ผลข้างเคียงของโควิดคืออะไร

คือทำให้หมา แมว และต้นไม้ในบ้านขายดีมาก!

ที่พอร์ตแลนด์นี่หมาแมวถึงกับขาดตลาดน่ะค่ะ ใครอยาก Adopt ต้องรอคิวยาวเหยียด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเห็นคนเดินจูงหมาไปมากันขวักไขว่ เรียกว่า Covid Dogs (and Cats) นี่ กลายเป็นคำเรียกคุ้นหู อย่างกับยุค Baby Boomers เลยเชียว

คือติดแหง็กอยู่กับบ้าน เลยหันมาเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวกันยกใหญ่

แต่ทีนี้ หมาแมวมันก็มีเรื่องต้องรับผิดชอบระดับน้องๆ มีลูกเลยใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นบางคนก็เลยบอกว่า ฉันอยากได้สิ่งมีชีวิตมาอยู่เป็นเพื่อนในบ้าน แต่เอาแบบไม่ต้องดูแลมากขนาดนั้นได้ไหมเล่า

ต้นไม้ในบ้าน (Houseplants) ก็เลยขายดีระเบิดระเบ้อขึ้นมาสิคะ

ลำพังในพอร์ตแลนด์เอง ร้านต้นไม้ที่อยู่มาเก่าแก่ก็มีไม่น้อย ร้านเกิดใหม่หน้าตาอย่างกับคาเฟ่ก็แข็งแรงอยู่กันได้สบาย คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ อุ้มเลยจะพาทัวร์ร้านต้นไม้ในบ้านของพอร์ตแลนด์ แบบคัดสรรมาแล้วว่าเก๋จริงอะไรจริง แบบเดินเข้าไปแล้วต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพราะมันช่างน่ารัก ทำให้การหาข้อมูลมาเขียนตอนนี้มีการเสียทรัพย์ไปเยอะมาก มากกว่าค่าเรื่อง (กระซิกๆ) หวังว่าชาวเดอะคลาวด์จะได้แรงบันดาลใจไปเปิดร้านต้นไม้ของตัวเองกันให้สวยกิ๊งเลยนะคะ

01

Solabee

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านแรก เลือกมาเพราะว่าเขาดังจริง สวยจริง อยู่มาจนจะเป็นตำนาน ได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เริ่มจากเป็นร้านดอกไม้ก่อน แล้วตอนหลังถึงมาเพิ่มต้นไม้ ก็เลยกลายเป็นมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น ร้านอยู่ตรงหัวมุมในย่านอยู่อาศัย (นึกถึงประมาณซอยกลาง หรือรอยต่อระหว่างทองหล่อ-เอกมัย) ขับรถหรือเดินผ่านไปแล้วไม่อยากเข้านี่ให้เตะ การที่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ ก็ทำให้ร้านมีความหอมสดชื่น มีสีสันมากกว่าเขียวๆ ขาวๆ แล้วก็ดูมีกิจกรรม เพราะหลังร้านมีคลาสและมีช่างจัดดอกไม้ทำงานเกือบจะตลอดเวลา

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ คือมีบริการออกแบบ จัดส่ง และดูแลต้นไม้ให้ถึงบ้าน เลือกได้ด้วยว่าให้มารดน้ำเดือนละกี่หน เปลี่ยนกระถางใหม่เดือนไหน อ้อ แล้วถ้าใครจะจัดงานแต่งงานแต่ไม่อยากใช้ดอกไม้เพราะรู้สึกว่าสิ้นเปลือง เลือกเป็นต้นไม้ก็ได้ด้วย เสร็จงานแล้วเอาไปใช้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ต่อได้เลย ดี๊ดีอะ

Website : www.solabeeflowers.com

Instagram : solabeeflowers

02

Dennis’ 7 Dees

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้น่าสนใจตรงที่เริ่มจากธุรกิจครอบครัวทำเนอร์สเซอรี่ขายส่งต้นไม้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1927 โน่น แต่ก่อนตอนมาอยู่พอร์ตแลนด์ใหม่ๆ พูดถึง Dennis’ 7 Dees ทีไร อุ้มจะนึกถึงร้านต้นไม้หน้าตาบ๊านบ้าน อารมณ์เหมือนไปจตุจักรฝั่งที่ขายกล้วยไม้น่ะค่ะ คือไม่ได้อยู่ในรายชื่อร้านเก๋ที่คุณต้องไปอะไรแบบนั้นเลย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็รีแบรนดิ้งค่ะคุ๊ณณณ อุ้มไปซื้อโคมไฟที่ร้าน Rejuvenation ซึ่งเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเจ้าใหญ่เจ้าดังของพอร์ตแลนด์ แล้วอยู่ดีๆ ก็หลุดพลัวะเข้าไปในร้านใหม่ของ Dennis’ 7 Dees เฮ้ยยยยยย….ทำไมมันน่ารัก!

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ข้อดีของที่นี่คือต้นไม้คุณภาพดีแน่ เพราะเขาเป็นชาวสวนตัวจริง มีไม้แปลกๆ ต้นใหญ่ๆ ให้เลือกเยอะ และมีกระถางสวยๆ ราคาไม่แพง ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบๆ สีสะอาดๆ ซึ่งร้อยทั้งร้อยก็ต้องถูกสอยกลับบ้านพร้อมต้นไม้ แล้วโลเคชั่นคือใช่มาก คนซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซื้อของแต่งบ้านเสร็จ เดินเลยมาด้านหลังก็เข้าร้านต้นไม้มาเลยแบบเนียนๆ เกื้อกูลกันราวยีสต์และแบคทีเรียในสโคบี้หมักคอมบูฉะทีเดียวเชียว (เปรียบเทียบอะไรของคุณคะ)

Website : dennis7dees.com/rejuvenation-provisional-plant-shop/

Instagram : dennis7dees

03

Arium Botanicals

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

วาวววว…ได้แต่พูดว่า…วาวววว ตอนขับรถเข้าไปจอดหน้า Arium Botanicals

คือเขาเอาตึกเก่า (น่าจะเป็นอู่ซ่อมรถมาก่อน) มาปรับโฉมใหม่กลายเป็นร้านต้นไม้โคตรของโคตรเท่ คือเท่ทั้งข้างนอกข้างในด้วยเอ้า ข้อดีคือตึกโล่งกว้างหลังคาสูง ทำให้จัดต้นไม้แล้วดูน่าเดิน จัดเป็นหมวดหมู่ เลือกง่าย มองเห็นอะไรชัดเจน (บาดเจ็บกระเป๋าตังค์ไปเยอะ) ต้นไม้อยู่ทาง กระถางอยู่อีกทาง ยิ่งช่วงโควิดนี่สะดวกมากกับการวางลูกศรแล้วให้คนเดินไปทางเดียว

การมีที่จอดรถกว้างขวางเป็นของตัวเองนี่ก็แอบจำเป็นอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะลองนึกภาพว่าซื้อต้นไม้ใหญ่ๆ (หรือต้นเล็กๆ หลายๆ ต้น บวกกระถางอีก) แบกออกมา เอาใส่รถได้เลย ย่อมทำให้อยากกลับไปซื้อ มากกว่าร้านที่จอดแล้วต้องเดินไกล หรือร้ายที่สุดคือไม่มีที่จอดรถนี่แล

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ที่ชอบอีกอย่างของ Arium ก็คือเว็บไซต์ค่ะ ถ่ายรูปต้นไม้ได้ซิ่งมากอะ คือไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ทำให้จำได้เลย แถมข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ก็ละเอียดดีจัง ทำให้เลือกง่าย รู้ว่าต้นไหนเหมาะกับสภาพแสงและความสามารถของเรา ไม่ใช่จะเอาเพราะชอบสีชอบทรงของใบ แต่เอามาแล้วตาย เพราะไม่เหมาะกับบ้านเราไรงี้

