“สมัครเป็นสิบๆ ที่ก็ยังไม่ได้งานสักที”

“ลาออกดีไหม อยู่ไม่ไหวแล้ว”

“เบื่อวันจันทร์ ไม่อยากตื่น ลาป่วยดีไหม ลากิจเยอะไปผิดหรือเปล่า”

ปัญหาวัยทำงานสารพัดที่ต่อให้ถามหมอดูอีกกี่สิบเจ้าก็แก้ไม่ตกแบบนี้ เห็นทีต้องทำอะไรสักอย่าง 

ก็ถ้าถามหมอดูเรื่องการทำงานไม่ได้ แล้วทำไมเราไม่ไปถาม Human Resource ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือที่เรียกกันจนติดปากว่าฝ่ายบุคคลเสียเลยเล่า จึงเป็นที่มาให้รีบยกหูโทรหา บี-อภิชาติ ขันธวิธิ HR ตัวจริงผู้อยู่เบื้องหลังเพจ HR – The Next Gen มาช่วยชี้ทางสว่างตอบคำถามรวมฮิตของหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ 

HR - The Next Gen เพจของ HR ที่อยากเป็นไกด์บุ๊กช่วยเหล่ามนุษย์เงินเดือน

หลังจากวางสาย นัดหมายกันเสร็จสรรพ เราก็นึกสนุก ขอตั้งตนเป็น HR สลับบทบาทสัมภาษณ์เจ้าของเพจเสียเอง มาดูกันว่าหลังจากรู้จักตัวตนของเขา เราจะรับเพจนี้เข้ามาไว้ในอ้อมอก ยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจของมนุษย์เงินเดือนหรือเปล่า 

ขอเริ่มการสัมภาษณ์ ณ บัดนี้ เชิญนั่งลงได้

01

Resume

ลองอธิบายเกี่ยวกับตัวคุณให้เราฟังหน่อย 

ผมเรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ แต่อยากท้าทายตัวเอง เลยเลือกงานที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาอย่างงานฝ่ายบุคคล ทำมาสิบกว่าปี จนรู้ว่างาน HR ไม่ใช่แค่การหาคนมาทำงานหรือจัดการเอกสารอย่างเดิมซ้ำๆ แต่คืองานที่ต้องอาศัยการวางกลยุทธ์ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้บริหารกับพนักงานเงินเดือน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต

ปัจจุบันเป็นผู้บริหารบริษัทที่ให้บริการด้านงานบริหารทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร และเจ้าของเพจ HR – The Next Gen

ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร

ผมชอบดูซีรีส์ Hormone The Next Gen เลยตั้งชื่อเพจล้อกันเป็น HR – The Next Gen ลงตัวพอดี 

ทำไมคุณถึงคิดว่าเหมาะกับการทำเพจนี้

ช่วงแรกผมเริ่มเห็นความเป็น Routine ซ้ำๆ ของงาน HR เริ่มไม่มีอะไรท้าทายตัวเองให้ตื่นเต้น ผมมีวัตถุดิบเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ ซึ่งได้จากทำงานต่างประเทศ พอกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วอ่านหนังสือด้านการวางกลยุทธ์หลายเล่มเข้า ก็รู้สึกว่าไหนๆ อ่านมาแล้ว เลยอยากแชร์สักหน่อย

จุดตั้งต้นของเพจคือเอาความรู้นั้นมาแปลงเป็นภาษาเข้าใจง่าย เขียนเป็นทฤษฎีจ๋าๆ บ้าง จนพลิกมาเขียนเรื่อง Work Life Balance กลายเป็นว่าเรื่องนี้เรื่องเดียวทำให้มียอด Reach ขึ้นไปถึงห้าล้าน ยอดติดตามเป็นแสนในเวลาแค่ยี่สิบห้าวัน

HR - The Next Gen เพจของ HR ที่อยากเป็นไกด์บุ๊กช่วยเหล่ามนุษย์เงินเดือน

ทำไมเรื่อง Work Life Balance ถึงทำให้เพจคุณประสบความสำเร็จ

จริงๆ เรื่อง Work Life Balance มีความเฉพาะบุคคลมาก แต่คนมักรู้สึกเหมือนกันว่าทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา เพราะมันหนักกว่าที่เขาคาดหวังเอาไว้ ผมเลยกระตุกให้คนกลับมาคิดว่า ต้องกลับมาบริหารเวลาชีวิตของตัวเองแล้วนะ

จุดแข็งของเพจคุณคืออะไร

ความเรียล เพราะผมคือ HR จริงๆ คุยแบบตรงไปตรงมาเหมือนเพื่อนคุยกันในวงเหล้า 

ทำไมเราควรอ่านเพจคุณ

เพจ HR – The Next Gen เป็นเหมือน HR ของคนทั้งประเทศ ทุกคนอ่านได้ไม่ใช่แค่ HR หรือผู้บริหาร เป็นเหมือนครูแนะแนวสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน

เราชี้ให้เห็นว่าปัญหาคืออะไร อยากให้เห็นว่ามันเป็นปัญหาทั่วไป อยู่องค์กรไหนก็ได้เจอเหมือนกัน แล้วจะไกด์วิธีการแก้ไขปัญหาตามบริบทขององค์กร เพราะในความเป็นจริง ไม่มีทฤษฎีไหนเป็น One size fits all.

