23 กรกฎาคม 2565
6 K

โยเกิร์ต ของหมักดองหลอกตาว่าน่าจะทำยาก แต่เรื่องจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเพียงแค่มีนมและเชื้อจุลินทรีย์ (ที่มีอยู่ในวัตถุดิบติดครัวทุกบ้าน) ใคร ๆ ก็ทำโยเกิร์ตกินเองที่บ้านได้แล้ว ปลอดภัยหายห่วงจากนมผง โปรตีนผง สารคงตัว สารทำให้ข้น และอีกสารพัดสารที่ไม่จำเป็น แถมด้วยน้ำตาลและความหวานในระดับที่เลือกเองไม่ได้

เพราะบางครั้งบางคราว เราก็อาจอยากหลีกเลี่ยงนมวัวให้ท้องได้พักบ้าง แต่การหาโยเกิร์ตจากน้ำนมพืชไม่ใช่เรื่องง่าย และนั่นยิ่งทำให้เราเข้าใจผิดไปได้ว่า โยเกิร์ตจากนมพืชทำยากกว่านมวัว

สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว

วันนี้เราเลยจะมาทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ด้วยวัตถุดิบเพียง 2 อย่าง คือ น้ำเต้าหู้และพริกเขียว ใช่แล้ว ฟังไม่ผิดหรอก เพราะพริกเขียวคือแหล่งของจุลินทรีย์ที่ช่วยให้น้ำเต้าหู้กลายร่างเป็นโยเกิร์ตได้นั่นเอง

ถามว่าทำไมจุลินทรีย์ตัวจิ๋วถึงทำได้ ก็เพราะจุลินทรีย์จะกินอาหารในน้ำเต้าหู้ แล้วปล่อยกรดออกมา ซึ่งจะทำให้โปรตีนในน้ำเต้าหู้ตกตะกอน รวมตัวกันเป็นเนื้อโยเกิร์ต ถ้าไม่ใช้จุลินทรีย์แต่ใช้อย่างอื่นที่มีความเป็นกรดแทนก็ได้เหมือนกัน จะใช้ไซเดอร์หรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ น้ำเต้าหู้ก็จะตกตะกอนรวมตัวกันอยู่ดี แต่จะไม่ได้จุลินทรีย์ที่มีชีวิตไปช่วยเสริมสร้างสุขภาพของลำไส้เรา

สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว

วัตถุดิบ

  1. น้ำเต้าหู้ 1 ถุง
  2. พริกเขียว 3 – 4 เม็ด
  3. เครื่องเคียงตามชอบ

วิธีทำ

สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว

1. ไปตลาด ซื้อน้ำเต้าหู้และพริกเขียวจากร้านที่ชอบ

แนะนำว่าให้ซื้อน้ำเต้าหู้สดจากตลาด แบบที่ทำจากแค่ถั่วเหลืองและน้ำ ถ้าซื้อน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองบรรจุกล่อง อาจเจอสารอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น อย่าลืมแวะซื้อพริกเขียวก่อนกลับ ถ้าหาแบบมีก้านติดมาด้วยได้ยิ่งดี

สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว

2. กลับบ้านมาหาถ้วยที่ชอบ นำไปลวกน้ำเดือด เพื่อฆ่าจุลินทรีย์นิสัยไม่ดีที่อาจติดอยู่บนถ้วย

ถามว่าข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ไหม คำตอบคือได้ แต่มีโอกาสที่จุลินทรีย์บนถ้วยจะมาก่อกวนโยเกิร์ตให้มีเชื้อรา ทำให้อายุการเก็บสั้นลง

สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว

3. ตั้งเตาอุ่นน้ำเต้าหู้ คอยคนไปเรื่อย ๆ

ยิ่งอุ่นนาน น้ำก็ยิ่งระเหยออก เราก็จะได้น้ำเต้าหู้ที่เข้มข้นขึ้น ในขณะเดียวกันโยเกิร์ตก็เข้มข้นขึ้นด้วย

สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว

4. ปิดเตา แล้วเช็กอุณหภูมิกันอีกที

ถ้าร้อนไป จุลินทรีย์ก็จะเสียชีวิตหมด ถามว่าอุณหภูมิแค่ไหนถึงจะดี ให้เอานิ้วชี้จุ่มลงไปในน้ำเต้าหู้ แช่ค้างไว้ นับ 1 ถึง 8 ถ้าทนไม่ไหวให้ดึงมือออกมาก่อน แปลว่าน้ำเต้าหู้ร้อนเกินไป รอให้เย็นลงแล้วทดลองใหม่ ควรนับ 1 ถึง 8 ให้ได้แล้วยังรู้สึกอุ่น ๆ อยู่

สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว
สอนทำ ‘โยเกิร์ตจากน้ำเต้าหู้’ ใช้แค่น้ำเต้าหู้ถุงจากร้านกับพริกเขียว

5. เทน้ำเต้าหู้ลงในถ้วยที่ลวกไว้ แกะก้านพริกเขียวออก ใช้มีดบากตรงกลางขั้วโดยไม่ต้องลึกมาก แล้วหย่อนพริกเขียวพร้อมก้านลงในถ้วย

วิธีทำโยเกิร์ตกินเองจากน้ำเต้าหู้ เมนูสำหรับคนแพ้นมวัวที่ใช้แค่น้ำเต้าหู้กับพริกเขียว
วิธีทำโยเกิร์ตกินเองจากน้ำเต้าหู้ เมนูสำหรับคนแพ้นมวัวที่ใช้แค่น้ำเต้าหู้กับพริกเขียว

6. ปิดฝานำไปวางในที่อุ่น ๆ มืด ๆ ได้จะดี เช่น ในเตาอบ (แต่ไม่ต้องเปิดเตานะ)

จากนั้นก็รอเวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของแต่ละบ้าน ยิ่งอุณหภูมิอุ่น น้ำเต้าหู้ก็จะยิ่งกลายเป็นโยเกิร์ตไวขึ้น

7. เมื่อน้ำเต้าหู้รวมตัวเป็นโยเกิร์ต จนมีลักษณะคล้ายเต้าฮวยก็เป็นอันใช้ได้

ถ้าทิ้งไว้นานจะยิ่งเปรี้ยว เพราะจุลินทรีย์จะขยันทำงานปล่อยกรดออกมาเพิ่มเรื่อย ๆ ถ้ายังไม่ทานทันทีควรรีบหยิบพริกเขียวออกแล้วแช่ตู้เย็น เพราะความเย็นจะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานช้าลง ปล่อยกรดออกมาน้อยลง โยเกิร์ตของเราจึงไม่เปรี้ยวปรี๊ดจนเกินไป

วิธีทำโยเกิร์ตกินเองจากน้ำเต้าหู้ เมนูสำหรับคนแพ้นมวัวที่ใช้แค่น้ำเต้าหู้กับพริกเขียว

8. เมื่อพร้อมทาน ก็ตักโยเกิร์ตมาทานกับเครื่องเคียงต่าง ๆ และเพิ่มความหวานได้ตามใจชอบ

ก่อนกินหมด แนะนำให้แบ่งโยเกิร์ตขึ้นมาประมาณ 2 – 3 ช้อนโต๊ะ เก็บใส่กระปุกไว้ ทำครั้งหน้าก็ใช้เป็นหัวเชื้อแทนพริกเขียวได้เลย เพราะโยเกิร์ตที่ทำมีน้องจุลินทรีย์อาศัยอยู่พร้อมแล้ว และรสชาติของรอบถัด ๆ ไปก็จะละมุนขึ้นด้วย

9. ถ้าใครชอบโยเกิร์ตเนื้อครีมข้นแบบ Greek Yogurt ให้เอาโยเกิร์ตที่ได้ใส่ผ้าขาวบาง แล้ววางลงบนตะแกรงหรือถ้วยที่มีรู เพื่อกรองเอาของเหลวออก

การค่อย ๆ กรองแบบนี้คือการทำ Greek Yogurt แบบฉบับดั้งเดิม แต่เพราะการกรองเอาของเหลวออก นอกจากใช้เวลาเพิ่มขึ้น ปริมาณยังหายไปเยอะมาก ยุคสมัยนี้หลายแบรนด์จึงใช้วิธีเติมสารคงตัว โปรตีนผง เข้าไปเพื่อลดต้นทุน แต่ยังได้เนื้อโยเกิร์ตที่ข้นและจับมาเรียกว่า Greek Style Yogurt ดังนั้น ถ้าอยากหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายเหล่านี้ เราก็ทำเองได้ หรือพลิกดูฉลาก ดูส่วนผสมก่อนซื้อจะดีกว่า

