ผลข้างเคียงของโควิดคืออะไร

คือทำให้หมา แมว และต้นไม้ในบ้านขายดีมาก!

ที่พอร์ตแลนด์นี่หมาแมวถึงกับขาดตลาดน่ะค่ะ ใครอยาก Adopt ต้องรอคิวยาวเหยียด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเห็นคนเดินจูงหมาไปมากันขวักไขว่ เรียกว่า Covid Dogs (and Cats) นี่ กลายเป็นคำเรียกคุ้นหู อย่างกับยุค Baby Boomers เลยเชียว

คือติดแหง็กอยู่กับบ้าน เลยหันมาเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวกันยกใหญ่

แต่ทีนี้ หมาแมวมันก็มีเรื่องต้องรับผิดชอบระดับน้องๆ มีลูกเลยใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นบางคนก็เลยบอกว่า ฉันอยากได้สิ่งมีชีวิตมาอยู่เป็นเพื่อนในบ้าน แต่เอาแบบไม่ต้องดูแลมากขนาดนั้นได้ไหมเล่า

ต้นไม้ในบ้าน (Houseplants) ก็เลยขายดีระเบิดระเบ้อขึ้นมาสิคะ

ลำพังในพอร์ตแลนด์เอง ร้านต้นไม้ที่อยู่มาเก่าแก่ก็มีไม่น้อย ร้านเกิดใหม่หน้าตาอย่างกับคาเฟ่ก็แข็งแรงอยู่กันได้สบาย คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ อุ้มเลยจะพาทัวร์ร้านต้นไม้ในบ้านของพอร์ตแลนด์ แบบคัดสรรมาแล้วว่าเก๋จริงอะไรจริง แบบเดินเข้าไปแล้วต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพราะมันช่างน่ารัก ทำให้การหาข้อมูลมาเขียนตอนนี้มีการเสียทรัพย์ไปเยอะมาก มากกว่าค่าเรื่อง (กระซิกๆ) หวังว่าชาวเดอะคลาวด์จะได้แรงบันดาลใจไปเปิดร้านต้นไม้ของตัวเองกันให้สวยกิ๊งเลยนะคะ

01

Solabee

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านแรก เลือกมาเพราะว่าเขาดังจริง สวยจริง อยู่มาจนจะเป็นตำนาน ได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เริ่มจากเป็นร้านดอกไม้ก่อน แล้วตอนหลังถึงมาเพิ่มต้นไม้ ก็เลยกลายเป็นมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น ร้านอยู่ตรงหัวมุมในย่านอยู่อาศัย (นึกถึงประมาณซอยกลาง หรือรอยต่อระหว่างทองหล่อ-เอกมัย) ขับรถหรือเดินผ่านไปแล้วไม่อยากเข้านี่ให้เตะ การที่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ ก็ทำให้ร้านมีความหอมสดชื่น มีสีสันมากกว่าเขียวๆ ขาวๆ แล้วก็ดูมีกิจกรรม เพราะหลังร้านมีคลาสและมีช่างจัดดอกไม้ทำงานเกือบจะตลอดเวลา

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ คือมีบริการออกแบบ จัดส่ง และดูแลต้นไม้ให้ถึงบ้าน เลือกได้ด้วยว่าให้มารดน้ำเดือนละกี่หน เปลี่ยนกระถางใหม่เดือนไหน อ้อ แล้วถ้าใครจะจัดงานแต่งงานแต่ไม่อยากใช้ดอกไม้เพราะรู้สึกว่าสิ้นเปลือง เลือกเป็นต้นไม้ก็ได้ด้วย เสร็จงานแล้วเอาไปใช้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ต่อได้เลย ดี๊ดีอะ

Website : www.solabeeflowers.com

Instagram : solabeeflowers

02

Dennis’ 7 Dees

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้น่าสนใจตรงที่เริ่มจากธุรกิจครอบครัวทำเนอร์สเซอรี่ขายส่งต้นไม้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1927 โน่น แต่ก่อนตอนมาอยู่พอร์ตแลนด์ใหม่ๆ พูดถึง Dennis’ 7 Dees ทีไร อุ้มจะนึกถึงร้านต้นไม้หน้าตาบ๊านบ้าน อารมณ์เหมือนไปจตุจักรฝั่งที่ขายกล้วยไม้น่ะค่ะ คือไม่ได้อยู่ในรายชื่อร้านเก๋ที่คุณต้องไปอะไรแบบนั้นเลย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็รีแบรนดิ้งค่ะคุ๊ณณณ อุ้มไปซื้อโคมไฟที่ร้าน Rejuvenation ซึ่งเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเจ้าใหญ่เจ้าดังของพอร์ตแลนด์ แล้วอยู่ดีๆ ก็หลุดพลัวะเข้าไปในร้านใหม่ของ Dennis’ 7 Dees เฮ้ยยยยยย….ทำไมมันน่ารัก!

