24 ธันวาคม 2563
5 K

เมื่อ 3 ปีก่อน เราชวน หมู-อัญชลี ศรีไพศาล Lifestyle Designer ผู้จริงจังกับงานอดิเรกแสนรักขนาดบินไกลไปเรียนรู้ศาสตร์การห่อของถึงญี่ปุ่น ให้เธอหยิบกระดาษพร้อมริบบิ้นมาห่อของขวัญในคอลัมน์ Staycation มาแล้วครั้งหนึ่ง 

ครูพี่หมูบอกกับเราในคราวนั้นว่า เธอตั้งใจให้อินสตาแกรม curiouspig เป็นเสมือน ‘ที่ส่งการบ้าน’ เพื่อผลักดันกึ่งบังคับให้ตัวเองห่อของ พร้อมท้าทายตัวเองด้วยโจทย์และวิธีการใหม่ๆ ที่ต่อยอดไปจากความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

โจทย์และวิธีการใหม่ๆ ที่ครูพี่หมูว่า กระโดดไปไกลและท้าทายให้การห่อของเป็นมากกว่างานอดิเรก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา การห่อของพาเธอให้ได้ไปร่วมงานกับแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก เธอรับหน้าที่เป็นผู้ห่อของขวัญเพื่อมอบให้ลูกค้าคนพิเศษ โดยไม่ใช่หีบห่อแบบสำเร็จรูปที่เตรียมไปจากบ้าน แต่เป็นการรังสรรค์ขึ้นจากเครื่องสำอางที่เขาเลือกซื้อ บวกกับบุคลิกที่โดดเด่นของเขาหรือเธอคนนั้น 

และครูพี่หมูก็ยังได้ฝากอีกหนึ่งผลงานไว้ที่ The Cloud กับของที่ระลึกที่เราใช้ตอบกลับผู้อ่านที่ส่งโปสการ์ดมาหากันผ่านคอลัมน์ Wish You Were Here ตอนนั้นชาวก้อนเมฆให้โจทย์ครูพี่หมูไปว่า เราอยากได้ของที่ระลึกสำหรับผู้อ่านที่คราฟต์และไม่ซ้ำใคร จึงได้ออกมาเป็น Craft Letter from The Cloud ซองจดหมายทำมือที่ครึ่งหนึ่งเป็นลายเมฆ อีกครึ่งเป็นลายตัวอักษร ใช้วิธีการพับล็อกที่ออกแบบมาให้คลี่ออกง่ายและนำไปใช้ต่อได้ ส่วนด้านในมีซองเล็กลายท้องฟ้าต่างวัน เวลา และฤดูกาล ซึ่งผู้รับนำไปใช้งานได้อีกไม่จำกัดรูปแบบ

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

ความมุ่งหมายแรกที่ทำให้ครูพี่หมูหยิบจับกระดาษมาห่อเป็นของสารพัดแบบ เริ่มมาจากเธออยากพาตัวเองออกมาให้ไกลหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าวันนี้งานอดิเรกจะพาเธอมาไกลและมีโจทย์ที่หลากหลายขึ้น แต่ครูพี่หมูก็ยังยกให้การห่อของเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วชุบชูจิตใจเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต นั่นก็เพราะเธอยังสนุกสนานกับการได้จับเอาไอเดียมาแปลงเป็นหีบห่อ ได้เห็นพัฒนาการ แถมยังได้ค้นพบเทคนิคการห่อแบบใหม่ๆ ด้วยตัวเอง

ชวนมือหนึ่งเรื่องการห่อของมาเยือน The Cloud ทั้งที เราเลยขอให้ครูพี่หมูหยิบเทคนิคการห่อของขวัญขั้นพื้นฐานมาให้ผู้อ่านที่อยากแปลงร่างเป็น  ‘นักห่อ’ ทั้งหลายได้ฝึกฝีมือ ห่อของขวัญที่ครูพี่หมูจะมาสอนวันนี้ทำได้ด้วยวิธีการแสนง่าย แถมยังนำไปใช้ได้กับของขวัญต่างขนาด ต่างรูปทรง ทั้งหมด 8 ชิ้น ได้แก่ ปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์ หนังสือ เสื้อ ผ้าพันคอ นาฬิกาติดผนัง ไปจนถึงผลไม้ขนาดเล็ก 