วิธีทำโยเกิร์ตกินเองจากน้ำเต้าหู้ เมนูสำหรับคนแพ้นมวัวที่ใช้แค่น้ำเต้าหู้กับพริกเขียว

10. กรองโยเกิร์ตจนกว่าจะได้เนื้อกรีกโยเกิร์ตในระดับความข้นที่พอใจ พอถึงจุดนั้นแล้วก็แกะออกมาจากผ้า ใช้ตะกร้อมือตีให้เนื้อเนียน แล้วทานกับเครื่องเคียงที่ชอบ

ในที่นี้เลือกใช้งาดำบดผสมน้ำผึ้งมาเป็นพระเอกของรสชาติ เพราะโยเกิร์ตที่ทำจากนมวัวจะมีความมันของนม แต่น้ำเต้าหู้มาจากถั่วเหลืองที่มีไขมันน้อยกว่าในนมมาก รสชาติจะเบา ๆ เราจึงขอเลือกงาดำที่หอมมันมาช่วยทดแทนส่วนที่ขาดไป และเพิ่มเติมความหอมอีกนิดด้วยคินาโกะ ผงถั่วเหลืองญี่ปุ่นตบท้าย

วิธีทำโยเกิร์ตกินเองจากน้ำเต้าหู้ เมนูสำหรับคนแพ้นมวัวที่ใช้แค่น้ำเต้าหู้กับพริกเขียว
วิธีทำโยเกิร์ตกินเองจากน้ำเต้าหู้ เมนูสำหรับคนแพ้นมวัวที่ใช้แค่น้ำเต้าหู้กับพริกเขียว

Writer

Avatar

วรรณวลี ตันติ์สันติสุข

นักบัญชีผู้แสวงหาชีวิตจนสุดท้ายผันตัวไปเป็นนักศึกษาด้านอาหารที่อิตาลี และมี IG : jp.wanwalee ไว้คอยบอกเล่าเรื่องราวที่ไปเรียนมาผ่านรูปวาดผสมรูปถ่าย

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

9 กุมภาพันธ์ 2566
23

ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัย ทั้งยังช่วยทะนุถนอมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้มีความนุ่มนวลและมีกลิ่นหอม

แต่หลายครั้ง กลิ่นหอมที่ว่ากลับกลายเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ บางคนอาจรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ขึ้นมาทันทีที่ได้กลิ่น หรือหนักกว่านั้นอาจเกิดอาการแพ้และระคายเคืองตามผิวหนัง

ฉะนั้น การทำน้ำยาปรับผ้านุ่มใช้เองด้วยวัตถุดิบใกล้ตัวที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะนอกจากช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย

ผู้ที่มาเผยสูตรไม่ลับฉบับแม่บ้านวัยเกษียณในครั้งนี้ คือ นก-พรนภา อนะหันลิไพบูลย์ จากการแพ้กลิ่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สู่การทำน้ำยาปรับผ้านุ่มจากวัตถุดิบง่าย ๆ อย่างเปลือกส้มกับน้ำส้มสายชู

เราขอเรียกสิ่งมหัศจรรย์นี้ว่า ‘น้ำยาอเนกประสงค์’ เพราะสรรพคุณครอบคลุมทั้งเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่ม สเปรย์ทำความสะอาดเตาแก๊ส โต๊ะอาหาร หรือเช็ดกระจกภายในบ้านก็ได้เช่นกัน

เรื่องส้ม ๆ 

น้ำยานี้มีส่วนผสมง่าย ๆ แค่น้ำส้มสายชูกับเปลือกส้ม ที่เราใช้น้ำส้มสายชู เพราะเป็นกรดอะซิติก (Acetic Acid) กรดอินทรีย์ชนิดอ่อน ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับชื้น กำจัดกรดบนเสื้อผ้าที่มาจากเหงื่อและไขมันของร่างกาย ในขณะที่ผงซักฟอกหรือสบู่ที่ใช้ซักล้างมีความเป็นด่าง การขจัดคราบไขมันออกไปทำให้เนื้อผ้าแฟบ ขาดความฟู เลยต้องใช้น้ำส้มสายชูที่มีความเป็นกรดมาแก้ด่างอีกที เพื่อคืนความฟูนุ่มสลวยให้กับเสื้อผ้า 