ใครมีโกดังพร้อมที่จอดรถกว้างๆ ทำแบบนี้เลยค่ะ คือในร้านทั้งหมดที่เอามาแนะนำ อุ้มชอบเลย์เอาต์ของร้านนี้ที่สุด คือไปแล้วรู้สึกว่าง่ายดี เพราะอุ้มว่าจากนี้ไป การมีต้นไม้ในบ้านมันจะเป็นเรื่องเนี้ยบๆ คลีนๆ ไม่ใช่ยุคเหงื่อซึมมาสคาร่าละลาย เหมือนตอนไปตลาดต้นไม้แบบสมัยก่อนแล้ว

Website : ariumbotanicals.com

Instagram : ariumbotanicals

04 

Appetite

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้ชอบตรงที่เข้าไปแล้วรู้สึก Cozy ปลอดภัย อุ่นๆ แน่นๆ เหมือนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านคนรู้จัก เจ้าของเป็นสองสาวพี่น้องที่สมัยเด็กโตมาที่รัฐ New Mexico แล้วแม่เป็นคนชอบประดิดประดอย เพราะฉะนั้นพอทั้งคู่ย้ายมาพอร์ตแลนด์แล้วอยากเปิดร้านต้นไม้ ก็เลยเย็บกระถางผ้าใบพิมพ์ลายเกี่ยวเนื่องกับทะเลทรายและอินเดียนแดง ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของ Appetite คือเห็นกระถางผ้าแบบนี้ทีไรก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากร้านนี้

ที่อุ้มชอบมากคือ ถ้าซื้อต้นไม้กับกระถางพร้อมกัน เขาจะเอาต้นไม้ย้ายลงกระถางใหม่ให้ จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยนะคะ แต่บอกแล้วว่าคนเลี้ยงต้นไม้สมัยนี้ ถ้ามือไม่เปื้อนได้ก็ขอไม่เปื้อนนะ (จริงป่ะ) คือจ่ายเงินเสร็จ ขอถือกระถางเอากลับไปวางที่บ้านได้เลย รดน้ำอย่างเดียว

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

อีกเรื่องที่น่ารักก็คือ มีบริการเจาะรูกระถางให้ด้วย! คือนึกออกไหมคะ กระถางที่สวยๆ บางทีก็ไม่มีรูระบายน้ำ เพราะเขาแค่อยากให้เอาต้นไม้ใส่กระถางพลาสติกเสียบลงไป แต่มีหลายทีมากที่อุ้มอยากปลูกลงกระถางเลยเพราะมันดูสวยกว่า ร้อนต้องเอาหินรองก้น รดน้ำทีก็ต้องกะไม่ให้เยอะเกิน หรือต้องคอยเทน้ำออกมาให้หมด ยุ่งยากมั้ยอะ พอได้ยินน้องคนขายบอกว่า ร้านนี้มีบริการเจาะรูระบายน้ำให้กระถางสวยแต่ก้นปิดของเราด้วย อุ้มแทบจะเข้าไปกอด คือเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยคิดให้เนอะ เขาบอกใช้ดอกสว่านพิเศษที่เจาะดินเผาได้ ค่าเจาะก็แค่ 5 เหรียญอะไรงี้ โอยย รักเลย (กระถางที่นี่ใบเล็กๆ ก็ 20 – 30 เหรียญแล้วนะคะ ถ้าใบใหญ่ๆ มีเป็นร้อยเหรียญ เจาะเองแล้วแตกจะคุ้มมั้ย

Website : appetiteshop.com

Intagram : appetiteshop

05

Artemisia; Collage With Nature

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านอื่นอาจจะเด่นเรื่องต้นไม้ แต่ร้านนี้เขามีดีตรง Terrarium ค่ะ! หนังสือ Terrarium Craft ที่เขียนโดยเจ้าของร้าน Amy Bryant Aiello เป็นประกัน แต่ก่อนนี้อุ้มเคยอยู่แถวๆ ร้าน Artemisia เลยเข้าไปเดินเล่นดูโน่นดูนี่อยู่บ่อยๆ ยังเคยซื้อขวดโหลกับกรวดมาทำ Terrarium ของตัวเองเลย แล้วก็จำได้ว่าร้านนี้มีความ ‘แปลกๆ’ แบบ Mystic มีความแม่หมอนิดๆ พอไปดูประวัติของคุณเอมี่นี่ก็เลยเข้าใจ เพราะเขาโตมาในบ้านที่มีทั้งนักธรรมชาติวิทยา ศิลปิน นักธรณีวิทยา หรือแม้กระทั่งนักดาราศาสตร์ ความชอบของเขาก็เลยมีทั้งธรรมชาติและความเหนือจริงปนๆ กัน มีทั้งขายต้นไม้ ขายหินมีค่า และขายน้ำมันหอมด้วย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

เรื่องน่ารักของร้านนี้ตอนนี้ก็คือ เขาไม่ได้เปิดให้คนเข้าไปเดินเล่นในร้านเพราะโควิด แต่มี 3D Barcode ให้สแกนสั่งของที่หน้าร้าน หรือสั่งจากเว็บไซต์แล้วไปรับที่ร้าน มีชุดต้นไม้สำหรับคนเพิ่งเริ่มเลี้ยง ที่เลือกจากสภาพแสงในบ้าน มี Terrarium Kit ให้เอาไปทำเอง มี Virtual Class หลายแบบ ที่ขายของด้วย ขายคลาสด้วย (อยากเรียนทำ Kokedama กับทำน้ำหอม) คือเรียกว่าปรับตัวปรับธุรกิจให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้ดีมาก เหมือนกับต้นไม้ที่ปรับตัวได้กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป น่าชื่นชมเนอะ

Website : www.collagewithnature.com 

Instagram : artemisiacollagewithnature

06 

Pistils Nursery

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านสุดท้าย แต่อยู่ในพอร์ตแลนด์มานานที่สุด เรียกว่าเป็น Portland Institution สถาบันต้นไม้แห่งพอร์ตแลนด์เลยก็ว่าได้ เจ้าของคือคุณ Mégan Twilegar นี่เขาได้ลงหนังสือ The Earth in Her Hands; 75 Extraordinary Women Working In the World of Plants เชียวนะ เพราะว่าเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำร้านสำหรับ Urban Homesteader มาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนที่ทำให้ Backyard Chickens หรือการเลี้ยงไก่หลังบ้าน กลายมาเป็นเรื่องฮิตจนเป็นกระแสหลักในพอร์ตแลนด์ และเป็นคนแรกๆ ที่จริงจังเรื่องการขายต้นไม้ในบ้าน จนตอนนี้ใครก็รู้ว่า Pistils Nursery นี่คือตัวจริง เก๋าจริง วันที่อุ้มไปร้าน ทันทีที่ประตูเปิดตอน 11 โมง คนก็เริ่มเข้ามาเดินกันเต็มร้านแล้ว (คือคนเยอะที่สุดในร้านทั้งหมดที่ไปมา)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

แต่อาจจะเพราะอยู่มานาน อุ้มเลยรู้สึก (ไปเองมั้ยไม่รู้) ว่าร้านมันมีพลังงานแก่ๆ เหนื่อยๆ นิดหน่อย ไม่คึกคักไฟแรงเหมือนร้านใหม่ๆ อย่าง Arium หรือ Dennis’ 7 Dees อันนี้ก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้คนที่จะเริ่มทำใหม่ๆ จะได้ไม่ต้องกลัวคนที่อยู่มานานๆ เพราะบางทีความสด ความตั้งใจ อาจจะส่งผลต่อต้นไม้และบรรยากาศในร้านด้วยก็ได้นะคะ

Website : pistilsnursery.com

Instagram : pistilsnursery

พูดถึงร้านต้นไม้ จะไม่พูดถึงต้นไม้ก็กระไรอยู่ใช่ไหมคะ งั้นขอเอาตัวอย่างต้นไม้ที่ฮิตๆ ที่นี่ตอนนี้มาส่งท้ายแล้วกันค่ะ ทั้งหมดที่อุ้มเลือกมา มีคุณประโยชน์ช่วยกรองอากาศในบ้านด้วย นอกจากจะเขียวสวยเจริญตา คุณ-ภาพ-ชี-วิต และสุขภาพของเรายิ่งจะดีขึ้นด้วย