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

โดยความพิเศษที่เราอยากกาดอกจันตัวใหญ่ๆ ให้ทุกคนจดไว้ใช้ คือวิธีห่อที่จะสอนต่อไปนี้เริ่มจากใช้กระดาษขนาด A4  เพียง 1 แผ่น ไม่จำเป็นต้องใช้เทปใดๆ และสามารถเพิ่มขนาดกระดาษให้ใหญ่ขึ้นได้ไม่จำกัด ส่วนเทคนิคหลักๆ ก็ใกล้เคียงกัน แค่ดัดแปลงและเพิ่มเติมไปตามขนาดของสิ่งของที่จะใช้ห่อเท่านั้นเอง เริ่ม!

อุปกรณ์ 

  1. กระดาษ ใช้ได้ตั้งแต่กระดาษเอกสาร นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ที่มีอยู่ในบ้าน หากใช้กระดาษที่มีความหนาประมาณ 70 – 80 แกรม จะพับและห่อง่ายกว่า
  2. ริบบิ้นหรือเชือก

หมายเหตุ : กรณีต้องต่อกระดาษ อุปกรณ์ที่ต้องใช้เพิ่มเติม ได้แก่ กรรไกร ไม้บรรทัด และเทปกาว 

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

วิธีการห่อ

ปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์

  1. วางกระดาษตามแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ตามความถนัด วางสิ่งของที่ต้องการห่อลงไป จะไว้ตรงกลางหรือที่มุมใดมุมหนึ่งของกระดาษก็ได้ 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. เมื่อได้มุมวางสิ่งของที่ถูกใจ ให้พับด้านบนและด้านล่าง (แนวนอน) ของกระดาษลงมาให้คลุมสิ่งของจนรอบ ค่อยๆ กรีดกระดาษตามรอยที่วัดขนาดไว้ (อย่าพับจนชิดขอบเกินไป เหลือช่องว่างระหว่างกระดาษกับสิ่งของไว้เกือบ 1 เซนติเมตรกำลังดี)
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. พับกระดาษด้านแนวตั้งให้คลุมรอบสิ่งของ จะพับจากด้านซ้ายหรือขวาก่อนก็ได้ โดยพับด้านหนึ่งต้องถูกพับลงมามากว่า เพื่อให้ปิดทับกันได้สนิท จากนั้นค่อยๆ กรีดกระดาษตามรอยที่วัดขนาดไว้
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใส่สิ่งของที่ต้องการห่อไว้ด้านใน เพิ่มเติมเทคนิดให้กระดาษที่อยู่ด้านบนได้ตามความคิดสร้างสรรค์ที่มี จะพับให้สั้นลงหรือพับมุมข้างก็ได้ทั้งหมด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใช้ริบบิ้นหรือเชือกพันรอบซองในแนวตั้ง ผูกเป็นปมหลวม 1 ครั้ง และผูกเป็นโบว์รูปแบบตามชอบอีก 1 ครั้ง เป็นอันเสร็จ 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

สิ่งสำคัญมากที่คนรักการพับกระดาษห้ามลืม คือต้องกรีดกระดาษตามรอยก่อนลงมือพับจริงทุกครั้ง เพื่อให้กระดาษออกมาเนียนกริบ ไร้รอยยับยู่ยี่นั่นเอง

สำหรับวิธีการที่ว่าไปเป็นพื้นฐานของการห่อสิ่งของที่มีขนาดเล็กกว่ากระดาษ A4 และไม่หนามาก อย่างเช่นปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์ และครูพี่หมูยังขนวิธีห่อของชิ้นใหญ่กว่าและมีรูปทรงที่แตกต่างกันไป ทั้งหนังสือ เสื้อ ผ้าพันคอ นาฬิกาติดผนัง ไปจนถึงผลไม้อย่างแอปเปิ้ลมาฝากด้วย

