หลายคนเคยบอกว่าพิษณุโลกเป็นมืองทางผ่าน ขนาด ตาล-พญ.ทวินันท์ ฉิมนาค ลูกหลานคนพิดโลกก็บอกกับเราเช่นนั้น แต่วันนี้ไม่เป็นดังคำบอกเล่า เพราะการเกิดขึ้นของ ‘หุ่น ไร่ กา’ รีสอร์ตและคาเฟ่กลางผืนนาของคุณย่า สร้างปรากฏการณ์ใหม่ กลายเป็นแลนด์มาร์กสร้างชื่อของจังหวัด ดึงดูดผู้คนต่างถิ่นแวะเวียนมาพักไม่ขาดสาย

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาสีเขียวขจีขนาด 13 ไร่ ก่อร่างความคิดจากตาล เธอชักชวนคนในครอบครัวมาร่วมลงแรงกายและแรงใจพัฒนาพื้นที่ โดยมีเป้าหมายคือความยั่งยืนที่มาพร้อมการรักษาสมบัติชิ้นสุดท้ายของคุณย่า

ที่สำคัญ หุ่น ไร่ กา ยังนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชนนอกเมือง และเติบโตไปพร้อมๆ กับเพื่อนบ้าน

เพียงระยะเวลาไม่ถึงขวบปี ที่พักพ่วงคาเฟ่แห่งนี้เคยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึง 1,000 คน ต่อวัน แม้สถานการณ์วิกฤตโรคระบาด หุ่น ไร่ กา ก็ยังคงยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง และคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่อยู่เสมอ

อะไรเป็นเหตุผลให้หลานสาวของคุณย่าทุ่มเทพลังใจได้มากมายขนาดนี้ นี่คือคำตอบ

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

จากหุ่นไล่กา สู่ หุ่น ไร่ กา

ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของกิจการที่พัก หมอตาลเปิดคลินิกความงามอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกนานกว่าสิบปี จนมีความคิดอยากทำโปรเจกต์ที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้า โดยเธอมีที่ดินหนึ่งผืนที่คุณพ่อมอบให้เป็นมรดก

“ความตั้งใจจริงๆ เราไม่อยากให้ที่ดินผืนนี้หายไป เพราะมันเป็นผืนสุดท้ายของย่าที่เก็บไว้ให้ลูกๆ เมื่อก่อนย่ามีที่ดินเยอะกว่านี้ แต่ต้องขายเพื่อเลี้ยงลูกทั้งหมดเก้าคน ที่ดินผืนนี้เลยมีคุณค่าที่ควรจะรักษาไว้” หลานย่าเล่า

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

เดิมทีผืนนานี้ถูกปล่อยเช่าให้คนในชุมชนมาทำนา ตาลมองว่าถ้ายังทำแบบเดิม ก็ไม่เกิดการพัฒนาของชุมชนและพื้นที่ เธอปิ๊งความคิดทำเป็นคาเฟ่บนท้องนาของคุณย่า และรีสอร์ตขนาด 4 ห้องพักบนท้องนาของคุณป้า 

ความคิดในหัวถูกแปลงออกมาเป็นจริงด้วยการร่วมมือกันกับ ภูริทัต ชลประทิน จาก ธรรมดา อาร์คิเทค ตาลให้โจทย์สถาปนิกไปว่า ‘เรียบง่าย ไม่ธรรมดา มีลูกเล่น’ โดยบริบทเกิดขึ้นกลางทุ่งนา ภูริทัตก็ตีความหมายออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ไม่ธรรมดา จนกลายมาเป็น หุ่น ไร่ กา ที่เกิดจากการเริ่มต้นมองหาบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในท้องนาสีขจี

“หุ่นไล่กา คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในทุ่งนา เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหา จนเราเข้าใจว่าหุ่นไล่กาเป็นหนึ่งเดียวกับทุ่งนาไปแล้ว เราเลือกแทนการคงอยู่ของหุ่นไล่กาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบครั้งนี้

“เราแทนค่าเพลนของอาคารเป็นหุ่นไล่กา ที่วางตัวอยู่ในทุ่งนาอย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ภาพรวมของรีสอร์ตจะเห็นเพลนอยู่แปดเพลน เรียงตัวในมุมที่ต่างกัน เกิดที่ว่างระหว่างแต่ละเพลน ที่ว่างส่วนหนึ่งก่อตัวเป็นที่พัก และอีกส่วนหนึ่งปล่อยให้ทุ่งนาไหลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร ที่เหลือคือหน้าที่ของแสง ทำให้เห็นมุมมองที่ต่างไปในแต่ละช่วงเวลา ฉะนั้น หุ่นไร่กาจึงเป็นการเปรียบเปรยสิ่งที่มีอยู่แล้วในทุ่งนา เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และพยายามให้ตัวเองดูกลมกลืนกับความเรียบง่ายที่สุดของบริบทรอบข้าง แต่ก็ยังมีความต่างในตัวเอง” สถาปนิกอธิบายความคิด

