ผลข้างเคียงของโควิดคืออะไร

คือทำให้หมา แมว และต้นไม้ในบ้านขายดีมาก!

ที่พอร์ตแลนด์นี่หมาแมวถึงกับขาดตลาดน่ะค่ะ ใครอยาก Adopt ต้องรอคิวยาวเหยียด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเห็นคนเดินจูงหมาไปมากันขวักไขว่ เรียกว่า Covid Dogs (and Cats) นี่ กลายเป็นคำเรียกคุ้นหู อย่างกับยุค Baby Boomers เลยเชียว

คือติดแหง็กอยู่กับบ้าน เลยหันมาเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวกันยกใหญ่

แต่ทีนี้ หมาแมวมันก็มีเรื่องต้องรับผิดชอบระดับน้องๆ มีลูกเลยใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นบางคนก็เลยบอกว่า ฉันอยากได้สิ่งมีชีวิตมาอยู่เป็นเพื่อนในบ้าน แต่เอาแบบไม่ต้องดูแลมากขนาดนั้นได้ไหมเล่า

ต้นไม้ในบ้าน (Houseplants) ก็เลยขายดีระเบิดระเบ้อขึ้นมาสิคะ

ลำพังในพอร์ตแลนด์เอง ร้านต้นไม้ที่อยู่มาเก่าแก่ก็มีไม่น้อย ร้านเกิดใหม่หน้าตาอย่างกับคาเฟ่ก็แข็งแรงอยู่กันได้สบาย คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ อุ้มเลยจะพาทัวร์ร้านต้นไม้ในบ้านของพอร์ตแลนด์ แบบคัดสรรมาแล้วว่าเก๋จริงอะไรจริง แบบเดินเข้าไปแล้วต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพราะมันช่างน่ารัก ทำให้การหาข้อมูลมาเขียนตอนนี้มีการเสียทรัพย์ไปเยอะมาก มากกว่าค่าเรื่อง (กระซิกๆ) หวังว่าชาวเดอะคลาวด์จะได้แรงบันดาลใจไปเปิดร้านต้นไม้ของตัวเองกันให้สวยกิ๊งเลยนะคะ

01

Solabee

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านแรก เลือกมาเพราะว่าเขาดังจริง สวยจริง อยู่มาจนจะเป็นตำนาน ได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เริ่มจากเป็นร้านดอกไม้ก่อน แล้วตอนหลังถึงมาเพิ่มต้นไม้ ก็เลยกลายเป็นมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น ร้านอยู่ตรงหัวมุมในย่านอยู่อาศัย (นึกถึงประมาณซอยกลาง หรือรอยต่อระหว่างทองหล่อ-เอกมัย) ขับรถหรือเดินผ่านไปแล้วไม่อยากเข้านี่ให้เตะ การที่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ ก็ทำให้ร้านมีความหอมสดชื่น มีสีสันมากกว่าเขียวๆ ขาวๆ แล้วก็ดูมีกิจกรรม เพราะหลังร้านมีคลาสและมีช่างจัดดอกไม้ทำงานเกือบจะตลอดเวลา

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ คือมีบริการออกแบบ จัดส่ง และดูแลต้นไม้ให้ถึงบ้าน เลือกได้ด้วยว่าให้มารดน้ำเดือนละกี่หน เปลี่ยนกระถางใหม่เดือนไหน อ้อ แล้วถ้าใครจะจัดงานแต่งงานแต่ไม่อยากใช้ดอกไม้เพราะรู้สึกว่าสิ้นเปลือง เลือกเป็นต้นไม้ก็ได้ด้วย เสร็จงานแล้วเอาไปใช้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ต่อได้เลย ดี๊ดีอะ

Website : www.solabeeflowers.com

Instagram : solabeeflowers

02

Dennis’ 7 Dees

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้น่าสนใจตรงที่เริ่มจากธุรกิจครอบครัวทำเนอร์สเซอรี่ขายส่งต้นไม้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1927 โน่น แต่ก่อนตอนมาอยู่พอร์ตแลนด์ใหม่ๆ พูดถึง Dennis’ 7 Dees ทีไร อุ้มจะนึกถึงร้านต้นไม้หน้าตาบ๊านบ้าน อารมณ์เหมือนไปจตุจักรฝั่งที่ขายกล้วยไม้น่ะค่ะ คือไม่ได้อยู่ในรายชื่อร้านเก๋ที่คุณต้องไปอะไรแบบนั้นเลย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็รีแบรนดิ้งค่ะคุ๊ณณณ อุ้มไปซื้อโคมไฟที่ร้าน Rejuvenation ซึ่งเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเจ้าใหญ่เจ้าดังของพอร์ตแลนด์ แล้วอยู่ดีๆ ก็หลุดพลัวะเข้าไปในร้านใหม่ของ Dennis’ 7 Dees เฮ้ยยยยยย….ทำไมมันน่ารัก!