หนังสือ

หากเลือกจะมอบหนังสือเป็นของขวัญให้กัน ปัญหาที่ผู้ให้ส่วนใหญ่ต้องประสบคือไม่ถูกใจถุงหรือกระดาษที่ห่อมาจากร้านค้า ปัญหานั้นจะหมดไป เพียงคุณเลือกกระดาษที่ถูกใจ หรือเป็นกระดาษที่สื่อความหมายคล้ายกับหนังสือเล่มนั้นก็ได้ แล้วห่อตามขั้นตอนและเทคนิคดังนี้ (เพิ่มเติมอุปกรณ์ : ที่เจาะกระดาษ) 

  1. เลือกกระดาษหรือต่อกระดาษให้มีขนาดพอดีกับหนังสือ
  2. วางกระดาษตามแนวนอน วางหนังสือตามลงไป เหลือมุมด้านข้างของหนังสือเอาไว้ด้านหนึ่งประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร และอีกด้านเหลือไว้ให้มีขนาดมากกว่าความหนาของหนังสือทั้งเล่ม 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. พับด้านข้างที่สั้นกว่าสอดเข้าไปใต้ปกหนังสือ ส่วนด้านยาว พับทบให้ทับปกของสันหนังสือขึ้นมาด้านบน 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใช้ที่เจาะกระดาษเจาะกระดาษที่อยู่เหลือสันหนังสือ
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. สอดริบบิ้นหรือเชือกและร้อยเป็นรูปแบบตามชอบใจ
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

เสื้อและผ้าพันคอ 

สำหรับของขวัญอย่างเสื้อและผ้าพันคอ เป็นของที่หากจะมอบเป็นของขวัญมักต้องหากล่องหรือถุงใส่ อันที่จริงสิ่งของประเภทนี้ก็มอบให้กันโดยใช้กระดาษห่อได้ โดยมีวิธีการไม่ต่างไปจากสิ่งของชนิดอื่นๆ ที่กล่าวมา แต่เทคนิคที่จะทำให้ห่อของชิ้นนี้ทนทานและใช้งานได้จริงอยู่ตรงที่การเลือกกระดาษขนาดใหญ่พอดี รวมถึงการใช้เชือกหรือริบบิ้นที่หนาขึ้นมาหน่อย หรืออาจเพิ่มจาก 1 เป็น 2 เส้น เพื่อตอบโจทย์ให้หิ้วมอบให้ผู้รับได้สะดวกขึ้น

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

นาฬิกาติดผนัง

ใครว่าการห่อนาฬิกาติดผนังจะต้องใส่ในกล่องสี่เหลี่ยมเท่านั้น วันนี้เราวิธีสร้างสรรค์ห่อกระดาษที่จะทำให้การจับได้นาฬิกาในงานปีใหม่พิเศษขึ้นมาหลายสิบเท่า วิธีการก็แสนง่าย ใช้อุปกรณ์เท่ากันกับตอนห่อของชิ้นเล็ก เพิ่มเติมแค่สกิลล์การพับมุมกระดาษก็พอ

ที่ต้องเพิ่มการพับมุมกระดาษเข้าไป ก็เพราะนาฬิกาติดผนังมักหนาและเป็นทรงกลม เราจึงต้องแปลงซองกระดาษที่สอนวิธีไปก่อนหน้าให้เป็นทรงกล่อง โดยแทรกไปในขั้นตอนก่อนพับกระดาษด้านแนวนอนมาคลุมรอบสิ่งของ แทนที่จะพับทบกันไปเฉยๆ ให้หยิบรอยพับด้านล่างมาทำมุม 90 องศากับขอบกระดาษ ทำแบบนี้กับทั้ง 4 ด้าน เราก็จะได้ซองทรงกล่องสำหรับใส่นาฬิกาติดผนังหรือของชิ้นหนาแล้ว

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

ครูพี่หมูแนะนำว่า สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ แก้ปัญหารอยยับด้านข้างซองได้จากการกรีดกระดาษให้เรียบก่อนห่อจริง แต่ถ้าใครมีฝีมือพอตัว จะขยุ้มด้านข้างให้ออกมาเป็นลักษณะพองๆ ก็สวยเก๋ไม่เบา

ผลไม้ขนาดเล็ก : แอปเปิ้ล 

และก็มาถึงวิธีห่อของอย่างสุดท้ายที่ได้โจทย์มาจากตัวแทนทีมงานที่เป็นลูกหลานแดนมังกร เนื่องจากชาวเรามีธรรมเนียมว่าต้องหยิบส้ม 3 ใบไปมอบให้ญาติผู้ใหญ่ทุกปี ก็เลยอยากมีห่อกระดาษสวยๆ บรรจุผลไม้มงคลบ้าง และในที่สุดครูพี่หมูก็ทำฝันของชาวเราให้เป็นจริง!