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

วัสดุที่ใช้ก่อร่างเป็นกำแพงสูง มาจากอิฐบล็อกฉาบพร้อมสีฝุ่นสีส้ม ได้แรงบันดาลใจจากดิน ซึ่งเด่นชัดตัดกับสีเขียวจากธรรมชาติ แถมมีเท็กซ์เจอร์เป็นเส้นตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ลากยาวจากบนสุดถึงล่างสุด ตาลกระซิบว่ามีไอเดียน่ารักมาจากรอยไถคราด หรือกระบวนการเตรียมดินก่อนปักดำ ทั้งหมดเป็นฝีมือของช่างก่อสร้างในจังหวัดพิษณุโลก

ส่วนคาเฟ่ก็งดงามไม่น้อยหน้า ใช้อิฐบล็อกและบล็อกช่องลมหลายรูปแบบมาก่อจนเป็นผนังสูง 

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก
หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

“กำแพงช่องลมตรงหน้าของโครงการ เราเปรียบเป็นกริดของทุ่งนาที่เราจับมันตั้งขึ้นมาอีกที แล้วมันก็คล้ายลายผ้าขาวม้าที่ชาวบ้านเขาใช้กัน” ภูริทัตเล่า ก่อนตาลจะเสริมต่อ “เราใช้กระจกมาใส่บริเวณทุ่งนาด้วย เพื่อให้กระจกสะท้อนภาพวิวรอบข้างทั้งหมด คนที่ไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ จะรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ไกลสุดลูกหูลูกตา”

หัวใจสำคัญที่ภูริทัตและตาล หนุ่ม-สาวพิษณุโลกเห็นพ้องต้องกัน และอยากสื่อสารกับผู้มาเยือนก็คือ

“เราอยากให้คนรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในทุ่งนาแต่ละฤดูกาล บางช่วงทุ่งนาเป็นสีเขียว บางช่วงทุ่งนาเป็นสีทอง เราไม่อยากให้คนยึดติดว่าทุ่งนาต้องเขียวเสมอ แต่เรามองว่าทุ่งนาก็มีความน่าสนใจต่างกันในแต่ละฤดู และสถาปัตยกรรมจะคงอยู่ เพื่อรอให้ธรรมชาติมาทำหน้าที่แต่งแต้มให้มันมีชีวิตที่ต่างกันไป” ภูริทัตขยายความ

เพราะทุกความเปลี่ยนแปลงงดงามเสมอ ธรรมชาติก็เช่นกัน

หุ่น ไร่ กา รีสอร์ตกลางทุ่งนาที่ทำให้ชุมชนกลับมาคึกคักจนเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลก

จากทางผ่าน สู่แลนด์มาร์ก

“ตอนเช้าคุณจะถูกปลุกด้วยฝูงนกกลุ่มใหญ่ที่ลงมากินน้ำค้างยอดข้าว จนคุณต้องตื่นมาดู ส่วนตอนกลางวัน สายลมเอื่อยๆ ชวนให้คุณเอนตัวลงตามร่มเงา และตอนค่ำ คุณจะถูกขับกล่อมด้วยเสียงกบ เสียงเขียด” 

คำบรรยายบรรยากาศของสถาปนิกจาก ธรรมดา อาร์คิเทค ทำเอาเราอยากจะพุ่งตัวไปยืนหน้ารีสอร์ตแห่งนี้เสียจริงๆ ขอพิสูจน์ว่ากลิ่นดิน กลิ่นโคลน สายลม แสงแดด และทุ่งนาเขียวขจี จะเพลินตา เพลินใจ ขนาดไหน 

ที่พัก 4 ห้องกลางท้องนา ถูกออกแบบให้ทันสมัยและสะดวกสบาย ต่างกันตรงวิวธรรมชาติ แต่ละห้องจะไม่เหมือนกัน ตามแต่องศาที่ถูกบิดไปบิดมา เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว ที่เก๋ไก๋ใกล้ชิดท้องทุ่งคือ หุ่น ไร่ กา จะมีแปลงนาอยู่หน้าห้องพัก ให้คุณสัมผัสกลิ่นต้นข้าวอ่อนๆ ตั้งแต่หน้าประตู ซึ่งนาข้าวทั้งหมดก็ทำจริง ขายจริงด้วยนะ

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน
รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

ส่วนอาหารการกินไม่ต้องห่วง อิ่มท้อง นอนอุ่น! เพราะอาหารเช้าทางที่พักจัดเตรียมให้ ถ้าอยากได้อาหารท้องถิ่น ปาท่องโก๋ ก็กระซิบบอกพี่ๆ พนักงานได้เลย พร้อมจับจ่ายจากตลาดถึงหน้าห้อง อ้อ อาหารไทยของที่นี่ก็ได้รับความนิยมจนต้องยกนิ้ว คุณพ่อของตาลจ่ายตลาดและเข้าครัวต้ม ผัด แกง ทอด ร่วมกับป้าๆ น้าๆ เองด้วย แต่ละเมนูชื่อน่าลิ้ม อย่างยำหัวปลีทอด สำรับคุณปู่ สำรับคุณย่า รวมของโปรดคุณปู่ คุณย่า ไว้ในสำรับ หรือ ไข่พะโล้โบราณ มีที่มาจากสูตรของคุณป้าที่เคยทำขายอยู่ในกรุงเทพฯ กว่า 50 ปี ซึ่งเมนูส่วนใหญ่คิดขึ้นจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเป็นหลัก