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ข้อดีของที่นี่คือต้นไม้คุณภาพดีแน่ เพราะเขาเป็นชาวสวนตัวจริง มีไม้แปลกๆ ต้นใหญ่ๆ ให้เลือกเยอะ และมีกระถางสวยๆ ราคาไม่แพง ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบๆ สีสะอาดๆ ซึ่งร้อยทั้งร้อยก็ต้องถูกสอยกลับบ้านพร้อมต้นไม้ แล้วโลเคชั่นคือใช่มาก คนซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซื้อของแต่งบ้านเสร็จ เดินเลยมาด้านหลังก็เข้าร้านต้นไม้มาเลยแบบเนียนๆ เกื้อกูลกันราวยีสต์และแบคทีเรียในสโคบี้หมักคอมบูฉะทีเดียวเชียว (เปรียบเทียบอะไรของคุณคะ)

Website : dennis7dees.com/rejuvenation-provisional-plant-shop/

Instagram : dennis7dees

03

Arium Botanicals

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

วาวววว…ได้แต่พูดว่า…วาวววว ตอนขับรถเข้าไปจอดหน้า Arium Botanicals

คือเขาเอาตึกเก่า (น่าจะเป็นอู่ซ่อมรถมาก่อน) มาปรับโฉมใหม่กลายเป็นร้านต้นไม้โคตรของโคตรเท่ คือเท่ทั้งข้างนอกข้างในด้วยเอ้า ข้อดีคือตึกโล่งกว้างหลังคาสูง ทำให้จัดต้นไม้แล้วดูน่าเดิน จัดเป็นหมวดหมู่ เลือกง่าย มองเห็นอะไรชัดเจน (บาดเจ็บกระเป๋าตังค์ไปเยอะ) ต้นไม้อยู่ทาง กระถางอยู่อีกทาง ยิ่งช่วงโควิดนี่สะดวกมากกับการวางลูกศรแล้วให้คนเดินไปทางเดียว

การมีที่จอดรถกว้างขวางเป็นของตัวเองนี่ก็แอบจำเป็นอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะลองนึกภาพว่าซื้อต้นไม้ใหญ่ๆ (หรือต้นเล็กๆ หลายๆ ต้น บวกกระถางอีก) แบกออกมา เอาใส่รถได้เลย ย่อมทำให้อยากกลับไปซื้อ มากกว่าร้านที่จอดแล้วต้องเดินไกล หรือร้ายที่สุดคือไม่มีที่จอดรถนี่แล

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ที่ชอบอีกอย่างของ Arium ก็คือเว็บไซต์ค่ะ ถ่ายรูปต้นไม้ได้ซิ่งมากอะ คือไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ทำให้จำได้เลย แถมข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ก็ละเอียดดีจัง ทำให้เลือกง่าย รู้ว่าต้นไหนเหมาะกับสภาพแสงและความสามารถของเรา ไม่ใช่จะเอาเพราะชอบสีชอบทรงของใบ แต่เอามาแล้วตาย เพราะไม่เหมาะกับบ้านเราไรงี้

ใครมีโกดังพร้อมที่จอดรถกว้างๆ ทำแบบนี้เลยค่ะ คือในร้านทั้งหมดที่เอามาแนะนำ อุ้มชอบเลย์เอาต์ของร้านนี้ที่สุด คือไปแล้วรู้สึกว่าง่ายดี เพราะอุ้มว่าจากนี้ไป การมีต้นไม้ในบ้านมันจะเป็นเรื่องเนี้ยบๆ คลีนๆ ไม่ใช่ยุคเหงื่อซึมมาสคาร่าละลาย เหมือนตอนไปตลาดต้นไม้แบบสมัยก่อนแล้ว

Website : ariumbotanicals.com

Instagram : ariumbotanicals

04 

Appetite

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้ชอบตรงที่เข้าไปแล้วรู้สึก Cozy ปลอดภัย อุ่นๆ แน่นๆ เหมือนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านคนรู้จัก เจ้าของเป็นสองสาวพี่น้องที่สมัยเด็กโตมาที่รัฐ New Mexico แล้วแม่เป็นคนชอบประดิดประดอย เพราะฉะนั้นพอทั้งคู่ย้ายมาพอร์ตแลนด์แล้วอยากเปิดร้านต้นไม้ ก็เลยเย็บกระถางผ้าใบพิมพ์ลายเกี่ยวเนื่องกับทะเลทรายและอินเดียนแดง ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของ Appetite คือเห็นกระถางผ้าแบบนี้ทีไรก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากร้านนี้

ที่อุ้มชอบมากคือ ถ้าซื้อต้นไม้กับกระถางพร้อมกัน เขาจะเอาต้นไม้ย้ายลงกระถางใหม่ให้ จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยนะคะ แต่บอกแล้วว่าคนเลี้ยงต้นไม้สมัยนี้ ถ้ามือไม่เปื้อนได้ก็ขอไม่เปื้อนนะ (จริงป่ะ) คือจ่ายเงินเสร็จ ขอถือกระถางเอากลับไปวางที่บ้านได้เลย รดน้ำอย่างเดียว

