24 ธันวาคม 2563
5 K

เมื่อ 3 ปีก่อน เราชวน หมู-อัญชลี ศรีไพศาล Lifestyle Designer ผู้จริงจังกับงานอดิเรกแสนรักขนาดบินไกลไปเรียนรู้ศาสตร์การห่อของถึงญี่ปุ่น ให้เธอหยิบกระดาษพร้อมริบบิ้นมาห่อของขวัญในคอลัมน์ Staycation มาแล้วครั้งหนึ่ง 

ครูพี่หมูบอกกับเราในคราวนั้นว่า เธอตั้งใจให้อินสตาแกรม curiouspig เป็นเสมือน ‘ที่ส่งการบ้าน’ เพื่อผลักดันกึ่งบังคับให้ตัวเองห่อของ พร้อมท้าทายตัวเองด้วยโจทย์และวิธีการใหม่ๆ ที่ต่อยอดไปจากความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

โจทย์และวิธีการใหม่ๆ ที่ครูพี่หมูว่า กระโดดไปไกลและท้าทายให้การห่อของเป็นมากกว่างานอดิเรก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา การห่อของพาเธอให้ได้ไปร่วมงานกับแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก เธอรับหน้าที่เป็นผู้ห่อของขวัญเพื่อมอบให้ลูกค้าคนพิเศษ โดยไม่ใช่หีบห่อแบบสำเร็จรูปที่เตรียมไปจากบ้าน แต่เป็นการรังสรรค์ขึ้นจากเครื่องสำอางที่เขาเลือกซื้อ บวกกับบุคลิกที่โดดเด่นของเขาหรือเธอคนนั้น 

และครูพี่หมูก็ยังได้ฝากอีกหนึ่งผลงานไว้ที่ The Cloud กับของที่ระลึกที่เราใช้ตอบกลับผู้อ่านที่ส่งโปสการ์ดมาหากันผ่านคอลัมน์ Wish You Were Here ตอนนั้นชาวก้อนเมฆให้โจทย์ครูพี่หมูไปว่า เราอยากได้ของที่ระลึกสำหรับผู้อ่านที่คราฟต์และไม่ซ้ำใคร จึงได้ออกมาเป็น Craft Letter from The Cloud ซองจดหมายทำมือที่ครึ่งหนึ่งเป็นลายเมฆ อีกครึ่งเป็นลายตัวอักษร ใช้วิธีการพับล็อกที่ออกแบบมาให้คลี่ออกง่ายและนำไปใช้ต่อได้ ส่วนด้านในมีซองเล็กลายท้องฟ้าต่างวัน เวลา และฤดูกาล ซึ่งผู้รับนำไปใช้งานได้อีกไม่จำกัดรูปแบบ

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

ความมุ่งหมายแรกที่ทำให้ครูพี่หมูหยิบจับกระดาษมาห่อเป็นของสารพัดแบบ เริ่มมาจากเธออยากพาตัวเองออกมาให้ไกลหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าวันนี้งานอดิเรกจะพาเธอมาไกลและมีโจทย์ที่หลากหลายขึ้น แต่ครูพี่หมูก็ยังยกให้การห่อของเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วชุบชูจิตใจเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต นั่นก็เพราะเธอยังสนุกสนานกับการได้จับเอาไอเดียมาแปลงเป็นหีบห่อ ได้เห็นพัฒนาการ แถมยังได้ค้นพบเทคนิคการห่อแบบใหม่ๆ ด้วยตัวเอง

ชวนมือหนึ่งเรื่องการห่อของมาเยือน The Cloud ทั้งที เราเลยขอให้ครูพี่หมูหยิบเทคนิคการห่อของขวัญขั้นพื้นฐานมาให้ผู้อ่านที่อยากแปลงร่างเป็น  ‘นักห่อ’ ทั้งหลายได้ฝึกฝีมือ ห่อของขวัญที่ครูพี่หมูจะมาสอนวันนี้ทำได้ด้วยวิธีการแสนง่าย แถมยังนำไปใช้ได้กับของขวัญต่างขนาด ต่างรูปทรง ทั้งหมด 8 ชิ้น ได้แก่ ปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์ หนังสือ เสื้อ ผ้าพันคอ นาฬิกาติดผนัง ไปจนถึงผลไม้ขนาดเล็ก 