1. Snake Plant หรือ Mother-in-law’s Tongue (ชื่อทางพฤกษ์ศาสตร์คือ Sansevieria) คนไทยเรียกว่าต้นลิ้นมังกร เป็นต้นที่ควรมีไว้อย่างยิ่งในห้องนอน เพราะเขาคายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังดูก้ำๆ กึ่งๆ ระหว่างกระบองเพชรกับไม้ใบ สวยไปอีกแบบ ข้อควรระวังคือไม่ค่อยชอบน้ำ เพราะฉะนั้นอย่ารดน้ำมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะรากเน่าจ้ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

2. Spider Plant ไทยเรียกเศรษฐีเรือนใน (คือแถบสีเหลืองอ่อนอยู่ข้างใน แต่ถ้าแถบสีอ่อนอยู่ข้างนอกก็เรียกเศรษฐีเรือนนอก) เป็นไม้มงคลที่เลี้ยงง่ายยยยยยยมาก และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดี (นึกถึงว่าบ้านอยู่ใกล้ๆ ถนนนี่เหมาะเลย) ที่น่ารักอีกอย่างคือ พอเขาโตเต็มที่จะออกดอกเป็นช่อยาว แล้วปลายช่อจะมีต้นอ่อนที่เอาไปปลูกต่อได้ด้วย ใบไม่เป็นพิษ เพราะฉะนั้น ถ้ามีหมาแมวก็ไม่ต้องกลัวว่ามันมาเล็มกินแล้วจะเป็นอันตรายเหมือนต้นอื่นๆ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

3. Pothos หรือ Devil’s Ivy เห็นพลูพวกนี้แล้วขำนะคะ เพราะเราปลูกกันมาตั้งแต่อยู่ประถม เรียกว่าบ้านไหนบ้านนั้นต้องมีพลูด่างห้อยกันทั่ว ตอนนี้ที่นี่ก็ฮิ้ตฮิต ราคาไม่แพงด้วย เนื่องจากเขาชอบแสงและความชื้น ไว้ในห้องน้ำก็แอบเหมาะ หรือถ้าไว้ในห้องอื่น อย่าลืมคอยรดน้ำหรือใช้สเปรย์ฉีดให้มีความชื้นอยู่เสมอนะคะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

4. Rubber Plant (Ficus Elastica) หรือยางอินเดีย นอกจากจะท้นทน ดูแลง่าย และสวยแปลกตาแล้ว ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันโดย NASA ว่า ยางอินเดียเป็นต้นไม้ในบ้านที่กรองอากาศได้ดีที่สุด! ข้อควรระวังคือมันเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เพราะฉะนั้น ต้องคอยระวังอย่าให้น้องหมาน้องแมวมางับเล่น

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

5. Peace Lily ภาษาไทยเรียกว่า เดหลี เป็นไม้มงคลที่ดูแลง่าย และช่วยกรองอากาศได้ดีมาก มีดีอีกอย่างตรงที่มีดอกสีขาวครีมตัดกับใบเขียว ดูสวยน่ามอง แต่ต้นนี้ก็เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ต้องคอยระวังกันให้ดีนะจ๊ะ แม้แต่คนเองก็ตาม ถ้าจับต้นแล้วควรจะไปล้างมือเพื่อความปลอดภัย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

6. Philodendron พวกตระกูลฟิโลนี่ยังไงก็ต้องมีไว้สักต้น ไม่ว่าจะใบมะละกอ หูช้าง ก้านส้ม ซานาดู หรืออีกไม่รู้กี่ชนิด ใบสวยๆ น่าสะสมทั้งนั้น นอกจากฟิโลจะเลี้ยงง่าย ยังช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ปราศจากฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ระเหยออกมาจากวัสดุก่อสร้าง ใครเพิ่งแต่งคอนโดฯ เสร็จใหม่ๆ ย้ายเข้าบ้านพร้อมฟิโลสักสามสี่ต้นนี่ก็แจ๋วไปเลย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

7. Calathea Makoyana ชื่อไทยคือคล้าแววมยุรา ชอบน้ำและความชื้น เพราะมีถิ่นกำเนิดมาจากป่าดิบชื้นในบราซิล คนชอบเพราะใบมีลายและทรงสวย ส่วนต้นคล้าชอบดูดซับสารพิษในอากาศ จึงมีคุณงามความดีที่คู่ควรนำมาประดับบ้าน เหมือนแต่งงานกับคนลุคแนวๆ แล้วชอบทำอาหารชอบทำงานบ้านไรงี้นะ (มาอีกละเปรียบเทียบอะไรบ้าๆ บอๆ เนี่ย)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

8. Anthurium Clarinervium ไทยเรียกหัวใจเศรษฐีหรือหน้าวัวหัวใจลาย ช่วยกรองอากาศ เลี้ยงง่าย ชอบแดดรำไร ไม่ต้องรดน้ำเยอะ ใบนิ่มเหมือนกำมะหยี่และมีเส้นเปล่งปลั่งตรงกลาง ที่นี่ขายแพงมาก ต้นเล็กนิดเดียวเกือบ 200 เหรียญแน่ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

9. Zanzibar Gem หรือ Zizi Plant ไทยเรียกว่ากวักมรกต เป็นต้นไม้ที่ทนมากถึงมากที่สุด ใบหนาเขียวสดมันวาว แตกหน่อใหม่เรื่อยๆ ทำให้แยกไปปลูกในกระถางใหม่ได้ง่าย ช่วยกรองสารพิษในอากาศด้วย คนโบราณเชื่อว่าปลูกต้นกวักมรกตแล้วจะโชคดีมีสตางค์ (แต่ข่าวว่าเพิ่งไปเสียสตางค์ซื้อมานะ ฮ่าๆ)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

10. Chinese Money Plant (หรือ Pilea – ไพเลีย) บางคนเรียกว่าต้นแพนเค้กหรือต้นยูเอฟโอ เลี้ยงง่าย ใบสวยน่ารัก ถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเรียกเงินทองโชคลาภหรือพลังบวกมาสู่บ้าน เป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ด้วย

11. Aglaonema หรือ Chinese Evergreen ชื่อไทยเพราะเชียวว่า แก้วกาญจนา หรือเขียวหมื่นปี หรือบางทีก็เรียกทับศัพท์ไปเลยว่าอโกลนีมา เด่นมากตรงที่ใบมีสีมีลายให้เลือกเยอะมาก และช่วยกำจัดสารพิษในบ้านได้ดีมากถึงมากที่สุด

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

12. Parlor Palm หรือ ปาล์มใบไผ่ ฮิตมาตั้งแต่ยุควิกตอเรีย และยังคงฮิตต่อไปในยุคควีนมัม เป็นต้นไม้ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ดูดซับสารพิษและกรองอากาศได้ดีมากกกกกก แถมยังช่วยคายความชื้นออกมาด้วย ใบและทรงต้นก็สวยดี เหมาะจะมีไว้ซักมุมนึงในบ้านหรือในออฟฟิศนะจ๊ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

13. Monstera Deliciosa ไทยเรียกพลูฉีก หรือพลูแฉก เป็นไม้เลื้อยเขตร้อน สีเขียวสด ใบไม่ค่อยร่วง ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งแสงแดดรำไร (แต่แดดแรงเกินไปใบจะไหม้) ถ้ามีเสาหรือแผ่นไม้ให้เลื้อยจะโตเร็วกว่ามาก เป็นอีกต้นที่ช่วยกรองอากาศได้ดีมาก แล้วเวลาโตใบใหญ่ๆ นี่คือสวยล้ำหน้าต้นอื่นๆ อย่างแรง

14. Ficus หรือ Fiddle Leaf Fig ไทยเรียกว่าไทรใบสัก อันนี้เอามาไว้สุดท้ายเพราะเป็นต้นที่อุ้มชอบมากที่สุด ข่าวว่าที่เมืองไทยเคยฮิตจนเลิกฮิตไปแล้ว แต่อุ้มว่าความสวยของต้นนี้ยังไงก็ Timeless แถมเป็นต้นที่ฟอกอากาศได้เก่งมากอีก ยังไงก็ควรจะมีไว้สักต้น บางคนบอกว่าเลี้ยงยาก แต่เพื่อนอุ้มบอกว่าถ้าหาจุดในบ้านที่แสงกำลังดีแล้วเขาชอบ ก็อย่าย้ายไปไหน คอยเปิดเพลงหรือเล่นดนตรีเบาๆ ให้ฟัง พร้อมกับเขย่าต้นนิดๆ ให้เหมือนโดนลมพัด เขาจะชอบมาก ใบใหญ่สวยเชียว

เชื่อว่ายังมีต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าสะสมอีกเยอะเลย แต่เริ่มจากเท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะคะ เอาให้พอเห็นภาพ เพราะต่อไปร้านต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าเดินในเมืองไทยจะเกิดขึ้นอีกเยอะมากแน่เลย ซึ่งก็จะเป็นเรื่องดีให้คนเมืองมีทางเลือกในการหาต้นไม้สวยๆ มาใส่บ้าน ใส่คอนโดฯ หรือใส่ออฟฟิศกันได้ง่ายขึ้นมาก

Happy (House)planting ค่าทุกคน!