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ข้อดีของที่นี่คือต้นไม้คุณภาพดีแน่ เพราะเขาเป็นชาวสวนตัวจริง มีไม้แปลกๆ ต้นใหญ่ๆ ให้เลือกเยอะ และมีกระถางสวยๆ ราคาไม่แพง ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบๆ สีสะอาดๆ ซึ่งร้อยทั้งร้อยก็ต้องถูกสอยกลับบ้านพร้อมต้นไม้ แล้วโลเคชั่นคือใช่มาก คนซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซื้อของแต่งบ้านเสร็จ เดินเลยมาด้านหลังก็เข้าร้านต้นไม้มาเลยแบบเนียนๆ เกื้อกูลกันราวยีสต์และแบคทีเรียในสโคบี้หมักคอมบูฉะทีเดียวเชียว (เปรียบเทียบอะไรของคุณคะ)

Website : dennis7dees.com/rejuvenation-provisional-plant-shop/

Instagram : dennis7dees

03

Arium Botanicals

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

วาวววว…ได้แต่พูดว่า…วาวววว ตอนขับรถเข้าไปจอดหน้า Arium Botanicals

คือเขาเอาตึกเก่า (น่าจะเป็นอู่ซ่อมรถมาก่อน) มาปรับโฉมใหม่กลายเป็นร้านต้นไม้โคตรของโคตรเท่ คือเท่ทั้งข้างนอกข้างในด้วยเอ้า ข้อดีคือตึกโล่งกว้างหลังคาสูง ทำให้จัดต้นไม้แล้วดูน่าเดิน จัดเป็นหมวดหมู่ เลือกง่าย มองเห็นอะไรชัดเจน (บาดเจ็บกระเป๋าตังค์ไปเยอะ) ต้นไม้อยู่ทาง กระถางอยู่อีกทาง ยิ่งช่วงโควิดนี่สะดวกมากกับการวางลูกศรแล้วให้คนเดินไปทางเดียว

การมีที่จอดรถกว้างขวางเป็นของตัวเองนี่ก็แอบจำเป็นอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะลองนึกภาพว่าซื้อต้นไม้ใหญ่ๆ (หรือต้นเล็กๆ หลายๆ ต้น บวกกระถางอีก) แบกออกมา เอาใส่รถได้เลย ย่อมทำให้อยากกลับไปซื้อ มากกว่าร้านที่จอดแล้วต้องเดินไกล หรือร้ายที่สุดคือไม่มีที่จอดรถนี่แล

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ที่ชอบอีกอย่างของ Arium ก็คือเว็บไซต์ค่ะ ถ่ายรูปต้นไม้ได้ซิ่งมากอะ คือไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ทำให้จำได้เลย แถมข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ก็ละเอียดดีจัง ทำให้เลือกง่าย รู้ว่าต้นไหนเหมาะกับสภาพแสงและความสามารถของเรา ไม่ใช่จะเอาเพราะชอบสีชอบทรงของใบ แต่เอามาแล้วตาย เพราะไม่เหมาะกับบ้านเราไรงี้

ใครมีโกดังพร้อมที่จอดรถกว้างๆ ทำแบบนี้เลยค่ะ คือในร้านทั้งหมดที่เอามาแนะนำ อุ้มชอบเลย์เอาต์ของร้านนี้ที่สุด คือไปแล้วรู้สึกว่าง่ายดี เพราะอุ้มว่าจากนี้ไป การมีต้นไม้ในบ้านมันจะเป็นเรื่องเนี้ยบๆ คลีนๆ ไม่ใช่ยุคเหงื่อซึมมาสคาร่าละลาย เหมือนตอนไปตลาดต้นไม้แบบสมัยก่อนแล้ว

Website : ariumbotanicals.com

Instagram : ariumbotanicals

04 

Appetite

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้ชอบตรงที่เข้าไปแล้วรู้สึก Cozy ปลอดภัย อุ่นๆ แน่นๆ เหมือนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านคนรู้จัก เจ้าของเป็นสองสาวพี่น้องที่สมัยเด็กโตมาที่รัฐ New Mexico แล้วแม่เป็นคนชอบประดิดประดอย เพราะฉะนั้นพอทั้งคู่ย้ายมาพอร์ตแลนด์แล้วอยากเปิดร้านต้นไม้ ก็เลยเย็บกระถางผ้าใบพิมพ์ลายเกี่ยวเนื่องกับทะเลทรายและอินเดียนแดง ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของ Appetite คือเห็นกระถางผ้าแบบนี้ทีไรก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากร้านนี้

ที่อุ้มชอบมากคือ ถ้าซื้อต้นไม้กับกระถางพร้อมกัน เขาจะเอาต้นไม้ย้ายลงกระถางใหม่ให้ จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยนะคะ แต่บอกแล้วว่าคนเลี้ยงต้นไม้สมัยนี้ ถ้ามือไม่เปื้อนได้ก็ขอไม่เปื้อนนะ (จริงป่ะ) คือจ่ายเงินเสร็จ ขอถือกระถางเอากลับไปวางที่บ้านได้เลย รดน้ำอย่างเดียว

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

อีกเรื่องที่น่ารักก็คือ มีบริการเจาะรูกระถางให้ด้วย! คือนึกออกไหมคะ กระถางที่สวยๆ บางทีก็ไม่มีรูระบายน้ำ เพราะเขาแค่อยากให้เอาต้นไม้ใส่กระถางพลาสติกเสียบลงไป แต่มีหลายทีมากที่อุ้มอยากปลูกลงกระถางเลยเพราะมันดูสวยกว่า ร้อนต้องเอาหินรองก้น รดน้ำทีก็ต้องกะไม่ให้เยอะเกิน หรือต้องคอยเทน้ำออกมาให้หมด ยุ่งยากมั้ยอะ พอได้ยินน้องคนขายบอกว่า ร้านนี้มีบริการเจาะรูระบายน้ำให้กระถางสวยแต่ก้นปิดของเราด้วย อุ้มแทบจะเข้าไปกอด คือเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยคิดให้เนอะ เขาบอกใช้ดอกสว่านพิเศษที่เจาะดินเผาได้ ค่าเจาะก็แค่ 5 เหรียญอะไรงี้ โอยย รักเลย (กระถางที่นี่ใบเล็กๆ ก็ 20 – 30 เหรียญแล้วนะคะ ถ้าใบใหญ่ๆ มีเป็นร้อยเหรียญ เจาะเองแล้วแตกจะคุ้มมั้ย