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

โดยความพิเศษที่เราอยากกาดอกจันตัวใหญ่ๆ ให้ทุกคนจดไว้ใช้ คือวิธีห่อที่จะสอนต่อไปนี้เริ่มจากใช้กระดาษขนาด A4  เพียง 1 แผ่น ไม่จำเป็นต้องใช้เทปใดๆ และสามารถเพิ่มขนาดกระดาษให้ใหญ่ขึ้นได้ไม่จำกัด ส่วนเทคนิคหลักๆ ก็ใกล้เคียงกัน แค่ดัดแปลงและเพิ่มเติมไปตามขนาดของสิ่งของที่จะใช้ห่อเท่านั้นเอง เริ่ม!

อุปกรณ์ 

  1. กระดาษ ใช้ได้ตั้งแต่กระดาษเอกสาร นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ที่มีอยู่ในบ้าน หากใช้กระดาษที่มีความหนาประมาณ 70 – 80 แกรม จะพับและห่อง่ายกว่า
  2. ริบบิ้นหรือเชือก

หมายเหตุ : กรณีต้องต่อกระดาษ อุปกรณ์ที่ต้องใช้เพิ่มเติม ได้แก่ กรรไกร ไม้บรรทัด และเทปกาว 

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

วิธีการห่อ

ปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์

  1. วางกระดาษตามแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ตามความถนัด วางสิ่งของที่ต้องการห่อลงไป จะไว้ตรงกลางหรือที่มุมใดมุมหนึ่งของกระดาษก็ได้ 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. เมื่อได้มุมวางสิ่งของที่ถูกใจ ให้พับด้านบนและด้านล่าง (แนวนอน) ของกระดาษลงมาให้คลุมสิ่งของจนรอบ ค่อยๆ กรีดกระดาษตามรอยที่วัดขนาดไว้ (อย่าพับจนชิดขอบเกินไป เหลือช่องว่างระหว่างกระดาษกับสิ่งของไว้เกือบ 1 เซนติเมตรกำลังดี)
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. พับกระดาษด้านแนวตั้งให้คลุมรอบสิ่งของ จะพับจากด้านซ้ายหรือขวาก่อนก็ได้ โดยพับด้านหนึ่งต้องถูกพับลงมามากว่า เพื่อให้ปิดทับกันได้สนิท จากนั้นค่อยๆ กรีดกระดาษตามรอยที่วัดขนาดไว้
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใส่สิ่งของที่ต้องการห่อไว้ด้านใน เพิ่มเติมเทคนิดให้กระดาษที่อยู่ด้านบนได้ตามความคิดสร้างสรรค์ที่มี จะพับให้สั้นลงหรือพับมุมข้างก็ได้ทั้งหมด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใช้ริบบิ้นหรือเชือกพันรอบซองในแนวตั้ง ผูกเป็นปมหลวม 1 ครั้ง และผูกเป็นโบว์รูปแบบตามชอบอีก 1 ครั้ง เป็นอันเสร็จ 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

สิ่งสำคัญมากที่คนรักการพับกระดาษห้ามลืม คือต้องกรีดกระดาษตามรอยก่อนลงมือพับจริงทุกครั้ง เพื่อให้กระดาษออกมาเนียนกริบ ไร้รอยยับยู่ยี่นั่นเอง

สำหรับวิธีการที่ว่าไปเป็นพื้นฐานของการห่อสิ่งของที่มีขนาดเล็กกว่ากระดาษ A4 และไม่หนามาก อย่างเช่นปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์ และครูพี่หมูยังขนวิธีห่อของชิ้นใหญ่กว่าและมีรูปทรงที่แตกต่างกันไป ทั้งหนังสือ เสื้อ ผ้าพันคอ นาฬิกาติดผนัง ไปจนถึงผลไม้อย่างแอปเปิ้ลมาฝากด้วย