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน
รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

เมื่อพักผ่อนเต็มตื่น ถึงเวลาท่องเที่ยว ตาลแนะนำว่า ตื่นเช้าๆ มาใส่บาตร ทำบุญ แล้วไปไหว้พระพุทธชินราช วัดใหญ่ เที่ยวในเมืองจนหนำใจแล้วมุ่งหน้าสู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อย่างเนินมะปราง อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ภูหินร่องกล้า ฯลฯ หรือจะเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียงอย่างสุโขทัย ขับสบายๆ 50 กิโลเมตรก็ถึงปลายทาง

“ปกติพิษณุโลกเป็นเมืองผ่าน เขาจะไม่แวะนอนกันเลย กลายเป็นว่าเขาเลือกแวะนอนที่นี่สักคืนแล้วค่อยเดินทางต่อ บางคนมาจากเชียงรายจะเข้ากรุงเทพฯ ก็แวะพิษณุโลกก่อน หรือมาจากกรุงเทพฯ ก็แวะพักที่เราก่อนแล้วค่อยเข้าเชียงใหม่ ลูกค้ารู้สึกว่า หุ่น ไร่ กา เป็นส่วนตัว มาพักที่นี่แล้วปลอดภัย มันเป็นการมาพักผ่อนจริงๆ

“ตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กของพิษณุโลกไปแล้ว” เจ้าบ้านเล่ายิ้มๆ 

การเกิดขึ้นของ หุ่น ไร่ กา พาผู้คนจากทั่วสารทิศมาหยุดที่ (อดีต) เมืองทางผ่าน แวะชมธรรมชาติ สนุกกับวิถีท้องถิ่น อุดหนุนกิจการเล็กๆ ในจังหวัด กำไรที่ได้คือเมืองพิษณุโลกเป็นที่รู้จักและกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

จากท้องนา สู่ความเจริญ 

เราชวนตาลย้อนวัยเด็กถึงพื้นที่ก่อนจะมาเป็น หุ่น ไร่ กา, สมัยนู้น ณ ตำบลมะขามสูง พื้นที่ของ หุ่น ไร่ กา เป็นท้องนา ไม่มีแม้กระทั่งบ้านเรือน ส่วนฝั่งตรงข้ามติดกับแม่น้ำน่าน มีคนอาศัยและบ้านหลายหลังคาเรือน หากพูดกันตามตรง ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่มากนัก และชุมชนละแวกนั้นยังไม่มีใครกล้าสร้างกิจการใดๆ ขึ้นมา

จนวันที่ หุ่น ไร่ กา เริ่มก่อร่างจากศูนย์ถึงร้อย ชาวบ้านรู้สึกถึงสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ทุกคนลุ้นและรอคอย

“มันเป็นปรากฏการณ์จริงๆ นะ” ตาลพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ช่วงแรกที่เปิด รถจอดจนล้น คนแถวนั้นตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา คนมาเป็นพันต่อวัน ผลที่ตามมาทำให้คนแถวนั้นรู้สึกว่าชุมชนของเขาเจริญขึ้น มีการพัฒนา และแถวร้านเราก็มีตลาดนัดเกิดขึ้น ลูกค้าบางคนแวะมากินกาแฟที่ร้าน แล้วไปทานข้าวในร้านอาหารละแวกนั้นต่อ ซึ่งปกติมันไม่เคยเกิดการกระจายรายได้ขนาดนี้มาก่อน” ความตั้งใจของเธอทำให้ชุมชนกลับมาคึกคัก

ไม่เพียงนำสิ่งสวยงามมาสู่ท้องถิ่น แต่ หุ่น ไร่ กา กลายเป็นมาตรฐานใหม่ให้คนพิษณุโลก

ตาลเล่าด้วยความดีใจ (มาก) ว่า มีสถาปนิกท่านหนึ่งบอกว่าคาเฟ่ของ หุ่น ไร่ กา เป็นมาตรฐานให้คาเฟ่น้องใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในพิดโลก ถ้าจะทำ ต้องทำให้ดีและมีเรื่องราว นอกจากคาเฟ่แล้ว สถานที่กลางทุ่งนาแห่งนี้ยังเป็นไอเดียตั้งต้นให้คนพิดโลกหยิบที่ดินมรดกของครอบครัว มาแปรเปลี่ยนเป็นกิจการเล็กๆ ในท้องถิ่นของตัวเองด้วย 

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

“เราภูมิใจนะที่ได้ยินแบบนั้น เพราะเราพยายามสู้ พยายามสร้าง จนมันเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนในบ้านภูมิใจ อีกอย่าง การสร้างคาเฟ่เราว่าไม่ยากหรอก ใครมีเงินก็สร้างได้ แต่ตอนดำเนินการต่างหากที่ยาก มันต้องใช้ใจ”