เช่น 

เรื่องเงินเดือนครับ องค์กรต่างชาติจะเปิดเผยข้อมูลเงินเดือนของทุกคนเพื่อให้ตรวจสอบได้ ซึ่งหลักการนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การเปิดเผยเงินเดือนอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพนักงาน ฉะนั้น ก็แนะนำว่าบอกแค่ช่วงเงินเดือนแต่ละตำแหน่งให้พอรู้ไหม แบบนั้นก็โปร่งใสเพียงพอนะ

02

Job Qualification

ถ้าคุณเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังหาตัวเองไม่เจอ จะทำอย่างไร

ปัญหาของเรื่องนี้คือการไม่รู้จักตัวเองมากพอ หรือไม่ได้คิดล่วงหน้าว่าจะทำอะไร ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้มันเป็น Gap Year เพื่อไปลองทำอะไรใหม่ๆ ดู แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมเรื่องรายได้ด้วยนะ หรือถ้าจะทำงาน ก็ต้องลองหาสิ่งที่ตัวเองอิน

อินข้อแรก คือ อินในตัวองค์กร เลือกว่าอยากอยู่ในองค์กรแบบไหน ขนาดใหญ่หรือเล็ก หรือมี Mission แบบไหน 

ข้อที่สอง ลองดูเนื้องานที่น่าจะชอบ ลองทำความเข้าใจว่าตำแหน่งนี้เขาทำอะไร วิธีที่ง่ายที่สุดคือโทรไปถามให้ชัด วัดผลความเก่งหรือไม่เก่งยังไง

อีกข้อหนึ่ง คือ ผู้บริหาร เราอยากทำงานกับไอดอลคนไหน เพราะอะไร 

ถ้าตอบได้ครบทั้งสามข้อ เราจะเห็นตัวเองชัดขึ้น แล้วช่วยลดความเคว้งคว้างได้ 

จะทำยังไงให้ถูกเลือกไปสัมภาษณ์

สิ่งที่สำคัญคืออย่าหว่านส่ง Resume เดียว เพราะมันคือใบเบิกทาง ต้องอ่านโจทย์ว่าเขาอยากได้คนแบบไหน ควรเขียนให้ตรงโจทย์นั้นในบรรทัดแรกๆ ว่าผมมีประสบการณ์อะไรตลอดสี่ปีที่เรียน หรือที่เหมาะกับสิ่งที่เขาคาดหวัง 

แล้วสัมภาษณ์ให้ผ่านล่ะ

เป็นตัวของตัวเอง ถ้าจะท่อง ท่องให้ดีและดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด อะไรที่หลุดจากสิ่งที่ท่องไปแล้ว พยายามหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ตอบ ควรเรียนรู้ไปก่อนว่าองค์กรอยากได้คนแบบไหน แสดงมันออกมา ถ้ายังไม่มีสิ่งนั้น ก็พยายามอย่าแสดงในสิ่งที่มันตรงข้าม พยายามมีสติทุกครั้ง

คุณมีอะไรจะถามไหม

จริงๆ คำถามนี้ที่ HR ชอบถาม มันเป็นแค่มารยาทว่าจะปิดบทสนทนาแล้วนะ ไม่ได้มีประเด็นอะไร เพราะเขาตัดสินได้ตั้งแต่สัมภาษณ์คุณตอนแรกแล้ว 

แต่ที่ไม่อยากให้ถามกลับไปคือ “หนูจะได้งานไหมคะ” เพราะเขาต้องไปพิจารณาก่อน ถ้าถามคำถามนี้มาเขาจะเลิ่กลั่ก แนะนำให้ถามเรื่องวัฒนธรรมองค์กร กับเรื่องที่อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท น่าจะดีที่สุด

HR - The Next Gen เพจของ HR ที่อยากเป็นไกด์บุ๊กช่วยเหล่ามนุษย์เงินเดือน
HR - The Next Gen เพจของ HR ที่อยากเป็นไกด์บุ๊กช่วยเหล่ามนุษย์เงินเดือน

ถ้า HR เห็นว่าเปลี่ยนงานบ่อย จะเก็บไว้หรือปัดตก

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนส่วนใหญ่ปัดทิ้งเลยนะ ไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนงานบ่อย แต่เพราะทุกครั้งที่มีการรับสมัครคนเข้ามา มันคือต้นทุนของบริษัท 

แต่ไม่ใช่ว่า HR จะปัดตกทุกคนนะ ถ้าเกิดว่าคนนั้นมีประสบการณ์ที่เข้ากับองค์กรพอดี ผมจะมองข้ามเรื่องนั้นไป แต่ขอคุยก่อนว่าเหตุและผลของการลาออกของคุณมันคืออะไร 

ฝากถึง HR ถ้าอ่านอยู่ ใช้วิธีนี้เหมือนกันเถอะ อย่ารีบร้อนปัดตกไปก่อนเลย เพราะคุณอาจจะเสียเพชรในมือไปเลยก็ได้ ลองคุยกับเขาก่อน

แล้ว HR ส่วนใหญ่เลือกคนจากอะไร

คนที่เก่งที่สุดไม่ใช่คนที่ได้งาน แต่คนที่ใช่ที่สุดต่างหาก ซึ่งมาจากการเก่งระดับมาตรฐานที่เขายอมรับได้ บวกกับทัศนคติว่าจะอยู่กับองค์กรของเขาได้ไหม

03

Job Description

พอได้งานแล้ว ทำยังไงไม่ให้กลัวการทำงาน

อย่างแรกคือต้องตั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวในแต่ละช่วง เพราะเป้าหมายจะทำให้มองข้ามเรื่องเล็กๆ ที่เจอ แล้วไปแฮปปี้กับเป้าหมายใหญ่ เช่น ฉันเข้ามาทำงานในบริษัทนี้ เป้าหมายคือเก็บเงินให้ได้หนึ่งล้านบาทภายในหนึ่งปีเพื่อไปเที่ยวรอบโลก ทำ Small Wins ว่าทุกๆ ครึ่งปีจะฉลองให้ตัวเองแบบเต็มแม็กซ์ไปเลย มันจะสุขทั้งระหว่างทางไปจนถึงเป้าหมายที่วางไว้ 

ผมพูดเสมอว่า “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน ไม่มีจริง” พยายามพาตัวเองไปอยู่ในองค์กรที่สบายใจ พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เราเลือกได้ เลือกองค์กรที่มีความสนุกตรงกับจริตของเรา หรือบางคนเข้าไปอยู่ในองค์กรที่ไม่ใช่ตัวเองเลยเพื่อ Challenge ก็ได้นะ 

อย่างมีแฟนมากกว่าหนึ่งคนก็เป็นทางเลือกครับ ลองดู (หัวเราะ)