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

อีกเรื่องที่น่ารักก็คือ มีบริการเจาะรูกระถางให้ด้วย! คือนึกออกไหมคะ กระถางที่สวยๆ บางทีก็ไม่มีรูระบายน้ำ เพราะเขาแค่อยากให้เอาต้นไม้ใส่กระถางพลาสติกเสียบลงไป แต่มีหลายทีมากที่อุ้มอยากปลูกลงกระถางเลยเพราะมันดูสวยกว่า ร้อนต้องเอาหินรองก้น รดน้ำทีก็ต้องกะไม่ให้เยอะเกิน หรือต้องคอยเทน้ำออกมาให้หมด ยุ่งยากมั้ยอะ พอได้ยินน้องคนขายบอกว่า ร้านนี้มีบริการเจาะรูระบายน้ำให้กระถางสวยแต่ก้นปิดของเราด้วย อุ้มแทบจะเข้าไปกอด คือเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยคิดให้เนอะ เขาบอกใช้ดอกสว่านพิเศษที่เจาะดินเผาได้ ค่าเจาะก็แค่ 5 เหรียญอะไรงี้ โอยย รักเลย (กระถางที่นี่ใบเล็กๆ ก็ 20 – 30 เหรียญแล้วนะคะ ถ้าใบใหญ่ๆ มีเป็นร้อยเหรียญ เจาะเองแล้วแตกจะคุ้มมั้ย

Website : appetiteshop.com

Intagram : appetiteshop

05

Artemisia; Collage With Nature

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านอื่นอาจจะเด่นเรื่องต้นไม้ แต่ร้านนี้เขามีดีตรง Terrarium ค่ะ! หนังสือ Terrarium Craft ที่เขียนโดยเจ้าของร้าน Amy Bryant Aiello เป็นประกัน แต่ก่อนนี้อุ้มเคยอยู่แถวๆ ร้าน Artemisia เลยเข้าไปเดินเล่นดูโน่นดูนี่อยู่บ่อยๆ ยังเคยซื้อขวดโหลกับกรวดมาทำ Terrarium ของตัวเองเลย แล้วก็จำได้ว่าร้านนี้มีความ ‘แปลกๆ’ แบบ Mystic มีความแม่หมอนิดๆ พอไปดูประวัติของคุณเอมี่นี่ก็เลยเข้าใจ เพราะเขาโตมาในบ้านที่มีทั้งนักธรรมชาติวิทยา ศิลปิน นักธรณีวิทยา หรือแม้กระทั่งนักดาราศาสตร์ ความชอบของเขาก็เลยมีทั้งธรรมชาติและความเหนือจริงปนๆ กัน มีทั้งขายต้นไม้ ขายหินมีค่า และขายน้ำมันหอมด้วย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

เรื่องน่ารักของร้านนี้ตอนนี้ก็คือ เขาไม่ได้เปิดให้คนเข้าไปเดินเล่นในร้านเพราะโควิด แต่มี 3D Barcode ให้สแกนสั่งของที่หน้าร้าน หรือสั่งจากเว็บไซต์แล้วไปรับที่ร้าน มีชุดต้นไม้สำหรับคนเพิ่งเริ่มเลี้ยง ที่เลือกจากสภาพแสงในบ้าน มี Terrarium Kit ให้เอาไปทำเอง มี Virtual Class หลายแบบ ที่ขายของด้วย ขายคลาสด้วย (อยากเรียนทำ Kokedama กับทำน้ำหอม) คือเรียกว่าปรับตัวปรับธุรกิจให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้ดีมาก เหมือนกับต้นไม้ที่ปรับตัวได้กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป น่าชื่นชมเนอะ

Website : www.collagewithnature.com 

Instagram : artemisiacollagewithnature

06 

Pistils Nursery

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านสุดท้าย แต่อยู่ในพอร์ตแลนด์มานานที่สุด เรียกว่าเป็น Portland Institution สถาบันต้นไม้แห่งพอร์ตแลนด์เลยก็ว่าได้ เจ้าของคือคุณ Mégan Twilegar นี่เขาได้ลงหนังสือ The Earth in Her Hands; 75 Extraordinary Women Working In the World of Plants เชียวนะ เพราะว่าเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำร้านสำหรับ Urban Homesteader มาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนที่ทำให้ Backyard Chickens หรือการเลี้ยงไก่หลังบ้าน กลายมาเป็นเรื่องฮิตจนเป็นกระแสหลักในพอร์ตแลนด์ และเป็นคนแรกๆ ที่จริงจังเรื่องการขายต้นไม้ในบ้าน จนตอนนี้ใครก็รู้ว่า Pistils Nursery นี่คือตัวจริง เก๋าจริง วันที่อุ้มไปร้าน ทันทีที่ประตูเปิดตอน 11 โมง คนก็เริ่มเข้ามาเดินกันเต็มร้านแล้ว (คือคนเยอะที่สุดในร้านทั้งหมดที่ไปมา)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

แต่อาจจะเพราะอยู่มานาน อุ้มเลยรู้สึก (ไปเองมั้ยไม่รู้) ว่าร้านมันมีพลังงานแก่ๆ เหนื่อยๆ นิดหน่อย ไม่คึกคักไฟแรงเหมือนร้านใหม่ๆ อย่าง Arium หรือ Dennis’ 7 Dees อันนี้ก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้คนที่จะเริ่มทำใหม่ๆ จะได้ไม่ต้องกลัวคนที่อยู่มานานๆ เพราะบางทีความสด ความตั้งใจ อาจจะส่งผลต่อต้นไม้และบรรยากาศในร้านด้วยก็ได้นะคะ