ความแน่วแน่ที่จะพัฒนาพื้นที่ก็ยังเป็นพลังคอยผลักดันเธออยู่เสมอ ตอนนี้เธอและภูริทัตกำลังคิดโปรเจกต์ใหม่ สร้างอาคารขนาดย่อมใน หุ่น ไร่ กา เพื่อแบ่งปันความรู้ในการออกแบบร้านกาแฟในสถานการณ์โควิด-19

“เราพยายามแชร์กับสถาปนิกเพื่อสร้างอะไรใหม่ๆ กัน แล้วก็อยากดึงธรรมชาติเข้ามาด้วย” 

ทำไมต้องคิดสร้างสิ่งใหม่ในพื้นที่อยู่ตลอด-เราถามทันที 

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

“เพราะเราไม่อยากให้มันตายไปหรือเป็นแค่กระแส ถ้าไม่เกิดการพัฒนา ร้านจะอยู่ได้แค่เดือนแรก เลยต้องพัฒนาเรื่อยๆ ให้เข้ากับยุคสมัย เมื่อเลือกจะทำแบบนี้แล้วก็ไม่ควรหยุดนิ่ง ควรจะเป็นธุรกิจที่ส่งต่อให้คนอื่นได้”

การมีหัวใจที่คิดจะส่งต่อ เป็นหนทางหนึ่งที่จะพาท้องนาบ้านย่าสู่ความยั่งยืนในอนาคต

จากการรักษา สู่การแบ่งปัน

เป็นอันรู้กันว่าสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลต่อกิจการที่พัก ร้านอาหาร และสารพัดธุรกิจ

“ตอนตั้งโจทย์ เราขายคนต่างจังหวัดที่มาท่องเที่ยว คิดว่าจะขายยากเหมือนกัน เพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว เราอยู่ในอำเภอเมือง มีบริบททุ่งนาเป็นจุดขาย เพราะพิษณุโลกก็ยังไม่มีที่พักกลางทุ่งนาที่ชัดเจนแบบนี้ 

“แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าคนมาพักจากจังหวัดพิษณุโลกเยอะเหมือนกัน บางคนก็มาพักซ้ำ ในช่วงโควิดแบบนี้ เขาบอกว่ามันเครียด อยากพักผ่อน ขอแค่ออกมาเปลี่ยนที่นอน ได้มองดูธรรมชาติ แค่นี้เขาก็สบายใจแล้ว”

แม้คลื่นระลอกสามจะพัดพารายได้และลูกค้าลดลง แต่เธอยังรักษาพนักงานไว้ครบ กิจการอยู่ได้อย่างมั่นคง ส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนของคนในพิษณุโลก ที่แวะเวียนมาเปลี่ยนบรรยากาศและสูดอากาศบริสุทธิ์

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

“แล้วก็ความจริงใจ” ตาลเผยเคล็ดลับที่ทำให้ หุ่น ไร่ กา เป็นรีสอร์ตและคาเฟ่ที่เหนือความคาดหมาย

“เคยมีคนถามเราถึงแผนธุรกิจว่าคืนทุนหรือยัง เราบอกว่าเราไม่ได้คิด คิดแต่จะทำเพิ่มมากกว่า แล้วก็คิดว่าจะทำยังไงให้ธุรกิจยั่งยืนต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเรามองว่าการพัฒนาจะพาเราไปถึงจุดนั้นได้ และเราก็ไม่ได้โตแค่คนเดียว 

“เราโตไปพร้อมๆ กับชุมชนรอบข้าง สิ่งที่เราทำเป็นการดึงความเจริญเข้ามาสู่นอกเมือง พอมีคนรู้จักหรือพูดถึง หุ่น ไร่ กา นั่นแสดงถึงการมีตัวตนของ หุ่น ไร่ กาด้วย ความภูมิใจของเราคือการให้ ให้คนในชุมชนมีอาชีพ”

การทำธุรกิจด้วยใจที่แบ่งปันและเดินหน้าพร้อมกันกับกิจการเพื่อนบ้าน แม้ช้า แต่ชัวร์

“ส่วนความสุขของเราคือการรักษา เติบโต และพัฒนาที่ดินของคุณย่า” หลานย่าเล่าหัวใจสำคัญ

หุ่น ไร่ กา ไม่ได้มีตัวตนแค่ในประโยคที่คนพูดถึง ตาลและท้องนาบ้านคุณย่าพิสูจน์แล้วว่า สถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ผู้คน ชุมชน และจังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถึงขวบปีนี่ ‘เป็นปรากฏการณ์จริงๆ’

รีสอร์ตและคาเฟ่กลางทุ่งนาพิษณุโลก ที่ตั้งใจรักษาที่ดินผืนสุดท้ายของคุณย่าไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นที่และนำความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน

หุ่น ไร่ กา 

ที่ตั้ง : 99 ตำบลมะขามสูง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000

คาเฟ่และร้านอาหารเปิดบริการทุกวัน เวลา 09.30 – 18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 09.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2927 5155

Facebook : หุ่น l ไร่ l กา

ภาพ : หุ่น ไร่ กา

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“นั่งก่อนเลย เดี๋ยวชงกาแฟให้กิน”