หนังสือ

หากเลือกจะมอบหนังสือเป็นของขวัญให้กัน ปัญหาที่ผู้ให้ส่วนใหญ่ต้องประสบคือไม่ถูกใจถุงหรือกระดาษที่ห่อมาจากร้านค้า ปัญหานั้นจะหมดไป เพียงคุณเลือกกระดาษที่ถูกใจ หรือเป็นกระดาษที่สื่อความหมายคล้ายกับหนังสือเล่มนั้นก็ได้ แล้วห่อตามขั้นตอนและเทคนิคดังนี้ (เพิ่มเติมอุปกรณ์ : ที่เจาะกระดาษ) 

  1. เลือกกระดาษหรือต่อกระดาษให้มีขนาดพอดีกับหนังสือ
  2. วางกระดาษตามแนวนอน วางหนังสือตามลงไป เหลือมุมด้านข้างของหนังสือเอาไว้ด้านหนึ่งประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร และอีกด้านเหลือไว้ให้มีขนาดมากกว่าความหนาของหนังสือทั้งเล่ม 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. พับด้านข้างที่สั้นกว่าสอดเข้าไปใต้ปกหนังสือ ส่วนด้านยาว พับทบให้ทับปกของสันหนังสือขึ้นมาด้านบน 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใช้ที่เจาะกระดาษเจาะกระดาษที่อยู่เหลือสันหนังสือ
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. สอดริบบิ้นหรือเชือกและร้อยเป็นรูปแบบตามชอบใจ
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

เสื้อและผ้าพันคอ 

สำหรับของขวัญอย่างเสื้อและผ้าพันคอ เป็นของที่หากจะมอบเป็นของขวัญมักต้องหากล่องหรือถุงใส่ อันที่จริงสิ่งของประเภทนี้ก็มอบให้กันโดยใช้กระดาษห่อได้ โดยมีวิธีการไม่ต่างไปจากสิ่งของชนิดอื่นๆ ที่กล่าวมา แต่เทคนิคที่จะทำให้ห่อของชิ้นนี้ทนทานและใช้งานได้จริงอยู่ตรงที่การเลือกกระดาษขนาดใหญ่พอดี รวมถึงการใช้เชือกหรือริบบิ้นที่หนาขึ้นมาหน่อย หรืออาจเพิ่มจาก 1 เป็น 2 เส้น เพื่อตอบโจทย์ให้หิ้วมอบให้ผู้รับได้สะดวกขึ้น

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

นาฬิกาติดผนัง

ใครว่าการห่อนาฬิกาติดผนังจะต้องใส่ในกล่องสี่เหลี่ยมเท่านั้น วันนี้เราวิธีสร้างสรรค์ห่อกระดาษที่จะทำให้การจับได้นาฬิกาในงานปีใหม่พิเศษขึ้นมาหลายสิบเท่า วิธีการก็แสนง่าย ใช้อุปกรณ์เท่ากันกับตอนห่อของชิ้นเล็ก เพิ่มเติมแค่สกิลล์การพับมุมกระดาษก็พอ

ที่ต้องเพิ่มการพับมุมกระดาษเข้าไป ก็เพราะนาฬิกาติดผนังมักหนาและเป็นทรงกลม เราจึงต้องแปลงซองกระดาษที่สอนวิธีไปก่อนหน้าให้เป็นทรงกล่อง โดยแทรกไปในขั้นตอนก่อนพับกระดาษด้านแนวนอนมาคลุมรอบสิ่งของ แทนที่จะพับทบกันไปเฉยๆ ให้หยิบรอยพับด้านล่างมาทำมุม 90 องศากับขอบกระดาษ ทำแบบนี้กับทั้ง 4 ด้าน เราก็จะได้ซองทรงกล่องสำหรับใส่นาฬิกาติดผนังหรือของชิ้นหนาแล้ว