ครูพี่หมูบอกแนะเคล็ดลับว่า ถ้าเชี่ยวชาญการห่อสิ่งของต่างๆ ตามที่สอนมาทั้งหมดแล้ว วิธีการห่อส้มหรือผลไม้ขนาดเล็กชนิดไหนๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด วิธีการคือให้ยึดหลักใกล้เคียงกับการห่อวัตถุทรงกลม (คล้ายนาฬิกาติดผนัง) แต่ปรับจากทรงกล่องเป็นทรงถุง ด้วยการใช้กระดาษที่ขนาดยาวขึ้นจนพอบรรจุผลไม้ทั้งหมด และเหลือพื้นที่สำหรับพับทบด้านบนให้มากกว่าซองประเภทอื่นเท่านั้นเอง

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงกำลังวางแผนหากระดาษใบสวยมาสร้างซองสำหรับห่อของขวัญของตัวเองอยู่แน่ๆ ขอให้ทุกคนสนุกกับงานอดิเรกชิ้นใหม่ และติดตามการต่อยอดไอเดียสู่การห่อของสุดสร้างสรรค์โดยครูพี่หมูได้ที่อินสตาแกรม curiouspig หรือถ้าใครอยากติดตามเบื้องหลังการสร้างงานที่เอ็กซ์คลูซีฟ (กว่าอินตาแกรมแรก) กดติดตามครูพี่หมูเพิ่มได้ที่  curiouspig_days

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

22 กันยายน 2560
8 K
The Cloud X Maru

ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยง แน่นอนว่าหมาแสนน่ารักยังคงเป็นหนึ่งในดวงใจใครหลายคน (รวมถึงฉันด้วย) แต่ถ้าลองสังเกต คุณจะเห็นว่ายุคนี้มีหลายครั้งที่หมาเป็นที่รักเกินคำว่า ‘สัตว์เลี้ยง’ แบบเดิมๆ  บางคนนับมันเป็นสมาชิกในครอบครัว บางคนอาจเลือกไม่มีลูกแล้วเลี้ยงหมาเป็นลูกเลยก็มี  

พอเรารักน้องหมามากขึ้น ก็ใส่ใจดูแลมันมากขึ้น นอกจากอาหารที่เดี๋ยวนี้ถึงขั้นมีอาหารหมาออร์แกนิก สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ทาสหมารู้ดีว่าน้องหมาต้องการให้เราพาไปออกกำลังกายหรือวิ่งเล่น แต่ปัญหาหลักที่พวกเรามักเจอะเจอคือไม่มีพื้นที่ ไม่ก็ไม่มีเวลามากพอ ผลคือน้องหมาไม่ได้ออกกำลังกายมากเท่าที่ควร ทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมา

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

แต่วันก่อน ฉันได้คุยกับ ครูเมี่ยว-รุ้งจิต ตั้งจิตเจริญ นักจิตวิทยาสุนัขคนเก่งแห่งบ้าน Clicker Dog เลยได้รู้ว่า แม้เราควรพาน้องหมาไปวิ่งเล่นเป็นประจำ เพื่อให้ได้ฝึกกล้ามเนื้อและฝึกสมอง รวมถึงเปิดหูเปิดตาและฝึกเข้าสังคม แต่ถ้าจนใจจริงๆ เราก็ชวนน้องหมาออกกำลังกายที่บ้านได้ แถมอุปกรณ์ก็หาได้จากของรอบตัว (รวมถึงขนมอร่อยและคำชมของเรา) การออกกำลังกายนี้จะว่าไปก็เหมือนการฝึกหมา เช่น สั่งให้นั่ง หมุน หรือปีน