Website : pistilsnursery.com

Instagram : pistilsnursery

พูดถึงร้านต้นไม้ จะไม่พูดถึงต้นไม้ก็กระไรอยู่ใช่ไหมคะ งั้นขอเอาตัวอย่างต้นไม้ที่ฮิตๆ ที่นี่ตอนนี้มาส่งท้ายแล้วกันค่ะ ทั้งหมดที่อุ้มเลือกมา มีคุณประโยชน์ช่วยกรองอากาศในบ้านด้วย นอกจากจะเขียวสวยเจริญตา คุณ-ภาพ-ชี-วิต และสุขภาพของเรายิ่งจะดีขึ้นด้วย

1. Snake Plant หรือ Mother-in-law’s Tongue (ชื่อทางพฤกษ์ศาสตร์คือ Sansevieria) คนไทยเรียกว่าต้นลิ้นมังกร เป็นต้นที่ควรมีไว้อย่างยิ่งในห้องนอน เพราะเขาคายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังดูก้ำๆ กึ่งๆ ระหว่างกระบองเพชรกับไม้ใบ สวยไปอีกแบบ ข้อควรระวังคือไม่ค่อยชอบน้ำ เพราะฉะนั้นอย่ารดน้ำมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะรากเน่าจ้ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

2. Spider Plant ไทยเรียกเศรษฐีเรือนใน (คือแถบสีเหลืองอ่อนอยู่ข้างใน แต่ถ้าแถบสีอ่อนอยู่ข้างนอกก็เรียกเศรษฐีเรือนนอก) เป็นไม้มงคลที่เลี้ยงง่ายยยยยยยมาก และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดี (นึกถึงว่าบ้านอยู่ใกล้ๆ ถนนนี่เหมาะเลย) ที่น่ารักอีกอย่างคือ พอเขาโตเต็มที่จะออกดอกเป็นช่อยาว แล้วปลายช่อจะมีต้นอ่อนที่เอาไปปลูกต่อได้ด้วย ใบไม่เป็นพิษ เพราะฉะนั้น ถ้ามีหมาแมวก็ไม่ต้องกลัวว่ามันมาเล็มกินแล้วจะเป็นอันตรายเหมือนต้นอื่นๆ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

3. Pothos หรือ Devil’s Ivy เห็นพลูพวกนี้แล้วขำนะคะ เพราะเราปลูกกันมาตั้งแต่อยู่ประถม เรียกว่าบ้านไหนบ้านนั้นต้องมีพลูด่างห้อยกันทั่ว ตอนนี้ที่นี่ก็ฮิ้ตฮิต ราคาไม่แพงด้วย เนื่องจากเขาชอบแสงและความชื้น ไว้ในห้องน้ำก็แอบเหมาะ หรือถ้าไว้ในห้องอื่น อย่าลืมคอยรดน้ำหรือใช้สเปรย์ฉีดให้มีความชื้นอยู่เสมอนะคะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

4. Rubber Plant (Ficus Elastica) หรือยางอินเดีย นอกจากจะท้นทน ดูแลง่าย และสวยแปลกตาแล้ว ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันโดย NASA ว่า ยางอินเดียเป็นต้นไม้ในบ้านที่กรองอากาศได้ดีที่สุด! ข้อควรระวังคือมันเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เพราะฉะนั้น ต้องคอยระวังอย่าให้น้องหมาน้องแมวมางับเล่น

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

5. Peace Lily ภาษาไทยเรียกว่า เดหลี เป็นไม้มงคลที่ดูแลง่าย และช่วยกรองอากาศได้ดีมาก มีดีอีกอย่างตรงที่มีดอกสีขาวครีมตัดกับใบเขียว ดูสวยน่ามอง แต่ต้นนี้ก็เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ต้องคอยระวังกันให้ดีนะจ๊ะ แม้แต่คนเองก็ตาม ถ้าจับต้นแล้วควรจะไปล้างมือเพื่อความปลอดภัย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

6. Philodendron พวกตระกูลฟิโลนี่ยังไงก็ต้องมีไว้สักต้น ไม่ว่าจะใบมะละกอ หูช้าง ก้านส้ม ซานาดู หรืออีกไม่รู้กี่ชนิด ใบสวยๆ น่าสะสมทั้งนั้น นอกจากฟิโลจะเลี้ยงง่าย ยังช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ปราศจากฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ระเหยออกมาจากวัสดุก่อสร้าง ใครเพิ่งแต่งคอนโดฯ เสร็จใหม่ๆ ย้ายเข้าบ้านพร้อมฟิโลสักสามสี่ต้นนี่ก็แจ๋วไปเลย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

7. Calathea Makoyana ชื่อไทยคือคล้าแววมยุรา ชอบน้ำและความชื้น เพราะมีถิ่นกำเนิดมาจากป่าดิบชื้นในบราซิล คนชอบเพราะใบมีลายและทรงสวย ส่วนต้นคล้าชอบดูดซับสารพิษในอากาศ จึงมีคุณงามความดีที่คู่ควรนำมาประดับบ้าน เหมือนแต่งงานกับคนลุคแนวๆ แล้วชอบทำอาหารชอบทำงานบ้านไรงี้นะ (มาอีกละเปรียบเทียบอะไรบ้าๆ บอๆ เนี่ย)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

