24 ธันวาคม 2563
5 K

เมื่อ 3 ปีก่อน เราชวน หมู-อัญชลี ศรีไพศาล Lifestyle Designer ผู้จริงจังกับงานอดิเรกแสนรักขนาดบินไกลไปเรียนรู้ศาสตร์การห่อของถึงญี่ปุ่น ให้เธอหยิบกระดาษพร้อมริบบิ้นมาห่อของขวัญในคอลัมน์ Staycation มาแล้วครั้งหนึ่ง 

ครูพี่หมูบอกกับเราในคราวนั้นว่า เธอตั้งใจให้อินสตาแกรม curiouspig เป็นเสมือน ‘ที่ส่งการบ้าน’ เพื่อผลักดันกึ่งบังคับให้ตัวเองห่อของ พร้อมท้าทายตัวเองด้วยโจทย์และวิธีการใหม่ๆ ที่ต่อยอดไปจากความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

โจทย์และวิธีการใหม่ๆ ที่ครูพี่หมูว่า กระโดดไปไกลและท้าทายให้การห่อของเป็นมากกว่างานอดิเรก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา การห่อของพาเธอให้ได้ไปร่วมงานกับแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก เธอรับหน้าที่เป็นผู้ห่อของขวัญเพื่อมอบให้ลูกค้าคนพิเศษ โดยไม่ใช่หีบห่อแบบสำเร็จรูปที่เตรียมไปจากบ้าน แต่เป็นการรังสรรค์ขึ้นจากเครื่องสำอางที่เขาเลือกซื้อ บวกกับบุคลิกที่โดดเด่นของเขาหรือเธอคนนั้น 

และครูพี่หมูก็ยังได้ฝากอีกหนึ่งผลงานไว้ที่ The Cloud กับของที่ระลึกที่เราใช้ตอบกลับผู้อ่านที่ส่งโปสการ์ดมาหากันผ่านคอลัมน์ Wish You Were Here ตอนนั้นชาวก้อนเมฆให้โจทย์ครูพี่หมูไปว่า เราอยากได้ของที่ระลึกสำหรับผู้อ่านที่คราฟต์และไม่ซ้ำใคร จึงได้ออกมาเป็น Craft Letter from The Cloud ซองจดหมายทำมือที่ครึ่งหนึ่งเป็นลายเมฆ อีกครึ่งเป็นลายตัวอักษร ใช้วิธีการพับล็อกที่ออกแบบมาให้คลี่ออกง่ายและนำไปใช้ต่อได้ ส่วนด้านในมีซองเล็กลายท้องฟ้าต่างวัน เวลา และฤดูกาล ซึ่งผู้รับนำไปใช้งานได้อีกไม่จำกัดรูปแบบ

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

ความมุ่งหมายแรกที่ทำให้ครูพี่หมูหยิบจับกระดาษมาห่อเป็นของสารพัดแบบ เริ่มมาจากเธออยากพาตัวเองออกมาให้ไกลหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าวันนี้งานอดิเรกจะพาเธอมาไกลและมีโจทย์ที่หลากหลายขึ้น แต่ครูพี่หมูก็ยังยกให้การห่อของเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วชุบชูจิตใจเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต นั่นก็เพราะเธอยังสนุกสนานกับการได้จับเอาไอเดียมาแปลงเป็นหีบห่อ ได้เห็นพัฒนาการ แถมยังได้ค้นพบเทคนิคการห่อแบบใหม่ๆ ด้วยตัวเอง

ชวนมือหนึ่งเรื่องการห่อของมาเยือน The Cloud ทั้งที เราเลยขอให้ครูพี่หมูหยิบเทคนิคการห่อของขวัญขั้นพื้นฐานมาให้ผู้อ่านที่อยากแปลงร่างเป็น  ‘นักห่อ’ ทั้งหลายได้ฝึกฝีมือ ห่อของขวัญที่ครูพี่หมูจะมาสอนวันนี้ทำได้ด้วยวิธีการแสนง่าย แถมยังนำไปใช้ได้กับของขวัญต่างขนาด ต่างรูปทรง ทั้งหมด 8 ชิ้น ได้แก่ ปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์ หนังสือ เสื้อ ผ้าพันคอ นาฬิกาติดผนัง ไปจนถึงผลไม้ขนาดเล็ก 