“หมาต้องออกกำลังกายสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ ร่างกาย และส่วนที่สองคือ สมอง ต้องให้หมาได้คิดว่าต้องทำอะไร ดังนั้นกิจกรรมที่เราทำจะเหมือนเป็นเกมที่เล่นด้วยกัน ซึ่งที่จริงการฝึกนั่ง หมอบ คอยก็เป็นเกมอย่างหนึ่งนะ เราไม่ได้ฝึกให้หมาเป็นทหาร แต่สร้างเงื่อนไขให้เขารู้ว่า ถ้าทำแบบนี้จะได้กินขนม แล้วเขาจะจำว่ากิจกรรมนี้ดีจัง สนุกจัง อยากเล่นอีกจังเลย” ครูเมี่ยวอธิบาย

ที่สำคัญคือกิจกรรมพวกนี้ไม่ใช่แค่ทำให้หมาที่เรารักแข็งแรง แต่เป็นสิ่งที่ทำแล้วหมาสนุก แถมยังช่วยทำให้เรากับหมาสนิทกันมากขึ้นด้วยนะ

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

“หมาทุกตัวชอบเล่นกิจกรรม” ครูเมี่ยวยืนยันกับฉัน “คนบางคนคิดว่ากลับบ้านมากอดหมาก็เป็นกิจกรรมแล้ว แต่ไม่ใช่ กอดถือเป็นให้รางวัล ถ้าอยู่ดีๆ ก็ได้รางวัล หมาจะรำคาญ หมาก็จะมากัดเท้าเรา กัดมือเรา ดึงนู่นดึงนี่เพื่อชวนเราเล่นกิจกรรมด้วย”​

เพราะอย่างนี้ ถ้าไม่มีโอกาสพาหมาไปวิ่งเล่นบ่อยๆ เราก็ใช้เวลาวันหยุดชวนหมาออกกำลังกายที่บ้านได้ (แต่ยังไงก็ต้องพาออกไปออกกำลังกายข้างนอกจริงๆ อย่างน้อยเดือนละครั้งหรือครึ่งเดือนครั้งนะ) เป็นการใช้เวลาดีๆ ร่วมกันที่ได้มากกว่าแค่ความสุขใจ เพราะที่จริง ครูเมี่ยวแอบบอกว่า น้องหมาน่ะไม่ได้มองเราเป็นคนหรอกนะ แต่มองว่าเราเป็นหมาที่ยืนสองขาต่างหาก

พูดอีกอย่างคือ เรานี่แหละเป็นจ่าฝูงที่ต้องคอยดูแลลูกฝูงให้แข็งแรงสดใส จะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

อุปกรณ์

  1. พรมสั้นสำหรับฝึกนั่ง พรมยาวสำหรับฝึกวิ่ง ใช้เพื่อกันลื่นล้ม โดยเฉพาะเหล่าหมาเด็กที่ล้มไม่เป็น อาจล้มเอาหัวลงทำให้บาดเจ็บได้
  2. ตะกร้าหรือกล่องที่สูงประมาณข้อศอกหมา ไม่ควรสูงเท่าตัวหรือเกินตัวหมา เพราะจะทำให้ข้อต่อบาดเจ็บเวลากระโจนขึ้นหรือกระโดดลง
  3. ขนมที่หมาชอบ ใช้เป็นรางวัล
  4. ขวดน้ำ แกนทิชชู่ หรือถังขยะ สำหรับเป็นหลักให้หมาเดินวนรอบ

วิธีทำ

1. ท่านั่ง

1.1 กางพรมสั้นออกมา เรียกหมามาตรงพรม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

1.2 ถือขนมไว้ในมือ หมาจะสุ่มทำท่าต่างๆ ไปเรื่อยๆ เช่น หมอบ เขี่ย กระโจน ให้เมินเฉยเอาไว้จนกว่าน้องจะนั่ง ถ้านั่งปุ๊ปให้ขนมทันทีพร้อมชมว่า ‘เก่งมาก’ ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

1.3 ตั้งชื่อท่าให้หมาจำ โดยทำเหมือนข้อ 1.2 แต่คราวนี้เมื่อน้องหมาก้นแตะพื้นปุ๊ป ให้พูดว่า ‘นั่ง’ จากนั้นค่อยให้ขนมพร้อมพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