8. Anthurium Clarinervium ไทยเรียกหัวใจเศรษฐีหรือหน้าวัวหัวใจลาย ช่วยกรองอากาศ เลี้ยงง่าย ชอบแดดรำไร ไม่ต้องรดน้ำเยอะ ใบนิ่มเหมือนกำมะหยี่และมีเส้นเปล่งปลั่งตรงกลาง ที่นี่ขายแพงมาก ต้นเล็กนิดเดียวเกือบ 200 เหรียญแน่ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

9. Zanzibar Gem หรือ Zizi Plant ไทยเรียกว่ากวักมรกต เป็นต้นไม้ที่ทนมากถึงมากที่สุด ใบหนาเขียวสดมันวาว แตกหน่อใหม่เรื่อยๆ ทำให้แยกไปปลูกในกระถางใหม่ได้ง่าย ช่วยกรองสารพิษในอากาศด้วย คนโบราณเชื่อว่าปลูกต้นกวักมรกตแล้วจะโชคดีมีสตางค์ (แต่ข่าวว่าเพิ่งไปเสียสตางค์ซื้อมานะ ฮ่าๆ)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

10. Chinese Money Plant (หรือ Pilea – ไพเลีย) บางคนเรียกว่าต้นแพนเค้กหรือต้นยูเอฟโอ เลี้ยงง่าย ใบสวยน่ารัก ถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเรียกเงินทองโชคลาภหรือพลังบวกมาสู่บ้าน เป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ด้วย

11. Aglaonema หรือ Chinese Evergreen ชื่อไทยเพราะเชียวว่า แก้วกาญจนา หรือเขียวหมื่นปี หรือบางทีก็เรียกทับศัพท์ไปเลยว่าอโกลนีมา เด่นมากตรงที่ใบมีสีมีลายให้เลือกเยอะมาก และช่วยกำจัดสารพิษในบ้านได้ดีมากถึงมากที่สุด

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

12. Parlor Palm หรือ ปาล์มใบไผ่ ฮิตมาตั้งแต่ยุควิกตอเรีย และยังคงฮิตต่อไปในยุคควีนมัม เป็นต้นไม้ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ดูดซับสารพิษและกรองอากาศได้ดีมากกกกกก แถมยังช่วยคายความชื้นออกมาด้วย ใบและทรงต้นก็สวยดี เหมาะจะมีไว้ซักมุมนึงในบ้านหรือในออฟฟิศนะจ๊ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

13. Monstera Deliciosa ไทยเรียกพลูฉีก หรือพลูแฉก เป็นไม้เลื้อยเขตร้อน สีเขียวสด ใบไม่ค่อยร่วง ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งแสงแดดรำไร (แต่แดดแรงเกินไปใบจะไหม้) ถ้ามีเสาหรือแผ่นไม้ให้เลื้อยจะโตเร็วกว่ามาก เป็นอีกต้นที่ช่วยกรองอากาศได้ดีมาก แล้วเวลาโตใบใหญ่ๆ นี่คือสวยล้ำหน้าต้นอื่นๆ อย่างแรง

14. Ficus หรือ Fiddle Leaf Fig ไทยเรียกว่าไทรใบสัก อันนี้เอามาไว้สุดท้ายเพราะเป็นต้นที่อุ้มชอบมากที่สุด ข่าวว่าที่เมืองไทยเคยฮิตจนเลิกฮิตไปแล้ว แต่อุ้มว่าความสวยของต้นนี้ยังไงก็ Timeless แถมเป็นต้นที่ฟอกอากาศได้เก่งมากอีก ยังไงก็ควรจะมีไว้สักต้น บางคนบอกว่าเลี้ยงยาก แต่เพื่อนอุ้มบอกว่าถ้าหาจุดในบ้านที่แสงกำลังดีแล้วเขาชอบ ก็อย่าย้ายไปไหน คอยเปิดเพลงหรือเล่นดนตรีเบาๆ ให้ฟัง พร้อมกับเขย่าต้นนิดๆ ให้เหมือนโดนลมพัด เขาจะชอบมาก ใบใหญ่สวยเชียว

เชื่อว่ายังมีต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าสะสมอีกเยอะเลย แต่เริ่มจากเท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะคะ เอาให้พอเห็นภาพ เพราะต่อไปร้านต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าเดินในเมืองไทยจะเกิดขึ้นอีกเยอะมากแน่เลย ซึ่งก็จะเป็นเรื่องดีให้คนเมืองมีทางเลือกในการหาต้นไม้สวยๆ มาใส่บ้าน ใส่คอนโดฯ หรือใส่ออฟฟิศกันได้ง่ายขึ้นมาก

Happy (House)planting ค่าทุกคน!