คุณแบไต๋ให้มนุษย์เงินเดือนขนาดนี้ เคยมี HR ด้วยกันมาบอกไหมว่าเรื่องนี้อย่าพูดเลย

มีครับ HR บางคนพยายามปิดทุกอย่างเลย แต่ในความเชื่อของผม ถ้าคิดว่าอะไรที่บอกได้ ควรบอกให้หมด เช่น เรื่องเกณฑ์การปรับระดับ แนวทางการเติบโต การขึ้นค่าจ้าง การจ่ายเงินเดือนโบนัส เพราะถ้าผมเริ่มต้นด้วยการปกปิดกันไว้ทั้งหมด เขาจะไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง จะยิ่งทำให้ผมกับพนักงานไปด้วยกันไม่ได้สักที

ถ้าวันใดวันหนึ่ง HR มาบอกว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ควรบอก ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงบอกไม่ได้ ถ้าไม่บอกเพราะก่อนหน้านี้เขาไม่บอกกัน แสดงว่าคุณอาจจะยังไม่เข้าใจงาน HR ที่แท้จริง

แล้วถ้าคุณต้องบอกน้องใหม่ที่มีเป้าหมายเป็นผู้จัดการ จะบอกยังไง

 สิ่งที่ต้องทำคือสังเกตคนที่เป็นผู้จัดการสิว่าตอนนี้เขาทำอะไรบ้าง เขาเก่งในเรื่องอะไร ลองเทียบกันเลยว่าน้องต้องเพิ่มตรงไหนให้เหมือนพี่คนนั้น

HR - The Next Gen เพจของ HR ที่อยากเป็นไกด์บุ๊กช่วยเหล่ามนุษย์เงินเดือน

04

Job Expectations

ทำเพจมา 6 ปี มองอนาคตของทั้งเพจและตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้าไว้ยังไงบ้าง

สำหรับเพจคงทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีแรง เพราะโลกของการทำงานมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เรื่องเดิมที่เคยเขียนไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว อาจไม่สามารถใช้กับปัจจุบัน อยากให้ HR – The Next Gen เป็นเครื่องมือหนึ่งซึ่งทำให้คนได้ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าจะทุกข์กับการทำงาน ให้ทุกข์กับสิ่งที่มันเป็นจริง ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราคิดไปเอง 

ส่วนตัวผมเองก็คงอยู่ในโลกของการทำงานนี้ไปเรื่อยๆ นอกจากการเป็น HR ก็สนุกกับการเป็นผู้บริหารด้วย คิดว่ายังมีเรื่องใหม่ๆ เกี่ยวกับโลกการทำงานให้เจออยู่ตลอด

แสดงว่าวันนี้ยังไม่หมดมุก

(หัวเราะ) คิดว่ายังนะ

คำถามสุดท้าย คุณมีอะไรอยากบอกไหม

ทุกองค์กรมีปัญหาอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ลองหาโอกาสในการแก้ปัญหาดูก่อน แต่ถ้าหลังชนฝาจริงๆ ก็ปล่อยวางแล้วอยู่กับมันให้ได้ และต้องคอยรีวิวตัวเองเป็นระยะนะว่าตอนนี้เจอกับอะไร อย่ารอปัญหาเข้ามาใกล้ตัว แล้วค่อยคว้ามีดออกมาไปสู้ ถึงตอนนั้นมันอาจจะขึ้นสนิมแล้ว ฉะนั้น คอยลับมีดให้คมอยู่เสมอ

HR - The Next Gen เพจของ HR ที่อยากเป็นไกด์บุ๊กช่วยเหล่ามนุษย์เงินเดือน

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“เสียดายจังครับ ปู่หลับแล้ว” 

ตั๊ก-ปิยะพงษ์ ชิณเดช หนึ่งในแอดมินเพจ ZOO 101 หันมาบอกกับเราขณะที่เข็มนาฬิกาบนข้อมือชี้เลข 12

“อีกนานไหมคะถึงจะตื่น” – เราถามอย่างมีความหวัง

“ไม่แน่ใจครับ ทั้งวันนอนประมาณ 20 ชั่วโมง ตื่นแค่ 4 ชั่วโมงต่อวัน” – โอเค แปลว่าความหวังริบหรี่มาก

เรายืนอยู่หน้าอาศรมของ ปู่แฟลช สลอธ 2 นิ้ว เจ้าของรางวัลชนะเลิศ ‘ขวัญใจมหาชน Zoo Influencer Awards 2022’ จัดสำรวจโดย ZOO 101 เพจสาระอารมณ์ดีที่มุ่งมั่นสร้างชุมชนคนเข้าใจสัตว์และเป็นสื่อกลางในการให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสวนสัตว์อย่างถูกต้อง

อินฟลูเอนเซอร์ของเพจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเหล่าเซเลบหลากหลายสายพันธุ์สังกัดสวนสัตว์ทั่วไทยตั้งแต่เหนือยันใต้ 7 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์ขอนแก่น สวนสัตว์อุบลราชธานี โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ รวมถึง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ฐานที่มั่นหลักที่แทบจะต้องปูพรมแดงให้ทั่ว 5,000 ไร่ เพราะทุกส่วนจัดแสดงมีแฟนคลับของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง

ท่ามกลางอากาศร้อนแต่ฝนโปรย ใครคิดว่า The Cloud จะหนีกลับบ้าน ขอบอกเลยว่าไม่! 