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

ครูพี่หมูแนะนำว่า สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ แก้ปัญหารอยยับด้านข้างซองได้จากการกรีดกระดาษให้เรียบก่อนห่อจริง แต่ถ้าใครมีฝีมือพอตัว จะขยุ้มด้านข้างให้ออกมาเป็นลักษณะพองๆ ก็สวยเก๋ไม่เบา

ผลไม้ขนาดเล็ก : แอปเปิ้ล 

และก็มาถึงวิธีห่อของอย่างสุดท้ายที่ได้โจทย์มาจากตัวแทนทีมงานที่เป็นลูกหลานแดนมังกร เนื่องจากชาวเรามีธรรมเนียมว่าต้องหยิบส้ม 3 ใบไปมอบให้ญาติผู้ใหญ่ทุกปี ก็เลยอยากมีห่อกระดาษสวยๆ บรรจุผลไม้มงคลบ้าง และในที่สุดครูพี่หมูก็ทำฝันของชาวเราให้เป็นจริง!

ครูพี่หมูบอกแนะเคล็ดลับว่า ถ้าเชี่ยวชาญการห่อสิ่งของต่างๆ ตามที่สอนมาทั้งหมดแล้ว วิธีการห่อส้มหรือผลไม้ขนาดเล็กชนิดไหนๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด วิธีการคือให้ยึดหลักใกล้เคียงกับการห่อวัตถุทรงกลม (คล้ายนาฬิกาติดผนัง) แต่ปรับจากทรงกล่องเป็นทรงถุง ด้วยการใช้กระดาษที่ขนาดยาวขึ้นจนพอบรรจุผลไม้ทั้งหมด และเหลือพื้นที่สำหรับพับทบด้านบนให้มากกว่าซองประเภทอื่นเท่านั้นเอง

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงกำลังวางแผนหากระดาษใบสวยมาสร้างซองสำหรับห่อของขวัญของตัวเองอยู่แน่ๆ ขอให้ทุกคนสนุกกับงานอดิเรกชิ้นใหม่ และติดตามการต่อยอดไอเดียสู่การห่อของสุดสร้างสรรค์โดยครูพี่หมูได้ที่อินสตาแกรม curiouspig หรือถ้าใครอยากติดตามเบื้องหลังการสร้างงานที่เอ็กซ์คลูซีฟ (กว่าอินตาแกรมแรก) กดติดตามครูพี่หมูเพิ่มได้ที่  curiouspig_days

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ฉันหวงแหนวันหยุด รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีค่า แต่หลายครั้งฉันกลับตัดวันหยุดชิ้นใหญ่มอบให้การทำอาหารกินเอง ซื้อกินง่ายกว่า-ไม่ใช่ใครที่ไหนพูด ฉันนี่แหละยืนยัน แต่เหตุผลที่ฉันยังคงอยู่บ้านเข้าครัว เพราะการทำอาหารกินเองไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยให้เรียนรู้หลายอย่างและแสนจะดีต่อจิตใจ   

นั่นคือเหตุผลที่วันหยุดนี้ ฉันอยากชวนคุณลองเข้าครัว (จะครัวที่บ้านหรือที่คอนโดก็ไม่เกี่ยง) ไม่ต้องห่วงว่าจะพาไปทำเมนูซับซ้อนกินเวลาค่อนวัน วันนี้เราจะอยู่บ้าน ค่อยๆ หัดทำขนมที่ง่าย ดีต่อสุขภาพ และอร่อย