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

โดยความพิเศษที่เราอยากกาดอกจันตัวใหญ่ๆ ให้ทุกคนจดไว้ใช้ คือวิธีห่อที่จะสอนต่อไปนี้เริ่มจากใช้กระดาษขนาด A4  เพียง 1 แผ่น ไม่จำเป็นต้องใช้เทปใดๆ และสามารถเพิ่มขนาดกระดาษให้ใหญ่ขึ้นได้ไม่จำกัด ส่วนเทคนิคหลักๆ ก็ใกล้เคียงกัน แค่ดัดแปลงและเพิ่มเติมไปตามขนาดของสิ่งของที่จะใช้ห่อเท่านั้นเอง เริ่ม!

อุปกรณ์ 

  1. กระดาษ ใช้ได้ตั้งแต่กระดาษเอกสาร นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ที่มีอยู่ในบ้าน หากใช้กระดาษที่มีความหนาประมาณ 70 – 80 แกรม จะพับและห่อง่ายกว่า
  2. ริบบิ้นหรือเชือก

หมายเหตุ : กรณีต้องต่อกระดาษ อุปกรณ์ที่ต้องใช้เพิ่มเติม ได้แก่ กรรไกร ไม้บรรทัด และเทปกาว 

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

วิธีการห่อ

ปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์

  1. วางกระดาษตามแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ตามความถนัด วางสิ่งของที่ต้องการห่อลงไป จะไว้ตรงกลางหรือที่มุมใดมุมหนึ่งของกระดาษก็ได้ 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. เมื่อได้มุมวางสิ่งของที่ถูกใจ ให้พับด้านบนและด้านล่าง (แนวนอน) ของกระดาษลงมาให้คลุมสิ่งของจนรอบ ค่อยๆ กรีดกระดาษตามรอยที่วัดขนาดไว้ (อย่าพับจนชิดขอบเกินไป เหลือช่องว่างระหว่างกระดาษกับสิ่งของไว้เกือบ 1 เซนติเมตรกำลังดี)
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. พับกระดาษด้านแนวตั้งให้คลุมรอบสิ่งของ จะพับจากด้านซ้ายหรือขวาก่อนก็ได้ โดยพับด้านหนึ่งต้องถูกพับลงมามากว่า เพื่อให้ปิดทับกันได้สนิท จากนั้นค่อยๆ กรีดกระดาษตามรอยที่วัดขนาดไว้
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใส่สิ่งของที่ต้องการห่อไว้ด้านใน เพิ่มเติมเทคนิดให้กระดาษที่อยู่ด้านบนได้ตามความคิดสร้างสรรค์ที่มี จะพับให้สั้นลงหรือพับมุมข้างก็ได้ทั้งหมด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใช้ริบบิ้นหรือเชือกพันรอบซองในแนวตั้ง ผูกเป็นปมหลวม 1 ครั้ง และผูกเป็นโบว์รูปแบบตามชอบอีก 1 ครั้ง เป็นอันเสร็จ 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

สิ่งสำคัญมากที่คนรักการพับกระดาษห้ามลืม คือต้องกรีดกระดาษตามรอยก่อนลงมือพับจริงทุกครั้ง เพื่อให้กระดาษออกมาเนียนกริบ ไร้รอยยับยู่ยี่นั่นเอง