เพราะวันนี้เรามีภารกิจเยือนบ้านเหล่าดาราแห่งพงไพรพร้อมทีมแอดมินที่ตั้งใจมาแบ่งปันประสบการณ์แสนสนุก เบื้องหลังการปลุกปั้นเพจสาระน่ารู้ และเรื่องราวอบอุ่นหัวใจระหว่าง ‘คน’ กับ ‘สัตว์’ ให้ฟัง

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 1

นกกระเรียนเปลี่ยนชีวิต

ตั๊กพาเดินไปยังคาเฟ่โล่งแจ้งข้างบ้าน ‘หมีขอ’ ที่กำลังกินอาหารและนอนหลับห่างไปไม่ถึง 3 เมตร ไม่มีกรง ไม่มีกระจกคั่นกลาง เห็นตั้งแต่เขี้ยวในปากยันขนแต่ละเส้นบนตัว

เราออกอาการตื่นเต้น 

แต่นั่นเป็นเรื่องปกติของคนที่ตื่นด้วยเสียง ‘ชะนี’ ปลุกในยามเช้า และวิ่งออกกำลังกายท่ามกลางเพื่อนต่างสายพันธุ์ รวมถึงฝูงลิงป่าที่ไม่ได้เป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ยังไหวอยู่

“ผมเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์สังกัดสถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่คอยช่วยสวนสัตว์ทำโครงการอนุรักษ์และวิจัย” เขาเริ่มเล่า

“หน้าที่ของหน่วยงานมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเพาะขยายพันธุ์สัตว์หายาก ซึ่งบางชนิดสูญพันธุ์จากธรรมชาติไปแล้ว แต่ยังมีในสวนสัตว์ เราก็ต้องขยายพันธุ์เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เช่น นกเงือก นกกระสาคอขาว นกตะกรุม นกกระเรียน และอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญคือการสื่อสารเรื่องยากให้เข้าใจง่าย เพราะถ้าอนุรักษ์แค่ตัวสิ่งมีชีวิต แต่ชาวบ้านไม่เข้าใจ คนที่มีส่วนร่วมไม่เข้าใจก็จะไม่เกิดการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ปิยะพงษ์ ชิณเดช

เพื่อให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายนั้น ZOO 101 จึงถือกำเนิดขึ้นในแพลตฟอร์ม Clubhouse เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องสัตว์ ๆ ในช่วงโควิด-19 โดยมี อรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (อดีตผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว) เป็นผู้ริเริ่มตามนโยบายของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ตั้งชื่อ และชักชวนคนรอบตัวมาทำ แต่หลังจากความนิยม Clubhouse ลดลง แฟนเพจเฟซบุ๊กกลับงอกเงยขึ้นมาแทน

“แล้วทำไมต้อง 101” เราถามให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจังหวัดร้อยเอ็ด

“ท่านอยากให้เป็นเหมือนแหล่งความรู้ขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นรู้จักสวนสัตว์ (101 เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษ หมายถึง พื้นฐาน) เพราะในเพจเราไม่ได้มีแค่มุกเอาฮา แต่ยังมีสาระย่อยง่ายที่ได้จากงานวิชาการ ซึ่ง มิ้น-สุดารัตน์ บ่ายเจริญ เป็นเสาหลักด้านสาระของเรา มิ้ว-ศุภรัตน์ สวัสดิ์คุ้ม รับหน้าที่เบื้องหลังช่วยตรวจสอบบทความ ล่อน-ณัฐวุธ เดือนแจ่ม และผมช่วยกันถ่ายภาพ คิดมุก ดูแลโพสต์โดยรวม”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

แต่กว่าตั๊กจะก้าวมาถึงจุดนี้ กราฟชีวิตของเขาสวิงพอสมควร 

จากเด็กรัฐศาสตร์จบใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ เขายื่นใบสมัครตำแหน่ง ‘คนขับรถ’ แต่ก็ถูกผู้อำนวยการคนก่อนเบรกไว้แล้วย้ายเขาไปเป็นผู้ช่วยนักวิจัยโครงการอนุรักษ์และวิจัยนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การปล่อยคืนธรรมชาติ ติดตามความเป็นอยู่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งสังคมยังคงตั้งคำถามถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตในป่า แต่ถึงอย่างนั้นการพัฒนาไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ สวนสัตว์หลายแห่งเปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้บริโภคสัตว์’ สู่การเป็นผู้ผลิตสัตว์เพื่อส่งคืนธรรมชาติ ซึ่งประเด็นหลังเป็นเรื่องที่สมควรบอกต่อ

ครั้งนั้น ตั๊กกลายเป็นทีมย้ายนกกระเรียนจำเป็น ต้องเรียนหลักสูตรเร่งรัด ‘จับปากแล้วปิดตา’ แป๊บเดียว นกกระเรียนที่เคยสูญพันธุ์ก็กลับสู่ถิ่นฐานดั้งเดิมอีกครั้ง

“นกกระเรียนเปลี่ยนชีวิตผม” 

เขาไม่ได้พูดเกินจริง เพราะหน้าที่ต่อมาคือการขยับขึ้นเป็นนักวิจัยเต็มตัว ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับนกกระเรียน แล้วหลังจากนั้นก็ไม่อาจถอนตัวจากวงการได้อีกเลย

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ปิยะพงษ์ ชิณเดช

บทที่ 2

แอดมินที่ป่วนสัตว์ทุก ‘คน’

ความประทับใจที่มีวันนี้ยังไม่จบ เราไปพบแอดมินเพจวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งถือเป็นทั้ง International Zookeeper Day และ World Animal Day พอดี ส่วนข้อต่อมาที่ต้องเอามือทาบอกด้วยความชื่นชอบคือ ที่นี่ใช้สรรพนามเรียกสัตว์เป็น ‘คน’ ไม่ใช่ตัว

“บางคนอาจมองสวนสัตว์เป็นเหมือนงานจัดแสดง แต่เราทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างผูกพัน โดยเฉพาะซูคีปเปอร์ที่รักไม่ต่างจากคนในครอบครัว ผมเคยเห็นเขานำนกป่วยไปโรงพยาบาล เขาร้องไห้มาขอให้หมอช่วยรักษา ยิ่งตอนสัตว์มีลูก หมอกับซูคีปเปอร์เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ห่าง

