เท่าที่ผมเคยรู้มา ยุคสมัยหนึ่งโรงแรมเป็นที่ที่คนต้องไปนั่งทานอาหาร หรืออาหารต่างชาติไม่ว่าจะชาติไหน อิตาเลียน ญี่ปุ่น ภัตตาคารจีน ก็มักมีจุดกำเนิดจากในโรงแรมหรูก่อนเพื่อน อาหารในโรงแรมยุคเริ่มต้นก็คงจะมีเพื่อรับรองแขกชาวต่างชาติที่มาพัก กุ๊กหรือพ่อครัวฝีมือดีก็มักจะอยู่ตามครัวโรงแรม 

แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่อาหารของโรงแรมไม่เฟื่องฟูเหมือนในยุคก่อน ๆ พูดคุยกับเพื่อน ๆ ความเห็นต่ออาหารโรงแรมมักไม่พ้นอาหารที่ไม่ถูกปาก ทำอาหารรสเอาใจฝรั่ง หรือไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ๆ ให้ตื่นเต้น

ผมคิดว่าเรื่องอร่อยหรือไม่อร่อยก็คงแล้วแต่รสนิยมหรือประสบการณ์ของแต่ละคน แต่สองความเห็นหลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะที่จริงแล้วการที่โรงแรมจะทำอาหารรสชาติเอาใจฝรั่ง ก็เป็นมาแบบนั้นตั้งแต่แรกเริ่ม แต่แขกที่มาพักไม่ใช่ชาวต่างชาติเหมือนแต่แรกแล้ว ไม่ต้องถึงกับงัดสถิติมาดู ก็พอมองออกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยน่าจะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าของโรงแรมที่เติบโตขึ้นมาก

ถ้าอาหารของโรงแรมยังไม่แซ่บถูกปากรสชาติคนไทย ก็คงต้องโดนหาว่าทำอาหารเอาใจต่างชาติไปรู้ไม่จบแน่นอน แต่นั่นก็ยากอีก ที่เราจะบอกได้ว่ารสชาติคนไทยที่ว่า คือรสแบบไหน คำตอบที่ได้ร้อยทั้งร้อยก็คือรสจัด จะเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานก็ว่ากันไป แต่อย่าลืมนะครับว่า ที่บอกว่ารสจัด มันก็คือการสรุปเอาเองแบบเหมารวมเช่นกัน

ผมลองเดาดูแบบไม่รู้ถูกผิดว่า ที่อาหารโรงแรมรสไม่จัด อาจเป็นเพราะต้องทำอาหารเพื่อทุกคนที่มาพักก็เป็นได้ รสชาติที่เอาใจใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้เลย เพราะแขกที่มาพักมีทุกเพศทุกวัย อาหารก็ควรจะต้องทำให้เป็นรสชาติที่ทุกคนกินได้ไว้ก่อน ผลที่ออกมาก็คงเป็นรสชาติที่พอกินได้ แต่ก็ยังไปไม่สุดสักทาง 

ส่วนเรื่องอาหารโรงแรมไม่มีอะไรใหม่ ๆ ให้ตื่นเต้นก็เป็นเรื่องที่น่าจะมีเหตุผลคล้าย ๆ กัน เพราะแขกที่พักมากหน้าหลายตา ช่วงที่พักของแขกแต่ละคนก็ไม่ได้นานจนถึงกับต้องออกเมนูใหม่ ๆ มาให้กินไม่ซ้ำ อาหารเลยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่เหมือนร้านอาหารทั่วไป ความสร้างสรรค์เลยลดน้อยลงไปด้วย จะทำอะไรที่ดูใหม่หรือผิดแปลกก็เสี่ยงต่อความชอบของแขกที่หลากหลาย

ข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างเลยทำให้อาหารของโรงแรมเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญน้อยลงไปเรื่อย ๆ จากมุมมองของคนกิน