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

มีเรื่องน่ารักจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

เมตตาไปแข่งอ่านหนังสือกับเพื่อนมา ฟังดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ใช่มั้ยคะ แต่ในความเป็นจริง มันสนุกมากกกกกก

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน

งานสนุกและน่ารักนี้มีชื่อเรียกว่า ‘Oregon Battle of the Books’ หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า OBOB (โอบ็อบ) ค่ะ

อธิบายง่าย ๆ ก็คือ เป็นงานที่ให้เด็กนักเรียนมาแข่งอ่านหนังสือกัน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม มีตั้งแต่ชั้นประถม 3 – 5, มัธยม 1 – 3 และไฮสคูล แต่ละกลุ่มจะมีหนังสือที่กรรมการเลือกมา 16 เล่มให้อ่าน เด็กคนไหนสนใจ ก็รวมกลุ่มกันกับเพื่อนอีก 3 – 4 คน ตั้งชื่อกลุ่มขึ้นมา แล้วแบ่งกันอ่านหนังสือ (ทุกคนจะอ่านให้ครบ 16 เล่มเลยก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ครบ) พอถึงวันที่กำหนด ก็จะไปแบทเทิลหรือดวลกันตอบคำถามที่มาจากในหนังสือ

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
โปสเตอร์รูปหนังสือของแต่ละกลุ่ม มี 3 กลุ่ม

อุ้มรู้สึกว่านี่เป็นวิธีการส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสืออย่างแยบยลมาก ๆ เลยค่ะ เพราะลำพังจะมาบอกว่า เอ้า! เด็ก ๆ มาอ่านหนังสือกันนะจ๊ะ มี 16 เล่มนี้นะ อ่านให้จบล่ะ เด็กที่ไหนมันจะอ่าน! แต่พอมีเป้าหมาย มีการแข่งขันกันให้พอสนุก ๆ เด็กก็รู้สึกตื่นเต้น ตั้งอกตั้งใจอ่านกันใหญ่ แล้วไม่ใช่แค่อ่านธรรมดา แต่ว่าอ่านแบบสนใจรายละเอียดด้วย เพราะรู้ว่าเดี๋ยวต้องไปตอบคำถาม

 เมตตากับอนีคานี่เป็นเด็กชอบอ่านหนังสือมากถึงมากที่สุด แล้วความสนใจก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ช่วงที่ผ่านมาเมตตาชอบ Graphic Novels หรือหนังสือการ์ตูน กับ Chapter Books หรือหนังสือที่แบ่งเป็นตอน ๆ (อย่างเรื่อง ราโมนา, บ้านเล็กในป่าใหญ่, ฯลฯ) ก็จะอ่านอยู่นั่น พอมี OBOB ขึ้นมา ก็ดีอีกอย่างตรงที่หนังสือ 16 เล่มที่เขาเลือกมาให้อ่าน หลายเล่มเป็นหนังสือที่เมตตาจะไม่มีวันเลือกมาอ่านเอง เท่ากับเป็นการขยายขอบเขตความสนใจในประเภทของหนังสือให้เด็ก ๆ ไปในตัว

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
หนังสือทั้ง 16 เล่ม

เมตตารวมทีมกับเพื่อนสนิทอีก 3 คน แล้วตั้งชื่อกลุ่มว่า Book Lizards (แผลงมาจากคำว่า Book Wizards) พ่อแม่รู้จักกันอยู่แล้ว ก็เลยแมสเซสกันใหญ่ สรุปว่าจะแบ่งกันซื้อหนังสือบ้านละ 4 เล่ม แล้วให้เด็ก ๆ สลับกันอ่าน อุ้มนี่ก็เป็นพวกบ้าทำตาราง เลยทำ Google Sheet ให้แม่ ๆ ดูกันว่าตอนนี้ใครอ่านอะไร แล้วเล่มไหนมีคนอ่านไปบ้างแล้ว จะได้เฉลี่ยความรับผิดชอบกันได้ถูก

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน

เด็ก ๆ 4 คนน่าเอ็นดูเป็นที่สุด มีการนัดเจอกันวันหยุดเพื่อซ้อมตอบคำถาม เล่น Kahoot! ออนไลน์ลองซ้อม แล้วระหว่างพักกลางวันที่โรงเรียน ก็มีการท่องชื่อหนังสือกับชื่อนักเขียนแต่ละเล่มกันเอง เพื่อนในห้องหลายคนก็มีกลุ่ม OBOB เลยเป็นที่พูดถึงในโรงเรียนกันคึกคักทีเดียว

ย้อนไปนิดหนึ่งเรื่องว่าใครเป็นคนต้นคิด OBOB ขึ้นมา ก็ต้องเล่าว่าเป็นผู้ปกครองด้วยกันนี่แหละค่ะ ที่คงจะคุยกันไปมาว่าทำไงดีนะจะให้เด็ก ๆ สนใจอ่านหนังสือ สรุปคือต้องมีแข่งตอบคำถามกันเสียหน่อย ทางที่ดีคือให้แข่งกันเองในโรงเรียนก่อน แล้วให้ตัวแทนโรงเรียนมาแข่งกันอีกที งานนี้ต้องทำทีเดียวทั้งรัฐ จะได้สนใจกันกว้างขวาง แล้วก็ไปหาทุนหาสปอนเซอร์มาได้ด้วย