“ยกตัวอย่าง องุ่น กับ เมลอน เขาเป็นเสือที่โตมาแบบเลี้ยงมือ เพราะในธรรมชาติพ่อแม่จะเลี้ยงแค่ลูกที่แข็งแรง ลูกที่อ่อนแอมีโอกาสตายสูง แต่ที่นี่ ถ้าเห็นว่าพ่อแม่เริ่มไม่เลี้ยง เราทนดูไม่ได้ ซูคีปเปอร์และหมอจะช่วยกันเลี้ยงต่อ ลุกขึ้นมาป้อนนมตอนตี 1 ตี 2 มันเลยเกิดเป็นความผูกพัน สัตว์ที่นี่จึงไม่ใช่ตัว แต่เป็นคน”

เราจินตนาการอย่างเข้าใจ เพราะเวลาที่ใช้ไปทั้งหมดคงไม่ต่างจากการเห็นลูกหลานของตนเติบโต และเมื่ออายุขัยของพวกเขาหมดลง ทั้งบ้านก็ท่วมไปด้วยน้ำตา

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“การตั้งชื่อแสดงถึงความผูกพันเช่นกัน ตั้งชื่อปุ๊บเหมือนรับเขาเข้ามาในครอบครัว แล้วการตั้งชื่อจะเป็นกิมมิกของแต่ละส่วนจัดแสดง เช่น สมเสร็จที่นี่ตั้งตามเดือน สิงหา กันยา ตุลญา ส่วนโซนวัวแดงจะเป็นวันสำคัญ ปีใหม่ สงกรานต์ ส่วนฮิปโปโปเตมัสจะเป็นตระกูลของกิน (หัวเราะ) พะโล้ ขาหมู หมูตุ๋น หมูหวาน หรือที่เชียงใหม่ ซูคีปเปอร์ผู้ชาย 3 คนต้องดูแลสิงโตขาวเพศเมีย 3 ตัว ก็เลยตั้งชื่อตามภรรยาของตัวเอง”

ตั๊กเล่าอย่างผู้รู้ที่ทำงานทั้งในออฟฟิศและเดินป่วนไปทั่ว ทักทายทั้งหมอ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ซูคีปเปอร์ ไปจนถึงนักท่องเที่ยว

“ลูกเพจแซวว่าเราป่วนทุกคน (หัวเราะ) เขาไม่ยุ่งกับเรา แต่เราเป็นฝ่ายเข้าไปหาเอง เวลาจะถ่ายภาพต้องมานั่งรอประจำ ไม่ใช่มาปุ๊บถ่ายได้ทันที เว้นแต่แต้มบุญสูง รอทั้งวันไม่ได้อะไรเลยก็มี ซึ่งคนที่รู้เวลาตื่นดีที่สุดก็คือเหล่าซูคีปเปอร์ เราเลยต้องไปศึกษาหลายอย่างจากเขา”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 3

ศึกษาหลังบ้านและสื่อสารออกไป

นักเรียนประถมตัวน้อยเดินเรียงแถวส่งเสียงคุยกันด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่มาถึงโซนใหม่ ระหว่างทางตั๊กแวะทักทาย น้าเขียด ซูคีปเปอร์ของ แม่มะลิ ที่ติดตามมาตั้งแต่ครั้ง ‘สวนสัตว์ดุสิต’ หรือ ‘เขาดินวนา’ ยังเปิดทำการ และบุคคลต่อมาที่นั่งเฝ้าส่วนจัดแสดงฮิปโปโปเตมัสคือ พี่ตี๋ เขายื่นกล้วยให้ตั๊กหนึ่งหวี เพื่อให้ช่างภาพของเราเก็บภาพสวย ๆ ตอนขาหมูอ้าปาก

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“แอดมินเพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง คือซูคีปเปอร์ของขาหมู ที่เห็นว่าเขามีการ Live เพราะเวลาให้อาหารต้องนั่งเฝ้าเสมอ เนื่องจากลิงธรรมชาติจากภูเขาจะลงมาแย่งอาหารจนเด็ก ๆ ของเราไม่ได้กิน แล้วแต่ละวันมันจะเปลี่ยนที่ลงไม่ซ้ำเลยต้องเฝ้ากันตามเส้นทาง”

ยังไม่ทันที่ตั๊กจะให้อาหารฮิปโปโปเตมัส เราเห็นว่าขาหมูอ้าปากรออยู่นานจนต้องหุบไปเพราะเมื่อยกราม เป็นภาพที่น่ารักเสียจริง แต่ตรงนี้ตั๊กย้ำว่า ฮิปโปโปเตมัสนิสัยดุร้าย คนที่เข้าไปในกรงได้จะต้องเป็นซูคีปเปอร์ที่คุ้นเคย มิเช่นนั้นอาจโดนงาบ

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“วันนี้ไม่ได้เจอกับแอดมินเพจขาหมู จริง ๆ ZOO 101 เริ่มเป็นที่รู้จักเพราะไปแซวเพจอื่น แล้วเขาช่วยแชร์ต่อ เพจขาหมูเกิดก่อนเราหลายปี ส่วน ZOO 101 กำลังจะครบ 1 ปี ในวันเกิดหมูตุ๋นวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ไปสุขสันต์วันเกิดได้”

บ้านหลังถัดไปห่างกันเพียงไม่กี่เมตร ฮิปโปโปเตมัสแคระที่เพิ่งพูดถึงกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ข้าง แม่โจวน่า ขอบอกว่าขนาดหมูตุ๋นกำลังหลับก็ยังไม่ทิ้งคาแรกเตอร์แสนซนที่เราเคยเห็นกัน

กว่าคาแรกเตอร์ของเหล่าเซเลบจะออกมาจัดจ้านและเป็นตัวเองขนาดนี้ ตั๊กต้องใช้เวลาในการพูดคุยกับซูคีปเปอร์เพื่อเก็บข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสัยและพฤติกรรมของพวกเขา

“เวลาทำงานเครียด ผมชอบชวนน้องมาเดินถ่ายภาพ เดินคุยกับซูคีปเปอร์ ทุกคนน่ารัก แม้บางคนจะคุยกับคนไม่เก่งก็ตาม เขาจะเป็นคนบอกว่าต้องมากี่โมง ใครเริ่มกินอาหารอะไรก่อน แล้วจะกลับไปนอนเมื่อไหร่ บางทีเขาก็บอกผมว่า วันนี้เซเลบอารมณ์ไม่ดีนะ คงถ่ายภาพไม่ได้ ผมก็เรียนรู้และทำความรู้จักไปเรื่อย ๆ”

นอกจากรางวัลขวัญใจมหาชนในกิจกรรม Zoo Influencer Awards 2022 by ZOO 101 ตั๊กเองก็มีเซเลบที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ แถมยังมาพร้อมเรื่องอินไซต์ที่ใครหลายคนยังไม่เคยรู้ เราเลยลองจัดแบบทดสอบมาสักหน่อย

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 4

แบบประเมินความรู้เรื่อง อินฟลูเอนเซอร์เขาเขียว

คำชี้แจง

1. ข้อสอบมีทั้งหมด 5 ข้อ ข้อละ 20 คะแนน รวม 100 คะแนน

2. ให้ผู้อ่านเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. คุณคิดว่า ‘ปู่แฟลช’ (สลอธ) นอนวันละกี่ชั่วโมง

หมายเหตุ ทดสอบความจำ อย่าแอบย้อนดูคำตอบนะ

ก. 8 – 10 ชั่วโมง เหมือนคนที่นอนเต็มอิ่ม

ข. 10 – 15 ชั่วโมง อากาศร้อนเลยนอนบ่อย

ค. 15 – 20 ชั่วโมง ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว

ง. ไม่มีข้อถูก

“ปู่แฟลชขึ้นแท่นอันดับหนึ่งจากผลสำรวจทั่วไทย พวกเราเลยทำป้ายประจำตำแหน่งสไตล์ญี่ปุ่นติดให้อยู่หน้าส่วนจัดแสดง (แต่ลูกเพจเรียกว่า อาศรม) แต่อีกอย่างที่เรายังไม่ได้มอบให้คือ น้ำพุ เพราะตามธรรมชาติ สลอธเคลื่อนไหวช้าก็จริง แต่พอฝนตกจะตื่นตัวมาก พอดีช่วงนี้หน้าฝนเลยไม่ได้เอาออกมา เดี๋ยวเตรียมเอาไว้ช่วงหน้าร้อนแทน”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ค. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักนิสัยปู่แฟลชเพิ่มเติม

2. ใครคือเจ้าของ ‘เดอะ แก๊ง’ ที่แท้จริง

ก. หมูตุ๋น

ข. หมูหวาน

ค. พะโล้

ง. ขาหมู

“หมูตุ๋นคือฮิปโปโปเตมัสแคระที่ขนาดตัวเล็กกว่าฮิปโปโปเตมัสธรรมดา เป็นลูกของ พ่อเนลสัน และแม่โจวน่า มีน้องสาวชื่อ หมูหวาน ฮิปโปโปเตมัสแคระพบเฉพาะทางแถบแอฟริกาตะวันตก เห็นตัวเล็กแบบนี้แต่ความอันตรายไม่แพ้กัน ต้องเป็นซูคีปเปอร์เท่านั้นที่เข้าใกล้ได้

“ส่วนขาหมู หลายคนอาจไม่รู้ แต่เธอเป็นหลานของ แม่มะลิ ลูกสาวของ พ่อกรุณา (ลูกชายแม่มะลิ) กับ แม่ศรีพิงค์ ตอนนี้อายุ 4 ขวบ”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ขาหมู
ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
หมูตุ๋น 
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ง. คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัสแคระ และคลิกที่นี่เพื่อรู้จักฮิปโปโปเตมัสทั่วไป

3. ข้อใดคือเรื่องจริงของ ‘ป้าไอซ่า’ (วอมแบต) 

ก. ญาติของป้าที่ออสเตรเลียเปิดโพรงให้สัตว์ป่าหลบอัคคีภัยจนรอดตาย

ข. ป้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างประเทศไทยกับออสเตรเลียตั้งแต่ พ.ศ. 2550

ค. ป้าไอซ่าอายุ 18 ปี ซึ่งเกินอายุเฉลี่ยทั่วไปของวอมแบตที่ 12 – 15 ปี

ง. ถูกทุกข้อ

“ป้าไอซ่าเป็นสัตว์ประจำชาติของออสเตรเลีย ถือเป็นวอมแบตตัวเดียวในประเทศไทย ส่วนจัดแสดงของป้าอยู่ในโซนออสเตรเลีย ชอบนอน 22 – 23 ชั่วโมงต่อวัน เป็นไปได้ยากที่จะมาเจอป้าตื่น แต่ผมเคยโชคดีเจอป้าออกมายืดเส้นยืดสายพอดี 

“ป้าเคยอยู่ที่เขาดินมาก่อน แกเคยมีสามี แต่สามีเสียไปแล้ว ตอนนี้อยู่กับซูคีปเปอร์แทน (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะวอมแบตชอบอยู่ตัวเดียว จะอยู่กับแฟนเฉพาะช่วงผสมพันธุ์ ป้าเขาเป็นอินโทรเวิร์ตครับ แต่ในช่วงที่ออสเตรเลียมีไฟไหม้ป่า ญาติของป้าเปิดโพรงใต้ดินให้วัลลาบี กระต่าย กระรอก และอื่น ๆ มาหลบภัย ปรากฏว่าทุกตัวในโพรงรอดตาย เพราะอุณหภูมิใต้ดินยังเย็นและอยู่ได้ แถมบ้านญาติป้ายังกว้างด้วย”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

เฉลย ง. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักป้าไอซ่า หญิงชราตัวโตผู้น่ารัก (อันดับหนึ่งในใจผู้เขียน)

4. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ‘แก๊งหน้านิ่ง’ (คาปิบาร่า) 

ก. แก๊งหน้านิ่งเป็นหนูยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ข. แก๊งหน้านิ่งเป็นหนูที่หางยาวที่สุดในโลก

ค. แก๊งหน้านิ่งเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (มากกว่าบีเวอร์)