แต่วันหนึ่งสิ่งที่เราคิดว่าไม่สำคัญ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดขึ้นมาในมุมของโรงแรม ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 โรงแรมเป็นธุรกิจบริการที่โดนผลกระทบหนักน่าจะเป็นอันดับต้น ๆ ของหลายธุรกิจ สิ่งที่ผมเห็นคือครัวของโรงแรมกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจ การทำอาหารหรือเบเกอรี่ออกมาขาย เป็นเรื่องที่โรงแรมต้องทำและต้องแข่งขันกับธุรกิจร้านอาหารที่โดนผลกระทบไม่ต่างกัน 

เพียงแต่ร้านอาหารของโรงแรมนั้นมีแต้มต่อที่น้อยกว่ามาก จากมุมมองของคนกินอย่างที่เล่าไป 

มีบางโรงแรมที่ผมพอจะเห็นว่าอาหารโดดเด่นขึ้นมาบ้าง เช่นร้าน TAAN ร้านอาหารของโรงแรม Siam at Siam แต่ก็ต้องชื่นชมว่า TAAN วางตัวเองให้กลายเป็นร้านอาหารที่แยกออกมาจากโรงแรมตั้งแต่แรกเริ่มเปิดร้านใหม่ ๆ ภาพของห้องอาหารที่มีความคิดสร้างสรรค์และทำอาหารรสอร่อย ทำให้เป็นที่จดจำว่าเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารมากกว่าห้องอาหารของโรงแรมอื่น ๆ การทำเดลิเวอรี่ที่คนมักจะนึกถึงร้านอาหารก่อนห้องอาหารโรงแรม จึงรวมชื่อของ TAAN เข้าไปด้วย

แต่ถึงตอนนี้สถานการณ์ของธุรกิจโรงแรมกลับมาเกือบจะเป็นปกติแล้ว เริ่มจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กลับมาเที่ยวภายในประเทศ โรงแรมเปิดบริการห้องพักตามปกติ แต่ผมสังเกตว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวนั้นก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน ในช่วงแรก ๆ ที่คนเริ่มกล้าเดินทางได้ แต่ก็ไม่ได้ออกไปกินข้าวตามร้านในท้องถิ่น เหมือนที่เคยบูมมากก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดชะงัก อาจจะเพราะกลัวโรคระบาด หรือร้านยังไม่เปิดบริการให้นั่งกินที่ร้านก็ตาม ทำให้คนเลือกใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมเป็นส่วนใหญ่มากกว่า

โรงแรมเลยการเป็นจุดหมายหลักของการเดินทางไปโดยปริยาย

ในช่วงปีที่ผ่านมา ร้านอาหารหรือคาเฟ่ของโรงแรมมีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร เราจะเริ่มสังเกตเห็นการแก้เกม พลิกวิกฤต หรือการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ กับรูปแบบร้านอาหารของหลายโรงแรมในช่วงเดียวกันนี้ด้วย

ห้องอาหารโรงแรมแยกตัวเองออกจากโรงแรมชัดเจนขึ้น ทำให้รู้สึกว่าเป็นร้านอาหารร้านใหม่อีกหนึ่งร้าน รับลูกค้าร้านอาหารเป็นหลัก มากกว่าเป็นห้องอาหารในโรงแรมที่มีไว้ให้เฉพาะแขกที่มาพักเท่านั้น ยิ่งทำเลที่อยู่ใกล้การสัญจรไปมายิ่งได้เปรียบ เช่น หน้าโรงแรมหรือริมชายหาด เหมาะกับการสร้างร้านอาหารมากกว่าภายในโรงแรม ยกเว้นในบางกรณีที่จะมีวิวสวยชั้นสูง ๆ เป็นจุดขาย หรือเป็นร้านอาหารที่คนรอคอยมากินมากเป็นปกติอยู่แล้ว 

เมื่อออกไปไหนไม่สะดวกนัก ก็ต้องฝากท้องไว้กับครัวของโรงแรม อาหารโรงแรมไหนอร่อยก็ยิ่งดี แต่สิ่งที่คาดหวังเพิ่มขึ้นคือการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนบรรยากาศจากการอยู่บ้านมานาน แต่ต้องการอาหารใหม่ ให้รู้สึกว่ามาถึงที่หมายใหม่บ้าง