คำทักทายแรกอย่างเป็นมิตรของ ระเด่น หลงสวาสดิ์ หรือ ครูเก่ง ครูดนตรีไทยชำนาญการที่ตัดสินใจวางมือจากอาชีพการสอนกว่า 20 ปี กลับมาเปลี่ยนแปลงพื้นที่หลังบ้านให้กลายเป็น ‘เรือนระเด่น’ โฮมสเตย์เรือนไทยขนาด 2 ห้องนอน และครูดนตรีไทยคนนี้ยังแบ่งปันพื้นที่บางส่วนของเรือนเป็นห้องเรียนดนตรีไทยเล็กๆ ให้กับเด็กๆ ในชุมชนคลองเขิน สมุทรสงคราม พ่วงร้านกาแฟขนาดน่ารักไว้นั่งพักจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ครูเก่งลงมือสร้างเองทั้งหมด

เรือนระเด่น : โฮมสเตย์เรือนไทยริมคลอง จ.สมุทรสงคราม ของครูดนตรีไทยกลับบ้าน

เสียงเครื่องดนตรีไทยคลอเคล้าบรรยากาศร่มรื่น คูน้ำสีใสสะท้อนเงาใบไม้สีเขียวโอบล้อมทั่วบริเวณบ้านอย่างอบอุ่น แดดยังแผดจ้า ครูเก่งชวนเราเข้ามานั่งพักในร้านกาแฟคั่วละมุน ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าตัวเรือน เขาปลีกตัวเข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์สักครู่ และกลับออกมาพร้อมกาแฟเย็นหลายแก้ว แค่เห็นก็รู้สึกว่าร่างกายเริ่มคลายความร้อน

“กินก่อน เดี๋ยวคุยกันไม่รู้เรื่อง” 

ชายตรงหน้ายื่นขนมกลีบลำดวนและคุกกี้สิงคโปร์กล่องโตฝีมือคุณแม่ให้เราเป็นเครื่องเคียงเคล้าคาเฟอีน ทำให้บทสนทนาลื่นคอขึ้นมาเป็นกอง แถมความเป็นกันเองของครูเก่งก็สร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มทำความรู้จัก

ชวนจิบกาแฟหอมกรุ่นแกล้มเรื่องราวของครูดนตรีไทยที่หลงใหลเสน่ห์บ้านเรือนไทย จนเก็บหอมรอมริบสร้างโฮมสเตย์ริมคลอง เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนต่างถิ่น และปันความรู้ที่มีให้เด็กเล็ก-เด็กโต ผ่านเครื่องดนตรีไทย

เรือนระเด่น : โฮมสเตย์เรือนไทยริมคลอง จ.สมุทรสงคราม ของครูดนตรีไทยกลับบ้าน

กลับบ้าน สร้างเรือนไทย

“เมื่อก่อนวิถีชีวิตแถวนี้เป็นบ้านเรือนไทยทั้งหมด เราเคยอยู่บ้านของคุณย่า ซึ่งเป็นบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ ส่วนบ้านของพ่อแม่ตั้งอยู่ริมน้ำ ขายกาแฟและอาหารตามสั่ง จนกระทั่งเข้ามาเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ บ้านมันก็เริ่มทรุด เราเลยมีความคิดว่าอยากจะปลูกบ้านหลังใหม่” ครูเก่งเล่าจุดเริ่มต้นที่อยากสร้างบ้านเรือนไทยของตัวเอง

นอกจากประสบการณ์วัยเด็กที่คุ้นเคยกับบ้านเรือนไทยเป็นอย่างดี ครูเก่งเล่าว่าตนเองนั้นเห็นเรือนไทยที่ไหนเป็นไม่ได้ จะต้องขอเข้าไปสำรวจ นั่ง นอน บางครั้งก็พกตลับเมตรเข้าไปวัดขนาดด้วยว่าฝาบ้านกว้างยาวเท่าไหร่ ความหลงใหลยังพาครูเก่งเข้าสู่โลกบ้านเรือนไทย ทั้งลงมือศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและร่างแบบบ้านในฝันขึ้นมา

“ครูปลูกบ้านแบบหยอดกระปุก หมายถึงว่าซื้อของทีละอย่าง ซื้อทีละชิ้นส่วน ทำงานไปก็ซื้อเก็บไป ตอนแรกซื้อเสามากองไว้ก่อน แล้วก็ซื้อฝาบ้านมากองไว้บ้าง ท้ายสุดคือซื้อหลังคา แล้วก็ประกอบกันให้เป็นตัวเรือน

“ไม้เก่าใช้ทำฝ้ากับพื้น ส่วนพวกระแนง จันทัน ลอด แปรต่างๆ เป็นของใหม่ทั้งหมด”

เรือนระเด่น : โฮมสเตย์เรือนไทยริมคลอง จ.สมุทรสงคราม ของครูดนตรีไทยกลับบ้าน
เรือนระเด่น : โฮมสเตย์เรือนไทยริมคลอง จ.สมุทรสงคราม ของครูดนตรีไทยกลับบ้าน