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

.

ก้นบนเท้า

ซี่ไม้ไผ่

เขียวชาขม

.

ไฮขุไทย ๆ ที่อุ้มเขียนขึ้นในใจ ตอนนั่งอยู่บนระเบียงวัดนานเซ็นที่เกียวโตเมื่อ 20 กว่าปีก่อน (จิแปลว่าวัด เขียนแล้วก็อย่าไปเรียกวัดนานเซ็นจิ) แปลกดีที่ยังจำได้เสมอ และนึกชมตัวเองที่บรรยายพิธีชงชาไว้ได้ไม่เลวทีเดียว

ค่ะ อุ้มชอบชงชา เคยไปเรียนกับเซ็นเซที่เมืองไทยเมื่อนานมาแล้ว แต่บารมีไม่ถึง ก็เลยไม่ได้ถูกส่งไปโรงเรียนอูราเซ็งเกะที่เกียวโตกับเขา เพราะ 3 สำนักที่สืบสายตรงพิธีชงชามาจาก เซ็น โนะ ริคคิว (Sen no Rikyū) บิดาแห่งพิธีชงชา คือ Omotesenke, Urasenke และ Mushakōjisenke ล้วนมีโรงเรียนอยู่ที่เกียวโตทั้งสิ้น คือถ้าใครตั้งใจจริงจังอยากจะแสวงหาหนทางแห่งชา ก็ต้องหาทางไปเรียนที่สำนักใดสำนักหนึ่งในสามแห่งนี้ล่ะ

ถามว่าทำไมอุ้มถึงชอบพิธีชงชาหรือที่เรียกว่า ชาโนหยุ (Chanoyu) ตอบอย่างปรัชญาหน่อยก็ต้องบอกว่า เพราะมันคือศิลปะขั้นสูงที่ประณีต ละเมียดละไม มีความลึกซึ้ง ทุกการเคลื่อนไหวแม้แต่ที่เล็กที่สุดก็ล้วนมีความหมาย ทำให้ได้รู้จักตัวเอง ได้เป็นคนละเอียดอ่อนขึ้น มีสมาธิขึ้น

ตอบอย่างบ้าน ๆ ฟังกันเองไม่ต้องออกสื่อ ก็ต้องบอกว่าเพราะชอบกินขนมที่มากับน้ำชา (หัวเราะ) แหม ก็มันสวยจะตาย… เนอะ

ในชีวิตนี้ ก็เลยมีความฝันอยู่ 3 – 4 อย่าง 

หนึ่ง คืออยากมีบ้านญี่ปุ่นอยู่ที่ต่างจังหวัดไทย แล้วมี Teahouse หรือกระท่อมชงชาอยู่ในบริเวณเดียวกัน 

สอง คืออยากมีถ้วยราขุเทพ ๆ แค่ 1 ใบในชีวิต ใครดูหนังเรื่อง Rikkyu อาจจะจำฉากที่ริคคิวไปยืนดูถ้วยที่ถูกคีบออกมาจากเตาเผาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำได้ สิริยากรก็ติดตาตรึงใจมาก วันหนึ่งอยากจะเผาถ้วยของตัวเองกับเขาบ้าง 

สาม คืออยากไปฝากตัวเป็นศิษย์สำนักชงชาที่เกียวโต คือนี่ก็ชัดเจนมากว่าบ้านกับถ้วยมาก่อนเลย วิชาไม่มี จึงควรจะไปเรียนเสียให้จัดเจน เพราะวิชานี้ฝึกปรือกันไปทั้งชีวิตก็ไม่จบสิ้น 

และสี่ อยากทำขนมกินกับน้ำชา ที่เรียกว่า วากาชิ (หรือบางคนเรียกชากาชิ) ได้จัง ที่ไหนก็ไม่มีสอน

ฝันแล้วก็ไปตื่นที่เชียงใหม่ค่ะ

คือบ่ายวันหนึ่งเดิน ๆ อยู่ แล้วไม่รู้จะไปนั่งกินขนมที่ไหน เสิร์ชอินเทอร์เน็ตก็เห็นมีแต่ร้านกาแฟสวย ๆ ก็เบื่อแล้ว ก็เลยเปิด Google Maps จิ้มไปเรื่อย ๆ ตรงย่านที่อยู่ตอนนั้น คือแถวช้างคลาน แล้วไปเจอร้านหนึ่งเข้า ชื่อ ‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ หืมมม มีใครมีใจให้มัทฉะเหมือนตู มี Ceremonial Green Tea มีขนมวากาชิสวยด้วย พาลูกกับสามีไปเลยจ้า

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์
Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์

 นึกว่าอยู่เกียวโตอ่ะยูวววว!

คือชาดีมาก ใช้เวลาอ่านเมนูอยู่นานมาก ไม่ใช่เดินเทิ่ง ๆ เข้าไปสั่ง มัทฉะลาเต้! หรือโฮจิฉะลาเต้! แล้วเขาจะให้คุณหยุด นึกออกไหม เขาจะถามต่อว่าเอาเกรดไหน แพงสุด ซับซ้อนสุด หรือแพงน้อยลงมา แต่ว่าก็ยังโอเค บ้านมี 4 คน ลูกจะกินขนมกินน้ำส้มยูสุเจลลี่อะไรอีก เอาแพงน้อยสุดมาค่ะ! แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีเกินมาตรฐานมากเลยนะ

สั่งเสร็จมานั่งขัดสมาธิตรงสวน โอย ทำไมทำถึง สวนดี นอกชานดี ถาดเถิดใส่ชากับขนมมาเสิร์ฟก็ดี ถามน้องพนักงานว่าเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นเหรอคะ ทำไมเข้าใจจิตวิญญาณความเป็นญี่ปุ่นขนาดนี้ เขาบอกไม่ใช่ค่ะ คนไทยธรรมดานี่ล่ะค่ะ (ฮ่า ๆ ชอบคำตอบนี้)

กลับมาถึงพอร์ตแลนด์ ก็เลยรีบไลน์ไปบอกก้องว่า พี่จะสัมภาษณ์เจ้าของร้านนี้ พี่ทนไม่ไหวอีกต่อไป พี่อยากรู้จักเขา ก้องต้องให้พี่เขียน! ก้องก็ไลน์กลับมาพรมน้ำดับไฟว่าด้วยวลีสั้น ๆ ว่า เอาเลยครับพี่

ก็เลยจะมาแนะนำให้รู้จักน้องฟ้าใสกับน้องเป้ง เจ้าของร้านค่ะ

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์

อุ้ม : น้องคะ พี่ประทับใจร้านน้อง ๆ มาก เคยอยู่ญี่ปุ่นเหรอคะ

ฟ้า : ไม่เคยเลยค่ะ ฟ้าเป็นคนเชียงใหม่ แล้วก่อนหน้านี้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ เป็น Financial Auditor ส่วนเป้งเป็นนักวิจัยให้บริษัทที่ปรึกษาทางการตลาด ทีนี้พอถึงช่วงหนึ่งก็เริ่มไม่อยากอยู่กรุงเทพฯ แล้ว เลยคุยกันกับเป้งว่าเรากลับไปอยู่เชียงใหม่กันมั้ย จะได้อยู่ใกล้ ๆ ครอบครัวฟ้า แต่ว่าจะทำอะไรดี