การแก้เกมหลังวิกฤตของโรงแรม เมื่ออาหารกลับมามีความสำคัญเท่าเทียมกับที่พัก

ถ้าเป็นโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว อาหารที่สัมพันธ์กับท้องถิ่นอย่างเมนูพื้นบ้านได้ไม่ยาก คือการทำเมนูอาหารขึ้นชื่อของสถานที่ หรือถ้ายิ่งเห็นถึงการสนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่นไปด้วย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับโรงแรมขึ้นอีกมาก 

ผมเคยเห็นโฮสเทลขนาดเล็ก ๆ หลาย ๆ ที่ที่ไปพัก มีเมนูอาหารให้เราเลือก ในเมนูเป็นอาหารจากร้านอาหารอร่อยในเมืองที่ขายช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น ทางโฮสเทลไปซื้อมาให้เรากินถึงโต๊ะโรงแรม ตามเมนูที่เราสั่งไป เป็นบริการที่น่ารัก เป็นมิตรกับชุมชน และดีกับแขกที่มาพัก ไม่ต้องไปร้านเอง แต่ก็ยังได้กินอาหารอร่อยแบบท้องถิ่นอยู่

บางโรงแรมก็ใช้โอกาสดีที่วัตถุดิบบางชนิดยังส่งออกไม่ได้ ขนส่งลำบาก ก็จะขอซื้อวัตถุดิบดี ๆ จากชาวบ้านมาใช้ในห้องอาหารของโรงแรม ตอนที่ผมไปพักที่โรงแรม Banana Fan Sea ที่เกาะสมุย ห้องอาหารใบตองของโรงแรมเสิร์ฟปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟ เป็นปลาที่ปกติแล้วจะถูกส่งออกไปที่อื่น ไม่ค่อยได้เสิร์ฟในเกาะ พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โรงแรมเลยได้ความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวประมง เต๋าเต้ยหม้อไฟเลยกลายเป็นเมนูหลักของห้องอาหารใบตองไป แม้แต่ตอนที่สถานการณ์ปกติแล้ว ปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟก็กลายเป็นเมนูที่ยังถูกสั่งเดลิเวอรี่ต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ ด้วย

การแก้เกมหลังวิกฤตของโรงแรม เมื่ออาหารกลับมามีความสำคัญเท่าเทียมกับที่พัก
การแก้เกมหลังวิกฤตของโรงแรม เมื่ออาหารกลับมามีความสำคัญเท่าเทียมกับที่พัก

นอกเหนือจากการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่น ทางเลือกที่หลากหลายขึ้นก็เป็นอีกวิธีที่หลายโรงแรมเริ่มใช้กัน Kimpton Kitalay Samui ในเครือ Kimpton มีห้องอาหารถึง 5 ห้องในโรงแรมเดียว แต่ละร้านมีคอนเซ็ปต์อาหารที่ต่างกันชัดเจน เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพื้นบ้าน หรืออาหารสเปนจากฝีมือเชฟใหญ่ชาวสเปนซึ่งดูแลอาหารทั้งหมดของโรงแรม เรียกว่าแขกแทบไม่ต้องออกไปไหนเลยก็ได้ 

การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น
การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น
การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น

ปัญหาเรื่องการขาดความสร้างสรรค์ของอาหารในโรงแรมก็ถูกแก้ไปด้วย เพราะแต่ละห้องอาหารใส่ความคิดสร้างสรรค์ไปตามคอนเซ็ปต์ได้อย่างเต็มที่ เพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว

การเลือกความเฉพาะทางให้กับร้านอาหารก็เป็นอีกทางแก้ปัญหาที่น่าสนใจ บางโรงแรมเลือกเน้นเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ อาจจะเหมาะกับภาพลักษณ์ที่เป็น Wellness & Spa อยู่แล้ว เช่น Thaan Wellness and Spa หรือเลือกเป็นคาเฟ่ที่โดดเด่นเรื่องขนมอบอย่าง Ob-Oon ของโรงแรมพุทธรักษา หัวหิน นอกจากจะสร้างภาพจำที่ง่ายกับลูกค้าแล้ว ยังเสริมภาพลักษณ์ของโรงแรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปด้วย

การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น
การปรับตัวของห้องอาหารธุรกิจโรงแรมหลังวิกฤต ที่อาจปลุกยักษ์หลับให้ตื่น