Website : appetiteshop.com

Intagram : appetiteshop

05

Artemisia; Collage With Nature

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านอื่นอาจจะเด่นเรื่องต้นไม้ แต่ร้านนี้เขามีดีตรง Terrarium ค่ะ! หนังสือ Terrarium Craft ที่เขียนโดยเจ้าของร้าน Amy Bryant Aiello เป็นประกัน แต่ก่อนนี้อุ้มเคยอยู่แถวๆ ร้าน Artemisia เลยเข้าไปเดินเล่นดูโน่นดูนี่อยู่บ่อยๆ ยังเคยซื้อขวดโหลกับกรวดมาทำ Terrarium ของตัวเองเลย แล้วก็จำได้ว่าร้านนี้มีความ ‘แปลกๆ’ แบบ Mystic มีความแม่หมอนิดๆ พอไปดูประวัติของคุณเอมี่นี่ก็เลยเข้าใจ เพราะเขาโตมาในบ้านที่มีทั้งนักธรรมชาติวิทยา ศิลปิน นักธรณีวิทยา หรือแม้กระทั่งนักดาราศาสตร์ ความชอบของเขาก็เลยมีทั้งธรรมชาติและความเหนือจริงปนๆ กัน มีทั้งขายต้นไม้ ขายหินมีค่า และขายน้ำมันหอมด้วย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

เรื่องน่ารักของร้านนี้ตอนนี้ก็คือ เขาไม่ได้เปิดให้คนเข้าไปเดินเล่นในร้านเพราะโควิด แต่มี 3D Barcode ให้สแกนสั่งของที่หน้าร้าน หรือสั่งจากเว็บไซต์แล้วไปรับที่ร้าน มีชุดต้นไม้สำหรับคนเพิ่งเริ่มเลี้ยง ที่เลือกจากสภาพแสงในบ้าน มี Terrarium Kit ให้เอาไปทำเอง มี Virtual Class หลายแบบ ที่ขายของด้วย ขายคลาสด้วย (อยากเรียนทำ Kokedama กับทำน้ำหอม) คือเรียกว่าปรับตัวปรับธุรกิจให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้ดีมาก เหมือนกับต้นไม้ที่ปรับตัวได้กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป น่าชื่นชมเนอะ

Website : www.collagewithnature.com 

Instagram : artemisiacollagewithnature

06 

Pistils Nursery

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านสุดท้าย แต่อยู่ในพอร์ตแลนด์มานานที่สุด เรียกว่าเป็น Portland Institution สถาบันต้นไม้แห่งพอร์ตแลนด์เลยก็ว่าได้ เจ้าของคือคุณ Mégan Twilegar นี่เขาได้ลงหนังสือ The Earth in Her Hands; 75 Extraordinary Women Working In the World of Plants เชียวนะ เพราะว่าเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำร้านสำหรับ Urban Homesteader มาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนที่ทำให้ Backyard Chickens หรือการเลี้ยงไก่หลังบ้าน กลายมาเป็นเรื่องฮิตจนเป็นกระแสหลักในพอร์ตแลนด์ และเป็นคนแรกๆ ที่จริงจังเรื่องการขายต้นไม้ในบ้าน จนตอนนี้ใครก็รู้ว่า Pistils Nursery นี่คือตัวจริง เก๋าจริง วันที่อุ้มไปร้าน ทันทีที่ประตูเปิดตอน 11 โมง คนก็เริ่มเข้ามาเดินกันเต็มร้านแล้ว (คือคนเยอะที่สุดในร้านทั้งหมดที่ไปมา)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

แต่อาจจะเพราะอยู่มานาน อุ้มเลยรู้สึก (ไปเองมั้ยไม่รู้) ว่าร้านมันมีพลังงานแก่ๆ เหนื่อยๆ นิดหน่อย ไม่คึกคักไฟแรงเหมือนร้านใหม่ๆ อย่าง Arium หรือ Dennis’ 7 Dees อันนี้ก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้คนที่จะเริ่มทำใหม่ๆ จะได้ไม่ต้องกลัวคนที่อยู่มานานๆ เพราะบางทีความสด ความตั้งใจ อาจจะส่งผลต่อต้นไม้และบรรยากาศในร้านด้วยก็ได้นะคะ

Website : pistilsnursery.com

Instagram : pistilsnursery

พูดถึงร้านต้นไม้ จะไม่พูดถึงต้นไม้ก็กระไรอยู่ใช่ไหมคะ งั้นขอเอาตัวอย่างต้นไม้ที่ฮิตๆ ที่นี่ตอนนี้มาส่งท้ายแล้วกันค่ะ ทั้งหมดที่อุ้มเลือกมา มีคุณประโยชน์ช่วยกรองอากาศในบ้านด้วย นอกจากจะเขียวสวยเจริญตา คุณ-ภาพ-ชี-วิต และสุขภาพของเรายิ่งจะดีขึ้นด้วย

1. Snake Plant หรือ Mother-in-law’s Tongue (ชื่อทางพฤกษ์ศาสตร์คือ Sansevieria) คนไทยเรียกว่าต้นลิ้นมังกร เป็นต้นที่ควรมีไว้อย่างยิ่งในห้องนอน เพราะเขาคายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังดูก้ำๆ กึ่งๆ ระหว่างกระบองเพชรกับไม้ใบ สวยไปอีกแบบ ข้อควรระวังคือไม่ค่อยชอบน้ำ เพราะฉะนั้นอย่ารดน้ำมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะรากเน่าจ้ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