ที่จริงแล้วเราจะใช้น้ำส้มสายชูแทนน้ำยาปรับผ้านุ่มเลยก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักเพิ่มกลิ่นลงไปเพื่อให้เกิดความหอม หรือใช้หัวน้ำหอมผสมก็ได้ แต่อีกทางเลือกหนึ่งคือเปลือกส้มที่มีกันทุกบ้านแต่มักจะทิ้งไป

เปลือกส้มมีน้ำมันหอมระเหย (Estential Oil) เป็นส่วนประกอบหลายชนิด มีการศึกษาว่าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการบรรเทาความเครียด ปรับสมดุลผิว ที่สำคัญคือต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เพื่อไม่ให้เปลือกส้มถูกทิ้งไปแบบเปล่าประโยชน์ เราก็ใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติแทนน้ำหอมได้เลย

นอกจากเปลือกส้ม ยังมีเปลือกผลไม้ชนิดอื่นในตระกูลเดียวกันที่มีน้ำมันหอมระเหย เช่น ส้มโอ มะกรูด มะนาว ดังนั้น เลือกใช้แทนกันได้ตามความชอบและความสะดวก

เอาล่ะ มาเริ่มทำน้ำยาอเนกประสงค์กันเลย!

ส่วนผสมและอุปกรณ์

  1. เปลือกส้มหรือเปลือกผลไม้ตระกูลเดียวกัน แนะนำว่าควรใช้เป็นส้ม เพราะหาง่ายและราคาถูก
  2. น้ำส้มสายชูเจือจาง 5 เปอร์เซ็นต์ (ยี่ห้อไหนก็ได้ ถูกที่สุดก็ย่อมได้)
  3. ใบโรสแมรี่ (อันนี้ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  4. โหลแก้ว ขวดแก้ว และขวดสเปรย์พลาสติก
  5. มีด
  6. เครื่องคั้นน้ำส้ม
  7. อื่น ๆ ตามความต้องการ

วิธีการทำ

#01

หั่นส้มแบ่งครึ่งกี่ลูกก็ได้ตามต้องการ หรือปอกเปลือกเอาเนื้อส้มเก็บไว้รับประทานก็ทำได้

#02

คั้นน้ำส้มที่หั่นครึ่งเอาไว้สำหรับเป็นเครื่องดื่ม

#03

ใช้มีดปาดเปลือกส้มเป็นชิ้น ๆ หากส้มมีเปลือกหนา แต่ถ้าเป็นส้มเปลือกบางก็ไม่จำเป็นต้องใช้มีด

#04

นำเปลือกส้มใส่ลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ คือ โหลแก้ว ขวดแก้ว หรือขวดสเปรย์

#05

เทน้ำส้มสายชูให้ท่วมเปลือกส้มที่จัดเรียงในภาชนะที่เตรียมไว้

#06

หากต้องการเพิ่มกลิ่นหอม ให้นำใบโรสแมรี่ใส่ลงไป

#07

ปิดฝาและแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 7 วัน

#08

เมื่อครบ 7 วัน ให้กรองเอาเปลือกส้มออก ก่อนนำน้ำที่ได้ไปใช้เป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือสเปรย์ทำความสะอาด

ใช้ส้มให้มากกว่าส้ม

หากอยากได้ประโยชน์คูณสอง อาจนำเปลือกส้มที่กรองออกไปใช้ประโยชน์ต่อด้วยการหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เป็นการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและลดปริมาณขยะในบ้านได้เยอะขึ้น

เมื่อได้น้ำยาอเนกประสงค์แล้ว ลองมาดูต่อว่าจะใช้งานอย่างไรต่อไป แต่ขอบอกก่อนว่าง่ายแสนง่าย ยิ่งกว่าปอกส้มเข้าปากเสียอีก

วิธีการใช้งาน

#01

ใช้น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยเปลือกส้มแทนน้ำยาปรับผ้านุ่มได้เลย วิธีการคือ เทใส่ในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มของเครื่องซักผ้า หรือใช้ในปริมาณ 1 ถ้วยตวง (250 มิลลิลิตร) ผสมน้ำแช่เสื้อผ้าในกะละมังก็ได้

#02

ใช้สำหรับฉีดทำความสะอาดบริเวณเตาแก๊ส โต๊ะอาหาร หรือกระจกเงา เพื่อขจัดความมันและสิ่งสกปรก

#03

ใช้ผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจานชาม เพื่อความสะอาดขั้นสุด

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

โตมร เช้าสาคร

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load