หลายโรงแรมเลือกสื่อสารความคิดสร้างสรรค์ของทีมครัวด้วยการจัดอีเวนต์พิเศษ ร่วมมือกันระหว่างทีมครัวโรงแรมกับเชฟรับเชิญ สร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้เห็นความเคลื่อนไหว ไม่อยู่นิ่งกับที่

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของอาหาร คือความอร่อยถูกปาก เมื่อแยกระหว่างร้านอาหารของแขกที่มาพัก กับร้านอาหารที่ลูกค้าอยากมาทานออกชัดเจน รสมือของเชฟหรือรสอาหารที่ไม่ต้องทำไว้เพื่อคนทุกกลุ่มก็ง่ายขึ้นมาก 

และถึงแม้ว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว แต่ผมเชื่อว่าอาหารของโรงแรมก็จะกลับมาเป็นตัวชี้วัดตัดสินของโรงแรมมากขึ้น และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของท้องถิ่นที่ชัดเจน ร้านอาหารของโรงแรมบางร้านน่าจะกลายเป็นจุดหมายในการไปเยือนได้มากกว่าที่พักเสียด้วยซ้ำ

ผมอาจเล่าให้ฟังในมุมของโรงแรมได้ไม่มากเท่ามุมของผู้ใช้บริการ แต่จากหลายอย่างที่สังเกตเห็น การเปลี่ยนแปลงของโรงแรมทั้งเล็กใหญ่มีแนวโน้มที่ดี และถ้าเริ่มให้ความสำคัญกับอาหารมากขึ้นแล้ว ร้านอาหารของโรงแรมที่เพียบพร้อมทั้งความสามารถของคนและการบริการ น่าจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้เหมือนในอดีตได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

2 กุมภาพันธ์ 2566
491

1 เดือนผ่านไปหลังจากปีใหม่ เป้าหมายเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ตั้งไว้เป็นอย่างไรกันบ้างครับ

บางคนอาจยังอยู่ในแผน แต่บางคนอาจยอมแพ้ไปแล้ว

แต่ไม่เป็นไร ของแบบนี้เริ่มใหม่ได้ครับ

ใครที่จะเริ่มใหม่ อยากให้ลองเริ่มต้นกับ ‘Meatless Month’ แคมเปญง่าย ๆ ที่ The Cloud อยากชวนให้ผู้ที่สนใจมากินของอร่อย ๆ กันตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ อ่านแค่นี้อาจดูไม่ยากอะไร แต่ขอแค่อย่างเดียว ของอร่อยที่ว่า ‘ต้องไม่มีเนื้อสัตว์เลย’ นะครับ 

ทั้งเดือนนี้เราจะหาร้านอาหารที่มีเมนูอาหารแบบไร้เนื้อสัตว์มาแนะนำ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นอาหารวีแกน มังสวิรัติ หรืออาหารเจ แต่เมนูไหนไม่มีเนื้อสัตว์แล้วอร่อย ก็จะเอามาแนะนำ

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

แคมเปญนี้ตั้งต้นจากความอร่อย เพราะเราคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้เป็นอย่างแรก ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหน เราคงอยากให้ถูกปากไว้ก่อน

อีกอย่าง อาหารประเภทเจ วีแกน มังสวิรัติ หรืออาหารแห่งยุคอย่างแพลนต์เบส ต่างมีจุดยากที่หลายคนติดว่าอาหารเหล่านี้ไม่อร่อยและอยู่ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ (หลายคนที่ว่ารวมผมไปด้วยคนหนึ่ง)

เราเลยคิดแบบง่ายที่สุดว่า ถ้าได้เจอของอร่อย เกิดลองแล้วชอบ ก็ไม่น่ายากที่จะเปิดใจให้กับอาหารไร้เนื้อสัตว์เหล่านี้ 

ที่จริงอยากเล่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ The Cloud เริ่มสนใจหมวดหมู่อาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ก็เพราะได้ชิมบางจาน (จำไม่ได้แล้วว่าโดยบังเอิญหรือว่าตั้งใจ) พอชิมแล้วรู้สึกว่า เอ้ย เดี๋ยวนี้มันอร่อยกว่าที่เข้าใจมาตลอดเลยแฮะ จนเริ่มยอมเปลี่ยนความคิดนิด ๆ 