2. Spider Plant ไทยเรียกเศรษฐีเรือนใน (คือแถบสีเหลืองอ่อนอยู่ข้างใน แต่ถ้าแถบสีอ่อนอยู่ข้างนอกก็เรียกเศรษฐีเรือนนอก) เป็นไม้มงคลที่เลี้ยงง่ายยยยยยยมาก และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดี (นึกถึงว่าบ้านอยู่ใกล้ๆ ถนนนี่เหมาะเลย) ที่น่ารักอีกอย่างคือ พอเขาโตเต็มที่จะออกดอกเป็นช่อยาว แล้วปลายช่อจะมีต้นอ่อนที่เอาไปปลูกต่อได้ด้วย ใบไม่เป็นพิษ เพราะฉะนั้น ถ้ามีหมาแมวก็ไม่ต้องกลัวว่ามันมาเล็มกินแล้วจะเป็นอันตรายเหมือนต้นอื่นๆ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

3. Pothos หรือ Devil’s Ivy เห็นพลูพวกนี้แล้วขำนะคะ เพราะเราปลูกกันมาตั้งแต่อยู่ประถม เรียกว่าบ้านไหนบ้านนั้นต้องมีพลูด่างห้อยกันทั่ว ตอนนี้ที่นี่ก็ฮิ้ตฮิต ราคาไม่แพงด้วย เนื่องจากเขาชอบแสงและความชื้น ไว้ในห้องน้ำก็แอบเหมาะ หรือถ้าไว้ในห้องอื่น อย่าลืมคอยรดน้ำหรือใช้สเปรย์ฉีดให้มีความชื้นอยู่เสมอนะคะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

4. Rubber Plant (Ficus Elastica) หรือยางอินเดีย นอกจากจะท้นทน ดูแลง่าย และสวยแปลกตาแล้ว ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันโดย NASA ว่า ยางอินเดียเป็นต้นไม้ในบ้านที่กรองอากาศได้ดีที่สุด! ข้อควรระวังคือมันเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เพราะฉะนั้น ต้องคอยระวังอย่าให้น้องหมาน้องแมวมางับเล่น

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

5. Peace Lily ภาษาไทยเรียกว่า เดหลี เป็นไม้มงคลที่ดูแลง่าย และช่วยกรองอากาศได้ดีมาก มีดีอีกอย่างตรงที่มีดอกสีขาวครีมตัดกับใบเขียว ดูสวยน่ามอง แต่ต้นนี้ก็เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ต้องคอยระวังกันให้ดีนะจ๊ะ แม้แต่คนเองก็ตาม ถ้าจับต้นแล้วควรจะไปล้างมือเพื่อความปลอดภัย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

6. Philodendron พวกตระกูลฟิโลนี่ยังไงก็ต้องมีไว้สักต้น ไม่ว่าจะใบมะละกอ หูช้าง ก้านส้ม ซานาดู หรืออีกไม่รู้กี่ชนิด ใบสวยๆ น่าสะสมทั้งนั้น นอกจากฟิโลจะเลี้ยงง่าย ยังช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ปราศจากฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ระเหยออกมาจากวัสดุก่อสร้าง ใครเพิ่งแต่งคอนโดฯ เสร็จใหม่ๆ ย้ายเข้าบ้านพร้อมฟิโลสักสามสี่ต้นนี่ก็แจ๋วไปเลย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

7. Calathea Makoyana ชื่อไทยคือคล้าแววมยุรา ชอบน้ำและความชื้น เพราะมีถิ่นกำเนิดมาจากป่าดิบชื้นในบราซิล คนชอบเพราะใบมีลายและทรงสวย ส่วนต้นคล้าชอบดูดซับสารพิษในอากาศ จึงมีคุณงามความดีที่คู่ควรนำมาประดับบ้าน เหมือนแต่งงานกับคนลุคแนวๆ แล้วชอบทำอาหารชอบทำงานบ้านไรงี้นะ (มาอีกละเปรียบเทียบอะไรบ้าๆ บอๆ เนี่ย)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

8. Anthurium Clarinervium ไทยเรียกหัวใจเศรษฐีหรือหน้าวัวหัวใจลาย ช่วยกรองอากาศ เลี้ยงง่าย ชอบแดดรำไร ไม่ต้องรดน้ำเยอะ ใบนิ่มเหมือนกำมะหยี่และมีเส้นเปล่งปลั่งตรงกลาง ที่นี่ขายแพงมาก ต้นเล็กนิดเดียวเกือบ 200 เหรียญแน่ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

9. Zanzibar Gem หรือ Zizi Plant ไทยเรียกว่ากวักมรกต เป็นต้นไม้ที่ทนมากถึงมากที่สุด ใบหนาเขียวสดมันวาว แตกหน่อใหม่เรื่อยๆ ทำให้แยกไปปลูกในกระถางใหม่ได้ง่าย ช่วยกรองสารพิษในอากาศด้วย คนโบราณเชื่อว่าปลูกต้นกวักมรกตแล้วจะโชคดีมีสตางค์ (แต่ข่าวว่าเพิ่งไปเสียสตางค์ซื้อมานะ ฮ่าๆ)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

10. Chinese Money Plant (หรือ Pilea – ไพเลีย) บางคนเรียกว่าต้นแพนเค้กหรือต้นยูเอฟโอ เลี้ยงง่าย ใบสวยน่ารัก ถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเรียกเงินทองโชคลาภหรือพลังบวกมาสู่บ้าน เป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ด้วย

11. Aglaonema หรือ Chinese Evergreen ชื่อไทยเพราะเชียวว่า แก้วกาญจนา หรือเขียวหมื่นปี หรือบางทีก็เรียกทับศัพท์ไปเลยว่าอโกลนีมา เด่นมากตรงที่ใบมีสีมีลายให้เลือกเยอะมาก และช่วยกำจัดสารพิษในบ้านได้ดีมากถึงมากที่สุด