เมนูที่ฉันคัดสรรมาให้คุณคือ Seasonal Granola Tart ซึ่ง ยู-นภสร สุจิตธรรมวงศ์ เจ้าของร้าน Baker gonna Bake เป็นผู้ช่วยคิดค้นสูตร ยูบอกว่า นอกจากทำง่ายชนิดมือใหม่อยู่คอนโดก็หัดทำได้ กราโนลายังเป็นขนมสุขภาพที่กินได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะกับคนเมืองที่เร่งรีบแต่ยังอยากสุขภาพดี จะกินคู่กับผลไม้สดและโยเกิร์ตตั้งแต่มื้อเช้าก็อยู่ท้อง กราโนลายังเป็นขนมคุณภาพที่กินในปาร์ตี้เล็กๆ ในบ้านกับครอบครัว และใครคุมน้ำหนักรับรองว่าไม่อ้วน เพราะวัตถุดิบอุดมโปรตีนและดีต่อสุขภาพ

สูตรกราโนลาของยูยังมีความพิเศษคือการใช้ผลไม้ตามฤดูกาล ยูเลือกใช้ ‘เซียนท้อ’ หรือ ‘ม่อนไข่’ ผลไม้ตามฤดูกาลเมืองเหนือซึ่งมีความหลากหลายสูง ตั้งแต่ผิวสัมผัสคล้ายอะโวคาโด แต่มีเส้นใยและสีคล้ายฟักทอง จนถึงกลิ่นคล้ายละมุด

ยูเริ่มทำกราโนล่า แล้วระหว่างรอส่วนผสมสุก เธอก็เล่าว่า ตัวเองไม่ได้ทำขนมเก่งมาแต่แรก หากเริ่มฝึกทำเองเพราะอยากให้ลูกชายติดอาหารรสมือแม่ และหลงรักการเข้าครัวที่ได้ทำเองทุกขั้นตอน

“ทุกอย่างในชีวิตเราทุกวันนี้สำเร็จรูปมากเกินไป ทำให้เราลืมรากเหง้าที่มีเสน่ห์ นั่นคือการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง อย่างเครื่องตีแป้งเมื่อก่อนเราทำกินเองก็ไม่ใช้ เพราะไม่ค่อยชอบอะไรสำเร็จรูป” ยูบอก

ฉันฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย นอกจากได้ฝึกฝนทักษะที่คนเมืองยุคนี้ไม่ค่อยมี การลงมือทำยังช่วยให้เราเห็นกระบวนการของอาหารตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เราเข้าใจโลกรอบตัวมากขึ้น และอาจฟังดูแปลก แต่ฉันมองว่าการทำอาหารช่วยให้สงบใจ ยิ่งต้องรักษาเวลายิ่งทำให้มีสมาธิ ซึ่งเราในโลก multitasking ไม่ค่อยมี

และแน่นอน การเข้าครัวอบขนมยังหมายถึงเรากำหนดส่วนผสมและคัดสรร รู้ที่มาวัตถุดิบได้ เช่น ยูเลือกใช้น้ำผึ้งแท้ปลอดสารพิษแทนน้ำตาล เพราะได้ความหวานปริมาณที่ดีต่อสุขภาพและเพิ่มกลิ่นหอมในเนื้อธัญพืช สาเหตุหลักของความดีต่อสุขภาพในอาหารทำเองก็มาจากตรงนี้แหละ

“เราเชื่อว่า ถ้าวัตถุดิบคุณภาพดีเอามาทำขนมอะไรก็อร่อย เรารู้ว่ากินออร์แกนิกไม่ได้ 100% หรอก แต่การรู้ที่มาที่ไปของวัตถุดิบมันดีกว่า บางอย่างเราไปเอาเองจากบนดอยก็เชื่อถือคุณภาพได้ แต่ถ้าไม่ได้ไปเอาเอง กว่าวัตถุดิบเหล่านี้จะเข้ามาถึงในเมืองก็อาจจะมีการใส่สารเคมีมาแล้วเพื่อรักษาคุณภาพเอาไว้ ผู้บริโภคจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง” ยูอธิบาย

ถาดกราโนลาถูกยกออกมาให้คลายร้อนนอกเตา เมื่อใส่เซียนท้อลงไปก็กลายเป็นกราโนลา ทาร์ตที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ นับเป็นการลงมือทำบางอย่างด้วยตัวเองที่ไม่ยากแถมยังอัดแน่นด้วยประโยชน์