เป้ง : ผมชอบดื่มชาอยู่แล้ว ฟ้าใสชอบทำขนม ก็เลยเปิดร้านขายชากัน ตอนแรกเป็นห้องแถวเล็ก ๆ คูหาเดียว มืด ๆ อยู่ติดกับร้านปัจจุบันนี้ครับ ชื่อ ‘มีใจให้มัทฉะ’ ผมชงชา ฟ้าใสทำขนม ช่วงแรก ๆ ก็ทำกันเอง 2 คน มีโต๊ะเล็ก ๆ อยู่ 3 โต๊ะ ไม่ได้คิดเลยว่าจะมาไกลถึงจุดนี้

ฟ้า : แรก ๆ ง่ายมาก ๆ แค่เอาโต๊ะมาตั้ง เอาโคมไฟมาตั้ง แล้วก็พิมพ์เมนูกันเอง มีอุปกรณ์แค่กาน้ำร้อน ถ้วย แล้วก็ชาเซ็น (แปรงชงชาทำจากไม้ไผ่) ตู้เย็นเล็ก ๆ 1 ตู้ พอเริ่มไปไหวก็ซื้อถังน้ำแข็ง (หัวเราะ)

อุ้ม : เห็นร้านปัจจุบันแล้วนึกภาพไม่ออกเลย

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์
Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์
ร้านเก่า

เป้ง : จำได้ว่าเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 1 เมษายน ปี 2017 ครับ ถัดจากนั้นมา 1 ปีนิด ๆ ค่อยมาเป็น Magokoro Teahouse ที่เห็นในปัจจุบัน

อุ้ม : ทำไมถึงคิดว่าจะขยายเป็นร้านใหญ่ได้คะ

ฟ้า : พอเราเริ่มทำร้านเล็ก ก็เริ่มรู้สึกว่ามีคนที่สนใจชาเหมือนเราเยอะเหมือนกัน แล้วพอเรามีประสบการณ์มากขึ้นจากการทำ ได้คุยกับลูกค้าที่มีความรู้ กับศึกษาเพิ่มเติมเอง ได้ไปเยี่ยมไร่ชาต่าง ๆ เราก็รู้สึกว่าชามีคุณค่ามาก ๆ กว่าเกษตรกรจะปลูก กว่าจะผ่านกระบวนการต่าง ๆ แล้วกลับมาดูร้านเราตอนนั้นก็รู้สึกว่า มันไม่ได้เลยอะ (หัวเราะ) เลยรู้สึกอยากจะทำให้มันดีขึ้น

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์

อุ้ม : เคยเรียนชงชามั้ยคะ

เป้ง : ผมเคยไปแลกเปลี่ยนโครงการสั้น ๆ ที่ญี่ปุ่น หลังจากเปิดร้านมีใจให้มัทฉะ ก็เลยมีเพื่อนญี่ปุ่นหลายคน มีเซ็นเซชาวญี่ปุ่นที่ประกอบพิธีชงชามาตั้งแต่รุ่นพ่อ สอนผมเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับชา แล้วก็ได้ไปพิธีชงชา อย่างนี้ครับพี่อุ้ม คือเราเริ่มจากสนใจเรื่องชา พอทำไปแล้วรู้เรื่องของมัน ก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ มีเรื่องที่น่าค้นหามากมาย ไม่ว่าจะเรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือพิธีชงชา ก็ได้เรียนจากเซ็นเซกับเพื่อน ๆ ญี่ปุ่นครับ ตอนนั้นไปหลายที่มาก

อุ้ม : รู้ได้ยังไงว่าจะต้องไปที่ไหนคะ เพราะคนญี่ปุ่นนี่ปกติอะไรที่ดีที่สุดเขาจะเก็บไว้บริโภคกันเอง ไม่ค่อยส่งออกมาให้คนข้างนอกเนอะ

เป้ง : แรก ๆ เราก็ไปที่ที่เขาแนะนำก่อน อย่างอุจิ เกียวโต แต่พอถึงเวลาที่เราจะหาชาเพื่อมานำเสนอจริง ๆ เราเริ่มรู้แล้วว่า ในแวดวงชาของญี่ปุ่นอย่างที่อุจิหรือเกียวโตเขามีความสัมพันธ์กับไร่ชาต่าง ๆ มายาวนาน เราก็เลยอยากไปถึงต้นตอคือไร่ชาเลย ซึ่งลำบากมาก

ฟ้า : พูดญี่ปุ่นก็ไม่เป็นทั้งคู่

เป้ง : ก็เสิร์ชอินเทอร์เน็ตแล้วถามเพื่อนญี่ปุ่นเอาครับ แล้วเราก็หิ้วเป้ไปไร่ชาเลย โชคดีที่ตามไร่ที่เราไปยังพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง อาจจะไม่ได้เข้าใจกันทุกเรื่อง แต่เราก็ไปเล่าเจตนากับความตั้งใจของเราให้เขาฟัง เอารูปร้านให้ดู ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาเอ็นดู เพราะเขาก็ดีใจที่มีคนเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขาทำเหมือนกัน

อุ้ม : เพราะคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นเองก็สนใจเรื่องเหล่านี้น้อยลงมากด้วยเนอะ

ฟ้า : ใช่เลยค่ะ

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์
Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์

อุ้ม : น้อง ๆ อายุเท่าไหร่กันคะ

ฟ้า : 31 กับ 32 ค่ะ

อุ้ม : ถือว่าอายุน้อยมาก เทียบกับความถึงของสิ่งที่ทำ น้อง ๆ เข้าใจสิ่งนี้มากจริง ๆ

ฟ้า : ฟ้าคิดว่า ชาเนี่ย ไม่ใช่เราไปเข้าคอร์สออกมาแล้วจะทำได้หรือเข้าใจเลย แต่มันคือประสบการณ์ที่ได้จากการทำ ทั้งจากที่เราทำเอง จากลูกค้าที่เหมือนมาเป็นครูให้กับเรา รวมถึงไร่ชาที่เมตตาเรามาก ให้เวลา ให้ความรู้กับเรา จนเราค่อย ๆ สั่งสมความรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าถามว่าตอนนี้รู้เยอะมากมั้ย ก็ไม่ได้คิดว่ามันสิ้นสุดแค่นี้

อุ้ม : คิดว่าตัวเองมาไกลแค่ไหน เทียบจากชาที่ชงเมื่อตอนเป็นร้านเล็ก ๆ กับตอนนี้

ฟ้า : มากกกเลยค่ะ (หัวเราะ)

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์

อุ้ม : แล้วสอนเด็ก ๆ ในร้านยังไงคะ เพราะเขาก็คงไม่ได้มีความรู้เรื่องชามากเท่าน้อง ๆ

ป้ง : เราพยายามใช้หลักที่เรียกว่า Omotenashi ซึ่งหมายถึงการบริการด้วยใจ อย่างใส่ใจ เปรียบเสมือนกับลูกค้าไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นญาติสนิทมิตรสหายของเรา พอพนักงานใส่ใจในสิ่งที่ทำ เขารู้ว่าคนที่มา ตั้งใจมาหาเพราะอยากดื่มชาหรือดื่มด่ำบรรยากาศ เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด

ฟ้า : เราทำเทรนนิ่งน้องที่เข้ามาใหม่อยู่แล้วค่ะ แล้วก็ต้องคอยให้เขาชงให้เราชิม แต่จริง ๆ แล้วน้อง ๆ หน้าร้านนี่คือเป็นคนที่ชงได้ดีมาก ๆ นะคะ เพราะเขาชงทุกวัน วันละหลาย ๆ ถ้วย แล้วการชงก็แน่นอนว่าต้องใช้สมาธิ การเรียนรู้ของแต่ละคนก็จะสูงมากเลย

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์
Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์
‘มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น