และเดี๋ยวนี้เนื้อแพลนต์เบสก็มีมากมาย เริ่มเห็นและหาง่ายในตลาดมากขึ้น รูปร่างหน้าตาก็ทำออกมาเหมือนเนื้อจริงขึ้นทุกวัน ถึงไม่ใช่ทางแต่ก็อยากลองดู แอบนึกไว้อยู่ในใจว่ารสชาติและสัมผัสยังไงก็คงไม่ใช่แบบที่เรากินตามปกติ และเนื้อจากพืชแบบนี้ก็มีร้านอาหารเอาไปปรุงออกมาไม่เหมือนกัน แถมส่วนใหญ่ทำออกมาได้ดีเลยด้วย ที่สำคัญคือต่างจากเนื้อสัตว์เลียนแบบ แบบเป็นเป็ด เป็นหมู ที่น่าจะเคยเจอกันมาเยอะมาก จนเริ่มคิดว่า หรือที่จริงแล้ววงการนี้มาไกลกว่าที่เราคิด ยิ่งค้นหาก็ยิ่งเจอร้านอาหารมากมายที่ทำอาหารแนวนี้

2 – 3 ปีที่ผ่านมามีจำนวนร้านที่ทำอาหารประเภทไร้เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นเยอะ เป็นอาหารที่ไปทางอาหารสุขภาพ อาหารแบบนานาชาติมากขึ้นเสียด้วย ร้านอาหารอร่อยที่ปกติไม่ได้ขายเมนูไร้เนื้อสัตว์เป็นหลักหลายร้าน ก็เพิ่มเมนูที่เป็นมิตรกับคนกินวีแกนหรือมังสวิรัติเพิ่มขึ้น และมีแพลนต์เบสเป็นส่วนประกอบในเมนู

จึงน่าสนใจว่า จำนวนคนที่เริ่มไม่ทานเนื้อสัตว์น่าจะมีมาก และส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่เสียด้วย

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด
ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

ก่อนเริ่มแคมเปญ ผมต้องคุยกับเพื่อนที่อยู่ในวงการอาหาร นักโภชนาการ และคนที่กินอาหารวีแกน ว่าทำไมเราถึงต้องลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง คำตอบที่ได้ออกมาในทางเดียวกันว่า เพราะในหลาย ๆ สิ่งที่เรากินเข้าไป เนื้อสัตว์เหมือนจะมีผลกระทบกับเรามากที่สุด ทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 

มีข้อมูลมากมายที่ถูกนำเสนอและถกเถียงกันอยู่ มีให้อ่านได้จากอินเทอร์เน็ตหรือดูจากสารคดี ส่วนใหญ่เล่าถึงความน่ากลัวและผลเสียของการเลี้ยงสัตว์แบบอุตสาหกรรมเพื่อนำมาเป็นอาหาร หรือการสะสมสารพิษต่าง ๆ ที่ปะปนอยู่ในธรรมชาติเข้าสู่สัตว์ที่เราจะต้องนำมากินเป็นอาหาร

ข้อมูลนำเสนอให้เห็นข้อเท็จจริงจนเราควรปรับเปลี่ยนอะไรบ้างเกี่ยวกับการเลือกกิน เลยลองทำแคมเปญ Meatless Month ขึ้นมา

แต่การลด ไม่ใช่การงดนะครับ 

เรารู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครสักคนจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการกิน แบบงดอะไรที่เคยกินได้ไปเลยตลอดชีวิต หากไม่ได้แน่วแน่อย่างมีวินัย ก็น่าจะต้องกระทบกับปัญหาทางสุขภาพจนต้องเริ่มจริงจัง

ผมเชื่อว่าการทำอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไปส่งผลดีมากกว่าในระยะยาว การค่อย ๆ ลดลงทีละนิด ลองปรับการไม่กินเนื้อสัตว์ลงในบางมื้อ จะทำให้เราปรับเปลี่ยนนิสัยการกินได้ ถึงแม้ว่าอาจไม่ดีเท่าคนที่ทำได้ทุกมื้อ แต่ก็เชื่อว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