ง. แก๊งหน้านิ่งกินอุจจาระของตัวเองในตอนเช้า

“ผมเคยคุยกับแอดมินเพจขาหมู เขาบอกว่าคิดอะไรไม่ออกให้มาหาแก๊งหน้านิ่ง เพราะพวกเขาเป็นเจ้าของยอดไลก์และยอดแชร์สูงสุด มีงานวิจัยบอกว่า คนเราชอบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่าสัตว์เลื้อยคลาน ลงรูปคาปิบาร่ายังไงคนก็ชอบ แถมนิสัยโดยธรรมชาติยังเป็นมิตรกับทุกคน ถึงหน้าจะไม่ออกก็เถอะ”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

เฉลย ข. คาปิบาร่าไม่มีหาง คลิกที่นี่เพื่อรู้จักแก๊งหน้านิ่งและผองเพื่อนในรูปแบบหนังสือ

5. ใครคือสมเสร็จตัวจริง

ก. สิงหา

ข. กุ๊งกิ๊ง

ค. กอไผ่

ง. นับตังค์

“สมเสร็จเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย ไม่ใช่ตัวกินมด คนมักเข้าใจผิด สมเสร็จจะแยกบ้านกันอยู่ ครอบครัวใครก็ของคนนั้น ตามธรรมชาติจะไม่อยู่รวมกัน สิงหามีแม่ชื่อกันยา พ่อชื่อ ไต้ฝุ่น ส่วนตุลญามาจากอีกบ้าน เป็นคุณแม่แล้ว ความน่ารักของตุลญาคือเวลาเรียก เขาจะเดินมาดมกลิ่นฟุดฟิด ๆ เพราะสมเสร็จเป็นสัตว์ที่สายตาไม่ดี ส่วนสิงหาจะทะเล้น นิสัยกวนกว่า”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ก. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักเหล่าสมเสร็จเพิ่มเติม 

ป.ล. กุ๊งกิ๊งคือลิงอุรังอุตัง กอไผ่คือสิงโต และนับตังค์คือนางอาย

6. (คำถามพิเศษ) ใครเป็นเซเลบมาจากเขาดินวนา

ก. บ่ายสอง (สมเสร็จ)

ข. แม่มะลิ (ฮิปโปโปเตมัส)

ค. ศรีนวล (เสือโคร่งขาว)

ง. แสนรัก (ช้าง)

“ใครมาถามหาแม่มะลิ แปลว่าไม่เด็กแล้วนะ (หัวเราะ) แม่มะลิเป็นขวัญใจวัยรุ่นสูงวัย ใจดี ถือเป็นฮิปโปโปเตมัสที่อายุยืนที่สุดในประเทศไทย”

แม่มะลิเป็นสาวเยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2508 ย้ายมาเนเธอร์แลนด์ตอนอายุ 1 ขวบ กระทั่ง พ.ศ. 2510 แม่มะลิรับหน้าที่นักเดินทางย้ายบ้านมาอยู่เขาดินวนา ก่อนจะมาเขาเขียวใน พ.ศ. 2562 

ปัจจุบันเธออายุ 57 ปี อยู่มาตั้งแต่สมัยจอมพลถนอม การย้ายมาที่เขาเขียวถือเป็นโอกาสดีในการพบครอบครัวอีกครั้งทั้งลูกและหลาน ซึ่งแม่มะลิมีลูก 14 ตัว กระจายอยู่ทั้งในไทยและต่างประเทศ

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ข. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักแม่มะลิและน้าเขียด ซูคีปเปอร์ดั้งเดิมตั้งแต่ที่เขาดิน

บทที่ 5

จงเป็นผู้สร้างอย่างต่อเนื่อง

สวนสัตว์แห่งแรกที่ผู้เขียนเคยไปคือเขาดินวนา จำได้ว่าตนเองในวัยเด็กเดินดูเพื่อนต่างสายพันธุ์ด้วยความสนุกสนานตามประสา และกลับบ้านอย่างสุขใจ หลังผ่านพ้นระดับมัธยม เราเริ่มเหินห่างกันกว่าเก่า เพราะไม่รู้สึกครื้นเครงกับสถานที่แห่งนั้นแล้ว

กระทั่งวันนี้ ความสนุกกลับมาอีกครั้งพร้อมการเติบโตทางความคิด เราเดินตากแดดท่ามกลางฝนปรอยด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่เพื่องาน แต่เพราะรู้สึกสนุกที่ได้รู้จัก ‘เพื่อนเก่า’ อย่างแท้จริง และได้เข้าใจในสิ่งที่ทีมแอดมินพยายามสื่อสารกับสังคม

ประสบการณ์ 10 ปีของตั๊กสอนว่า หากอยากเป็นผู้สร้างต้องรู้จักสร้างอย่างต่อเนื่อง เขาอยากก่อตั้งชุมชนออนไลน์ให้คนมีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจบทบาทของสวนสัตว์ และเข้าใจสัตว์อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการครอบครองสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

“รักก็ต้องรักให้ถูกวิธี เราไม่ส่งเสริมให้คนเลี้ยงสัตว์ป่า ยกตัวอย่างนากเป็นสัตว์คุ้มครอง เลี้ยงไม่ได้ หรือเมื่อก่อนคนฮิตเลี้ยงนางอาย พอถึงระยะหนึ่งคนไม่เลี้ยงก็เอามาบริจาค บางคนบริจาคอย่างถูกต้อง แต่บางคนเอาใส่กล่องมาวางเฉย ๆ

“ตอนนี้เรามีอนุสัญญาไซเตส (CITES) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ใช้ระบุได้ว่า อะไรเลี้ยงได้หรือไม่ หากลูกเพจมีข้อสงสัยทักมาถาม เรายินดีตอบเป็นอย่างยิ่ง”

ปัจจุบัน สวนสัตว์เป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้และศูนย์อนุรักษ์ พวกเขามีบทบาทสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้เงื่อนไขเพื่อความยั่งยืน