งานนี้มันคึกคักจริง ๆ นะคะ เพราะเวลาไปร้านหนังสือ ส่วนที่เป็นหนังสือเด็ก ก็จะมีชั้นหนึ่งหรือหน้าหนึ่งเลยบนเว็บไซต์ที่มอบให้หนังสือโอบ็อบ ที่ห้องสมุดก็มีหนังสือในลิสต์ทุกเล่มให้ยืมได้ ทั้งแบบที่เป็นเล่มกับเป็นหนังสือเสียง แล้วในเว็บไซต์ของโอบ็อบเองก็มีตัวอย่างคำถาม มีแบบฝึกหัด มีรายชื่อหนังสือของปีที่ผ่าน ๆ มาให้เข้าไปตามอ่านได้ด้วย

Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน
   OBOB ในเว็บไซต์ของร้านหนังสือ
Oregon Battle of the Books อุ้ม สิริยากร ส่งลูกเข้าแบทเทิลการอ่านของเด็กรัฐออริกอน


ที่คั่นหนังสือ ร้าน Powell’s ทำที่คั่นหนังสือสำหรับเตือนความจำว่าอ่านเล่มไหนไปบ้างแล้ว ดาวน์โหลดไปใช้ได้เลย

มาเล่าถึงบรรยากาศการแบทเทิลกันหน่อยดีกว่าค่ะ

ปีที่ผ่าน ๆ มา เขาจะไปเช่าสถานที่แล้วให้เด็ก ๆ ไปแข่งกัน แต่ปีนี้ก็อย่างที่รู้กันดีว่ามีโควิด-19 (กุติดยังว้า) การประลองความจำก็เลยต้องย้ายมาใช้บริการ Zoom แทน

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง
กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง
กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

รอบแรกที่แข่งกับทีมในโรงเรียนเดียวกัน (นักเรียน ป.3-5 โรงเรียนเมตตามี 300 กว่าคน มีเด็กลงทะเบียนแข่งตั้ง 144 คน เท่ากับ 1 ใน 3 แน่ะค่ะ นับว่าเยอะมาก) ทีมของเมตตาต้องดวล 4 รอบ แล้วสุดท้าย เขาจะเอาผลคะแนนของทุกทีมมาจัดลำดับ 10 ทีมแรกที่คะแนนสูงสุด ก็จะผ่านเข้าไปรอบชิงชนะเลิศ

แต่ละรอบ ทุกทีมต้องตอบคำถาม 8 คำถาม ครึ่งหนึ่งเป็นคำถามว่ามาจากเล่มไหน อย่างเช่น

– หนังสือเล่มไหน มีตัวละครในครอบครัวเดียวกัน 2 คน ที่มีตาสีฟ้าเหมือนน้ำทะเลลึก (Deep Deep Blue Sea)

– หนังสือเล่มไหน มีรูปภาพของเด็กผู้หญิงนั่งเล่นเปียโน

– หนังสือเล่มไหน ตัวละครได้รับกล่องไม้สีแดงเข้มที่ทำจากไม้พะยูง (Rosewood)

ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของคำถาม จะเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือ เช่น

– ในหนังสือ Guts ตัวละครหลักชื่อเรน่า เป็นโรคอะไร (คำตอบ IBS หรือ Irritable Bowel Syndrome)

– ในหนังสือ Some Places More Than Others คุณยายเกรซโตที่เมืองอะไร (คำตอบคือ Alabama)

– ในหนังสือ Lety Out Loud อาสาสมัครใส่เสื้อผ้าอะไร 2 ชิ้น ตอนที่ตักอาหารหมาใส่ถุง (คำตอบคือ ผ้ากันเปื้อนสีขาวกับถุงมือสีเหลือง)

คือพ่อ ๆ แม่ ๆ นั่งฟังคำถามแล้วอ้าปากค้างไปเลยอะค่ะ ใครมันจะไปจำได้ฟระ แล้วเวลาตอบนี่ ต้องตอบให้ตรงเป๊ะ ๆ ด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ผ้ากันเปื้อนกับถุงมือ แต่ต้องบอกว่าสีอะไรด้วย แล้วทำไมรู้มั้ยคะ เด็ก ๆ ดั๊นจำได้อี๊กกก! พ่อแม่นี่กรี๊ดกันอย่างกับไปเชียร์บอลอะค่ะ ความรู้สึกก็คล้าย ๆ กันด้วยนะคะ คือได้แต่ลุ้น เพราะพ่อแม่ไม่มีใครได้อ่านหนังสือเลยสักคน ได้แต่กลั้นใจรอให้ทีมเรายิงลูกเข้าประตู เอ๊ย ตอบคำถามถูกอย่างเดียวเลย

ผลปรากฏว่า ทีมเมตตา ถึงแม้จะเด็กกว่าใครเพื่อน แล้วก็เพิ่งลองแข่งเป็นครั้งแรก ผ่านเข้ารอบค่ะ!