สำหรับวิธีการที่ว่าไปเป็นพื้นฐานของการห่อสิ่งของที่มีขนาดเล็กกว่ากระดาษ A4 และไม่หนามาก อย่างเช่นปากกา ธนบัตร กระเป๋าสตางค์ และครูพี่หมูยังขนวิธีห่อของชิ้นใหญ่กว่าและมีรูปทรงที่แตกต่างกันไป ทั้งหนังสือ เสื้อ ผ้าพันคอ นาฬิกาติดผนัง ไปจนถึงผลไม้อย่างแอปเปิ้ลมาฝากด้วย

หนังสือ

หากเลือกจะมอบหนังสือเป็นของขวัญให้กัน ปัญหาที่ผู้ให้ส่วนใหญ่ต้องประสบคือไม่ถูกใจถุงหรือกระดาษที่ห่อมาจากร้านค้า ปัญหานั้นจะหมดไป เพียงคุณเลือกกระดาษที่ถูกใจ หรือเป็นกระดาษที่สื่อความหมายคล้ายกับหนังสือเล่มนั้นก็ได้ แล้วห่อตามขั้นตอนและเทคนิคดังนี้ (เพิ่มเติมอุปกรณ์ : ที่เจาะกระดาษ) 

  1. เลือกกระดาษหรือต่อกระดาษให้มีขนาดพอดีกับหนังสือ
  2. วางกระดาษตามแนวนอน วางหนังสือตามลงไป เหลือมุมด้านข้างของหนังสือเอาไว้ด้านหนึ่งประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร และอีกด้านเหลือไว้ให้มีขนาดมากกว่าความหนาของหนังสือทั้งเล่ม 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. พับด้านข้างที่สั้นกว่าสอดเข้าไปใต้ปกหนังสือ ส่วนด้านยาว พับทบให้ทับปกของสันหนังสือขึ้นมาด้านบน 
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. ใช้ที่เจาะกระดาษเจาะกระดาษที่อยู่เหลือสันหนังสือ
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
  1. สอดริบบิ้นหรือเชือกและร้อยเป็นรูปแบบตามชอบใจ
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

เสื้อและผ้าพันคอ 

สำหรับของขวัญอย่างเสื้อและผ้าพันคอ เป็นของที่หากจะมอบเป็นของขวัญมักต้องหากล่องหรือถุงใส่ อันที่จริงสิ่งของประเภทนี้ก็มอบให้กันโดยใช้กระดาษห่อได้ โดยมีวิธีการไม่ต่างไปจากสิ่งของชนิดอื่นๆ ที่กล่าวมา แต่เทคนิคที่จะทำให้ห่อของชิ้นนี้ทนทานและใช้งานได้จริงอยู่ตรงที่การเลือกกระดาษขนาดใหญ่พอดี รวมถึงการใช้เชือกหรือริบบิ้นที่หนาขึ้นมาหน่อย หรืออาจเพิ่มจาก 1 เป็น 2 เส้น เพื่อตอบโจทย์ให้หิ้วมอบให้ผู้รับได้สะดวกขึ้น

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

นาฬิกาติดผนัง

ใครว่าการห่อนาฬิกาติดผนังจะต้องใส่ในกล่องสี่เหลี่ยมเท่านั้น วันนี้เราวิธีสร้างสรรค์ห่อกระดาษที่จะทำให้การจับได้นาฬิกาในงานปีใหม่พิเศษขึ้นมาหลายสิบเท่า วิธีการก็แสนง่าย ใช้อุปกรณ์เท่ากันกับตอนห่อของชิ้นเล็ก เพิ่มเติมแค่สกิลล์การพับมุมกระดาษก็พอ

ที่ต้องเพิ่มการพับมุมกระดาษเข้าไป ก็เพราะนาฬิกาติดผนังมักหนาและเป็นทรงกลม เราจึงต้องแปลงซองกระดาษที่สอนวิธีไปก่อนหน้าให้เป็นทรงกล่อง โดยแทรกไปในขั้นตอนก่อนพับกระดาษด้านแนวนอนมาคลุมรอบสิ่งของ แทนที่จะพับทบกันไปเฉยๆ ให้หยิบรอยพับด้านล่างมาทำมุม 90 องศากับขอบกระดาษ ทำแบบนี้กับทั้ง 4 ด้าน เราก็จะได้ซองทรงกล่องสำหรับใส่นาฬิกาติดผนังหรือของชิ้นหนาแล้ว