บางคนใช้วิธีเลือกกินอาหารไร้เนื้อสัตว์เฉพาะมื้อเช้าที่จัดได้เองที่บ้าน บางคนงดมื้อเย็นเพราะดีต่อระบบย่อย และส่งผลให้นอนหลับสบายกว่า บางคนเลือกวันงดกินเนื้อสัตว์ไปเลย 1 วัน ทำได้ตามใจสะดวกเลยครับ

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด
ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

ขอแค่ก้าวแรกที่อยากลองเปิดใจปรับปรุงพฤติกรรมการกิน ยื่นขาเข้ามาก่อน เมื่อลดหรือจำกัดการกินบางอย่างลงแล้ว หวังว่าในมื้ออื่นที่เหลืออยู่ก็น่าจะเลือกอะไรที่ดี ๆ เข้าสู่ร่างกายทดแทนได้

ยิ่งตอนนี้มีคนที่เลี้ยงสัตว์หรือทำฟาร์มแบบดีต่อสุขภาพและดีต่อสิ่งแวดล้อมเยอะขึ้นมาก เรายิ่งมีทางเลือกในการกินโดยทดแทนมื้อซึ่งเป็นเนื้อสัตว์ตามปกติ 

เช่น การเลือกกินเนื้อสัตว์ที่ผ่านการเลี้ยงแบบมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ มีพื้นที่ให้สัตว์ในฟาร์มเพียงพอ ไม่แออัดจนเกิดโรค มีทางเลือกของฟาร์มที่ใส่ใจอาหารการกินของสัตว์ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นช่องทางของสารปนเปื้อนหลายอย่างส่งต่อมาถึงคนกินแบบที่หลายคนไม่ค่อยรู้ตัว 

กลับมาที่เรื่องการลดเนื้อสัตว์แบบได้กินของอร่อยของเรากันต่อ ถึงจะบอกว่าเรื่องความอร่อยเป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนหนึ่งก็จริงอย่างว่า แต่สิ่งที่อยากชวนลองพิสูจน์คือ อาหารเจ มังสวิรัติ หรืออาหารจากพืชเดี๋ยวนี้ใช้รสชาติเป็นตัวนำเกือบทั้งนั้น 

ชวนลองปรับการกินใหม่ 1 เดือน ด้วยการกินของอร่อย แต่ลดเนื้อสัตว์ลงอีกนิด

รสชาติเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรในการปรุงแต่งในระดับอุตสาหกรรมแล้ว ส่วนในครัวร้านอาหารก็มีเครื่องมือ เทคนิค อุปกรณ์ และฝีมือของเชฟ ซึ่งจะทำให้อาหารจานนั้นออกมาถูกปากได้ง่ายขึ้น 

เราอยากให้ลองแซนด์วิชที่ทำจาก Sourdough ประกบกับไส้ซอสเพสโต้ผสมพิสตาชิโอรสหอมมัน ใส่มะเขือเทศกับชีสแบบวีแกน หรือลองบะหมี่คลุกซอสงาข้น ๆ ลองข้าวหน้าทงคัตสึคลุกเกล็ดขนมปังทอด ราดไข่แบบนุ่ม ทงคัตสึเป็นเนื้อจากพืชที่สัมผัสดีมาก ๆ ลองซูชิห่อสาหร่ายที่ใช้อะโวคาโดเนื้อเนียนเป็นไส้ ราดซอสครีมรสเผ็ดหวาน 

อยากให้ลองกินซุปเต้าหู้กิมจิ หรือจะลองตำขนุน แกงเห็ดถอบแบบอาหารเหนือ และอีกมากมาย ที่จะมาแนะนำทุกวันพุธ เที่ยงตรง ผ่านทางเพจ The Cloud โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นวีแกน มังสวิรัติ หรือแพลนต์เบส

และคิดว่าน่าจะยิ่งดี หากใครรู้จักอาหารไร้เนื้อสัตว์อร่อย ๆ หรือทำอาหารไร้เนื้อสัตว์อยู่ อยากแนะนำให้เราด้วยจะยินดีมากเลยครับ

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load