อุ้ม : พี่เป็นคนชอบชาที่อูมามิ กับดื่มจบแล้วยังหอมอบอวลอยู่ในคอนาน ๆ ซึ่งเป็น Profile เดียวกับที่ร้านเลย จริง ๆ แล้วนี่เป็นคุณลักษณะที่ดีของชาเหรอคะ หรือว่าเป็นสิ่งที่น้อง ๆ เลือกนำมาเสนอ

เป้ง : จากที่ทำมาหลาย ๆ ปี เราพบว่าแนวทางการเลือกชาของเรา จะเลือกชาที่สมดุลน่ะครับ แล้วมัทฉะที่เป็นเกรดพิธีชงชาหรือเกรดสูงหน่อย มีแนวโน้มที่จะมีความอูมามิเพิ่มกว่าชาที่เกรดรองลงมา ความขมความฝาดควรจะน้อย มีรสหวานปลาย และการดื่มแล้วกลิ่นยังอบอวลอยู่ในปากในคอนาน ๆ นี่ก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ดี

อุ้ม : รู้จักไร่ชาทุกแห่งที่เอามาขายมั้ยคะ

ฟ้า : ถ้าเป็นชาที่ร้านทุกตัวเราไปที่ไร่หมดเลยค่ะ

‘มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น
‘มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น

อุ้ม : พี่รู้สึกว่าร้านของน้อง ๆ เอาพิธีชงชามานำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะแม้แต่ไปญี่ปุ่นเราจะหาโอกาสไปร่วมพิธีชงชาก็คงจะยาก หรือร้านชาที่เป็นแบบนี้ก็ไม่ได้เจอมากเท่าไหร่ คำถามคือในพิธีชงชาจริง ๆ แขกที่มาจะมีความเคารพผู้ชงชาสูงมาก ในขณะที่คนมาร้าน Magokoro มีหลายรูปแบบ จะทำยังไงให้เรายังคงคุณค่าของชาไว้ได้โดยที่คนอาจจะมาเพื่อแค่ถ่ายรูปไปลงไอจี

เป้ง : อย่างน้อยเรารักษาสุนทรียะบางอย่างที่คล้ายคลึงกับการไปร่วมพิธีชงชา ความสงบบางอย่าง ถ้าลูกค้าไม่เยอะเกินไป (หัวเราะ) ที่ได้จากการจิบชา ชมสวน ทานวากาชิ หรือถ้าสนใจเรื่องราวอื่น ๆ เราก็ใส่ไว้ในเมนู ซึ่งผมก็ต้องยอมรับว่าชักจะหนาไป (หัวเราะ) 

แต่เราก็พยายามเล่าเรื่องเกี่ยวกับชา บางท่านเคยไม่เคยไปร่วมพิธีชงชา แล้วถามก็มีเยอะ บางท่านรู้อยู่แล้วบ้าง อันนี้ก็ไม่ยาก หรือบางท่านก็เพลิดเพลินกับสิ่งต่าง ๆ ที่ผมบอก ทั้งที่ไม่เคยมีความรู้อะไรเกี่ยวกับชาก็มี แต่ถ้าวันหนึ่งเขาไปได้ร่วมพิธีชงชา สิ่งเหล่านี้มันอาจจะย้อนกลับมาหาเขาว่า ที่ Magokoro มีชา มีอุปกรณ์ มีวิธีการดื่มแบบนี้นะ

ฟ้า : เพราะเราก็ควรจะให้ลูกค้าทุกประเภทได้อย่างน้อยมีโอกาสดื่มชาคุณภาพดีที่เรานำเสนอ และมีประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับชาในแบบที่เราพอจะหาให้ได้

อุ้ม : ก็จริงนะคะ คือน้อง ๆ นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดในทุกด้าน ใครได้อะไรกลับบ้านก็ได้ไป อย่างพี่ตอนที่ไปคนเยอะ ก็ยังมีโมเมนต์ที่สงบสบายจึ๊งนึง แล้วต้องมานึกต่อเองที่บ้าน หรืออย่างเมนูนี่เห็นแล้วก็รู้ว่ามีอะไรอยากจะเล่าเยอะมาก แต่พี่ก็เกรงใจน้องเขามากเลย เพราะแบบไปยืนอ่านแล้ว ตกลงพี่จะสั่งอะไรดีคะน้อง มันเยอะมากเลยค่ะ (หัวเราะ) นี่ขนาดรู้เรื่องชาอยู่บ้างยังมือเย็น คืออยากจะอ่านมากกว่านี้ แต่คนข้างหลังยืนคอย อ้าวน้องไม่รับการ์ดเหรอคะ แต่พี่สแกน QR Code ไม่ได้ ย้ากกก…

ฟ้า : (หัวเราะ) นี่ก็เป็นเรื่องที่เรายังพยายามอยู่นะคะ ว่าจะทำยังไงให้คนรู้ว่าชาแต่ละตัวมันมายังไง แต่ก็รู้ว่ามีข้อจำกัดจริง ๆ ทั้งเรื่องเวลาด้วย ก็ยังรู้สึกว่าทำได้ไม่ดี

อุ้ม : ไม่ใช่ ๆ ค่ะ ทำดีแล้ว ทำต่อไป คือร้านน้อง ๆ เนี่ย พี่รู้สึกว่า 4 ส่วนที่โดดเด่นมาก หนึ่ง เรื่องชา เราคุยกันไปแล้ว สอง คือขนม สาม คือบรรยากาศ และสี่ คือการสื่อสาร คือพี่เป็นพวกบ้าสื่อสาร แล้วก็รู้สึกว่าน้อง ๆ ทำได้ดีในทุกช่องทาง อะเรามาแยกคุยกันเป็นเรื่อง ๆ เอาเรื่องขนมก่อน

‘มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น
‘มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น

ฟ้า : ชอบทำขนมตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วค่ะ เริ่มจากเค้กอะไรแบบนี้ แต่พอเรียนหนังสือก็ร้างไป แล้วพอมาทำมีใจให้มัทฉะทีแรกมีแค่ชาอย่างเดียว ก็คิดว่าลูกค้าน่าจะอยากทานขนมด้วย เลยเริ่มกลับมาทำ แล้วเหมือนเครื่องติดอะค่ะ จนคิดว่า เอ๊ะ หรือนี่เป็นสิ่งที่เราชอบจริง ๆ (ยิ้ม) หลังจากนั้นก็พยายามพัฒนา จากบราวนี่ง่าย ๆ หลังจากนั้นเริ่มอินมากขึ้น ก็เริ่มหาส่วนผสม หารสสัมผัส หรือรูปแบบขนมใหม่ ๆ ว่าเหมาะกับชาและเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่เรามี

อุ้ม : แล้ววากาชิ (ขนมญี่ปุ่นสำหรับทานคู่กับชา) นี่มายังไงคะ

ฟ้า : พอเริ่มศึกษาเรื่องชา วากาชิมันก็เป็นส่วนหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้ แล้วก็พบว่าขนมที่กินกับชามันมีหลายแบบมาก ๆ แล้วก็มีเสน่ห์ โดยเฉพาะเนริกิริ (Nerikiri ขนมญี่ปุ่นที่ทำจากถั่วขาวกวนและแป้งข้าวเหนียว) คือทำได้ยังไงนะ ถึงมีแบบที่หลากหลาย แล้วก็มีความอ่อนช้อยได้ขนาดนั้น เราก็เริ่มศึกษาเองว่าเขาทำกันยังไง ซื้อถั่วมาหลายแบบมาก ทั้งกระป๋องสำเร็จรูป กวนมาแล้ว ถั่วดิบของไทย ของญี่ปุ่น เอามาต้ม อะ ต้มนานแค่ไหน ใช้น้ำเท่าไหร่ ไฟแรงแค่ไหน จุดเดือดเท่าไหร่ถึงจะเปลี่ยนน้ำ 