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

ครูพี่หมูแนะนำว่า สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ แก้ปัญหารอยยับด้านข้างซองได้จากการกรีดกระดาษให้เรียบก่อนห่อจริง แต่ถ้าใครมีฝีมือพอตัว จะขยุ้มด้านข้างให้ออกมาเป็นลักษณะพองๆ ก็สวยเก๋ไม่เบา

ผลไม้ขนาดเล็ก : แอปเปิ้ล 

และก็มาถึงวิธีห่อของอย่างสุดท้ายที่ได้โจทย์มาจากตัวแทนทีมงานที่เป็นลูกหลานแดนมังกร เนื่องจากชาวเรามีธรรมเนียมว่าต้องหยิบส้ม 3 ใบไปมอบให้ญาติผู้ใหญ่ทุกปี ก็เลยอยากมีห่อกระดาษสวยๆ บรรจุผลไม้มงคลบ้าง และในที่สุดครูพี่หมูก็ทำฝันของชาวเราให้เป็นจริง!

ครูพี่หมูบอกแนะเคล็ดลับว่า ถ้าเชี่ยวชาญการห่อสิ่งของต่างๆ ตามที่สอนมาทั้งหมดแล้ว วิธีการห่อส้มหรือผลไม้ขนาดเล็กชนิดไหนๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด วิธีการคือให้ยึดหลักใกล้เคียงกับการห่อวัตถุทรงกลม (คล้ายนาฬิกาติดผนัง) แต่ปรับจากทรงกล่องเป็นทรงถุง ด้วยการใช้กระดาษที่ขนาดยาวขึ้นจนพอบรรจุผลไม้ทั้งหมด และเหลือพื้นที่สำหรับพับทบด้านบนให้มากกว่าซองประเภทอื่นเท่านั้นเอง

หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด
หยิบกระดาษ A4 มาห่อของขวัญ 8 ชิ้น 8 แบบ โดยไม่ง้อเทปกาว กรรไกร หรือไม้บรรทัด

อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงกำลังวางแผนหากระดาษใบสวยมาสร้างซองสำหรับห่อของขวัญของตัวเองอยู่แน่ๆ ขอให้ทุกคนสนุกกับงานอดิเรกชิ้นใหม่ และติดตามการต่อยอดไอเดียสู่การห่อของสุดสร้างสรรค์โดยครูพี่หมูได้ที่อินสตาแกรม curiouspig หรือถ้าใครอยากติดตามเบื้องหลังการสร้างงานที่เอ็กซ์คลูซีฟ (กว่าอินตาแกรมแรก) กดติดตามครูพี่หมูเพิ่มได้ที่  curiouspig_days

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

29 กันยายน 2560
10 K
The Cloud X Maru

เนื่องจากจิบกาแฟแล้วใจเต้นแรงเกินไป เมื่อนึกถึงเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มสุนทรีย์ในชีวิต ฉันจึงมักหันไปจิบชา แล้วเมื่อลิ้มรสชาหลากหลายแบบมาได้สักพัก ฉันก็เริ่มศึกษาข้อมูล ได้คุยกับผู้รู้เรื่องชา ทำให้รู้ว่ามากกว่าความรื่นรมย์ เครื่องดื่มที่มีประวัติยาวนานกว่า 5,000 ปีนี้ยังมีประโยชน์หลากหลาย ที่สำคัญ ยังมีวัฒนธรรมน่าสนใจโคจรอยู่รอบถ้วยชา

หนึ่งในตัวอย่างน่าสนใจมากคือ ประเทศอย่างญี่ปุ่น ที่นั่นความสำคัญของชาไม่ได้อยู่แค่เครื่องดื่มในแก้ว แต่อยู่ที่ขั้นตอนการชงด้วย