1.4 สร้างสัญลักษณ์มือให้หมาจำ โดยกำมือ (ข้างเดียวกับที่ถือขนม) ชี้นิ้วชี้ขึ้นพร้อมพูดว่า ‘นั่ง’ เมื่อน้องนั่งก็ให้ขนมและพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

1.5 ทำข้อ 1.4 โดยพูดชมอย่างเดียว ไม่ต้องให้ขนม เพราะน้องหมาเริ่มจำแล้วว่าการชมก็คือการให้รางวัลเหมือนกัน

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

2. ท่าหมุน

2.1 ใช้พรมสั้นเหมือนเดิม เรียกหมามาตรงพรม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

2.2 ถือขนมไว้ในมือ น้องหมาจะดม ให้กวาดมือเป็นวงกลมนำให้น้องเดินหมุนรอบตัวเอง ถ้าทำได้ให้ขนมพร้อมพูดชม ทำซ้ำ 2 – 3 ครั้ง

2.3 ค่อยๆ สร้างความจำให้น้องหมาเหมือนท่าแรก โดยคราวนี้ให้ตั้งชื่อท่าว่า ‘หมุน’ ส่วนสัญลักษณ์มือให้กำมือ ชี้นิ้วชี้ลง แล้วกวาดมือเป็นวงกลมนำน้องเหมือนเดิม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

2.4  สามารถเพิ่มระดับความท้าทาย โดยทำท่าหมุนแล้วต่อด้วยท่านั่ง

3. ท่าหมุนรอบอุปกรณ์

3.1 ทำเหมือนท่าที่ 2 แต่ให้ใช้ชวดน้ำ แกนทิชชู่ ถังขยะ หรืออะไรก็ได้ที่มีในบ้านวางเป็นหลักไว้ แล้วให้น้องหมาหมุนรอบอุปกรณ์

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

3.2 สามารถเพิ่มความยาก โดยหาอุปกรณ์หลายๆ อันมาวางเรียงต่อกัน ให้น้องหมาหมุนรอบอุปกรณ์ 2 – 3 ชิ้นแล้วค่อยให้ขนมและพูดชม

4. ท่าเกาะ

4.1 กางพรมยาวออก วางกล่องหรือตะกร้าไว้กึ่งกลาง

4.2 ถือขนมไว้ในมือ (ยังไม่ต้องให้จนกว่าจะทำครบทุกท่า)

4.3 เริ่มต้นที่ท่านั่ง จากนั้นใช้มือข้างที่ถือขนมนำน้องหมามาเกาะที่กล่องโดยใช้แค่ขาหน้า ท่านี้จะช่วยให้น้องหมาได้ฝึกกล้ามเนื้อขาหลัง ขาหลังที่แข็งแรงจะช่วยให้วิ่งหรือกระโจนไปข้างได้ดี และทำให้บุคลิกการเดินดูสวยงามด้วย

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

4.4 พอน้องเกาะแล้วให้ใช้มือนำน้องให้แหงนหน้าขึ้น จากนั้นค่อยให้ขนมและพูดชม

4.5 สร้างความจำให้น้องหมาเหมือนท่าแรก โดยคราวนี้ตั้งชื่อท่าว่า ‘เกาะ’ ส่วนสัญลักษณ์มือให้ลากมือนำให้เดินและเงยหน้า

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

5. ท่าเกาะยกขา

5.1 ใช้พรมยาวและกล่องเหมือนเดิม

5.2 ทำเหมือนข้อ 4 ทุกประการ เพียงแต่ตอนที่น้องหมาแหงนหน้าขึ้น ลองสังเกตดูจะพบว่ามีขาข้างหนึ่งลอยขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ใช้มือเกาใต้ขาน้องเพื่อประคองขาให้สูงขึ้น เมื่อน้ำหนักด้านหน้าเทไปที่ขาข้างเดียว น้องหมาจะต้องเกร็งลำตัวเพื่อช่วยทรงตัว ท่านี้จึงช่วยฝึกกล้ามเนื้อลำตัว โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างกระดูกสันหลัง ให้แข็งแรงขึ้น