แรกเริ่มเดิมที เรือนระเด่นควรมีขนาดเล็กกว่านี้เกือบเท่าตัว แต่ด้วยความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการก่อสร้าง จึงทำให้เรือนไทยหลังย่อมในจินตนาการกลายเป็นเรือนหลังใหญ่เกือบครึ่งสนามฟุตบอล นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้ครูเก่งเปิดประตูเรือนต้อนรับแขก ทำเป็นโฮมสเตย์ตากอากาศแบบเป็นกันเอง เพราะหากอยู่คนเดียว ก็อาจเงียบเหงาไปเสียหน่อย

“ลูกค้าที่มาพัก ตอนเดินเข้ามายังไม่รู้จักกัน แต่พอกลับออกไป ลูกค้าจะกลายเป็นเพื่อนเราทุกคน”

กาแฟพร่องไปครึ่งแก้ว แดดเริ่มร่มลงแล้ว ครูเก่งอาสาพาเราเดินสำรวจรอบบ้าน 

มีเรือนไทยสองชั้นขนาดใหญ่สมกับที่ครูเก่งเล่าไว้ไม่มีผิด ชั้นล่างเป็นโถงขนาดกว้าง ยึดโยงโครงสร้างด้วยเสาปูน และมีห้องพักสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันไดไปพักบนเรือนไทย เราสังเกตชุดโต๊ะเก้าอี้เล็กๆ ที่ถูกจัดไว้เรียงรายไว้รอบบ้านสำหรับนั่งจิบกาแฟและเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆ และแน่นอนว่าครูเก่งลงมือสร้างเองทั้งหมดอีกเช่นเคย

เรือนระเด่น : โฮมสเตย์เรือนไทยริมคลอง จ.สมุทรสงคราม ของครูดนตรีไทยกลับบ้าน
เรือนระเด่น : โฮมสเตย์เรือนไทยริมคลอง จ.สมุทรสงคราม ของครูดนตรีไทยกลับบ้าน

“เราทำมุมนั่งกินกาแฟเต็มไปหมด แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีปัญญาได้นั่งเองเลยนะ ได้แต่กวาด 

“ตอนที่ยังสอนหนังสืออยู่ ต้องขับรถไปกลับจากบ้านไปโรงเรียนที่สมุทรปราการ วันละเกือบสองร้อยกิโล ก็เริ่มคิดแล้วว่าถ้าเราอยากให้คนมาที่นี่ได้รับความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เราก็ต้องมีความรู้สึกว่าเราได้พักอยู่ที่บ้านก่อน”

หากนับขวบปีที่ครูเก่งทำหน้าที่เป็นพ่อพิมพ์ให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนก็เข้าปีที่ 20 แบบพอดิบพอดี 

ส่วนธุรกิจโฮมสเตย์เพิ่งจะเกิดขึ้นมาเมื่อ 8 ปีให้หลังนี้เอง ซึ่งครูเก่งเพิ่งวางมือจากการสอนหนังสือ มาดูแลเรือนระเด่นอย่างเต็มตัวเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้จะท้าทายและมีความเสี่ยงต่องบประมาณในกระเป๋าสตางค์อยู่บ้าง แต่ครูเก่งย้ำกับเราว่า การลงมือทำย่อมได้อะไรบางอย่างกลับมาเสมอ และการได้กลับมาอยู่บ้าน เป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้

อยู่บ้านท่าน นอนนั่งสบาย

ชั้นสองของตัวเรือน เป็นที่ตั้งของเรือนไทยขนาด 5 หมู่ หลังคาจั่วไม้ชูยอดเด่นเป็นสง่า ในสุดตรงกลางคือเรือนดนตรี ขนาบข้างด้วยห้องครัวและศาลานั่งเล่น ส่วนปีกซ้ายขวาคือเรือนนอนสองห้องที่มีป้ายไม้แขวนอยู่ 

ซ้ายห้องบุษบา ขวาห้องสารถี

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้าง ‘เรือนระเด่น’ เรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

“เราตั้งชื่อตามสิ่งที่เราชอบ สารถีเป็นชื่อเพลงไทยในวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน และที่นี่คือเรือนระเด่น ก็เลยต้องมีบุษบา เป็นพระกับนาง แต่ตอนนี้ยังอยู่คนเดียวอยู่เลย” ครูเก่งทำทีเขินเล็กน้อยเมื่อพูดถึงนางบุษบาในชีวิตจริง

เรือนนอนทั้งสองห้องตกแต่งคล้ายกัน เตียงขนาดใหญ่พอให้นอนได้ 2 – 3 คนแบบสบายๆ ส่วนตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ล้วนเป็นของเก่าที่ครูเก่งสะสมไว้และซื้อหามาประดับเพิ่มเติม มองภาพรวมแล้วทุกอย่างดูเข้ากันแบบไม่หลุดธีม ช่างน่าเสียดายที่วันนี้ไม่ได้แต่งชุดไทยสไบเฉียงมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงเข้ากับบรรยากาศน่าดู 

แต่สิ่งที่แปลกไปจากโฮมสเตย์ทั่วไป คือ 2 ห้องพักไม่มีเครื่องปรับอากาศเลยสักตัว

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้าง ‘เรือนระเด่น’ เรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