ขณะที่เราก็แค่หยิบถุงชาใส่น้ำร้อนในแก้วใบใหญ่ ทำไมประเทศฝั่งตะวันออกอย่างญี่ปุ่นถึงซีเรียสกับการชงชานัก ธี-ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์ เจ้าของร้านชา Peace Oriental Teahouse อธิบายเหตุผลให้ฉันฟังว่า เพราะชาของญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นประเทศที่เน้นดื่มชาเขียว) เชื่อมโยงอยู่กับศาสนา วัฒนธรรมชาเริ่มต้นจากการชงชาเขียวมัทฉะของพระในวัดนิกายเซน ซึ่งไม่ได้ชงดื่มกันเล่นๆ แต่ตั้งใจออกแบบเป็นพิธีชงชาที่เป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตใจ เช่น ประตูห้องชงชาจะบานเล็ก เพื่อให้คนสูงศักดิ์แค่ไหนก็ต้องค้อมตัวต่ำ ไม่ใช่แค่ตัวพื้นที่หรืออุปกรณ์ หากขั้นตอนการชงนั้นก็ถูกคิดมาเป็นขนบเพื่อให้ผู้ชงได้ฝึกฝนใจตัวเอง

“ระเบียบแบบแผนทั้งหมดมีไว้เพื่อล้างกิเลส ขัดเกลาจิตใจ มันต้องทำเป็นแบบแผนเหมือนเดิมทุกครั้งซ้ำๆ เพื่อขัดเกลาความโง่ ความขี้รำคาญ ขี้เบื่อ ของเราออกไป” ธีอธิบาย

จากผงมัทฉะในถ้วย วัฒนาธรรมชาของญี่ปุ่นขยับขยายกว้างออกไปสู่ชาเขียวอีกหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือเกียวคุโระ ชาเขียวประเภทใบเกรดดีที่สุดของญี่ปุ่นหรือ King of Japanese Green Tea ที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก มีความขมฝาดน้อยและมีรสอูมามิแสนอร่อย แม้ชาชนิดนี้ไม่ได้มีพิธีชงเข้มงวดซับซ้อนเหมือนชงมัทฉะ แต่ก็ยังคงมีระเบียบแบบแผนที่สืบทอดมาเพื่อฝึกฝนใจ เช่น ขั้นตอนที่คนใจร้อนอาจรู้สึกเหมือนโดนแกล้งอย่างการเทน้ำชาจนหยดสุดท้าย ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกุศโลบายให้รู้จักมีความสุขกับสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไรและรู้จักรอ

หากเอาใจจดจ่ออยู่กับการชงชา เราจะรู้สึกได้ว่าใจค่อยๆ สงบลง ค่อยๆ สะอาดขึ้น ในโลกยุคดิจิทัลที่หมุนเร็วรี่ การใช้เวลาวันหยุดค่อยๆ ชงชาหอมกรุ่นนับเป็นการบำบัดใจที่ไม่เลวเลย แถมการชงเกียวคุโระยังทำให้ฉันได้เปิดประสบการณ์ใหม่กับชา นั่นคือไม่ใช่แค่ชงแล้วยกจิบ แต่เรายังกินใบชาได้ ซึ่งอร่อยด้วยแฮะ

เอาเป็นว่าใครที่รู้สึกว่าทั้งเราและโลกช่างวุ่นวายสับสน ลองหยุดอยู่บ้านหัดชงเกียวคุโระสักกาอย่างตั้งใจ รับรองว่าบำบัดใจได้ดีเลยล่ะ

อุปกรณ์

  1. ใบชาเกียวคุโระ 2 กรัม
  2. น้ำความกระด้างต่ำ 45 มิลลิลิตร (ทำได้โดยเอาถ่านไม้ไผ่มาแช่ในน้ำข้ามคืน)
  3. กาเซรามิกหรือกาแก้ว เพราะเกียวคุโระเป็นชารสละมุน ถ้าใช้กาดิน ความละมุนจะถูกรูพรุนดูดซับเข้าไป กลิ่นจะออกมาได้น้อย
  4. ถ้วยเซรามิกปากกว้าง
  5. ตะเกียบ
  6. ซอสพอนซึ