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

12. Parlor Palm หรือ ปาล์มใบไผ่ ฮิตมาตั้งแต่ยุควิกตอเรีย และยังคงฮิตต่อไปในยุคควีนมัม เป็นต้นไม้ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ดูดซับสารพิษและกรองอากาศได้ดีมากกกกกก แถมยังช่วยคายความชื้นออกมาด้วย ใบและทรงต้นก็สวยดี เหมาะจะมีไว้ซักมุมนึงในบ้านหรือในออฟฟิศนะจ๊ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

13. Monstera Deliciosa ไทยเรียกพลูฉีก หรือพลูแฉก เป็นไม้เลื้อยเขตร้อน สีเขียวสด ใบไม่ค่อยร่วง ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งแสงแดดรำไร (แต่แดดแรงเกินไปใบจะไหม้) ถ้ามีเสาหรือแผ่นไม้ให้เลื้อยจะโตเร็วกว่ามาก เป็นอีกต้นที่ช่วยกรองอากาศได้ดีมาก แล้วเวลาโตใบใหญ่ๆ นี่คือสวยล้ำหน้าต้นอื่นๆ อย่างแรง

14. Ficus หรือ Fiddle Leaf Fig ไทยเรียกว่าไทรใบสัก อันนี้เอามาไว้สุดท้ายเพราะเป็นต้นที่อุ้มชอบมากที่สุด ข่าวว่าที่เมืองไทยเคยฮิตจนเลิกฮิตไปแล้ว แต่อุ้มว่าความสวยของต้นนี้ยังไงก็ Timeless แถมเป็นต้นที่ฟอกอากาศได้เก่งมากอีก ยังไงก็ควรจะมีไว้สักต้น บางคนบอกว่าเลี้ยงยาก แต่เพื่อนอุ้มบอกว่าถ้าหาจุดในบ้านที่แสงกำลังดีแล้วเขาชอบ ก็อย่าย้ายไปไหน คอยเปิดเพลงหรือเล่นดนตรีเบาๆ ให้ฟัง พร้อมกับเขย่าต้นนิดๆ ให้เหมือนโดนลมพัด เขาจะชอบมาก ใบใหญ่สวยเชียว

เชื่อว่ายังมีต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าสะสมอีกเยอะเลย แต่เริ่มจากเท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะคะ เอาให้พอเห็นภาพ เพราะต่อไปร้านต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าเดินในเมืองไทยจะเกิดขึ้นอีกเยอะมากแน่เลย ซึ่งก็จะเป็นเรื่องดีให้คนเมืองมีทางเลือกในการหาต้นไม้สวยๆ มาใส่บ้าน ใส่คอนโดฯ หรือใส่ออฟฟิศกันได้ง่ายขึ้นมาก

Happy (House)planting ค่าทุกคน!

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

บอกก่อนเลยว่าผู้เขียนเคยเป็นคนกลัวแมลงทุกชนิด โดยเฉพาะต่อ แตน และผึ้ง (เพราะเคยโดนแตนต่อยมาแล้วหลายหน)

แล้วทำไมอยู่ดีๆ จะมาเล่าเรื่องผึ้ง แถมไม่เล่าเปล่า จะมาชวนกันเลี้ยงเสียด้วย!

เหตุเพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อนที่น่ารักคนหนึ่งมาแนะนำให้ผู้เขียนรู้จักกับผึ้งท้องถิ่นของอเมริกา ที่เรียกว่า Mason Bees แล้วบอกว่าเป็นผึ้งนิสัยดี ไม่ต่อย และช่วยผสมเกสรต้นไม้ได้ดีมาก โดยเฉพาะไม้ผล แถมยังเหมาะจะเลี้ยงไว้หน้าบ้านให้เด็กๆ ได้ตื่นเต้นและเรียนรู้ไปด้วย

สิ่งที่น่าสนใจและเป็นความรู้ใหม่เกี่ยวกับผึ้ง Mason (ขอตั้งชื่อให้แบบบ้านๆ ว่าผึ้งก่อสร้าง) นี้ก็คือมันไม่ได้ทำรังใหญ่ๆ มีราชินีผึ้งหรือผึ้งงาน และผลิตน้ำผึ้งเหมือนผึ้งที่เราเคยรู้จัก แต่มันจะทำรังในท่อหรือโพรงเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กัน อารมณ์เหมือนคนอยู่คอนโด ที่ห้องติดกันแต่ต่างคนต่างอยู่ (เป็นเหตุให้ผึ้งเหล่านี้มีอีกชื่อเรียกว่า Solitary Bees คือเป็นผึ้งสันโดษ ไม่มีราชินีให้ต้องปกป้อง มันจึงไม่ดุเหมือนผึ้งที่เราเคยรู้จัก หน้าตาออกจะกระเดียดไปทางแมลงวันเสียมากกว่าด้วยซ้ำ ตอนที่มันออกมาจากรังใหม่ๆ ลูกสาวผู้เขียนเอามือไปลูบเล่นยังได้เลย)

ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก

ตอนแรกผู้เขียนก็ยังลังเลเพราะไม่เคยเลี้ยงมาก่อน ไม่รู้จะไปหารังและอุปกรณ์การเลี้ยงจากที่ไหน แต่ปรากฏว่าหาข้อมูลไปได้ไม่นาน ก็อ่านเจอว่าเพื่อนบ้านประกาศแจกรังให้ฟรีทางอินเทอร์เน็ต เลยไปรับเอามา 30 รัง (ถ้านึกไม่ออกให้คิดถึงรังไหม แต่ขนาดเล็กจิ๋วกว่ามากและเป็นสีน้ำตาล) วางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ระหว่างนั้นก็ขับรถออกไปซื้อท่อกระดาษที่ร้านขายอุปกรณ์ทำสวน กะว่ากลับมาจะเลื่อยไม้ทำบ้านให้ ปรากฏว่าเปิดเข้าประตูบ้านมา คุณผึ้งแกกัดรังออกมาส่งเสียงหวี่ๆ กันอยู่ในซองกระดาษที่เพื่อนบ้านใส่มาให้ เล่นเอาผู้เขียนตกอกตกใจ รีบออกไปเลื่อยไม้ตอกตะปูประกอบเป็นบ้านหลังน้อยแทบไม่ทัน

ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก

ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก

ความมหัศจรรย์ที่ผู้เขียนและลูกสาววัย 4 ขวบได้ประสบในเวลาหลายเดือนหลังจากเอาบ้านและรังผึ้งน้อยนักก่อสร้างออกไปวางที่หน้าบ้านวันนั้น มีมากมายหลายเรื่องอย่างที่ผู้เขียนไม่เคยนึกมาก่อน เราได้เห็นตั้งแต่ผึ้งออกมาจากรังใหม่ๆ แล้วเริ่มต้นทำงาน มันบินเข้าบินออกจากบ้านวันละหลายสิบรอบอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อหาเกสรและน้ำหวานมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ใส่ไว้ด้านในสุดของท่อ วางไข่ แล้วไปหาดินมาก่อเป็นผนังบางๆ กั้นเป็นห้อง จากนั้นก็ปั้นก้อนเกสรก้อนใหม่ วางไข่ เอาดินปิดท่ออย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนเต็ม (ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมเขาถึงเรียกว่าผึ้งก่อสร้าง)

ความเก่งของผึ้งตัวเมียก็คือมันจะวางไข่ตัวผู้ไว้ด้านหน้าเพื่อป้องกันไข่ตัวเมียที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในจากแมลงและสิ่งรบกวนอื่นๆ แล้วพอฤดูใบไม้ผลิปีต่อไป ผึ้งตัวผู้ก็จะกัดรังออกมาก่อนเพื่อเคลียร์สถานที่ พอตัวเมียออกมาผสมพันธุ์กัน ตัวผู้ก็ตายไป ส่วนตัวเมียเมื่อทำหน้าที่วางไข่เสร็จเรียบร้อยก็ตายตามไปเช่นกัน วงจรชีวิตตั้งแต่กัดรังออกมาจนตายนั้นจึงแสนสั้นเพียง 4 – 6 สัปดาห์เท่านั้นเอง

ถ้าใครอ่าน (หรืออ่านข้าม 55) มาถึงตรงนี้ อาจจะสงสัยว่าเล่ามาทำไมเสียยืดยาว แล้วตกลงผึ้งก่อสร้างนี่มันสำคัญหรือดีตรงไหน คำตอบก็คือ ด้วยความที่ผึ้งก่อสร้างนั้นใช้ทั้งตัวลงไปคลุกเกสร และไม่มีกลไกของร่างกายที่เก็บเกสรกลับรังได้เก่งเท่าผึ้งงานที่สร้างน้ำผึ้ง (ซึ่งลงตอมตรงไหนก็เก็บเกสรกลับรังเสียเรียบวุธ) ทำให้มันต้องไปแวะเก็บเกสรจากดอกไม้จำนวนมากมายมหาศาลกว่าหลายสิบเท่า แต่นั่นแปลว่าโอกาสที่มันจะช่วยผสมพันธุ์ให้ต้นไม้ติดลูกก็มากกว่าหลายสิบเท่าด้วย!  ว่ากันว่าผึ้งก่อสร้างเพียงตัวเดียว สามารถผสมเกสรได้มากเท่ากับผึ้งงานถึง 60 ตัว เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนกับผึ้งงานเป็นคนเก่งแต่รักษาผลประโยชน์เฉพาะพวกพ้องของตัวเอง

ส่วนผึ้งก่อสร้างทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่มีความอุตสาหะ และงานที่ทำก่อทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน สังคมเราควรจะส่งเสริมคนประเภทหลังมากกว่าจริงไหมคะ อีกเหตุผลที่สำคัญก็คือ ทุกวันนี้เราได้ข่าวเรื่องปรากฏการณ์รังผึ้งล่มสลาย (Colony Collapse Disorder) ที่ผึ้งงานหายไปอย่างฉับพลันเกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ผึ้งหลายพันธุ์เข้าข่ายหรือสูญพันธ์ุไปแล้วก็มี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาผึ้งหรือแมลงที่มีความสำคัญต่อการผสมเกสรหรือการถ่ายเรณูมาทดแทน ไม่อย่างนั้นปรากฏการณ์ต่อไปที่จะเกิดขึ้นก็คือการขาดแคลนอาหารและราคาอาหารที่จะสูงขึ้นอย่างมหาศาล อันเนื่องมาจากพืชพันธุ์ต่างๆ ไม่ติดลูกหรือไม่ติดเมล็ด

ฟังดูอาจจะไกลตัวใช่ไหมคะ แต่ผู้เขียนบอกได้เลยว่าจริงๆ แล้วมันใกล้ตัวกว่าที่เราคิดมาก เพราะอาหารที่เรากินแทบทุกอย่างนั้นต้องอาศัยการผสมเกสรจากแมลงเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว พืชที่ให้น้ำมัน พืชที่เป็นอาหารสัตว์ ไล่เรื่อยไปจนถึงพืชที่นำมาทอเป็นเส้นใยอย่างฝ้ายและกัญชง ลองคิดดูสิคะว่ามันจะน่ากลัวแค่ไหนถ้าผลผลิตเหล่านี้ลดน้อยลงจริงๆ จนไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลก

ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก

ทุกวันนี้สวนและไร่ขนาดใหญ่ในอเมริกานั้นใช้บริการของคนเลี้ยงผึ้งน้ำหวาน (Honeybee) ที่จะขนรังใส่รถบรรทุกขนาดยักษ์พาผึ้งมาผสมเกสรในช่วงที่พืชออกดอก แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จำนวนผึ้งได้ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง เพราะมีการใช้ยาฆ่าแมลงฉีดพ่นในแปลง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผึ้งด้วย การขนรังผึ้งย้ายไปไร่แล้วไร่เล่าเองก็ทำให้ผึ้งเกิดความเครียด แถมไม่กี่ปีก่อน รถบรรทุกที่ขนผึ้งเกิดอุบัติเหตุ ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของอเมริกา ทำให้เสียประชากรผึ้งไปหลายสิบล้านตัว! เรียกว่ามีวิกฤตขนาดหนักที่คนเริ่มต้องหันมาสนใจ และหาทางทำอะไรคนละไม้คนละมือเพื่อช่วยกู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

และนี่เองเป็นที่มาของความตื่นตัวเรื่องการหาผึ้งพื้นเมืองที่เลี้ยงได้ง่ายกว่า และมีประสิทธิภาพในการผสมเกสรมากกว่าผึ้งน้ำหวาน (การวิจัยรายงานว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการผสมเกสรของผึ้งนั้นมีมูลค่าสูงกว่ารายได้จากน้ำผึ้งและผลผลิตจากผึ้งอื่นๆ มาก) ผึ้งก่อสร้างนั้นเป็นผึ้งในตระกูล Osmia ซึ่งเป็นผึ้งพื้นเมืองของอเมริกามาช้านาน และผ่านวิวัฒนาการมาพร้อมๆ กับสภาพอากาศและต้นไม้ที่เติบโตอยู่ในภูมิภาคนี้ แต่ก็ถูกคุกคามจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร และการรุกรานถิ่นที่อยู่อาศัยจากการขยายตัวของเมือง ทำให้ต้องได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์ที่ไปรุกรานอย่างเราเช่นกัน

การสร้างบ้านและดูแลผึ้งก่อสร้างอย่างที่ผู้เขียนเพิ่งเริ่มทำนี้ ถือว่าเป็นวิธีง่ายๆ แต่ช่วยเพิ่มประชากรผึ้งท้องถิ่นให้มากขึ้นได้หลายเท่า (จากแค่ 30 รังที่ไปรับมา ผ่านไปไม่กี่เดือน ผู้เขียนเพิ่งแกะท่อกระดาษออกมาล้างทำความสะอาดรัง และเก็บเข้าตู้เย็น* นับจำนวนรังใหม่ได้เกือบ 150 รัง เท่ากับเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า จนปีหน้าต้องเตรียมบ้านเพิ่ม และต้องหาทางแจกจ่ายรังให้คนอื่นบ้างแล้ว) บางคนก็ถึงกับเริ่มต้นเป็นเกษตรกรเลี้ยงผึ้งก่อสร้าง เพื่อส่งรังให้กับไร่หรือสวนขนาดใหญ่ มีรายได้รังละสิบกว่าบาท ส่งทีละเป็นพันๆ รังก็มีรายได้หลายหมื่นบาททีเดียว

ในประเทศไทย เท่าที่ได้หาข้อมูลดู แมลงที่น่าจะใกล้เคียงกับผึ้งก่อสร้างในอเมริกาน่าจะเป็นแมลงที่เรียกว่าผึ้งจิ๋วหรือชันโรง (อ่านว่า ชัน-นะ-โรง) ซึ่งเป็นแมลงท้องถิ่นมีทุกภาคของประเทศไทย (ทำให้มีชื่อเรียกอื่นๆ แตกต่างกันไปในแต่ละภาคด้วย ไม่ว่าจะเป็นขี้ตึง ขี้ตังนี ขี้ย้า แมลงอุง แมลงโลม แมลงขี้สูด หรือตัวตุ้งติ้ง) และมีความสามารถในการผสมเกสรสูงมาก และไม่มีเหล็กไนเหมือนผึ้งหลวง สำนักพิมพ์บ้านและสวนเพิ่งจะมีหนังสือ มาเลี้ยงผึ้งและชันโรงกัน หรือในอินเทอร์เน็ตก็มีข้อมูลพอสมควร

ถึงตอนนี้อาจจะยังดูเป็นเรื่องของเกษตรกร แต่ผู้เขียนเชื่อว่าเรามีสวนผักคนเมืองแล้ว ต่อไปก็น่าจะมีสวนผลไม้คนเมือง และแมลงผสมเกสรสำหรับคนเมืองด้วยเช่นกัน เพราะการผลิตอาหารไม่ได้เป็นหน้าที่ของเกษตรกรเพียงลำพัง แต่เราทุกคนช่วยกันได้และต้องช่วยกันด้วย

ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก

ย้อนกลับมาถึงโครงการเลี้ยงผึ้งก่อสร้างของผู้เขียนกับลูกสาวตัวน้อย สิ่งที่ผู้เขียนถือว่าได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือความรู้มากมายมหาศาลที่เราได้รับในช่วงเวลาอันแสนสั้น จากคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับผึ้งก่อสร้าง เพียงฤดูกาลเดียวผู้เขียนก็เข้าใจวงจรชีวิตทั้งหมด และมีความรู้เรื่องการผสมเกสรและห่วงโซ่อาหารมากขึ้นหลายเท่า จากคนที่กลัวแมลงขึ้นสมอง เราสองแม่ลูกกลับไปนั่งมองดูผึ้งน้อยทำงานแบบจมูกแทบจะชนรังวันละหลายรอบ โดยที่ผึ้งแสนขยันก็บินเข้าบินออกทำงานวุ่นไม่ได้สนใจเราเลย

