และที่เชฟขอยกมาสาธิตกันที่ PP Baking Studio สตูดิโอสีขาวแสนน่ารักของเชฟในวันนี้ คือ AU CHOCOLAT NOIR ไอศกรีมรสดาร์กช็อกโกแลตผสมชิ้นช็อกโกแลตจากอิตาลี รสชาติคลาสสิคดั้งเดิมที่เชฟพลอยขอหยิบมาใช้

ขอให้ทุกคนเตรียมจดสูตรให้ดี เพราะเจ้าแห่งนักดัดแปลงขนมอบจะบอกขั้นตอนอย่างละเอียดให้ทำตามไปพร้อมกัน 

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ

ส่วนผสม

  1. ไอศกรีม Carte D’or รส AU CHOCOLAT NOIR หนึ่งถ้วย 340 กรัมทำตัวเค้ก
  2. ไอศครีม Carte D’or รส À LA FRAISE หนึ่งถ้วย เพื่อทานคู่กัน
  3. แป้งอเนกประสงค์ 30 กรัม
  4. ผงฟู 0.5 กรัม
  5. เกลือ 0.5 กรัม
  6. แป้งข้าวโพด 5 กรัม
  7. เจลาตินผง 2 กรัม
  8. วิปครีม 200 กรัม
  9. ผลไม้ตามใจชอบ
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ

วิธีทำเนื้อแป้ง

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. เทไอศกรีมที่ละลายแล้วออกไป 220 กรัม ให้เหลือไว้ในถ้วย 120 กรัม
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ใส่แป้งอเนกประสงค์ ผงฟู และเกลือลงไป คนให้เข้ากัน
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. นำถ้วยเข้าในไมโครเวฟ โดยตั้งไฟกลาง ใช้เวลาประมาณ 1.45 นาที
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. นำออกจากไมโครเวฟแล้วนำไปพักไว้ในตู้เย็น เพื่อไม่ให้ครีมหรือซอสที่จะราดบนเค้กละลาย

วิธีการทำซอสราด

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. เทไอศกรีม 100 กรัมลงในภาชนะที่เตรียมไว้
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ผสมแป้งข้าวโพดลงไปเพื่อทำให้ช็อกโกแลตข้นขึ้น 
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. จากนั้นก็ตั้งเตาไฟอ่อน เคี่ยวจนกว่าจะเดือดปุด เพื่อให้แป้งข้าวโพดสุก (คนไปเรื่อย ๆ และต้องคอยดูระวังไหม้)
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. จากนั้นปิดเตา แล้วนำไปพักไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาทีเพื่อให้เซ็ตตัว

วิธีทำมูสช็อกโกแลต

แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ใส่น้ำ 5 ส่วนลงในเจลาตินผง 1 ส่วน คนให้เข้ากัน 
แปลงไอศกรีมในตู้เป็น Sticky Pudding Cake แสนอร่อย ทำง่ายด้วยไมโครเวฟ
  1. ระหว่างนั้นก็ตีวิปครีม 200 กรัมให้ขึ้นฟู
  1. ก่อนนำเจลาตินละลายน้ำแล้วไปเวฟประมาณ 45 วินาที แล้วเทลงในไอศกรีมที่เหลือ 120 กรัม แล้วคนด้วยความรวดเร็ว 
  1. จากนั้นเทใส่ลงในวิปครีมบางส่วนที่ขึ้นฟู คนให้เข้ากันจะได้มูสรสช็อกโกแลต ส่วนวิปครีมธรรมดาที่เหลือจะนำไปใช้ทาลงบนฐาน)

วิธีประกอบร่าง

  1. นำเค้กที่แช่ตู้เย็นเอาไว้ออกมา แนะนำให้แซะรอบข้างออกก่อนแล้วฉีกถ้วยออก
  1. หั่นเค้กออกเป็น 2 ส่วน
  1. ชั้นล่างให้ทาวิปครีมที่ยังไม่ได้ผสม วางผลไม้ตามใจชอบ 
  1. หยอดมูสช็อกโกแลตลงตรงกลางให้เต็ม
  1. วางเค้กที่เหลือประกบเข้าด้วยกัน
  1. ค่อย ๆ ราดซอสช็อกโกแลตลงด้านบน จะใช้ช้อนหรือถุงบีบก็ได้
  1. วางไอศกรีมลงปิดท้าย ก่อนท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตามใจชอบ ซึ่งเชฟพลอยเลือกราสป์เบอรี่และเชอร์รี่มาทานคู่กับไอศกรีมรสสตรอว์เบอรี เพราะอยากให้มีรสชาติเปรี้ยวตัดกับช็อกโกแลตรสหวาน เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

เคล็ดไม่ลับฉบับเชฟพลอย

  1. สามารถสร้างโมเมนต์อร่อยได้ตามใจ เปลี่ยนรสชาติเนื้อเค้กและไอศกรีมทานคู่ เช่น การใช้รสเฟรนช์วานิลลาเป็นเบสเค้ก จับคู่กับรสดาร์กช็อกโกแลตเป็นท็อปด้านบน DIY เป็นสไตล์ตัวเอง หรือถ้าอยากข้ามขั้นตอนทำซอสและมูส หลังจากนำตัวเค้กออกจากไมโครเวฟ ก็โปะไอศกรีมทานคู่กันเลยก็ได้ เคล็ดลับอยู่ที่ยิ่งถ้าใช้ไอศกรีมเข้มข้น เนื้อเค้กก็จะยิ่งหนาเนียนนุ่มตามไปด้วย
  2. ถ้าอยากให้วิปครีมขึ้นฟูเร็ว แนะนำให้แช่วิปครีมให้เย็นจัดก่อนและตีด้วยความถี่เยอะ ๆ
  1. เจลาตินจะแข็งเร็วมาก ดังนั้น ถ้าออกจากไมโครเวฟแล้วต้องผสมลงในช็อกโกแลตทันที
  2. ทั้งหมดนี้ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นอันได้ตักความอร่อยสุด ๆ เข้าปาก

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load