วิธีทำ

(*วิธีด้านล่างเป็นการรวบวิธีชงทั้งหมดไว้ในการชงครั้งเดียว)

1. ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง 25 มิลลิลิตร แช่ใบชาในกาทั้งหมดไว้ จับเวลาให้ได้ 13 นาที

2. เทน้ำชาใส่ถ้วย จิบน้ำชาทีละนิด ประมาณ 1 ส่วน 10 ของถ้วย ปล่อยให้เคลือบลิ้นทั้งลิ้นก่อนกลืนให้ความหวานไหลไปในคอ แล้วหายใจออกให้ยาวที่สุดเพื่อให้ได้สัมผัสกลิ่นโน้ตบนสุดของเกียวคุโระ

3. ต้มน้ำให้เดือด เสร็จแล้วเทลงถ้วย ประมาณ 20 มิลลิลิตร รอประมาณ 10 – 20 วินาทีเพื่อให้อุณหภูมิน้ำเหลือประมาณ 85 องศา จากนั้นเอียงกาเกียวคุโระแล้วเทน้ำร้อนให้ค่อยๆ ไหลผ่านผิวกาก่อนลงไปถึงใบชา เพื่อให้อุณหภูมิน้ำลดลงเหลือประมาณ 45 – 55 องศา แกว่งกาเบาๆ ประมาณ 1 นาที

4. เทน้ำชาออกมา โดยเทให้ถึงหยดสุดท้าย แล้วค่อยๆ จิบชาอีกครั้ง

5. หยดซอสพอนซึลงในกาประมาณ 5 – 6 หยด (ถ้าเกียวคุโระเกรดดีมากใช้ 1 – 2 หยดก็พอ) แล้วเทใบชาใส่ถ้วย ลิ้มรส

นอกจากชาเขียวจะหอมละมุนและมีประโยชน์แล้ว พิธีชงชาเขียวของญี่ปุ่นยังช่วยให้เราได้ฝึกฝนบำบัดใจตัวเอง การหัดชงชาจึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะจะค่อยๆ ทำขณะอยู่บ้านวันหยุด เพื่อผ่อนคลายจังหวะชีวิตและหัวใจให้ช้าลง สงบขึ้น และสำหรับชาวคอนโดที่ไม่อยากนั่งชงชาคนเดียวในห้อง ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co-Creation Space ให้ทำกิจกรรมได้หลากหลาย คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์ชีวิตผู้อยู่อาศัย หนึ่งในนั้นคือห้องชงชาที่น่าเข้าไปนั่งชงชาบำบัดใจเป็นที่สุด

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. ชาเขียวเป็นชาฤทธิ์เย็นที่มีคาเฟอีนสูง โดยเฉพาะชาเขียวญี่ปุ่นถือว่าแรงที่สุด เพราะฉะนั้น ควรชงดื่มในเวลาเช้า อย่างช้าสุดไม่ควรเกิน 3 – 4 โมงเย็น
  2. หาซื้อใบชาเกียวคุโระได้ที่ร้านชาอย่าง Piece Oriental Teahouse และ Double Dogs หรือเดินลองหาในห้างอย่างอิเซตันก็น่าจะมี
  3. ถ้าอยากกินเกียวคุโระแบบชงเย็นอย่างเดียว นอกจากชงน้ำอุณหภูมิห้องตามปกติ ถ้าอยากให้อร่อยเป็นพิเศษ ให้ใส่น้ำอุณหภูมิห้องแล้วเอาไปแช่ตู้เย็นสักครึ่งชั่วโมง หรือใส่น้ำเย็นเลยแล้วรอชั่วโมงครึ่งก็จะยิ่งอร่อย

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load