“บ้านเรือนไทยแบบโบราณไม่มีระบบปรับอากาศ อาศัยความเย็นจากช่องลมของบ้านแทน เราเลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ดีกว่า เอาแบบธรรมชาติ ใครอยากมาสัมผัสธรรมชาติก็มานอนที่นี่” เจ้าบ้านเล่าเหตุผล

ครูเก่งพาเราเดินมาหยุดที่เรือนดนตรี ใช้เป็นที่พำนักของเครื่องดนตรีชิ้นน้อยใหญ่ละลานตา ชนิดที่ว่าถ้าตั้งวงปี่พาทย์ ที่นี่ก็มีให้คุณพร้อมสรรพโดยไม่ต้องสรรหาอะไรเพิ่ม ซึ่งครูเก่งเล่นเป็นทุกชนิดยกเว้นจะเข้ แกบอกว่าไม่คิดจะเริ่มฝึกแล้ว เพราะมือด้านเกินกว่าจะหัด แต่เครื่องดนตรีที่ชำนาญมากที่สุดคือระนาด ขิม และอีกอย่างคือ ขับร้อง 

ที่สำคัญ ครูเก่งยังเปิดสอนดนตรีไทยให้กับเด็กๆ ในชุมชนทุกวันเสาร์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วย 

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้างเรือนระเด่นเรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

“จังหวัดนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดนตรี ตัวเราคลุกคลีกับดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากพ่อเป็นคนสอน แล้วก็ส่งไปเรียนดนตรีที่บ้านไทยบรรเลง จากนั้นก็เรียนจบด้านดนตรีมาโดยเฉพาะ เราเลยคิดว่าถ้าทำพื้นที่ตรงนี้ให้เด็กๆ มาเรียนก็น่าจะดี 

“บางคนเราหัดให้ตั้งแต่ศูนย์จนเล่นคล่องเลยก็มี ใครอยากเรียนก็มาเลย เครื่องดนตรีมีให้แล้ว แค่คุณมาเรียนและมีความตั้งใจเท่านั้นเอง แต่เด็กบางคนไม่ยอมเรียน วิ่งรอบบ้านเลยก็มี กะจะจับผูกเชือกกับเครื่องดนตรีแล้ว ไม่ให้ไปไหน พูดเล่นครับ” คำบอกเล่าเคล้าเสียงหัวเราะของครูเก่ง ช่วยขับเน้นความหรรษาที่เคยเกิดขึ้นในเรือนแห่งนี้

ความตั้งใจในอนาคตอันใกล้ ครูเก่งอยากเชิญชวนให้ผู้สูงอายุละแวกใกล้เคียงมาเรียนดนตรีด้วยกัน เพราะด้วยข้อจำกัดของเด็กๆ ที่อาจเดินทางมาเรียนได้แค่วันเสาร์และวันอาทิตย์ ต่างกับผู้สูงอายุที่มีเวลาว่างมากกว่า

 “มีดนตรี ก็ต้องมีคนเล่นนะ ไม่อย่างนั้นก็วางทิ้งเปล่า ดนตรีช่วยทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ขึ้นระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง มันไปได้ไม่สิ้นสุด เริ่มตั้งแต่พื้นฐาน แล้วต่อยอดไปเล่นเพลงยากๆ เล่นเป็นอาชีพ สอนลูกสอนหลานต่อไปได้อีก

“เราอยากทำให้ที่นี่เป็นที่เรียนดนตรี ที่สังสรรค์ดนตรีสำหรับคนดนตรี เพราะเราก็ยังอยากสอน

“ความเป็นครูมันยังอยู่” อดีตครูดนตรีไทยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีย้ำด้วยแววตามุ่งมั่น

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้างเรือนระเด่นเรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

จิบกาแฟ ทำขนม ชมหิ่งห้อย

นอกจากนอนพักโฮมสเตย์และเล่นดนตรีไทย ที่นี่ยังมีบริการล่องเรือเที่ยวตลาดน้ำท่าคาตอนเช้า และลัดเลาะรอบคลองชมแสงหิ่งห้อยยามค่ำคืน ซึ่งผู้รับหน้าที่ฝีพายมือฉมัง ก็คือครูเก่งแห่งเรือนระเด่นอีกเช่นเคย

ส่วนขนมกลีบลำดวนและคุกกี้สิงคโปร์ ที่บทสนทนายังดำเนินมาไม่ถึงครึ่งทางก็หมดไปแล้วเกือบครึ่งกล่อง เป็นฝีมือของคุณแม่ครูเก่ง หรือที่ครูเก่งเรียกว่า ยายหวาน หากใครติดใจในรสชาติ อยากลงคอร์สทำขนมแบบสั้นๆ คุณยายหวานก็ยินดีสอนให้ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์อยู่ที่คอร์สสอนทำกาแฟที่ครูเก่งลงมือสอนด้วยตัวเอง (อีกเช่นเคย)

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้างเรือนระเด่นเรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