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

6. ท่าปืนข้ามกล่องและหมุน

6.1 ใช้พรมยาวและกล่องเหมือนเดิม

Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน
Dog Workout : ชวนหมามาฝึกสมอง สร้างกล้ามเนื้อ กับกิจกรรมออกกำลังกายสนุกในบ้าน

ถ้าใครไม่สะดวกพาหมาออกไปวิ่งเล่น ออกกำลังกายนอกบ้าน วันหยุดนี้ลองอยู่บ้านแล้วชวนน้องนอกจากน้องหมาสนุก สุขภาพดีแล้ว การออกกำลังกายแบบนี้ยังช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างเรากับน้องหมาด้วย และสำหรับชาวคอนโด ถ้าขี้เกียจเล่นกับน้องหมาอยู่แต่ในห้อง ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co-Creation Space ให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์หลากหลาย ลองพาน้องหมามาออกกำลังกายได้เลยนะ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. ควรพาหมาออกกำลังกายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเลี้ยงมาจนถึงอายุ 6 เดือน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่หมายังไม่กลัวอะไร พร้อมจะลองเรียนรู้ นอกจากออกกำลังกาย ช่วงนี้ควรฝึกฉี่ ฝึกให้คุ้นชินเสียงต่างๆ ด้วย น้องหมาจะได้แข็งแรงทั้งกายและใจ
  2. ต้องพาหมาออกกำลังกายตอนที่หิว คือออกกำลังกายก่อนมื้ออาหารนั่นแหละ เพราะจะมีแรงจูงใจและอยากกินขนมมากกว่าตอนที่อิ่ม ถ้าอิ่มอยู่น้องหมาจะไม่อยากได้ขนม ไม่รู้สึกว่าขนมเป็นรางวัล
  3. แต่ถึงอย่างนั้นขนมก็แทนมื้ออาหารไม่ได้นะ จริงๆ ขนมที่กินช่วงกิจกรรมนั้นน้อยมาก พอพาออกกำลังกายเสร็จแล้วก็อย่าลืมให้อาหารน้องหมาอีกทีด้วยล่ะ
  4. ถ้าหมาสามารถออกกำลังกายได้ทุกท่าแล้ว ก็ปรับให้ยากขึ้นได้ อาจจะให้มันหมุน 3 รอบ ให้ปีนข้ามกล่อง 2 เซ็ต หมาจะได้ไม่เบื่อ หรือถ้าเราเองอยากคิดค้นท่าใหม่มาเล่นกับหมาก็ได้ แต่อย่าพิสดารมาก ความปลอดภัยสำคัญเป็นที่หนึ่งนะ
  5. ในทางกลับกัน อย่าฝืนถ้าน้องหมาทำท่าต่างๆ ไม่ได้ในครั้งแรก แต่ให้ชวนมาเล่นออกกำลังกายใหม่เรื่อยๆ เพื่อให้หมาชินกับการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ แล้วเดี๋ยวสักพักก็จะทำได้เอง คล้ายกับเวลาคนเราเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ

 

ข้อควรระวัง (ครูเมี่ยวฝากมา)

  1. ก่อนตัดสินใจเลี้ยงหมาต้องดูความพร้อมของตัวเอง ต้องพร้อมทั้งเงิน เวลา และสุขภาพ (เช็กก่อนว่าตัวเองไม่แพ้ขนหมาพันธุ์ที่ต้องการเลี้ยง)
  2. คนที่แพ้ขนหมาแต่อยากเลี้ยงจริงๆ แนะนำให้ลองไปเล่นกับพุดเดิ้ลหรือชเนาส์เซอร์ก่อนตัดสินใจ เพราะ 2 พันธุ์นี้ไม่ผลัดขน มีโอกาสที่จะไม่แพ้มากกว่าพันธุ์อื่นๆ
  3. อย่าซื้อหมาเป็นของขวัญ เพราะคนที่ได้รับอาจไม่พร้อมเลี้ยง ในทำนองเดียวกัน ถ้าอยู่ร่วมห้องกับคนอื่น ก็อย่าลืมถามความสมัครใจของพวกเขาก่อนรับมาเลี้ยงด้วยล่ะ

Writer

กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ เพิ่งผันตัวมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ กำลังเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่างสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากทำ รักทุกอย่างที่เป็นรสหรือกลิ่นลูกพีช

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load