เจอปัญหาตรงไหนก็กลับไปเสิร์ชอีก ต้มเสร็จแล้วก็ต้องมาบด เอาเปลือกออก ช่วงนั้นคือนอนดึกมาก เพราะทำแล้วต้องทำต่อเนื่อง ทิ้งไว้เราก็ไม่รู้ว่าผิวสัมผัสมันเปลี่ยนไปยังไง จะเสียมั้ย จะบอกว่าวากาชินี่ภูมิใจมากเหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะมันยากมาก แล้วก็ไม่ได้ไปเรียน เพราะไม่รู้ว่าจะไปเรียนที่ไหน ตอนเปิด Magokoro นี่ต้องลูกค้าสั่งเท่านั้นถึงจะปั้น แล้วฟ้าต้องแสตนด์บายเลย เพราะเราเองก็ยังไม่เชี่ยวชาญมาก ยังทำไม่ได้เยอะ แต่พอทำไปเรื่อย ๆ มีประสบการณ์มากขึ้น ก็เออ เราทำได้เนอะ

‘มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น
‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น

อุ้ม : แล้วพิมพ์ต่าง ๆ เอามาจากไหนคะ

ฟ้า : เคยคิดว่าพิมพ์จะเป็นทางออกของการทำทีละเยอะ ๆ แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่ซะทีเดียวค่ะ เพราะทำแล้วมันก็ออกมาเหมือน ๆ กัน ถามว่าสวยมั้ย ก็สวยนะคะ เพราะเขาก็คราฟต์พิมพ์มาอย่างดี แต่เราเองแหละที่รู้สึกว่าคนยังไม่ค่อยรู้จัก จะทำยังไงให้มันสวยที่สุด ดีที่สุด คุ้มค่ากับการที่ลูกค้าสั่ง ให้เขารู้ว่าเราตั้งใจและใช้เวลามากจริง ๆ นะในแต่ละชิ้น ก็เลยต้องเอาให้มันสุด ๆ ไปเลยดีกว่า

อุ้ม : คือทำเป็นวัน แต่ทานแค่แป๊บเดียวหมด

ฟ้า : ทานหมดก็ยังดีนะคะ

อุ้ม : มีคนทานไม่หมดให้เราต้องเอาไปทิ้งด้วยเหรอคะ

ฟ้า : มีค่ะ! (หัวเราะ) ปวดหัวใจมาก ๆ แต่ก็เข้าใจนะคะว่ามันไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนอยู่แล้ว

อุ้ม : เพราะคนไทยชอบพูดว่าขนมญี่ปุ่นสวย แต่ไม่อร่อยเนอะ

ฟ้า : หวานนนนน อะไรแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วมันต้องเอาไว้ทานคู่กับชาถึงจะพอดีกัน

‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น
‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น

อุ้ม : แล้วขนมหน้าตาฝรั่งเศส ๆ ล่ะคะ สวยมากเลย อร่อยมากด้วย

ฟ้า : อันนั้นก็ทดลองเองอีกเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) เสียหายไปเป็นมูลค่ามากมายด้วย คือกว่าจะมาเป็นเวอร์ชันปัจจุบัน เราเปลี่ยนส่วนผสมไปตามความสามารถของเรา มีความซับซ้อน มีเลเยอร์มากขึ้น พยายามนำเสนออะไรที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

อุ้ม : ถามได้มั้ยคะว่าเอาเงินทุนมาจากไหน เพราะชาที่หามาก็แพง ต้องบินไปญี่ปุ่นบ่อย ๆ ด้วย ส่วนผสมของขนมต่าง ๆ ก็แพง

เป้ง : ก็เป็นเงินที่เราเก็บหอมรอมริบกันมานี่แหละครับ เพราะพวกเราทำงานที่กรุงเทพฯ กันมาช่วงหนึ่ง ขาดเหลือนิดหน่อย คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า คุณน้า ช่วยกัน (หัวเราะ)

‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น
‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น
‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น

อุ้ม : ทำไมมาตั้งร้านอยู่แถวช้างคลานคะ

เป้ง : พอดีเป็นที่ของญาติ ๆ ครับ บังเอิญว่างช่วงที่เราทำร้านแรกพอดี

ฟ้า : ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ก็คงยากที่จะได้บ้านมีบริเวณแบบนี้ เพราะเราไม่ได้มีเงินเยอะ

อุ้ม : เป็นบ้านเก่าเหรอคะ

ฟ้า : ค่ะ โครงเดิมหมดเลยค่ะ แค่เติมกระจกหน้าต่างกับนอกชาน

อุ้ม : ใครออกแบบคะ

ฟ้า : เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมค่ะ เขาจบสถาปัตย์ มช. ก็ไปถามว่าช่วยออกแบบให้หน่อยได้มั้ย เพื่อนก็บอกว่าได้เลย เขาเก่งด้วย

เป้ง : ส่วนตรงสวนนี่เพื่อนผมสมัยประถมเป็นคนออกแบบครับ

อุ้ม : น้อง ๆ นี่เรียนโรงเรียนวัดเส้าหลินกันเหรอคะ มีแต่เพื่อนเป็นจอมยุทธ์

เป้ง : (หัวเราะ) จริง ๆ ปรับมาหลายรอบด้วยครับ ตอนแรกเป็นสวนหินสีขาว แต่มีต้นมะม่วงเก่าแก่รอบ ๆ สวนที่เราไม่ตัดทิ้ง แล้วมันร่มไป ต้นไม้ที่ลงใหม่ก็เลยตายเยอะ เลยต้องปรับตามพื้นที่มาเป็นสวนที่เห็นในปัจจุบันนี้

อุ้ม : แต่ก็รู้สึกญี่ปุ๊นญี่ปุ่นนะคะ พี่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีต้นมะม่วง นึกว่าคามิเลีย

ฟ้า : หน้ามะม่วงนี่รู้สึกแน่ค่ะ มะม่วงหล่น (หัวเราะ) แต่คนคงเข้าใจ

Magokoro มีใจให้มัทฉะ ร้านชาเชียงใหม่ที่ อุ้ม สิริยากร กลับไทยแล้วชอบจนต้องขอสัมภาษณ์

อุ้ม : สถานที่ไปละ มาเรื่องสุดท้าย การให้ความรู้คน เพราะสิ่งที่น้อง ๆ ทำต้องการการอธิบายเยอะเหมือนกัน ใครเป็นคนดูแลโซเชียลมีเดียคะ ขอเดาว่าเป็นน้องฟ้า เพราะในไอจีนี่มีค่ะ ๆ ตลอดเลย

ฟ้า : (หัวเราะ) เป้งเป็นคนทำค่ะ

เป้ง : (หัวเราะ) ตอนแรก ๆ ที่ทำ เราอยากให้แบรนด์ขายตัวเอง ไม่ควรขายตัวเรา 2 คน แต่แรก ๆ เดี๋ยวก็เป็นผู้ชาย เดี๋ยวก็เป็นผู้หญิง สับสน (หัวเราะ) แต่พอทำ ๆ ไปเรารู้สึกว่า Magokoro น่าจะมีความเป็นผู้หญิงมากกว่านะ ผมเลยเขียนไปแบบมีค่ะ (หัวเราะ)

อุ้ม : แล้วทำไมถึงเรียกชาว่า “เธอ”

เป้ง : ผมรู้สึกว่าชาของเรามีคาแรกเตอร์อ่อนหวาน สมดุล นุ่มนวล คนดื่มแล้วมีความรู้สึกเป็นผู้หญิงมากกว่า ผมจินตนาการเชื่อมโยงไปแบบนั้น ช่วงหนึ่งก็เลยแทนชาว่าเธอ แต่รู้สึกว่าคนเข้าใจยาก งง ๆ ว่าเธอคนนี้คือใคร (หัวเราะ) ตอนนี้เลยไม่ได้ใช้แล้ว

ฟ้า : เราเองก็ค้นหาตัวเองไปด้วยเหมือนกันในระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วก็โตขึ้นมากเหมือนกัน ถ้าตามดูก็จะเห็นว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เปลี่ยนอะไรไปเยอะ

อุ้ม : แรก ๆ ใช้แต่ภาษาอังกฤษด้วย เพราะลูกค้าเป็นต่างชาติเหรอคะ

เป้ง : คือเราคิดว่าถ้าเป็นภาษาอังกฤษเนี่ย คนไทยอย่างน้อยก็อ่านหรือแปลได้ แต่ถ้าเขียนเป็นภาษาไทย ต่างชาติจะเข้าใจได้ยากกว่า ตอนแรกเลยเขียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่สุดท้ายปรากฏว่าลูกค้าเราเป็นคนไทยมากกว่า เดี๋ยวนี้เลยเน้นเป็นภาษาไทย