“หลังจากเรือนระเด่นสร้างเสร็จ โจทย์ต่อไปคือ ทำอย่างไรเราถึงจะกลับมาอยู่บ้านได้ เราชอบดื่มกาแฟ ก็ลองหางานเกี่ยวกับกาแฟด้วยดีมั้ย เพราะโดยพื้นฐานบ้านเราเคยทำกาแฟขายอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนเครื่องมือการชงจากเตาถ่าน มาเป็นเอสเปรสโซ่แมชชีน นอกนั้นคือทักษะเดียวกัน” บาริสต้าเล่าถึงที่มาที่ไปของร้านกาแฟ ‘คั่วละมุน’

กว่าจะเป็นกาแฟแต่ละแก้ว ครูเก่งจับต้นชนปลายอย่างพิถีพิถัน เดินทางเรียนรู้เรื่องกาแฟกับชาวเขาด้วยตัวเองถึงจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก บ่มหมัก จนถึงการคั่วและบดเมล็ดกาแฟ โดยครูเก่งจะขับรถขึ้นดอยเพื่อรับเมล็ดกาแฟด้วยตนเอง หลักฐานยืนยันคือกระสอบเมล็ดกาแฟกว่า 500 กิโลกรัมที่แผ่หลาอยู่บนท้ายรถกระบะ จากนั้นจึงนำมาคั่วและบด บ้างก็ชงให้ลูกค้าที่แวะเวียนมาอุดหนุน บ้างก็ส่งขายร้านกาแฟ บ้างก็ส่งกลับขึ้นไปขายบนดอยก็มี

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้างเรือนระเด่นเรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

มีคนพักก็ดี ไม่มีก็บ้านเรา

แม้กิจการรีสอร์ตและโฮมสเตย์ในละแวกนี้อาจซบเซาลงไปบ้างเพราะสถานการณ์โรคระบาด แต่เรือนระเด่นไม่ได้มีแค่ที่พักเพียงอย่างเดียว แต่เสริมทัพจัดกระบวนธุรกิจในถิ่นบ้านเกิดด้วยร้านกาแฟคั่วละมุน ทำแบรนด์เมล็ดกาแฟคั่วออกขาย และมีขนมไทยของคุณยายตบท้าย สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เรือนระเด่นประคับประคองตัวมาได้ในวิกฤตนี้

“มีคนมาพักก็ดี ถ้าไม่มีมันก็บ้านเรา มันแค่ห้องว่างที่มีไว้รับรองแขกเท่านั้นเอง แน่นอนว่าเราได้รับผลกระทบ แต่ถ้าเราจะกลับมาอยู่บ้าน เราก็ต้องมองหาลู่ทางอื่นๆ ด้วย มันเป็นบทพิสูจน์ว่า โควิด-19 รอบแรกเราก็รอด รอบที่สองเราก็รอด รอบที่สามนี้ ลาออกเลยแล้วกัน” ครูเก่งเล่าพลางหัวเราะ ก่อนจะเสริมว่า “เราเริ่มมั่นใจว่าธุรกิจที่ทำอยู่ตรงนี้ มันจะเลี้ยงเราได้ ถ้าเราไม่เปิดร้านหรือร้านเราไม่มีลูกค้าเลย เราจะขาดทุนแค่น้ำแข็งละลาย นอกนั้นเราไม่เสียอะไร”

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้างเรือนระเด่นเรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

หลังบทสนทนาสิ้นสุดลง ครูเก่งจัดแจงเช็ดถูระนาดเอกที่ตั้งเด่นอยู่กลางเรือนดนตรีจนมันวาว พนมมือขึ้นจรดหัวคิ้ว ก่อนจะหยิบไม้ตีด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ตวัดปลายไม้เสียงเจื้อยแจ้วลงไปบนผืนระนาด เพลงของครูเก่งดังก้องไปทั่วเรือนระเด่นและอาจดังแว่วไปไกลถึงคุ้งน้ำด้านหน้า เป็นสัญญาณกระซิบว่า เรือนระเด่นยังคงยินดีต้อนรับทั้งขาจรและแขกขาประจำ ให้เข้ามานอนพัก เล่นดนตรี จิบกาแฟ ทำขนม และสร้างมิตรภาพใหม่ๆ อยู่เสมอทุกเมื่อเชื่อวัน

จากบทสนทนาตอนต้น ครูเก่งบอกว่า จากลูกค้าจะกลายเป็นเพื่อนดูท่าจะจริง เพราะยังไม่ทันได้นอนค้างอ้างแรมสักคืน เราก็รู้สึกสนิทสนมกับครูเก่งและเรือนระเด่นเสมือนเป็นเพื่อนกันเสียแล้ว ว่าแล้วก็อยากแพ็กกระเป๋าเสื้อผ้า หลบมานอนพักผ่อนในเรือนไทยหลังโต ลงทะเบียนเรียนระนาดเอกสักคอร์สกับเขาบ้างอยู่เหมือนกัน

ครูดนตรีไทยกลับบ้านมาสร้างเรือนระเด่นเรือนไทยซึ่งเป็นที่พัก ร้านกาแฟ และห้องเรียนดนตรีแห่งสมุทรสงคราม

เรือนระเด่น

ที่ตั้ง : 65 หมู่ 9 ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 9132 7476

Facebook : เรือนระเด่น Raune Raden Homestay

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load