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

คือปริ่มจะตกรอบมิตกรอบแหล่ แต่แค่นี่พ่อ ๆ แม่ ๆ ก็ภูมิใจกันแทบแย่ แล้วก็เตรียมรอลุ้นรอบต่อไป ซึ่งจะจัดอีกทีใน 2 อาทิตย์ข้างหน้า

ระหว่างนี้อุ้มเองก็คอยถามเมตตาว่าได้ทบทวนเล่มที่อ่านไปแล้วบ้างหรือยัง แล้วมีเล่มไหนที่ยังไม่ได้อ่านแล้วอยากอ่านอีกบ้าง วันหนึ่งเมตตาคงเพลียแม่เต็มที เลยหันมาบอกว่า “แม่คะ จะชนะหรือไม่ชนะโอบ็อบมันก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะความสนุกจริง ๆ สำหรับหนู มันอยู่ตรงตอนตอบคำถาม ไม่ใช่ตอนอ่านหนังสือ” งือ แม่ก็เลยถอยมา 2 ก้าว ไม่ผลักดันแล้วก็ด้ะ (แต่แอบส่องอยู่นะว่าวันนี้อ่านอะไร)

แล้วพอปล่อยให้ลูกรับผิดชอบตัวเองนะคะ ปรากฏว่าเมตตาก็ไปจัดตารางของตัวเอง เล่มไหนที่มีเพื่อนในกลุ่มอ่านไปแค่คนเดียว เมตตาก็ไปเอามาอ่านเพื่อจะได้เป็นแบ็กอัป เดี๋ยว ๆ ก็มาบอกว่าวันนี้ซ้อมท่องชื่อหนังสือกันเองจนขึ้นใจ เวลาไปตอบใน Zoom จะได้ไม่ตื่นเต้นจนลืม ก่อนหน้าจะถึงวันแข่ง อุ้มลองถามว่าพร้อมไหม เมตตาก็ยิ้มมั่นใจ แล้วบอกว่า “พร้อมค่ะ นี่ถ้าทีมหนูชนะ ได้เป็นตัวแทนโรงเรียนก็คงดีนะคะ” อะ ไหนเมื่อวันก่อนบอกไม่เป็นไร ไอ้เจ้าตึ๋งหนืดเอ๊ย

พอวันแข่งรอบสุดท้ายมาถึง เนื่องจากทีมเมตตาเป็นหนึ่งในทีมบ๊วย ๆ ก็เลยต้องเริ่มแบทเทิลกันเองก่อน ทีแรกพ่อ ๆ แม่ ๆ ก็เตรียมแค่ของว่างกับอาหารกลางวันมา เพราะลึก ๆ ในใจต่างพากันคิดว่า ลูกเราเด็กกว่าเพื่อน แถมรอบแรกคะแนนก็ไม่ได้ดีมาก คงไม่ได้เข้ารอบไปลึก ๆ หรอก เดี๋ยวหลังเที่ยงก็แยกย้ายกันกลับบ้านแหละ

ปรากฏว่า Book Lizards ชนะไปเรื่อยเลยค่ะ! แข่งตั้งแต่ 10 โมงครึ่งไปจนถึง 6 โมงเย็นอะค่ะ ทีมเดียวที่ชนะทีมเมตตา ชื่อว่า Book Destroyers เป็นเด็ก ป.4 และเป็นทีมที่กลายเป็นตัวแทนโรงเรียน ทีมเมตตาเด็กที่สุด และชนะเป็นอันดับ 2 ของโรงเรียน เก่งมากเลยเจ้าหนูน้อย!

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

แต่ตกเย็นวันนั้น อุ้มนี่ถึงกับขาสั่น เพราะลุ้นมาทั้งวัน (ไม่ได้เวอร์นะคะ เข่าอ่อนจริง ๆ) เพื่อนเมตตาคนหนึ่งในทีมคือเครียดจัดจนลงไปนอนร้องไห้ แบบหนูไม่ไหวแล้ว หนูตอบต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ส่วนเมตตาขึ้นรถมา บอกแม่ว่า “เหมือนหนูดื่มกาแฟไป 10 แก้ว กับกิน Energy Bar อีก 10 แท่ง” โถ เอ็นดูด้วย สงสารด้วย อะดรีนาลีนคงหลั่งแทบหมดตัว

กิจกรรมแข่งอ่านหนังสือของรัฐออริกอน ที่ทำให้เด็กทั้งเมืองหันมาอ่านหนังสือแบบจริงจัง

แต่สุดท้าย ทุกคนในทีม ทั้งเด็ก ๆ เอง ทั้งพ่อ ๆ แม่ ๆ เอง ทุกคนรู้สึกตรงกันหมดว่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ ทุกคนรู้สึกสนิทกันมากขึ้น ในกลุ่มมีทั้งเด็กที่อ่านเร็วจำได้เยอะ กับเด็กที่อ่านช้าจำได้น้อยกว่า แต่ทุกคนกลับช่วยกัน ให้กำลังใจกัน พ่อแม่ทุกคนก็กลายเป็นเพื่อนกัน แล้วก็ตั้งใจว่าปีหน้า Book Lizards จะกลับมาแข่งอีก แต่ตอนนี้ขอกลับบ้านไปพักเหนื่อยก่อนนะจ๊ะ

“รายชื่อหนังสือโอบ็อบของปีหน้าออกมาแล้ว เรามาเริ่มอ่านกันเลยนะ” เมตตากับเพื่อน ๆ ตะโกนบอกกันก่อนแยกย้าย

แม่ยังไม่หายขาสั่นเลยลูกเอ๊ยยยย แต่อ้ะ สั่งหนังสือใหม่ให้ก็ด้ะ ปีนี้แม่จะอ่านด้วย (ให้จริงเฮ้อออ)

Writer & Photographer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load