อุ้ม : ลูกค้าคนไทยมากขึ้นเพราะช่วงโควิดด้วยมั้ยคะ

เป้ง : ใช่ครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวไทยที่มาเชียงใหม่เยอะ โดยเฉพาะวันหยุด แต่คนเชียงใหม่เองจะไม่ชอบความพลุกพล่าน ก็จะมาช่วง Low Season

ฟ้า : ถ้าเป็นช่วงวันหยุดยาวนี่คนเชียงใหม่ก็จะเลี่ยงเลยค่ะ

อุ้ม : นี่บอกตรง ๆ พี่ก็แอบลังเลนะ เพราะกลัวลง The Cloud แล้ว เดี๋ยวจะต้องนั่งตักกันกินเหมือนร้านอื่นอีก แล้วถ้าคนมาเยอะมาก ๆ จริง ๆ จะทำยังไงอ่ะคะน้อง

เป้ง : ผมเคยคิดเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน แล้วก็มีแอปฯ QueQ ครับ จองแล้วค่อยมาตอนใกล้ ๆ ถึงเวลาก็ได้ แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่เราจำกัด

ฟ้า : อย่างช่วงปีใหม่หรือวันหยุดยาวนี่ก็คิวยาวเหมือนกัน

อุ้ม : พี่แอบสารภาพว่าตอนไป พี่อยากนั่งตรงนอกชานใช่มั้ย ก็ส่งพลังมาคุให้คนที่นั่งอยู่ช่วยลุกเร็ว ๆ เพราะมันมีแค่สองสามที่เอง สงสารเลย แล้วพอตัวเองได้นั่ง ก็เวรกรรม เกรงใจคนอยากมานั่งต่ออีก เลยนั่งนานไม่ได้ ไว้คราวหน้าก่อนไปพี่จะแอบไลน์ถามก่อนนะคะว่าช่วงไหนว่าง ๆ มั่ง

ฟ้า : ช่วงเงียบก็เงียบเลยนะคะ ช่วงเช้า ๆ ตอนร้านเปิดนี่จะเหมือนร้านเป็นของเรา หรืออย่างเดือนที่ไม่มีวันหยุด กันยาฯ นี่ก็เงียบค่ะ

อุ้ม : ดีด้วยนะคะ จะได้ดื่มชาตอนเช้า เพราะพี่ดื่มคาเฟอีนบ่าย ๆ ไม่ค่อยได้

เป้ง : มันดูเหมือนคนเยอะนะครับ เพราะลูกค้าจะมาพร้อม ๆ กันช่วงบ่าย คนไทยอยากดื่มชาตอนบ่ายกับหลังกินข้าวกลางวัน

ฟ้า : ทั้งที่จริง ๆ ชาเหมาะกับการดื่มตอนเช้ามากกว่าอีกนะคะ

อุ้ม : ชาโปรดของแต่ละคน

เป้ง : ผมเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้ชาที่ผมดื่มทุกวันคือเซ็นฉะครับ เพราะผมเลือกชาที่อูมามิกว่าเซ็นฉะทั่วไปนิดหนึ่ง ดื่มแล้วลื่นคอ ชุ่มคอ แต่วันหนึ่งอาจจะดื่มหลายตัว

ฟ้า : ทุกวันนี้ไปไหนก็พกกาชาไปด้วย

เป้ง : มาไกลมาก (หัวเราะ) ชีวิตลำบากขึ้นเรื่อย ๆ

ฟ้า : แต่ก่อนนี้ฟ้าดื่มมัทฉะลาเต้ แต่ตอนนี้ดื่มมัทฉะเย็นแบบไม่ใส่นมค่ะ คือเป็นชาเกรดสูงหน่อยใส่น้ำกับน้ำแข็งเลยค่ะ เพราะเป็นคนชอบอะไรเย็น ๆ พอดื่มมัทฉะแล้วรู้สึกว่าเราสงบและมีสมาธิขึ้นจริง ๆ

อุ้ม : พูดถึงมัทฉะลาเต้ อีกหน่อยน้อง ๆ จะไปทำฟาร์มโคนมกันหรือเปล่าคะ เห็นทำอะไรต้องทำให้ถึง เครื่องทำน้ำแข็งยังต้องสั่งมาจากญี่ปุ่น

ฟ้า : ช่วงหนึ่งเคยคิดจะทำวิปปิ้งครีมเองจากนมในเชียงใหม่มาแล้วนะคะ (หัวเราะ)

เป้ง : ไหน ๆ พี่อุ้มแซวแล้ว ก็แอบเล่าว่าจริง ๆ ผมเคยไปคุยกับคณะสัตวแพทย์ที่ มช. มาแล้วด้วยครับ (หัวเราะ)

ฟ้า : เหมือนเป็นคนบ้า (หัวเราะ)

เป้ง : แต่รู้สึกว่ายังไม่ได้ อย่าเสี่ยงดีกว่า

อุ้ม : อ้าว แต่อย่างพี่เขยพี่เป็นคนสวิส จะกินชีสกรูแยร์ก็ต้องเป็นจากวัวที่กินหญ้าต้นฤดูใบไม้ผลิ มีผลิตแค่ 2 เดือนอะไรแบบนี้ เหมือนจะเรื่องเยอะ แต่คนที่มีประสบการณ์ก็จะยิ่งมีความละเอียดในการรับรู้รสชาติ ถือว่าน้อง ๆ สอนให้คนมีความละเมียดละไมมากขึ้นกับชานะคะ

เป้ง : ในอดีตสิบกว่าปีที่แล้ว เราเองก็เคยเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชามากนัก ดูวันนี้ เรามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เพราะฉะนั้น คนที่มาดื่มชาที่ร้านของเรา วันหนึ่งเขาอาจจะไปเปิดร้านชาก็ได้

ฟ้า : เรารู้สึกดีใจแทนคนที่ทำชาในญี่ปุ่นด้วย เพราะคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ ๆ ดื่มชาน้อยลง ส่วนใหญ่จะดื่มชาขวดมากกว่า คนทำชาก็เป็นห่วงเรื่องนี้เหมือนกัน คนที่จะไปประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกชาก็น้อยลงเรื่อย ๆ ที่เหลืออยู่ก็เป็นคนที่ทำมาหลาย ๆ รุ่น คนรุ่นใหม่ก็ไม่อยากทำต่อ พอเดี๋ยวนี้ทั้งโลกให้ความสนใจกับมัทฉะมากขึ้น เขาก็มีกำลังใจที่จะทำต่อไป มีคนญี่ปุ่นรุ่น ๆ เรา เพิ่งเคยมาดื่มมัทฉะที่ร้านเราที่เชียงใหม่ก็มี (ยิ้ม) แล้วเขาประทับใจ เราก็ดีใจค่ะ

‘Magokoro มีใจให้มัทฉะ’ ร้านชาที่เชียงใหม่ของหนุ่มสาวผู้หลงใหลในชา และเอาพิธีชงชามานำเสนอใหม่ให้ง่ายขึ้น

จบการคุยกับน้อง ๆ 2 คนที่ประสบการณ์เข้มข้นแต่สมดุลกลมกล่อม เหมือนโคอิฉะที่พวกเขาชง สมกับชื่อร้านที่เพื่อนญี่ปุ่นแท้ ๆ มอบให้ เพราะมาโกโคะโระ Magokoro ( 真心 ) คือความจริงจัง จริงใจ เอาหัวใจใส่ลงไปในสิ่งที่ทำ คือความซาบซึ้งต่อความงามและคุณความดีในชีวิต เหมือนกับสิ่งที่น้องเป้งกับน้องฟ้าใสใส่ไว้ในทุกรายละเอียดของร้าน

.

ชาวานวาง

เสียงน้ำไหล

มีใจให้มาโกโคะโระ

.

ภาพ : www.facebook.com/magokoro.teahouse

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load