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

“เราสำรวจชุมชนที่อยู่กับสัตว์ก่อนปล่อยพวกเขา ทั้งธรรมชาติ ผู้ล่า แหล่งอาหาร โดยเฉพาะชาวบ้าน เพราะนักวิจัยติดตามดูงานแล้วกลับมา แต่ชาวบ้านคือผู้รับผลกระทบโดยตรง” ตั๊กเล่ากระบวนการทำงาน ก่อนสลับไปพูดถึงเรื่องสวนสัตว์ยุคใหม่ให้ฟังต่อ

“ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์สากล จะไม่นิยมให้จับตัว เพราะอาจส่งต่อเชื้อโรค โดยเฉพาะตัวที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน แม้เมื่อก่อนไม่เคร่ง แต่ปัจจุบัน กิจกรรมที่ให้ถ่ายภาพคู่กับสัตว์ ให้ลูบขน ให้อาหาร จะไม่มีให้เห็นแล้วภายใต้สังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย” เขายืนยัน เพราะแม้แต่ตัวเขาที่ทำงานในกระบวนการก็เกรงใจที่จะทักทายอย่างใกล้ชิด

“แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยสัตว์อยู่เฉย ๆ โดยไม่มีการพัฒนา เรามีทีมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์คอยทำให้พฤติกรรมไม่จำเจ ช่วยย้ายของในส่วนจัดแสดง ทั้งเปลี่ยนสูตรอาหารและของเล่น โดยทีมจะมีข้อมูลในธรรมชาติว่าแต่ละฤดูกาลใครกินอะไร หรือทำอะไรบ้าง ก็ทำของเล่นไปเปลี่ยนให้เรื่อย ๆ”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

นอกจากหน้าที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ZOO 101 ยังรับบทเป็นเพื่อนให้กับ Zoo Lover ทั่วไทย โดยเฉพาะลูกเพจที่คิดถึงเหล่าเซเลบจากเขาดิน ซึ่งตั๊กและทีมก็เดินถือกล้องไปแชะภาพมาส่งตามคำขออย่างไม่บ่ายเบี่ยง

ตลอดการสนทนา เราไม่ได้ยินคำว่า ‘รักสัตว์’ ออกจากปากเขาสักครั้ง

ตั๊กไม่ได้นิยามตัวเองเป็นเช่นนั้น เราจึงถามเขากลับว่า หากวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าที่แห่งนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย เขาจะเป็นอย่างไร

“ผมจะคิดถึง” เขาตอบแค่นั้น แต่เราก็มองเห็นจากสิ่งที่เขาทำว่า ‘รักแค่ไหน’

“เราเข้าใจว่าถ้าสัตว์ชนิดหนึ่งหายไปอาจไม่ได้กระทบกับคนเมืองหรือคนที่อยู่ห่างไกล เหมือนสมันที่เป็นโลโก้ขององค์กรก็สูญพันธุ์จากโลกไปหมด มันไม่กระทบชีวิต แต่ผมตั้งคำถามว่า หากยังมีมันอยู่จะไม่ดีกว่าหรอ

“เราเป็นมนุษย์ที่เลือกได้ว่าจะสร้างหรือทำลาย ทำไมเราต้องเป็นผู้ทำลาย นกกระเรียนหายไปไม่ได้กระทบชาวนา แต่พอมันกลับมา คุณภาพชีวิตชาวนาก็ดีขึ้น

“หรือนกเงือกเป็นนักกระจายพันธุ์ไม้ การไม่มีนกเงือกในระยะสั้น ป่ายังคงเป็นป่า แต่ระยะยาวอาจเป็นป่าที่มีพืชเพียงไม่กี่ชนิด สุดท้ายความหลากหลายจะหายไป 

“เราต้องการความสมดุล ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีบทบาทตามธรรมชาติและเหตุผลที่เขาเกิดมา ในระยะสั้นเรามองไม่เห็นผลกระทบ แต่ในระยะยาวมีแน่นอน”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตั๊กคนเดียวทำไม่ได้ องค์กรแห่งเดียวก็ทำไม่ได้ แต่หากทุกคนพยายามเข้าใจและร่วมมือกันย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า อย่างน้อยคือการรับผิดชอบในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของโลก

“ตั้งแต่จบปริญญาตรี ผมคิดว่าอยากทำอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์ต่อสังคมและโลกใบนี้ งานสื่อสารต้องทำต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นถึงจะเห็นผล เช่นเดียวกับงานอนุรักษ์นกกระเรียนที่เขาทำกันมา 30 – 40 ปี ผมเข้าไปหลังจากที่เพาะพันธุ์มาแล้ว 20 ปี นานนะครับกว่าจะปล่อยได้ เราเริ่มปล่อย พ.ศ. 2554 เพราะต้องรอให้นกมีปริมาณมากพอที่จะตั้งประชากรได้ แล้วรุ่นถัดจากผมก็ให้ไปโฟกัสเรื่องความยั่งยืนต่อ” เขาฝากอนาคตไว้กับคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยรับฝากความหวังของรุ่นพี่

“เราเป็นแค่ฟันเฟืองเล็ก ๆ ในกระบวนการแสนยาวนาน แต่เราทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญ”

จบการสนทนาที่เขาเขียวประมาณ 14.00 น. เราขึ้นรถตู้กลับกรุงเทพฯ ด้วยความล้า แต่ก็ไม่อาจหลับลง ในสมองยังคงคิดถึงพวกเขาที่นั่น และคิดจนถึงตอนนี้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร

งานง่าย ๆ คงเริ่มที่การเปิดรับและทำความเข้าใจ ลองสำรวจเพจ ZOO 101 เพื่อรู้จักกับโลกที่คนและสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างอ่อนโยน เพราะเราเชื่อว่าทัศนคติของคนคือสิ่งที่ยั่งยืนกว่าเงินบริจาค เปรียบเหมือนน้ำมันที่ทำให้กระบวนการอันยิ่งใหญ่เดินหน้าต่อไปอย่างไม่ติดขัด 

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load