ไม่เชื่อลองหาวันหยุดอยู่บ้านทำดูสิ

How to Make Seasonal Granola Tart

อุปกรณ์

  1. ถาด
  2. กระดาษไข
  3. ชามสำหรับผสม
  4. ช้อน
  5. พายยาง

ส่วนผสม

  1. น้ำ 90 กรัม
  2. น้ำมันมะกอก (Extra Virgin) 40 กรัม
  3. น้ำผึ้ง 94 กรัม
  4. ผงซินนามอน 3 กรัม
  5. ข้าวโอ๊ต 200 กรัม
  6. เกล็ดมะพร้าวอบ 79 กรัม
  7. เมล็ดฟักทอง 32 กรัม
  8. อัลมอนด์ 63 กรัม
  9. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 63 กรัม
  10. เซียนท้อ (หรือผลไม้ตามฤดูกาลชนิดอื่น) 350 กรัม

วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือด

2. ใส่น้ำผึ้งและซินนามอนลงในน้ำเดือดแล้วตามด้วยธัญพืช

3. นำออกมาใส่ถาดเข้าเอาเข้าเตาอบที่ความร้อนอุณหภูมิ 120 องศา ใช้เวลา 40 นาที

4. นำเซียนท้อไปต้มสุก และบดให้ละเอียด

5. นำกราโนลาออกจากเตามาตากแห้งค่อยนำมาบด ใส่เนยนิดหน่อย เมื่อแห้งและกรอบแล้วนำไปกินกับโยเกิร์ตหรือผลไม้สดตามฤดูกาลได้เลย

6. ถ้าต้องการทำเป็นทาร์ตให้นำกราโนลามากรุลงพิมพ์และแช่เย็นประมาณ 15 นาที

7. ปาดเนื้อเซียนท้อต้มสุกที่บดละเอียดแล้วลงไปบนแผ่นกราโนลาทาร์ตและตกแต่งหน้าให้สวยงาม

เวลานึกถึงการทำกิจกรรมกับคนใกล้ชิด คนเมืองมักนึกถึงกิจกรรมนอกบ้านอย่างการกินข้าวในร้าน แต่ที่จริงการเข้าครัวทำอาหารหรืออบขนมกับคนใกล้ชิดก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ แถมยังได้ทั้งคุณค่าทางอาหารและจิตใจ การเข้าครัวจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำให้คุณและคนใกล้ชิดทำร่วมกันที่บ้าน โดยสำหรับชาวคอนโด ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co – Creation Space ให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ)  โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์หลากหลาย เช่น พื้นที่ส่วนกลางพิเศษสำหรับกิจกรรมการเข้าครัวร่วมกัน ซึ่งทำให้การทำขนมหรืออาหารในคอนโดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

นายแบบ :  ปัญ – ภาม เจนพานิชการ

กร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. เซียนท้อประยุกต์ใช้ผลไม้อื่นตามฤดูกาลแทนได้ และถ้าชอบกินกราโนลากับผลไม้สด แนะนำให้จับคู่ผลไม้รสต่างกัน เช่น กล้วยกับสตรอว์เบอร์รี่ ความหอมและหวานจากกล้วยเมื่อรวมกับรสเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่จะทำให้รสชาติของผลไม้ทั้งสองอย่างโดดเด่น (ถ้าใช้ผลไม้รสเปรี้ยวทั้งคู่รสเปรี้ยวจะนำโด่งจนกลบรสกราโนลา)
  2. วัตถุดิบหาได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่แนะนำให้เลือกธัญพืชที่ปรุงแต่งน้อยเพื่อลดโซเดียมและดีต่อสุขภาพ
  3. กราโนลาทาร์ตสูตรนี้ไม่ใส่สารกันเสียจึงเก็บกราโนลาไว้ได้แค่ 7 วันเท่านั้น ถ้าไม่อยากให้ความกรอบของกลาโนลาหายต้องใส่ซองกันชื้นด้วย

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load