เมื่อวันก่อนนี้ผู้เขียนแกะท่อกระดาษแล้วจับรังผึ้งก่อสร้างสบายๆ ลูกสาวตัวน้อยเห็นแม่ไม่กลัวก็จับบ้างและนั่งเล่นข้างรังผึ้งหน้าตาเฉย เรายังคุยกันว่าฤดูใม้ผลิปีหน้าจะสร้างบ้านและเอารังผึ้งก่อสร้างไปให้ที่โรงเรียนใส่ไว้ในสวนด้วย เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็มีงาน Mason Bee Cocoon Harvesting Party ที่คนเลี้ยงผึ้งก่อสร้างเอาท่อเอาบ้านผึ้งก่อสร้างมาแกะและทำความสะอาดด้วยกัน ถือเป็นกิจกรรมชุมชนที่สนุกดีและทำให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน และที่สำคัญ ทำให้ได้รู้ว่ามีคนอื่นที่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้เหมือนกับเรา ผู้เขียนเลยมีกำลังใจที่จะไปบอกต่อ เพราะในอเมริกาเองเรื่องการเลี้ยงผึ้งก่อสร้างก็ยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว และต้องการอาศัยการช่วยกันบอกปากต่อปากเช่นเดียวกัน

ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก

อีกวิธีหนึ่งที่เราจะช่วยกันได้ก็คือปลูกดอกไม้หรือพืชผักที่มีเกสรให้ผึ้ง (และแมลงผสมเกสรอื่นๆ) ได้มาหาอาหาร แต่ปัจจัยที่สำคัญก็คือต้องเป็นต้นไม้ดอกไม้หรือเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผ่านสารเคมี และจะให้ดีก็ควรเป็นผักพื้นบ้าน บ้านใครมีบริเวณพอสมควร แล้วเคยปลูกหรือคิดจะปลูกแต่ไม้ประดับ ลองเปลี่ยนใจปลูกไม้ผลดูก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะคะ เพราะนอกจากจะได้ผลไม้ที่ปลอดภัยไว้กินแล้ว ยังสร้างระบบนิเวศที่ดีให้กับผึ้งยามต้นไม้ออกดอก และเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างพื้นดินและน้ำอย่างได้ประโยชน์ด้วย

ว่าจะเขียนเรื่องผึ้ง ไหงมาจบลงที่เรื่องชวนกันปลูกต้นไม้ไปได้ แต่เอาเข้าจริง มันก็เป็นเรื่องเดียวกันนะคะ เพราะห่วงโซ่อาหารนั้นจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้ ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องผักเรื่องต้นไม้มีคนพูดถึงกันอยู่มากมายแล้ว แต่เรื่องผึ้งและแมลงที่มีประโยชน์นั้นยังได้รับความสนใจค่อนข้างน้อย ถ้าบทความสั้นๆ นี้จะช่วยจุดประกายให้คนหันมาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ก็จะดีใจมากเลยล่ะค่ะ

ใครสนใจอยากหาข้อมูลเพิ่มเติม มีองค์กรชื่อ Crown Bees ที่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง และมีความรู้ในเว็บไซต์ด้วย ลองเข้าไปดูกันได้ค่ะ

ชวนกันมาเลี้ยงผึ้งท้องถิ่นที่ใจดี แสนขยัน และเป็นความหวังใหม่ของวงการอาหารโลก

*หลังจากที่ผึ้งก่อสร้างตัวเมียวางไข่และเอาดินมาปิดปากท่อเรียบร้อยแล้ว ไม่นานไข่ก็จะฟักเป็นหนอน แล้วเริ่มกินเกสรและน้ำหวานที่แม่ผึ้งปั้นทิ้งไว้ให้เป็นอาหาร จากนั้นก็จะสร้างเส้นใยเป็นรังรอบๆ ตัวเอง แล้วพัฒนาจนกลายเป็นผึ้งก่อสร้างที่โตเต็มวัย ก่อนจะจำศีลไปตลอดหน้าหนาว พออากาศอุ่นขึ้นในฤดูใบไม้ผลิก็จะกัดรังออกมาเริ่มต้นวงจรชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเราปล่อยผึ้งที่โตเต็มวัยอยู่ในรังทิ้งไว้ข้างนอกก็ได้ แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะมีเชื้อราหรือแมลงอื่นๆ เข้าไปเจาะวางไข่และกินหนอนผึ้งก่อสร้างจนไม่ได้กลายมาเป็นผึ้งรุ่นต่อไป เมื่อถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง คนเลี้ยงจึงต้องเอาท่อกระดาษมาแกะออกเพื่อดูว่ารังปลอดภัยดีหรือเปล่า และล้างน้ำทำความสะอาดก่อนจะใส่กล่องรักษาความชื้น เก็บเข้าตู้เย็นเพื่อให้อุณหภูมิค่อนข้างคงที่ แล้วเอารังออกไปวางในท่อกระดาษชุดใหม่เมื่ออุณหภูมิภายนอกอุ่นพอ และดอกไม้เริ่มบานมากพอจะมีเกสรเป็นอาหารให้ผึ้งที่กำลังหิวพอดี ท่อกระดาษของผู้เขียนดูด้านนอกก็เรียบร้อยสะอาดสะอ้านดี แต่พอแกะออกมาด้านในมีทั้งรา ทั้งหนอนของแมลงอื่นๆ และรังที่โดนแตนเจาะ ผู้เขียนเลยเข้าใจว่าทำไมจึงต้องมาแกะมาเก็บให้วุ่นวายด้วย

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load